|
หัวข้อ : ++====ELuDe====++ >>>>>>(Die+Shinya) Part I ข้อความ : ขอเกริ่นหน่อยว่าเปนสาวก Shinya กะ Die เต็มตัว แต่อ่าน f ix ช่วงนี้ม่ายค่อยมีคู่หนู๋ Shin กะป้า Die เลยแต่งขึ้นมาอ่านเองซะเลย ^-^ ช่วงแรกๆขอเตือนว่าอาจจะน่าเบื่อนิดนึง T-T (ตอนแต่งยังเบื่อเลย มันคล้ายๆนิยายหน่อยนะ...แบบว่าชอบอ่านนิยายอ่ะ) แต่ก็อยากให้อ่านจนจบ (ตอน1-4) นะ ก็ comment กันเยอะๆนะค้า อยากอ่านว่าตัวเองแต่งเปนไงบ้าง ถึงไม่ถูกใจใครยังไงก็อยากให้. mentอยู่ดี ^-^ oshin_loveshinya@hotmail.com จาก : oshin - - oshin_loveshinya@hotmail.com - 05/09/2003 19:26 |
|
ข้อความ : Elude (Die+Shinya)
Chapter I : Sister. ร่างเล็กสองร่างกำลังก้มอยู่แถวธารน้ำใส ส่งเสียงหัวเราะก้องไปทั่ว มือเรียวยาวพยายามลากร่างที่เล็กกว่าให้ก้าวลงมาในน้ำ ลงมาสิทตจิในนี้เย็นนะ ไม่เอาน่าชินยะมันเปียก ลงมาเถอะน่า ร่างเล็กถูกดึงลงไปในธารน้ำ ร่างนั้นสะดุ้งน้อยๆเมื่อสัมผัสกับความเย็นของน้ำ มือทั้งสองข้างยึดมือเรียวไว้แน่น เห็นมั้ยเย็นดีออก...อ๊ะ! เจ้ายืนตรงนี้ก่อนนะ ชินยะจะไปไหน เงียบก่อน! เสียงเท้าค่อยๆย้ำในน้ำไกลออกแล้วหยุดนิ่ง สักพักก็มีเสียงคล้ายอะไรสักอย่างกำลังดิ้นอยู่ในน้ำ...จนเสียงนั้นเงียบหายไป แต่... เอ้า!ทตจิ หางของปลาตีกระทบมือที่กำลังจะเอื้อมไปรับ มือเล็กหดกลับทันที อะไรน่ะชินยะ ปลาคาร์ปน่ะ ตัวใหญ่นะจับดูสิ ชินยะยื่นตัวปลาเข้าไปใกล้ ลองจับสิ มือเล็กค่อยๆยื่นมาข้างหน้าจนสัมผัสผิวลื่นเปียกชื้น ใบหน้านั้นดูตื่นเต้นจนชินยะอดยิ้มตามไม่ได้ จากนิ้วเพียงนิ้วเดียวที่เอื้อมไปจับกลายเป็นมือทั้งมือลูบไล้ตัวปลาอย่างทะนุถนอม เราเอามันไปเลี้ยงได้มั้ย ไม่ได้หรอก ไม่งั้นท่านพ่อก็รู้สิว่าเราหนีออกมาเที่ยว ใบหน้านั้นสลดไปนิดนึง ปลาในมือดิ้นแรงขึ้นเรื่อยๆจนมือเรียวจับไม่อยู่ จะปล่อยแล้วนะทตจิ ชินยะส่งปลาให้ทตจิที่รับเอาไว้อย่างทุลักทุเล ร่างเล็กก้มลงจนรู้สึกถึงน้ำเย็นๆที่ผิว นิ้วเล็กกางออกช้าๆก่อนจะปล่อยเจ้าปลาคาร์ปตัวโตให้เป็นอิสระ มันไปรึยังน่ะ ไปนู้นแล้วล่ะ มือเล็กควานมาข้างหลังหาที่ยึดจนสัมผัสกับมือเปียกชื้นที่เอื้อมมารับไว้ ชินยะก้าวเข้ามาใกล้จนมาซ้อนอยู่เบื้องหลัง อย่าเสียใจไปเลย ไว้วันหลังพี่จะพาเจ้ามาอีก จริงๆนะ ร่างเล็กบีบมือนั้นแน่นอย่างมีความหวัง ...แต่ต้องหลบมิยาบิให้ได้ก่อนนะ โถ่!...ชินยะอย่าพูดเล่นสิ มัวแต่หลบมิยาบิข้าก็ไม่ค้องออกจากปราสาทพอดี ถ้าวันนี้ท่านพ่อไม่ให้ไปทำธุระข้าก็คงไม่ได้ออกมาหรอก โอ๋..โอ๋...น้องสาวที่น่าสงสาร มือเย็นลูบผมนุ่มยาวอย่างเอ็นดู ถ้าเจ้าขอดีๆเดี๋ยวนางก็ให้เจ้ามาเองล่ะ คงเป็นแต่เจ้าน่ะสิชินยะ...นี่เย็นแล้วใช่มั้ย ข้าได้ยินเสียงนกร้อง ร่างเล็กหันไปมองทางต้นเสียง ใบหน้างามแหงนเงยขึ้นไปบนท้องฟ้า ผมยาวสยายต้องประกายแสงแดดเป็นสีน้ำเงินอ่อนๆ ชินยะมองภาพนั้นอย่างเศร้าๆ...ทำไมนะเรื่องแบบนี้ถึงต้องเกิดกับเจ้าด้วย ทั้งๆที่เจ้านั้นเพียบพร้อมทุกอย่าง...แม้แต่ข้ายังอดที่จะชื่นชมในความงามของเจ้าไม่ได้ แล้วถ้าชายอื่นได้เห็นเล่า...เจ้าคงจะเป็นเจ้าสาวที่สวยสุดเป็นแน่ ถ้าเจ้าไม่... ชินยะ?...เจ้าฟังข้ารึเปล่า ทำไมเงียบไป มือเล็กบีบแน่นอย่างขาดความมั่นใจ เปล่า...ข้ากำลังมองนกฝูงนั้นบินกลับรัง แล้วเจ้าพูดว่าอย่างไร ข้าถามว่า... เสียงนั้นค่อยๆเบาลงจนเหมือนกระซิบ จนต้องขยับตัวไปใกล้ ท้องฟ้าตอนนี้สวยมั้ย ข้าอยากเห็น ประโยคสุดท้ายติดอยู่แค่ในลำคอเท่านั้น ชินยะมองทตจิอย่าสงสาร... มือข้างที่ว่างรั้งร่างเล็กให้ถอยมาปะทะอกแล้วกอดเอาไว้อย่างนั้น...นานเท่าไหร่ไม่มีใครรู้ ...ร่างเล็กจับมือที่โอบตัวเองไว้มั่น มือข้างนั้นสั่นน้อยๆ จนเมื่อน้ำอุ่นๆไหลออกมาจากดวงตาสีดำสนิทปะทะแขนเรียวที่โอบกอดอยู่ ชินยะปล่อยมือข้างที่จับกับมือเล็กไว้ นิ้วเรียวไล้ไปใต้ดวงตาเศร้าหมองเช็ดน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา ข้าให้เจ้าร้องไห้แค่ที่นี่เท่านั้นทตจิ ร้องต่อหน้าข้าผู้เป็นพี่ของเจ้า แต่เมื่อเจ้ากลับไปแล้วจะต้องไม่ทำเช่นนี้อีก ท่านพี่ คำซึ่งนานๆจะออกจากปากของผู้เป็นน้องทำเอาน้ำตาคลอ ชินยะมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่บัดนี้ดริ่มมืดแล้ว...มันเป็นเช่นดวงตาของเจ้าใช่หรือไม่... จนเมื่อร่างเล็กหยุดสะอื้นชินยะจูงมือเล็กขึ้นฝั่ง ชายกระโปรงยาวกร่อมเท้าเปียกไปกว่าครึ่งตัว ชินยะก้มลงบิดน้ำที่ชายกระโปรงให้ทตจิ ขอบคุณชินยะ ไม่เป็นไร...รีบกลับกันเถอะ ป่านนี้มิยาบิอาจจะคอยอยู่ก็ได้ ชินยะอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงสีหน้าของคนที่คอยอยู่ มือจูงทตจิให้เดินตามไปอย่างมั่นคง ...ท้องฟ้าที่บัดนี้มืดมิดจนมองเห็นหมู่ดาวทอแสงเต็มท้องฟ้า แต่ในใจของใครบางคนคงไม่มืดมิดเช่นนั้นอีก...เพราะมือของใครคนหนึ่งช่วยจับจูงไป...ต่อไปนี้ อาจไม่ใช่แค่คนเดียวที่ต้องการมือนั้น...ตราบใดที่ยังมีลมหายใจอยู่ ก็อยากจะมีมือสักข้างที่ช่วยฉุดรั้งหรือนำพา...ให้มีชีวิตต่อไป... โอ๊ย!คุณหนูไปไหนกันมา นมเป็นห่วงแทบแย่ แม่นมอากิระยืนกระวนกระวายอยู่หน้าประตูไม้บานใหญ่ ตรงกลางประตูแกะสลักเป็นรูปหัวสิงห์ท่าทางน่าเกรงขามอย่างวิจิตร หญิงสาวร่างสูงอีกคนยืนพิงบานประตูอย่างใจเย็น ปอยผมข้างหนึ่งตกลงมาปรกหน้าแต่เจ้าตัวไม่ได้สนใจจะจัดให้เข้าที่ ผมข้างหลังรวบขึ้นสูงเผยให้เห็นคอขาวเนียนในชุดกระโปรงยาวสีดำคอกว้างใต้เสื้อคลุมสีเดียวกัน สายตาจับนิ่งที่ชินยะ โถ่!คุณหนูพากันไปที่ไหนมาถึงได้เปียกเป็นลูกหมาตกน้ำกันอย่างนี้ คุณหนูโทชิยะรีบขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะเจ้าค่ะประเดี๋ยวจะเป็นหวัด...คุณหนูชินยะด้วยนะเจ้าคะ ร่างอ้วนกลมพาโทชิยะเข้าไปด้านใน เจ้าตัวหันมายิ้มแหยๆก่อนจะตามเข้าไปโดยดี เสียงบ่นของอากิระค่อยๆห่างออกไป ชินยะละสายตาจากทตจิมองคนที่ยืนตรงหน้า ใบหน้าหวานจ้องมองด้วยสายตาเรียบเฉย...โกรธล่ะสิ? ไม่มีใครยอมเอ่ยคำใดก่อน จนร่างนั้นผละออกจากประตูตรงเข้ามา ในมือถือเสื้อคลุมที่ตัวเองพิ่งจะถอดออกมายื่นให้ ชินยะรับมาใส่โดยดี ร่างนั้นเดินนำเข้าไปด้านในโดยไม่กล่าวคำใด...สงสัยต้องพูดกันนาน... ชินยะส่ายหัวก่อนจะเดินตามเข้าไป ด้านในปราสาทเป็นห้องโถงใหญ่ หลังคาสูงโปร่งประดับด้วยภาพเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสวรรค์ เทวดาและนางฟ้า ตรงกลางห้อยเชิงเทียนระย้าขนาดใหญ่ลงมา แสงเทียนส่องสว่างทั่วห้องให้ความสวยแปลกตา ร่างสูงเดินเข้าไปด้านใน ถัดจากห้องโถงทางขวามือเป็นบันไดหินอ่อนสีขาว ทางซ้ายเป็นทางเดินทอดยาวออกไป ภายในแบ่งเป็นห้องต่างๆเรียงกันสองข้างทาง หน้าห้องมีเชิงเทียนตั้งเป็นระยะ เมื่อเดินไปจนสุดทางร่างสูงหยุดที่รูปวาดผืนใหญ่ สองข้างมีเชิงเทียนตั้งอยู่ ชินยะมองไปที่รูปภาพนั้น หญิงสาวคนหนึ่งมองกลับมาจากรูปภาพ ผมสีทองยาวถึงกลางหลังสะท้อนกับแสงเทียน ปกเสื้อตั้งสูงปิดคอขาวเนียนไว้ สายสร้อยเงินวางทาบอยู่ที่อก...จี้ตรงกลางเป็นรูปหัวสิงห์แบบเดียวกับที่ประตู แขนเสื้อยาวทิ้งตัวลงมาปิดนิ้วเรียว สายตาที่แลสบกันมีแววอ่อนโยน ในอ้อมกอดมีทารกน้อยกำลังหลับสนิท ที่คอมีสร้อยเส้นเล็กบางกับจี้แบบนั้น...รูปสิงห์ มือที่โอบอุ้มไว้แผ่วเบาอย่าทะนุถนอม ใบหน้าหวานที่ยามยิ้มแย้มแลงามหาที่เปรียบมิได้นั้นเอียงน้อยๆคล้ายกำลังหยอกล้อกับใครคนหนึ่ง...ใครที่เป็นคนวาด... ร่างสูงย่อตัวลงอย่างเคารพก่อนที่จะเปิดรูปภาพเขาไป ชินยะยิ้มให้กับคนในภาพแล้วสาวเท้าเข้าไปใกล้ นิ้วเรียวเอื้อมไปสัมผัสผืนผ้าขนาดใหญ่ สายัณห์สวัสดิ์ท่านแม่ ก่อนจะเดินเข้าไปข้างในแล้วดึงรูปภาพกลับตามเดิม ภายในห้องกว้างเต็มไปด้วยชั้นหนังสือสูงจรดเพดานทั้งสี่มุม คนที่เดินเข้ามาก่อนจุดเทียนไว้รอบแล้ว ร่างนั้นนั่งลงที่หน้าโต๊ะไม้ขนาดใหญ่ ชินยะเดินอ้อมไปนั่งหลังโต๊ะนั้น ผมสีทองปล่อยสยายตัดกับสีแดงของเก้าอี้กลับทำให้ร่างนั้นทำให้ดูโดเด่น ท่านรู้มั้ยว่าทุกคนเป็นห่วงแค่ไหนที่ท่านหายตัวไป ข้ารู้ว่าท่านดูแลตัวเองได้ แต่ท่านโทชิยะ.... เจ้าใช้คำว่าทุกคนเป็นห่วง? ในนั้นไม่มีเจ้าด้วยหรือ สายตาสบกันนานเท่านาน ร่างสูงก้มลงหลบสายตาที่จ้องมองมา...แพ้ทุกทีสายตาแบบนี้...อย่าทำให้ข้าหวั่นไหวเลย ท่านชินยะ... ท่านก็รู้ ว่าแต่ไปไหนกันมา น้อยคนนักที่จะกล้าใช้คำพูดเป็นกันเองกับชินยะ จะเว้นก็แต่โทชิยะ...ซึ่งบางครั้งก็ค่อนข้างจะเกรงใจอยู่บ้าง ข้าพาทตจิไปหลังปราสาทมา เล่นกันจนเพลินไปหน่อยเลยมืดเสียก่อน แล้วทำไมท่านโทชิยะดูเศร้าๆล่ะ ทั้งๆที่นานๆจะได้ออกไปที ก็เรื่องนั้นล่ะ ไม่มีคำพูดใดออกจากปากร่างสูง ในมือหมุนแหวนที่นิ้วอย่างเหม่อลอย เจ้าว่าจะมีใครรักษาได้มั้ย หึ!ข้าเห็นตั้งแต่คราท่านพ่อของท่านส่งคนเสาะหาหมอทั่วแผ่นดิน อย่าให้ความหวังลมๆแล้งๆกับท่านโทชิยะเลย สายตาหลุบต่ำลงพลางนึกไปถึงคนที่กล่าว...ใบหน้าหวานยามยิ้มแย้ม สวย...หาคนเทียบได้ยาก จะเว้นก็แต่อีกคนตรงหน้า...ใบหน้าแบบเดียวกัน แต่แฝงความเฉียบขาดจริงจังด้วยความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายแต่วัยเด็ก ริมฝีปากที่ยากจะได้เห็นรอยแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มที่มีให้กับน้องรัก...ท่านโทชิยะ ดวงตากลมโตสีดำสนิทที่แม้จับจ้องที่ผู้ใดย่อมต้องรู้สึกหวาดหวั่น...เหมือนถูกอ่านความคิดไปถึงข้างในจิตใจ... ว่าแต่เจ้ากินอะไรรึยังล่ะมิยาบิ ข้าจะกินลงได้อย่างไรถ้าท่านยังไม่กิน งั้นไปหาอะไรกินกันเถอะ ข้ากินไก่ได้ทั้งตัวแล้วนะ ชินยะลุกขึ้นรอให้ร่างสูงลุกตามแล้วเดินนำไปที่ชั้นหนังสือทางขวามือ ตรงมุมในมีตะเกียงเล็กๆตั้งอยู่ มือเรียวเอื้อมไปบิดก่อนที่ชั้นหนังสือจะเปิดกว้างออกด้วยกลไกที่ซ้อนอยู่เบื้องหลัง ร่างเล็กเดินเข้าไปข้างในทางเดินแคบๆ ข้าเองก็กินท่านได้เหมือนกันล่ะ ว่าแต่เรียวล่ะ ข้ายังไม่เห็นเลย ดูเหมือนจะถูกเรียกไปซ้อมฟันดาบกับบันซาคุล่ะ เป็นข้านี่ว่าลำบากแล้วนะ ต้องเรียนมารยาท การปกครอง การต่อสู้ แล้วยังต้องทำงานกับพวกขุนนางหัวเก่าน่าเบื่อ แต่ดูเหมือนพวกเจ้าจะลำบากว่าอีก ที่ท่านเรียนเพื่อจักรู้วิธีบริหารสั่งการ แต่ที่พวกข้าเรียนก็เพื่อจะจัดการกับทุกสิ่งที่ท่านสั่งได้ แหม!คมคาย เดี๋ยวข้าจะยกน่องไก่ให้เจ้าเป็นรางวัล ข้าไม่ใช่เด็กนะท่านชินยะ ทางที่ดีเปลี่ยนเป็นเวลาไปไหนจะบอกข้าก่อนดีกว่า อันนี้คิดดูก่อน ชินยะตอบหน้าตาย นมข้าหิว เสียงโอดครวญดังมาก่อนเมื่อเห็นเหยื่อรออยู่ตรงหน้า อากิระกำลังจัดเตรียมโต๊ะอาหารให้พร้อม เมื่อได้ยินเสียงชินยะร่างกลมก็ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ข้ารู้แล้วเจ้าค่ะ ถ้าไม่ใช่เวลาหิวก็ไม่หาหรอกนะนมเนี่ย โอ๋!อย่าน้อยใจนะ ประเดี๋ยวไม่สวยกันพอดี ร่างกลมตีมือที่โอบกอดอย่างรักใคร่เบาๆ ทีอย่างเนี่ยมาอ้อน อย่าหายไปอย่างนี้อีกนะเจ้าคะนมเป็นห่วง เจ้าค่ะ!แต่ถ้าบอกนมก็ต้องให้ไปด้วยล่ะ ... เดี๋ยวท่านพ่อเรียกพบนะเจ้าคะ หืม? ด่วนเจ้าค่ะ อืม หึ..หึ.. ขำอะไร ร่างเล็กหันไปค้อนให้อีกคนที่กำลังหัวเราะจนหน้าแดง ยังไงเจ้าไปกับข้าอยู่แล้วนิ เสียงหัวเราะหยุดไปทันที ร่างเล็กเป็นฝ่ายหัวเราะบ้าง หรือเจ้าจะทิ้งข้า ...ท่านก็รู้ว่าข้าไม่มีวันทำเช่นนั้น เสียงพึมพัมลอดมาให้ได้ยิน ชินยะอมยิ้ม ...ข้าก็รู้ว่าเจ้าจะไม่ทำอย่างนั้น...เหมือนที่ข้าจะไม่ทิ้งเจ้า...เช่นกัน จาก : oshin - - oshin_loveshinya@hotmail.com - 05/09/2003 19:28 |
|
ข้อความ : ดีคะ ทอจจิไม่น่าเป็น............. กับมิยาบิเลยฮือ.............................................................แต่รับได้คะ จาก : shinna - - totchi_shinya@yahoo.com - 25/12/2003 15:05 |