หัวข้อ : บริหารการศึกษายังไงก็ยังตามก้นท่านนักการเมือง
ข้อความ : กี่ปี กี่ชาติ กี่สมัยมาแล้วที่วงการศึกษาไทยยังย่ำอยู่กับที่ ทำไมไม่มีใครให้อิสระพวกเราบริหารจัดการแบบ"พัฒนา"กันเสียที วันๆมีแต่ทำตามนโยบาย"นาย"และ"นักการเมือง"ที่เข้ามาหวังเพียงสร้างผลงานประเดี๋ยวเดียว สังเกตได้จากการที่กระทรวงศึกษาธิการจะมีการปรับ ครม.ทุกทีไป กระทรวงอื่นเขาไม่ขยับแต่กระทรวงนี้ต้องปรับ แล้วเมื่อไหร่วงการศึกษาทุกระดับของไทยจะไปฝั่งฝันของพ่อแม่ผู้ปกครองเล่า เดี๋ยวนี้มีแต่การสร้างภาพกันทั้งนั้น ขอโทษ..ครูแห่งชาติเอย ครูแกนนำเอย ครูอะไรต่อมิอะไรทั้งหลายแหล่ที่สร้างกัน ได้ช่วยยกระดับของเด็กกันบ้างหรือไม่ ไม่มีเลยครับ นอกจากยกระดับของตัวเองกันทั้งเพ จาก 7 เป็น 8 จาก 8 เป็น 9 ..ทั้งปีเมื่อได้รับการยกย่อง ก็เอาเวลาที่พึงมีพึงสอนไปมั่วแต่เรื่องจัดโชว์ผลงาน จัดนิทรรศการ ทัศนศึกษาทั่วประเทศ เพื่อให้คนเขารู้ว่ากูคือครูรางวัลเกียรติยศ ..แต่น่าอดสู ไม่ได้ท้า แต่ท่านทั้งหลายไปดูที่โรงเรียนได้เลย (ไม่ถูกชะตากับใครเลย) เด็กของเขากำลังถูกทอดทิ้งครับท่าน

จาก : อนุวัฒน์ สะหมัดหานาย - - samadhanai@chaiyo.com - 12/12/2002 19:08

ข้อความ : เห็นด้วยอย่างยิ่ง ขอฝากท่านผู้บริหารระดับสูงช่วยพิจารณาด้วย เมื่อไหร่จะปฏิรูปการศึกษาได้อย่างจริงจังซะที ครั้งหนึ่งเราเคยคุยว่าการศึกษาไทยสู้ สิงคโปร์ มาเลเช๊ย ได้ แต่เดี๋ยวเป็นยังไง และขณะนี้ เรากำลังจะแพ้เวียตนาม และอีกไม่นามอาจจะแพ้ลาวก็เป็นได้

จาก : วิทยา จันทร์ศิริ - - wittaya.c@msu.ac.th - 21/01/2003 09:26

ข้อความ : เรามองข้าม หรือมีอคติมากเกินไปหรือเปล่า ผู้บริหารที่เดินตามนักการเมืองก็มี และก็มีผู้บริหารที่ปฏิเสธนักการเมือง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับลักษณะ อุปนิสัยส่วนตน จริงอยู่ถ้าไม่เดินตามนักการเมือง ความก้าวหน้าไม่เกิด มีส่วนเป็นจริง เพราะผู้บริหารขาดความเชื่อมั่นในตนเองจึงเป็นที่มาของการเป็นผู้รับใช้นักการเมือง นักการเมืองจึงครอบงำ ผมคิดว่าอยู่ที่ตัวผู้บริหารเองว่าท่านชอบแบบไหน และท่านต้องการเป็นผู้บริหาร หรือท่านต้องการมีตำแหน่งผู้บริหาร ถามตนเองเถอะจะได้คำตอบที่แท้จริง

จาก : karachita - - pajk2002@hotmail.com - 10/06/2003 03:19

ข้อความ : เป็นหัวข้อที่ตั้งได้คันดีจริง
เห็นด้วย..
ใครไม่เป็นอย่างที่ว่า...เฉยไว้
อยากเป็นผู้บริหารก็เป็น
อยากได้ตำแหน่งบริหาร(สูงขึ้นก็ทำ)อย่างที่ท่านว่าไว้
โอ้เด็กน้อยเอ๋ย..

จาก : ภูแลนคา - - lancana@TriRong.com - 29/06/2003 07:41

ข้อความ : ขณะนี้การจัดการศึกษาไม่ว่าผู้บริหารโรงเรียน ครูผู้สอนและนักเรียนไม่มีความมั่นใจในระบบการจัดการศึกษา การเปลี่ยนแนวคิด เปลี่ยนนโยบาย ทำให้ผู้ปฏิบัติปรับตัวไม่ทัน และผลของการจัดการศึกษาตามรูปแบบใหม่ไม่เป็นที่พอใจของครูผู้สอน ผู้สอนไม่พอใจกับผลงานของตนแต่เข้าตากรรมการ เป็นแค่ผลงานโชว์แต่ขาดคุณภาพที่แท้จริง หลงใหลได้ปลื้มไปเถิดครับ การศึกษาไทยรู้ไหม แย่มากแล้ว

จาก : Karoon Tueksundos - - Karoonsorn@thaimail.com - 03/02/2004 14:12

ข้อความ : เห็นด้วยครับกับกระทู้นี้ แต่ระวังตัวหน่อยนะท่านอนุวัฒน์ ท่านกำลังถูกนาย และเด็กนายรังแกเอาน่ะ เดี๋ยนจะหาว่าไม่เตือน อย่าทำเป็นเฒ่า เดี๋ยวจะตกบัลลังก์ แต่คนเก่งและมีฝีมืออย่างท่าน ผมนับถือ ไม่มีใครทำอะไรท่านได้หร็อก

จาก : ผมเอง..เด็กนักการเมือง - - dday@hotmail.com - 25/02/2004 14:40

ข้อความ : กระทู้มันมันอย่างนี้มีด้วยเหมือนกัน ถ้าเป็นเช่นนี้จริงก็ อนิจจาน่าเสียดาย กับความคิดของบุคลากรที่ได้ชื่อว่าครูอันเป็นที่รักนับถือยิ่งของนักเรียน มีด้วยหรือที่ผู้บริหาร ครูของเราที่คอยเอาเปรียบเด็กเช่นนี้ ไม่กลัวเวรกรรมจะตอบสนองเสียเลย ถ้ามีจริงเราก็ขอสาปแช่งให้คนพวกนี้พลัดตกบันไดโรงเรียนให้คอหักตายตอนเช้าของทุกๆวันด้วย และขอให้ท่านอนุวัฒน์ผู้ตั้งกระทู้จงโชดดีที่กล้าเอาความจริงมาเปิดเผยให้มวลชนทางการศึกษาได้รับรู้ .......และเมื่อรู้แล้วก็ขอให้สังคมช่วยกันแก้ปัญหาในเรื่องด้วยอย่างเร่งด่วน ซี 8-9-10 ที่ได้รับจะมีมงคลในชีวิตอย่างมีความสุข

จาก : มดคันไฟ - 14/03/2004 22:32

ข้อความ : ปฏิรูปการศึกษาท่เป็นรูปธรรมชัดเจนท่สุดในขณะนี้คือการโปะซีให้กับคนที่สมรรถนะ( incompetency )ถูกจับให้ขึ้นมานั่งตรองเก้าอี้แต่ไม่มีกึ๋น การปฏิรูปมันต้องแสดงศักยภาพกันอย่างจริงในการผลักดันสิ่งที่พูดๆกันมาตั้งแต่ปี๒๕๔๒ ให้เป็นรูปธรรมชัดเจน ไม่ใช่มัวแต่มานั่งสร้างภาพ จัดงาน เปิดงานปิดงานไปวันๆ ขอบอกว่าสภาพปฏิรูปที่เป็นอยู่ในขณะนี้เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น ( ในภาพส่วนใหญ่ของโรงเรียนในชนบท ) พฤติกรรมการทำงานของครู ผู้บริหารยังวนอยู่แบบเดิมๆจ้า แต่บอกแล้วไง แบกซีกันบ่าจะหักอยู่แล้ว ผู้บริหารระดับเขตก็ดีอกดีใจท่จะได้สายสะพายกันทั่วหน้า แล้วคุยกันให้ฟุ้งอยากภาคภูมิใจว่างานก็สบาย ก้าวหน้าก็ก้าวหน้า ฮิๆๆ เด็กไทยจงเจริญ!!!!!

จาก : ครูสาว - 25/04/2005 13:18

ข้อความ : กลับไปดูโรงเรียนที่บ้านนอกแล้วสังเวช สลดยังไงไม่รู้ ทั้งผู้บริหาร ทั้งครู ปล่อยเด็ก เป็นศูนย์กลางกันยกใหญ่ กระทั่งเด็กอนุบาลก็ปล่อย
สภาพโรงเรียนรึ ก็ไม่สร้างสรรค์จินตนาการ ไม่เหมาะกับการศึกษาพัฒนาเด็กสักนิด ตอนผมเรียนยังไม่ขนาดนี้ อันนี้เป็นเพราะสาเหตุอะไร เพราะการปฏิรูปการศึกษาหรือเปล่า???.

จาก : นิสิตบริหารการศึกษา - 08/07/2005 17:40

ข้อความ : การถ่ายทอดวัฒนธรรมทางอารมณ์ น่าจะเป็นปัจจัยที่สำคัญอีกประการหนึ่งที่มีอิทธิพลทำให้เราๆท่านๆเป็นเช่นนี้ จากบรรพบุรุษสู่ลูกหลาน จากพ่อแม่สู่ลูก จากครูอาจารย์สู่นักเรียน จากหัวหน้าสู่ลูกน้อง จากผู้บริหารสู่ผู้ใต้บังคับบัญชา จากภรรยาสู่สามี จากเพื่อนสู่เพื่อน ซึ่งถือว่าเป็นวัฒนธรรมทางสังคมในทุกๆบริบทอีกประการหนึ่ง ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ทุกโอกาสที่บุคคลเหล่านั้นมีกิจกรรมร่วมกัน ถือได้ว่าเป็นวัฒนธรรมอันยิ่งใหญ่ที่ได้รับสืบทอดกันมาอย่างไม่ทันรู้ตัว(ถูกสั่งสมวัฒนธรรมทางอารมณ์)
การถ่ายทอดวัฒนธรรทางอารมณ์ดูเสมือนไร้สาระไร้แก่นสาร ท่านลองนึกดูดีๆซิว่าท่านได้รับอิทธิพลนี้มาหรือไม่ หรือว่าท่านเป็นของท่านเช่นนี้มาก่อนแล้ว เห็นมั้ยท่านก็เริ่มไม่มั่นใจว่า เอะได้รับมาจริงหรือเปล่า การถ่ายทอดวัฒนธรรมทางอารมณ์นี้มันจะค่อยๆซึมลึกขึ้นเรื่อยๆ และในที่สุดก็จะฝังแน่นจนกลายเป็นตัวของตัวท่านเองอย่างกลมกลืน และไม่รู้ตัว ซึ่งถ้าหากว่าวัฒนธรรมทางอารมณ์ที่ท่านได้รับจากการสืบทอดมานี้ดีหรือพึงประสงค์ ผลก็คือสังคมอยู่อย่างสงบสุข แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นล่ะ แล้วผลจะป็นเช่นไร ซึ่งจากการถ่ายทอดก็จะกลายมาเป็นการสืบทอดวัฒนธรรมทางอารมณ์ในที่สุด คือพร้อมที่จะส่งโอนให้บุคคลที่ใกล้ชิดได้รับอิทธิพลนี้ต่อไป
ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายทอดหรือการสืบทอดวัฒนธรรมทางอารมณ์ก็ตาม อารมณ์ที่ต้องการอยากจะให้เกิดมากที่สุดแล้วน่าจะเป็นอารมณ์รัก เพราะอารมณ์รักนี้จะทำให้มนุษย์มีความสุข มีความสงบภายใต้จิตใจที่พร้อมและเต็มเปี่ยม พร้อมที่จะปฏิบัติงานทุกๆเมื่อ พร้อมที่จะรับผิดชอบในส่วนบริบทที่ตนเองเป็นอยู่ ณ ขณะนั้น ท่านอาจจะแย้งว่า คุณเอ้ย อารมณ์รักน่ะมักทำให้คนปั่นป่วนหงุดหงิด ไม่สงบอย่างที่ว่า ดิฉันขออนุญาตถามหน่อยนะว่า อารมณ์ของคุณคือความอยากได้ อยากมี อยากดี และอยากเด่นใช่มั้ยคะ ถ้าใช่ คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่าที่ท่านเป็นอยู่นั้นได้รับอิทธิพลทางอารมณ์ซึ่งดิฉันไม่มั่นใจว่าอารมณ์อะไร (เพราะอารมณ์ที่ติดตัวมนุษย์มาแต่กำเนิดมีสามอารมณ์คือรัก กลัว และโกรธ)ใช่เลยค่ะท่านได้รับอิทธิพลจากการถ่ายทอดวัฒนธรรมทางอารมณ์จากบุคคลที่ท่านอยู่ใกล้ชิดเป็นแน่ คือความต้องการที่จะป็นเจ้าของเพราะอยากได้ แต่เมื่อมาคิดดูอีกทีเอะมันคงไม่ใช่ที่ นี่แสดงว่าท่านได้มีการวินิจฉัยและมีการพิจารณาอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบ เลยทำให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมแบบใหม่ที่อาจจะดูแปลกๆบ้างในช่วงแรกๆแต่เดี๋ยวสักหน่อยท่านก็จะชินไปเอง นี่ก็เป็นอิทธิพลจากการถ่ายทอดวัฒนธรรมทางอารมณ์นะ เพราะท่านอาจจะได้รับการถ่ายทอดจากบุคคลที่ท่านอยู่ใกล้ชิดที่คอยกรอกหูท่านตลอดเวลา และตัวท่านเองก็เป็นผู้ที่คอยย้ำเตือนตัวเองอยู่ทุกขณะจิตด้วย เห็นมั้นคะว่าอิทธิพลแห่งการถ่ายทอดวัฒนธรรมทางอารมณ์นี้มันยิ่งใหญ่นักดิฉันมั่นใจว่าอิทธิพลนี้มันยิ่งใหญ่ที่สุดที่มนุษย์ได้รับมาอย่างละเมียดละมัยอย่างอ่อนโยน มันจะค่อยๆซึมลึกจนกลายเป็นตัวท่านทุกวันนี้ไงคะ
วัฒนธรรมทางอารมณ์ที่ดิฉันอยากจะให้โลกใบนี้มีมากที่สุดก็ยังคงเป็นอารมณ์รักอยู่ดี รักที่จะให้ และให้ก็ให้เป็น รักที่จะรับก็รับให้เป็นไปตามสถานะตามอัตภาพที่เป็นอยู่โดยที่ตนเองหรือผู้ที่อยู่ใกล้ชิดไม่เดือดร้อนทั้งกายและทั้งใจ ทุกๆคนล้วนมีความสุข สงบสุข รู้จักที่จะแบ่งปัน รู้จักเอื้ออาทรซึ่งกันและกัน สังคมโลกก็สงบสุข
การไปวิ่งเต้นเพื่อขอรับความช่วยเหลือไม่ว่าในกรณีใดๆก็ตามก็จะไม่เกิดขึ้น เพราะเนื่องจากว่าผู้ที่มีอำนาจเหนื่อกว่ามีวัฒนธรรมอารมณ์รักและเมตตาต่อผู้ใต้บังคับบัญชาโดยเฉพาะด้านวิสัยทัศน์เรื่องขวัญกำลังใจ เพื่อการทุ่มเทและเสียสละต่อหน้าที่อย่างเต็มเปี่ยม ถ้าผู้มีอำนาจเหล่านั้นได้เล็งเห็นก็จะดี ไม่ต้องมีการออกมาเดินขบวนเรียกร้องสิทธิใดๆให้เป็นที่เดือดร้อนของคนอื่น ได้รับสิทธิและผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้ตามความเหมาะสม(เกณฑ์กลางของระบบราชการ/ระบบกลางของทุกภาคส่วน) ดิฉันว่ามีความสงบอย่างแน่นอน ขอฝากท่านผู้มีอำนาจในบ้านเมืองทั้งหลายว่าได้โปรดนำไปพิจารณาด้วยคือเรื่อง ดังต่อไปนี้ 1) เกณฑ์การได้รับสิทธิและผลประโยชน์ให้ใช้ระบบกลางตามระดับ หรือตามกรอบภารงาน ใช่ว่าต่างกระทรวงต่างทำต่างเรียกร้องกันไปเรื่อยเปื่อยใครใหญ่ใครได้ พวกมากกว่าเป็นฝ่ายถูกเสมอไปหรือดีเสมอไปถูกต้องเสมอไป 2)การถ่ายทอดหรือการสืบทอดวัฒนธรรมทางอารมณ์รักควรจะได้มีการรณรงค์กันหน่อยนะคะ ดิฉันอยากเห็นลูกหลานได้รับวัฒนธรรมดีๆอย่างนี้ แต่ต้องระวังหน่อยเรื่องการถ่ายทอดอะไร อย่างไร ให้ใคร และจะสามารถนำไปใช้ได้เมื่อใดก็ให้พึงระวังด้วย ขอฝากและขอร่วมแสดงทรรศนะด้วยคน

จาก : ยุราวดี มุทุกันต์ - - yurawadee.m@msu.ac.th - 12/11/2005 17:05

ข้อความ : เห็นด้วยอย่างยิ่ง น้องร่วมรุ่น ระวังตัวหน่อย ถ้าเป็นไปได้
อยากให้ลาออกมาสมัครการเมือง จะได้ให้คนอื่น ๆ ตามก้นบ้าง หรือไม่ตามก้นใครก็พอใจแล้ว ?

จาก : มานี - 31/08/2006 13:16

ข้อความ : มีผู้mailและphoneมาถามมากมายตั้งแต่ลงกระทู้นี้ไว้ ก้อขอตอบตรงนี้เลยว่า เมื่อวันที่ 12 เดือน 12 ปี 2002 น่ะ ใครเป็นนาย ใครเป็นนักการเมืองในพื้นที่ของท่านล่ะครับ ถ้าครูประถมสมัยนั้นก็ยังเป็น สำนักงานการประถมศึกษาจังหวัดอยู่ครับท่าน ..

จาก : อนุวัฒน์ - - anuwath@hotmail.com - 29/11/2006 21:42

ข้อความ : เห็นด้วยกับอาจารย์วิทยาเพราะปัจุบันประเทศเพื่อนบ้านเราที่เขาเคยตกอยู่ในสถานะการณ์เป็นเมืองขึ้นเขาเลยไม่อยากกลับไปเป็นเหมือนอดีตที่เคยเลวร้าย แล้วเริ่มพัฒนาความรู้ส่งเสริมความรู้ให้คนในประเทศเพื่อให้คนที่มีความรู้ช่วยพัฒนาประเทศต่อไปแต่ทำไมคนบางกลุ่มไม่คิดเช่นนั้น คิดแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง เช่นลูกของตัวเองส่งเรียนsummerต่างประเทศ แต่คนอื่นช่างมันไม่ส่งเสริม แล้วจะพัฒนาทันเพือนบ้านเราใหมเนีย เหนื่อย

จาก : จตุพร ศิริบรรณไพศาล - - ksjatupo@kmitl.ac.th - 27/10/2008 11:44

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server
TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide