Let's go!!!!!

หัวข้อ : ใครมีเรื่อง coin แบบเต็มๆ บ้าง
ข้อความ : หา coin แบบครบๆ อ่านไม่ได้อ่ะ ใครมีช่วยลงให้ด้วย ไม่ก็ เมลล์มาตาม เมลล์ที่ให้ไว้ หรือ บอกแหล่งที่มีแบบครบๆ ให้เราก็ได้ ขอบคุณหลายๆ เออ.. ฝากตัวด้วยคนนะจ๊ะ เราชื่อ shiori โผล่มาเป็นครั้งแรก thanks จ้า >_< ปล. อยากอ่าน coin มากๆ bye

จาก : shiori - - le_pair@yahoo.com - 14/12/2002 10:19

ข้อความ : Coin
By Zakuro
Side 1:
“นั่น! ประธานมานู่นแล้วแน่ะ”
“จะเฮ้ย! เวรแล้ว เก็บเร็ว” เมื่อได้ยินคำเตือน เด็กนักเรียนอีกคนก็รีบเก็บหนังสือ…เอ่อ…สื่อลามกง่ะ…ลงไปอย่างรวดเร็ว
“เอาออกมาซะ ไอ้ที่ซ่อนเมื่อกี้นี้น่ะ” Niikura Kaoru หรือประธานนักเรียนรุ่นปัจจุบันพูดสั่งเสียงเข้ม สายตากวาดมองอย่างรู้เท่าทัน จนผู้กระทำความผิดต้องยอมหยิบยื่นให้แต่โดยดี
“หือ?…สื่อลามก…นาย…Takasaki ใช่มั้ย? ติดทัณฑ์บนไว้ ถ้ายังอยากได้คืนก็ไปรับที่ห้องปกครองเอาเองนะ” เด็กหนุ่มพูดด้วยท่าทีเฉยชา หยิบหลักฐานแล้วออกเดินไป
“โหย…โคตร…เสือกจำชื่อ Gu ได้อีก คนแบบนี้ก็เหมาะจะเป็นประธานนักเรียนอยู่หรอกนะ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายลับตาไป คำบ่นก็หลุดออกมาเป็นชุด
“นั่นสินะ หน้าตาดี มาดเนี้ยบ รอบคอบ ตรงไปตรงมา เคร่งครัดในกฎระเบียบ ขรึม ใจเย็น ไม่รวมเรื่องหัวดีอีกนะ…อะไรจะสมบูรณ์แบบขนาดนั้นวะ” อีกคนวิจารณ์อย่างทึ่ง
“ใช่ แล้วทั้งหมดนั่น…ก็ทำให้มีแต่คนหมั่นไส้ซะด้วยสิ อยู่ปี 2 แต่ได้เป็นประธานนักเรียน…สังหรณ์ว่ะ…หากสักวันพลาดเองขึ้นมา…ได้เจอดีแน่”

* * * * *

“Niikura จ๊ะ ท็อปอีกแล้วนะ เธอนี่เยี่ยมจริงๆ รักษาระดับเอาไว้นะ ครูจะช่วยเรื่องทุนเรียนของเธอในปีหน้าให้เต็มที่เลย ตอนนี้คู่แข่งเธอสู้ไม่ได้แล้วล่ะจ้ะ” อาจารย์ประจำชั้นหญิงวัยกลางคนท่าทางใจดีชมพร้อมรอยยิ้ม
“ขอบคุณมากครับ” เด็กหนุ่มยิ้มรับ นัยตามีประกายวาวแสงด้วยความดีใจ…ทุนเรียน…ใช่แล้ว…มันสำคัญสำหรับเขามาก สำหรับเด็กนักเรียนที่ฐานะทางบ้านย่ำแย่อย่างเขาแล้ว หากได้ทุนก็ทุ่นค่าใช้จ่ายไปมาก คำพูดของอาจารย์ที่ปรึกษายิ่งทำให้เขาสบายใจ จนไม่นึกสังหรณ์เลยว่า…วันนี้อาจเกิดอะไรที่เปลี่ยนแปลงเขาอย่างใหญ่หลวง

* * * * *

“มีเรื่องดีๆ อะไรเหรอ? Kao_kun” เด็กสาวคนหนึ่งถามขึ้นพร้อมรอยยิ้ม สำเนียงฟังดูแปร่งๆ หูพิกล
“อ๋อ อาจารย์บอกว่าจะติดต่อเรื่องทุนให้น่ะ บี จั ง (หุหุ)” Kaoru ตอบแล้วยิ้มให้ บีจัง คือนักเรียนแลกเปลี่ยนที่มาจากประเทศไทยซึ่งสนิทกับเขาที่สุด
“ยินดีด้วยนะ” บีจังยิ้มตอบ
“อื้อ” Kaoru ตอบรับ
“เออนี่ เราทำขนมมา ฝากถึงคุณแม่ด้วยนะ” บีจังพูดขึ้นแล้วล้วงหาห่อขนมที่อยู่ในกระเป๋าแล้วจึงส่งให้ Kaoru
“ขอบใจมากนะ” Kaoru พูดขอบคุณ…ช่างมีแต่เรื่องดีๆ จริงเลยนะ…

* * * * *

- เวลาประมาณ 23 นาฬิกา -
“ยินดีต้อนรับครับ!” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยประโยคตามนโยบายพนักงานของร้านอย่างชาชินทั้งที่ยังก้มหน้าก้มตาเช็ดเคาน์เตอร์คิดเงินอยู่ หากผู้มาเยือนที่คราแรกเข้ามาด้วยความเบื่อหน่ายกลับแสยะยิ้มขึ้นทันที
“รับซาลาเปาเพิ่มมั้ยครับ?” ร่างบางท่องตามไดอะล๊อกที่แม้ว่าตัวเขาจะรู้สึกว่ามันสิ้นคิดแค่ไหนก็ตาม
“ไม่ล่ะครับ” ทันทีที่เสียงตอบดังขึ้น Kaoru หรือพนักงานร้านถึงกับเงยหน้าขึ้นมองทันที
“น-นาย…อะ…Andou” Andou Daisuke หรือ Die หัวหน้าแก๊งใหญ่ของโรงเรียนยิ้มรับ หากเป็นรอยยิ้มที่ทำเอา Kaoru หน้าซีด Die กับเขาเหมือนเป็นเหรียญคนละด้าน และแน่นอนว่าคนที่ทำหน้าที่คุมกฎของโรงเรียนอย่างเขากับ Die ผู้แหกกฎอยู่เสมอๆ นั้นไม่มีทางญาติดีกันได้เลย
“ใช่แล้ว ประธาน Niikura…อยากรู้จังว่า ถ้าเรื่องที่นายทำงานพิเศษที่นี่ไปถึงโรงเรียน…มันจะเป็นยังไง” ชายหนุ่มผมแดงเอ่ยกลั้วเสียงหัวเราะเบาๆ อย่างผู้ได้เปรียบ…แน่นอน…ทำไมจะไม่ได้เปรียบในเมื่อ…โรงเรียนของเขามีมาตรการลงโทษนักเรียนที่ทำงานพิเศษถึงขั้นไล่ออก หากถูกไล่ออกแล้ว การหาโรงเรียนใหม่คงยิ่งกว่ายาก ยิ่งเขาที่ฐานะไม่ดีอยู่แล้ว…เขาเองก็รู้ว่าเสี่ยงแค่ไหน แต่ถ้าไม่ทำแล้วล่ะก็ ก็จะไม่มีเงินจ่ายค่ายารักษาของแม่ ไม่มีเงินที่จะใช้เป็นค่ากินค่าอยู่ กระนั้นเขาก็อยากจะเรียนเพื่ออนาคตที่ดีกว่านี้ เพื่อที่แม่จะไม่ต้องลำบากอีก
“น-นาย…อย่าทำแบบนั้นนะ” Kaoru ระล่ำระลัก นี่เขาจะทำอย่างไรดี…เขาได้ทำสิ่งที่ผิดพลาดครั้งยิ่งใหญ่ไปเสียแล้ว
“ไม่มีทาง” Die ตอบสั้นๆ สีหน้าของ Kaoru ยิ่งซีดเซียวลงไปอีก
“ข-ขอร้อง…จะ…จะให้ชั้นทำอะไรก็ได้ แต่ขอเถอะ ปิดเรื่องนี้ไว้เป็นความลับที” Kaoru พยายามเจรจาโดยหารู้ไม่ว่า…เขาได้ก้าวเข้าสู่แดนอันตรายเสียแล้ว
“อะไรก็ได้เหรอ?” Die ย้อนคำพร้อมรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ…ใช่แล้ว…เขาถูกใจคนตรงหน้านี้มาเนิ่นนาน เรียกได้ว่าอยากลองได้มาเป็นของตนเองดูเลยเสียด้วยซ้ำและเวลานี้…ช่างประจวบเหมาะ
“อ-เอ๋? อือ…ทุกอย่าง ถ้าหากชั้นทำได้” Kaoru รับคำ ยังงงๆ อยู่ว่าทำไม Die ต้องยิ้มแบบนั้น แม้จะสังหรณ์ไม่ดี แต่ก็ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว
“ถ้างั้นเลิกงานเดี๋ยวนี้ แล้วไปกับชั้น” Die ออกคำสั่ง Kaoru ได้แต่ยืนเก้ๆ กังๆ อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินไปบอกพนักงานเพื่อนร่วมงานอีกคนที่จัดของอยู่ แล้วเปลี่ยนชุดออกมาหา Die ที่หน้าร้าน
“จะพาชั้นไปไหน!!?” Kaoru ร้องขึ้นเมื่อถูกกระชากให้เดินตาม แม้จะอยากวิ่งหนีแต่ก็ไม่ทำ หากทำ…ทุกอย่างต้องพังลงที่นี่แน่ๆ…มันจะต้องไม่เป็นเช่นนั้น

- END Side 1 -

กริๆๆๆ มีแจมช็อคอีกแล้ว เหอๆ

เรื่องใหม่อ่ะ ให้อ่านเป็น Sample หากเรื่อง Cage หรือ BR จบเมื่อไร จะมาต่อเรื่องนี้นะ

Coin
By Zakuro
Side 2:
“ที่นี่?” Kaoru พึมพำก่อนจะถูกผลักเข้าไปหลังประตู Die ตามเข้าไปและล็อคประตูตาม
“ห้องพักชั้นเอง” Die เฉลย Kaoru หันมามองเขาทันที สีหน้าบ่งบอกว่าไม่เข้าใจสิ่งที่ Die คิดจะทำ
“แล้วไง? พามาห้องนายทำไม? จะให้ชั้นทำความสะอาดให้หรือไง?” Kaoru ตั้งสติและเริ่มกลับเข้าสู่โหมดปกติของตน น้ำเสียงเรียบนิ่ง สายตาก็กวาดมองไปทั่ว…ห้องพักกว้างน่าอยู่ ดูสะอาดสะอ้านมีระเบียบอย่างไม่น่าเชื่อ ที่ที่เขายืนอยู่เหมือนจะเป็นช่วงของห้องนั่งเล่นเพราะมีโซฟาเล็กๆ และทีวีอยู่ แถมยังมีห้องย่อยๆ อีก 2 ห้อง คงเป็นห้องน้ำกับห้องนอน ลองมีห้องพักแบบนี้ ฐานะของ Die คงดีกว่าเขาหลายขุมอยู่
“หึๆ ไม่ต้องหรอก สิ่งที่นายต้องทำ…แค่สนองตอบชั้นก็พอ”
“เอ๋? หมายควา- อุ๊บ!” Kaoru หันไปเตรียมจะถามความหมายของประโยคแปลกๆ เมื่อครู่ หากเมื่อริมฝีปากของ Die ที่ฉกลงมาขโมยจูบของเขาอย่างเร่าร้อนและรุนแรง ก็ทำให้เขาได้รับคำตอบทันทีโดยที่เขาไม่ต้องถามและ Die ไม่ต้องตอบ เมื่อ Die ผละออกไป Kaoru ประคองตัวเองไม่อยู่ แข้งขาอ่อนจนทรุดฮวบลงไป โชคดีที่ Die เอื้อมไปโอบเอวบางนั้นไว้ได้ทัน Kaoru จึงไม่ล้มลงไป แต่มือทั้งสองก็เอื้อมโอบ Die เอาไว้แน่นอย่างลืมตัว เมื่อตั้งสติได้ก็รีบผลุนผลันออกห่าง Die ทันที
“นายทำอะไร!?” Kaoru ตวาดทั้งที่เสียงยังสั่นพร่า สีหน้าแลดูไม่ดีนัก
“อย่าบอกนะว่านายไม่รู้” Die ตอบกลับ Kaoru เริ่มถอยห่างจากเขาออกไปเรื่อยๆ โดยลืมไปว่าการทำแบบนั้นคือการก้าวเข้าไปในห้องลึกขึ้น Die บีบ Kaoru ด้วยการก้าวเท้าเข้าหา ร่างบางนั้นสะดุ้งโหยงเมื่อแผ่นหลังของตนชนฝาเข้าแล้ว นั่นหมายถึง…ไม่มีทางหนีอีกต่อไป
“ชั้นไม่เข้าใจ นายจะทำอะไร? นายต้องการอะไรกันแน่?” Kaoru ถามออกไป ใจก็กลัวว่าจะถูกจับตัวได้ สิ่งที่ Die คิดจะลงมือทำกับเขา หากเป็นดังที่เขาคาดเดาเอาไว้ มันคงไม่ดีแน่ ในเมื่อทั้ง Die และเขาเองต่างก็เป็นผู้ชายเหมือนกัน
“ต้องการนายให้มาเป็นของชั้นไงล่ะ” คำเฉลยด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นของ Die เหมือนจะเน้นย้ำว่าการคาดเดาของ Kaoru ถูกต้อง ร่างบางแทบทรุด หากก็ยังพยายามพยุงร่างของตนเอาไว้ด้วยสีหน้าซีดเซียว ไม่สู้ดีนัก
“จะ…จะบ้ารึไง!? นายเป็นผู้ชาย ชั้นก็เป็นผู้ชายนะ!” Kaoru ตวาดลั่น น้ำเสียงเจือไปด้วยความหวาดกลัวอันล้นเปี่ยม รู้สึกหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก
“เรื่องนั้น…Kaoru นายเองก็รู้นี่ว่ามันไม่จำเป็น” Kaoru แทบจะกรีดร้องออกไปให้ดังที่สุด เมื่อ Die สาวเท้าเข้ามาหาเขาและช้อนร่างของเขาขึ้นอุ้ม
“อย่า! ปล่อยชั้นนะ!” Kaoru ร้องลั่น ร่างบางดิ้นขลุกขลักไปมา พยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนเต็มที่เพื่อหนีไปจากร่างสูงที่มีเจตนาไม่ดีต่อเขา
“ยอมชั้นซะ แล้วความลับของนายก็จะเป็นความลับต่อไป” Die พูดขึ้นลอยๆ เป็นคำขู่ที่ทำเอา Kaoru ชะงัก นิ่งงันไปทันที ร่างบางมัวไตร่ตรอง จนร่างถูกวางลงบนฟูกเตียงนุ่มๆ นั่นเองจึงเริ่มต้นขัดขืนอีกครั้งพร้อมเอ่ยประโยคที่ใช้เวลาอันน้อยนิดคิดออกมาในขณะที่ Die ขึ้นทาบทับเขาเอาไว้แล้ว
“ไม่! ไม่ใช่แบบนี้! ขอร้องล่ะ อะไรก็ได้ที่ไม่ใช่แบบนี้!” Kaoru ยกมือขึ้นยันแผ่นอกอีกฝ่ายให้ออกห่าง เหงื่อผุดโทรมกายเพราะเกรงกลัวร่างที่อยู่เบื้องบน
“นายบอกก่อนแล้วว่าอะไรก็ได้ ชั้นถือว่าครั้งแรกที่พูดเป็นสัญญาที่นายได้ทำกับชั้นแล้ว” Die ตอบกลับแล้วถอดเสื้อของอีกฝ่ายออก Kaoru พยายามต้านแต่ก็สู้แรง Die ไม่ได้ มือของ Die เอื้อมไปกระตุกยางมัดผมของ Kaoru ออก ผมยาวสีดำสนิท แม้ไม่นุ่มเหมือนเส้นไหมหากก็ชวนให้สัมผัสนั้นแผ่สยายไปบนเตียงเพราะอาการดิ้นรนของเจ้าของของมัน
“ไม่! ชั้นไม่รู้ว่านายจะทำแบบนี้นี่! ปล่อยนะ! ปล่อย!!! อย่า!!!” ฝ่าย Kaoru ร้องเสียงหลงพยายามดิ้นให้หลุดจากร่างสูงที่แข็งแรงกว่ามากมายเหลือเกิน หาก Die ก็ไม่ยี่หระกับมันนัก มือแกร่งเลื่อนไปปลดกางเกงและสิ่งกีดขวางที่เหลือทั้งหมดทั้งของตนและของ Kaoru มือเรียวเล็กกว่าพยายามยื้อแย่ง พยายามดึงรั้งไม่ให้อีกฝ่ายกระทำทุกอย่างได้โดยง่าย ทั้งๆ ที่รู้ดีว่านี่เป็นเพียงการต่อต้านที่แสนจะเล็กน้อยเหลือเกิน
“อื้อ! อย่า! อ-อึ๊!” Die เลื่อนขึ้นมาหมายจะจุมพิตริมฝีปากบางสีสดนั้น หาก Kaoru ก็พยายามเบี่ยงหน้าหลบไปมา แต่ Die ก็ดักได้ไปเสียทุกครั้ง จนในที่สุด Die ก็กระชากผมของ Kaoru ให้ใบหน้าคมสวยสะบัดเงยขึ้นเพื่อรับจูบจากเขา เปลือกตาของ Kaoru ปิดแน่น ร้องอืออาและพยายามหนีแม้ว่ากายจะสั่นระริกจนคุมไม่อยู่ หากก็ไม่มีอะไรดีขึ้นเนื่องมาจากวงแขนแกร่งที่โอบเอวบางไว้แน่นจนลอยจากฟูกเตียง Kaoru หมดทางต่อต้านอย่างสิ้นเชิง ริมฝีปากอุ่นชื้นของ Die ขบเล่นที่ติ่งหูนิ่ม ลากไล้สู่ลำคอระหงอย่างชำนาญ ฝ่ามือข้างหนึ่งลูบไล้ไปมาที่เรียวขาสวยพลางกระชับวงแขนแน่นขึ้นจนร่างที่เขาโอบเอาไว้เข้าแนบใกล้ชิดยิ่งกว่าเดิม ก่อนที่มือที่ลากไล้เล่นที่ต้นขาจะเลื่อนขึ้นสัมผัสจุดอ่อนไหวจนร่างบางกระตุกจากความเสียวซ่านของแรงอารมณ์
“ไม่…ได้โปรด…ไม่ใช่แบบนี้…ไม่ใช่…อะ…อย่า…อย่าทำแบบนี้…ขอร้อง…อย่า…” หยาดน้ำใสเอ่อล้นนัยตาสวยจนกลั่นหยดหลั่งรินลงมาเป็นทาง มือเล็กสั่นรัวทั้งที่ยังยันไหล่อีกฝ่ายเอาไว้ รู้ดียิ่งกว่าใครว่าตนกำลังคล้อยตามทุกอย่าง ซึ่งมันจะเป็นแบบนั้นไปไม่ได้…ไม่ได้เด็ดขาด…
“อย่าขัดขืน Kaoru” Die สั่งเสียงดุใส่ Kaoru ยิ่งสะอื้นหนักขึ้น ยังคงพยายามดิ้นรน หลีกหนีอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่ใจหมดหวังไปแล้ว
“อย่า A-Andou…ได้โปรด” Kaoru ยังคงพยายามอ้อนวอนร้องขอต่างๆ นานา
“Die” Die ย้ำเสียงเป็นเชิงสั่งให้ Kaoru เรียกเขาเช่นนั้น
“อึก…Die…ได้โปรด…ปล่อยชั้น…ปล่อยชั้นเถอะ” Kaoru ยอมตามแต่ก็ยังร้องขอความเมตตาอยู่ร่ำไป แม้ว่าเวลานี้หาก Die ยอมปล่อยเขา เขาก็คงลำบากพอดู Die ตัดสินใจจะตัดสติของ Kaoru ให้พ่ายไป ริมฝีปากและปลายลิ้นอุ่นเข้าครอบครองจุดอ่อนไหวแทนฝ่ามือและเรียวนิ้วเพื่อทำหน้าที่ปลุกอารมณ์ให้สิ้นแรงทัดทานอย่างแท้จริง ซึ่งก็เป็นไปตามนั้น
“อย่า!!! นิ้ว…อ-เอาออกไป…ไม่! เจ็บ Die! เจ็บ!…ไม่!!!” Kaoru ครางห้ามด้วยความตกใจเหมือนสติที่แตกพ่ายแรงอารมณ์ไปกลับคืนมาหมดภายในพริบตาเดียวเมื่อรู้สึกถึงการรุกรานที่เบื้องล่างที่สร้างความเจ็บปวดให้เพราะความไม่เคยชินของร่างกาย Die ไม่หยุดการกระทำนั้น แต่เร่งสัมผัสที่เบื้องหน้าให้รุนแรงขึ้นจน Kaoru สับสนในตัวเอง และในที่สุด Kaoru ก็ต้านแรงปรารถนาของตนไม่ได้ จวบจนร่างทั้งร่างได้รับความสุขจากการไปสู่จุดสูงสุดของอารมณ์นั้นจึงทิ้งลงนอนนิ่งพร้อมๆ กับที่ Die เองก็ถอนเรียวนิ้วออกไป ร่างของ Kaoru ถูกยกโอบขึ้นอีกครั้ง มือข้างหนึ่งของ Die ค่อยๆ จัดการแยกเรียวขายาวสวยของร่างบางออกจากกัน ฉับพลันการแทรกกายก็เริ่มขึ้นตามด้วยเสียงกรีดร้องของความทรมานที่ Kaoru เปล่งออกมาสุดเสียงที่มี ร่างทั้งร่างสั่นเกร็งอย่างช่วยไม่ได้ เจ็บเสียดไปทั้งสรรพางค์ เรียวนิ้วจิกเกร็งอยู่บนแผ่นหลังของ Die หลังจากรุกล้ำเข้าไปได้สำเร็จ การเลื่อนกายเพื่อเฟ้นหาความสุขของร่างสูงก็เริ่มขึ้น Kaoru ร้องครางราวกับจะขาดใจ น้ำตาพร่างพรูจากดวงตาคู่สวยที่หรี่ปรือราวกับจะไม่มีวันหยุด พอเจ็บก็เลยเกร็ง ยิ่งเกร็งก็ยิ่งเจ็บ เจ็บจนนาทีสุดท้าย Kaoru แน่นิ่งไปเมื่อ Die ปลดปล่อยอารมณ์สู่ร่างของเขา โลหิตสีแดงเข้มเปรอะเปื้อนอยู่ตามเรียวขาเล็กที่ไร้ซึ่งเรี่ยวแรงและผืนผ้าสีสวยที่ใช้ปูที่นอน
“…มัน…มันต้องไม่เป็น…แบบนี้…” Kaoru พึมพำเป็นประโยคสุดท้ายทั้งน้ำตาก่อนจะหมดสติไป

- END Side 2 -

จุ๊ๆๆ เงียบไว้ มันติดเรตอ่ะ กลัวหม่ามี๊รู้ (เด็กไม่ดีเลยแฮะเรา)




























Coin
By Zakuro
Side 3:
“…อ-อือ…” เสียงครางต่ำๆ ในลำคอพร้อมกับมือทั้งสองที่ยกขึ้นทาบแผ่นอกอีกฝ่ายโดยอัตโนมัติเพื่อต่อต้าน เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่น ก่อนนัยตาสวยจะได้เปิดรับแสงสว่างอีกครั้ง ร่างบางถูกกดทับเอาไว้พร้อมๆ กับที่ริมฝีปากได้รูปสวยของร่างสูงไล้เล็มไปตามสันคาง เลื่อนไปที่แก้มและลากลงมายังซอกคอขาว ร่างเปล่าเปลือยใต้ผ้าห่มผืนหนากระตุกอย่างแรงด้วยความตกใจ
“หยุด! หยุดนะ Andou!” Kaoru โวยวาย เริ่มออกอาการขัดขืน ดีดดิ้นไปมา
“โอ๊ย!”
“สมน้ำหน้า สังขารตัวเองยังไม่รู้จักเจียม” Die ละออกมาแล้วซ้ำเติม
“หุบปาก!” Kaoru กัดฟันด้วยความเจ็บใจแล้วพยายามดิ้นหนี Die อีกครั้ง
“ยังไม่สำนึกอีกรึไง? ว่านายอยู่ในสถานะอะไร?” Die ย้ำคำ Kaoru ชะงักก่อนจะหันกลับมามองเขาอย่างเย็นชา
“เบี้ยล่างกระมัง? แต่มันจบไปแล้ว Andou…มันจบแล้ว” Kaoru เน้นเสียงใส่หน้า Die ก่อนจะพยายามลุกหนีแต่ Die ก็ยึดร่างของเขาเอาไว้แน่น
“ไม่…มันยังไม่จบหรอก นายรู้ดีว่ามันยังไม่จบ” Die พูดขึ้นแล้วพลิกขึ้นมากด Kaoru ไว้อีกครั้ง ท่าทางบ่งบอกว่าโกรธและไม่พอใจมาก…แต่…เพราะอะไรล่ะ?…
“มันจบไปแล้ว จบ! นายได้ยินมั้ย? นายได้สิ่งที่นายต้องการไปแล้ว มันจบแล้ว นายได้แก้แค้นชั้นชนิดต้นทบดอก นายทำร้ายชั้นทั้งจิตใจและร่างกายในคราวเดียว แล้วอะไรล่ะที่มันยังไม่จบ!?” Kaoru ขึ้นเสียงตวาด Die ด้วยความอดกลั้นได้ถึงที่สุดไปแล้ว สีหน้าราวกับจะร้องไห้
“ข้อเสนอของชั้นไง ตราบใดที่ความลับของนายยังถูกชั้นกุมเอาไว้ นายก็ไม่มีสิทธิ์หนีชั้นไปไหน นายเป็นของชั้น Kaoru…เป็นของชั้น!” Die ตวาดกลับบ้างหากดูจะรุนแรงเป็นสองเท่าของ Kaoru เลยทีเดียว
“ไม่! หยุดนะ! หยุด! อย่า Andou!!!” Kaoru กรีดร้องลั่น Die ดูราวกับปีศาจร้ายที่พร้อมจะกลั่นแกล้งและทรมานเขาทุกเมื่อที่ต้องการ และเวลานี้ก็เช่นกัน Die ยื้อดึงแย่งผ้าห่มออกไป และพยายามจะปลุกปั่นอารมณ์ของเขาขึ้นมาอีกครั้ง สัมผัสที่รุนแรงและรู้สึกได้ถึงการคุกคามสร้างแต่ความรู้สึกหวาดกลัวให้ผู้ถูกสัมผัส ริมฝีปากบางของ Kaoru ถูกบดขยี้ด้วยริมฝีปากของ Die ครั้งแล้วครั้งเล่าจนช้ำแดง ผิวอ่อนเนียนที่หน้าอกถูกทำให้เกิดรอยอันน่าอับอายต่อสายตาผู้คนอีกนับสิบๆ รอย Kaoru อยากจะหนีไปให้พ้นๆ แต่เขาก็ได้พยายามแล้ว พยายามหนีอย่างถึงที่สุดแต่มันก็ไร้ผล Kaoru กลัวจนตัวสั่นเป็นลูกนก น้ำตาร่วงรินนองใบหน้า
* ก๊อกๆๆ * โชคดีเหลือเกิน ใครบางคนมาหา Die แต่เช้าตรู่และแน่นอนว่ามันได้ขัดจังหวะเข้าพอดีๆ จน Kaoru นึกขอบคุณ แต่เมื่อคิดดูดีๆ แล้ว หากมีคนมาเห็นเขาในเวลานี้…ไม่…
“ชิ!” Die สบถอย่างไม่พอใจและผละไปจากร่างของ Kaoru ลุกขึ้นใส่กางเกงแล้วเดินออกจากห้องนอนไป Kaoru รีบดึงผ้าห่มกลับมาคลุมร่างตนทันทีและพยายามซุกหน้าเพื่อหลบสายตาของใครก็ตามที่กำลังจะเข้ามาและอาจพบเขาได้
“ไง! เปิดช้าเชียว ปกติออกจะเร็วนี่…หรือว่า…กำลังเพลิดเพลินกับอะไรอยู่น้อ~”
“มีอะไร Totchi” เสียงของ Die ที่เอ่ยกับอีกฝ่ายฟังดูกร้าวๆ ไม่คุ้นหูผู้ฟังนักจนชายหนุ่มร่างสูงเพรียวผู้มาเยือนหันมามองอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนจะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์
“อ้อ…แสดงว่ามีของเล่นถูกใจอยู่ล่ะสิ พอถูกขัดจังหวะเลยอารมณ์เสียได้ขนาดนี้ เห็นทีต้องดูให้เห็นกับตาล่ะว่าสวยเซ็กซี่แค่ไหน” Toshiya ว่าพลางเดินนำไปที่ห้องนอนทันที เขาเห็นเพียงใครบางคนที่คุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มเท่านั้น ส่วน Die ก็รีบสาวเท้าเดินตามมาอย่างรวดเร็ว ฝ่าย Kaoru นั้นรู้จัก Toshiya เป็นอย่างดี เพราะ Toshiya เป็นรองหัวหน้าแก๊งของ Die ที่มีปัญหากับเขาบ่อยมาก แม้จะไม่บ่อยเท่า Die ก็ตามที ตอนนี้เขาได้แต่ภาวนาให้ Toshiya ละความสนใจไปจากเขาโดยเร็ว
“ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มอีก ไม่ต้องอายหรอกน่า ลอง Die หิ้วมาถึงห้องล่ะก็ เธอก็มั่นใจได้แล้วว่าสวยสุดยอดประมาณ Top model ของโลกได้” Toshiya พูดพร้อมกับมือที่กระชากผ้าห่มออกอย่างรวดเร็ว Die ไม่เอ่ยห้ามแต่อย่างใด กลับยืนพิงกรอบประตูมองเฉยๆ ทันทีที่ผ้าห่มถูกดึงออก Toshiya ถึงกับอึ้งตะลึงไป Kaoru พยายามยกมือขึ้นปกปิดใบหน้าของตน นอนตะแคงข้างเพื่อหลบจากสายตาของอีกฝ่ายอย่างเต็มที่ พยายามใช้เส้นผมของตนให้เป็นประโยชน์เพื่อปิดบังตนเอง
“ประธาน Niikura” น้ำเสียงของ Toshiya ฟังดูแปลกใจระคนตกใจ Kaoru สะดุ้งเฮือก…Toshiya รู้…รู้ว่าเป็นเขา
“โอ้โฮเฮะ เซอร์ไพรส์สุดๆ เลยนะ Die…เอ…ดูเหมือนจะได้ลองลิ้มชิมรสไปแล้วซะด้วยสิ…อร่อยมั้ย?” Toshiya มองเรือนร่างของ Kaoru อย่างละเอียดถีถ้วนจนไปสังเกตเห็นรอยเลือดที่เรียวขาขาวและบนเตียง บวกกับท่าทางของ Die และ Kaoru ทำให้เดาได้ไม่ยากเลย
“ก็ดี…เป็นของกินเล่นที่รสดีทีเดียว” Die ตอบสบายๆ…แต่…ของกินเล่น…มันหมายความว่าอย่างไร!?…Kaoru ยังคงกัดฟันทนฟังคำสบประมาทนั้นอยู่เงียบๆ
“ขอชั้นชิมดูหน่อยได้มั้ย? นะๆ นะ Die น้า~ แค่ชิมดูเอง…อยากจะลองแกล้งเอาคืนหมอนี่สักครั้งมานานแล้ว” Toshiya เริ่มออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน ชายหนุ่มผมแดงยืนนิ่งคิด แต่ผู้ที่กำลังจะถูกข่มเหงนี่สิ…จะทนอยู่เฉยอยู่ได้อย่างไร…
“ไม่! หยุดนะ! พวกนายบ้าไปแล้วรึไง!?” Kaoru โวยวายพร้อมกับลุกพรวดพราด แต่ก็ถูก Toshiya คว้าตัวกลับลงมาและกดเอาไว้แนบกับฟูกเตียงนุ่มนิ่มเหมือนเดิม หากครานี้ Kaoru ไม่สามารถตะแคงข้างหลบอีกแล้ว ใบหน้าคมสวยภายใต้กรอบผมสีดำซีดสนิทด้วยความตื่นตระหนก
“ว่าไง Die?” Toshiya เร่งถาม Die อีกครั้ง
“ก็ได้ แต่ชั้นจะดูอยู่อย่างนี้แหละ ถ้าชั้นบอกให้หยุดก็ต้องหยุด ตกลงมั้ย?” Die พูดขึ้นหลังจากได้ตัดสินใจแล้ว
“ว้า~ แหม…ก็ได้ แต่ถ้าอยากร่วมวงเมื่อไร…ก็เชิญได้เลยนะ”

- END Side 3 -

3P…ไม่ 3P…3P…ไม่ 3P…3P…ไม่ 3P…3P…ไม่ 3P…3P…ไม่ 3P…3P…ไม่ 3P…3P…
…อื้ม…
…ไม่ 3P…แฮะ (นั่งดึงกลีบดอกไม้เสี่ยงทายอยู่)
ติดเรตแค่นี้พอแล้วน้า~ ถ้า 3P เห็นที…- -;; (แต่งได้หรอกนะ แต่…)
ไม่รู้ทำไม พอเป็น Kaoru ทีไรจะหาวิธีมากลั่นแกล้งได้เยอะสุดๆ ทุกทีซิน่า (เห็นด้วยมั้ย?)


Coin
By Zakuro
Side 4:
“อย่า…โอ๊ย! หยุด! หยุดเถอะ! ได้โปรด! ม-ไม่!” เสียงครางเบาๆ ของ Kaoru ดังเรื่อยไปกับริมฝีปากและฝ่ามืออุ่นร้อนของ Toshiya ไล้เล่นไปทั่วร่างของเขา ก่อนจะกรีดร้องลั่นเมื่อรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่ปลาบแล่นขึ้นมาจากเบื้องล่าง เรียวนิ้วแกร่งของ Toshiya กำลังดันแทรกเข้ามาในร่างของเขาทีละน้อย แต่ก็เหมือนการซ้ำแผลเก่าที่ Die ทำเอาไว้ เจ็บจนน้ำตาซึม ร่างทั้งร่างสั่นระริก ไม่สามารถขัดขืนหรือต่อสู้อะไรได้ เพราะข้อมือถูกรวบและผูกเอาไว้กับหัวเตียง แน่นจนบาดข้อมือ ขณะเดียวกันชายหนุ่มผมแดงก็ยืนพิงกรอบประตูดูอยู่นิ่ง ไม่แม้แต่จะขยับไปไหน Kaoru ทั้งเจ็บใจทั้งอับอาย ได้แต่กัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อระบายความคับแค้นใจของตน พยายามเก็บกลั้นน้ำตาที่จะแสดงความอ่อนแอของตนเอาไว้
“ไม่น่าเชื่อ…สวยจริงๆ…ประธาน Niikura…ไม่น่าเชื่อว่าคนอย่างนายจะมีร่างกายที่น่าหลงใหลขนาดนี้” Toshiya เอ่ยชมด้วยน้ำเสียงทึ่ง แต่เป็นคำชมแรกที่ Kaoru เกลียดจนจับใจ เขาสะบัดใบหน้าหนี Toshiya ไปอีกทางซึ่งมันทำให้อีกฝ่ายหงุดหงิดในความหยิ่งยโสนั้น การกระทำของ Kaoru เหมือนจะท้าทายให้เขาทรมานทรกรรมให้หนักขึ้นกว่าที่เป็นอยู่นี้
“อ๊ะ! อย่า! อย่า! อย่านะ! ได้โปรด! หยุด! พอที!” Kaoru ร้องลั่นเมื่อจู่ๆ Toshiya ก็เพิ่มแทรกจำนวนนิ้วที่อยู่ในร่างของเขาขึ้นมาอีกหนึ่ง เรียวขาขาวนวลจิกเกร็ง ปฏิกิริยานั้นอย่างน้อยๆ ก็ทำให้ Toshiya รู้สึกสะใจ ปลายลิ้นของ Toshiya ยังคงเล่นล้ออยู่กับยอดอกสีชมพูระเรื่อของ Kaoru ไม่ขาด แพขนตาที่ล้อมกรอบดวงตาคู่สวยของ Kaoru ชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตา
“เอาล่ะ! พอได้แล้ว Totchi เดี๋ยวของเล่นชั้นจะพังหมด” ดั่งเสียงสวรรค์หากนั่นไม่ใช่เสียงของ Die Toshiya เป่าแก้มเหมือนเด็กที่ไม่พอใจเวลาไม่ได้สิ่งที่ต้องการ หากก็ยอมถอนเรียวนิ้วและผละออกมาแต่โดยดี
“แหม~ Die ล่ะก็ ขี้หวงชะมัด” Toshiya กลับมายืนข้างๆ Die แล้วกอดอก ทอดสายตามองร่างบางที่นอนขดสั่นระริกอยู่บนเตียง
“นายไปโรงเรียนได้แล้ว Totchi แล้วเดี๋ยวชั้น…จะตามไป” Die หันไปมอง Toshiya ทีหนึ่ง ก่อนจะออกปากเป็นเชิงสั่ง
“ก็ได้ๆ อย่าเล่นหนักนักล่ะ อุตส่าห์ไม่ให้พังคามือชั้น เดี๋ยวจะแหลกละเอียดคามือนาย” Toshiya ตอบรับแบบไม่เต็มใจนักตามด้วยคำพูดแบบคนรู้ทัน แล้วจึงเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการทรงผม เสื้อผ้าและอะไรอีกหลายอย่างให้อยู่ในสภาพหรูเริ่ดเหมือนเดิม ก่อนจะเดินตัวปลิวออกไปพร้อมกระเป๋านักเรียนบางเฉียบ
“ไง สนุกมั้ยล่ะ?” Die พูดขึ้นหลังจาก Toshiya ออกไปได้ไม่นาน Kaoru ไม่รู้จะโต้ตอบอะไร ได้แต่นอนร้องไห้ สะอึกสะอื้นเบาๆ มือทั้งสองก็ยังถูกมัดตรึงเอาไว้อย่างเดิม ร่างบางพยายามตะแคงข้างเพื่อหลบร่างของตนจากสายตาของ Die หากมือเป็นอิสระคงดีกว่านี้ อย่างน้อยๆ ก็ดึงผ้าห่มที่กองอยู่ที่ปลายเท้ามาปกปิดร่างได้ Kaoru ไม่รู้เลยว่ากิริยาท่าทางต่างๆ ที่เขาแสดงออกมา มันยั่วยวนอีกฝ่ายให้เข้าหามากเพียงไหน
“อ๊ะ!” ร่างบางอุทานขึ้นด้วยความตกใจ เมื่อจู่ๆ มือใหญ่ก็เริ่มลูบไล้ไปตามเรียวขาของตน ดวงตาเบิกกว้าง กัดฟันเพื่อข่มความกลัวและอาการสั่นหวาดของร่างกาย เรียวขาที่ถูกสัมผัสเกร็งนิ่งด้วยกลัวว่ามันจะถูกแยกออกจากกันด้วยกำลังของ Die เพื่อ…
“อย่า! Die อย่า!!! ไม่นะ! ไม่! ไม่!!!” Kaoru กรีดร้องด้วยความหวาดกลัวพร้อมกับพยายามกระเสือกกระสนเพื่อหลีกหนีให้พ้นจากเงื้อมมือของอีกฝ่ายที่กำลังจะทำร้ายเขาเพราะแรงปรารถนาที่เกิดจากตัวเขาเองโดยไม่รู้ตัว แต่เพราะมือถูกมัดและไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย ร่างอันไร้ซึ่งเรี่ยวแรงถูกจับไว้ได้โดยง่าย เรียวขาเล็กถูกแยกออกจากกัน Kaoru พยายามดิ้นรนและรั้งขาของตนสู้แรงของ Die จนในที่สุดเขาก็ไร้ทางสู้เมื่อ Die ทิ้งหมัดหนักๆ ใส่ท้องของเขา ร่างบางแทบจะแน่นิ่ง หายใจรวยริน ขณะเดียวกันน้ำตาก็ร่วงพรูจากดวงตาสวยที่ถูกปิดสนิทเพราะยอมรับชะตากรรมของตนสลับไปกับเสียงสะอื้น
“ฮึก…อะ…อื้อ…อึก…ฮือ…” Kaoru กัดริมฝีปากกลั้นเสียงของตนสุดชีวิต แต่ระบายออกกับมือที่ถูกมัดนั้นแทน ขณะที่ Die เริ่มบุกรุกเข้ามาในร่างของเขามากขึ้นเรื่อยๆ ทุกวินาที อึดอัดจุกแน่นจนแทบลืมหายใจ หากก็หวามวาบเสียวซ่านอยู่ในที Die หมั่นไส้ความดื้อของอีกฝ่ายเต็มที ลืมตัวแทรกกายเข้าไปอย่างรุนแรงจน Kaoru ไม่สามารถกลั้นเสียงได้อีกต่อไป เขาจำต้องกรีดร้องทั้งน้ำตา Die จูบไซ้เล่นที่กกหูแล้วพรมไปทั่วลำคอสวยเรื่อยมาจนถึงหน้าอก แล้วจึงเริ่มขยับกาย ร่างของ Kaoru กระตุกวูบด้วยความตกใจและเกิดอาการเกร็งรับอย่างไม่ตั้งใจ รานร้าวไปทั้งร่าง ช่างต่างกับชายผมแดงที่ค้นหาและซึมซับความสุขจากร่างกายของเขาเสียเหลือเกิน Die ดูพอใจยิ่งกว่าสิ่งใด กอดรัดเขาแนบแน่น…แต่กลับไม่อึดอัดสักนิด
“อ๊าาา!!!” Kaoru กรีดร้องเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อ Die ได้พาตนเองมาจนถึงจุดสูงสุดของห้วงอารมณ์ด้วยร่างของ Kaoru แล้วถอนกายออกไปใส่กางเกง จากนั้นจึงยืนมองร่างกายอันบอบช้ำของ Kaoru
“ฮึก…ท-ทำไม…ทำไม…ทำไม…ทำไม…”ร่างบางพึมพำอย่างไร้สติ ดวงตาเลื่อนลอยทั้งที่น้ำตายังร่วงรินลงมาไม่หยุด Die กลับไปขึ้นคร่อมร่างนั้นไว้อีกครั้งแล้วบีบไหล่บางแน่นจน Kaoru นิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“อย่าทำเป็นอ่อนแอนักเลย ลุกขึ้น! แล้วไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้!” Die สั่งเสียงเข้มแล้วตบหน้า Kaoru ไปทีหนึ่งจนสติของ Kaoru กลับมาดังเดิม จากนั้นเขาก็แก้มัดผ้าที่เปื้อนรอยเลือดจากข้อมือเล็กๆ นั้นออก
“ชั้นบอกว่าให้ลุกขึ้น!” Die ตวาดลั่นแล้วกระชากร่างของ Kaoru ขึ้นมา
“อ-อย่า…อย่า…ชั้นเจ็บ…” Kaoru ครางเสียงแผ่ว พยายามยื้อดึงแขนที่ถูก Die กระชากขึ้นไปกลับลงมา ที่ว่าเจ็บนั้นไม่ใช่แค่ที่แขน…ไม่ใช่แค่นั้น…
“เลิกทำสำออยซะที ไปอาบน้ำแล้วแต่งตัวไปโรงเรียนซะ!” Die ตวาดอีกจน Kaoru สะดุ้ง ร่างบางพยายามลุกขึ้นแต่ก็ทรุดลงมา เป็นเช่นนั้นอยู่หลายครั้งเพราะขาทั้งสองหมดสิ้นซึ่งเรี่ยวแรง ซ้ำยังเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตสีแดงของตนอยู่ทั้งรอยเก่าและรอยใหม่ กว่าจะพยายามยืนขึ้นได้ก็แทบแย่ Kaoru จำต้องใช้ผนังห้องเป็นที่ยึดเกาะเพื่อพาร่างของตนไปยังห้องน้ำตามที่ Die สั่ง เมื่อพ้นมาได้ก็ปล่อยโฮทันที ได้แต่ถามตัวเองว่ามันเกิดอะไรขึ้น และมันเกิดขึ้นได้อย่างไร ทำไม…ทำไมถึงเป็นเขา…
* ปึงๆๆๆ * เสียงทุบประตูโครมใหญ่รัวและรุนแรงจน Kaoru สะดุ้งเฮือก
“ถ้าช้านัก ชั้นจะพังประตูเข้าไปซะเดี๋ยวนี้แหละ!” Die ตะโกนลั่นจน Kaoru ผวา
“ด-เดี๋ยว! รอก่อน! ได้โปรด!” Kaoru รีบร้องอ้อนวอนออกไป หากดูจะไม่ทันเสียแล้วเมื่อเสียงโครมใหญ่ต่อจากเสียงของเขาคือเสียงของประตูที่ถูก Die ถีบเข้ามาอย่างแรง Kaoru ที่นั่งกองอยู่กับพื้นกระเบื้องชั้นดีพยายามกระเถิบร่นถอยหนีอย่างยากลำบาก แต่แล้วเขาไม่สามารถหนี Die ได้ทัน ข้อมือเล็กถูกคว้าไว้แล้วกระชากดึงให้ลุกยืน ร่างบางถูกเหวี่ยงลงอ่างน้ำ ตามด้วยน้ำจากฝักบัวและมือของร่างสูงที่ลูบไล้ไปทั่วร่างของเขา
“อย่า! ปล่อยชั้น! ปล่อย!” Kaoru ร้องลั่น แต่ก็หนีไปไหนไม่ได้และ Die ก็ไม่ยอมหยุด สบู่เหลวกลิ่นหอม กรุ่นรัญจวนถูกชโลมไปบนร่างของ Kaoru ตามด้วยน้ำสะอาดที่ชะล้างมันออก Die คว้าผ้าขนหนูมาห่อร่างของ Kaoru แล้วอุ้มขึ้นไปวางบนเตียง
“ใส่เสื้อผ้าซะ หรือจะให้ชั้นใส่ให้อีก” Die พูดขึ้น Kaoru รีบผุดลุกขึ้นให้เร็วที่สุดเท่าที่สภาพร่างกายของเขาจะเอื้ออำนวย ตากวาดไปเห็นเสื้อผ้าชุดนักเรียนของตนและกระเป๋าที่ถูกวางไว้ด้วยกัน ที่สำคัญ…มันเป็นของเขา…แล้วทำไม Die ถึงมี?…แม้จะสงสัยแต่ Kaoru ก็รีบแต่งตัว แล้วก็ยิ่งสงสัยมากขึ้นอีกกับของบางอย่างที่ไม่น่าจะมีก็มี (Ex. กระเป๋านักเรียน เข็มประธานนักเรียน…และ…กกน. <- - มันไม่น่ามีนี่หว่า - -;;) เมื่อแต่งตัวเรียบร้อย Kaoru ก็ถือกระเป๋าเตรียมออกไปให้เร็วที่สุด แต่ Die ก็ดึงเขาไว้
“จะไปทั้งสภาพนี้รึไง?” Die พูดพร้อมส่งหวีให้เขา ใช่แล้ว…ผมของ Kaoru พันกันยุ่งเหยิงไปหมด เขายอมรับหวีมาแต่โดยดี เมื่อหวีเรียบร้อย Die ก็ส่งยางมัดผมให้
“รู้สึกว่าชั้นจะทำให้นายเสียเวลางานสินะ รายได้หายไป…คงลำบาก” อยู่ๆ ร่างสูงก็เปรยขึ้นลอยๆ Kaoru หันกลับไปมองเขาอย่างไม่เข้าใจ
“ถือว่านี่เป็นค่าตัวนายก็แล้วกัน” Die พูดพร้อมส่งเงินจำนวนหนึ่งให้ Kaoru
“สารเลว!” Kaoru ตวาดสุดเสียง ขว้างเงินที่เขารับมาจาก Die ใส่หน้าเจ้าของของมันแล้ววิ่งออกไป ชายผมแดงไม่ได้หงุดหงิดแต่ประการใด กลับยืนคลี่ยิ้มอยู่ได้อย่างหน้าตาเฉย

* * * * *

“อ้าว? Kao_kun เห็นไม่มา นึกว่าไม่สบาย เย็นนี้ว่าจะไปเยี่ยมอยู่นะเนี่ย” บีจังพูดขึ้นเมื่อเห็น Kaoru เดินเข้าห้องเรียนมา
“อ-อือ” Kaoru ขานรับเบาๆ วางกระเป๋าแล้วนั่งลง นี่ก็สายไปคาบหนึ่งแล้ว
“Kaoru เป็นอะไรรึเปล่า? ทำไมหน้าซีดๆ แบบนั้น” เพื่อนอีกคนที่นั่งข้างๆ บีจังหันมาถามเขาบ้าง
“ไม่เป็นไร สบายดี Shinya” Kaoru ตอบ (นั่งข้าง Shinya เชียวนะพวกเรา ข้าง Shinya)
“สบายดียังไง? สายไปหนึ่งคาบ สีหน้าดูไม่ดีแบบนั้น”
“ไม่เป็นไรจริงๆ นะบีจัง” Kaoru ย้ำ
“อ๊ะ! อาจารย์มาแล้ว! หันกลับมาได้แล้วนะบีจัง” Shinya ร้องเรียกเพื่อนให้หันกลับครู่หนึ่งอาจารย์ก็เดินเข้ามา คาบนี้เป็นวิชาคณิตศาสตร์ Kaoru พยายามตั้งใจเรียนให้เป็นปกติที่สุด แม้ว่าจะไม่มีสมาธิเลยก็ตาม เมื่อเริ่มเรียนไปได้ครึ่งชั่วโมงประตูห้องเรียนก็ถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง ผู้ที่ก้าวเท่าเข้ามาทำเอาสีหน้าของ Kaoru เปลี่ยนทันที
“ชั้นขี้เกียจจะทำโทษเธอแล้ว ไปนั่งที่ซะ Andou” Die ยิ้มยียวนรับคำอาจารย์ ก่อนจะเดินไปนั่งที่นั่งของตนเอง…ข้างๆ Kaoru…ร่างบางนั่งนิ่งเหมือนจะตั้งใจเรียน แต่กลับไม่มีอะไรเข้าไปในสมองเลย ความทรงจำเมื่อชั่วข้ามคืนและเมื่อเช้ายังเฝ้าตามหลอกหลอนอยู่ร่ำไป ยิ่งตัวต้นเหตุมานั่งข้างๆ เขาด้วยแล้ว…
“Niikura! Niikura!” เสียงอาจารย์เรียกขึ้นมา Kaoru สะดุ้งหลุดจากภวังค์แล้วเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเรียนทันที ท่าทางลนลานอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ค-ครับ” Kaoru ขานรับ สีหน้าดูซีดเซียวลงไปมาก ผิดกับ Die ที่นั่งยิ้มอยู่ข้างๆ
“ออกมาทำโจทย์ข้อนี้ให้เพื่อนๆ ดูหน่อยสิ” อาจารย์พูดต่อ แม้จะงงๆ กับปฏิกิริยาของ Kaoru มากก็ตามที ฝ่าย Kaoru ก็ลุกขึ้นถือหนังสือออกไปด้วยตามปกติ โชคดีจริงๆ ที่อ่านล่วงหน้ามาบ้างแล้ว
“เดินดีๆ ล่ะ เดี๋ยวจะพาลเจ็บขึ้นมาอีก” เสียง Die กระซิบเบาๆ อย่างเยาะเย้ย Kaoru ไม่หันกลับไปแต่เขาก็รู้สึกได้ตลอดเวลาว่าถูกจ้องมองจากดวงตาดุดันคู่นั้น เขาพยายามทำใจแข็งและค่อยๆ แก้โจทย์บนกระดานไปเรื่อยๆ แต่เพราะสภาพร่างกายที่ไม่สู้ดีนักบวกกับสภาพจิตใจที่ย่ำแย่ Kaoru ทรุดล้มลงหมดสติที่หน้าชั้นเรียนจนเพื่อนๆ พากันแตกตื่น โกลาหลไปหมด
“Kao_kun!”
“เดี๋ยวผมอุ้มไปส่งที่ห้องพยาบาลเองครับ” ร่างบางถูกอุ้มลอยขึ้นจากพื้น เสียงทุ้มต่ำเชิงออกคำสั่งของ Die ดังขึ้น ก่อนจะเดินออกไป
“อาจารย์คะ! หนูขออนุญาตค่ะ!” บีจังพูดแล้ววิ่งตามออกไปอย่างรวดเร็ว
“อาจารย์ครับ! ขออนุญาต!” Shinya เองก็ลุกตามไปทันที
“เออ! เอาเข้าไป” ส่วนอาจารย์ก็ได้แต่บ่นพึมพำแล้วสอนต่อไป

* * * * *

“ไปล่ะ” Die พูดขึ้นหลังจากวางร่างของ Kaoru ลงบนเตียงแล้วเรียบร้อย ส่วนอาจารย์ห้องพยาบาลก็รีบเข้าไปตรวจอาการ
“นายจะไม่รอฟังอาการก่อนเหรอ?” Shinya รีบดักเอาไว้ก่อนที่ Die จะออกไป
“ไม่ล่ะ…ไม่จำเป็น” Die ตอบ…ทำไมเขาจะไม่รู้…
“อะไรของเขานะ” เด็กสาวบ่นเบาๆ หลังจาก Die เดินออกไปแล้ว
“อ๊ะ! อาจารย์ Kaoru/Kao_kun เป็นไงบ้างครับ/คะ?”
“เท่าที่ตรวจๆ ดู ก็น่าจะเป็นเพราะพักผ่อนไม่เพียงพอ ท้องว่างด้วย แต่หลักๆ แล้วน่าจะเป็นเพราะเครียด ผลก็เลยออกมาแบบนี้แหละจ้ะ วูบเป็นลมไปเลย” อาจารย์ห้องพยาบาลสาธยายอาการอย่างชัดเจน
“เป็นลม!?”
“อาการแบบนี้ก็มีมาบ่อยจ้ะ แต่ครูยังไม่เคยเห็นใครอาการหนักขนาดนี้ คงจะเครียดจนระบบต่างๆ ในร่างกายแปรปรวนมั่วไปหมด ไว้มีอะไรจะถามเพิ่มเติมเอาไว้คราวหน้าได้มั้ยจ๊ะ? ครูถูกผู้อำนวยการเรียกพบเมื่อกี้นี้น่ะ โทษทีนะ” หญิงสาวพูดแล้วคว้ากระเป๋าถือวิ่งออกไปอย่างรีบร้อน
“ท่าทาง Kao_kun จะอึดอัดนะ ปลดกระดุมเสื้อสักหน่อยดีมั้ย? Shin_chan” บีจังพูดขึ้นหลังจากอาจารย์ออกไปได้ครู่หนึ่ง
“เอ๋? Shin_chan นี่มันรอยอะไรน่ะ?”

- END Side 4 -

โย่ว! ไม่ 3P เจ้าค่ะ Die โหดไปรึเปล่าเนี่ย? สงสาร Kao อ่ะ (ก็แกทำเองไม่ใช่รึ!?)
เอาเถอะๆ ยังไงเรื่องนี้ตอนนี้ก็เขียนลงสมุดไปได้ถึงตอนที่ 7 แล้วล่ะ แต่ยังพิมพ์ไม่ถึงเลย มันเยอะอ่ะ
ช่วงนี้กลับมาบ้านแล้ว ก็จะมีเวลามากขึ้น เย้ๆๆ!!!



Coin
By Zakuro
Side 5:
“ไหน?” หนุ่มน้อยร่างบางขานรับแล้วเดินมาดูตามที่เพื่อนหญิงเรียก
“บ้าน่า…รอยนี่มัน…” ทันทีที่ Shinya ได้เห็นร่องรอยที่ว่า สีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที บีจังได้แต่ทำหน้างง Shinya ถึงกับร้อนใจต้องปลดกระดุมเพื่อเปิดดูร่างของ Kaoru ให้หมด…แล้วเขาก็พบกับสิ่งที่ไม่น่าเป็นไปได้ ร่องรอยที่ว่ามีอยู่ทั่วร่างของ Kaoru เยอะจนน่าตกใจ…เรื่องแบบนี้…หากเป็นคนอื่นคงไม่แปลก แต่…
“ตกลงมันคือรอยอะไรเหรอ? Shin_chan” บีจังถามขึ้น ทำลายความเงียบที่มีอยู่นานจน Shinya สะดุ้งโหยง
“ไม่รู้สิ…เอ่อ…บีจัง เดี๋ยวชั้นเฝ้า Kaoru เองนะ บีจังไปเรียนแทนด้วยแล้วเดี๋ยวชั้นยืมสมุดจดทีหลัง” Shinya บอกปัดและดึงออกนอกเรื่อง บีจังมองเขาอย่างไม่เข้าใจก่อนจะยิ้มน้อยๆ
“O.K. บีจังไปก็ได้ เฝ้า Kao_kun ดีๆ นะ” เด็กสาวพูดเสียงใสก่อนจะวิ่งออกไป เมื่อบีจังออกไปแล้ว Shinya ก็ถอนหายใจหนักๆ ไปทีหนึ่ง แล้วกลับมามอง Kaoru อย่างไม่เชื่อสายตา
“ขอโทษนะ Kaoru” Shinya พูดขึ้นเบาๆ แล้วค่อยๆ ดึงม่านมาบังเตียงเอาไว้ จากนั้นก็ตัดสินใจถอดกางเกงของ Kaoru ออก เขายิ่งไม่เชื่อสายตาตัวเองมากขึ้นไปอีก…กระทั่งที่ต้นขายังมี…กับผู้หญิงเหรอ?…ไม่น่า…
“…อย่าให้เป็นอย่างที่ชั้นคิดเลย” Shinya พึมพำเบาๆ แล้วแต่งกายกลับให้อีกฝ่ายแบบเดิม
“อ-อือ…” เสียงครางของ Kaoru ดังขึ้นแผ่วๆ Shinya หันขวับกลับมาทันที
“…Kao…ru…” Shinya ลองขานเรียกเบาๆ ท่าทางของ Kaoru ไม่เหมือนคนที่กำลังจะตื่น แต่เหมือนกำลังละเมอ…เพราะฝันร้ายเสียด้วย เห็นได้จากเหงื่อที่ผุดโทรมไปทั่วร่าง…ฝันอะไร?
“อย่า…อย่า…ได้โปรด…เจ็บ…ฮึก…หยุด…พอที…พอที…” Kaoru ครางโหยหวน Shinya ยิ่งตกใจเมื่อมีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาคู่ที่ปิดสนิทนั้นด้วย…ท่าทางว่าจะไม่ใช่ฝันธรรมดาเสียแล้ว
“Kaoru! เฮ้! Kao!” Shinya เริ่มเขย่าร่างอีกฝ่ายเพื่อเรียกสติ แต่ท่าทาง Kaoru จะไม่รับรู้อะไรเลย ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงเริ่มดิ้นพล่านเหมือนเข้าใจว่า Shinya เป็นใครบางคนที่กำลังจะทำร้ายตนอยู่จึงยกมือขึ้นออกแรงผลัก เสื้อแขนยาวจึงร่นลงเปิดข้อมือให้เห็น…รอยแผลที่ถูกผ้าบาดปรากฏแก่สายตา Shinya ทันที
“อย่า! Andou!”
“Kaoru! ตื่น!”
“ห๊ะ! S-Shinya…” ในที่สุด Kaoru ก็ลืมตาจนได้ สีหน้ายังดูซีดเซียวอยู่ ผมเผ้ายุ่งเหยิงเพราะดิ้นไปมาเมื่อครู่นี้
“อืม…ชั้น…เป็นอะไรไปเหรอ?” หลังจากจิตใจสงบลง Kaoru ก็เอ่ยขึ้น
“นายเป็นลม หมดสติไปที่หน้าห้องน่ะ” Shinya ตอบ
“แย่จัง…” Kaoru พึมพำ
“Andou อุ้มนายมาที่นี่น่ะ”
* เฮือก * ทันทีที่ Shinya พูดจบ Kaoru ถึงกับสะดุ้งอย่างแรง กัดริมฝีปากแน่น
“ระ…เหรอ?…” Kaoru พูดด้วยน้ำเสียงที่เพียรพยายามควบคุมให้นิ่งที่สุด หากมือทั้งสองกลับขยุ้มผ้าห่มแน่นจนสั่น Shinya เอื้อมมือไปกุมมือทั้งสองนั้นอย่างอ่อนโยน
“Kaoru…เกิดอะไรขึ้น?…บอกชั้นได้มั้ย?” Shinya พูดขึ้นเบาๆ แล้วกุมมือนั้นแน่นขึ้น เพียงแค่ประโยคนี้ของ Shinya ก็เล่นเอาน้ำตาของ Kaoru ร่วงพราว
“ม-ไม่มี…ไม่มีอะไรหรอก Shinya…ขอบใจนะ” บอกไม่ได้…ยังไงก็พูดไม่ออก Kaoru จำต้องโกหกไปทั้งที่อยากจะระบายความอัดอั้นตันใจนี้กับใครสักคน Shinya ได้แต่มองอยู่เฉยๆ หากเต็มไปด้วยความสงสัย
“ทำไมล่ะ Kaoru? นายมีอะไรก็ชอบเก็บเอาไว้คนเดียวทุกที ที่นายเป็นแบบนี้ก็เพราะอาการเครียดด้วยรู้รึเปล่า?” Shinya ตัดสินใจแล้วพูดขึ้น Kaoru ก็ยังก้มหน้านิ่ง
“เกิดอะไรขึ้นระหว่างนายกับ Andou!?”
“ไม่…ไม่มี”
“โกหก! แล้วรอยจูบบนร่างนาย! รอยมัดที่ข้อมือนั่น! มันคืออะไร!?”
“ไม่…ไม่! ไม่! ไม่!!! ไม่มีอะไรทั้งนั้น! ได้โปรด!” Kaoru พูดพร้อมกอดตัวเองแน่น น้ำตายิ่งร่วงรินลงมามากกว่าเดิม…ใช่สิ…หลักฐานทั้งหมดมันอยู่บนร่างกายนี้…เกลียดนัก…
“ข-ขอโทษ…ชั้นขอโทษ Kaoru…แต่จะให้ชั้นทนดูนายอยู่เฉยๆ แบบนี้เหรอ?” Shinya พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลงมาก Kaoru เงยหน้าขึ้นมองเขาช้าๆ พร้อมกับเช็ดน้ำตาออก
“ชั้นไม่เป็นไร…ไม่ว่านายจะคิดอะไรอยู่ก็ตามนะ Shinya…อย่าเข้ามาพัวพันกับมันเป็นอันขาด” Kaoru พูดขึ้นแล้วกุมมือของ Shinya เอาไว้เพื่อขอคำตอบ Shinya จำต้องยอมพยักหน้าแต่โดยดี

* * * * *

“ขออนุญาตครับ” เสียงเปิดประตูดังขึ้นพร้อม 2 เสียงที่ขานบอก คาบคณิตศาสตร์ได้จบไปแล้ว และตอนนี้กำลังเข้าสู่คาบวิชาภาษาอังกฤษ ทุกคนหันมามองผู้ที่กลับมาเป็นตาเดียว แม้แต่ Die…
“อ้าว? Niikura สบายดีแล้วเหรอ?” อาจารย์หันมาถามเขาบ้างหลังจากเขียนอะไรหลายๆ อย่างบนกระดานจนเสร็จ
“ครับ” Kaoru ตอบแล้วเดินไปนั่งที่ทั้งที่ไม่อยาก ส่วน Shinya ก็กลับไปนั่งกับบีจัง
“เอาล่ะๆ เรามาเรียนกันต่อนะ มาดูคำศัพท์ของบทนี้กัน เปิดไปท้ายเล่มก็จะมีอยู่เช่นกันนะจ๊ะ เดี๋ยวครูจะถามทีละคนนะ” จบประโยค เสียงโห่ฮาก็ตามมา (ไม่ใช่อะไรหรอก มันตอบกันไม่ได้)
“คนแรกประเดิมที่บีจังก่อนเลย!” พูดจบ มีทั้งเสียงโห่และเสียงถอนหายใจตามมา บีจังลุกขึ้นพลางหันไปคว้าหนังสือของ Kaoru มาด้วยกัน (ก็ Kao_kun หาศัพท์มาแล้วอ่ะ)
“คำแรก คำว่า Rape จ้า~” อาจารย์อ่านคำศัพท์ขึ้น Kaoru สะดุ้งเฮือกในขณะที่เพื่อนคนอื่นๆ ยังสงสัยอยู่ บีจังก้มลงมองในหนังสือแล้วเงยหน้าขึ้น
“แปลว่า…ข่มขืน ค่ะ” (หนังสือเรียนแกพิมพ์เองล่ะสินัง Zakuro!)
“ปิ๊งป่อง ถูกต้องจ้า~ บีจังนั่งลงได้ ต่อไป…คำที่มีความหมายเดียวกัน มีใครรู้มั้ยจ๊ะ?” ทันทีที่อาจารย์พูดจบก็มีคนยกมือขึ้น ทันใจจนอาจารย์แปลกใจ
“จ๊ะ? จะขออนุญาตไปไหนเหรอ Andou?” อาจารย์ทำซื่อ
“ไม่ไปไหนหรอกครับ…วันนี้น่าเรียนทั้งวัน คำที่มีความหมายเหมือนคำว่า Rape คือคำว่า Ravish ครับ แต่ Ravish มี 2 ความหมาย ความหมายแรกคือตราตรึงใจหรือทำให้หลงใหล ส่วนความหมายที่สองคือ ข่มขืน ครับ” สิ้นคำ Die ได้บังเกิดความอึ้ง Dag ทั้งห้อง ยกเว้น Kaoru ที่นั่งนิ่งเพราะเหมือนถูกย้ำแผลใจ
“อ-เอ้อ…ถูกจ้ะถูก! ดีมากจ้ะ Andou เดี๋ยวครูบวกคะแนนให้” อาจารย์ถึงกับเงอะๆ งะๆ ไปเพราะรับมือไม่ทันกับความหัวกะทิของลูกศิษย์ที่ไม่เคยแม้แต่จะตั้งใจเรียน เสียงนักเรียนคนอื่นโห่ด้วยความอิจฉา เว้นแต่ Shinya กับ Kaoru ที่ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย
“เอาล่ะ คำต่อไป…ให้ Niikura ก็แล้วกันนะ คำว่า Beg จ้ะ” Kaoru ค่อยๆ ลุกขึ้นอย่างระวังตัว ไม่จำเป็นต้องมีหนังสือก็ได้เพราะเขาจำได้เกือบทุกคำ แต่ไอ้ความหมายคำนี่สิ…กวนประสาทสิ้นดี
“อ้อนวอน ครับ” Kaoru ตอบ
“ถูกต้องจ้ะ คำต่อไปคำว่า…Moan จ้ะ ใครจะตอ-"
* ปึ้ง * ยังไม่ทันได้พูดจนจบประโยคเสียงทุบโต๊ะอย่างแรงก็ขัดขึ้นก่อนและยิ่งน่าแปลกใจขึ้นอีกเมื่อ…
“ผม…ขออนุญาต” Kaoru พูดห้วนๆ แล้วคว้ากระเป๋าวิ่งออกไปจากห้องเรียนทันที ทิ้งให้เพื่อนงงงันกับสิ่งที่เกิดขึ้น Kaoru วิ่ง วิ่ง วิ่ง และวิ่งโดยไม่รู้จุดหมาย ร่างบางวิ่งไปจนถึงบริเวณร่มไม้หลังตึกเรียนไม้เก่าร้าง เซจนไหล่พิงกับลำต้นไม้ใหญ่ ร่างนั้นสั่นไหวน้อยๆ บ่งบอกว่ากำลังร่ำไห้อยู่อย่างทรมาน กระเป๋านักเรียนถูกทิ้งลงบนพื้นหญ้าอย่างไม่ใยดีเพื่อใช้มือที่ถือมันขึ้นโอบกอดตัวเอง ก่อนร่างจะค่อยๆ ทรุดลงเรื่อยๆ แต่ยังไม่ทันที่ Kaoru จะทรุดลงไปนั่งกองกับพื้นกลับถูกโอบกอดเอาไว้ด้วยอ้อมแขนแกร่งเข้าก่อน แรกนั้น Kaoru ก็ไม่รู้ว่าใคร แต่เมื่อเห็นเครื่องประดับบนมือนั้น…เครื่องประดับที่เขาจำได้ติดตา…แหวนเงินวาวสวย…
“ป-ปล่อย…ปล่อย Andou…อ๊ะ! หยุดนะ! จะทำอะไร!?” เสียงร้องโวยวายดังขึ้นทันทีที่ร่างของตนถูกอุ้มลอยขึ้น Die แบกร่างของ Kaoru ขึ้นบ่าแล้วมุ่งหน้าเข้าไปในตัวตึกเรียนร้างนั้น แล้ววางร่างของ Kaoru ลงบนโต๊ะยาวในห้องประชุมเก่าที่ค่อนข้างสกปรกไปด้วยฝุ่น ขณะที่ Kaoru ก็พยายามหนีอยู่ตลอดเวลา
“ขยันยั่วอารมณ์ชั้นจริงๆ นะ นายนี่” Die พูดขึ้นพร้อมกับล็อคร่างบางไว้กับโต๊ะ
“อ-เอ๋? อ๊ะ! อย่า! อย่า! ไม่นะ! ไม่!” Kaoru ทิ้งความสงสัยทั้งหมดโดยทันที เมื่อฝ่ามืออุ่นของ Die เลื่อนเข้าใต้สาบเสื้อของเขาและสัมผัสหยอกล้อกับยอดอกเล่นเพื่อชิมลาง
“ร้องเข้าไปสิ เผื่อว่าจะได้มีใครสักคน…มาเห็นเข้าไงล่ะ” Die พูดพร้อมรอยยิ้มที่เป็นต่อ Kaoru มองตอบนัยตาดุนั้นไป ก่อนจะกัดริมฝีปากแน่น นัยตาสวยเริ่มถูกบดบังด้วยม่านน้ำตา ทั้งที่มือทั้งสองก็ยังยันไหล่อีกฝ่ายไว้มั่น…ไม่อยากถูกทำร้าย แต่ก็ไม่อยากร้องโวยวายจนมีใครมาเห็นเข้า…จะทำยังไงดี Kaoru…จะทำยังไง?…

- END Side 5 -

โว้เย่! พิมพ์เสร็จซะทีแหละ เรื่องนี้ทำไมมันเครียดๆ นะ สงสัยเป็นเพราะแอบแต่งตอนเรียนพิเศษแน่เลยอ่ะ -“-
ขอแก้คำผิดที่ BR ด้วยนะ คำว่า สถานการณ์ น่ะ พิมพ์ผิดอย่างไม่น่าให้อภัยเลยจริงๆ (ฮึ่มๆ)







Coin
By Zakuro
Side 6:
“Kaoru! Kao! นายอยู่ไหนน่ะ!?…เฮ้อ…หายไปไหนกันนะ เร็วชะมัด เจ้า Andou ก็ด้วย พอ Kaoru วิ่งออกไป หมอนั่นก็วิ่งตามออกมาเลย เร็วกว่าเราอีกแฮะ” เด็กหนุ่มผมสีชาอ่อนสวยบ่นงึมงำ ขาก็ยังก้าวเดินต่อไป สายตาก็ทอดออกไปเพื่อมองหาเพื่อนของตน
“เอ๊ะ! กระเป๋าใบนั้นมัน…” Shinya ที่เดินไปเรื่อยก็พอดีเหลือบไปเห็นกระเป๋านักเรียนของ Kaoru ที่ถูกทิ้งไว้ใต้ต้นไม้หลังตึกเรียนเก่า เขาเดินเข้าไปและตัดสินใจเปิดดูว่าเป็นของ Kaoru หรือไม่ ขณะที่กำลังจะเปิดดูนั้นเอง…
“อย่า…อ๊ะ! อ๊า~…อย่า Andou…ไม่…” เสียงครางชวนขนลุกที่ลอยมาทำให้ Shinya ชะงักการกระทำทุกอย่างทันที แถมเสียงนั่นยัง…เป็นของคนที่เขากำลังตามหาอยู่นี่เสียอีกต่างหาก…เสียงนั้นแว่ว แผ่วเบา แต่เจนชัดเมื่อทุกอย่างเงียบสงัดเช่นนี้ Shinya ตัดสินใจเดินตามเสียงนั้นไป และ…ณ หน้าต่างบานเก่าคร่ำคร่าที่อยู่ในระดับสายตาของเขานั่นเอง เขาเห็น…ร่างสวยสีขาวนวลในความมืดอันหม่นมัวที่สั่นไหวระริกด้วยความเจ็บปวดเมื่อถูกรุกรานอย่างร้ายกาจ มือเล็กและนิ้วยาวสวยกดจิกเกร็งอยู่กับเสื้อของร่างสูงที่ครอบครองเป็นเจ้าของร่างนั้นอยู่ แสงสว่างรำไรที่ลอดผ่านหน้าต่างที่ฝุ่นจับหนาข้างหน้าเขาส่องให้เห็นดวงหน้าคมงดงามที่แสดงซึ่งความทรมานแต่แฝงไปด้วยความอิ่มเอม นัยตาคมคมกร้าวของชายผมแดงตวัดฉับมามองเขาชั่วครู่หนึ่งแล้วก็ไม่สนใจเขาอีก ก่อนจะเริ่มเลื่อนกายเข้าออกจนร่างข้างใต้กระตุกวูบ ใบหน้าของ Kaoru ในเวลานั้นงดงามอย่างน่าประหลาด ไม่ใช่แค่ใบหน้าแต่เป็นทุกอย่าง…Kaoru ในเวลานั้นช่างงดงาม ทั้งที่สำนึกในใจรู้ว่าเขาควรละสายตาออกไป…ไม่ควรดูดายมองสิ่งที่เกิดขึ้นนี้เฉยๆ…เขาควรช่วย Kaoru…แต่ทำไม…ทำไมกัน?
“อ๊าาา!!! อย่า!…ฮึก…ไม่นะ…ไม่…” เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมานของ Kaoru ยังคงก้องไปมาอยู่ในโสตประสาท แต่ Shinya ก็มิอาจละสายตาไปที่ใดได้…มิอาจปฏิเสธความดึงดูดและตราตรึงใจในร่างของ Kaoru ได้…ไม่จริง…ไม่…นี่เขา…
* กึง * เสียงที่ดังขึ้นดึงเอาสติของ Shinya กลับมาทั้งหมด แต่แล้วเขากลับยิ่งทำอะไรไม่ถูกมากขึ้นไปอีกเมื่อเสียงนั้นคือเสียงเปิดหน้าต่าง…Die ที่เปลือยร่างด้านบนไว้มองเขาด้วยแววตาเย้ยหยันเจือไปด้วยความสะใจ จากนั้นร่างสูงเจ้าของผมสีแดงจึงขยับออกจากบานหน้าต่างเพื่อให้สายตาของคนอีกคนได้เห็นเขาที่ยืนอยู่ตรงนั้น…Kaoru ที่พยายามยันร่างเปลือยเปล่าที่เต็มไปด้วยรอยจูบจากโต๊ะประชุมกลับเบิกตาโพลงจ้องมองเขาด้วยแววตาตกใจ Shinya ถึงกับผงะถอยออกแล้ววิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว
“S-Shinya! ไม่! อย่าเพิ่งไป! โอ๊ย!” Kaoru ที่แม้แต่จะยันกายขึ้นแขนยังสั่นจนแทบลุกไม่ได้กลับผลุนผลันจะตาม Shinya ไป แต่ถูกพิษร้ายจากสิ่งที่ Die กระทำกับร่างของเขาขัดขึ้นเสียก่อน ทำให้ร่างที่อยู่ในท่าทางกึ่งนั่งกึ่งนอนของ Kaoru พลัดร่วงลงจากโต๊ะ โชคดีที่ Die ยื่นแขนมารับร่างอันบอบบางนั้นไว้ทัน Kaoru เองก็ตกใจ ด้วยปฏิกิริยาอัตโนมัติของร่างกายเขาจึงเกาะกอด Die ไว้แน่นเช่นกัน
“อย่าฝืนนักสิ…แค่เดิน…ก็ไม่น่าจะทำได้สบายๆ แล้วนี่” Die กระซิบเบาๆ Kaoru รีบผละออกจากเขากลับไปนั่งกองกับโต๊ะด้วยท่าทางหวาดกลัวแล้วรีบคว้าเสื้อนักเรียนมาคลุมร่างตนเองทันที
“อย่า! อย่าเข้ามานะ! ไม่งั้น…อึ๊!” Kaoru ที่พยายามถอยหนีไปเรื่อยถูกลำแขนแกร่งโอบเอวเอาไว้ได้จนถูกดึงเข้ามา Die ใช้มือข้างที่ว่างเชยคางและยึดใบหน้าเขาให้อยู่นิ่ง ก่อนจะประกบจูบเขา Kaoru ต้านไม่ให้ปลายลิ้นของ Die แทรกผ่านริมฝีปากของเขาเข้ามาได้ แน่นอนว่า Die ก็ย่อมมีวิธีจัดการอยู่ มือที่เคยโอบเอวบางนั้นไว้เฉยๆ เปลี่ยนเป็นลูบไล้ไปมาตามแนวเส้นโค้งเส้นเว้าของร่างนั้นแทน Kaoru สะดุ้งลืมตัวอุทานขึ้น ชั่วเสี้ยววินาทีนั้นเอง เขาจึงรู้ตัวว่าทำผิดมหันต์ ปลายลิ้นของ Die รุกล้ำเข้ามาได้สำเร็จและกำลังเคลื่อนไหวหยอกล้อกับปลายลิ้นของเขาอย่างช่ำชอง Kaoru พยายามดิ้น พยายามเบือนหน้าหนี แม้ว่าความเป็นไปได้ที่เขาจะหนีพ้นนั้นเป็นศูนย์ก็ตามที (บางทีอาจติดลบเลยแหละ)
“ไม่งั้น…จะทำอะไรล่ะ หือ?” Die ละออกมาแล้วเอ่ยถามน้ำเสียงท้าทาย ในขณะที่ Kaoru เพิ่งถูกเว้นให้ได้หายใจหายคอเสียบ้าง ไม่มีแรงจะโต้เถียงอะไรใดๆ ทั้งสิ้น หรือถึงเถียงได้ก็ไม่รู้จะเถียงว่าอะไร
“เอ้า! ใส่เสื้อผ้าซะ ถ้าชั้นมีอารมณ์ขึ้นมาอีกจะหาว่าไม่เตือน” Die มอง Kaoru ที่นั่งขดตัวสั่น ทั้งก้มหน้าหลบเขาอยู่เป็นครู่ แล้วจึงรวบเสื้อผ้าโยนไปไว้ตรงหน้า Kaoru ซึ่งเพียงแค่เงยหน้าขึ้นมามองเขาอย่างงงๆ ต่อมาร่างบางนั้นก็พยายามลงจากโต๊ะอย่างทุลักทุเล แข้งขาสั่นระริกเพราะแทบไม่มีแรงเหลือ ซ้ำยังเจ็บแปลบไปทั่วเมื่อขยับร่างกายแต่ละครั้ง Kaoru พยายามแต่งกายจนเสร็จเรียบร้อยด้วยเวลาที่เร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้โดยที่ถูกสายตาของร่างสูงจับจ้องไม่วางตาแม้สักวินาที
“จะกลับหรือจะเรียนต่อก็ตัดสินใจเอาเองเถอะ” พูดจบ Die ก็คว้าเสื้อของตนเองพาดไหล่แล้วเดินจากไป
“พูดอย่างกับชั้นมีทางเลือกเสียเต็มประดานี่” Kaoru สบถเบาๆ…เสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นขนาดนี้ ปัดจนไม่รู้จะปัดยังไงก็ยังเหลือเป็นละอองฝุ่นอยู่ จะให้กลับไปเข้าเรียนงั้นรึ?…Kaoru เดินเซไปจนถึงใต้ร่มไม้ที่เขาทิ้งกระเป๋าเอาไว้แล้วหยิบมันขึ้นมา ‘กลับบ้าน’ คือทางเลือกทางเดียวที่เหลืออยู่…กลับไปหาแม่…

* * * * *

* ก๊อกๆๆ * ประตูไม้บานเก่าคร่ำคร่าถูกเคาะเป็นจังหวะเบาๆ อย่างสม่ำเสมอ
“แม่ฮะ!…ไม่อยู่เหรอ? หรือหลับ?…อืม…” ร่างบางบ่นเบาๆ พลางค้นกุญแจบ้าน…ห้องพักเล็กๆ ซึ่งเขาพักอยู่กันแค่ 2 คนกับผู้เป็นมารดา
“Kao_chan? กลับมาแล้วเหรอ?” เสียงหวานกังวานใสที่เขาคุ้นเคยดังขึ้นข้างหลัง Kaoru หันกลับไปทันทีพร้อมสีหน้าท่าทางตกใจ ผู้ถูกมองยิ้มตอบ ในมือมีถุงที่ใส่ของที่จะทำเป็นอาหารมื้อต่างๆ
“คุณแม่! ออกไปข้างนอกเหรอครับ? ไปไหนมา? ไกลมั้ยครับ? ออกไปนานหรือเปล่า? เหนื่อยมั้ย? รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าครับ?” Kaoru ถามรัวด้วยความเป็นห่วงพลางเข้าประคองร่างเล็กของแม่เขาไว้ หญิงสาวกลับหัวเราะคิกคักแทนคำตอบ
“โธ่ Kao_chan แม่ออกไปแบบนี้น่ะสดชื่นจะตาย ว่าแต่ Kao_chan เถอะ เมื่อคืนมีคนมาหาแม่ถึงบ้าน บอกว่าติดงานอาจไม่กลับบ้านเลยมาเอาเสื้อผ้าไปให้ลูก แล้วนี่ทำไมมอมแมมแบบนี้ล่ะ?” เธอดันร่างออกมาแล้วเพ่งพินิจพิจารณาลูกชาย แต่จากคำพูดของเธอทำให้ Kaoru รู้ว่าทำไม Die จึงมีเสื้อผ้าของเขา แต่คำถามต่อมานี่สิ…แม่ของเขาละออกแล้วไขกุญแจเปิดประตูเข้าไปก่อน เมื่อ Kaoru เดินตามเข้ามาก็ปิดประตู
“อุบัติเหตุนิดหน่อยครับ ผมเลยกลับมาบ้านก่อนไงฮะแม่” Kaoru พยายามยิ้มกลบเกลื่อน
“หือ?…อุบัติเหตุก็อุบัติเหตุ…เดี๋ยวแม่ทำอาหารกลางวันก่อนนะ ไปอาบน้ำอาบท่าให้สบายตัวก่อนเถอะจ้ะ” แค่ฟัง Kaoru ก็รู้…แม่เขารู้ว่าเขาโกหกแต่ก็ไม่คาดคั้นเอาอะไรจากเขา เขายิ่งอึดอัดใจมากขึ้นอีกเป็นเท่าตัว
“แม่ฮะ…ผม…” Kaoru ก้มหน้านิ่ง กำมือแน่นจนสั่น เขาตัดสินใจจะพูดแต่…
“ไม่เป็นไรนะ Kao_chan ไม่เป็นไร…นิ่งนะ นิ่ง เด็กดี…ดีจ้ะดี เอาล่ะ! ไปอาบน้ำให้สดชื่นก่อนเถอะจ้ะ” ผู้เป็นมารดาเดินเข้ามาโอบเขาเบาๆ แล้วตบหลังปลอบ Kaoru ที่ร้องไห้ออกมาโดยไม่รู้ตัว Kaoru กอดตอบแน่น แทบจะร้องไห้โฮ แต่ก็กลั้นเอาไว้ กระนั้นก็สะอื้นหนักจนน่ากลัว หากไม่มีแม่อยู่ เขาคงแย่กว่านี้…Kaoru ยอมไปอาบน้ำ แต่มันช่างทำร้ายจิตใจเขาเหลือเกินกับร่องรอยพวกนั้น ใช่ว่าน้อยเมื่อไร…หลังอาบน้ำเสร็จ Kaoru พยายามเลือกหาเสื้อผ้าที่จะปิดทุกอย่างได้มากที่สุดแล้วจึงเดินออกมา
“อ้าว? เสร็จแล้วเหรอจ๊ะ? เร็วจัง แม่ยังเตรียมไม่เสร็จเลยนะเนี่ย” หลังจากหันกลับมาเห็นลูกชาย เธอก็บ่นอุบอิบเบาๆ มือก็ยังหั่นผักต่อไป Kaoru เพียงแค่ยิ้มตอบแล้วเดินเข้าไปหา
“เดี๋ยวผมช่วยนะฮะ” Kaoru พูดแล้วหยิบผักอีกชนิดที่อยู่ในถุงไปล้าง เพื่อไม่ให้แขนเสื้อเปียก Kaoru จึงพับแขนเสื้อขึ้นด้วยความเคยชิน นั่นทำให้ร่องรอยอันไม่ชินตาผู้เป็นมารดาปรากฏขึ้น…รอยผ้าบาดข้อมือที่เกิดจากการถูกมัดอย่างแน่นหนา
“Kao_chan! นั่นรอยอะไร!?” แม่ของเขาร้องขึ้น Kaoru ตกใจและนึกขึ้นได้รีบชักมือหนี แต่ก็ช้าไปเสียแล้ว
“ค-คือ…” เด็กหนุ่มเริ่มอึกอัก แก้ตัวไม่ถูกในขณะที่แม่ของเขาก็ลูบข้อมือและจ้องมองมันอย่างเพ่งพินิจ
“ใคร? ใครทำอะไรลูกกันแน่ Kaoru” ผู้เป็นมารดาเงยขึ้นมองหน้าผู้เป็นลูกด้วยสีหน้ากังวล นั่นเองเธอจึงเห็นสีหน้าที่ราวกับจะร้องไห้ของ Kaoru เธอจึงประคองลูกชายไปนั่งที่โต๊ะตั้งพื้นแล้วนั่งลงตาม
“เกิดอะไรขึ้น Kao_chan…บอกแม่ได้มั้ย?” เธอลองถามขึ้นก่อน Kaoru กัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะพยักหน้าช้าๆ แล้วค่อยๆ ปลดกระดุมเสื้อออกไปจนถึงเม็ดที่ 4 เผยให้เห็นช่วงอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วย…
“Kao_chan รอยนี่…รอยพวกนี้มัน…” คราวนี้กลายเป็นแม่ของเขาบ้างแล้วที่สีหน้าเปลี่ยนเป็นซีดสนิท
“ครับ…ผม…ผมถูก…ถูกไอ้คนสารเลวนั่นมัน…”
“พอ! พอเถอะ Kao_chan ไม่ต้องแล้ว ไม่ต้องเล่าแล้ว…พอเถอะลูก…พอเถอะ” หญิงสาวโผเข้ากอดลูกชายแน่น พลอยร้องไห้ให้กับชะตากรรมอันโหดร้ายนั้นไปด้วย Kaoru นั้นกอดตอบมารดาแน่น
“เอาอย่างนี้นะ…ทำใจให้สบาย…แล้วเราค่อยหาทางแก้ไขกันนะ…เดี๋ยวแม่ไปทำอาหารให้…Kao_chan เองก็ทำใจให้สบายดีกว่านะ…นะจ๊ะ” เธอเอ่ยขึ้นแล้วใช้เรียวนิ้วเล็กปาดน้ำตาของลูกชายสุดที่รักและน้ำตาของตนเองออกแล้วจึงเดินไปทำอาหารที่ค้างไว้ต่อโดยที่ตอนนี้จิตใจของเธอเต็มไปด้วยความกังวล Kaoru นั่งมองจนแม่ของตนเดินออกไป เขาจึงซบหน้าลงแล้วกอดเข่าตัวเอง
* ตึง * เสียงเหมือนอะไรบางอย่างที่หนักพอสมควรกระทบพื้นอย่างแรง Kaoru ลุกพรวดพราดขึ้นทันที
“แม่!!!” Kaoru แทบจะกรีดร้อง เมื่อภาพที่เขาเห็น คือ ร่างบางเล็กของมารดากองอยู่กับพื้น เขารีบวิ่งเข้าไปประคองขึ้นมาด้วยมือที่สั่นระริก…แม่…แม่ยังมีลมหายใจอยู่…
“ใครก็ได้! ใครก็ได้ช่วยด้วย!!!”

- END Side 6 -







Coin
By Zakuro
Side 7:
“พระเจ้า…ฮึก…ได้โปรด…” ร่างบางในชุดลำลองเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวปล่อยชายแบบสบายๆ กับกางเกงขายาวเนื้อผ้าเบาบางนั่งซบหน้าลงบนมือทั้งสองที่ประสานกุมกันแน่น ร่างที่สั่นเพราะแรงสะอื้นราวกับจะบอกร่างสูงที่ยืนมองเขาอยู่โดยที่เขาไม่รู้ตัวนั้นว่าให้ช่วยปลอบประโลมเขาที ชายหนุ่มผมสีเพลิงก้าวเดินต่อไปจนไปหยุดอยู่ตรงหน้าร่างบางนั้น Kaoru เงยหน้าขึ้นมองเมื่อรู้สึกว่ามีเงามาทาบเขาไว้แล้วเขาก็ต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจอีกครั้ง
“…An…Andou…” ร่างเพรียวบางผวาสะดุ้งกระเถิบหนีโดยอัตโนมัติ ชั่วครู่หนึ่งเหมือนความเศร้าเสียใจและการอธิษฐานขอพรให้ผู้เป็นมารดาปลอดภัยถูกความกลัวบดบังไปเสียหมด
“อย่าถามโง่ๆ ว่าชั้นรู้ได้ยังไง เอาเป็นว่าชั้นรู้” Die ดักขึ้น Kaoru ก้มหน้าหลบตาร่างสูงในชุดเสื้อผ้าโทนสีดำทันที
“แต่…”
“ชั้นรู้อะไรมากกว่าที่นายคิด…ประธาน Niikura…อย่างเช่น…Niikura Kaoru เกิดวันที่ 17 ก.พ. บิดาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ อยู่กับมารดาเพียงสองคนตั้งแต่อายุ 13 ปี ปัจจุบันอาการป่วยโรคลิ้นหัวใจรั่วของมารดาเริ่มกำเริบโดยที่หล่อนอายุเพียง 32 ปี ฐานะทางบ้านไม่ดีนัก จัดอยู่ในสถานะย่ำแย่ ทำงานพิเศษจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน ไม่ค่อยมีเพื่อน…นอกจากนี้ก็รู้อีกเยอะนะ หรือนายคิดว่ามีอะไรที่ชั้นยังไม่รู้นายจะบอกก็ได้” Kaoru ยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีก…ทำไม?…ทำไมถึงรู้มากมายขนาดนั้น?
“A-Andou…นาย-"
* ปึง * ยังไม่ทันที่ Kaoru จะได้เอ่ยถามอะไรออกไป เสียงประตูห้อง ICU ที่เปิดออกก็ขัดเขาเสียก่อน
“พี่ อ-เอ่อ คุณหมอ! คุณแม่ผมเป็นยังไงบ้างครับ?”
“เรียกเหมือนเดิมอย่างที่เคยก็ได้ Kaoru แต่คุณน้าอาการทรุดหนักกว่าเดิมมากนะ พี่แนะนำให้เข้ารับการผ่าตัดจะดีกว่า แบบนี้น่ะอันตรายมาก”
“อ-อาการทรุด?…ผ่าตัด?…ต-แต่พี่ J ครับ ผม…เรื่องค่าใช้จ่าย ผม…” สีหน้าของ Kaoru เปลี่ยนไปอีกครั้ง คราวนี้เหมือนจะร้องไห้แต่ก็ซีดเผือด…ใช่สิ…ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัดรักษาอาการของแม่เขา…มากมายขนาดนั้น…
“พี่เข้าใจ แต่พี่เองก็ไม่เห็นทางที่ดีกว่านี้แล้ว หากอาการของคุณน้าทรุดลงมากกว่านี้พี่เองก็อาจช่วยอะไรไม่ได้เหมือนกัน” หมอเจ้าของไข้ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาเคยเป็นเพื่อนบ้านของ 2 แม่ลูกนี้มาก่อนสมัยที่พ่อของ Kaoru ยังไม่ตาย แต่เขาก็ย้ายบ้านไปต่างจังหวัดก่อนหน้านั้น หลังจากนั้นจึงทราบข่าวการตายของพ่อของ Kaoru ได้เจอกันครั้งสุดท้ายที่งานศพ ต่อมาก็มาเจอกันในสภาพหมอกับคนไข้ เขาเพิ่งเป็นหมออยู่ที่นี่ได้ไม่นานนัก เรื่องทรัพย์สินเงินทองก็เลยยังไม่มากเท่าหมอคนอื่น แต่เขาก็พยายามช่วยเรื่องค่ารักษาให้ลดลงเสมอมา บางครั้งเขาก็แอบช่วยโดยใช้เงินส่วนตัวของเขา เขารู้ดีว่าถ้า Kaoru รู้ต้องเกรงใจจนไม่ยอมให้เขาช่วยแน่ๆ ตอนนี้ค่ารักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ เขาก็ต่อรองกับทางโรงพยาบาลจนลดเหลือเป็นเงินหนึ่งล้านห้าแสนเยน แล้ว แต่เขาก็รู้ว่ามันลำบากแค่ไหนสำหรับ Kaoru
“ผ-ผม…เข้าใจ…ขอเวลาผมคิดอีกหน่อยเถอะนะครับ” Kaoru เอ่ยตอบทั้งที่ยังก้มหน้านิ่ง
“อืม…” J ตบบ่าของ Kaoru แล้วจึงเดินจากไป
“เงินล้านห้านั่นน่ะ ชั้นให้กู้เอามั้ย?”
“เอ๋?” Kaoru เงยหน้าขึ้นทันทีที่ Die พูดจบ…อะไรนะ?
“ชั้นจะให้นายยืมเงินไปจ่ายค่ารักษาไง แต่เรื่องใช้คืนชั้นก็จะใช้ระบบบ้านชั้นนะ” Die พูดพลางกอดอกยิ้มอย่างเป็นต่อ
“ระบบบ้านนาย?” Kaoru ถามอย่างงงๆ
“ใช่ นายยืมชั้นหนึ่งล้านห้าแสนเยน ดอกเบี้ยอาทิตย์ละสิบเปอร์เซ็นต์ นายต้องจ่ายดอกเบี้ยชั้นอาทิตย์ละหนึ่งแสนห้าหมื่นเยนไงล่ะ ไม่จ่ายก็ทบต้น” Die อธิบาย
“อะไรนะ!? ดอกเบี้ยอาทิตย์ละแสนห้า! บ้านนายเป็นยากูซ่าหรือไง!?” Kaoru ร้องขึ้น ระบบบ้าอะไรขูดเลือดขูดเนื้อกันเหลือเกิน
“ก็ใช่น่ะสิ จะเอาหรือไม่เอา ไม่ต้องมีหลักฐานหรือระเบียบการบ้าบออะไรทั้งสิ้น เซ็นสัญญา รับเงินไป แล้วใช้หนี้ ก็แค่นั้น” Die พูดต่อ ฝ่าย Kaoru นั้นหน้าซีด ในหัวก็คิดหนัก ดอกเบี้ยตั้งมาก จะมีงานอะไรที่มีเงินค่าจ้างให้อาทิตย์ละหนึ่งแสนห้าหมื่นเยนกันเล่า? ขืนปล่อยให้ทบต้นไปเรื่อยๆ มีหวัง…
“ช-ชั้นคงไม่มีปัญญาส่งดอกเบี้ยตั้งมากมายขนาดนั้นหรอกนะ ไหนจะเงินต้นอีก” Kaoru อึกอัก
“ไม่ยากนี่ ชั้นมีงานให้นายอยู่แล้ว”
“เอ๋?”
“ตัวนายไง ชั้นจะจ้างนายเอง คอยรับใช้ชั้น ทำตามที่ชั้นสั่งทุกอย่างโดยไม่ขัดขืนหรือทำให้ชั้นต้องขัดใจ ชั้นจะให้นายอาทิตย์ละแสนห้าโดยหักกับดอกเบี้ยที่นายต้องจ่าย เงินต้นนายก็หาทางเก็บหอมรอมริบเอาเองก็แล้วกัน แต่ทั้งหมดนี่มันก็แล้วแต่นาย หรือจะหางานอื่นทำก็ได้ ชั้นให้อิสระ” Die เฉลยคำตอบด้วยสีหน้าสบายๆ พูดเหมือนมีทางเลือกให้เขามากเกินพอ แต่สุดท้ายมันก็ไม่มีทางเลือกที่ดีเลยสักทาง
“ว่าไง? ร่างกายของนายแลกกับชีวิตแม่ของนาย มันไม่น่าตัดสินใจยากเลยนี่” Die เริ่มกดดัน Kaoru มากขึ้นจนฝ่ายถูกกดดันถึงกับเครียด เนื้อตัวสั่นระริก กำมือแน่น
“ก็ได้…ชั้นตกลง”
ไม่มีอีกแล้ว…เขาไม่มีอะไรให้เสียอีกแล้ว…อิสรภาพ…ร่างกาย…หรือแม้แต่…จิตใจ

- END Side 7 -

555 Kaoru ไม่ได้ขอความช่วยเหลือแต่จำต้องรับความช่วยเหลือต่างหากล่ะ Hohoho!
นับวันเรายิ่งเป็นเด็กขี้แกล้งมากขึ้นทุกทีแฮะ - -;; (จะถูกประณามมั้ย?)
ตอนนี้เมมโด (โมเดม) มาแล้วแหละ ไว้จะมาอัพอีกน้า~








Coin
By Zakuro
Side 8:
“Kao_chan…ต้องการแบบนั้นจริงๆ เหรอ?” หญิงสาวเอ่ยถามขึ้น
“ครับ ยังไงคุณแม่ก็ผ่าตัดไปเรียบร้อยแล้ว อีกไม่นานก็จะออกจากโรงพยาบาลได้ ผมอยากให้คุณแม่ไปอยู่ที่ที่สภาพแวดล้อมดีกว่าที่นี่น่ะครับ คุณป้าคุณแม่ของพี่ J เองท่านก็อยู่คนเดียวตั้งแต่พี่เค้ามาทำงานที่นี่ ถ้าคุณแม่ไปอยู่ด้วยก็จะไปเป็นเพื่อนท่านด้วยนะครับ ผมอยากให้คุณแม่ไปพักรักษาตัวต่อที่นั่น ผมเองก็คุยกับพี่ J แล้ว พี่เค้าก็แนะนำให้ไปครับ” Kaoru ตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งพร้อมรอยยิ้มบางๆ
“งั้นเหรอ? แล้ว Kao_chan ล่ะ จะอยู่ที่นี่คนเดียวเหรอ?” เธอถามต่อด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“ครับ ไม่ต้องห่วงหรอกครับ…เรื่องนั้น…ผมเอาตัวรอดได้” เด็กหนุ่มย้ำคำหนักแน่นทั้งๆ ที่ในความเป็นจริงแล้ว…มันไม่ใช่สักนิด
“แน่นะ?”
“ครับ คุณแม่ทำใจให้สบายดีกว่านะครับ ผมเป็นเด็กเข้มแข็งจะตายไม่ใช่เหรอ? เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงหรอกครับ แล้วผมก็จะหมั่นไปเยี่ยมคุณแม่ที่โน่นด้วยนะ” Kaoru ยิ้มกว้างขึ้น แม่ของเขาถอนหายใจเบาๆ ทีหนึ่งแล้วเอื้อมมือมากุมมือเขาเอาไว้
“นั่นสินะ ลูกของแม่น่ะ เก่งกว่าใคร เข้มแข็งกว่าใครอยู่แล้วนี่เนอะ”
“ใช่แล้วล่ะครับ” สองแม่ลูกยิ้มและหัวเราะอย่างมีความสุข
“Kao_chan แม่ถามอะไรหน่อยได้มั้ย?”
“ครับ?”
“ค่ารักษาของแม่น่ะ…เป็นทุนที่โรงเรียนออกให้จริงๆ เหรอ?” เธอทำหน้าสงสัย
“จริงสิครับ ทำไมเหรอ?” Kaoru แกล้งตอบหน้าตาย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาโกหกได้แนบเนียนขนาดนี้
“เปล่าจ้ะ”

* * * * *

“ร่ำลาเรียบร้อยแล้วรึ?” ชายหนุ่มผมแดงที่ยืนพิงผนังรออยู่นอกห้องขยับยืนตัวตรงแล้วเอ่ยขึ้น
“…อีก 2 อาทิตย์ ท่านก็จะไปอยู่ที่ชานเมืองแล้ว” Kaoru ตอบเสียงเย็นชา
“อ้อ…เหรอ?” สิ้นคำ Die ก็ไม่มีใครพูดหรือเอ่ยปากว่าอะไรต่อ ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ
“เอาล่ะ ตั้งแต่นี้ไปให้เก็บของไปอยู่กับชั้น…ที่บ้าน”
“บ้าน?”
“ห้องพักนั่นมันแคบไป ชั้นจะพานายไปอยู่กับชั้นที่บ้านนั่น” หลังจากนั้น Kaoru ก็กลับไปเก็บข้าวของ ของของแม่ของเขา เขาก็นำไปให้ J ส่วนของใช้ส่วนตัวของเขาก็จัดการหอบไปบ้าน Die ที่เขาจินตนาการไม่ถูกว่าเป็นแบบไหน แต่ทันทีที่ได้เห็น…
“นี่มันบ้านที่ไหนกันล่ะ…จะเป็นคฤหาสน์อยู่แล้ว” Kaoru บ่นอุบอิบ คฤหาสน์ที่คงความเป็นเอกลักษณ์ของชาติตั้งตระหง่านข้างหน้าเขา แค่รั้วกั้นก็ยาวจนสุดถนนแล้ว กินพื้นที่เข้าไปมากขนาดนี้…ยังเรียกว่าบ้านได้อีกเรอะ
“เหอ? ค-คุณหนู Die? เอ้อ…ยินดีต้อนรับกลับบ้านครับ” ชายแปลกหน้าในชุดสูทสีดำสนิทท่าทางน่ากลัวด้วยรอยแผลเป็นมากมายที่หันมาเจอ Die เข้าพอดีค้อมตัวลงแสดงความเคารพแม้เขาจะดูแปลกใจที่เห็น Die มากก็ตาม ตอนนี้ Kaoru เริ่มตระหนักแล้วว่า Die คงเป็นลูกชายยากูซ่าอย่างที่ Die เคยบอกจริงๆ กระมัง
“ลมอะไรมันหอบแกมาจนถึงนี่ได้ล่ะ ไอ้ลูกบังเกิดเกล้า” ชายผมสีน้ำตาลทองอีกคนผู้อยู่ในชุดยูกาตะยืนอยู่กลางสวนที่จัดแบบเรียบๆ ทักขึ้น ข้างกายเขามีผู้ชายที่ทำหน้าที่อารักขาอยู่อีกราวๆ 3-4 คนทีเดียว
“ลมอะไรก็ช่างหัวมันเถอะ ผมไม่ว่าง ไว้เดี๋ยวจะคุยอะไรค่อยว่ากันทีหลัง” Die เมินไม่สนใจแล้วเดินต่อไปโดยมี Kaoru เดินตามอย่างเก้ๆ กังๆ
“หึ ปากแบบนั้นมันลูกชายชั้นตัวจริงแน่ แต่มันกลับมาทำไมของมัน ช่างเถอะ กลับมาก็ดีแล้วจะได้คุยกันให้รู้เรื่อง ตามตัวก็ยาก มาให้คุยถึงที่ก็ดีเหมือนกัน ท่าทางจะพาของเล่นกลับมาด้วยซะอีกนี่” เขาวิจารณ์ให้บรรดาองครักษ์ฟังแล้วก็ออกเดินชมสวนต่อไป
“คุณหนู Sugizo ครับ คุณหนู Die กลับมาครับ” บรรดาเบ๊แตกตื่นกันยกใหญ่ หนึ่งในนั้นรีบมารายงานตามหน้าที่ทันที
“หา? ไอ้ Die เนี่ยนะกลับบ้าน? พวกแกตาถั่วกันรึเปล่า?” ชายหนุ่มเจ้าสำอางผู้มีผมสีชมพูลุกพรวดพราดละจากหนังสือที่อ่านอยู่อย่างฉับพลัน
“ไม่ถั่วหรอก Sugi_chan ชั้นก็เห็นมากับตา” คำถามได้รับการยืนยันด้วยคำพูดของชายหนุ่มผมสีดำสนิทอีกคน
“งั้น…มันกลับมาทำไม? ต้องไปดูหน่อยแล้ว” Sugizo ทำท่ากรีดกรายจะลุกไปดูด้วยความไม่เชื่อ
“ไม่ต้องไปดูหรอก มาให้ดูแล้วนี่ไง” แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ก้าวออกนอกห้อง เสียงทุ้มต่ำออกแววหงุดหงิดก็ขัดการกระทำทั้งหมดของเขาด้วยประโยคกวนๆ
“อ้าว? Die ไปไงมาไงล่ะ อยู่ๆ ก็กลับบ้าน เดี๋ยวโลกก็ถล่มหรอก” Sugizo พูดกัดเข้าให้ทันที
“ก็ให้มันถล่มไปเลย กะแค่ชั้นกลับบ้าน มันจะไปกันใหญ่ขนาดนั้นก็ให้มันรู้ไป ไม่รู้ทำไมแค่ชั้นกลับบ้านนี่มันหนักหนาสาหัสนักเหรอ?” Die ตอกกลับ
“ขั้นโคม่าเลยล่ะเฟ้ย! แกน่ะ 2 ปีนี้ ขนาดพ่อถูกยิงกับช่วงปีใหม่ยังไม่กลับเลย แล้วอยู่ๆ ก็กลับมา จะให้คนอื่นเค้านั่งเสงี่ยมยิ้มรับรึไง? แล้วนั่นพาใครมาด้วยล่ะ?” Sugizo ตอบพร้อมรอยยิ้มล้อเลียนก่อนสายตาจะปราดไปเห็นใครบางคนที่ยืนอยู่ข้างหลังน้องชายของตน แต่ตอนนั้น Kaoru กำลังตกใจกับประโยคที่ว่า พ่อถูกยิง ของ Sugizo จนไม่ทันได้หลบ
“ไม่ใช่ธุระอะไรของพี่หรอกน่า” Die ดักทันที
“เฮ้ย! เดี๋ยวนี้มีหวงเว้ย บอกมาซะดีๆ นะว่าใคร” Sugizo พูดขึ้น ในใจก็แสยะยิ้ม รู้สึกเหมือนตัวเองจะรู้สาเหตุที่น้องบังเกิดเกล้ากลับมาเสียแล้ว มือเนียนสวยของ Sugizo คว้าได้แขนของ Kaoru แล้วดึงออกมาโดยที่ Die ยังไม่ทันได้ทำอะไร
“โอ๊ะ! น่ารักดีนี่ น่าจับแปลงโฉมอีกสักหน่อยนะ ชื่ออะไรเหรอ?”
“N-Niikura Kaoru ครับ” Kaoru เหงื่อตก ตกใจที่อยู่ๆ ก็ถูกคว้าออกมาได้ แรงของ Sugizo มากกว่าที่เขาคิดไว้มากทีเดียว
“อ้อ Kaoru ไปไงมาไงมาอยู่กับไอ้หมาบ้านี่ได้ล่ะ” Sugizo ยิ้มหวานถามต่อ แต่ Die ก็ดึง Kaoru กลับไปทันที
“เอาไว้ชั้นจะเล่าให้ฟังทีหลัง ห้องชั้นยังเหมือนเดิมใช่มั้ย?” Die รีบเปลี่ยนเรื่อง
“Yes! โซนทิศตะวันออกของแกไม่มีใครไปยุ่งหรอก ยกเว้นแม่บ้านที่เข้าไปทำความสะอาดให้ทุกวันกับลูกน้องคนสนิทของแกน่ะ” พูดจบ Die ก็ขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับผู้เป็นพี่ต่อ เขาสาวเท้าพร้อมลาก Kaoru ตรงไปยังเขตตะวันออกของคฤหาสน์ที่เป็นของเขาโดยทันที
“นายนอนห้องเดียวกับชั้นนี่แหละ ไปจัดของซะ เดี๋ยวชั้นจะไปหาพ่อชั้นก่อน” Die เหวี่ยง Kaoru เข้าไปแล้วปิดประตูจากนั้นเขาก็เดินจากไป Kaoru มองไปรอบๆ ห้องครู่หนึ่ง ห้องของ Die ดูมีระเบียบและค่อนข้างโล่งพอๆ กับห้องพักของ Die ที่เขาเคยหลงเข้าไปคราวนั้น มีแค่เฟอร์นิเจอร์หลักๆ อยู่ นอกจากโคมไฟกับตู้หนังสือขนาดใหญ่แล้วของประดับก็ไม่ค่อยมี ห้องกว้างและดูสว่างสบายตา
* ก๊อกๆๆ * หลังจาก Die ออกไปได้ครู่หนึ่ง เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้น
“ค-ครับ” Kaoru ลุกขึ้นไปเปิดประตูรับอย่างไม่แน่ใจนักว่าที่ทำมันถูกรึเปล่า
“สวัสดีครับ” หลังจากเปิดประตูแล้ว ชายหนุ่มผมสีดำสนิทก็ส่งยิ้มเป็นมิตรให้เขาพร้อมคำทักทาย
“เอ้อ…ครับ” Kaoru ขานรับ
“ขอผมเข้าไปได้มั้ยครับ?” ฝ่ายที่ยืนหน้าประตูเอ่ยปากขึ้น Kaoru จึงนึกขึ้นได้ รีบถอยทางให้อีกฝ่ายเข้ามา
“ผมชื่อ Kawamura Ryuichi ครับ เรียก Ryuichi ก็ได้”
“ผม Niikura Kaoru ครับ เรียกว่า Kaoru ก็ได้ครับ…เอ่อ…คือ…” Kaoru ที่ไม่รู้จะพูดอะไรต่อได้แต่เงอะๆ งะๆ
“คุณหนู Sugizo ให้ผมมาลองคุยกับคุณดูน่ะครับ แต่ผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะคุยอะไร แหะๆ เอาเป็นว่าเดี๋ยวผมช่วยคุณจัดของดีกว่านะ” พูดจบ Ryuichi ก็เดินไปที่กระเป๋าของ Kaoru ที่รื้อของออกมาบ้างแล้ว
“ข-ขอบคุณครับ เอ่อ…Ryuichi_san ไม่ต้องพูดครับกับผมหรอกครับ” Kaoru พูดขึ้นแล้วเดินไปนั่งข้างๆ Ryuichi จากนั้นก็เริ่มจัดของ
“เอางั้นเหรอ? อืม…Kaoru_kun เนี่ย มีข้าวของนิดเดียวเองนะ”
“ครับ ผมเองไม่ค่อยมีของใช้อะไรมากมายหรอก” Kaoru ยิ้มตอบ
“แล้วทำไมถึงมากับ Die_kun ได้ล่ะ?” Ryuichi ถาม
“ผม…ติดหนี้เขาน่ะครับ ก็เลยมาทำงานใช้หนี้” Kaoru ตอบ ในใจ Ryuichi เริ่มรู้สึกแปลกๆ เสียแล้ว
“งั้นก็เหมือนกันเลย เพราะผมเองก็ติดหนี้ Sugi_chan มาก่อนน่ะ เลยมาทำงานคอยดูแลเค้าอยู่ที่นี่ ตอนนี้ใช้หนี้เค้าหมดแล้วล่ะ แต่ผมขออยู่ต่อเอง อ๊ะ! สเวตเตอร์นี่น่ารักจัง” Ryuichi พูดยิ้มๆ
“คุณแม่ทำให้น่ะครับ” Kaoru พูดด้วยความปลื้มใจ
“ดีจัง คุณแม่ของ Kaoru_kun นี่ท่าทางจะเป็นคนละเอียดมากเลยนะ ถักได้สวยมากเลย” Ryuichi ชม หลังจากนั้นทั้งสองก็คุยกันไปเรื่อยๆ จนจัดของเสร็จ
“ห้องของ Die_kun เนี่ย เคยเข้ามาแค่ตอนที่ Sugi_chan ให้มาเอาของคืนเท่านั้นเองนะ ค่อนข้างเรียบง่ายมากเลย หนังสือก็เยอะ” Ryuichi พูดแล้วเดินไปรอบๆ ห้องแล้วไปหยุดที่หัวเตียงครู่หนึ่ง จากนั้นก็เดินไปที่ตู้หนังสือที่ถูกล็อคเอาไว้ กระนั้น Kaoru ก็ไม่ได้ว่าอะไรตอบ
“เดี๋ยวผมกลับดีกว่านะ ไปนะ Kaoru_kun” จากนั้น Ryuichi ก็ยิ้มให้ Kaoru แล้วเดินออกไป
“อย่างน้อย…ก็ยังมีคนที่เราคุยด้วยได้ล่ะนะ” Kaoru พึมพำกับตนเองเบาๆ
- ทางด้าน Ryuichi ที่กลับมาถึงห้องของ Sugizo -
“อ้าว? Die_kun คุยกันเสร็จแล้วเหรอ?” Ryuichi เอ่ยถามอีกฝ่ายที่เดินสวนเขาพอดี
“อืม” Die ตอบแล้วเดินไปยังเขตตะวันออกของตนเอง
“ไง Ryu เรียบร้อยมั้ย?” Sugizo เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามา
“อือ แต่ Sugi_chan ไอ้ที่ให้ชั้นไปติดที่ซอกหัวเตียงน่ะ มันคืออะไรเหรอ?” Ryuichi พยักหน้าแล้วถามต่อ
“เครื่องดักฟังขนาดจิ๋วน่ะ เพิ่งได้มา มานี่สิ เดี๋ยวจะเล่าเรื่อง Kaoru ให้ฟัง” แล้ว Sugizo ก็เล่าเรื่องทั้งหมดที่เขาคาดคั้นเอาจาก Die ให้ Ryuichi ฟัง
“Die_kun…ใจร้าย” Ryuichi พูดขึ้น
“นะ…แต่ชั้นสงสัยมัน ชั้นว่าไอ้น้องบ้านี่ต้องมีอะไรแน่ ชั้นถึงได้นายไปติดเครื่องดักฟังไว้ไง มาลองฟังกันมั้ย?” ว่าแล้ว Sugizo ก็เริ่มปฏิบัติการ
[แกร๊ก…ปึง]
“อ้าว? เพิ่งกลับเข้าห้องหรอกเหรอ? สงสัยคงแวะไปหาเจ้าสุดสวยนั่นล่ะสิ” Sugizo บ่นพึมพำ
[จัดของเสร็จแล้วเหรอ?]
[อ-อืม]
[จะหนีไปไหน? มานี่!] ถึงตอนนี้ เสียง Die ตวาดทำเอาผู้แอบฟังสยองแทน
[อย่า! ปล่อยนะ! Andou] เสียง Kaoru ร้องขึ้น ฟังดูเหมือนเจ็บ
[บอกให้เรียกว่า Die เลิกเรียกว่า Andou ได้แล้ว ถ้ายังเรียกอีกจะหาว่าไม่เตือน]
“โอ๊ะโอ…” Sugizo พึมพำขึ้นมาอีก
[จะเรียกยังไงนายมันก็แค่ไอ้คนใจร้ายเท่านั้นนั่นแหละ]
“ปากหาเรื่องซะแล้ว Kao_chan” Sugizo วิจารณ์
[ใจร้าย? อ้อ ใช่สิ ใครจะไปเหมือนไอ้หมอผมทองแสนจะใจดีนั่น]
“เฮ้ย! Die…นี่แก…อาการแบบนั้นน่ะมัน…”
[อย่าไปว่าพี่ J นะ ตลอดมาถ้าไม่มีพี่เค้าคอยช่วยเหลือ ป่านนี้ชั้นจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้]
[เฮอะ แน่ใจหรือไงว่ามันช่วยอย่างเต็มใจน่ะ]
[หุบปากนะ พี่เค้าเป็นคนยังไงชั้นรู้ดี เค้าใจดีกว่านายเป็นร้อยเท่าพันเท่า นายมันใจร้าย]
“อึ๋ย…” Sugizo อุทานด้วยความกลัวแทน
[ใจร้าย? ดี! นายยังไม่เคยเจอสินะ คำว่าใจร้ายน่ะ ชั้นจะบอกให้ก็ได้ แล้วนายจะรู้ว่าที่ชั้นทำอยู่นี่ถือว่าใจดีแค่ไหนหลังจากที่นายรู้ว่าใจร้ายของชั้นมันเป็นยังไง!]
[ตึง!]
[หยุดนะ! จะทำอะไร!? อย่านะ Die!!! อย่า!!!]
[จะมาอ้อนวอนเอาตอนนี้มันก็สายไปแล้วล่ะ ชั้นจะใจร้ายกับนายให้สมกับที่นายว่าชั้นเลย]
[ปล่อยชั้นนะ! ปล่อยสิ! ปล่อย! ไม่!]
[แคว่ก!]
“Sugi_chan ไปช่วย Kaoru_kun เถอะ เร็วเข้า! เร็วสิ!” Ryuichi เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาสั่น แหบพร่า นี่หากเขาเป็น Kaoru คงกลัวจนทำอะไรไม่ได้ไปแล้ว
“ไม่ได้หรอก Ryu ขืนเข้าไปตอนนี้นายคิดว่าอะไรมันจะเกิดขึ้น” Sugizo แสร้งพูดเลี่ยงไป
“ชั้นรู้ว่านายช่วยเค้าได้นะ Sugi_chan ได้โปรดเถอะ” Ryuichi เร่งเร้า
[อย่านะ! ไม่! ได้โปรด! อย่า! อย่าทำชั้นเลย! ได้โปรด! ไม่!!!]
“เร็วสิ Sugi_chan!” Ryuichi ร้องเสียงหลงเมื่อได้ยินเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวของ Kaoru
[ช่วยด้วย! ใครก็ได้! อย่า!!! ใครก็ได้ช่วยที! ได้โปรด!]
“Ryu 2 คนนั้นน่ะ ชั้นอยากรู้ว่าเขารู้สึกยังไงต่อกัน และวิธีนี้ล่ะเร็วที่สุด แล้วถ้าเราแห่ไปตอนนี้ เจ้า Die มันก็จะรู้ว่าเราแอบฟังนะ” Sugizo อธิบาย
“ต-แต่…” Ryuichi พยายามจะหาทางช่วย Kaoru ให้ได้ แต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้
[ฮึก…อย่า…อย่าทำกับชั้นแบบนี้…ฮึก…อ๊ะ! อย่า…ได้โปรด…ได้โปรด…]
[นายเป็นของชั้นเท่านั้น Kaoru…ของชั้น]
[อ๊า~…ได้โปรด…ถ้าจะต้องเป็นแบบนี้…ให้ชั้นตาย…ยังจะดีกว่า…อึ๊!]
[อยู่กับชั้นมันทรมานมากสินะ ถ้าตายยังดีกว่านายก็อย่าตายเลย]
[Die อย่า…เจ็บ…น-นิ้ว…อย่า…ไม่เอา…ไม่…ชั้นเจ็บ…เอาออกไปที…ได้โปรด…อ๊า…]
“ไม่เป็นไรนะ Ryu?…นายจะออกไปก่อนก็ได้นะ” Sugizo เอ่ยขึ้นแล้วดึงร่างบางที่นั่งสะอื้นไห้ข้างๆ เข้ามากอด แต่ Ryuichi กลับส่ายหน้าช้าๆ แล้วซบเขา บัดนี้ในใจของ Ryuichi เต็มไปด้วยความเวทนา
[เอาออกก็ได้ แต่ต่อจากนี้ถ้าเจ็บก็อย่าว่ากันล่ะ]
[อ๊าาา!!! ไม่! ไม่!!!!!]
[อึ๊…อย่าเกร็งสิ]
[อ๊า!!! อ๊า!!! อย่า! ออกไปจากร่างชั้นนะ! อย่า…ไม่…ฮึก…ไม่…] เสียงของ Kaoru แผ่วลงทุกทีๆ หากเหมือนกำลังจะขาดใจเสียมากกว่า
[ฮือ…อื้อ!…ไม่…ใจร้าย…อ-โอ๊ย…ฮึก…นายมัน…ใจร้าย…อ๊า!]
[พูดมากนักนะ ไม่ต้องพูดแล้ว] สิ้นคำ Die หลังจากนั้นทั้ง Sugizo และ Ryuichi ก็ได้ยินเพียงเสียงครวญครางและเสียงกรีดร้องของ Kaoru เท่านั้น พวกเขาได้แต่ตระหนกกับอารมณ์ที่รุนแรงของ Die จนพูดอะไรไม่ออก จนในที่สุดก็สิ้นเสียงของ Kaoru ไป เดาได้เลยว่าคงหมดสติไปแล้ว
[ทำไมกันนะ…ทั้งๆ ที่ชั้น…] Die พึมพำขึ้นเบาๆ จนแทบไม่ได้ยิน ผู้แอบฟังทั้งสองรู้เพียงว่ามันเป็นน้ำเสียงที่แสดงความสำนึกผิดและเสียใจ แต่ก็มิอาจคาดเดาได้ว่า Die คิดอะไรอยู่

– Die’s feeling theme – << Coin: Side 8 >> - บางอย่างที่ซ่อนอยู่ในใจ -
แววตาที่จ้องมองเราด้วยความหวาดกลัว
ร่างกายที่สั่นระริกเมื่อเราเข้าใกล้
ใบหน้าที่เบือนหนีจูบของเราเสียทุกครั้ง
เสียงกรีดร้องด้วยความทรมานยามเราถือสิทธิ์ครอบครอง แทรกเข้าไปภายในร่างนั้น
เรียวขาที่ขืนเกร็งเพราะไม่ยินยอมให้เรากอดเขาอย่างเต็มใจ
หยาดน้ำตาที่พร่างพรูเพราะรู้สึกว่าตนพ่ายแพ้และถูกทำร้าย
มือและเรียวแขนที่กระทำการต่อต้านเราทั้งๆ ที่ไม่มีทางสำเร็จ
และ…จิตใจที่ชิงชังในตัวเรา
แต่สิ่งที่เราต้องการมันไม่ใช่…สิ่งที่เราต้องการ…
เราอยากได้แววตาที่มองเราด้วยความไว้วางใจ
เราอยากได้ร่างกายที่ตอบรับเราเมื่อเราเข้าใกล้
เราอยากได้ใบหน้าที่หันมารับจูบเราทุกครั้ง
เราอยากได้เสียงครวญครางแห่งความอิ่มเอมเมื่อเราถือสิทธิ์ครอบครอง แทรกเข้าไปภายในร่างนั้น
เราอยากได้เรียวขาที่ผ่อนคลายรับเราเอาไว้เพราะได้ยินยอมเราอย่างเต็มใจ
เราอยากได้หยาดน้ำตาที่พร่างพรูเพราะได้รับความสุขสมไปจากเรา
เราอยากได้มือและเรียวแขนที่โอบรัดเราตอบราวกับขาดเราไม่ได้
และ…เหนือสิ่งอื่นใด…เราอยากได้จิตใจที่เต็มไปด้วยความรักที่มีต่อเรา
มันจะสายไปมั้ยนะ? จากเวลานี้ไป…
หากเราจะแก้ตัวใหม่…เขาจะยอมเปิดใจให้เรามั้ยนะ?

- END Side 8 -

อ่านะ…พี่ Die คะ ไมพี่โหดร้ายแบบนี้? ฮือออออออ…
สงสาร Kao จังเรยยยย~ สงสารจริงๆ น้า~
มองหน้าเรายังงั้นทำไมอ่ะ ก็สงสารจริงๆ ใครช่างโหดร้าย ทำได้ลงคอ (ก็แกไง นังตัวดี)
Hahahaha!!! เราเป็นอะไรไปวุ้ย ใกล้เอนต์เลยเพี้ยนมั้ง? โทษทีๆ
ขอให้ซาหนูกกกกกกกกกกกกกก~ (โอ้วววว ตัวขยันเกาะลูกทับทิมมิดแล้วววว~)
แต่ว่าหลังจากนี้อาจจะมาอัพช้าลง อย่าว่ากันเลยน้า~

















Coin
By Zakuro
Side 9:
“อือ…อืม…” เช้าวันต่อมา Kaoru ยังคงนอนสลบไสลจนย่างเข้าสี่โมงเช้า สติของเขาค่อยๆ กลับมาทีละน้อย เขารู้สึกได้ถึงฝ่ามืออุ่นๆ ของใครคนหนึ่งที่ลูบผมของเขาอย่างอ่อนโยน ถ้าหากเขาอยู่บ้านก็เดาได้เลยว่าต้องเป็นแม่ของเขาเป็นแน่ แต่ที่นี่ไม่ใช่บ้านของเขา…แล้วใครกันนะที่มีสัมผัสอันอบอุ่นแบบนี้
“ตื่นแล้วเหรอ? Kaoru_kun” เสียงของคนคนนี้ฟังดูนุ่มหู Kaoru พอจะจำได้ว่าเป็นเสียงของใคร เขาลืมตาขึ้นช้าๆ
“Ryuichi_san…” Kaoru ขานชื่ออีกฝ่ายเบาๆ ตอนนี้สายตาของเขาเป็นปกติแล้ว เขาเห็น Ryuichi ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยนแต่ก็ดูฝืนๆ อยู่ลึกๆ
“เป็นไงบ้าง? ลุกไหวมั้ย?” Ryuichi เอ่ยถามอีกฝ่าย Kaoru เงียบไป ท่าทางจะยังมึนๆ อยู่ไม่น้อย
“คิดว่า…ไหวครับ” Kaoru ตอบอย่างไม่แน่ใจนัก เขาไม่ทันสังเกตว่าทำไม Ryuichi ถึงถามเขาแบบนั้นเพราะอะไรหลายๆ อย่างในสมองของเขามันยังไม่เข้าที่เข้าทางดี
“อึ๊!…” ทันทีที่ Kaoru พยายามจะลุกขึ้น เพียงแค่ยันร่างที่อยู่ใต้ผ้าห่มของตนขึ้นมาไม่ทันสุดแขนเขาก็ล้มตึงกลับไปนอนบนเตียงอีกครั้ง
“Kaoru_kun!” Ryuichi ร้องขึ้นด้วยความตกใจ รีบเข้าไปประคอง Kaoru ขึ้นมา
“ม-ไม่เป็นไร…ผมไม่เป็นไรหรอกครับ” Kaoru ที่เกาะไหล่ของ Ryuichi เอาไว้เพื่อทรงตัวพยายามบอกให้อีกฝ่ายสบายใจ หากใบหน้าที่ก้มหลบสายตาของ Ryuichi อยู่นั้นกลับซีดเผือดและแสดงออกซึ่งความเจ็บปวดจนยากที่จะปิดบังได้หมด
“ไม่เป็นไรที่ไหนกัน สภาพนายใครดูว่าสบายดีสายตามันคงสั้นเป็น 1,000 แล้ว” ประโยคที่แสดงความหงุดหงิดนั้นไม่ใช่คำพูดของ Ryuichi แต่ประการใด
“Sugi_chan” Ryuichi เอ่ยเรียกผู้มาเยือนคนใหม่ด้วยสีหน้าไม่สบายใจ Sugizo เดินเข้าไปหาทั้งสองทันที
“ไง ลุกได้มั้ย?” Sugizo ยืนเชิดถามตามนิสัยปกติที่ดูถือตัวอยู่ตลอดเวลา Kaoru นั้นนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้าแทนคำตอบ
“มันก็ควรจะเป็นอย่างนั้นอยู่แล้ว ถ้ายังลุกขึ้นมาทำอะไรเป็นปกติได้นายก็เป็นยอดมนุษย์พอดี” Sugizo กอดอก พูดพร้อมถอนหายใจ แล้วเดินเข้าไปอุ้ม Kaoru ขึ้นมาทั้งผ้าห่ม
“ค-คุณ Sugizo!” Kaoru ร้องขึ้นด้วยความตกใจที่จู่ๆ ก็ถูกอุ้มราวกับเขาเป็นของเบาๆ ชิ้นหนึ่งสำหรับ Sugizo
“เอ้า! หวังว่าคงจะพออาบน้ำเองได้นะ ชั้นจะไปจัดการอย่างอื่นอีก” Sugizo บอกแล้วเดินไปทันที เขากลับไปที่ห้องของ Die อีกครั้ง ที่นั่น Ryuichi ก็ยังยืนรออยู่
“เปลี่ยนผ้าปูที่นอนเถอะ สงสารพวกแม่บ้าน เดี๋ยวจะช็อกตายซะก่อน มีอย่างที่ไหนเจ้าของห้องไม่อยู่ 2 ปี พอมันกลับมาอยู่ก็มีคราบเลือดอยู่บนที่นอนเลยแบบนั้น” Sugizo ถอนหายใจหนักๆ อีกรอบ Ryuichi ได้แต่มองร่องรอยที่บอกว่ามีอะไรเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้และรุนแรงมากแค่ไหนบนที่นอนนั้นแล้วพลอยถอนหายใจไปอีกคนจากนั้นเขาก็ช่วยกัน 2 คนกับ Sugizo เปลี่ยนผ้าปูที่นอน
“ถ้าไม่เห็นแก่ Kaoru กับมันที่เป็นน้องแท้ๆ ของชั้นล่ะก็ Sugizo คนนี้ไม่มีวันยอมลดตัวลงมาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนหรอกนะ เชอะ” Sugizo บ่นอุบอิบ Ryuichi ได้แต่ยิ้มขำๆ ท่าทางแบบนั้นของอีกฝ่าย
“S-Sugi_chan…ชั้นว่าผ้าปูสีนี้มัน…” Ryuichi ผู้นิ่งเงียบอยู่นานจำต้องพูดขึ้นเมื่อเห็นผ้าปูที่นอนที่ร่างสูงหอบมาด้วยหลังจากหายไปนาน ไอ้ที่หอบมาก็เยอะอยู่หรอก (หอบมาเลือก) แต่ไอ้ผืนที่หยิบขึ้นมาหลังจากเลือกอยู่นานนี่สิ…สุดยอด…
“ทำไม? ลายสตาร์วอร์สสีบานเย็นนี่มันทำไม?” ไม่ทำไมหรอก แต่ Die มันจะไล่เตะเอา…Ryuichi คิด
“ชั้นว่าเอาสีฟ้าอ่อนผืนนั้นดีกว่านะ” Ryuichi ชี้ไปที่ผ้าอีกผืนหนึ่งที่ถูกเขี่ยอย่างไม่ใยดี
“ท-ทำไมล่ะ Ryu_chan…ก็เค้าชอบอันนี้อ่ะ เค้าชอบอันนี้!!! เค้าจะเอาอันนี้อ่ะ!!!” Sugizo เริ่มงอแง ( - -;;) มาด Seme สุดเท่ถูกทำลายย่อยยับภายในพริบตาเดียว…พริบตาเดียวจริงๆ…
“ไม่เอาน่า Sugi_chan อย่างอแงแบบนี้สิ เอางี้ อันนี้ไว้ใช้ห้องเราแล้วกันนะ” ในที่สุด Ryuichi ก็ต้องจำใจพูดออกไป (โธ่…คืนนี้นอนไม่หลับแน่ Gu: Ryuichi)
“จริงเหรอ? งั้นเอาสีฟ้าอันนั้นมาปูเลย” …- -;;…บอกตามตรงว่าสงสาร Ryuichi ว่ะ…
“เฮ้อ…” Ryuichi ลอบถอนหายใจ
“เออนี่ Ryu…”
“หือ?” Ryuichi ขานรับขณะเดียวกันก็เริ่มเก็บมุมผ้าปูที่นอนให้เรียบร้อยไปด้วย
“เวลาที่ชั้นกอดนายแล้วนายครางออกมาน่ะ…ตอนนั้นคิดอะไรอยู่หรือรู้สึกยังไง?” คำถามที่ Sugizo ถามขึ้นเล่นเอา Ryuichi ค้างเป็นของเล่นถ่านหมดไปทันที
“S-Sugizo!!! ไอ้บ้า!!!” Ryuichi คว้าได้หมอนก็ฟาดเข้าให้ มาด Uke ผู้แสนดีถูกทำลายย่อยยับภายในพริบตาเดียว…พริบตาเดียวจริงๆ…(ประโยคนี้คุ้นๆ เนอะ)
“เฮ้ย! ฟังก่อนๆ ชั้นไม่ได้มีจุดประสงค์บ้าๆ อย่างที่นายคิดนะ ช่วยตอบชั้นก่อน” Sugizo รีบจับหมอนเอาไว้ไม่ให้อีกฝ่ายใช้ฟาดเขาได้อีก
“แล้วนึกบ้าอะไรขึ้นมาถึงถาม (วะ)?” Ryuichi ทั้งโกรธทั้งอายจนควันขึ้น
“เถอะน่า สงเคราะห์ชั้นหน่อยเถอะ”
“…ก็ได้…ก็ชั้นรักนายน่ะสิ ชั้นชอบให้นายกอดชั้นไว้แบบนั้น ชั้นมีความสุข” Ryuichi พูดไปก็เขินไป
“อืม…อย่างนี้นี่เอง แต่ก็ยังไม่ใช่แบบนาย 100% นี่นะ” Sugizo พึมพำเบาๆ คนเดียว
“อะไรไม่ใช่แบบชั้นเหรอ?” Ryuichi อดที่จะถามไม่ได้
“ก็เสียงครางของ Kaoru ไง คล้ายๆ ของนายเลย แต่ว่ารู้สึกต่างกันนิดหน่อย…คิดว่า…ฟังดูเศร้าๆ แล้วก็เจ็บปวด” Sugizo วิเคราะห์
“เรื่องแบบนี้เค้าวิเคราะห์กันได้ด้วยรึไงฮึ?” ชายผมดำสวนขึ้น
“นายไม่ได้เป็น Seme นี่ นายไม่เข้าใจหรอก ชั้นคิดว่าที่ชั้นวิเคราะห์เนี่ยมันมีเปอร์เซ็นต์ถูกกว่าครึ่งนะ แต่ไอ้ Die น่ะ แค่ฟังที่มันพูดเมื่อวานก็รู้แล้วว่ารู้สึกยังไงกับ Kaoru แต่ Kaoru นี่สิ ชั้นไม่รู้ว่ารู้สึกยังไงกับ Die มัน ถ้าใช้ผลวิเคราะห์เมื่อกี้ได้ชั้นก็บอกได้เลยว่า Kaoru น่ะมีใจให้มันแน่ แต่ไม่รู้ว่ามากแค่ไหน บางทีอาจน้อยกว่า 1% หรือไม่ก็อาจมากกว่า 50% ได้เชียวนะ” Sugizo พูดอย่างมีหลักการ
“พอเถอะ Sugi_chan นายนี่ไปกันใหญ่แล้ว” Ryuichi เอ่ยปรามแล้วส่ายหน้าช้าๆ พอดีกับที่เขาปูที่นอนเป็นที่เรียบร้อยพอดี
* ตึง * อยู่ๆ ก็มีเสียงโครมครามดังขึ้น เล่นเอาทั้ง Sugizo และ Ryuichi ต้องรีบวิ่งออกไปเลยทีเดียว
“Kaoru_kun!? เป็นอะไรรึเปล่า?” Ryuichi ถามขึ้นก่อน
“ผมสะดุดชายยูกาตะล้มน่ะครับ แย่จัง…” ร่างเพรียวบางในชุดยูกาตะสีชมพูอ่อนนั่งกองอยู่กับพื้น พยายามฝืนยิ้มตอบทั้งๆ ที่ยากเย็นน่าดู เขาเดินเลาะผนังมาแล้วก็มาล้มเอาตรงนี้ได้เสียนี่
“มานี่เถอะ เดี๋ยวไปนอนพักดีกว่านะ” Ryuichi ตรงเข้าไปพยุง Kaoru ขึ้น Sugizo เองก็เดินตามเข้าไปแล้วแย่ง Kaoru มาอุ้มแทน จากนั้นเขาก็วางร่างของ Kaoru ลงบนเตียงที่เพิ่งปูผ้าปูเสร็จใหม่ๆ
“นอนพักซะ สภาพแบบนี้เดี๋ยวก็ไม่มีแรงไปสู้ไอ้หมาบ้านั่นหรอก” Sugizo พูดขึ้น Kaoru มองเขาครู่หนึ่ง ส่วน Ryuichi ก็ดึงผ้าห่มมาห่มให้
“พักผ่อนซะนะ Kaoru_kun ไม่ต้องห่วงที่โรงเรียนนะ Die_kun เค้าไปตั้งแต่เช้าแล้ว เดี๋ยวก็คงยื่นใบลาให้”
“หา? อะไรนะครับ?” Kaoru ตกใจจนตาเบิกโพลง Sugizo แทบจะทุบหัว Ryuichi ไปเสียเดี๋ยวนั้น
“ช่างมันเถอะน่า ยังไงสักวันเค้าก็ต้องรู้กันอยู่ดีว่านายย้ายมาอยู่ที่นี่แล้วน่ะ” Sugizo รีบชิงพูดขึ้น แววตาของ Kaoru อ่อนแสงลงไปครู่หนึ่งแล้วเขาก็หลับตาลง
“นั่นสินะ” Kaoru พึมพำเบาๆ ถึงตอนนี้ Ryuichi ชักรู้แล้วว่าตัวเองทำอะไรผิด แต่บางทีการที่เขาพูดออกไปอาจดีกว่าให้ Kaoru ไปรู้เองที่โรงเรียน
“นอนเถอะ เดี๋ยวจะเป็นอะไรไปอีก” Sugizo พูดพร้อมเอื้อมมือไปลูบผมอีกฝ่ายเบาๆ มันช่วยให้ Kaoru รู้สึกดีขึ้นมาก อย่างน้อยเขาก็รู้สึกเหมือนมีพี่ชายคอยดูแลถึง 2 คน
“ขอบคุณครับ” Kaoru เอ่ยขอบคุณคนทั้งสองแล้วก็ผล็อยหลับไป
“เด็กหนอเด็ก…ไอ้น้องซาดิสต์ของชั้นมันจะทำอะไรเธออีกก็ไม่รู้นะ Kaoru” Sugizo พึมพำ
“ไปกันเถอะ Ryu”

– Kaoru’s feeling theme – << Coin: Side 9 >> - บางอย่างในใจที่ยากจะยอมรับ -
ใจร้าย…คนคนนั้น…ช่างใจร้าย…
เขาไม่เคยอ่อนโยนกับเราเลย…ไม่เคยเลย…
ทุกครั้งที่ถูกสัมผัส เราอดไม่ได้ที่จะกลัวจนตัวสั่นแบบนั้น
ทุกครั้งที่ถูกจูบ เราอดไม่ได้ที่จะเบือนหน้าหลบจูบอันรุนแรงนั้น
ทุกครั้งที่ถูกเขากอด เราอดไม่ได้ที่จะขัดขืนจนสุดกำลัง….ดิ้นรนจนวินาทีสุดท้าย
แต่ยิ่งดิ้นรนมากเท่าไร กลับไร้ซึ่งทางหนีมากเท่านั้น
เรี่ยวแรงที่มากกว่าของเขา สยบเราได้อย่างง่ายดาย
เขาเหนือกว่าเราทุกอย่าง ทั้งฐานะ สติปัญญา และพลกำลัง
เวลานี้เรารู้ดีว่ากลัวเขามากแค่ไหน
เขายิ่งน่ากลัวเวลาที่เราพยายามต่อต้านขัดขืนเมื่อเขารั้นจะเข้ามาในร่างของเรา
เวลาที่เขาฝืนเราโดยการใช้กำลังเช่นนั้น
มันเจ็บปวดราวกับถูกฉีกร่างออกเป็นชิ้นๆ
เราได้แต่กรีดร้องขอความเมตตา…แต่ก็ไม่เคยได้รับ…แม้สักครั้ง…
ข้อมือที่ถูกตรึงไว้ด้วยกำลังของเขา เราก็ขืนจะให้หลุดจนเป็นรอยช้ำแดง
เมื่อร่างของเราถูกใช้ปรนเปรอสนองอารมณ์ของเขาจนเป็นที่พอใจแล้ว…เขาก็ผละออกไป
แล้วยังไง…เราคงเป็นได้แค่ที่รองรับอารมณ์สินะ…
น้ำตามันไม่ยอมหยุดไหล แม้ว่าจะพยายามห้ามห้ามสักเท่าไร
แต่สิ่งที่เราสงสัย คือ…
เราร้องไห้เพราะอะไรกันนะ?
เพราะรู้สึกอัปยศ…อับอายขายหน้า…
หรือเป็นเพราะว่า…เราต้องการเป็นสิ่งอื่นที่ไม่ใช่ของเล่นของเขากันแน่…

- END Side 9 -

หวัดดีค่า~ เอามาอัพแก้ขัด อีกสักเดี๋ยวจะรีบปั่น BR มาให้น้า~ (อาจจะดึกๆ หน่อยอ่ะ)
อา…เรื่องนี้เนี่ย…สงสาร Kaoru แต่ก็มันมือดีแฮะ (เราเป็นอะไรไปแล้ว!!?)
ไว้ว่างๆ มาโหวตกันดีกว่า ว่าใครน่าสงสารที่สุดตั้งแต่ fic เรื่องแรกในส่วนของ fic ของ Zakuro 555

ป.ล. hime_chan ได้รับเมล์เรื่อง Impossible love ของพี่รึยังจ๊ะ? วันนั้นเนตมันไม่ค่อยดีเลยไม่แน่ใจน่ะ






















Coin
By Zakuro
Side 10:
“…อือ…” หลังจากหลับสนิทไปได้ราวๆ 4 ชั่วโมง นี่ก็ย่างเข้าบ่ายสามแล้ว แสงแดดสว่างรำไรที่ลอดผ่านเข้ามาทางช่องหน้าต่างกระทบกับร่างบางใต้ผ้าห่มผืนนุ่มหนาบนฟูกเตียงที่คลุมด้วยผ้าปูที่นอนสีฟ้าอ่อนก็เริ่มขยับไปมาเล็กน้อย บางที…การพักผ่อนนี่คงมากพอสำหรับเขาเสียแล้วกระมัง?
“โอย…เจ็บ…” หลังจากลุกขึ้นมานั่งอย่างทุกลักทุเลพร้อมผ้าห่มที่ยังคลุมช่วงไหล่อยู่ เขาก็บ่นงึมงำ ก่อนจะเริ่มหาวและบิดขี้เกียจจนมีน้ำตาเล็ดออกมาเล็กน้อย เขานั่งสะลึมสะลืออยู่เป็นนาน ไอแดดภายในห้องทำให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย Kaoru ยกมือขึ้นป้ายน้ำตาที่ซึมออกมาเพราะความขี้เกียจของตนออก จากนั้นก็เริ่มโยกไปโยกมาจะร่วงลงไปนอนอีกเสียให้ได้ (นึกภาพตามแล้วจะน่ารักมากกกก)
* แกร๊ก * เสียงประตูห้องถูกเปิดออก Kaoru หันไปมองช้าๆ ด้วยความเฉื่อยที่มีเต็มกระแสเลือด ผู้ที่เข้ามาโดยไม่จำเป็นต้องเคาะประตูนั้นก็มีอยู่คนเดียว
“อ้าว? กลับมาแล้วเหรอ? ราตรีสวัสดิ์ เอ้อ…โทษที อรุณสวัสดิ์ นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย? ต้องไปทำงานพิเศษ” Kaoru ที่มึนจนลืมไปว่าอะไรเป็นอะไรเอ่ยทักอีกฝ่ายด้วยอาการติงต๊องๆ แต่ฝ่ายถูกทักทั้งที่ควรจะขำกลับขำไม่ออก
“เหอ? นายสบายดีรึเปล่าน่ะ?” ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กว่าโยนกระเป๋าไปไว้ที่มุมห้องแล้วเดินเข้ามาหาเขา
“สบาย…ดี…มั้ง?…มึนๆ นิดหน่อย ไม่ต้องห่วง…อ๊ะ หยุดน้า~ อย่าเข้ามาใกล้มากกว่านั้นนะ จะปล้ำชั้นอีกรึไง? ไอ้โรคจิตเอ๊ย~ นายนี่มันใจร้ายจริงๆ เลยนะ ชั้นเจ็บจนเดินไม่ได้แล้วน้าเนี่ยยยย…โอย…”
* ตุบ * ร่างของ Kaoru หงายตึงลงไปนอนแบบเดิมทันทีเนื่องจากเจ้าตัวประคองร่างเอาไว้ไม่ไหวนั่นเอง หากเขาไม่หงายลงไปแบบคนหมดแรงซะก่อน คงได้เกิดโศกนาฏกรรมซ้ำสองเป็นแน่ (โศกนาฏกรรมที่ใครหลายคนอยากให้เกิด อิอิ)
“เฮ้! เป็นอะไรน่ะ Kaoru?” Die รีบเข้าไปประคองร่างในชุดยูกาตะสีชมพูหวานแหวว (ที่ Sugizo เลือกให้) แต่กลับไร้ปฏิกิริยาตอบสนองจากร่างนั้นทั้งๆ ที่ไม่น่าเป็นไปได้
“อ-อือ…” Kaoru ครางเบาๆ ผสานไปกันลมหายใจอุ่นร้อนที่หอบน้อยๆ
“ตัวร้อนนี่ ไม่สบายหรอกเหรอ? มิน่า…” Die พึมพำ แล้ววางร่างในอ้อมกอดลงนอนในท่าที่สบายขึ้น จากนั้นก็จัดยูกาตะที่อีกฝ่ายใส่อยู่ให้ดูเรียบร้อยเพื่อจะได้ไม่ไปยั่วเขาโดยไม่ได้ตั้งใจอีก
“ต้องหายากับผ้าชุบน้ำมาสินะ” Die พึมพำแล้วเดินออกไป
“เพดาน…หมุนติ้วเลย…” แล้ว Kaoru ก็หมดสติไป
“เฮ้! อย่าเพิ่งหลับสิ ตื่นมากินยาก่อนได้มั้ย?” Die วางกะละมังที่ใส่ผ้าชุบน้ำลงบนโต๊ะข้างหัวเตียงรวมทั้งถาดที่มีแก้วน้ำและยาลงไปด้วยกัน จากนั้นก็ประคอง Kaoru ขึ้นมา
“รู้สึกจะตัวร้อยกว่าเดิมอีกนะเนี่ย เฮ้! ตื่นได้แล้ว” Die ว่าพลางตบหน้าอีกฝ่ายเบาๆ เพื่อเรียกสติ
“อือ…อย่า…ขอผมนอนเถอะฮะ แม่” Kaoru ที่ไม่รับรู้อะไร เบลอจนหัวหมุนติ้ว เอ่ยออกไปแล้วพยายามกลิ้งลงจากอ้อมแขนของ Die (น่าร๊ากกกกก)
“ชั้นไม่ใช่แม่นายนะ ตื่นมากินยาก่อน” Die ย้ำคำอีกรอบ
“ไม่ใช่แม่หรอกเหรอ? ช่างเหอะ…นาย…อย่ามายุ่ง…คนจะนอน…ยาเยออะไร ไม่กินก็ไม่ตายหรอกน่า…ปล่อยซะทีเซ๊~” Kaoru เถียงแล้วพยายามจะกลิ้งลงต่อไป อาการไม่ต่างจากคนเมานัก
“บอกว่าให้กิน ถ้าไม่กิน ชั้นจะปล้ำนายทั้งๆ อย่างนี้แหละ” Die ขู่ขึ้น หวังให้อีกฝ่ายนึกกลัวขึ้นมาบ้าง
“อย่าน้าคร้าบบบ~ กลัวแล้วๆ คิกๆๆ…จะใจร้ายทำคนป่วยได้ลงคอเชียวเหรอ?” Kaoru พึมพำทั้งที่ตาก็ปิดสนิท
“ลงแน่ ถ้าไม่ยอมกินยาน่ะ”
“ก็ไม่อยากกินอ่ะ เวลากลืนน้ำแล้วตามันสว่าง กลับไปนอนอีกแล้วมันไม่สะใจ” Kaoru เถียงอีก เหตุผลที่ถูกอ้างฟังยังไงก็ไม่ขึ้น Die ชักจะหงุดหงิด ไอ้ที่ขู่ไปเล่นๆ เลยอยากจะทำจริงซะแล้ว ยั่วโมโหกันจริง
“ก็ได้…ก็ได้ Kaoru” Die เอ่ยขึ้นเบาๆ เขาประคองร่างของ Kaoru และจัดให้ใบหน้านั้นหันมาหาเขา Die หยิบยามาแล้วใส่ปากของ Kaoru ทันที
“อ๊า! ทำอะไรอ่ะ!? ขมน้าเฟ้ย!” Kaoru ร้องโวยวายทันทีที่รู้รสของอะไรบางอย่างที่เข้ามาอยู่ในปากของตน
“ห้ามคาย!” Die ขึ้นเสียงสั่ง
“ก็มันขมนะไอ้คน-“ Kaoru เตรียมต่อว่า แต่เสียงของเขาก็ขาดหายไปเมื่อ Die ทาบริมฝีปากลงมาที่ริมฝีปากของเขา Die ป้อนน้ำให้เขานั่นเอง Kaoru ที่ไม่ทันตั้งตัวตกใจมากแต่ก็ไม่มีแรงจะขัดขืน ปลายลิ้นที่แทรกผ่านริมฝีปากของเขาเข้ามากำลังดุนเม็ดยาให้เคลื่อนผ่านลำคอของเขาลงไป Kaoru ร้องครางประท้วงอืออา น้ำบางส่วนที่กลืนลงไปไม่ทันล้นออกมาเปียกไปตามเสื้อผ้า ในที่สุดยาเม็ดนั้นก็ผ่านลงคอระหงนั้นไปได้ แต่ Kaoru ก็สำลักเสียยกใหญ่
“ก็แค่นี้ ตายมั้ยล่ะ?” Die พูดขึ้น Kaoru ยังไอค่อกแค่กอยู่ในอ้อมแขนของเขาเช่นเดิม กว่าจะหยุดได้ก็เล่นเอาน้ำหูน้ำตาไหล หน้าแดงจัดเพราะหายใจไม่ทัน
“ไม่ตาย แต่เกือบตายเลย” Kaoru ตอบ ทำสีหน้าท่าทางเหมือนเด็กๆ
“ก็นายไม่ยอมกินเองเองนี่ ช่วยไม่ได้” Die โต้
“ก็คนมันไม่ชอบนี่ ไอ้จอมเผด็จการ” Kaoru ต่อว่า
“ถ้ายังอยากจะนอนพักผ่อนก็หุบปากไปซะ ถ้าชั้นอารมณ์ขึ้นแล้วจะหาว่าไม่เตือน” Die ขู่อีกรอบ
“ชิ…จอมเผด็จการๆๆ” Kaoru พึมพำเบาๆ กับตัวเอง
“อ๊ะ! นั่นคุณ Sugizo!” Kaoru ร้องขึ้นแล้วชี้ไปที่ประตูห้อง Die รีบหันกลับไปมอง สบโอกาสให้ร่างบางกลิ้งหนีลงมาจากการโอบกอดของเขา Kaoru คว้าได้ผ้าห่ม เขารีบเอามาพันๆ ตัวหลบลงไปในผ้าห่มนั้น
“เฮ้ย! นี่หลอกกันเหรอ?” Die โวยทันที
“มีสมองก็คิดเอาเองสิ” Kaoru ย้อน ช่างย้อนได้เจ็บแสบจริงๆ…ปากกล้า ทำอะไรไม่คิด ไม่ไตร่ตรอง ต่างกับเวลาปกติโดยสิ้นเชิง…นี่เขาเรียกว่าเมาไข้รึเปล่านะ?
“อ้าว? เฮ้! หลับไปแล้วเหรอเนี่ย” Die ที่แกะผ้าห่มที่พันร่างของ Kaoru เอาไว้อย่างแน่นหนาออกจนได้พูดขึ้น ลมหายใจที่สม่ำเสมอยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าหลับสนิทไม่รับรู้อะไรอีก
“เวลาเมาเหล้าจะเมาแบบนี้มั้ยเนี่ย?” Die คิดไปรู้สึกเหนื่อยไปเลย เขานอนลงใช้แขนค้ำช่วงใบหน้าเอาไว้แล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย
“เอาเถอะ…หลับฝันดีนะ” Die เลื่อนลงไปกระซิบที่หูของอีกฝ่ายเบาๆ แล้วจูบแก้มเนียนนั้นไปอีกทีอย่างอ่อนโยน (ถ้าเปลี่ยนจาก Die เป็น Totchi ชั้นต้องใจขาดแน่เลย…อิจฉา…)
- ทางด้านห้องฝั่งตะวันตก -
“ดูสิ Ryu_chan…น้องชายชั้นมันทำอะไรของมัน ทีตอนเค้าตื่นมันดันไม่พูด ดูสิ น้ำเชื่อมซึมมาทางเครื่องดักฟังแล้ว” จอมแอบฟังบ่นขึ้นเบาๆ หลังจากนั่งลุ้นจนตัวโก่งหัวฟูมานาน
“มันไม่ได้พูดกันง่ายๆ นี่นา Sugi_chan แต่นายน่ะ เลิกแอบฟังเค้าซะทีเถอะ (ตูอายคนอ่านว่ะ)” Ryuichi ตอบแล้วเสนอความคิดเห็นต่อ
“ไม่เอาหรอก เรื่องแบบนี้ ถ้าพลาดก็ไม่ใช่ชั้นสิ” Sugizo เถียง
“เออ!” หน่ายแล้วเฟ้ย! อยากทำไรทำไปเลย ไป๊!…Ryuichi คิดในใจ
“โธ่ Ryu_chan ก็…” Sugizo หันมาง้อ
“ไม่ต้องมาทำตาวิ้งๆ เลียนแบบใส่นะ!” Ryuichi ตวาดเมื่อเห็นสายตาขอความเมตตาของคนรัก
“ก็ได้ๆ ดีกันนะ ดีกันน้า~” เทเลทับ (บี้แล้ว) แบน (อีก) สุงิสุงี่ (ทิงกี้วิงกี้) ทำท่าอยากเกี่ยวก้อยคืนดีกับริวริ่ว (ลาล่า)
“Sugi…นายนี่มัน…(-“-)“

- END Side 10 -

คู่ SR นี่น่ารักดีแฮะ โนะเนะจริงๆเลย ให้ตายเถอะโรบิ้น
แต่คู่ Die ก็…หุหุ อ่านแล้วพักสมองไง





















Coin
By Zakuro
Side 11:
“อืม…หือ?” ท่ามกลางความมืดเวลาดึกคืนนั้น Kaoru ลืมตาตื่นขึ้น ห้องทั้งห้องมืดสนิทราวกับถูกย้อมด้วยสีดำจนไม่อาจเห็นได้ว่ามีอะไรอยู่รอบๆ กายเขาบ้าง อาจเป็นเพราะเขาไม่ได้ยันกายลุกขึ้นมานั่งด้วยกระมัง ก็แน่ล่ะ เวลานี้เขารู้สึกสบายและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก…อ้อมกอดของใครกันนะ ช่างอบอุ่นเหลือเกิน…ช่างกว้างขวางและแข็งแรง แต่ว่า…เขากลับรู้สึกว่า…อ้อมกอดนี้เป็นของเขาคนเดียว…Kaoru ไม่คิดไม่ไตร่ตรองอะไรต่อ เขาหลับตาลงและเตรียมจะหลับลงไปอีกครั้งในอ้อมกอดนั้น แต่แล้ว…
‘เดี๋ยวซิ ใครกอดเราอยู่กันแน่?…มีคนเดียวเท่านั้น…Die!!!’ Kaoru เบิกตาโพลงในความมืดนั้น หัวใจเขาเต้นรัวด้วยความตื่นตกใจ
‘โอเค Kaoru…ใจเย็นๆ…ใจเย็นๆ…’ Kaoru พยายามคุมสติของตนให้สงบลง ค่อยๆ ยกท่อนแขนของร่างสูงที่พาดร่างของเขาอยู่ออกช้าๆ ภาวนาให้มันพ้นตัวก่อนที่ Die จะตื่นขึ้น
“เฮ้อ…” ร่างบางถอนหายใจ แม้แต่จะถอนหายใจเขาก็ยังระวังให้เบาที่สุด จากนั้น Kaoru ก็ค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง
“อ๊ะ…เจ็บ…” เสียงอุทานเบาๆ ด้วยความตกใจจากอาการบาดเจ็บที่ยังตกค้างอยู่บนร่างของเขาเล่นเอาการกระทำต้องชะงักกึกไปทั้งหมด เขากลั้นลมหายใจหลับตานิ่งอยู่พักหนึ่งเพื่อทำสมาธิจับดูว่าประสาทสัมผัสและการทำงานของสมองของเขายังปกติอยู่รึเปล่า เหตุก็เพราะเขาวูบไปเล็กน้อยเมื่อลุกขึ้น หลังจากนั้น Kaoru ก็ลุกขึ้นยืน จัดการจัดให้ชุดยูกาตะที่สวมใส่อยู่หลวมๆ กระชับขึ้นจนเรียบร้อยดีแล้วเริ่มก้าวเดิน คลำทางไปจนมือที่ยื่นไปข้างหน้าสัมผัสบานประตูไม้ได้พาเอาใจชื้นขึ้นมาก…แต่ว่า…เขาทำเพื่ออะไรกันล่ะ เขาจะหนีไปไหนได้…คิดไปดังนั้นแล้ว Kaoru ก็นิ่งไปครู่หนึ่ง
“ก็ยังดีกว่าอยู่ที่นี่เฉยๆ นั่นแหละ” เขาพึมพำเบาๆ เมื่อหาข้อสรุปได้ในที่สุด
* แกร๊ก * Kaoru บิดลูกบิดประตูอย่างเบามือ บานประตูค่อยๆ ถูกเขาดึงให้เปิดออกช้าๆ เพื่อป้องกันเสียงที่อาจทำให้ร่างสูงบนเตียงนั้นตื่นได้
* ปัง * บานประตูนั้นถูกกระแทกกลับอย่างแรงจนปิดลง Kaoru สะดุ้งเฮือก ตกใจจนร้องอะไรไม่ออก
“จะหนีไปไหนล่ะ?” เสียงทุ้มอันแสนคุ้นเคยในทางที่ไม่ดีนักกระซิบอยู่ข้างหู ลมหายใจอุ่นๆ ของอีกฝ่ายระอยู่ที่ต้นคอเขา Kaoru ผวา จะถอยก็ไม่ได้ ในเมื่ออีกฝ่ายโอบเขาจากทางด้านหลังเสียแล้ว
“ป-เปล่า…” Kaoru แก้ตัวอย่างไร้ทางเลือก…จะทำยังไงดี…จะทำยังไง…
“โกหก!” Die ตวาดลั่น Kaoru เริ่มสั่นเล็กน้อย…ใช่…เขากลัว…กลัวเหลือเกิน…แต่ว่า…
“ป-ปล่อยชั้นนะ! นายจะมารู้ได้ยังไงว่าชั้นโกหกหรือไม่ได้โกหก!” Kaoru เถียงกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“รู้สิ ในใจนายคิดอะไรอยู่ แค่มองแค่สัมผัสก็รู้แล้ว…กลัวใช่มั้ยล่ะ นายกลัวชั้น Kaoru” Die โต้ทันควัน
“ไม่! ชั้นไม่ได้กลัวนาย! ไม่ได้กลัว! ชั้นไม่ได้กลัว!” Kaoru เถียงด้วยน้ำเสียงที่ดังขึ้นแต่กลับสั่นพร่า เขากำลังโกหก เขารู้ดี…รู้ดี…
“ดี! ถ้างั้นก็มาพิสูจน์กันว่านายกลัวชั้นหรือไม่ได้กลัวดีมั้ย? ยังไงพรุ่งนี้ก็วันเสาร์ ไม่ต้องถ่อไปโรงเรียนอยู่แล้วนี่” Die พูดแล้วโอบเอวบางของ Kaoru เอาไว้จากนั้นก็ฝืนยกร่างนั้นขึ้นอุ้มแนบอก
“อย่า! หยุดนะ! ไอ้วิปริต! หยุด! ปล่อยชั้นสิ! ปล่อยนะ! ชั้นบอกให้ปล่อย! ไม่!!!” Kaoru ร้องขึ้นด้วยความขลาดกลัวที่มีอยู่เต็มหัวใจ ความกลัวเมื่อแรกนั้นทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเท่าตัว
“วิปริต? นายอย่าลืมสิว่าความวิปริตของชั้นมันลงที่ใคร ยั่วโมโหกันมากๆ แบบนี้ ชอบความรุนแรงหรือไง?” Die ว่าแล้วโยนร่างของ Kaoru ลงบนเตียงกว้าง ฝ่าย Kaoru เมื่อถูกโยนลงก็รีบลุกขึ้นกระโดดลงจากเตียงหมายจะวิ่งหนีออกไป แต่ Die ก็คว้าแขนเขาไว้ได้แล้วเหวี่ยงร่างนั้นไปอย่างแรง
* เพล้ง * ร่างของ Kaoru เซถลาไปชนกับตู้หนังสือโครมใหญ่จนกระจกตู้แตก โชคดีที่ไม่เป็นอะไรมากนัก กระจกเพียงแค่บาดบางที่เป็นแผลให้เลือดซึมออกมาเล็กน้อยเท่านั้น แต่ปัญหาสำคัญอยู่ที่เขาจุกจนขยับตัวแทบไม่ไหว
“ป่าเถื่อน…นายมันใจร้ายใจดำ…อุก…” Kaoru แค่นว่า ลมหายใจของเขาหอบเล็กน้อยจากพิษความเจ็บปวด ชุดยูกาตะที่ร่างบางสวมใส่อยู่ร่นหลุดเปิดไหล่เนียนขาวออกสู้แสงจันทร์บางๆ ที่ลอดผ่านเข้ามา แต่แสงเหล่านั้นก็ไม่มากพอที่จะทำให้ Kaoru เห็นใบหน้าของ Die ได้ เขามองเห็นเพียงเงาทึบๆ ที่เข้ามาใกล้เขา ต่อมามือแกร่งของฝ่ายตรงข้ามก็ยึดคางของเขาไว้ได้ตามด้วยจูบอันร้อนแรง ดุดันและเต็มไปด้วยความรู้สึกของการถูกคุกคาม ริมฝีปากของ Die ที่บดขยี้ลงมาด้วยความโกรธเกรี้ยวพาให้ Kaoru ดิ้นรนอย่างเต็มที่เพื่อที่จะหลุดออกไปให้ได้ กว่า Die จะละออกไปก็เล่นเอาริมฝีปากของ Kaoru แดงช้ำ
“ปล่อยชั้น! ไม่นะ! ไม่!!!” Kaoru ร้องลั่น โชคร้ายที่ห้องทุกห้องที่นี่มีคุณสัมบัติด้านการเก็บเสียงเป็นอย่างดี เสียงของเขาไม่มีทางไปถึงใครได้เลย…ไม่แม้เพียงนิด…ร่างของเขาถูกโยนลงกลับไปนอนแผ่บนเตียงอีกครั้ง แต่ Kaoru ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เขาพลิกร่างคว่ำหน้าลงและพยายามกระเสือกกระสนหนี Die ที่กลับขึ้นมาคร่อมเขาเอาไว้ทั้งอย่างนั้น
“ขัดขืนไปเถอะ นายจะได้รู้ว่าพยายามยังไงนายก็ไม่มีวันหนีชั้นพ้น” Die จับข้อมือของ Kaoru รวบเอาไว้ด้วยกันแล้วดึงเข็มขัดที่ตนใส่อยู่ออกมารัดพันข้อมือของ Kaoru เอาไว้กับหัวเตียง ฝ่าย Kaoru ที่จำต้องอยู่ในท่าคลานหันหน้าเข้าหาหัวเตียงนั้นพยายามบิดข้อมือเพื่อจะให้มันคลายออก แต่ความตั้งใจก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่อฝ่ามือของ Die เริ่มเลื่อนผ่านชายยูกาตะเข้ามาลูบไล้ไปตามเรียวขาเนียนของเขาแล้วเลื่อนสูงขึ้นมาถึงบริเวณต้นขา
“อย่า! หยุดนะ! อย่า Die!!!” Kaoru ร่ำร้องขึ้นด้วยความกลัว แต่ช้าไปเสียแล้ว Die กระชากยูกาตะสีสวยและทุกอย่างที่กีดขวางสิ่งที่เขากำลังจะทำลงไปกับร่างของ Kaoru นั้นออกจนขาดกระจุย เสียงหวีดร้องด้วยความตกใจและอาการกลัวจนตัวสั่นของ Kaoru ตามมาทันที บัดนี้ร่างของเขาเปลือยเปล่าซ้ำยังอยู่ในท่าทางล่อแหลม Kaoru ยิ่งพยายามกระตุกข้อมือให้พ้นจากพันธนาการอย่างไม่คิดชีวิต แต่มันแน่นหนาเกินไป เขารู้สึกเจ็บที่ข้อมืออีกแล้ว นี่คงจะบาดซ้ำรอยเดิมสินะ
“โอ๊ย! อย่า!!! อ๊าาา!!!” Kaoru ล้มเลิกความพยายามที่จะปลดพันธนาการไปสิ้นเมื่อถูกรุกรานอย่างไร้ความปราณี เจ็บร้าวจนร่างทั้งร่างกระตุกเกร็ง หายใจขัดและไม่สามารถผ่อนลมหายใจได้เลย แม้แต่น้ำลายก็กลืนไม่ลง จากอาการเหล่านั้นเริ่มทำให้ Kaoru ไร้ทางสู้ น้ำตาร่วงพรูไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างทรมาน แต่ Die กลับเป็นฝ่ายที่ไม่โต้ตอบอะไรออกไปเลย เขาเลื่อนกายแทรกเข้าไปลึกขึ้นๆ ด้วยเวลาอันรวดเร็ว มีบ้างที่เขาส่งเสียงแสดงความพึงพอใจออกมา แต่ก็เบากว่าเสียงที่ Kaoru กรีดร้องมากนัก กว่าที่เขาจะดึงดันขืนเข้าไปจนสำเร็จ Kaoru ก็แทบขาดใจตรงนั้น ร่างโปร่งบางนั้นไร้เรี่ยวแรงจะยันกายอีกต่อไป เวลานี้เสียงร้องของความเจ็บปวดทรมานต่างๆ นานานั้นเงียบไปเหลือก็แต่เพียงเสียงสะอื้นสะอึกเป็นจังหวะช้าๆ แม้จะอยากทิ้งตัวลงนอนเพียงไหนแต่ก็ถูกฝ่ามือและกำลังแขนของร่างสูงยึดเอาไว้ให้อยู่ในท่าเดิมอยู่อย่างนั้น…ทรมานเหลือเกิน…เขายังคงรับรู้ได้ถึงความร้อนรุ่มของอีกฝ่ายที่อยู่ในร่างของเขาโดยไม่ได้รับการยินยอมอนุญาตนั้น
“ชั้นจะลงโทษนาย Kaoru…คราวนี้ชั้นจะไม่ให้ในสิ่งที่นายต้องการ ชั้นจะไม่ให้ความสุขแก่นาย แต่ชั้น…จะเก็บเกี่ยวความสุขจากร่างนายจนชั้นพอใจ” สิ้นคำ Die สีหน้าของ Kaoru ที่แย่มากพออยู่แล้วยิ่งแลดูน่าสงสารมากขึ้นไปอีก ร่างบางเกือบจะกรีดร้องด้วยความกลัวต่อสิ่งที่ร่างสูงกำลังจะลงมือกระทำแต่มันก็ต้องกลับกลายเป็นการกรีดร้องเพื่อระบายความทรมานออกไปแทนเมื่อ Die เริ่มขยับกายเข้าออกด้วยความรุนแรงหนักหน่วงตั้งแต่เริ่มต้น Kaoru รู้สึกได้…ของเหลวข้นอุ่นที่เกิดจากความรุนแรงของ Die ไหลลงมาตามเรียวขาของเขา แต่ Die คงไม่รู้ว่าสิ่งที่ Die กำลังทำมันส่งผลอะไรกับเขาบ้าง Kaoru เองก็ทำอะไรอื่นไม่ได้นอกจากการร่ำร้องอ้อนวอนออกไป เจ็บปวดและร้าวรานราวกับร่างจะแตกสลายเป็นผุยผง การที่ถูกคนอื่นหาความสุขจากร่างตัวเองเพียงอย่างเดียวมันโหดร้ายเพียงนี้เชียวหรือ? โลหิตสีแดงเข้มไหลลงไปเรื่อยๆ ตามเรียวขานวลเนียนจนสิ้นสุดที่ผ้าปูที่นอนสีฟ้าอ่อนแล้วซึมลงไป ในความมืดเช่นนี้ อะไรที่น่ากลัวอยู่แล้วก็ยิ่งน่ากลัวกว่าเดิมไม่รู้กี่เท่าต่อกี่เท่า ความเจ็บปวดไม่จางหายแม้ว่า Die จะได้ปลดปล่อยห้วงอารมณ์ปรารถนาของตนไปแล้ว เขาก้มลงจูบและไล้เลียไปตามแผ่นหลังบางของอีกฝ่ายที่สะท้านจากการหอบหนักๆ แล้วขบเม้มลงไปจากนั้นก็เลื่อนไปที่ช่วงซอกคอแล้วขบด้วยฟันเขี้ยวเบาๆ ตามด้วยการจูบเน้นให้เกิดรอยแดงช้ำขึ้นมา Kaoru สิ้นแรงแม้แต่จะเอ่ยทัดทานก็มิอาจทำได้ ดวงตาหรี่ปรือ สติใกล้จะหมดลงทุกวินาที แต่เขาก็ไม่สามารถจะทิ้งสติแล้วหลับตาพักผ่อนได้อย่างที่ปรารถนาเมื่อ Die กำลังเริ่มต้นการกระทำเช่นเมื่อครู่นี้อีกครั้ง Kaoru ที่แทบจะหมดสติอยู่แล้วนั้นกลายเป็นว่าสติกลับมาหมด และจำต้องใช้สติเหล่านั้นรับรู้ทุกการกระทำของ Die ไปทั้งๆ ที่เขาไม่ต้องการสักนิด…พรุ่งนี้…อย่าว่าแต่เดินเลยกระมัง แค่ยืนจะทำได้หรือเปล่าก็ยังไม่รู้…

- END Side 11 -

อ่า…หึๆ SM พอมั้ยเนี่ย? คนแต่งเหนื่อยวุ้ย ขอลาพักร้อนสักอาทิตย์ได้มั้ยเนี่ย?
เหอๆ หมู่นี้เงียบๆ นะบอร์ดนี้ เอ้า ส่งเสียงหน่อย!!!
















Coin
By Zakuro
Side 12:
“Kaoru_kun… Kaoru_kun…ได้ยินมั้ย? ตอบชั้นหน่อยเถอะ ขอร้อง” เสียงของใครบางคนดังขึ้น Kaoru ที่เริ่มได้สติได้แต่นิ่งฟัง แม้แต่เปลือกตาเขายังเลื่อนมันขึ้นไม่ไหว
“…Ryu…Ryu…ichi…san…มีอะ…ไร…เหรอครับ?” Kaoru เค้นเสียงเอ่ยออกไป หากเสียงของเขามันกลับแหบพร่าและเบาเสียจนแทบไม่ได้ยิน ก็แน่ล่ะ…เมื่อคืนนี้เขาใช้เสียงไปมากแค่ไหน…กรีดร้องจนแทบสิ้นสติ…
“ค่อยยังชั่วหน่อย…อย่างน้อยเธอก็ยังตอบชั้นได้ รอเดี๋ยวนะ เดี๋ยว Sugi_chan ก็เอาผ้าชุบน้ำมาแล้ว ชั้นจะเช็ดตัวให้” Ryuichi ถอนหายใจอย่างโล่งอก อาการของ Kaoru เมื่อวานว่าย่ำแย่แล้ว วันนี้กลับย่ำแย่ยิ่งกว่านั้นเป็นเท่าตัว…เมื่อคืนนี้มันเกิดอะไรขึ้นกันนะ? ที่จริงมันก็เดาได้ไม่ยากจากสภาพห้องและร่างกายของ Kaoru ที่อยากรู้มากกว่านั้นคือ เพราะอะไร?…เช้ามา Die ก็รีบออกไปจนไม่ได้คุยหรือซักถามอะไร หรือแม้แต่เขาจะกล่าวอรุณสวัสดิ์ก็ยังไม่ทัน นั่นทำให้เขาสังหรณ์ใจถึง Kaoru ที่ยังอยู่ในห้อง ตอนนั้น Ryuichi รู้สึกกระสับกระส่ายเป็นอย่างมาก เขารีบปลุก Sugizo ที่ยังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียงที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีบานเย็นลายสตาร์วอส์ (นี่คือเหตุผลหนึ่งที่ Ryuichi ตื่นเช้ามาก - -;;) เมื่อ Sugizo ตื่นเขาก็รีบเร่งให้ชายหนุ่มผมสีชมพูไปอาบน้ำแต่งตัว หลังจากเสร็จเรียบร้อยทุกกระบวนการเขาก็ลาก Sugizo มาที่โซนทิศตะวันออกทันที
ภาพแรกหลังจากเขาใช้กุญแจสำรองไขเข้าไป ทำให้เขารู้สึกดีใจที่เป็นพ่อบ้านใหญ่จึงมีกุญแจสำรองเช่นนี้…ร่างของ Kaoru นั้นอยู่ในท่านอนคว่ำหน้าแลดูอ่อนระโหย มือทั้งสองข้างยังถูกเข็มขัดรัดเอาไว้กับหัวเตียงอยู่ ข้อมือนั้นนอกจากจะช้ำแล้วยังมีเลือดเปื้อนอยู่โดยรอบบ่งบอกว่ายามที่ถูกมัดอยู่นั้นเคยต่อต้านต่อสิ่งพันธนาการนั้นมากแค่ไหน ช่วงใบหน้ามีรอยบาดของสิ่งมีคมเล็กน้อย รอยบาดคงไม่พ้นกระจกตู้หนังสือที่แตกละเอียดนั้นเป็นแน่ เมื่อเริ่มสำรวจต่อเขาก็พบริมฝีปากที่ช้ำแดงและคราบน้ำตาที่เหมือนเพิ่งเหือดแห้งไปหมาดๆ…หมายความว่าอย่างไรกับคำว่า ‘เพิ่งเหือดแห้ง’…นี่ Die ทำร้าย Kaoru จนเกือบสว่างเลยอย่างนั้นหรือ? Ryuichi เริ่มหวั่นใจ เขาภาวนาให้เหตุการณ์มันไม่ร้ายแรงนัก แต่เมื่อเขาก้าวเดินเข้าไปใกล้อีกนิดพร้อมๆ กับ Sugizo ที่พยุงเขาเอาไว้ เขาก็ได้เห็นคราบของเหลวสีแดงที่หม่นลงไปเพราะเริ่มแห้งกรังติดบนต้นขาเรียวงามนั้น สภาพของของเหลวนั้นไม่ต่างจากน้ำตานัก…ดูเหมือนมันเพิ่งเริ่มจับตัวแห้งไปได้ไม่นาน…นั่นหมายความว่า…
“S-Sugi_chan…นี่มันอะไรกัน?” Ryuichi ยกมือขึ้นปิดปากตัวเองด้วยความตื่นตระหนก เขาเซไปพิงอกของ Sugizo ที่ยืนช็อกไม่แพ้กัน
“จ-เจ้า…เจ้าน้องบ้าเอ๊ย! ไอ้ซาดิสต์! Kaoru! เฮ้! Kao_chan เป็นไงบ้าง!?” Sugizo ที่ตั้งสติได้ก่อนสาวเท้าเข้าไปแล้วแกะเข็มขัดที่พันข้อมือเล็กทั้งสองไว้ออกอย่างรวดเร็ว เขาประคองร่างของ Kaoru ลงนอนราบและจัดให้ได้นอนสบายขึ้นจากนั้นก็ดึงผ้าห่มมาคลุมร่างนั้นเอาไว้ พยายามร้องเรียกพร้อมเขย่าร่างนั้น
“เดี๋ยว Sugi_chan ใจเย็นๆ นายไปเตรียมผ้าชุบน้ำมานะ เดี๋ยวชั้นดู Kaoru_kun เอง” Ryuichi พูดขึ้นแล้วเดินเข้ามาประคองร่างของ Kaoru ต่อ Sugizo ยอมละออกไป เขาพยักหน้าเห็นด้วยแล้วเดินออกไป จนผ่านไปครู่หนึ่ง Kaoru จึงยอมตอบรับการเรียกของเขานี่แหละ
“มาแล้วๆ! เป็นไงบ้าง?” เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมบานประตูที่เปิดออก Ryuichi จึงเงยหน้าขึ้นมอง
“รู้สึกตัวแล้วล่ะ แต่ชั้นปล่อยให้หลับต่อน่ะ ท่าทางไม่ค่อยดีแบบนั้น…” Ryuichi พูดอะไรต่อไปไม่ออก เขานิ่งเงียบและทอดสายตามองร่างที่เขาประคองเอาไว้ก่อนจะถอนหายใจแล้วรับกะละมังใส่น้ำที่มีผ้าขนหนูผืนเล็กอยู่มาจาก Sugizo จากนั้นก็วางมันลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง หยิบผ้าขึ้นมาบิดจนหมาดแล้วค่อยๆ เช็ดใบหน้าของ Kaoru เบาๆ
“ชั้นว่าหายามาใส่ที่ข้อมือนี่ดีมั้ย?” Sugizo พูดขึ้นแล้วยกข้อมือของร่างที่หลับสนิทนั้นขึ้นมาพินิจพิเคราะห์
“ก็ดีนะ แต่ชั้นว่าเราเช็ดตัวให้เรียบร้อยก่อนดีกว่า ยาที่เราต้องการน่ะ คงไม่ได้มีแค่ยาล้างแผลแล้วล่ะ ตัว Kaoru_kun ร้อนมากเลย คงเป็นไข้น่ะ” Ryuichi ว่าแล้วค่อยๆ ไล่ลงมาที่คอ ลาดไหล่ แล้วตลบผ้าห่มออกเพื่อเช็ดบริเวณหน้าอกต่อไปอีก
“เป็นรอยช้ำไปทั่วทั้งตัวเลย…Kaoru_kun ไปพูดอะไรเข้าอีกรึไงนะ?” Ryuichi ถอนหายใจอีกครั้งแล้วเช็ดตัวให้อีกฝ่ายต่อ รอยจูบพวกนี้มีอยู่ทั่วไปหมดจนน่าตกใจ
“จริงๆ เลย ทั้งๆ ที่น่าจะรู้แท้ๆ ว่า Die_kun เป็นพวกอารมณ์รุนแรง แต่ก็ยังจะยั่วโมโหอีก” Ryuichi บ่นต่อ ส่วน Sugizo ก็กวาดสายตาสำรวจไปทั่วห้อง
“กระจกตู้หนังสือแตกละเอียดไปแถบนึงเลย สงสัยจะถูกเหวี่ยงไปโดนเข้า ดีนะที่ไม่มีแผลใหญ่” Sugizo เอ่ยขึ้นแล้วหันกลับมาใช้นิ้ววาดไปตามรอยแผลเล็กๆ บนใบหน้าของ Kaoru
“โชคดีโขอยู่หรอก แต่ก็เจ็บตัวขนาดนี้” Sugizo บ่นขึ้นมาอีกคน
“คนนึงก็ปากแข็ง คนนึงก็ดื้อรั้น ทิฐิแรง ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป เราสองคนได้มานั่งปฐมพยาบาลทุกวันแน่” Ryuichi ว่าแล้วร่นผ้าลงไปเรื่อยๆ เพื่อเช็ดตัวร่างที่นอนนิ่งอยู่ต่อไป
“ชั้นก็อยากจะช่วยหรอกนะ แต่เรามันคนนอกเลย จะเข้าไปยุ่งมันก็…” Sugizo พูดต่อแล้วปัดเส้นผมที่ระใบหน้าของ Kaoru ออก
“แต่จะรอให้เข้าใจกันเองชั้นเกรงว่า…” Ryuichi ไม่พูดอะไรต่ออีก เขามองหน้าชายคนรักอยู่นานเป็นครู่
“ชั้นนึกอะไรดีๆ ได้แล้วล่ะ” Ryuichi พูดแล้วกวักมือเรียกให้ Sugizo เข้ามาใกล้ๆ อีกหน่อย
“ว่าไง?” ชายหนุ่มผมสีชมพูลุ้น
“ด้วยอำนาจของนายที่มีที่นี่นะ Sugi_chan ให้นายยึด Kaoru_kun ไว้กับพวกเราให้นานที่สุด โอเคมั้ย?” Ryuichi เริ่มต้นบอกแผนการที่อยู่ในใจออกมา
“หา? เอ่อ…ก็คงทำได้สัก 3-4 วันเท่านั้นล่ะมั้ง? ทำไมเหรอ?” Sugizo ลงความเห็น
“3-4 วันเหรอ?…พอไหว…คืองี้นะ ตลอด 3-4 วันนั้นที่ Kaoru_kun อยู่กับพวกเราชั้นอยากให้พวกเราช่วยกันพูดอะไรก็ได้ที่ดีๆ เกี่ยวกับ Die_kun ให้เขาฟังทุกวันน่ะ อย่างน้อยก็อาจพอบรรเทาความรู้สึกด้านลบไปได้สักนิดสักหน่อย แถมระยะนั้นยังเป็นช่วงที่ Kaoru_kun จะได้รักษาตัวด้วยนะ” หนุ่มผมดำพูดอย่างดีใจ
“ก็เข้าใจนะ Ryu แต่…เรื่องดีๆ ของไอ้หมาบ้านั่นน่ะ…ชั้นเกรงว่า…”

- END Side 12 -

ตอนนี้ไม่หื่นย่ะพวกเธอจ๋า~ เราจะตายแล้วอ่ะ T_T
เดี๋ยวขอลาพักร้อนจริงๆ จะได้มั้ยเนี่ย?
555 จากเมนต์ตอนที่แล้ว ตกลงจะเอา SM หรือไม่เอากันแน่เนี่ย? เราสับสน –“-
คนนึงก็ชอบ คนนึงก็สงสาร Kao ไม่อยากให้ทรมานมากนัก หึๆ แต่ส่วนตัวคนแต่ง…หึๆๆๆๆๆ
แต่ตอนนี้มาลุ้นกันดีกว่าว่าแผนเป้ลิง เอ๊ย! Ryu จะสำมะเหร็ดมั้ย? อุอุ
Coin
By Zakuro
Side 13:
“ไปให้พ้นไปไป๊ ชิ่วๆ” มือเนียนขาวสวยโบกไล่อีกฝ่ายไหวๆ ซ้ำแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เป็นการซ้ำเติม ยั่วโทสะ และอีกมากมายสารพัดสารเพ
“นี่ ไอ้พี่บ้า! มันจะมากไปแล้วนะโว้ย! 3 วันแล้วนะ ถ้าพรุ่งนี้ยังประดิษฐ์ประดอยอะไรบ้าๆ นั่นไม่เสร็จชั้นจะขอบาซูก้าของพ่อมาถล่มห้องให้ราบเลย” ร่างสูงผมสีแดงขู่กลับด้วยความเหลืออด
“เอ๊ะ!? นี่แกว่าชั้นเหรอไอ้ Die!? เรื่องความสวยความงามมันต้องละเอียดอ่อนโว้ย! ไอ้คนหยาบกระด้าง! ลองแกเอาบาซูก้ามาถล่มห้องชั้นสิ ถ้าของประดับแพงๆ มันเสียหาย ชั้นจะเอาซีโฟร์ไปวางไว้ในห้องแกแล้วให้ระเบิดตอนแกนอนอยู่ในนั้น!” Sugizo แว้งกลับทันที ปากไวทั้งพี่ทั้งน้อง
“พี่อย่านึกนะว่ามีพ่อคุ้มหัวแล้วจะมากดหัวชั้นได้ไปตลอดน่ะ! คอยดูเถอะ! แล้วเราจะได้เห็นดีกัน” Die พูดทิ้งท้ายแล้วเดินตึงตังกลับไปโซนทิศตะวันออกของตน ฝ่าย Sugizo รีบกลับเข้าห้องปิดล็อคแน่นหนาแล้วทิ้งตัวนั่งปล่อยให้หลังครูดไปกับบานประตูอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง
“แม่ง…น่ากลัว Ship หาย…นี่ Ryu นายเอาพวกของมีค่าหรือของสำคัญไปไว้อีกที่ก่อนก็ดีนะ ชั้นสังหรณ์ว่าไอ้หมาบ้านั่นมันจะเอาจริง” Sugizo พูดไปก็ขนลุกไป…โธ่ ทั้งสร้อยคอ เสื้อผ้า แหวน น้ำหอม ฯลฯ โคตรหรูของเขาจะมีอันเป็นไปเสียแล้วหรือนี่
“อ้าว? ตกลงนายกลัวหรือไม่กลัวกันแน่เนี่ย เห็นเถียงแว้ดๆ นึกว่าจะแน่” Ryuichi หันมาพูดไปหัวเราะไป
“โห นายก็ลองมายืนเถียงกับมันดูบ้างสิ อย่างกับปีศาจ แม่งมีกัดฟันกรอดๆ ด้วยนะ โมโหอะไรขนาดน้านนน~” Sugizo ลากหางเสียงแซวเล่น…อะไรน้อ อะไรหนอ ที่ทำให้น้องชายของเขาเป็นไปได้ขนาดนี้…
“ถ-ถ้าลำบากก็…ก็ ป-ปล่อยผมให้ไปอยู่กับเขา…เหมือนเดิม ถ-เถอะครับ” Kaoru ที่นั่งฟังอยู่นานตัดสินใจเอ่ยขึ้น แต่เพียงแค่คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาเมื่อ 3 วันที่แล้วก็อดไม่ได้ที่เขาจะสั่นไปทั้งตัวเช่นนี้…ตอนนี้เป็นช่วงสอบปลายภาคของชั้นปี 1 พอดี โรงเรียนหยุด…ดีเหลือเกินที่หยุด แต่อาทิตย์หน้าก็ถึงคิวเขาสอบเช่นกัน…ทำยังไงดี หนังสือก็ไม่มีอ่านเพราะ…มันอยู่ห้อง Die ทั้งหมด
“จะบ้าเหรอ? ชั้นไม่ได้ใจไม้ไส้ระกำขนาดจะปล่อยให้นายไปเผชิญหน้ากับเจ้านั่นตอนนี้หรอกนะ เพิ่งหายดีได้ไม่นาน เกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีก แล้วดูสิ แค่พูดถึงเรื่องกลับไปอยู่กับมันเสียงยังพร่าตัวยังสั่นแบบนั้น…โวะ!” Sugizo สบถอย่างอารมณ์เสีย เขาขี้เกียจมีเรื่องมีราวกับ Die ที่เคยกระทั่งจุดไฟเผาบ้านเพื่อท้าพนัน คนแบบนั้นเกิดบ้าขึ้นมาอาจทำได้ทุกอย่างแม้กระทั่งเอาปืนกลมาไล่ยิงเขาก็เป็นได้
“ต-แต่…” เหมือน Kaoru จะเข้าใจความรู้สึกของ Sugizo ดี เขาเตรียมยกข้ออ้างนานาสารพัน อย่างน้อยก็ไม่อยากให้ Ryuichi และ Sugizo ต้องลำบากใจไปด้วย
“ไม่เป็นไรหรอกน่า…นะ Kaoru_kun น่ะ พักผ่อนอีกหน่อยดีกว่านะ” Ryuichi ชิงพูดขึ้นก่อน นี่ก็ปาเข้าไปทุ่มนึงแล้ว จะบอกให้นอนพักก็รู้อยู่ว่าเร็วไป แต่เขาก็ไม่รู้จะเอาอะไรมาดึง Kaoru ไว้ไม่ให้คิดทำอะไรเสี่ยงๆ
“เออ ชั้นบอกมันว่าเอา Kao_chan มาแปลงโฉมนี่ คงต้องทำจริงๆ ล่ะ ไม่งั้นมันเล่นชั้นแน่ Kao_chan มานี่เร็ว” พูดจบ Sugizo ก็ดึง Kaoru ให้ลุกตามไปยังห้องพิเศษของฝั่งตะวันตกซึ่งปกติถ้าเป็นโซนทิศตะวันออกของ Die จะเป็นห้องหนังสือขนาดใหญ่ Ryuichi หัวเราะคิกแล้วเดินตามออกไป
“อะ…โอ้โห!” Kaoru อดที่จะอุทานออกมาไม่ได้ ก็ต่อหน้าเขานี่อย่างกับร้านทำผมชั้นเฟิร์สคลาสอย่างไงอย่างงั้น
“มาเถอะ! นั่งนี่ๆ” Sugizo ลาก Kaoru นั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้งที่ประดับด้วยกระจกบานใหญ่หรูทันที
“ผมทรงใหม่นะ ผมสีดำยาวเท่ากันหมดแบบนี้ดูแล้วธรรมดาเกินไป เอาเป็นว่าเดี๋ยวชั้นตัดสไลด์ทำทรงใหม่ที่เพิ่งคิดค้นให้เลยแล้วกัน ส่วนสีก็…Ryu!” Sugizo พูดเอาๆ ก่อนจะเรียก Ryuichi ผู้ช่วยจำเป็นซึ่งก็ท่าทางรู้กันดี ชายหนุ่มผมดำหยักศกส่งตารางลิสต์สีผมให้ Sugizo ยืนพิจารณาอยู่เป็นนาน
“สีนี้แหละ! เออ! โรงเรียนเธอไม่มีกฎห้ามสีผมทุกสีทุกชนิดใช่มั้ย?” Sugizo ถามย้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ
“ครับ” Kaoru ตอบ โรงเรียนที่เขาอยู่ให้อิสระเต็มที่ ขออย่างเดียว แค่รักษาระดับผลการเรียนให้ได้ดีๆ เป็นพอ
“งั้นลงมือเลย” คราวนี้ Ryuichi ไม่ค้านอะไร Sugizo เรื่องสีผม เห็นจะมีเรื่องเดียวล่ะมั้งที่คนคนนี้จะทำได้ดี ถึงบางทีตอนที่ Sugizo ชี้ผมสีชมพูนี้ให้เขาดูในคราวแรกเขาจะช็อกมากก็ตาม แต่เมื่ออีกฝ่ายทำออกมาแล้วดูดีเขาก็ไม่รู้จะเถียงอะไร ได้แต่ยิ้มให้

* * * * *

“เสร็จแล้ว” Sugizo แทบร้องเฮด้วยความดีใจเมื่อเขาจัดการ Kaoru ให้อยู่ในรูปโฉมใหม่จนเสร็จ Ryuichi ที่นั่งอ่านหนังสือวรรณกรรมรออยู่จึงเงยหน้าขึ้น
“อ-เอ่อ…มัน…โอเครึเปล่าครับ?” Kaoru ที่รู้สึกว่ารูปหน้าตัวเองดูเปลี่ยนไปทันทีที่ Sugizo ตัดผมให้ถาม Ryuichi อย่างไม่ค่อยแน่ใจ มันเปลี่ยนไปในแง่ดีหรือร้ายกันนี่
“โห…เรื่องนี้ล่ะที่ชั้นนับถือนายจากใจจริง Sugi_chan ดูดีมากเลย” Ryuichi ชมด้วยความทึ่ง เขาวางหนังสือเล่มหนานั้นลงแล้วเดินมาดู Kaoru ใกล้ๆ
“ผมสีม่วงเข้มนี่เหมาะอย่างไม่น่าเชื่อเลยนะ” Ryuichi ยังคงพึมพำต่อไป ไม่น่าเชื่อว่าทรงผมนี้จะเข้ากับ Kaoru ได้ (ทรงตอนช่วง Macabre ไง ถ้าใครนึกไม่ออก ชอบมากเลยน้า~ >_<)
“เฮ้อ…” Kaoru ลอบถอนใจ ถ้าลอง Ryuichi ว่าดีก็คงไม่มีอะไรต้องห่วง
“ยังหรอกยัง นี่นะ แชมพูที่ต้องใช้ แล้วนี่ก็…” Sugizo ยัดขวดแชมพูสีสวยให้จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องเล็กๆ อีกห้องหนึ่งที่ซ้อนอยู่ในห้องนั้นอีกที แล้วสักครู่ก็กลับออกมา
“เสื้อผ้าพวกนี้น่ะ จากนี้ไปต้องใส่นี่นะ ชั้นว่ามันต้องเหมาะแน่ๆ เสื้อผ้าเก่าเธอเองก็ท่าทางสมบุกสมบันมากแล้วนี่นา เจ้าพวกนี้น่ะชั้นกว้านมาแล้วมันไม่เหมาะกับชั้น ตอนเห็นเธอครั้งแรกชั้นก็นึกถึงมันขึ้นมาเลย มันต้องเข้ากับเธอแน่ รับรองด้วยเกียรติของทายาทอันดับหนึ่งของตระกูล” Sugizo พูดอย่างมั่นใจ Kaoru ยอมรับของพวกนั้นมาแต่โดยดีพร้อมรอยยิ้มแหยๆ แต่ละตัวนี่…เขาไม่แน่ใจว่าเขาจะกล้าใส่ แต่พอ Sugizo บอกว่าเป็นอันที่ไม่ถูกใจ Kaoru ก็โล่งเหมือนยกรถบรรทุกออกจากอก (Ryuichi ก็แอบถอนหายใจด้วยนะนั่น)
“กี่โมงแล้วเนี่ย?” Sugizo หันไปถาม Ryuichi ผู้ถูกถามจึงก้มลงดูนาฬิกาข้อมือ
“4 ทุ่มครึ่งแล้วล่ะ เดี๋ยว Kaoru_kun ไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน” Ryuichi หันไปพูดพร้อมรอยยิ้ม Kaoru จึงยอมรับข้อเสนอนั้น ส่วน Sugizo และตัว Ryuichi เองก็กลับไปยังห้องของตน
“พรุ่งนี้เจ้า Die มันต้องหาทางมาเอาคืนแน่ เอาไงดี?” Sugizo เอ่ยขึ้นแล้วนั่งลงบนเตียงกว้าง
“…ไม่รู้สิ เตรียมรับมือไง” Ryuichi ตอบ Sugizo จึงถอนหายใจ
“เรื่องที่มันจะถล่มห้องเราน่ะ เหมือนพูดเล่นแต่มันเอาจริงแน่ถ้าชั้นยังกวนมันต่อไปแบบนี้” Sugizo พูดต่อ
“หา? คงไม่มั้ง?” Ryuichi ย้อนอย่างไม่ค่อยเชื่อ
“มันเคยจุดไฟเผาบ้านหลังเก่ามาแล้วนะ Ryu ชั้นว่าแค่ห้องนี้ กระจอกสำหรับมันไปแล้ว” Sugizo ตอบอย่างนึกเหนื่อย เขาเอนลงนอนดังปุบ
“ไม่หรอกน่า นายเป็นพี่ชายเขานะ” Ryuichi นั่งลงตามแล้วเอ่ยปลอบ
“เหอะๆ แล้วนายจะรู้เมื่อห้องเรากลายเป็นรูโหว่ๆ” Sugizo พูดเล่นเอาสนุก แต่ใครจะรู้…มันอาจเป็นจริงก็ได้…ระหว่างที่ทั้งสองคุยกันอยู่นั้น คนคนหนึ่งที่ไม่สมควรได้ยินมันมากที่สุดก็บังเอิญได้ยินเสียได้…Kaoru ตั้งใจจะมาถาม Sugizo ว่าจะให้สระผมเลยหรือเปล่า แต่เขากลับได้อีกเรื่องให้ไปคิดไปไตร่ตรองเสียแล้ว
“เอ้อ…เสร็จแล้วครับ” หลังจากอาบน้ำเสร็จเป็นที่เรียบร้อย Kaoru ก็เดินกลับออกมาพร้อมกลิ่นหอมที่ลอยมาตามลมจากร่างของเขา ก็แน่ล่ะ ทั้งสบู่ทั้งน้ำหอมอะไรต่ออะไรในห้องนั้นเยอะเสียจนหยิบผิดหยิบถูก ชุดยูกาตะคราวนี้ก็เป็นสีชมพูอ่อนเช่นเคย
“อ๊ะ งั้นชั้นอาบต่อนะ Sugi_chan” Ryuichi พูดแล้วก็เดินออกไปทันที
“Kaoru”
“ครับ?” Kaoru ขานรับขณะที่นั่งพับเสื้อผ้าที่ใส่ไปวันนี้ให้เป็นระเบียบ
“อย่าทำอะไรโง่ๆ เด็ดขาดนะ” Sugizo เอ่ยขึ้น…ทำไมนะ เขาถึงสังหรณ์ได้ไม่เลิกรา
“ครับ” Kaoru รับแล้วหันไปจัดการสิ่งที่ทำค้างเอาไว้ต่อเหมือนไม่ได้ใส่ใจจะคิดเรื่องนั้นเลย แต่ในใจเขากลับกำลังคิดหนักจนหัวแทบระเบิด…กลัวแต่ก็ไม่อยากดึงใครมาเดือดร้อนด้วย…
- เวลาประมาณ 2:00 น. ณ ห้องของ Sugizo -
“…Sugizo_san” Kaoru ที่ลุกขึ้นนั่งเอ่ยออกไปเบาๆ ท่ามกลางเสียงกรนที่ไม่ค่อยดังนักของคนทั้งสองที่นอนอยู่บนเตียงด้วยกัน เขาเองนอนบนฟูกที่ปูบนพื้นซึ่งเขาขอร้องคนทั้งสองนี่เอง
“…” …เงียบ…แสดงว่าหลับสนิทไปแล้วสินะ…Kaoru ลุกขึ้นจากที่นอน หยิบกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งจากที่เก็บซึ่งเขาจำได้ว่ามันอยู่ตรงไหนในห้อง จากนั้นก็หยิบปากกามาแล้วพยายามกะระยะที่ถูกต้องแล้วเขียนข้อความลงไปในนั้น
‘ขอบคุณมากครับ Sugizo_san Ryuichi_san แต่ผมไม่อยากให้พวกคุณต้องลำบากใจ
แค่กลับไปอยู่กับ Die…ผมจะหาทางเอาตัวรอดครับ
Kaoru’
“เฮ้อ…” เขียนเสร็จ Kaoru ก็วางมันลงบนโต๊ะแล้วใช้ด้ามปากกานั้นทับเอาไว้แล้วค่อยๆ แง้มประตูออกไป เรียวขางามสวยกำลังพาตัวเองกลับอีกครั้ง…กลับไปยังที่ที่เขาไม่เคยอยากย่างก้าวเข้าไปอีก
* แกร๊ก * มือเรียวสวยเปิดแง้มประตูออก…ไม่ได้ล็อค? ทำไมประมาทนักล่ะ?…
“…” Kaoru พยายามมองไปรอบๆ ห้อง บางทีถ้า Die ตื่นขึ้นมาตอนเช้าแล้วพบว่าเขานอนอยู่ในห้องเดียวกันอาจจะทำให้อารมณ์ดีขึ้นมาบ้างก็ได้ ปล่อยให้…รังแกข่มเหงเขาไปเสียยังจะดีกว่าให้ไปอาละวาดกับ Sugizo ทุกวันแบบนั้น…นอนตรงหน้าตู้หนังสือท่าจะดีนะ Kaoru คิดในใจ
“อุ๊บ!” ฝ่ามืออุ่นหนาที่โอบเข้าทางด้านหลังของร่างบางข้างหนึ่งปิดปากเขาเอาไว้ ส่วนข้างหนึ่งโอบรอบเอวจนร่างเข้าแนบชิดกันและกัน Kaoru ดิ้นรนด้วยความตกใจ เขารู้ได้ตั้งแต่วินาทีแรกที่ถูกสัมผัส…ก็สัมผัสของ Die มันฝังลึกลงไปเสียแล้ว แม้ไม่อยากจำแต่ก็จำได้เองโดยอัตโนมัติ
“ชั้นนึกแล้วว่าคืนนี้นายต้องกลับมา” Die รู้!? มิน่าเล่าห้องจึงไม่ถูกล็อคเอาไว้ นี่ก็เพื่อล่อเขาให้เข้ามาโดยสะดวกสินะ…ทำไมนะ ไม่ว่าจะคิดอะไร Die ก็รู้ทันไปซะทุกอย่าง
“นายมันอ่านง่ายจะตายไป Kaoru…นายตรงเกินไปตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” ร่างบางในอ้อมอกแกร่งปิดตาลงรับชะตากรรมของตน…ไม่เป็นไรหรอกน่า Kaoru…ก็แค่ปล่อยให้มันเกิดขึ้นและจบลงเท่านั้นไม่ใช่หรือ?…น้ำตาไหลลงอาบตามแนวร่องแก้มนวลนั้น เจ็บไม่ถึงตายเสียหน่อย…อดทนสิ…

- END Side 13 -

รันทดซะ…ขบวนการสนับสนุนการทรมาน Kaoru อ่ะ สะใจยัง?
สงสารกันบ้างเถอะนะ (แต่เราชอบแต่งอ่ะ) จะให้พ้นทุกข์รึยัง?
ยังเหรอ? โอเช ยังนะยัง ให้ทรมานต่อไปอีกหน่อยแล้วกัน (เรื่องนี้ท่าจะยาว)
เอาล่ะ…ขอลาพักร้อนหน่อยน้า~ (รายงานค้างอีก 2 เล่มจ้ะ ^^;;)

























Coin
By Zakuro
Side 14:
“อ๊ะ” เสียงอุทานดังขึ้นแผ่วเบาเมื่อร่างถูกวางลงบนฟูกเตียงนุ่มจนยุบยวบลงไป Kaoru ไม่สามารถมองเห็นสีหน้าและแววตาของ Die ได้เลย และนั่น…ยิ่งทำให้เขากลัวมากกว่าเดิมเสียอีก
“Die ชั้น…อยากนอนพัก” Kaoru กัดฟัน พยายามพูดอะไรก็ได้ให้ Die ล้มเลิกความคิดที่จะกระทำอะไรลงไปกับเขาอีกครั้ง
“ชั้นให้นอนพักแน่ และจะให้พักแบบที่มีความสุขที่สุด พักหลังจากที่เพลียมากๆ ไงล่ะ Kaoru” Die ตอบ เพียงเท่านี้ก็ทำให้ Kaoru กลัวจนแทบเสียสติอยู่ตรงนั้น
“อย่า Die…ได้โปรด…ชั้นขอร้อง” Kaoru รีบพูดออกไปก่อนที่อะไรๆ มันจะหยุดไม่ได้ถึงแม้ว่าโอกาสสำเร็จจะริบหรี่มากก็ตามที
“เดี๋ยวนี้รู้จักอ้อนวอนแล้วเหรอ? ไปอยู่กับพี่ชั้นแค่ไม่กี่วันก็รู้จักเอานิสัยจิ้งจอกของมันมาใช้แล้ว เรียนรู้เร็วจริงนะ” Die พูดโต้กลับไป
“อย่าว่า Sugizo_san นะ! นายมันเป็นคนประเภทไหนกันแน่ กระทั่งพี่ตัวเองยังว่าขนาดนี้!” Kaoru ลืมตัวขึ้นเสียงทุ่มเถียง Die ออกไป ถ้าเป็นเรื่องตัวเองต่อให้โดนอะไร อย่างไรก็ทนได้ แต่กับผู้ที่มีพระคุณจะให้ใครมาดูถูกเหยียดหยามไม่ได้เด็ดขาด…คราว J ก็ครั้งหนึ่งแล้ว Kaoru จะทันคิดมั้ยนะว่าการกระทำที่เหมือนเอาน้ำมันไปราดกองไฟของตนจะนำพาอะไรให้เกิดขึ้นต่อมา
“แก้แทนอีก นี่มันกับนายคงมีอะไรกันไปถึงไหนต่อไหนแล้วสินะ!” Die ตวาดกลับ
“สกปรก! คิดอะไรน่ารังเกียจ! หัวสมองนายมันมีแค่นี้หรือไง!?” Kaoru เองก็ตวาดกลับเช่นกัน
“ก็มีแค่นี้แหละ ในเมื่อไม่ปฏิเสธชั้นก็ขอทดสอบล่ะ ว่าที่ชั้นสันนิษฐานมันจริงมั้ย!?” พูดจบ Die ก็จัดการรวบข้อมือของ Kaoru ไว้ด้วยกันแล้วกดไว้เหนือศีรษะร่างนั้นเอง แรงต้านจากข้อมือทั้งสองยิ่งทำให้ Die โหมแรงเข้าใส่ อีกครั้งแล้วที่ชุดยูกาตะแสนสวยและสิ่งกีดขวางอื่นๆ ถูกฉีกกระชากขาดกระจุยกระจายพร้อมเสียงกรีดร้องจากความกลัวของ Kaoru
“อย่า!!! อย่านะ!!! ไม่!!!!!” ร่างเพรียวบางพยายามกระเสือกกระสนดิ้นรนเอาตัวรอด รู้ตัวดีแล้วว่าตนเองทำพลาดไปอีกครั้งแล้ว ทางรอดที่เคยเห็นอยู่เป็นแสงรำไรพลันวูบดับหายไปสิ้น คงเหลือก็แต่เพียงความมืดมิดอันสิ้นไร้ซึ่งความหวัง
“การทดสอบง่ายๆ อย่าดิ้นเลย เสียแรงเปล่าน่า” Die พูดขึ้นแล้วก้มลงทาบริมฝีปากลงไปบนริมฝีปากของ Kaoru ที่เปิดรับเพราะมัวแต่ร้องท้วงเขา ปลายลิ้นแทรกซอนเข้าไปบุกรุกอย่างไม่เกรงใจ เกี่ยวกระหวัดเล่นล้อกับปลายลิ้นที่ไม่ชำนาญเช่นเขา
“อ-อื้อ…อื้อ…ฮึก…” เสียงครางดังแว่วในลำคอเพราะไม่อาจร้องออกมาได้หากยังถูกปิดทาบเอาไว้เช่นนี้ Kaoru กำลังพยายามกลั้นเสียงสะอื้นและน้ำตาอย่างเต็มที่ แต่มันจะทำไปได้นานอีกสักเท่าไรกันเชียว ในเมื่อจิตใจมันเต็มล้นไปด้วยความขลาดกลัวเช่นนี้
“ร้องไห้อีกแล้ว กับพี่ชั้นนายจะร้องไห้แบบนี้มั้ย?” Die พูดขึ้นเมื่อละออกมาจากริมฝีปากบางนั้นแล้ว
“ไอ้บ้า! นายมันบ้า! ปล่อยชั้น!!!” Kaoru ต่อว่าด่าทอทั้งน้ำตา ใจกลัวแต่ปากกลับกล้าเสียจนนำพาความเดือดร้อนมาให้ และคราวนี้ก็คงเหมือนเดิม
“อยากให้ปล่อยก็หาทางเอาเองสิ” Die พูดใส่หน้า Kaoru จนต้องเงียบไปแล้วกัดริมฝีปากล่างด้วยความแค้นใจ
“อ๊ะ! อย่า! อย่านะ! อย่า…อย่าทำ…อย่า…ได้โปรด…” Kaoru จำต้องร้องขออีกครั้งเมื่อฝ่ามืออุ่นทาบไปตามเรียวขาของเขา ไล่จากปลายเท้าจนมาถึงต้นขาและเข้าสัมผัสส่วนอ่อนไหวอย่างแผ่วเบาแล้วค่อยๆ หนักขึ้น เร็วขึ้น จน Kaoru เผลอครางออกมาอย่างพอใจ ข้อมือที่เคยมีแรงต้านกลับแปรเปลี่ยนไป ไม่มีแรงขืนดึงดันอีก ยิ่ง Die แกล้งเร่งสัมผัส Kaoru ก็ยิ่งหลุดจากการควบคุมตัวเองมากเท่านั้น ร่างเพรียวสวยบิดไปมาราวกับถูกทรมานอย่างร้ายกาจ หากความเป็นจริงกลับตรงข้าม ความสุขมันไหลทะลักจากการกระทำของ Die มาจนแทบสำลัก
“อ๊าาา!!!” Kaoru ไม่อาจห้ามตัวเองฝืนธรรมชาติความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ได้ ผลพวงจากการกระทำของ Die ถูกปลดปล่อยออกมาเลอะฝ่ามืออุ่นหนานั้น และ Die เริ่มใช้ประโยชน์จากมันด้วยการใช้ช่วยให้ช่องทางในร่างของ Kaoru สะดวกต่อการรุกล้ำของตน นิ้วเรียวสวยแทรกเข้าไปหนึ่งและเพิ่มเป็นสอง ยิ่งเพิ่มจำนวน Kaoru ก็ยิ่งส่งเสียงครางกระเส่าออกมาเรื่อยๆ จนฝ่ายผู้กระทำแทบจะห้ามตัวเองไม่อยู่
“อึ๊! อื้อ! เจ็บ…เจ็บ Die…เจ็บ…ชั้น…ฮึก…Die…เจ็บ…” Kaoru ครางบอกเสียงสั่น เวลานี้แค่เรียบเรียงคำพูดก็ยากเต็มทน แค่วลีเดียวก็แทบขาดใจกว่าจะเอื้อนเอ่ยออกมาได้
“ไม่มีใครแตะต้องนายจริงๆ ด้วยสินะ” Die พึมพำเบาๆ แต่ก็ยังเลื่อนกายเข้าไปเรื่อยๆ เขารู้ว่าเขาอาจไม่ใจเย็นพอจะทะนุถนอมร่างนี้…แล้วก็ใช่ เขาเร่งแทรกกายเข้าไปอย่างรวดเร็วจนสุดทาง Kaoru จิกไหล่เขาแน่นน้ำตาเอ่อท้นรินไหลเป็นทาง
“อ๊ะ! อ-อ๊าาา!!! อ๊าาา!!! Die!!!” Die เริ่มขยับกายทันทีโดยที่ Kaoru ยังไม่ทันได้ปรับตัว ร่างทั้งร่างแทบสิ้นแรงเมื่อเจอความรุนแรงที่โถมซัดเข้าใส่ แต่จู่ๆ Die ก็หยุด เขากระชากร่างของ Kaoru ขึ้นนั่งหันหน้าเข้าหาเขาทั้งๆ อย่างนั้น ใบหน้าของ Kaoru ซบลงที่ซอกคอของเขาอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ Die เลื่อนวงแขนไปโอบเอวแล้วเลื่อนไปยึดช่วงสะโพกของ Kaoru เอาไว้
“หนีสิ Kaoru” เขาเอ่ยเชื้อเชิญด้วยการกระซิบเบาๆ ที่หูของอีกฝ่าย Kaoru ยังคงหอบเหนื่อยจนตัวโยน แต่เขาก็รับรู้ได้ สะโพกมนยกขึ้นหมายจะหนีการรุกล้ำที่ค้างอยู่ในร่างของตน
“อ๊าาา!!!” Kaoru จำต้องกรีดร้องอีกครั้ง…เขาถูกหลอก…ทันทีที่เขาใกล้ถอนการรุกล้ำนั้นได้ มือของ Die ที่ยึดสะโพกของเขาไว้ก็ออกแรงกดสะโพกของเขาลงอย่างรวดเร็ว วูบเดียวทุกอย่างก็กลับไปเป็นเหมือนเดิม ร่างของ Kaoru ก็ยังคงแนบสนิทกับร่างของ Die…เช่นเดิม
“ใจร้าย นาย…หลอกชั้น…” Kaoru ต่อว่าเสียงสั่น ความอุ่นร้อนของฝ่ายตรงข้ามยังอยู่ในร่างของเขาไม่เปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย
“ไม่ได้หลอกนี่ อยากหนีก็หนีให้สำเร็จ เหมือนเกมส์ที่นายต้องฝ่าด่านไง Kaoru เพียงแต่ชั้นเป็นด่านที่นายต้องฝ่า เอ้า! ถ้าไม่ทำอะไรเลย นายก็อย่าหวังว่าจะหนีไปไหนได้” Die พูดอย่างผู้ได้เปรียบ Kaoru แทบร้องไห้โฮ เขาเข้าใจว่ามันหมายถึงอะไร…เขาต้องสนองอารมณ์ Die จนกว่ามันจะสิ้นสุด หรือหากจะรออยู่เช่นนี้จน Die ยอมแพ้ เขาก็คงอยู่ไม่ไหวถึงตอนนั้น…ริมฝีปากบางสั่นระริกก่อนจะถูกเม้มจนแน่น
“อื้อ…ฮึก…” ในที่สุด Kaoru ก็ยอมทำตามข้อเสนอ สะโพกสวยยกลอยขึ้นแล้วพยายามเลื่อนลงด้วยตัวเองก่อนที่ Die จะกดมันลงไป เสียงครางในลำคอคลอไปกับเสียงสะอื้นจากความเจ็บที่เจ็บทั้งใจและเจ็บทั้งกาย
“ดี เร่งขึ้นสิ Kaoru” Die สั่ง Kaoru ตั้งใจจะไม่ทำตามแต่ในที่สุดก็ต้องกัดฟันยอมตามคำสั่งเพราะมือของ Die ที่ยึดสะโพกเขาอยู่เริ่มนำให้มันเร็วขึ้น ริมฝีปากถูกกัดจนแทบแตกออกให้เลือดไหลซึม Die ที่รู้สึกได้จึงเลื่อนริมฝีปากขึ้นไปคลอเคลียริมฝีปากนั้นแล้วครอบครองด้วยริมฝีปากของเขา ปลายลิ้นของ Die แทรกเข้าไปเหมือนคราวแรก ต่างกันที่คราวนี้ Kaoru ตอบรับปลายลิ้นของเขา อาจเป็นผลเนื่องมาจากความทรมานจากเบื้องล่างที่ร่างบางกดเอาไว้อยู่ จังหวะเริ่มเร็วและเร่งร้อนใกล้ถึงจุดสิ้นสุดเข้าไปทุกที…สติของ Kaoru เองก็ด้วย มันใกล้หมดเต็มทีแล้ว เมื่อ Die ถ่ายทอดความต้องการเข้าสู่ร่างของ Kaoru แล้ว ร่างเพรียวบางก็หงายหลังไปทันทีจนวงแขนแกร่งนั้นแทบรั้งเอาไว้ไม่ทัน Die ร่นวงแขนเข้าแล้วมองหน้าของ Kaoru ในความมืดนั้น ลมหายใจยังหอบอยู่ทั้งๆ ที่สติวูบหายไปแล้ว Die ค่อยๆ ถอนกายออกจากร่างนั้นแล้วจัดให้ Kaoru ได้นอนพักแล้วก้มลงจุมพิตลงไปเบาๆ แล้วเขาก็นอนลงข้างๆ หลับตามไปในเวลาไม่นาน

- END Side 14 -

O_o ทำไมตอนนี้เป็นฉากล้วนๆ เลยอ่ะ!!??
เราทำอะไรเนี่ย!? (ว้ากกกกกกกกก!!!!!!!)
ขบวนการสนับสนุนการทรมาน Kaoru อ่ะ ตกลงมีใครเป็นสมาชิกมั่งเนี่ย? รายงานตัวด่วน!
แต่ชอบตอนนี้จัง (อ้าว!?)

ป.ล. รายงานยังไม่เสร็จ…หึๆ





















Coin
By Zakuro
Side 15:
“…” ชายหนุ่มผมแดงลืมตาขึ้นมาได้นานพอสมควรแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ขยับไปไหน จะมีก็แค่จ้องมองร่างที่นอนหลับสนิทอยู่ในอ้อมอกของเขาเท่านั้น…ดูสวยงามขึ้นหรือเปล่านะ? เพราะทรงผมที่เปลี่ยนไปงั้นเหรอ? หรือเขาคิดไปเอง? แสงแดดอ่อนๆ อุ่นไอร้อนกระทบทาบร่างทั้งสองใต้ผ้าห่ม ร่างเพรียวบางเริ่มขยับเล็กน้อย
“อืม…” Kaoru เลื่อนวงแขนไปข้างกายเมื่อสัมผัสสิ่งที่อยู่ข้างๆ ได้เขาก็กอดมันหลวมๆ เหมือนกับการกอดหมอนข้าง…แต่ถ้าเขารู้ว่าสิ่งที่เขาคิดว่าเป็นหมอนข้างจริงๆ แล้วคืออะไร…อะไรจะเกิดขึ้น?…Die คิด ดูเหมือนความอุ่นของเลือดเนื้อทำให้ Kaoru ยิ่งพยายามซุกร่างของตนเข้ามาเบียดเขามากขึ้นเรื่อยๆ โดยไม่รู้ตัว เห็นแบบนี้แล้วก็อยากแกล้ง…
“เฮ้…เช้าแล้วนะ จะซุกอกชั้นไปถึงไหน?” Die เลื่อนใบหน้าลงไปที่ริมหูของอีกฝ่าย แกล้งกระซิบบอกเบาๆ รอดูปฏิกิริยาที่จะเกิดต่อไปหลังจากนี้
“…เช้า…อืม…อยากนอน…ซุกอก?…???…เอ๋?” เป็นธรรมดา…ไม่ว่าใครก็มีเวลาที่เบลอกันได้ ^^;;…Die ยังคงจับจ้องที่ Kaoru ตลอดเวลา รอดูอะไรสนุกๆ ที่จะเกิดหลังจากนี้
“เฮ้ย!!!!!” Kaoru ร้องลั่น ดวงตาคู่งามเบิกโพลง รีบผงะจะหนีออกจากอ้อมกอดของ Die ทันทีแต่ก็ถูก Die คว้าแขนที่โอบกอดเขาเอาไว้ให้อยู่ที่เดิมจนหนีไปไหนไม่ได้
“จะหนีไปไหนล่ะ? ชั้นให้นายยืมชั้นไปกอดก่อนก็ได้นะ” Die พูดพร้อมทำตาเจ้าเล่ห์และรอยยิ้มของหมาป่าที่ใช้ล่อหลอกหนูน้อยหมวกแดง
“ไม่ต้อง! ขอบใจ! ปล่อยชั้นนะ!” Kaoru ร้องปฏิเสธลั่นห้องพลางพยายามดึงแขนที่ถูกจับเอาไว้กลับมา แต่ไหนเลยจะสู้แรงอันมหาศาลของ Die ได้
“ไม่ปล่อย! ไหนๆ ชั้นก็ให้นายยืมกอดแล้ว ขอชั้นกอดนายบ้างจะเป็นไรไป” ยิ่ง Kaoru มีปฏิกิริยาแบบนั้น Die ก็ยิ่งสนุกกับการแกล้งมากขึ้น จากที่ยึดแขนเรียวเล็กนั้นไว้เฉยๆ เขาก็กระชากเข้ามาจนร่างของ Kaoru เข้ามาปะทะกับแผ่นอกของเขา
“ปล่อยนะ! ปล่อย! ปล่อยชั้น! ไอ้คนบ้า! ปล่อย!” Kaoru ตะโกนโหวกเหวก ดันทุรังดิ้นรนหนีหนักกว่าครั้งเริ่มแรก
“โอ๊ย!” จนได้…เพราะดิ้นหนีอย่างไม่คำนึงถึงสภาพร่างกายของตน ความเจ็บแปลบจึงแล่นวาบขึ้นมาสั่งให้เขาหยุดอยู่นิ่งๆ ทันที
“หัดอยู่นิ่งๆ ตั้งแต่แรกก็ไม่เป็นไรแล้วแท้ๆ นะ เป็นนักเรียนดีเด่นเสียเปล่า” Die แกล้งแดกดัน Kaoru จึงมองเขาด้วยสายตาดุ บ่งบอกว่าโกรธ
“อ้อ โกรธเหรอ? เอาสิ โกรธได้โกรธไป ดูซิว่าอาการโกรธเนี่ยมันจะทำอะไรได้บ้าง” Die ยิ้มอย่างรู้ทัน เขาดึงร่างที่เคยนอนอยู่ข้างๆ นั้นให้พลิกขึ้นมานอนคว่ำทาบไปบนร่างของเขา
“จะทำอะไร!? ปล่อยชั้นนะ! ปล่อย!” Kaoru ร้องลั่นๆ ยิ่งดิ้นหนักกว่าเดิมแม้จะเจ็บมากแค่ไหน ผิวกายนุ่มเนียนทาบสนิทกับอีกผิวกายหนึ่งที่อยู่เบื้องล่าง ช่วงต้นแขนที่ถูกตรึงเอาไว้ทำให้ไม่สามารถยันร่างหนีการสัมผัสเสียดสีของร่างกายได้
“ทำอะไร? นั่นสิ หาอะไรทำดีมั้ย? อย่างเมื่อคืนนี้เป็นไง…นายน่ะ…เร่าร้อนดีทีเดียวนะ” Die แกล้งกระตุกชักเรียวแขนนั้นเข้ามาหาตัว ทำให้ใบหน้าของ Kaoru แนบไปกับอกของเขา ชายหนุ่มแกล้งกระซิบหยอกเย้าจนใบหน้าคมสวยแดงจัดอย่างช่วยไม่ได้
“หุบปาก! นายบังคับชั้นแล้วยังมีหน้ามาพูดอีกหรือไง!?” Kaoru ตวาดกลับ รู้สึกได้ว่าใบหน้าของตนร้อนไปหมด…นี่มันคงแดงไปถึงไหนต่อไหนแล้วสินะ น่าอับอายที่สุด…
“บังคับ? แน่ใจ? มาลองพิสูจน์ดูดีมั้ยล่ะ?” แม้เขาจะถาม แต่ก็ไม่ต้องการคำตอบ มือใหญ่ข้างหนึ่งละจากต้นแขนของอีกฝ่ายแล้วค่อยๆ เลื่อนลงไปยังสะโพกมน
“จะทำอะไร!? หยุดนะ! หยุด…อ-อา…Die…หยุด…หยุดสิ…อึก…อืม…” Kaoru ตกใจเสียยิ่งกว่าตกใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น เขารีบร้องท้วง…แต่ก็แค่ก่อนหน้าที่เรียวนิ้วแกร่งจะแทรกซึมเข้ามาในร่างของเขาเท่านั้น…นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับเขา?…เสียงห้ามแปรเป็นเสียงครางไปทันใด…เกิดอะไรขึ้น!?
“ไง…รู้สึกดีใช่มั้ยล่ะ…พอถูกรุกบ่อยๆ แล้วปรับตัวได้…มันก็เป็นแบบนี้นั่นแหละ” Die กระซิบด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูสนุกกับเรื่องที่กำลังทำ
“ม-ไม่…ไม่มีทาง…ไม่จริง…ไม่…” Kaoru เถียงเสียงแหบพร่าและเริ่มจะสั่นเครือ น้ำตามันจะไหลออกมาอีกแล้ว ทำไมน่ะหรือ?…ก็เพราะที่ Die พูด…มันเป็นความจริง…มันเป็นความจริงที่ยากจะปฏิเสธ แค่คำพูดใคร จะหลอกใครก็ได้ไม่ยาก แต่มันกลับหลอกตัวเองไม่ได้เลย
“พูดใหม่ซิ” ยิ่งเห็นแบบนั้น Die ก็ยิ่งอยากแกล้ง นิ้วเรียวสวยดันแทรกเข้าไปอีกหนึ่งทบเป็นสอง ร่างบางเหนือร่างเขากระตุกสั่นแต่กลับไม่ต้าน…เพราะอะไรเขาก็รู้…และเป็นแบบนี้เพราะอะไรเขาก็รู้
“…ฮึก…ไม่…ไม่…ฉัน…ฉันเกลียดนาย…เกลียดที่สุด…เพราะนาย…เพราะ…นาย…อา…” Kaoru กล่าวโทษ ทำไม?…ทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้?…ทำไมถึงเป็นเขา?…ไม่ไหวเลย ร่างกายมันตอบรับ ทั้งๆ ที่อยากจะห้ามแต่ก็ไม่สำเร็จ…เขา ‘อยาก’…เขา ‘ปรารถนา’…เขา ‘ต้องการ’…
“เพราะชั้น? เพราะอะไร? บอกซิ!” Die แกล้งถามทั้งๆ ที่รู้…แกล้งด้วยวิธีที่ร้ายกาจ…นิ้วที่สามเริ่มตามเข้าไปอย่างรวดเร็วจน Kaoru ครางลั่น น้ำตาที่ไหลไม่ใช่เพราะเจ็บที่ร่างกาย…ไม่ใช่เลย…เขาเจ็บที่ใจ…ใจที่มันสั่งให้ร่างกายทรยศนั่น ตอนนี้ประสาทสัมผัสตื่นตัวเต็มที่จน Kaoru ไม่สามารถต้านได้
“นายมัน…ชั่วร้าย…ต่ำ…ช้า…ที่ชั้นเป็นแบบนี้…มันเพราะนาย…เพราะนาย…อื้อ…อ-อื้อ…อ๊า…” ร่างของ Kaoru กระตุกอีกครั้งเมื่อเรียวนิ้วสุดท้ายถูกดันเข้ามาจนสุด
“ปากดีนัก” Die เอ่ยขึ้นแล้วดึงเรียวนิ้วออกมาพอประมาณจากนั้นก็ดันกลับเข้าไป เริ่มจากช้าๆ แล้วเร็วขึ้นๆ
“อ-อ๊า…อย่า…อย่า…อย่า…ไม่…” Kaoru ร้องปฏิเสธ แต่กายไม่ปฏิเสธตามสักนิด เขากำลังกระหายสิ่งที่มากกว่าเรียวนิ้วเหล่านั้น…นี่เขา…นี่เขา…ไม่…ไม่!
“ร่างกาย…ไม่เห็นเหมือนปากพูด…อย่าดีแต่ปากสิ อยากได้มากกว่านี้ก็บอกมาดีกว่า” Die ดักอย่างรู้ทัน อย่าง Kaoru แค่สังเกตสีหน้าก็รู้ได้ทะลุปรุโปร่ง ยิ่งเวลาที่ lose control แบบนี้ก็ยิ่งดูง่าย
“ไม่…ไม่!!!” Kaoru กรีดร้องอย่างทรมาน ที่ Die พูดมันถูกไปเสียทุกอย่าง ตอนนี้ที่เบื้องล่างลงไปก็เริ่มแสดงอารมณ์ที่มีออกมาแล้วเช่นกัน…ทั้งเขาทั้ง Die
“เปล่าประโยชน์…ชั้นจะปล่อย…ปล่อยให้ทำอย่างที่นายต้องการ” พูดจบ Die ก็ถอนเรียวนิ้วออกทั้งหมดพร้อมทั้งปล่อยแขนข้างที่เขายึดเอาไว้ด้วย Kaoru ได้ทีพยายามจะลงจากร่างนั้น ไม่ยอมทำตามสิ่งที่ Die ดักเขาเอาไว้ เขาพาร่างอันโปร่งบางที่ร้อนระอุด้วยแรงอารมณ์ที่ปะทุจนแทบระเบิดลงจากร่างของ Die
“จะไปไหน!? ดื้อนักนะ อยากได้บทเรียนอีกสักกี่บทล่ะถึงจะเชื่องขึ้นมาบ้าง” Die ตวาดแล้วดึงร่างนั้นกลับมานอนแผ่อยู่ใต้ร่างของเขา Kaoru พยายามผลักไสเขาออกไปทันทีทั้งๆ ที่ร่างกายแสดงความต้องการออกมาเต็มที่ น้ำตาทิ้งไว้แต่คราบแล้ว แต่ดูเหมือนมันกำลังจะรินออกมาอีก ติดอยู่ที่เจ้าของร่างพยายามห้ามเอาไว้
“อย่าลืมสิ ว่าค่าจ้างของนายแต่ละวันในอาทิตย์ๆ หนึ่ง มันได้มาจากอะไร” เป็นอย่างที่ Die คิด เพียงแค่ประโยคนี้ น้ำตาของ Kaoru ก็พังทำนบอารมณ์ออกมาทันที…ใช่สิ…เงินมากมายพวกนั้น…ถึงจะบอกว่ามาทำงานรับใช้ Die แต่สุดท้ายมันก็ได้มาจาก…การขายตัว…ของเขาเท่านั้น…ร่างบางหยุดการกระทำแล้วนอนนิ่ง แม้ว่าจะยังสะอื้นอยู่แต่ก็พยายามห้ามไว้เช่นเคย…น่าหมั่นไส้
“โอ๊ย! อย่า! อย่า! เจ็บนะ! เจ็บ! ไม่!!!” …ดูซิ ว่าจะยังทนได้อีกมั้ย ถ้าโดนทำแบบนี้…นั่นคือสิ่งที่ Die คิดขณะที่กำลังแทรกเข้าไปในร่างของอีกฝ่าย…เกลียดนัก โกรธนัก ทรมานนัก ก็จงทรมานต่อไป…
“ไม่! ไม่!!!!!!” Kaoru กรีดร้องจนเสียงแทบแหบแห้ง…เจ็บ…เจ็บ…เจ็บ…กลัว…กลัวเหลือเกิน…Die ขยับกายหนักหน่วงขึ้นทุกที ยิ่งหนักก็ยิ่งแรง ยิ่งเขาร้องห้ามก็ยิ่งเร็ว ตอนนี้อารมณ์ของเขาเอง Die ก็ช่วยสนองให้…ยังนับว่าโชคดีนัก แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้หายทรมานเลยแม้สักเศษเสี้ยว
“…ไม่…ฮึก…อืม…” เสียงกรีดร้องแผ่วลงกลายเป็นเพียงเสียงครางครือเบาๆ เมื่อทุกอย่างจบสิ้น Die ถอนกายออกไปแต่ยังยันลำแขนแกร่งอยู่เพื่อจ้องมองใบหน้านองน้ำตานั้น สายตาดุคมกวาดไล่ลงสู่เรียวขาเล็ก…โลหิตสีแดงข้นเลอะอยู่อีกคราแล้ว เมื่อย้อนกลับมาที่ใบหน้านั้น น้ำตาก็ยังอาบแก้มเนียนไม่หยุด
“อ-อ๊ะ” Kaoru อุทาน…Die ก้มลงจรดริมฝีปากลงบนทางน้ำตาของเขา จูบซับไล่ไปจนถึงต้นทางแล้วก็ผละออกไปทันที ชายหนุ่มผมแดงแต่งตัวกลับอย่างลวกๆ แล้วเดินออกไปจากห้อง…ความอ่อนโยนเมื่อครู่คืออะไร? หรือเขาแค่คิดไปเองชั่ววูบ…Kaoru พลิกกายนอนคว่ำลงทั้งๆ ที่เจ็บจนน้ำตาซึม
“…ทำไม…” คำถามนี้เท่านั้น…อยากได้…คำตอบ…

- END Side 15 -

พลพรรคพี่น้องทั้งหลาย ทำตามคำเรียกร้องแล้วเน้อ~
มาเมนต์กันหน่อยเถอะค้าบ~
ทวงแล้วไม่เมนต์จะสาปแช่งให้ดู (ไม่อัพซะ ชิส์)
เห็นมั้ย พอกลับมาแต่งเรื่องนี้ก็โรคจิตมากกว่าเดิมอีกง่ะ โฮ!!!!!!!!! >_<












Coin
By Zakuro
Side 16:
ก่อนหน้านี้…มีคนคนหนึ่งที่เรามักจะอิจฉาอยู่เสมอๆ ใครกันนะ เด็กคนนั้น…เด็กผู้ชายคนหนึ่งที่เคยเรียนที่เดียวกับเราเมื่อสมัยประถม เวลามีงานกีฬา ทุกๆ คนก็จะมีคุณพ่อคุณแม่มาเชียร์ แต่เราก็เห็นเขาอยู่โดดเดี่ยวทุกครั้งไป เคยชี้ให้คุณพ่อคุณแม่ดู คุณพ่อก็เลยเข้าไปคุยกับเขา แต่คุณพ่อบอกว่าเขายิ้มแล้วพูดว่า ‘กลับไปอยู่กับครอบครัวของคุณดีกว่านะฮะ ผมชินแล้วล่ะ’ คุณพ่อบอกว่าเขาเป็นเด็กที่ไม่เหมือนเด็กเลย ทำตัวเหมือนผู้ใหญ่ ‘แต่สักวันเขาจะกลายเป็นคนที่เด็กที่สุด’ คุณพ่อว่าอย่างนั้น…ตอนนั้นเราไม่เข้าใจที่คุณพ่อพูดหรอก เราไม่สนใจด้วยซ้ำ เราสนใจเด็กคนนั้นตรงที่เขาเรียนเก่งมาก ทั้งที่อายุเท่ากัน เรียนก็เหมือนกัน แต่เขาก็เก่งกว่าทุกคนในห้องเลย เราก็เลยพยายามเรียนแข่งแต่ก็สู้ไม่ได้อยู่ดี เก่งจนน่ากลัว บางทีเราก็เคยเข้าไปคุยด้วย บอกว่าอยากเป็นเพื่อนเพราะเขาดูเหงาๆ แต่เขาก็จะคอยหนีเราเสมอๆ…ทำไมกันนะ?…เราเคยสงสัย ครั้งหนึ่ง ตอนวันนัดพบผู้ปกครองเพื่อให้บ้านและโรงเรียนได้พูดคุยปรึกษาพฤติกรรมของเด็ก คุณแม่ถูกคุณป้าหลายคนรุมว่า ว่าคุณแม่น่ะ เป็นเด็กใจแตกที่หนีออกจากบ้านตามผู้ชายมา แถมท้องตั้งแต่อายุ 15 เท่านั้น ตอนนั้นเราเองก็เจ็บใจ ก็คุณแม่น่ะ ทั้งใจดี ทั้งน่ารักอ่อนโยน ทั้งๆ ที่คุณแม่ไม่ได้ทำอะไรให้คุณป้าพวกนั้นต้องเดือดร้อนแต่เขาก็ยังมาว่าคุณแม่ได้ ตอนนั้น เด็กคนนั้นก็เดินเข้ามา เขาพูดว่า ‘ใครจะเป็นยังไงมันไปทำให้พวกคุณเดือดร้อนตรงไหน ตัวเองยังเอาไม่รอดแท้ๆ ยังมีหน้ามาว่าคนอื่น’ ตอนนั้นเรารู้สึกสะใจมาก พวกคุณป้าก็หน้าเสียไปเลย แต่คุณแม่น่ะกลับเดินเข้าไปตบหน้าเด็กคนนั้นเบาๆ แล้วก็บอกให้ขอโทษคุณป้าพวกนั้น เราเคยสงสัยว่าทำไมคุณแม่ต้องทำแบบนั้นด้วยแต่เราก็เข้าใจแล้ว พอคุณป้าพวกนั้นไป คุณแม่ก็บอกเด็กคนนั้นว่า ‘ขอบใจนะ ชั้นเชื่อว่า…ใครก็ตามที่เธอให้ความสำคัญในอนาคต คงเป็นคนที่โชคดี เหมือนกับชั้นตอนนี้กับเขาคนที่ชั้นรัก’ หลังจากนั้นเราก็เริ่มพูดคุยกับเขาบ่อยขึ้น ได้เล่นด้วยกันด้วย แต่หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ย้ายโรงเรียน คุณครูบอกว่ามีเหตุจำเป็น เราก็ทำได้แค่เก็บเขาไว้ในความทรงจำกระมัง
คนคนแรกที่เราสนใจ อยากรู้จัก อยากพูดคุยด้วย คือ เขา…ต่อมาก็คนที่สอง…
เขาเป็นคนที่เรารู้จักก็แค่ชื่อกับกิตติศัพท์ คนคนนั้นมักจะดูเหมือนยืนอยู่เหนือผู้อื่นเสมอ นั่นทำให้เราเกรงๆ เขาไม่น้อย แต่หน้าที่ของเราทำให้เราต้องปั้นหน้าใส่เขาเหมือนคนที่ไม่เคยกลัวอะไร เราอิจฉาวิถีชีวิตที่ดูเป็นอิสระนั้น เขาไม่เคยแคร์กฎของโรงเรียน เขาไม่เคยแคร์คำพูดของอาจารย์ เรารู้…เราเองก็ต้องการอิสระเช่นนั้น แต่เราอยู่ในกรง…อยู่มานานจนไม่เห็นมันเป็นกรงจวบจนเจอเขา เราจึงเห็นมันเป็นที่จองจำเราอีกครั้ง แต่เราออกไปไม่ได้เรารู้ดี ถ้าเราพังมันออกไปตอนนี้ อะไรจะเกิดขึ้น…ไม่ใช่แค่เราที่เดือดร้อน แต่แม่ก็ด้วย…เราถึงได้อดทนตลอดมา ตอนนี้เขากำลังเริ่มกระชากเราออกมาจากกรงนั้นแล้ว กระชากจากกรงนี้…ไปยังอีกกรงที่ไม่รู้ว่าเลวร้ายกว่าหรือดีกว่า…เราไม่รู้…ไม่รู้จริงๆ
* ก๊อกๆๆ * สายมากแล้ว…ประตูห้องบานสวยถูกเคาะเบาๆ ร่างที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงจึงเริ่มขยับ แต่ก็ไม่ได้ลุกไปเปิดประตู เขาเดาว่าคงเป็น Ryuichi แน่ๆ ที่มาเวลานี้ ถ้ามาเห็นเขาในสภาพนี้เข้าอีก…Ryuichi คงดุอีกเอายกใหญ่ แล้ว Sugizo ก็คงตามมาอีกคน
* แอ๊ด * ประตูบานนั้นถูกเปิดออกอย่างถือวิสาสะ Kaoru ก็ยังไม่คิดจะขยับไปไหนหรือแม้แต่มองว่าใครเข้ามา
“หือ? โอ๊ะโอ วันนี้ห้องนี้มีแขกซะด้วยแฮะ Die ไปไหนล่ะ? นี่เธอน่ะ รู้รึเปล่า?”
* เฮือก * Kaoru สะดุ้งโหยง…เสียงนี้มัน…พระเจ้า…ไม่จริง…
“ทำไมน้า~ หมู่นี้หมอนี่ชอบทำให้ตกใจซะเรื่อย ตั้งแต่ตอนที่กลับมาอยู่ที่นี่แล้วนะ ชั้นค้างข้างนอกไม่กี่วัน (เกือบ 10 วันเนี่ยนะ -“-) ก็หิ้วคนใหม่เข้าห้องเลย คราวที่แล้ว…เล่นเอาตกใจหมด แต่ก็สนุก…กับเธอเนี่ยจะเจ๋งสู้เจ้าประธานนักเรียนนั่นมั้ยนะ?” เสียงนั้นพูดไปเรื่อยเปื่อย Kaoru รู้สึกได้ว่าฟูกเตียงที่ห่างจากเขาไปไม่มากเท่าไรนักยุบยวบลงไปเพราะใครบางคนนั่ง…Toshiya…เจ้าคนอันตรายอันดับ 2 สำหรับเขา…ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้!?…Kaoru ขยับให้ผ้าห่มช่วยปิดบังซ่อนเร้นตนเองให้มากขึ้น เพราะผมสีม่วงนี่อาจทำให้ Toshiya ไม่ทันได้สังเกตว่าเป็นเขา
“เงียบจังนะ หันมาคุยกันมั่งสิ ชั้นไม่คิดว่าหลับอยู่หรอก อย่าหลอกกันให้ยาก” ฉับพลัน มือเรียวสวยคว้าได้ต้นแขนข้างหนึ่งของร่างที่นอนอยู่บนเตียง เขาออกแรงกดแขนข้างนั้นไว้ทันทีที่มันพยายามสะบัดหนีเขา
“เฮ้! นี่นาย” Toshiya ตกตะลึงมากเมื่อเขาได้เห็นใบหน้าของอีกฝ่าย แต่ที่ตกใจยิ่งกว่าคือ…นี่เป็นครั้งที่ ‘สอง’
“ปล่อยชั้น!” Kaoru พยายามยกแขนข้างที่ถูกกดขึ้นฝืนแรง Toshiya ซึ่งดูจะมีผลบ้างเล็กน้อย
“ปล่อยให้โง่สิ” Toshiya โต้กลับ
* บึ้ก * Kaoru ใช้แขนอีกข้างที่เป็นอิสระเข้าต่อสู้ หมัดลุ่นๆ อัดใส่ท้องของ Toshiya จนฝ่ายที่ไม่ทันได้ตั้งตัวผละออกไป Kaoru รีบพลิกกายคว่ำลงเพื่อจะคลานหนีแต่เพราะความเจ็บร้าวรานรุกขึ้นมาเสียก่อนทำให้เขาพลอยชะงักไปด้วย เป็นทีของ Toshiya บ้าง เขารีบตรึงข้อมือทั้งสองนั้นเอาไว้ทันที
“อูย…หมัดหนักชะมัด ชั้นไม่คิดจะทำอะไรนายแล้วน่า ลองมาอยู่ในห้อง Die ได้เกินหนึ่งครั้งชั้นก็ไม่คิดจะแตะต้องนายอย่างคราวนั้นแล้ว” Toshiya บ่นกระปอดกระแปดพลางทำหน้ายับยู่
“เอ๋?” แต่ Kaoru ไม่เข้าใจสิ่งที่อีกฝ่ายพูด…อะไร?…Toshiya หมายถึงอะไร?
“ทีเรื่องอย่างนี้ล่ะโง่ คนอย่าง Die คบผู้หญิง 100 คน จะมีไม่ถึง 10 หรอกที่มีโอกาสเป็นครั้งที่ 2 แต่นายเสือกมาอยู่ในห้องหมอนั่นได้เกินหนึ่งครั้งทั้งๆ ที่ผู้หญิงกว่า 90% ไม่มีปัญญา” Toshiya ว่า…ก็มันผิดปกติจริงๆ นี่หว่า…
“จะไม่อยู่เกินครั้งนึงได้ไง ก็ชั้น…อะ“ Kaoru เกือบพลั้งปากไปจนได้ ดีที่ชะงักทัน
“เฮอะ ทำเป็นไม่บอก ชั้นสืบเองก็ได้…แต่ เอ…เจอกันทีไร…ต้นขาเนี่ย…ต้องมีรอยเลือดทุกทีเลยนะ” ไม่พูดเปล่าแต่ Toshiya กลับเลื่อนฝ่ามือลงไปสัมผัสตรงที่สายตาเขาจ้องมอง มือของ Kaoru ข้างที่ถูกปล่อยรีบตามไปปัดมือนั้นทันทีทั้งๆ ที่ไม่ถนัดนักเพราะนอนคว่ำอยู่
“อย่ามาแตะต้องตัวชั้น!” Kaoru ตวาดลั่น
“หวงตัวซะด้วยนะ หวงไว้ให้ใครล่ะ หือ?” Toshiya พูดกระเซ้า
“ไม่ได้หวงให้ใครทั้งนั้นล่ะ! ชั้นบอกให้ปล่อย!” Kaoru โวยยกใหญ่ ดิ้นพล่านไปหมด
“แหม…ปล่อยก็ได้ครับๆ ของเล่นชิ้นโปรดของคุณหนู Die นี่น้า~ เกิดเป็นอะไรขึ้นมา เราจะเละซะก่อน ฮ่าๆๆ” Toshiya พูดพร้อมลุกไปจากร่างของ Kaoru แล้วหัวเราะชอบใจยกใหญ่
“ไอ้บ้า!!!” Kaoru ยั้วจัด คว้าได้หมอนข้างตัวก็เขวี้ยงใส่อีกฝ่าย แต่ Toshiya ก็หลบได้อีก
“บ๊ายบายนะแม่คนงาม” เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินกล่าวพร้อมรอยยิ้มทะเล้นแล้วหายไปหลังประตู
* แกร๊ก * ประตูบานเดิมนั้นเปิดออกอีกครั้ง…Toshiya แน่ Kaoru คิด มือก็คว้าหมอนมาอีกใบ
* ปุบ * ยังไม่ทันได้มองหน้ากัน หมอนขนห่านนุ่มนิ่มก็ลอยหวือไปกระแทกหน้าผู้มาเยือนอย่างจัง
“โอ๊ย! อะไรเนี่ย? มันเจ็บนะเฟ้ย!” ทันทีที่เสียงโวยนั้นดังขึ้น สีหน้า Kaoru เปลี่ยนทันที
“ขอโทษครับ Sugizo_san ผมนึกว่า…” Kaoru แก้ตัวอ้อมแอ้ม
“นึกว่าอะไร?” Sugizo หยิบหมอนขึ้นแล้วเดินเข้ามาในห้องตามติดมาด้วย Ryuichi
“นึกว่าเป็น…เอ่อ…Toshiya ครับ” Kaoru สารภาพแต่โดยดี
“Toshiya? ไอ้เจ้าคนสวยแต่กวนตีนนั่นน่ะเหรอ? สมควรแล้ว แต่คราวหลังช่วยมองให้มันดีๆ ก่อนได้มั้ย?” Sugizo ตอบกลับมา ท่าทางไม่ค่อยแปลกใจนักกับสิ่งที่ Kaoru ทำเมื่อเขารู้ต้นเหตุ
“คือว่า Toshiya เค้า…ทำไมมาอยู่ที่นี่ได้?” Kaoru เอ่ยถามเบาๆ
“เจ้านั่นมันเป็นมือขวาของไอ้หมาบ้านั่น เป็นมาได้ 4-5 ปีแล้วมั้ง? นอนอยู่ห้องตรงข้ามนี่ไง…แต่จะว่าไปตั้งแต่ Die ย้ายออกหมอนั่นก็ไม่ค่อยกลับมานอนเหมือนกัน” Sugizo อธิบายพลางชี้นิ้วประกอบ
“อ๊ะ! ชั้นไม่ได้มาเพราะเรื่องนี้นี่ นี่หนีมาได้ยังไง เป็นอะไรรึเปล่า?” Sugizo ที่ลืมตัวไปครู่หนึ่งถูก Ryuichi สะกิดเข้าจึงนึกออกว่ามาเพราะอะไร
“ไม่เป็นไรหรอกครับ” Kaoru ตอบยิ้มๆ…ดีใจที่ยังมีคนเป็นห่วงแบบนี้…
“แบบนี้ชั้นจะอ้างอะไรพานายกลับไปอยู่ด้วยกันล่ะ” Sugizo ขมวดคิ้วมุ่น
“ไม่ต้องแล้วล่ะครับ ผมจะพยายาม” Kaoru ยังคงตอบพร้อมรอยยิ้มอยู่
“พยายาม? เรื่องแบบนี้พยายามยังไง? ดูสภาพตัวเองบ้างสิว่าเป็นยังไง” Ryuichi พูดขึ้นบ้าง เมื่อได้ยินดังนั้น Kaoru รีบดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดร่องรอยต่างๆ ทันที
“ผมไม่เป็นไรจริงๆ ถ้าจะต้องทำให้พวกคุณเดือดร้อ-…อ๊ะ! เออใช่ ผมไปอยู่กับพวกคุณไม่ได้หรอกครับ หนังสือของผมอยู่ที่นี่ ผมจะสอบ ถ้าไปอยู่กับคุณ 2 คนผมก็ไม่ได้อ่านหนังสือเตรียมสอบสิ” Kaoru ที่มองออกไปเห็นตู้หนังสือพอดีรีบเอ่ยขึ้น
“ก็ขนไปอ่านห้องชั้นสิ มันเป็นข้อแก้ตัวที่ไม่ได้เรื่องเลยนะ” Sugizo ถอนหายใจ…คนที่อยู่ต่อหน้าเขานี่เป็นเด็กดีเกินไป…อยากรู้จักคนเป็นพ่อเป็นแม่จริงๆ เลี้ยงมาได้น่ารักซะขนาดนี้…แล้วดันต้องมาเจอกับ Die
“ผม…ผมไม่อยากให้พวกคุณเดือดร้อน ผม…ผมขอร้อง ผมลำบากใจ ผมคงอยู่อย่างสบายใจไม่ได้ถ้าทำให้พวกคุณต้องโดนลูกหลงไปด้วย ผมคนเดียวก็เกินพอแล้ว” เมื่อเจ้าตัวพูดมาแบบนั้น ทั้ง Sugizo และ Ryuichi ก็ไม่รู้จะว่ายังไงดี เขาสองคนก็ไม่ใช่คนดีเด่อะไรนัก ไอ้เรื่องกลัวเรื่องเดือดร้อนก็กลัว แต่จะให้ทนดูดายก็เกินไป
“ก็ได้ ตกลงตามนี้” Sugizo ตอบง่ายๆ แม้ Kaoru จะแปลกใจแต่ก็ไม่ท้วงถามอะไร ดีแล้วที่เป็นแบบนั้น
“Sugi_chan!” Ryuichi ร้องขึ้นพยายามดึงอีกฝ่ายไม่ให้เดินออกไป
“เถอะน่า Ryu_chan” Sugizo หันมามองด้วยแววตาของคนมีแผน Ryuichi จึงยอมตามออกไปแต่โดยดี
“มีแผนอะไรเหรอ Sugi_chan?” Ryuichi ถามทันทีที่แน่ใจว่า Kaoru ไม่ได้ยินแน่ๆ
“ไม่มี แต่อย่าลืมสิ เรามีเครื่องดักฟัง ถ้าเสี่ยงไปขัดจังหวะได้ทันอย่างน้อยก็พอช่วยได้ไม่ใช่เหรอ? ฝ่ายนู้นทั้งที่เป็นคนขี้เกรงใจยังกลั้นใจพูดว่าลำบากใจออกมาได้ เราเซ้าซี้ไปก็ไร้ประโยชน์” Sugizo ชี้แจง
“อา…จริงด้วยสินะ” Ryuichi พึมพำเบาๆ

- END Side 16 -

มาไถ่บาปโดยเฉพาะเลยนะอีป้า…เหอๆ
ขอลาพักยาว.ว..ว…ว~ เลยนะก๊ะ (อาจจะย่องมาอาทิตย์ละครั้ง)
เค้าจะเป็นเด็กดีตั้งใจอ่านหนังสือแล้วอ่ะ
หลับฝันดีนะทุกคนคะ ^^
Coin
By Zakuro
Side 17:
“…” ร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียงเงียบไปได้พักใหญ่แล้วหลังจาก Sugizo และ Ryuichi ออกไป คิดนู่นคิดนี่ไปตามประสา ดวงตาเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง เส้นผมสีม่วงพัดปลิวไปตามแรงลมอ่อนๆ
“อ๊ะ…” ใบหน้าสวยแดงซ่านทันทีที่บังเอิญไปนึกถึงเรื่องเมื่อเช้าเข้า ยิ่มก้มลงไปเห็นรอยบนร่างกายของตนก็ถึงกับต้องดึงผ้าห่มมาปิดด้วยอายตัวเอง
“ไป…อาบน้ำ…ท่าจะ…ดีกว่า” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นแม้ก้าวแรกจะเสียหลักไปเล็กน้อยเพราะความเจ็บปวดที่ไม่เคยมีมาก่อนนั้น กว่าจะพาร่างของตัวเองไปจนถึงห้องน้ำก็แทบแย่ ยังดีที่ห้องน้ำทางฝั่งตะวันออกซึ่งเป็นโซนของ Die มีประตูเลื่อนเป็นกระจกฝ้าเชื่อมถึงกันเลยไม่ต้องลำบากมากนัก…แต่มันไม่มีกลอนล็อค…Kaoru เองก็จนปัญญา แต่ยังไงก็คงไม่มีใครเข้าตอนนี้หรอกมั้ง? เขาคิด…เมื่อมองห้องน้ำนั้นให้ทั่วแล้วก็อดตื่นเต้นไม่ได้ เป็นห้องน้ำที่สวยมากจริงๆ เน้นสีแดงหม่นเป็นหลัก ตั้งแต่พื้นกระเบื้องที่เป็นลายหินแกรนิตสีแดงแซมด้วยสีดำเลียนแบบของจริงนั้น ขอบอ่างล้างหน้าก็ถูกปูด้วยกระเบื้องแบบเดียวกัน อ่างอาบน้ำสีขาวกว้างพอประมาณ เป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาในนี้ ก่อนหน้านี้ที่ Sugizo อุ้มเขาไปดูเหมือนจะเป็นอีกที่หนึ่ง (ถ้าไม่อุ้มไปไกลๆ ก็คุยกันไม่ได้อ่ะดิ่: Sugizo <- - ที่อุ้ม Kaoru ไปน่ะ เป็นห้องน้ำของ Totchi น่ะสิ) Kaoru เดินต่อไป ชายผ้าห่มที่ยาวเกินลากไปบนพื้นกระเบื้อง
“ห้องน้ำ…เฮ้อ…ท่าทางใช้ยากพิกล” เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองแล้วลองเปิดน้ำในอ่างนั้นดู…ท่าทางจะไปได้สวย…สายน้ำใสสะอาดค่อยๆ เพิ่มปริมาณจน Kaoru คิดว่าเพียงพอแล้วเขาก็ปิดมัน ผ้าห่มผืนโตค่อยๆ ถูกร่นจากหัวไหล่ ผ่านช่วงแขน เอวบาง สะโพกมนและหลุดจนเปิดช่วงขาเล็กเรียวเผยผิวเนียนที่แต่งแต้มด้วยรอยแดงจางๆ Kaoru รวบมันขึ้นมาแล้วพาดไว้กับราวใกล้ๆ อ่างน้ำนั้น…เริ่มจากปลายเท้าที่จุ่มลงไปในน้ำ ไอที่ลอยบนผิวน้ำบอกอุณหภูมิของมันได้เป็นอย่างดี อุ่นสบาย…บางทีมันอาจจะช่วยเยียวยาหัวใจของเขาได้บ้าง…Kaoru ค่อยๆ วักน้ำขึ้นมาล้างหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นแล้วกัดริมฝีปากเบาๆ เส้นผมสีม่วงลอยเป็นแพบนผิวน้ำกระจายออกไปอย่างสวยงาม
“อดทนนะ Kaoru…นายต้องอดทน” Kaoru พึมพำกับตัวเอง เขารู้ว่าไม่มีทางหนี Die ไปไหนพ้น ยิ่งรู้ว่าบ้าน Die เป็นแก๊งยากูซ่าแบบนี้ก็ยิ่งเข้าใจ…ว่าเขาถูกขังในกรงใหม่เรียบร้อยแล้วและคงไม่มีใครช่วยเขาได้…Kaoru ขยับเลื่อนลงไปอีกเล็กน้อยให้น้ำอุ่นท่วมขึ้นปิดริมฝีปากแล้วเป่าลมเล่น
…ก็แค่อดทน…
…จริงหรือ?…
* ครืด * ประตูเลื่อนกระจกฝ้าถูกเลื่อนเปิดทันใด Kaoru เปลี่ยนจากท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนมานั่งหลังตรง หันขวับกลับไปจ้องที่ประตูทันที
“Die!!!” เด็กหนุ่มผมสีม่วงร้องลั่น ถลันตัวลุกขึ้นจนผมสีเข้มที่พ้นน้ำมาด้วยแนบสนิทกับผิวเนื้อ สีม่วงและสีดำของมันตัดกับผิวขาวๆ นั้นชัดเจน นอกจากสีของผมแล้ว…ร่องรอยที่ถูกทิ้งไว้ก็เด่นอยู่บนนั้นเช่นกัน…Kaoru รีบคว้าเอาผ้าห่มที่พาดเอาไว้ไม่ไกลมาปิดร่าง ชายผ้าที่ยาวเกินไปจุ่มลงน้ำแต่ Kaoru ก็ไม่ใส่ใจอีกแล้ว เขาถอยไปจนสุดขอบอ่าง ยิ่ง Die เดินเข้ามาเขาก็ถอยอีก ถอยจนไม่มีที่ให้ถอย
* ตูม * ในที่สุด Kaoru ก็ลื่นลงนั่งกองอยู่ในอ่าง จนน้ำท่วมขึ้นมาจนถึงช่วงอกแล้วค่อยๆ ซึมลามจนเปียกทั่วทั้งผืนผ้านั้น ใบหน้าของ Kaoru ซีดเผือดจนน่าเวทนา…ไม่มีทางหนีอีกแล้ว…Die ชะงักฝีเท้าแล้วจ้องมองอีกฝ่ายนิ่งนาน จ้องมอง Kaoru ที่ดูเหมือนจะพยายามกดอาการสั่นหวาดของร่างกายแต่ก็ไม่สำเร็จนั้น
“อย่า! อย่า!” Kaoru ร้องเสียงหลง หลังจากที่ Die มองเขาอยู่แบบนั้นได้สักครู่หนึ่งก็สาวเท้าเข้ามาเขา มือใหญ่หนาคว้าต้นแขนเล็กของเขาเอาไว้แล้วกระชากให้เข้าใกล้ Kaoru เบิกตาโพลงมอง Die ด้วยสายตาตกใจและลนลาน จากนั้นต้นแขนอีกข้างก็ถูกคว้าเอาไว้ได้แล้วถูกกระชากเข้ามาในแบบเดียวกันทั้งๆ ที่ยังอยู่ในน้ำ มือก็ยังยึดผ้าห่มปิดบังร่างของตนเอาไว้แน่น แต่ก็ดูเหมือนจะเริ่มคลายเพราะแรงบีบที่ต้นแขน
“อย่-…อื้อ…อื้อ…” Kaoru พยายามจะร้องห้าม ซ้ำยังพยายามสะบัดหนี แต่แรงของ Die มากเกินไป ถึงจะไม่รู้ว่าไปเอามาจากไหนได้ขนาดนี้ แต่มันก็บังคับเขาให้ต้องยอมสยบได้โดยง่ายทุกครั้ง ริมฝีปากบางนุ่มนิ่มถูกตามทาบประกบอย่างรวดเร็วด้วยริมฝีปากสีสด สัมผัสร้อนแรงเร้าอารมณ์จากปลายลิ้นที่แทรกเข้ามาได้พาเอาสติแทบกระเจิง มือของ Kaoru คลายจากการกุมผ้าห่มทั้งหมดแล้วเลื่อนมาเกาะที่แขนของ Die ผืนผ้าที่ถูกละเลยจึงร่นลงไปที่หน้าตักด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการถูกน้ำซึมจนเปียกชุ่ม
“…อือ…” ร่างกายราวกับอ่อนปวกเปียกไปหมด รสจูบที่จู่โจมเข้ามาเล่นเอา Kaoru มึนงง ดวงตาคมสวยทั้งคู่จ้องมองนัยตาดุกร้าวอย่างไม่เข้าใจ ก่อนที่ Die จะปล่อยร่างนั้นให้เป็นอิสระแล้วเดินออกไปจากที่นั่น ต้นแขนที่ถูกบีบเอาไว้เพื่อบังคับให้ยินยอมยังคงเหลือรอยเรียวนิ้วยาวเป็นปื้นแดง Kaoru ใช้มืออีกข้างลูบไปเบาๆ แล้วมองไปที่บานกระจกฝ้าด้วยความแปลกใจ แต่ก็ดีใจที่ Die ไม่ทำอะไรไปมากกว่านี้
“…เฮ้อ…” Kaoru ถอนหายใจเบาๆ เขาดึงผ้าที่จุ่มน้ำไปทั้งผืนขึ้นมาบิดจนหมาดแล้วพาดไปที่เดิม
* ครืด *
“ว้าก!” จู่ๆ ประตูก็ถูกเลื่อนเปิดอีกเล่นเอา Kaoru ผวารีบดึงผ้าห่มที่เพิ่งพาดไปมาห่อตัว
* พั่บ * Kaoru ได้แต่มองด้วยความงุนงงเมื่อมีเสื้อคลุมอาบน้ำกับผ้าขนหนูถูกโยนเข้ามาพาดไว้ที่ขอบอ่างล้างหน้าอย่างแม่นยำ แหวนเงินที่อยู่บนนิ้วมือของมือที่โผล่เข้ามาชั่วเสี้ยวนาทีทำให้ Kaoru รู้ว่ามันเป็นมือของใคร และการที่เขารู้ว่าเป็นของใครนี่แหละทำเอาเขายิ่งงงหนักขึ้นไปอีกด้วยความผิดคาดจนประตูบานนั้นเลื่อนปิดอีกครั้ง Kaoru ถึงสะดุ้งแล้วเริ่มคิดหาเหตุผลที่ Die ทำแบบนั้น แต่คิดเท่าไรก็หาเหตุผลดีๆ ไม่ได้สักทีซิน่า
“อะไร…ของเขานะ” Kaoru พึมพำเบาๆ…ไม่เข้าใจเลย…Die กำลังคิดอะไรอยู่ เขาสับสนไปหมดแล้ว

- END Side 17 -

555 เอาจนได้สินะ อัพจนได้เลย ชีวิตนี้จะแยกจาก fic ได้เมื่อไรล่ะเนี่ย…- -;;
“อะไร…ของเขานะ” Kaoru พึมพำเบาๆ…ไม่เข้าใจเลย…Die กำลังคิดอะไรอยู่ เขาสับสนไปหมดแล้ว --- คนแถวนี้ต้องมีบ้างล่ะที่อยู่ในอาการเดียวกะ Kao_chan หุๆๆ
เอาเป็นว่าอ่านให้สนุกนะฮับ
จะไปอ่านหนังสือต่อล่ะ (ทำข้อสอบเอนท์สังคมปีเก่าๆ ดู 80 ข้อ ถูก 26 ข้ออ่ะ เหอๆ จะรอดมั้ยเนี่ย…)



Coin
By Zakuro
Side 18:
“อื๋อ?…ไม่อยู่อีกแล้ว…” หลังจากก้าวเท้าออกมาจากห้องน้ำได้อย่างปลอดภัย (หุ) Kaoru ไม่ได้เดินออกมาทันทีหรอก ก่อนหน้านั้นก็ยืนอยู่หลังประตูตั้งนานสองนาน เมื่อลองเดินออกมามองรอบๆ ห้องแล้วไม่พบคนที่เขาคิดว่าน่าจะพบ ถึงจะรู้สึกแปลกๆ ไปวูบหนึ่งแต่ก็โล่งใจพิกล ร่างบางในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวสะอาดเดินเช็ดผมไปที่ตู้เสื้อผ้าไม้สลักแบบเรียบง่ายแล้วเลือกเอาเสื้อผ้าออกมาสวมใส่จนเรียบร้อยดี ตอนนี้ Kaoru อยู่ในเสื้อผ้ากางเกงยีนส์ขายาวกับเสื้อยืดตัวโคร่ง
“หนังสือๆๆ” Kaoru เดินไปเดินมารอบห้องค้นสัมภาระของตนที่นำมาด้วย ตำราเรียนจำนวนหนึ่งถูกยกออกมาตั้งไว้บนพื้น Kaoru เปิดดูอยู่นานประมาณครึ่งชั่วโมง
“ถ้าไม่มีโจทย์เสริมต้องแย่แน่ๆ เลย ว้า~” Kaoru บ่นออกมาเบาๆ แล้วลุกไปหยิบกระเป๋าสตางค์มาลองเปิดดู…ไม่ได้ไปเรียนช่วงสำคัญซะด้วย ปลายเทอมอาจารย์มักจะเผยแนวข้อสอบนิดๆ หน่อยๆ เสมอ
“น่าจะพอ…อย่างน้อยก็ได้สัก 2-3 วิชาล่ะน่า” หลังจากนั่งคำนวณเงินด้วยความรวดเร็ว Kaoru ก็ถอนหายใจหนักๆ ออกมา เงินนี่ได้มาจากการทำงาน ตั้งใจจะไว้จ่ายค่าเช่าห้องกับค่ากินค่าอยู่ แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นแล้วนี่นะ
“แต่ว่า…จะออกไปยังไงดีเนี่ย…” Kaoru พึมพำ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่ก็ไม่เคยได้ออกไปไหนเลย ฝังรากให้ถูกทำร้ายจนต้องรักษาตัวกระทั่งออกไปไหนไม่ได้เลย…ทั้งแม่ที่ไม่รู้ว่าออกจากโรงพยาบาลหรือยัง ทั้ง Shinya ที่วิ่งหนีไปคราวนั้นก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย บีจังก็ด้วยอีกคน ป่านนี้คงรู้เรื่องที่เขามาอยู่ที่นี่แล้ว จะถามอะไรเขาบ้างนะ? น่าจะเป็นคำถามที่ตอบไม่ง่ายแน่ๆ…Kaoru เดินออกไปแล้วตรงไปที่ฝั่งตะวันตกทันที
* ก๊อกๆๆ * เขายกมือขึ้นเคาะประตู
“อ้าว? Kaoru_kun มีอะไรเหรอ?” Ryuichi ที่เดินมาเปิดประตูทัก
“คือว่า…ผมอยากออกไปข้างนอกครับ” Kaoru ตอบ
“เอ๋? อ้อ งั้นเดี๋ยวไปพร้อมพวกชั้นเลยแล้วกันดีมั้ย?” Ryuichi ว่าพลางขยับเสื้อตัวนอกอีกเล็กน้อย
“ค-ครับ แต่จะไปไหนกันเหรอครับ?” Kaoru ถามอย่างงงๆ จะว่าไปเขาก็ไม่ค่อยเห็น 2 คนนี้ออกไปไหนเท่าไร
“เพื่อนเก่านัดเจอกันน่ะ เดือนละครั้ง สังสรรค์…เรื่อยเปื่อย” คนตอบไม่ใช่ Ryuichi แต่กลับเป็น Sugizo ในเสื้อผ้าสไตล์ของเขาเอง Ryuichi นั้นเดินออกมายืนข้างๆ Kaoru เพื่อเปิดทางให้ Sugizo เดินตามออกมา ชายหนุ่มผมสีชมพูจึงปิดล็อคห้องของตนจนเรียบร้อย
“Kaoru! ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าที่ชั้นให้ไปหา!?” เพียงแค่ได้มองอีกฝ่ายชัดๆ เท่านั้น เขาก็โวยวายลั่น
“หา? อ-เอ่อ…ผม…” Kaoru แก้ตัวไม่ถูก ก็มันไม่ชินนี่นากับเสื้อผ้าแบบนั้น ยอมรับว่าผ้าเนื้อดี แบบก็ดี แต่ไม่รู้ว่าใส่แล้วจะออกมาเป็นยังไง สู้ใส่แบบที่เคยใส่ดีกว่า…ก็พอจะรู้นะว่า Sugizo คงไม่พอใจเท่าไรนักที่เขาไม่ใส่ ทั้งๆ ที่เจ้าตัวอุตส่าห์เอาไปยัดตู้ไว้ให้ (เมื่อไรก็ไม่รู้ <- - ตอนที่ Kaoru อาบน้ำต่อหลังจาก Die ออกไปแล้วอ่ะ: Sugizo)
“มานี่เลย อุตส่าห์เสี่ยงตายเอาไปไว้ในตู้ให้แล้วแท้ๆ” Sugizo พูดไปก็ลาก Kaoru ไปจนถึงห้องของ Die เขาเปิดประตูเข้าไปแล้วลากอีกฝ่ายไปจนถึงหน้าตู้ตามมาด้วย Ryuichi ที่เดินไปหัวเราะไป (ถึงจะสงสารก็ขำอยู่ดี)
“เอ้า! ใส่นี่แล้วก็นี่” Sugizo ที่ละมือไปจาก Kaoru ค้นตู้แล้วโยนเสื้อผ้าออกมาให้ Kaoru รับเอาไว้
“ยังมายืนตาแป๋วอีก ไปเปลี่ยนสิ!” Sugizo สั่ง Kaoru จึงต้องจำใจไปเปลี่ยน เขาออกมาอีกครั้งพร้อมเสื้อเชิ้ตสีแดงม่วงหม่นสวยแบบพอดีตัวปล่อยชายกับกางเกงขายาวรัดเปรี๊ยะ…Kaoru ชักหวั่นใจว่ามันดีแล้วเหรอ?
“O.K. ดูดีขึ้นเยอะ ไปเหอะ ว่าแต่จะออกไปไหน? คงไม่ได้คิดหนีใช่มั้ย? อย่าเชียวนะ จะซวยไม่รู้ตัว” Sugizo พูดเอาๆ แล้วจึงนึกได้แล้วหันมาถาม Kaoru
“ไม่หรอกครับ หนีไปก็ไม่พ้น…ผมจะไปซื้อหนังสือเสริมน่ะ” Kaoru ตอบพร้อมรอยยิ้มหมองๆ
“ขยันจัง รีบไปมั้ย Sugi_chan? เดี๋ยวจะสายนะ” Ryuichi ชมห่อนจะหันไปหา Sugizo
“อือ ไปเถอะ” แล้วคนทั้งสามก็ออกเดินทาง ทั้ง Sugizo และ Ryuichi ช่วยกันบังคับให้ Kaoru ไปกินอาหารกลางวันด้วยกันแล้วจึงยอมปล่อยให้ Kaoru ลงที่ร้านหนังสือร้านประจำ ฝ่าย Kaoru ยืนยันว่ากลับเองได้แน่นอนเพราะร้านอยู่ห่างไม่มากนักจากที่ ‘บ้าน’ หลังนั้น ทั้งสองจึงไปตามธุระของตน…ร่างบางเดินเข้าร้านหนังสืออย่างอายๆ เนื่องจากเสื้อผ้าที่ใส่นั้นนั่นเอง
“หวัดดีจ้ะ Kaoru_kun” เจ้าของร้านหนังสือทักเช่นเคย
“หวัดดีครับ” Kaoru ทักกลับแล้วรีบเดินเข้าไปที่ชั้นหนังสือทันทีไม่รอให้ใครทักว่าเปลี่ยนไป
“เห็นทีแรกเกือบจำไม่ได้เลยแฮะเรา…น่ารัก” คุณป้าเจ้าของร้านแอบพึมพำกับตัวเอง
“คณิตศาสตร์…เอ…เล่มนี้…” Kaoru เดินไปทั่วทั้งชั้น หยิบหนังสือลงมาเปิดดูบ้าง
“Kaoru นั่น Kaoru ใช่มั้ย?” เสียงทุ้มต่ำขานชื่อเขา Kaoru จำได้ดีว่าเป็นเสียงของใคร
“พี่ J” เด็กหนุ่มหันไปทักด้วยรอยยิ้มสดใสแล้วก็เห็นใครอีกคนที่ยืนข้างๆ พี่ชายของเขา
“เออ! Kaoru นี่ Inoran นะ เป็นหมอประจำแผนกคนไข้เด็กน่ะ Ino นี่ Kaoru ไง” J รีบแนะนำทันทีเมื่อเห็นแววตาสงสัยของ Kaoru
“ยินดีที่ได้รู้จักครับ” Kaoru เอ่ยขึ้น
“อื้อ เช่นกัน เอ่อ…J ชั้นจะรีบไปหาหนังสือที่ว่านะแล้วจะรีบมา เดี๋ยวพวกนั้นจะรอนาน อาละวาดหาว่าเรามาสายอีก” Inoran ยิ้มให้ Kaoru แล้วปลีกตัวไปทันที
“คุณน้าไปอยู่กับแม่พี่แล้วนะ แต่ว่าทำไมหลายวันนี้ไม่เจอกันเลย คุณน้าเองก็ไม่พูดอะไรเรื่องนั้น” J เริ่มเปิดบทสนทนาทันที
“เอ่อ…ผมต้อง…ทำงาน” Kaoru ตอบอ้อมแอ้ม…งาน…
“คุณน้าเขาก็ว่าอย่างนั้น เขาบอกว่าไม่อยากรบกวน เออ แล้วนี่ก็เบอร์โทรที่บ้านคุณแม่พี่นะ” J พูดพลางหยิบปากกาที่เหน็บไว้กับกระเป๋ากางเกงออกมาจดลงในกระดาษที่เหมือนจะเป็นใบเสร็จรับเงิน
“ขอบคุณครับ” Kaoru รับมาใส่กระเป๋า
“เออ แล้วนี่…เปลี่ยนไปมากเลยนะ ท่าทางบ้านที่รับไปทำงานจะเลี้ยงดี ฮะๆๆ” J แซว ตอนแรกเขาแทบจำ Kaoru ไม่ได้ ดูดีขึ้นมากกว่าเดิมผิดหูผิดตา
“ก็…ครับ” Kaoru ยิ้มรับ เป็นยิ้มที่ฝืนใจแทบตาย แต่เมื่อนึกถึง Sugizo และ Ryuichi ก็พอบรรเทาลงได้บ้าง
“แล้วนี่มาทำอะไรเหรอ?” J ถามต่อ เขาไม่ทันสังเกตรอยยิ้มนั้นเพราะมัวมองตาม Inoran ไป
“มาหาหนังสือเรียนเสริมน่ะครับ” Kaoru ตอบและพยายามรักษาสีหน้าจนสำเร็จ J ที่กลับมามองหน้าเขาอีกครั้งจึงไม่ได้เอะใจเลย
“ขยันจังนะ ตั้งแต่เด็กแล้วนี่นา” J ว่าพลางขยี้ผมสีม่วงนุ่มมือนั้นเล่น
“ฮะๆๆ อย่าครับ ผมยุ่ง” Kaoru หัวเราะร่า สิ่งที่ J และ Kaoru ปฏิบัติต่อกันดูน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ไม่น้อย แต่สำหรับใครคนหนึ่งที่มองผ่านกำแพงกระจกเข้ามาโดยบังเอิญนั้น…สำหรับเขามันไม่น่ารักเลย แม้รอยยิ้มของ Kaoru จะทำให้เขาตะลึงมองไปก็ตาม
“J ได้แล้วๆ” เสียง Inoran ร้องเรียกจากอีกมุมหนึ่งพลางโบกมือไปมา
“อ๊ะ! พี่ไปนะ โชคดี” แล้ว J ก็วิ่งไปหา Inoran
“เฮ้อ…” Kaoru ถอนหายใจแล้วกลับมาเลือกหนังสือต่อ เมื่อได้หนังสือตามที่ต้องการก็เงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาแขวนผนังของร้าน
“บ่าย 2 แล้วเหรอ? รีบกลับดีกว่า” Kaoru พึมพำกับตัวเองแล้วยกหนังสือไปที่เคาน์เตอร์ จากนั้นก็จ่ายเงินแล้วเดินหิ้วออกมา ออกเดินกลับจนถึงที่หมาย สวนหน้าบ้านนี้เงียบสงัดตลอดจนน่ากลัว Kaoru เดินกลับเข้าบ้านแล้วตรงไปโดยตั้งใจจะไปโซนตะวันออกทันที แต่ระหว่างทางนั้นเขากลับเห็นร่างหนึ่งในเงามืด Kaoru ผงะโดยสัญชาตญาณ เขารู้ว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือใคร
“ไปไหนมา?” เสียงนั้นเอ่ยถาม ช่างเป็นน้ำเสียงที่น่ากลัวเหลือเกิน

- END Side 18 -

จบไปอีกตอน อะไรจะเกิดขึ้นในตอนต่อไป
สาวก SM พลาดไม่ได้!!! 555
เออ…เอาเข้าไปฉัน…- -;;
มาอัพดึกมาก โทษฮับ
ฝันดีนะทุกๆ คน


















Coin
By Zakuro
Side 19:
“…ซื้อหนังสือ” Kaoru กลั้นใจตอบออกไปพร้อมกับกระชับหนังสือในอ้อมกอดแน่นต่างที่ยึดเหนี่ยวจิตใจไม่ให้กลัวมากไปกว่านี้…แต่จะสำเร็จหรือไม่ก็อีกเรื่องห