|
หัวข้อ : ขอคุ้มครองชั่วคราว ระหว่างฟ้องหย่า ข้อความ : ขณะนี้ครอบครัวดิฉันกำลังประสบปัญหาแยกกันอยู่กับสามี ซึ่งต้องการหย่ากับดิฉัน แต่ต่างตกลงเรื่องลูกและทรัพย์สินไม่ได้ จึงรอดูสถานการณ์ไปก่อน ปรากฏว่าดิฉันสืบทราบว่าสามีได้แอบโอนที่ดินหลายแปลงไปใส่ชื่อของผู้อื่น รวมทั้งปิดบัญชีธนาคารที่เคยฝาก คิดว่าสามีคงเตรียมทางหนีทีไล่ หากดิฉันฟ้องหย่าจะทำให้ทรัพย์สินที่เป็นชื่อของสามี ซึ่งดิฉันไม่ได้ช่วยหาถูกแบ่งให้แก่ดิฉันด้วย ดูแล้วอาจถูกต้องที่ดิฉันไม่ได้ช่วยหาเพราะเป็นแม่บ้านไม่มีรายได้ เพราะตอนแต่งงานใหม่ ๆ สามีให้ทำหน้าที่แม่บ้านอย่างเดียว เมื่ออายุมากจึงไม่มีงานทำ ไม่มีรายได้ จึงคิดว่าดูไม่เป็นธรรมสำหรับผู้หญิงที่หย่ากับสามีแล้ว มีอาชีพแม่บ้านอย่างเดียว อยากทราบว่า 1. ทรัพย์สินที่สามีหามาได้ภายหลัง โดยดิฉันไม่ได้มีรายได้หรือไม่มีส่วนช่วยเงินทองในการหาซื้อมา จะมีส่วนแบ่งบ้างหรือไม่ ถ้าในระหว่างที่มีการฟ้องร้อง จะป้องกันอย่างไรไม่ให้สามีขายทรัพย์สินเหล่านี้ไปเสียก่อนที่ศาลจะตัดสิน 2. กว่าคดีเสร็จต้องใช้เวลานานมากแค่ไหน และระหว่างที่ศาลยังไม่ตัดสิน หากดิฉันหางานทำไม่ได้ ยังมีสิทธิขอค่าเลี้ยงดูลูกจากสามีได้หรือไม่ เพราะขณะนี้ลูกอยู่ด้วยทั้ง 2 คน ปราณี ลำพูน ทรัพย์สินที่สามีหรือภริยาแต่ละฝ่าย ทำมาหาได้ในระหว่างสมรสเป็นสินสมรสทั้งสิ้น โดยไม่ต้องคำนึงว่าฝ่ายใด มีส่วนร่วมในการทำมาหาได้นั้นหรือไม่ โดยมีผู้เปรียบการสมรสว่า เสมือนการเข้าเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ สินสมรสจึงเป็นกำไรที่หุ้นส่วนหามาได้จึงควรเป็นเจ้าของร่วมกันทั้งสามีภริยา แม้สามีภริยาแยกกันอยู่ เป็นแม่บ้านพ่อบ้านที่ไม่มีรายได้ หรือบวชเป็นพระภิกษุ ตราบใดที่ยังไม่ได้หย่ากันทรัพย์สินที่หามาได้ ในระหว่างนี้เป็นสินสมรส หากการสมรสสิ้นสุดลงด้วยการตาย การหย่า หรือศาลมีคำพิพากษาให้การสมรสสิ้นสุดลง สินสมรสต้องมีการแบ่งคนละครึ่งระหว่างสามีภริยา สำหรับคดีที่มีการฟ้องร้องกัน และอยู่ในระหว่างการดำเนินคดี ซึ่งยังไม่ทราบว่าผลของคำพิพากษาถึงที่สุดเป็นอย่างไรนั้น หากระหว่างคดีน่าจะมีความเสียหายเกิดขึ้น ซึ่งหากศาลตัดสินให้ชนะคดีไม่อาจดำเนินการบังคับคดีได้ เพราะได้มีการทำลาย ยักย้าย ถ่ายเทไปจนหมดสิ้นแล้ว ต้องรอจนกว่ามีทรัพย์สินให้บังคับคดีได้ ซึ่งเขาคงป้องกันมิให้ทราบอีกเช่นกันว่าไปสร้างทรัพย์สินใหม่ไว้ที่ไหนบ้าง จึงได้มีมาตรการขอคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างคดีเกิดขึ้น เช่น สัญญาซื้อขายที่ดิน ผู้ซื้อจ่ายเงินแล้วบางส่วน แต่ผู้ขายยังไม่ยอมไปดำเนินการโอน หากผู้ขายฟ้องบังคับให้โอนขายตามสัญญา ก่อนฟ้องคดีสามารถขออายัดที่ดิน ตามสัญญาซื้อขายนั้นไว้ก่อน หรือเมื่อฟ้องคดีไปแล้วสามารถร้องขอให้ศาลมีคำสั่งอายัดที่ดินไว้ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา เพื่อป้องกันมิให้จำเลยโอนที่ดินไปให้ผู้อื่น ทั้ง ๆ ที่แม้โจทก์ที่ชนะคดีมีสิทธิติดตามคืนมาได้ แต่ต้องใช้วิธีฟ้องร้องติดตามคืนซึ่งเสียเวลาและค่าใช้จ่าย เช่นเดียวกันในคดีฟ้องหย่าทั้งหลาย คู่กรณีสามารถร้องขอให้ศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างคดีได้ จาก : webmaster - 13/08/2002 19:29 |