|
|
|
กระทู้ถาม-ตอบ ล้านนา
|
|
||||
|
|
|
|
หัวข้อ : ยากให้เล่าเรื่องปี๋ไหม่เมือง ข้อความ : ผมได้ย้ายออกจากบ้านมา 20 ปีแล้ว ก็นาน ๆ ทีได้กลับบ้านที่เชียงของ เมื่อถึงปีใหม่เมือง บางปีผมก็ได้กลับบ้านบางปีก็ไม่ได้กลับ แต่ความประทับใจเมื่อครั้งที่ผมยังเป็นเด็กยังฝังใจอยู่...ระยะหลัง ๆ นี้ผมกลับบ้านความรู้สึกผมเปลี่ยนไปมาก...สภาพสังคมและวัฒนธรรมไม่เหมือนเดิมเลย....ที่เชียงของ (โดยเฉพาะบ้านแก่น ต.ห้วยซ้อ) สมัยก่อนนั้นช่วงสงกรานต์จะมีการจุดบ้องไฟด้วย...แต่ปีนี้ผมไม่ได้กลับบ้าน....ยากให้เพื่อน ๆ ที่เป็นคนเหนือได้เล่าโดยละเอียดว่า....เมื่อถึงปีใหม่แล้วเขาทำอะไรกันบ้าง....พิธีกรรมแต่ละอย่าง..มีชื่อเรียกว่าอย่างไร... ก็ส่งมาเล่ากันมาก ๆ นะครับ...ผมจะอ่านทุกตัวอักษรเลยยยยย จาก : คนบ้านแก่นใต้ - 08/04/2002 18:38 |
|
ข้อความ : เสียดายจัง บ้านผมอยู่ในเวียง เรื่องวัฒนธรรมประเพณีเลยเปลี่ยน ไว้ฮื้อคนตังนอกเข้ามาเวิ่นครับ จาก : พรชัยยยยย!!!! - 08/04/2002 21:02 |
|
ข้อความ : ปี๋ใหม่เมือง
เทศกาลสงกรานต์ ตามปฏิทินโหราศาสตร์ของชาวล้านนานั้น จะถือเอาวันที่พระอาทิตย์เคลื่อนจากราศีมีนเข้าสู่ราศีเมษซึ่งจะไม่ตรงกับวันที่ 13 เมษายน ตามประกาศ ของทางการเสมอไปโดยจะมีวันต่างๆและมีพิธีกรรม และการละเล่นหลายอย่างที่เกี่ยวข้องกัน เริ่มจาก วันสังกรานต์ล่อง ต้นเค้าของคำนี้มาจาก ภาษาสันสกฤตซึ่งออกเสียงแบบล้านนาว่า สัง-ขานซึ่งทำให้มีผู้เลยเข้าใจว่าเป็นสังขารได้ด้วยและวันสังขานล่องนี้คือวันที่พระอาทิตย์โคจรไปสุดราศีมีนจะย่างเข้าสู่ราศีเมษ ตามความเชื่อแบบล้านนา กล่าวกันว่าในตอนเช้ามืดของวันนี้ปู่สังขาน ย่าสังขาน จะนุ่งห่มเสื้อผ้าสีแดง สยายผมล่องแพไปตามลำน้ำ ปู่หรือย่าสังขาน นี้ จะนำเอาสิ่งที่ไม่พึงปรารถนาตามตัวมาด้วย จึงต้องมีการยิงปืนจุดประทัดหรือทำให้เกิดเสียงดังต่างๆนัยว่าเป็นการไล่สังขาน และถือกันว่าปืนที่ใช้ยิงขับปู่หรือย่าสังขานแล้วนั้นจะมีความขลังมาก ในวันนี้ตั้งแต่เช้าตรู่จะมีการปัดกวาดบ้านเรือนให้สะอาดซักผ้านำที่นอนออกไปตากเก็บกวาดและเผาขยะมูลฝอยผู้หญิงก็จะมีการดำหัว(สระผม)เป็นกรณีพิเศษ ในวันสังขานล่องนี้ยังไม่มีพิธีทางศาสนาจะมีแต่เพียงผู้ใหญ่บางท่าน อาจเรียกลูกหลานมาพร้อมกันแล้วให้หันหน้าไปทางที่ที่โหรกำหนดแล้วกล่าวคำว่า สัพพะเคราะห์ สัพพะอุบาทว์ สัพพะพยาธิโรคา ทั้งมวลจุ่งตกไฟกับสังขานในวันนี้ยามนี้เน่อ และวันนี้เองจะเป็นวันเริ่มต้นการเล่นรดน้ำสงกรานต์เป็นต้นไปจนสิ้นสุดช่วงเทศกาลสงกรานต์ จากวันสังขานล่อง ต่อมาก็จะเป็นวันเนา หรือวันเน่าชาวบ้านจะพากันไปซื้อของทำบุญ เมื่อถึงเวลาบ่ายก็จะมีการขนทรายเข้าวัด นำมากองรวมกันทำเป็นเจดีย์ โดยถือว่าเป็นการนำทรายมาทดแทนในส่วนที่ติดเท้าของตนออกจากวัด ซึ่งเหมือนกับการลักของจากวัด และที่บ้านชาวบ้านก็จะนำกระดาษสีต่างๆมาตัดทำเป็นตุงหรือธงนั่นเอง มาติดกับก้านต้นเขือง เพื่อเตรียมนำมาปักที่เจดีย์ทรายในวันรุ่งขึ้นซึ่งเป็นวันพญาวัน วันเนานี้อาจเรียกอย่างหนึ่งว่า วันดา เพราะเป็นวันที่ ดา (วันที่จัดเตรียมของต่างๆที่จะนำไปทำบุญ) และเป็นความเชื่ออีกอย่างหนึ่งของชาวล้านนาในวันเนานี้ถือเป็นวันที่ห้ามกระทำในสิ่งที่ไม่เป็นมงคลโดยเฉพาะห้ามด่าทอทะเลาวิวาทกันกล่าวกันว่าผู้ใดที่ด่าทอผู้อื่นในวันนี้หรือทะเลาะวิวาทก็จะไม่ดีหรือเป็นอัปมงคลไปทั้งปี(เด็กหนุ่มสาวมักจะชอบเย้าแหย่คนเฒ่าหรือผู้ใหญ่ให้พลั้งเผลอด่าออกมาแล้วเด็กก็จะบอกว่าวันนี้ห้ามด่ากัน) วันต่อไปคือวันพญาวัน ซึ่งถือเป็นวันเถลิงศกเริ่มต้นจุลศักราชใหม่ เป็นวันที่มีการทำบุญทางศาสนาแต่เช้าตรู่จะนำเอาสำรับอาหารคาวหวานไปทำบุญที่วัด ตานขันข้าว(ถวายสังฆทาน) ให้ญาติพี่น้องผู้ล่วงลับไปแล้วต่อจากนั้นก็จะพากันนำตุงที่ทำไว้ไปปักบนเจดีย์ทราย ซึ่งถือว่ามีอานิสงฆ์สามารถช่วยให้ผู้ตายที่มีบาปหนักถึงขั้นตกนรกนั้นสามารถพ้นจากขุมนรกได้โดยที่ชายตุงจะได้พันตัวผู้ตกนรกนั้นแล้วดึงพ้นจากขุมนรกขึ้นมา ในช่วงบ่ายก็จะเข้าสู่ประเพณีการดำหัวหรือคารวะผู้เฒ่าผู้แก่ บิดามารดา ญาติพี่น้องผู้มีอาวุโส เพื่อเป็นการขอขมาลาโทษอันเนื่องจากที่อาจได้ประพฤติในสิ่งที่ไม่สมควรต่อท่านเหล่านั้น ในวันที่4เรียกว่าวันปากปี เป็นการเริ่มต้นปีชาวบ้านจะดำหัววัด คารวะเจ้าอาวาสที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันดำหัวเจ้าบ้าน (ศาลเจ้าประจำหมู่บ้าน) ตลอดจนทำพิธี แปลงบ้าน หรือสงเคราะห์บ้าน เริ่มต้นด้วยการขั้นท้าวทั้งสี่ บูชาท้าวจตุโลกบาลก่อน แล้วจึงนิมนต์พระมาเจริญพุทธมนต์ตกเย็นก็จะทำพิธีปูจาเทียน คือนำเทียนที่มีไส้ทำด้วยกระดาษสาเขียนเลขยันต์มาจุดบูชาพระพุทธรูป วันที่5 ถือเป็นวัน ปากเดือน เป็นวันเริ่มต้นของเดือนใหม่ นิยมส่งเคราะห์ต่างๆ เช่น ส่งชน ส่งแถน ส่งเคราะห์นรา เป็นต้น ส่วนการดำหัวนั้น จะดำเนินต่อไปได้ตลอดเดือนเมษายน ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับประเพณีดำหัวล้านนา ประเพณีดำหัวเป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลขึ้นปีใหม่ จะไม่มีการดำหัวก่อนขึ้นปีใหม่ แต่จะเริ่มดำหัวตั้งแต่ วันพญาวัน 15 เมษายน จนถึงสิ้นเดือน ประเพณีดำหัว เป็นประเพณีที่ผู้น้อย คารวะผู้เฒ่าผู้แก่เพื่อขอขมาหากได้ล่วงเกินในช่วงปีที่ผ่านมาและขอพรปีใหม่จากท่าน ไม่มีประเพณีผู้น้อยให้พรผู้ใหญ่ วิธีดำหัว ลูกหลานเอาผ้า(ปัจจุบันเป็นของอื่นประกอบ)ดอกไม้ธูปเทียนอย่างละ1คู่สำหรับ1คนและน้ำขมิ้นส้มป่อยซึ่งผู้เฒ่าผู้แก่จะเอามือวักน้ำส้มป่อยลูบศรีษะเองประเพณีล้านนาไม่มีการรดมือผู้ใหญ่ ข้อมูลจาก วารสาร ทองกวาว ฉบับที่ 13 ปักษ์หลัง มีนาคม 2543 วารสาร เชียงใหม่ ปริทัศน์ ฉบับปฐมฤกษ์ เมษายน 2543 จาก : บัวตอง - 11/04/2002 06:35 |
|
ข้อความ : ขอบใจ๋จ้านนัก...ที่ส่งข้อมูลเกี่ยวกับปีใหม่เมือง...ผมถูกถามบ่อย ๆ ก็ไม่รู้จะตอบเขาว่าอย่างไร... เพราะเขาดูข่าว ก็มีแต่ข่าวเล่นสาดน้ำอย่างเดียว....ก็เหมือน ๆ กับทุกที่ในประเทศไทย....แต่ผมว่า..สงกรานต์...หรือปีใหม่เมืองน่าจะมีอะไรพิเศษ ๆ กว่าที่อื่นมาก... ในแง่ของความสำคัญและวิถีชีวิต... จาก : คนบ้านแก่นใต้ - 12/04/2002 19:39 |
|
ข้อความ : เดี๋ยวนี้ปี๋ใหม่เมืองเขาเริ่มมีการ จัดงานสืบสานตำนานมะเก่า กันหลายที่นะค่ะ ที่บ้านของบัวตอง(แพร่) ปีนี้เขาก็จัดกันหลายหมู่บ้านค่ะ.. จาก : บัวตอง - 13/04/2002 05:52 |
|
ข้อความ : อยากทราบเพิ่มเติม เชิญอ่าน หนังสือ "พลเมืองเหนือ" ฉบับขุนแผนยกทัพตีลาวเชียงใหม่ หน้ากลาง ว่าด้วยเรื่องปีใหม่เมือง "นางสงกรานต์ ไม่มีความสำคัญในเชียงใหม่" และฉบับที่กำลังจะคลอด ว่าด้วยเรื่อง แล้วอะไร ที่สำคัญในปีใหม่เมือง เขียนโดยสนั่น ธรรมธิ เจ้า จาก : คนเมือง เมือง - 23/04/2002 18:41 |
|
ข้อความ : *** จาก : .... - 17/04/2007 11:31 |
|
ข้อความ : มวนขนาด จาก : คนบ้านซ้อ - 26/06/2007 03:02 |
|
ข้อความ : ปี่พศ.2551ขอเจิญมาแอ่วตี้ อ.ลอง จ.แพร่ เน้อครับเพราะตัง
เทศบาล และสภาว้ฒธรรม อ.ลอง เปิ้นจัดงานสงกราณต์แบบ บ่าเก่าติตต่อกั๋นมาหลายปี๋แล้ว มีก๋ารแต่งชุ้มหน้าบ้านก๋ารละเล่น ต่างๆมากมาย รับรองม่วนแต้ๆ เริ่มตั้งแต่ 12_15 เม ย.ทุกปี๋ จาก : คนเมือง บ้านปากกาง - 05/01/2008 22:14 |