|
หัวข้อ : ความสำคัญของทะเบียนสมรส (2) ข้อความ : ผมและภริยาแต่งงานกันมานาน บัดนี้แยกกันอยู่ประมาณปีเศษแล้ว เพราะต่างฝ่ายต่างทนอยู่ร่วมกันไม่ได้ แต่ไม่ได้หย่ากันเพราะไม่ต้องการให้ลูกมีปัญหา ผมอาจไม่ใช่ผู้ชายที่ดีนัก แต่ในส่วนภริยาและลูกดูแลเต็มที่แม้ไม่ฟู่ฟ่า แต่ก็อยู่กันอย่างสบายไม่ต้องทำงานหรือลำบากเรื่องเงินทอง ปัญหาคือลูกสาวเล่าให้ฟังว่า ภริยาเริ่มมีคนมาติดพัน เนื่องจากเป็นคนคุมเงินและใจป เรื่องของเงินทอง ผมจึงยังเป็นห่วงเรื่องของทรัพย์สิน เนื่องจากผมมีหน้าที่การงานที่มั่นคง ทรัพย์สินต่าง ๆ ผมจึงยกให้ภริยาใส่ชื่อร่วมกับลูกไว้ แต่มีทรัพย์สินชิ้นหนึ่งที่ผมลืมใส่ชื่อลูกร่วมไว้ด้วยคือ ตึกอาคารพาณิชย์พร้อมที่ดิน 4 คูหาติดกัน ปัจจุบันภริยาเก็บค่าเช่ากิน ซึ่งได้ค่าเช่าไม่มากเพราะให้ญาติเช่าทำกิจการ แต่ภริยาอยากจะขายซึ่งก็โดนผมต่อว่าทุกที จึงเกรงว่าหากเธอต้องการจะขายจริง ๆ อาจทำได้โดยผมไม่ทราบ ดังนั้นทรัพย์สินที่เป็นของภริยาคนเดียว ทำอย่างไรถึงจะป้องกันไม่ให้ภริยานำไปขายได้ วิทูรย์ บางนา การที่สามีภริยาได้จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อยังไม่ได้หย่ากัน แม้จะแยกกันอยู่ก็ไม่ได้ทำให้ความสัมพันธ์ ระหว่างสามีภริยาตามกฎหมายสิ้นสุดไป รวมทั้งทรัพย์สินต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นหลังจากจดทะเบียนหรือในขณะที่แยกกันอยู่ หากได้มาโดยมิใช่เพราะสินส่วนตัวแล้ว ทรัพย์สินที่ได้มานั้นจะเป็นสินสมรส ซึ่งชื่อผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่เป็นสินสมรสนั้น จะใส่ชื่อคู่สมรสคนใดคนหนึ่งเพียงคนเดียวก็ไม่สำคัญ ถือว่าสินสมรสนั้น เป็นของสามีภริยาคนละครึ่ง เพียงแต่สินสมรสจะยังไม่มีการแบ่งจนกว่าการสมรสจะสิ้นสุดลงด้วยการตาย การหย่า หรือศาลพิพากษาให้การสมรสสิ้นสุดลง การทำนิติกรรมจำหน่ายจ่ายโอนสินสมรสในทางกฎหมาย ถ้าสินสมรสนั้นเป็นทรัพย์สินที่เกี่ยวกับตึกและที่ดินซึ่งเป็นอสังหาริมทรัพย์นั้น จะต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่ง ปัญหาการขาย อสังหาริมทรัพย์โดยไม่ได้รับความยินยอม จากคู่สมรสอีกฝ่ายหนึ่งส่วนมากมักจะเกิดจากฝ่ายชายที่มีชื่อเป็นเจ้าของคนเดียวมากกว่า ที่มักจะอ้างว่าไม่มีคู่สมรส เพื่อจะได้ไม่ต้องขอความยินยอมจากภริยา ส่วนปัญหาฝ่ายภริยาจะเกิดขึ้นน้อย เพราะการที่ภริยาผู้จะขายซึ่งมีชื่อเจ้าของทรัพย์สินผู้เดียว ด่านแรกที่ต้องถูกตรวจสอบคือคำนำหน้าว่า "นาง" ในบัตรประชาชนและโฉนดที่ดิน เจ้าหน้าที่ก็จะต้องให้ผู้จะขายนำคู่สมรสมาให้ความยินยอมในการขายหรือต้องมีหนังสือยินยอมของคู่สมรสมาแสดง เว้นแต่ "นาง" ผู้ขายคนนั้นจะมีใบทะเบียนหย่าหรือใบมรณบัตรของสามีมาแสดง หรือถ้าหากมีการทำหลักฐานให้ความยินยอมของคู่สมรสปลอมขึ้นมา นอกจากจะฟ้องเพิกถอนนิติกรรมที่ไม่ได้รับความยินยอมจากคู่สมรสได้แล้ว การปลอมหนังสือก็ยังเป็นความผิดทางอาญาอีกด้วย มีคดีหนึ่งที่ภริยาแยกกันแยู่กับสามีโดยไม่ได้หย่า วันดีคืนดีเธอต้องการให้สามีไปเซ็นให้ความยินยอมจะขายที่ดินแปลงหนึ่ง แต่สามีขอแบ่งค่าเซ็น 1 ล้าน เธอจึงแอบไปฟ้องหย่าสามี โดยย้ายตัวเธอไปใส่ชื่อในทะเบียนบ้านหลังหนึ่งก่อน เพื่อให้เห็นว่าเธอไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันกับสามีแล้ว และส่งหมายศาลให้สามีไปทะเบียนบ้านที่มีชื่อสามี ซึ่งความจริงเธอยังอาศัยอยู่ โดยสามีไปอยู่ที่อื่นแต่ไม่ได้ย้ายทะเบียนบ้าน โดยคนใช้รับหมายศาลที่ส่งให้แก่สามี ภริยาก็นำมาเก็บเงียบไว้ สามีจึงไม่รู้ว่าถูกฟ้องหย่า สามีจึงขาดนัดยื่นคำให้การ และขาดนัดพิจารณาคดี สุดท้ายคดีดำเนินไปฝ่ายเดียวและศาลพิพากษาให้หย่า ภริยาก็นำคำพิพากษาไปขอจดทะเบียนหย่า แล้วนำใบทะเบียนหย่าไปทำนิติกรรมขายทรัพย์สิน กว่าสามีจะรู้ภริยาก็จัดการขายหมดเรียบร้อย ไม่ให้ยุ่งยากใจกับการที่สามีจะมาเรียกค่าเซ็นชื่ออีกต่อไป วิธีป้องกันไม่ให้คู่สมรสที่มีชื่อในสินสมรสคนเดียว นำทรัพย์สินไปขาย วิธีหนึ่ง คือคู่สมรสที่ไม่มีชื่อเป็นเจ้าของ จะร้องขอให้ลงชื่อ ตนเป็นเจ้าของร่วมกันในเอกสารนั้นก็ได้ ซึ่งหากตกลงกันก็สามารถทำได้เลย ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1475 "ถ้าสินสมรสใดเป็นจำพวกที่ระบุไว้ในมาตรา 456 แห่งประมวลกฎหมายนี้ หรือที่มีเอกสารเป็นสำคัญ สามีหรือภริยาจะร้องขอให้ลงชื่อ ตนเป็นเจ้าของร่วมกันในเอกสารนั้นก็ได้" แต่ถ้าไม่ตกลงกันก็ต้องนำไปฟ้องใส่ชื่อร่วม เคยมีคดีหนึ่งภริยาไม่ยอมหย่า ทำให้สามีไม่ตกลงแบ่งทรัพย์สินให้ภริยา ภริยาก็เกรงว่า สามีจะขายโดยตนไม่รู้ จึงไปฟ้องศาล ขอให้มีคำสั่งให้ใส่ชื่อภริยาเป็นเจ้าของร่วมกับสามีในบ้าน และที่ดินทุกแปลง ที่มีชื่อสามีคนเดียว ซึ่งศาลก็มีคำสั่งให้ใส่ชื่อร่วมได้ในทรัพย์สิน ที่มีหลักฐานแสดงว่าเป็นสินสมรส. สุกัญญา รัตนนาดินทร์ จาก : webmaster - 13/08/2002 19:01 |