|
|
|
กระทู้ถาม-ตอบ ล้านนา
|
|
||||
|
|
|
|
หัวข้อ : ผ้าไทที่ถูกฝรั่งขโมยไป ข้อความ : ผมได้อ่านบทความในกระทู้หนึ่ง เกี่ยวกับฝรั่งที่ได้จดลิขสิทธ์ผ้าทอพื้นบ้านของไทยไป โดยอ่านกระทู้ได้จาก "http:// www.thailinuxcafe.com" เป็นบทความที่ 22(สุริโยไทกับ..) อ่านแล้วรู้สึกว่าเป็นการเอาเปรียบคนไทยเป็นอย่างมาก อยากให้เจ้าหน้าที่รัฐทวงเอาภูมิปัญญาของคนไทยเรามา ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปอ่านเราอาจไม่เหลืออะไรเลย อยากให้เราทุกคนต้องช่วยกันสนับสนุน,รักษาและหวงแหนภูมิปัญญาของไทยมาก ๆ จาก : คนไท - 29/03/2002 02:51 |
|
ข้อความ : สนใจอยากอ่านบทความนี้มากค่ะ แต่ไปเว็บที่คุณบอกแล้วหาบทความ
ไม่เจอค่ะ จาก : เจ้าบ่าเก่า - 29/03/2002 09:12 |
|
ข้อความ : ฟังแล้วก็รู้สึก บ่ค่อยชอบฝรั่งเลยนะครับ ชอบเอาของคนอื่นไปเป็นของตัวเอง แล้วก็ตั้งกฏนั่น กฎนี่ ขึ้นมา เพื่อเอื้ออำนวยผลประโยชน์ เข้าประเทศตนเอง ซึ่งในความเป็นจริงวิถีชีวิตอย่างเขาจะมีผ้าแบบนั้นได้ยังไงก็น่าจะเห็น ๆ กันอยู่ สงสัยสำนึกของความเป็นคนคงน้อยไปครับ แล้วพวกเราก็ชอบไปยกย่องพวกฝรั่งกัน ผมว่าช่วยรักษา อนุรักษ์สิ่งดี ๆ ให้กับบ้านเมือง หรือว่ารักบ้านเกิดเมืองนอนให้มากขึ้นอีกสักนิดก็คงจะดี ดีกว่าไปตามพวกฝรั่งกันแล้วสักวันหนึ่งถึงจะรู้ว่า ของตัวเองนั่นแหละมีคุณค่าที่สุด
ลูกคนเมืองกินข้าวนึ่ง(ข้าวเหนียว) ฮักล้านนาและประเทศไทย จาก : คนเมือง - 29/03/2002 09:13 |
|
ข้อความ : ข้าเจ้าก็ฮักทุกอย่างที่เป็นไทย แต่เฮาก็ต้องระมัดระวังอย่าไปเกลียดชัง
กันเป็นเผ่าพันธุ์ไป ไม่สร้างประโยชน์อะไรขึ้นมา ทุกชาติ ทุกเผ่าพันธุ์ มีทั้งคนดี และคนที่เห็นแก่ตัวน่อเจ้า ขอหื้อหมู่เฮาฮ่วมมือฮ่วมใจกันสนับสนุนหื้อเกิดความปราณีในโลกนี้ยิ่งๆขึ้นไปน่อเจ้า ข้าเจ้าเองก็ยังไม่ได้อ่านบทความจ๋นแล้วจ๋นรอด คุณคนเมืองหาบทความนี้ได้อย่างไดเจ้า จาก : เจ้าบ่าเก่า - 29/03/2002 15:59 |
|
ข้อความ : สุริโยไท" กับ อธิปไตยแห่งภูมิปัญญา
เมื่อหลายวันก่อน ผมดูข่าวโทรทัศน์ช่องหนึ่ง (จำไม่ได้แล้วว่าช่องไหน) ในเนื้อข่าวรายงานว่า ขณะนี้มีชาวต่างประเทศบางคน ได้นำเอาลายผ้าทอมือพื้นบ้านของไทยไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ ผู้ที่ออกมาให้สัมภาษณ์ ผมจำได้ไม่ถนัดนัก แต่จำได้เลา ๆ ว่าเป็นเจ้าหน้าที่ ระดับสูงของกรมทรัพย์สินทางปัญญา (ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วย เพราะผมดูข่าวนี้จากทีวีในร้านอาหาร จึงหากระดาษปากกา มาจดไม่ทัน) เจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ได้เตือนให้คนไทยเจ้าของลายผ้าทอมือ นำเอาลายผ้าของตนไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์เสียให้ถูกต้อง แต่ในข่าวเดียวกันนั้นเอง ก็มีผู้เกี่ยวข้องอีกท่านหนึ่ง (จำไม่ได้อีกเหมือนกันว่าสังกัดองค์กร หรือหน่วยงานใด) ออกมาแสดงความคิด เห็นว่า การจดทะเบียนลิขสิทธิ์มีขั้นตอนยุ่งยาก และต้องเสียค่าใช้จ่ายสูงมาก ชาวบ้านทั่ว ๆ ไป คงจะไม่มีปัญญาดำเนินการด้วยตนเองได้ ผู้ให้สัมภาษณ์ท่านหลังนี้ ยังแสดงความคิดเห็นว่า เรื่องนี้น่าที่หน่วยงานของรัฐจะเข้าไปช่วยดำเนินการให้ ผมฟังไม่ถนัดว่า ลายผ้าทอมืออันเป็นภูมิปัญญาของบรรพบุรุษไทยที่ชาวต่างชาตินำไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์นั้น มีลายอะไรบ้าง อาจจะเป็นประเภท ลายน้ำไหล, ลายนกคุ้ม ฯลฯ แต่นั่นไม่ใช่สาระสำคัญ แต่ผมอยากให้ลองให้ท่านย้อนกลับไปอ่านบทความเรื่อง "ลิขสิทธิ์ในอีกมิติหนึ่ง" ที่ผมเคยเขียนไปเมื่อครั้งก่อนอีกสักครั้ง โดยเฉพาะประเด็นเรื่อง กฎหมายลิขสิทธิ์ เป็นกฎหมายเทคนิค และอยากเสริมว่า เป็น กฎหมายลิขสิทธิ์ที่เราถูกกรรโชกจากชาติมหาอำนาจให้คัดลอกมาบังคับใช้ .... เมื่อปีก่อน ท่านคงเคยได้ยินข่าวทำนองเดียวกันนี้ ในเรื่องการจดทะเบียนลิขสิทธิ์พันธุ์ข้าวหอมมะลิ โดยชาวต่างชาติ (ถ้าจำไม่ผิดดูเหมือนจะเป็นชาวอเมริกัน) โดยเลียนแบบชื่อพันธุ์ข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียงของไทย ภาครัฐมีการประท้วง และดำเนินการไปอย่างไรบ้าง และผลออกมาเช่นไร จนป่านนี้ก็ยังไม่กระจ่างชัด แต่ผมเชื่อว่า ปัญหาแบบนี้นับวันจะทวีความรุนแรง และถี่ขึ้นเรื่อย ๆ ตราบใดที่ประเทศของเรา ยังยอมรับเอากติกาเรื่องลิขสิทธิ์ที่มหาอำนาจเป็นผู้กำหนด คำพูดในเชิงปรัชญากฎหมายที่ว่า "ชนชั้นใดเขียนกฎหมาย ก็แน่ไซร้เพื่อชนชั้นนั้น" สามารถนำเอามาอนุโลมใช้ได้กับกรณีเช่นนี้ได้อย่างดี จากข่าวที่ผมอ้างอิงไว้ข้างต้น ดูเหมือนทั้งสองท่านที่ออกมาให้ข่าว จะไม่ได้เฉลียวใจถึงประเด็นนี้เลย ฝ่ายหนึ่ง (เจ้าหน้าที่ของกรมทรัพย์สินทางปัญญา) เตือนให้ประชาชนไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ ส่วนอีกคนหนึ่ง โยนภาระเรื่องการจดทะเบียน ลิขสิทธิ์อันซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงไปให้ภาครัฐ (ก็น่าจะเป็นกรมทรัพย์สินฯ อีกนั่นแหละ) ช่วยเหลือ ไม่มีใครสักคนตั้งข้อสงสัยในความถูกต้องชอบธรรมของกฎหมายฉบับนี้ ไม่มีใครสักคนตั้งคำถามถึงความชอบธรรม ของสนธิสัญญาเรื่องสิทธิบัตรและลิขสิทธิ์ที่เราลงนามผูกพันตัวเองไว้... ถ้าถามผมว่าทำไม ? ผมไม่อยากมองในแง่ร้ายว่า ท่านและหน่วยงานของรัฐไม่รัก และห่วงใยภูมิปัญญาพื้นบ้านของบรรพบุรุษของไทย แต่ท่านเหล่านั้น รวมถึงหน่วยงานระดับสูงขึ้นไป ตั้งแต่ระดับกระทรวงไล่ไปจนถึงคณะรัฐบาล อาจมัวแต่กำลังกังวลถึงผลกระทบเรื่องสิทธิ พิเศษทางภาษี ศุลกากร (GSP) ที่ประเทศมหาอำนาจบางประเทศกำลังทบทวนว่าจะให้ หรือไม่ให้แก่ประเทศไทยต่อไป ซึ่งหากมีการ ตัดสิทธิพิเศษนี้ ก็หมายถึงตัวเลขการส่งออกสินค้าของไทยที่รัฐบาลตั้งเป้าไว้ว่าจะเติบโตขึ้นร้อยละเท่านั้นเท่านี้ อาจต้องกระทบกระเทือน ไปด้วย การนิ่งเงียบในกรณีล่อแหลมเช่นนี้ เท่ากับยอมรับโดยปริยายว่า กฎหมายฯ หรือสนธิสัญญาฯ ที่ก่อให้เกิดปัญหานี้ขึ้นเนือง ๆ และจะถี่ขึ้น เรื่อย ๆ ในอนาคต เป็นกฎหมายฯ และหรือ สนธิสัญญา ที่ถูกต้องชอบธรรม ดีอยู่แล้ว สมควรจะบังคับใช้และยอมรับต่อไป ถ้าคิดกันเสีย แบบนี้แล้ว ก็เป็นอันจบกัน อนาคตของภูมิปัญญาท้องถิ่นของคนไทย ไม่ว่าพันธุ์ข้าว ลายผ้า ต่อไปอาจลามปามไปถึงลายผ้าถุง ผ้าซิ่น ผ้าขาวม้า ของบรรพบุรุษไทย อาจจะกลายเป็นลายลิขสิทธิ์ที่คนไทยจะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้แก่ชาวต่างชาติก่อน จึงจะมีสิทธิสวมใส่ คงจะเป็นตลกเศร้าที่ขำไม่ออกแน่ ถ้าคนไทย สวมชุดที่ทอจากลายผ้าไทยด้วยฝีมือคนไทยโดนเจ้าของลิขสิทธิ์ชาวต่างชาติชี้ให้ตำรวจไทย จับกุมในข้อหาละเมิดลิขสิทธิ์ .ละเมิดลิขสิทธิ์ต่อภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของตนเอง !!! บางท่านอาจจะแย้งอยู่ในใจว่า ตอนนี้กฎหมาย หรือสนธิสัญญาที่เราไปลงนามกับต่างชาติเป็นเช่นนี้ ก็ต้องใช้ไปก่อน แล้วค่อยว่ากันทีหลัง การคิดแบบนี้อันตรายมากนะครับ ในอดีต ประเทศของเราเคยตกอยู่ภายใต้สนธิสัญญาที่ไม่เป็นธรรมมาตั้งแต่ต้นยุครัตนโกสินธ์ เช่น สนธิสัญญาเบาริง ก่อให้เกิดสิ่งที่เราเรียกว่า "สิทธิสภาพนอกอาณาเขต" (ฝรั่งที่เข้ามาทำผิดในเมืองไทย หากทำผิด ไม่ต้องขึ้นศาลไทย แต่ต้องไปขึ้น "ศาลกงศุล" เรียกได้ว่าเราสูญเสียอธิปไตยทางตุลาการไปโดยสิ้นเชิง และกว่าจะพ้นจากสภาพเช่นนี้ได้ เราก็ต้องเอาดินแดนไทยหลายแห่ง เฉือนแบ่งให้ต่างชาติเป็นการตอบแทน) เอาให้ใกล้เข้ามาอีกหน่อย ในสมัยสงครามอินโดจีน เรามีข้อตกลง "ถนัด - รัสต์" ที่ยอมให้สหรัฐอเมริกา เข้ามาตั้งฐานทัพในดินแดน ของประเทศไทย ส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดในเวียตนาม ลาว และกัมพูชา ซึ่งสนธิสัญญาเหล่านี้ กว่าจะแก้ไขได้ กว่าจะยกเลิกได้ ใช้เวลาหลายสิบปี ในกรณีฐานทัพสหรัฐอเมริกานี้ อย่างน้อยเราก็ต้องเซ่นสังเวยด้วยชีวิตของคนไทย ที่ร่วมเดินขบวนไล่ฐานทัพ อเมริกัน ในปี พ.ศ. 2518 ที่มีการขว้างระเบิดสังหารใส่ขบวนประท้วงที่บริเวณสยามสแควร์ หลายศพและบาดเจ็บจำนวนมาก ทำไมผู้ทรงคุณวุฒิทั้งสองท่านที่ปรากฏหน้าให้สัมภาษณ์ในจอทีวีคืนนั้น ไม่กล่าวถึงประเด็นนี้เลย หรือต่างคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่า หน้าที่ความรับผิดชอบของตนเอง ถ้าหนักไปกว่านั้น คือวิสัยทัศน์ของท่าน ไม่ไกลเพียงพอที่จะเห็นต้นเหตุแท้จริงของปัญหา ประเด็นหลังนี่น่าเป็นห่วงที่สุด ผมไม่อยากฟื้นฝอยหาตะเข็บว่า สนธิสัญญาฉบับนั้น อันเป็นผลให้เราต้องออก "กฎหมายลูก" มารองรับนี้ มีการเจรจากันโดยรัฐบาลใด และ "กฎหมายลูก" ที่ออกมารองรับสนธิสัญญานี้ ร่างและประกาศใช้ในรัฐบาลชุดไหน ถ้าหากใครสนใจเรื่องนี้จริง ๆ คงค้นคว้าข้อมูล ได้ไม่ยากนัก ประเด็นแห่งปัญหาในบทความนี้ คือ การยอมรับความถูกต้องชอบธรรมแห่งลิขสิทธิ์ ภายใต้สนธิสัญญาระหว่างประเทศ ซึ่งไม่ว่าจะมองจากมุมใด คนไทย ประเทศไทย และภูมิปัญญาท้องถิ่นของไทย มีแต่เสียเปรียบในทุกประตู.. เราลองมายกตัวอย่างกันเล่น ๆ ว่า ยายแช่ม อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเล็ก ๆ แห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ได้รับการถ่ายทอด ศิลปการทอผ้า จากปู่ย่าตาทวด ทอผ้าไหมในแบบฉบับของบรรพบุรุษของตน สมมุติว่าเป็น "ลายก้นหอย" เดิมแกก็ใช้สวมใส่กันในชีวิตประจำวัน แต่แล้ววันหนึ่ง มีคุณผู้หญิงจากเมืองกรุง มาทำบุญที่วัด เห็นผ้าลายก้นหอย ที่ยายและลูก ๆ หลาน ๆ ในหมู่บ้านสวมใส่ไปงานบุญ เกิดนึกชอบ จึงขอซื้อ และนำมาขายต่อให้ชาวต่างชาติที่เห็นถึงความสวยงามของลายก้นหอยในราคาที่ได้กำไรหลายร้อยเท่า ชาวต่างชาติคนนั้น อาจจะนำลายผ้าดังกล่าว ไปจดทะเบียนลิขสิทธิ์ในประเทศของตน อ้างว่าตนคือผู้คนคิดลายก้นหอยขึ้น ซึ่งแน่นอนละ ลายผ้าลายนี้เป็น "ของใหม่" ในสายตาของเจ้าหน้าที่ในประเทศของเขาก็ยินยอมให้จดทะเบียนลิขสิทธิ์ผ้าลายก้นหอยนี้ อย่างถูกต้องตามกฎหมายของประเทศนั้น และเผอิญว่า ประเทศนั้น เป็นหนึ่งในประเทศภาคีที่ร่วมลงนาม ในสนธิสัญญาฉบับนี้ที่ ประเทศไทย ของเราก็ลงนามไว้ด้วยเช่นกัน ดังนั้น ลิขสิทธิ์ของผ้าลายก้นหอยที่ได้รับการรับรองจากกฎหมายของประเทศนั้น จึงถูกบังคับโดยสนธิสัญญาระหว่างประเทศให้ได้รับความคุ้มครองโดยกฎหมายไทยไปด้วย ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษของยายแช่ม จึงมีอันต้องถูก "ปล้น" ไปโดยไม่รู้เนื้อรู้ตัว .เจ็บปวดไหมครับ? เอาละ ถ้ายายแช่มคนนี้ จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม อยากจะจดทะเบียนลิขสิทธิ์ลายก้นหอยของบรรพบุรุษของตนเองให้ได้รับการคุ้มครองจากกฎหมายและสนธิสัญญาฉบับนี้ ยายผู้เฒ่าคนนี้จะเดินหรือนั่งรถอีแต๋นเปิดประทุนประจำหมู่บ้านไปจด ณ ที่ว่าการอำเภอ เหมือนตอนถ่ายบัตรประชาชน หรือตอนแจ้งคนเกิดคนตายในบ้านได้หรือไม่? คำตอบคือไม่ได้! อย่างใกล้ที่สุดคงต้องไปยื่นเรื่องขอจดทะเบียนที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งตั้งอยู่ในศาลากลางจังหวัด เอกสาร หลักฐานที่จะต้องเตรียมไปยื่นจดทะเบียนมีอะไรบ้าง ยายเตรียมไปครบถ้วนหรือไม่ ยายต้องเทียวไปเทียวมาเพื่อหาเอกสาร ให้ครบถ้วนกี่รอบ ลองนึกภาพถึงความทุลักทุเลของยายเฒ่าผู้นี้แล้วกัน นี่ยังไม่นับรวมถึงค่าธรรมเนียมที่ยายจะต้องจ่าย ให้ราชการตามระเบียบหรือกฎกระทรวงที่ออกตามพระราชบัญญัติฯ คงไม่ใช่ 10 บาท 20 บาท แบบไปถ่ายบัตรประชาชนแน่ ยายจะมีเงินพอไปชำระค่าธรรมเนียมหรือไม่ เราคงพอจะหลับตานึกภาพออก .. (เว้นไว้เพื่อให้พวกเรายืนสงบนิ่งไว้อาลัยแก่ภูมิปัญญาของคนไทยที่กำลังถูก "ปล้น" ไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายฯ) .... ในระหว่างที่กำลังเขียนบทความนี้อยู่ ภาพยนต์เรื่อง "สุริโยไท" กำลังเข้าฉาย ผู้เขียนติดตามจากข่าวคราว ปรากฏว่า คนไทยแห่แหนไปเข้าคิวซื้อตั๋วดูภาพยนต์เรื่องนี้กันอย่างคับคั่ง หลายคนที่ดูจบแล้ว ออกมาให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ว่า "ดูแล้ว รักชาติไทยขึ้นอีกมาก " ก็เลยอยากใช้บทความนี้ ติงเตือนคนไทยทั้งหลายให้เห็นถึงมหันตภัยแบบใหม่ที่กำลังคุกคามชาติไทย งานนี้ไม่ใช่กองทัพพม่า หรือเรือปืนของฝรั่ง ที่ยกมาประชิดติดเมืองอย่างในอดีตอีกต่อไปแล้ว หากแต่แฝงตัวเข้ามาอย่าง แยบยลภายใต้หน้ากากสวยหรูของ "สนธิสัญญา" หรือ "ข้อตกลงระหว่างประเทศ" เมื่อครั้งเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ มีนักวิชาการหลายคนเปรียบเปรยว่า ประเทศไทยในยุค IMF อยู่ในภาวะบอบช้ำยิ่งกว่าการเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2310 เสียอีก ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับคำเปรียบเปรยนี้ และอยากย้ำว่า นอกจากอธิปไตย หรือเอกราชทางเศรษฐกิจ ที่เราสูญเสียไปให้กับต่างชาติแล้วเกือบจะโดยสิ้นเชิง ... เรากำลังสูญเสียอธิปไตยที่ใหญ่หลวงกว่านั้นอีกหลายร้อยหลายพันเท่า นั่นคืออธิปไตยแห่งภูมิปัญญาไทย ใครเล่าจะมารับบทเยี่ยง "สุริโยไท" หรือ พระเจ้าตากสินมหาราช ลุกขึ้นมาปกป้อง และกอบกู้เอกราชอธิปไตย แห่งภูมิปัญญาไทย . คนไทยทุกคนคงต้องช่วยกันตอบ . จาก : เอื้อง - 02/04/2002 11:10 |
|
ข้อความ : ขอขอบคุณครับที่นำบทความดังกล่าวมาให้อ่านกัน ขอบคุณมาก ๆ ครับผม จาก : สลุงเงิน - 02/04/2002 12:13 |
|
ข้อความ : ค่ะ น่าสนใจและให้ความสำคัญเรื่องนี้นะคะ ต้องคนมี Power จริงๆถึงทำได้ เสียดายนะถ้าเราพลาดโอกาสและเสียเปรียบเขา ในโลกแห่งการแข่งขันเราต้องเข้มแข็งถึงจะอยู่ได้ ขอขอบคุณค่ะที่ให้รับทราบเรื่องนี้ จาก : วาเนสซา - 08/04/2002 21:56 |
|
ข้อความ : ดิฉันได้ถามไปทางแผนกลิขสิทธ์ของสหรัฐ ได้รับคำตอบว่าอะไรก็ตาม
ที่ผลิตขึ้นก่อนปี ค.ศ 1923 จะไม่มีผู้ใดจดลิขสิทธ์เป็นของตนได้ ดังนั้น ภูมิปัญญาของบรรพบุรุษเราเป็นอันปลอดภัยค่ะ ความรู้ใหม่ทางเทคนิคนั้น ก็น่าจะจดกันให้เรียบร้อยถูกต้อง เป็นอันว่าเขาไม่โขมยเรา เราไม่โขมยเขา ดิฉันเองเห็นเป็นสิ่งที่ดี ตอนนี้เราอยู่ร่วมโลกกัน มันไม่ใช่ประเทศใครประเทศมันเสียแล้ว ก็เลยต้องมีกฎหมายที่ใช้่เพื่อให้อยู่ร่วมโลกกันได้ ดิฉันก็ไม่ได้คิดว่ากฎหมายแต่ละข้อจะยุติธรรมไปเสียหมด แต่ถ้าไม่เริ่มที่จุดใดจุดหนึ่งในที่สุดก็จะเป็นโลกเละ ถึงตอนนี้ก็เละไม่ใช่น้อยๆอยู่แล้ว ดิฉันภูมิใจที่เห็นพวกเราทุกคนในกระทู้นี้ รวมถึงคุณเอื้อง ผู้เริ่มบทความเรื่องนี้ และคุณคนไท ที่ได้เอาใจใส่เป็นหูเป็นตา เราต้องช่วยกันกระตุ้นคนอื่นๆให้มีส่วนช่วยกันทำให้โลกนี้เป็นโลกที่ดีขึ้นในทุกแง่น่อเจ้า จาก : เจ้าบ่าเก่า - 21/04/2002 23:53 |
|
ข้อความ : ข้อได้เปรียบ - เสียเปรียบของไทยกับอังกฤษในสนธิสัญญาเบาริง จาก : คนอยากรู้ - - ไม่มี - 21/02/2004 12:14 |
|
ข้อความ : สนธิสัญญาเบาริงในช่วงสมัยรัตนโกสิทร์ตอนต้นเป็นอย่างไรช่วยอธิบายหน่อยได้มั้ยคะ่ จาก : เด็กคนหนึ่ง - 03/07/2004 21:57 |
|
ข้อความ : เก่งมากค่ะ
จาก : คนน่ารัก - - ัys_1991@hotmail.com - 14/08/2004 12:23 |
|
ข้อความ : อยากรู้เรื่องในสนธิสัญญาเบาริงมีอะไรบ้าง พี่ช่วยเขียนบอกด้วยนะเพราะต้องส่งรายงานวันอังคารนี้
จาก : ถารส เสรีนยกิจ - 05/09/2004 17:50 |
|
ข้อความ : อยากรู้เรื่องในสนธิสัญญาเบาริงมีอะไรบ้าง พี่ช่วยเขียนบอกด้วยนะเพราะต้องส่งรายงานวันอังคารนี้
จาก : ถารส เสรีนยกิจ - - ดสรดสร - 05/09/2004 17:51 |
|
ข้อความ : อยากรู้เรื่องในสนธิสัญญาเบาริงมีอะไรบ้าง พี่ช่วยเขียนบอกด้วยนะเพราะต้องส่งรายงานวันอังคารนี้
จาก : ถารส เสรีนยกิจ - - ---- - 05/09/2004 17:51 |
|
ข้อความ : จากที่ได้อ่านมา น่าสนใจมากคะ พอดีกำลังหาสนสิสัญญาnew york อย่คะ พอดีได้ไปลงเรียนเกี่ยวกับอนุญาโตตุลาการ เขามาแล้วเห็นกระทู้ที่น่าสนใจมากๆเลยคะ ชบอมากเลยที่มีคนแสดงความคิดเห็น แต่ก็ไม่ทราบว่าจามีคนเข้ามาอ่านอีกหรือไม่ ถ้ามีก็อยากจะบอกว่า คนไท ต้องรักไท ช่วยเหลือไทด้วยกัน ประโยชน์ของชาติ และทรัพย์สมบัติของลูกหลานของเราคะ จาก : เด็กราม - 22/11/2004 14:21 |
|
ข้อความ : กระทืบ จาก : ผู้ก่อการดี - 07/03/2007 12:35 |