หัวข้อ : สิทธิติดต่อกับบุตร
ข้อความ : พี่และสามีแต่งงานกันมาได้ 3 ปี มีลูกสาว 1 คน ในขณะที่ลูกสาวอายุได้ 1 ขวบเศษ พี่ถูกสามีฟ้องหย่าหาว่ามีชู้ ซึ่งเป็นเรื่องเข้าใจผิด แต่เพราะข้อกล่าวหารุนแรงจนทำให้อับอายมาก จึงไม่กล้าไปศาลเพื่อสู้คดี คิดว่าเลิกกันได้ก็ดี ซึ่งทำให้เสียใจมาจนถึงบัดนี้ เพราะแม้ไม่แคร์ต่อการที่ศาลได้ตัดสินให้หย่ากัน แต่การที่ศาลตัดสินให้ลูกสาวอยู่กับสามี โดยเพิกถอนอำนาจปกครองลูกสาวด้วย ทำให้คิดไม่ถึงว่าการไม่ไปศาลทำให้พี่กับลูกต้องแยกจากกัน

เมื่อสามีนำตำรวจและคำสั่งศาลมาพรากลูกไปจากอก ต้องใช้เวลานานมากที่จะทำให้ส่งลูกให้เขาได้ และรู้สึกเศร้าใจมากที่ลาออกจากงานดี ๆ เพื่อไปแต่งงานและดูแลครอบครัว สุดท้ายสามีก็หาเหตุทิ้งไป พี่ต้องออกทำงานซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้งานเลย ทำให้ยังไม่พร้อมเอาลูกมาอยู่ด้วยกัน แต่ตัวสามีเองก็ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก เพราะต้องเดินทางไปต่างประเทศประจำ ครั้งละนาน ๆ ทิ้งลูกสาวให้อยู่กับย่าโดยมีพี่เลี้ยงเป็นผู้ดูแล

ทุกครั้งที่ไปเยี่ยมลูก แม้ไม่มีสามีอยู่ก็ตาม แต่ทุกคนไม่ให้เข้าบ้าน กระทั่งของฝากที่ซื้อไปเยี่ยมลูก เขาก็โยนทิ้งกันต่อหน้าต่อตา โทรศัพท์ขอคุยกับลูกเขาก็ไม่ให้ ไปหาลูกที่โรงเรียนอนุบาล คุณครูสงสารทุกคนแต่ก็ไม่กล้าให้พบลูก

คุณครูแจ้งว่าเพราะผู้ปกครองของเด็กสั่งว่าไม่ให้โรงเรียนอนุญาตให้ใครมาขอพบเด็ก เนื่องจากอาจลักพาตัวเด็กไป โรงเรียนจึงต้องปฏิบัติตามเพื่อมิให้เกิดปัญหาดังกล่าว มีแต่คนปลอบใจว่ารอให้ลูกโตขึ้นเขาคงมาหาแม่เอง แต่พี่ทรมานมากเพราะได้สอบถามคนข้างบ้านย่า ทราบว่าลูกสาวเป็นเด็กที่ร้องกวนมากจนถูกตีเป็นประจำ

ปัญหาของพี่ตอนนี้คือ ทำอย่างไรจะมีโอกาสพบลูกบ้าง อย่างน้อยอาทิตย์ละครั้งก็ยังดี ถ้าจะเข้าไปในบ้านย่าเพื่อพบลูก แต่โดยเขาไม่อนุญาตให้เข้าจะมีความผิดไหม ถ้าพาตำรวจไป เป็นเพื่อนด้วยทำได้หรือไม่ ตอนนี้ทราบว่าสามีทำเรื่องจะย้ายไปอยู่ต่างประเทศ ถ้าสามีพาลูกไปด้วย พี่มีสิทธิห้ามเอาลูกไปต่างประเทศได้หรือไม่

ปรานี
สิทธิในการเยี่ยมเยียนและติดต่อบุตร (Visitation right) นั้นเป็นสิทธิขั้นมูลฐานของบิดาหรือมารดาที่ไม่มีอำนาจปกครองบุตร ซึ่งได้มีบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1584/1 ว่า บิดาหรือมารดาย่อมมีสิทธิติดต่อกับบุตรของตนไ ด้ตามสมควรแก่พฤติการณ์ ไม่ว่าบุคคล ใดจะเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองหรือผู้ปกครองก็ตาม

จึงเห็นได้ว่าบทบัญญัติมาตรา 1584/1 แม้บิดาหรือมารดาจะไม่มีอำนาจปกครองบุตรก็ตาม แต่ยังมีสิทธิติดต่อกับบุตรของตนได้ตามพฤติการณ์ ดังนั้นการที่ศาลพิพากษาให้บิดามารดาหย่าขาดจากกัน และมีคำสั่งให้บิดาเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรก็ตาม มารดาก็ยังมีสิทธิที่จะเยี่ยมเยียนและติดต่อกับบุตรได้. สิทธิในการเยี่ยมเยียนและติดต่อกับบุตรนั้น ไม่ได้หมายถึงแต่การมาเยี่ยมเยียนบุตร ณ ที่พักอาศัยของบุตร แต่ยังรวมถึงการมาพบปะติดต่อสัมพันธ์กับบุตร ณ สถานที่อื่นๆ ชั่วระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง รวมทั้งการติดต่อสื่อสารทางจดหมาย โทรศัพท์หรือวิธีอื่นใด

คุณไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับ คำสั่งของศาลที่ถอนอำนาจปกครองบุตรของมารดาว่า ศาลได้จำกัดสิทธิมารดาไว้อย่างไรหรือไม่ แต่โดยทั่วไป ศาลมักจะไม่จำกัดสิทธิเยี่ยมเยียน และติดต่อกับบุตร เพราะการที่บิดาหรือมารดาที่ไม่มีอำนาจปกครองบุตรมาติดต่อเยี่ยมเยียนบุตร จะมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสุขภาพทางจิตใจของบุตรที่บิดามารดาต้องแยกทางกัน

อย่างไรก็ตามเคยมีคดีฟ้องร้องกันในต่างประเทศ ที่เคยจำกัดสิทธิของมารดา ในการพบปะกับบุตร โดยบิดาอ้างเหตุมารดาจงใจละทิ้งร้างไปอยู่กับชายชู้โดยเปิดเผย ส่วนศาลไทยเท่าที่ตรวจสอบคำพิพากษาศาลฎีกายังไม่มีการจำกัดสิทธิดังกล่าว สำหรับบิดาหรือมารดาที่ถูกถอนอำนาจปกครองบุตร

ดิฉันรู้สึกเห็นใจบิดาหรือมารดาที่ถูกขัดขวางไม่ให้พบกับบุตรอย่างยิ่ง เพราะในสมัยที่ดิฉันรับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ที่ประสบปัญหาครอบครัว พบว่าปัญหาการถูกกีดกันขัดขวางไม่ให้อีกฝ่ายหนึ่งได้พบบุตรมีอยู่เป็นประจำ และในจำนวนนั้น พบว่ามักมีคดีติดตัวมาด้วย เพราะเข้าไปโดยพลการจนถูกแจ้งความว่าบุกรุก หรือบางครั้งเข้าไปแล้วเกิดภาวะอารมณ์โกรธหรือโมโห ไปทะเลาะทุบตีทำร้ายในบ้านของเขาจนเกิดเป็นคดีดูหมิ่น หรือทำร้ายร่างกาย

ดังนั้นในกรณีทั่วไปหากบิดาผู้ใช้อำนาจปกครองบุตร หรือผู้ปกครองบุตร ทำการขัดขวางมิให้มารดาซึ่งถูกถอนอำนาจปกครองบุตรใช้สิทธิที่จะติดต่อกับบุตรของตน แม้มารดาซึ่งถูกขัดขวางจะมีสิทธิตามมาตรา 1584/1 ก็ตาม แต่ก็ควรนำมาฟ้อง หรือร้องขอต่อศาล เพื่อขอให้บังคับตามสิทธิของตน จะใช้สิทธิโดยวิธีบุกเข้าไปในบ้านที่บุตรพักอาศัย เพื่อเยี่ยมเยียนบุตรไม่ได้ แม้จะขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปเป็นเพื่อนด้วยก็ตาม

ในกรณีที่มารดาไม่มีอำนาจปกครอง และบิดาผู้ใช้อำนาจปกครองบุตรจะนำบุตรไปอยู่ต่างประเทศ แม้ทำให้มารดาไม่อาจใช้สิทธิที่จะติดต่อเยี่ยมเยียนบุตรได้โดยสะดวกนั้น การพาลูกไปอยู่ต่างประเทศยังไม่ถือว่าเป็นการขัดขวางการใช้สิทธิของมารดา เพราะบุตรผู้เยาว์ต้องถือภูมิลำเนาของบิดา ซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครอง มารดาจะมาร้องขอต่อศาลให้มีคำสั่งห้าม มิให้นำบุตรออกนอกราชอาณาจักรไม่ได้ หนทางแก้ไขคือมารดาที่เป็นผู้ที่ถูกถอนอำนาจปกครอง ต้องร้องขอต่อศาลขอให้ศาลคืนอำนาจปกครองให้แก่ตนดังเดิม โดยให้ศาลถอนอำนาจปกครองของบิดาเสีย บิดาจึงจะไม่มีสิทธินำเด็กออกไปอยู่ต่างประเทศได้.



จาก : webmaster - 13/08/2002 19:26

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server