หัวข้อ : ความสำคัญของทะเบียนสมรส(5)
ข้อความ : น้องแต่งงานมาได้เกือบ 4 ปี ไม่มีบุตรเพราะยังไม่พร้อม และมีปัญหาทะเลาะเป็นบางครั้ง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องหึงหวงกัน บางครั้งน้องต้องหอบเสื้อผ้ากลับไปอยู่บ้านแม่ แต่เคยอยู่ได้ไม่ถึง 2 อาทิตย์ สามีจะมาง้อและรับกลับไป เป็นเช่นนี้ประมาณ 2 ครั้ง ในครั้งที่ 3 น้องท้าหย่ากับสามี โดยได้เขียนหนังสือหย่าไว้ให้กับสามี และสามีได้เขียนหนังสือหย่าให้น้อง ซึ่งยึดกันไว้คนละฉบับ น้องจึงได้กลับมาอยู่บ้านแม่ ซึ่งในครั้งนี้เกือบหนึ่งเดือนแล้วที่สามียังไม่มารับกลับบ้าน

น้องได้ข่าวว่าสามีกำลังติดพันผู้หญิงคนใหม่ ซึ่งทำงานในหน่วยงานเดียวกัน โดยสามีบอกกับใคร ๆ ว่าได้หย่ากับน้องเรียบร้อยแล้ว และมีเพื่อนฝูงบางคนได้โทรศัพท์มาบอกว่าแฟนของสามีบอกว่า ยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานกับสามีของน้องในขณะนี้ เธอพร้อมต่อเมื่อสามีได้ให้เกียรติแก่เธอและญาติพี่น้องโดยการจัดพิธีแต่งงานและจดทะเบียนสมรสด้วย

จึงอยากทราบว่า ถ้าสามีได้หนังสือหย่าที่น้องเขียนไปด้วยอารมณ์โมโหฉบับนั้น จะถือว่าสามีและน้องได้หย่ากันแล้วหรือไม่ และหนังสือหย่าฉบับนี้ จะเป็นหลักฐานที่ทำให้สามีสามารถจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนใหม่ โดยไม่มีความผิดได้หรือไม่
วาสนา กรุงเทพฯ

ถ้าใครหลายคนเคยดูหนังหรือละคร จะเห็นว่ามีหลายครั้งที่มีบทนางเอกกับพระเอกทะเลาะกัน แล้วพระเอกได้ทำหนังสือหย่าลงชื่อตนเองว่างไว้ให้ภริยา หลังจากนั้นพระเอกก็ออกจากบ้านไป เพื่อให้นางเอกตัดสินใจว่าจะลงชื่อในหนังสือหย่าหรือไม่ แล้วหนังหรือละครก็จบลงเพียงนั้น โดยให้เข้าใจเอาเองว่า หากนางเอกลงชื่อในหนังสือหย่าเมื่อไร ก็ถือว่าเป็นการหย่ากันเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในชีวิตความเป็นจริงคงยังไม่เพียงพอ เพราะ

ประการแรกหนังสือหย่าต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมายด้วย

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1514 วรรคสอง การหย่าโดยความยินยอมต้องทำเป็นหนังสือ และมีพยานอย่างน้อย 2 คน
ซึ่งหนังสือหย่าที่ส่งมาให้ดูนั้น เป็นหนังสือหย่าที่น้องเขียนไว้ว่ายินยอมหย่ากับสามี ลงชื่อภริยาที่ต้องการหย่าไว้ผู้เดียว ไม่มีใครลงลายมือชื่อไว้อีก

อันที่จริงหากสามีภริยาตกลงหย่ากัน โดยทำเป็นหนังสือหย่า 2 ฉบับ ต่างยึดถือไว้คนละฉบับมีข้อความอย่างเดียวกัน หรือทำเป็นหนังสือหย่าฉบับเดียวกัน ลงลายมือชื่อสามีภริยาไว้ โดยหนังสือหย่าได้มีผู้รู้เห็นเป็นพยานเกินกว่า 2 คน หนังสือหย่าก็สมบูรณ์ใช้ได้ตามกฎหมายแล้ว นอกจากนี้พยานที่ลงลายมือชื่ออย่างน้อย 2 คนในหนังสือหย่านั้น กฎหมายไม่ได้บัญญัติ ให้การลงชื่อในหนังสือหย่าจะต้องลงต่อหน้าพยาน 2 คนพร้อมกัน (ซึ่งต่างกับเรื่องพินัยกรรมที่จะต้องลงชื่อต่อหน้าพยานพร้อมกัน) เพราะฉะนั้นพยานในหนังสือหย่า 2 คนจะมารู้เห็นในการลงชื่อทีละคนก็ได้ หรือมีพยานคนเดียว แต่มีคนอื่นเป็นผู้บันทึกข้อความให้สามีภริยาหย่ากัน โดยผู้บันทึกข้อความลงชื่อไว้ในหนังสือหย่าด้วย พยาน 1 คนและผู้บันทึกข้อความ 1 คน ก็ถือว่าหนังสือหย่าฉบับนี้ได้มีพยานอย่างน้อย 2 คนแล้ว

ประการที่สองนอกจากนี้แม้หนังสือหย่าได้ทำถูกต้อง คือมีคู่หย่าและพยานอย่างน้อย 2 คนก็ตาม ก็มิใช่จะถือว่าเป็นการหย่าโดยอัตโนมัติแล้ว เพราะประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1515 บัญญัติว่า เมื่อได้จดทะเบียนสมรสตามประมวลกฎหมายนี้ การหย่าโดยความยินยอมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อสามีและภริยาได้จดทะเบียนการหย่านั้นแล้ว

ดังนั้นเมื่อมีหนังสือหย่าแล้ว ทั้งสามีและภริยาก็ต้องไปยื่นคำร้องต่อนายอำเภอขอจดทะเบียนหย่า จึงจะมีผลสมบูรณ์เป็นการหย่ากันตามกฎหมาย เหตุที่กฎหมายบัญญัติเช่นนี้เนื่องมาจากว่า ถ้าไม่มีการจดทะเบียนหย่า ทะเบียนสมรสแต่เดิมที่ได้จดไว้ถูกต้องตามกฎหมาย มีความศักดิ์สิทธิ์ไม่อาจยกเลิกได้ ยังคงเป็นทะเบียนหย่าตามหนังสือหย่า อีกฝ่ายก็ต้องฟ้องให้ศาลบังคับให้คู่สมรสที่ไม่ยอมไปนั้นไปจดทะเบียนการหย่าได้ ถ้าศาลพิพากษาให้หย่าแล้วยังไม่ยอมไปอีก ก็สามารถใช้คำพิพากษาของศาลแทนการแสดงเจตนาของจำเลยไปจดทะเบียนหย่าได้

การที่สามีมีเพียงหนังสือหย่าลงลายมือชื่อภริยาไว้โดยไม่มีพยานลงชื่ออย่างน้อย 2 คน นอกจากสามีและน้องไม่อาจใช้หนังสือฉบับนี้ไปจดทะเบียนหย่าที่อำเภอเองได้ และไม่อาจนำไปฟ้องศาลขอให้หย่ากันตามหนังสือหย่าได้แล้ว ดังนั้นตราบใดที่ยังจดทะเบียนหย่ากันไม่ได้ สามีจะจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงคนใหม่ในระหว่างนี้ก็ถือเป็นการจดทะเบียนสมรสซ้อน

การที่น้องยังไม่อยากหย่ากับสามี และหนังสือหย่ายังไม่อาจนำมาใช้จดทะเบียนหย่าได้ แต่น้องต้องระวังเหตุฟ้องหย่าอื่น ๆ ด้วย เช่น จงใจละทิ้งเกิน 1 ปี หรือสมัครใจแยกกันอยู่เกิน 3 ปี หรือกระทำการเป็นปรปักษ์ต่อการเป็นสามีภริยา ฯลฯ ซึ่งอาจทำให้สามีมีสิทธิยื่นฟ้องหย่าต่อศาลได้.


สุกัญญา รัตนนาดินทร์



จาก : webmaster - 13/08/2002 19:17

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server