|
หัวข้อ : กฎหมู่ VS กฎหมาย ข้อความ : กรณีลิขสิทธิ์เพลงคาราโอเกะ กำลังทำให้นินจาขาวสับสนว่า ประเทศไทยของเรานี้จะยึดถือกฎหมู่ หรือกฎหมายกันแน่ ค่ายเพลงหนึ่งบอกว่าขอทำทุกอย่างตามที่กฎหมายกำหนดไว้ เพื่อเป็นการรักษาสิทธิ และเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากลิขสิทธิ์ของตัวเอง กลับถูก มองเป็นผู้ร้าย อีกค่ายเพลงหนึ่งรวบรวมค่ายเพลงเล็ก ๆ เข้ามาเป็นพรรคพวกได้ บอกว่ายังไม่อยากให้ทำตามกฎหมายในเวลานี้ แล้วก็กดดันทุกวิถีทางเพื่อให้กฎหมายไม่มีสภาพบังคับใช้ กลับถูกมองว่าเป็นพระเอก นินจาขาว รู้สึกประหลาดใจจริง ๆ ที่วันนี้เรื่องการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์เผยแพร่เสียงเพลงคาราโอเกะ ยังไม่มีข้อยุติ หาบทสรุปไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่เป็นเรื่องที่กฎหมายกำกับไว้อยู่แล้ว แต่เพราะละเมิดกฎหมายกันมาจนเคยตัว เมื่อถึงเวลาต้องทำตามกฎหมาย ก็เลยมีปัญหา การจัดเก็บค่าเผยแพร่ลิขสิทธิ์เพลง ไม่ใช่เรื่องใหม่ในประเทศไทย ทุกวันนี้ก็มีการจัดเก็บกันอยู่แล้ว โดยบริษัทที่ดูแลลิขสิทธิ์ให้กับค่ายเพลงต่างประเทศ เก็บค่าเผยแพร่จากร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม สายการบิน ที่เปิดเพลงของเจ้าของลิขสิทธิ์ ทีค่ายเพลงฝรั่งจัดเก็บ ไม่เห็นมีใครโวยวาย แต่พอคนไทยด้วยกันจะจัดเก็บ ทำไมถึงทำได้ยากเย็นกันเสียจัง มันเกิดอะไรขึ้นในระบบการดูแลคุ้มครองลิขสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาของคนไทย กระทรวงพาณิชย์ ที่ทำท่าทีเป็นคนกลางไกล่เกลี่ย และหาแนวทางแก้ปัญหาให้กับค่ายเพลงทั้งสองฝ่าย ดูเหมือนว่าจะล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เจรจากันมานานเกือบปีแล้ว แต่ก็ยังหาบทสรุปไม่ได้ เมื่อรัฐซึ่งเป็นคนกลางไม่กล้าตัดสินใจ ว่าจะยืนข้างกฎหมู่หรืออยู่ข้างกฎหมาย เอกชนที่มีความเห็นแตกต่างกัน ก็หมดที่พึ่ง เขาก็ต้องหาทางช่วยเหลือตัวเอง ด้วยการจัดการกับทรัพย์สินทางปัญญาของเขาเอง นินจาขาว ได้รับฟังทรรศนะของคุณสุวรรณ วลัยเสถียร รมช. พาณิชย์ ในรายการโทรทัศน์ เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ยังพอมีหวัง ต้องขอชมว่าแนวคิดของท่านเข้าท่าดี แล้วก็ขอสนับสนุนให้ประกาศเป็นแนวทางให้ทุกค่ายเพลง ได้ใช้เป็นแนวปฏิบัติ เพื่อเป็นการยุติปัญหานี้ เสียที คุณสุวรรณ เสนอว่าเรื่องนี้แก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยการนำระบบการค้า เสรีเข้ามาใช้ ค่ายเพลงทุกค่าย ที่ต้องขายเพลง ก็ทำสินค้า คือ อัลบั้มเพลงออกมาขาย แล้วก็บอกเงื่อนไขการใช้ประโยชน์จากสินค้านั้นให้หมดทุกข้อ ผู้ใช้จะต้องจ่ายค่าเผยแพร่หรือไม่ จ่ายเท่าไร จ่ายอย่างไร ใช้แบบนั้นไม่ต้องจ่าย ก็บอกผู้ซื้อให้หมด ค่ายเพลงไหนจะไม่จัดเก็บก็บอกมาให้ชัดเจน เมื่อเป็นที่รับทราบโดยทั่วกันแล้ว ร้านคาราโอเกะพอใจแบบไหน ซื้อไปใช้ ก็เท่ากับว่าต้องรับเงื่อนไขนั้นอยู่แล้ว นินจาขาวขอเสนอให้เอามาตรการแจ้งรายละเอียดสินค้าของกรมการค้าภายใน มาใช้กับแผ่นวีซีดีคาราโอเกะ ก็พอแล้ว ไม่มีความจำเป็นต้องไป กำหนดมาตรการใหม่ ๆ ขึ้นให้ยุ่งยาก และสิ้นเปลืองเปล่า ๆ แต่ตอนนี้ กระทรวงพาณิชย์ กำลังจะตามใจเอกชนกลุ่มหนึ่งที่อ้างว่ามีพวกมากกว่า หาทางจัดตั้งองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ขึ้นมา โดยกำลังยกร่างกฎหมายการจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์และสิทธินักแสดง มาเป็นกลไกในการบังคับให้เจ้าของสิทธิ เสียสิทธิในการหาประโยชน์จากงานอันเป็นลิขสิทธิ์ของ ตัวเอง สืบข่าวในทางลึกประสานินจาขาว ได้ความมาว่าเหตุที่ปัญหาลิขสิทธิ์คาราโอเกะ ไม่จบ เพราะมีคนไม่อยากให้จบ ข้าราชการกลุ่มหนึ่ง มีเจตนาจะยื้อเรื่องนี้ให้ออกไปนานที่สุด ปล่อยให้ค่ายเพลงถกเถียงกันให้นานที่สุด ทิ้งสถานการณ์ให้สับสนวุ่นวายว่าจะเก็บหรือไม่เก็บ จนกระทั่งผู้คนเบื่อหน่าย และเรียกร้องให้รัฐเข้ามาจัดการ เมื่อถึงเวลานั้น ก็จะมีการเสนอทางออก ด้วยการให้รัฐเป็นผู้กำกับดูแลองค์กรจัดเก็บค่าลิขสิทธิ์ ซึ่งหมายความว่าจะมีหน้าที่รัฐชุดหนึ่งที่เข้ามาเป็นผู้กำหนดอัตรา และขั้นตอนการจัดเก็บ ช่องทางการหาผลประโยชน์โดยมิชอบ อยู่ที่ตรงนั้น จำคำนินจาขาวเอาไว้เถอะครับ นินจาขาว อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีสุวรรณ ไว้ด้วยความเคารพ ให้จับตาดูเรื่องนี้ให้ดี นักวิชาการอย่างท่าน อาจจะไม่ทันเกมแบบนี้ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีในตำรา แต่สังเกตได้ตามทางเดินว่ามีรอยเขี้ยวลากยาวปรากฏบนพื้นในกระทรวงหรือไม่ การออกกฎหมายแบบนี้ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 87 ที่บัญญัติไว้ว่า "รัฐต้องสนับสนุนระบบเศรษฐกิจเสรี โดยอาศัยกลไกตลาด กำกับดูแลให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรม คุ้มครองผู้บริโภค และป้องกันการผูกขาดตัดตอนทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งยกเลิกและละเว้นการตรากฎหมายที่ควบคุมธุรกิจที่ไม่สอดคล้องกับความจำเป็นทางเศรษฐกิจ และต้องไม่ประกอบกิจการแข่งขันกับเอกชน..." หรือไม่ ต้องคิดให้รอบคอบ ถ้าวันนี้เรื่องลิขสิทธิ์คาราโอเกะจบลงแบบ "กฎหมู่อยู่ เหนือกฎหมาย" เห็นทีต้องฉีกกฎหมายลิขสิทธิ์ทิ้งที่หน้ากระทรวง พาณิชย์ แล้วล่ะครับ ท่านรัฐมนตรี. จาก : webmaster - 13/08/2002 19:20 |
|
ข้อความ : จะต้องใช้กี่ค่ายเพลงถึงจะรอดเงื้อมือพวกจับลิขสิทธิ์ จาก : หนึ่ง - - neoung111@gmail.com - 19/03/2008 08:39 |