|
หัวข้อ : ซึม ข้อความ : คุณยังคงจ้องตาเขา ["คน...ที่...ผม..รั.ก..ไ..ด้ต..า.ย..จา.ก.ไ.ป...แ..ล้..ว....." เสียงนั้นเล็ดลอดมาจากปากของชายคนนัน้ คุณรู้สึกงุงงน "อย..า.ก.ไ.ด้....คำ...ต..อ.บ.จ..า.ก...ผม" "ไ.ม่....ใ..ช่.เ...ห.ร.อ..? " คุณยิ้มให้เค้าแบบ เจื่อนๆ หลังจากความสงสัยที่อัดแน่นอยู่เต็มอกมลายหายไป ความรู้สึกอายก็เข้ามาแทนที่ หลังจากความรู้สึกส่วนตัวถูกตอบสนอง ความรู้สึกด้านสังคมก็เข้ามาแทนที่ และเค้าก็ยิ้มให้คุณเช่นกัน -เป็นรอยยิ้มที่เหมือนเยาะเย้ยต่อชะตากรรมตัวเองมากกว่า หลังจากความสงสัยหายไปจากใจ แทนที่จะรู้สึกสบาย คุณกลับรู้สึกเป็นทุกข์มากกว่า ----ตายจากไปแล้ว--- แม้เราจะไม่เคยสัมผัสความตาย แต่ว่าคงไม่มีอะไรเลวร้ายมากไปกว่านี้อีกแล้ว *"เสีย...ใจ..ด้วย...นะ..." คุณพูดแต่ละคำออกมาอย่างลำบากยากเย็น เพราะอากาศหนาว หรือเพราะว่ามันนานแล้วที่คุณไม่ได้เอ่ยคำใดๆก็ไม่รู้ "ไ.ม่ต้..อ.งเสี.ย.ใจ.ห.ร.อ.ก.." เสียงของเค้าเริ่มจะมีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย บางที...การพูดก็ทำให้คนเรารู้สึกดีขึ้น บางที...การรู้สึกปรารถนาดีต่อคนอื่นก็ทำให้เรารู้สึกถึงคุณค่าในการดำรงชีวิตมากขึ้น เอาละซิ ตอนนี้ใครกันแน่ที่เสียใจ "ตอนที่ผมพบเธอครั้งแรก......" เค้าเริ่มจะพูดถึงอดีต --ท่ามกลายสายฝนนี่นะหรือ--- คุณคิดในใจ แต่พอรู้สึกตัวอีกที เขาก็อยู่ข้างคุณ ภายใต้เงาของร่มเดียวกันซะแล้ว ฝนตกหนักขนาดนี้จะเดินไปที่ไหนก็ไม่ได้อยู่แล้ว การนั่งฟังคงจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด "พรุ่งนี้เค้าก็จะไปเมืองนอกแล้ว" ตาเบิกโพลง *"ไหน . .คุณบอกว่า...." "ใช่ . .. .เค้าตายจากผมไปแล้ว แต่ไม่ได้ตายในความหมายที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ" "คนที่ผมรักเค้าไม่ได้อยู่ในโลกนี้แล้ว" "คนที่อยู่บนโลกตอนนี้ ก็ไม่ได้เป็นคนที่ผมรัก" *"อ๋อ....เค้าเปลี่ยนไป" "ไม่ใช่นะ" เสียงเค้าดูมีชีวิตชีวามากขึ้นกว่าเดิม บางที....การได้โต้เถียงก็ทำให้ชีวิตมีรสชาดมากขึ้น บางที....การได้ต่อสู้เพื่อแสดงให้คนอื่นรับรู้ถึงความถูกต้องของความคิดตนเอง ก็ทำให้ชีวิตเป็นสิ่งที่น่ายึดเหนี่ยวมากขึ้น คุณมองตาเค้าเพื่อที่จะถามว่า ถ้าแบบนี้ไม่ได้เรียกว่าเปลี่ยนไป แล้วที่เปลี่ยนไปมันแบบไหนละ เค้าใช้เวลาอธิบายซักพักเพื่อให้คุณเข้าใจถึงความแตกต่าง ถึงคำว่าตายจาก กับเปลี่ยนไป แต่ถึงกระบวนการทั้งหมดจะจบลง คุณก็ยังคิดว่ามันก็คือการเปลี่ยนไปอยู่ดี *"มันก็คือการเปลี่ยนไปไม่ใช่เหรอ?" สายตาคู่นั้นถามคุณว่า คำอธิบายที่ผ่านมานี่มันไร้ความหมายใช่ไหม "ผมไม่ค่อยชอบคำพูดเท่าไหร่ เพราะมันไม่เคยทำให้คนอื่นเข้าใจผมได้เลย " ดูเหมือนเค้าจะเริ่มทีท่าที่จะสร้างพื้นที่ของตัวเองอีกครั้ง *"ยังไง" เค้าชะงัก แล้วเงียบลง................... ........................... .......................... ........................... ........................... ........................... เค้าก็ยังนั่งนิ่งอยู่ข้างคุณ --ไม่เห็นจะมีอะไรเลย-- คุณคิดในใจ *"ไม่เข้าใจอะ" "ผมบอกคุณไปแล้วไง" แล้วเค้าก็เงียบอีกครั้ง................. คุณเริ่มจะสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลง สีหน้าของเขา แววตาของเขา และอะไรบางอย่าง ทำให้คุณร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว *"มันเศร้ามากเลยนี่นา" "ใช่ แล้วผมมีก็สิทธิที่จะร้องไห้ใช่ไหม"] แล้วคุณก็พยักหน้า (นี่คือภาคสอง) จาก : Galipso - 20/07/2007 15:25 |
|
ข้อความ : อย่าอ่านนะขอร้อง
มีความลับจะมาบอกเป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น เคยมีเด็กถูกฆ่าตายที่ห้องนำ้ของภารโรง แต่ไม่สามารถหาต้นเหตุของคดีได้ จึงปล่อยร่างไร้วิญญาณของเด็กน้อยทิ้งใว้ ณ ที่เดิม ไม่มีการทำพิธีอะไรทั้งสิ้น วญญาณของเด็กจึงล่องลอยวนเวียนอยู่ในรร เป็นเวลาหลาย10ปี จนวันหนึ่งได้มีกลุ่มนรหญิงได้เข้าไปในห้องนำ้นั้นเพื่อหวังจะแกล้งภารโรง จึงได้พบวิญญาณของเด็กน้อยกำลังไต่ไปตามเพดารพร้อมแสยะยิ้มให้ พวกเธอกลัวมากรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ แต่เพื่อนคนหนึ่งดันไปเหยียบแอ่งน้ำที่พื้นเข้า เพื่อนคนหนึ่งได้จับแขนของอีกคนหนึ่งไว้จึงล้มกันมาเป็นทอดๆและหัวฝาดพื้นตายหมด วิญญาณของพวกเธอจึงวนเวียน ณ ที่แห่งนั้นตลอดไป จงส่งต่อไปอีก20กระทู้ภายในเวลา7ชม. ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อหรอกแต่เพื่อนเราประสบอุบัติเหตุ5คนตั้งแต่เราอ่าน จาก : ห้ามๆๆๆ - 11/03/2008 04:27 |