Let's go!!!!!

หัวข้อ : ++====ELuDe====++ >>>>>>(Die+Shinya) Part III
ข้อความ : Elude (Die+Shinya)
Chapter III : Who is new member?
“อรุณสวัสดิ์ชินยะ วันนี้พ่อเจ้าไม่มาหรอกรึ” เสียงทุ้มต่ำนำมาก่อนที่เจ้าของเสียงจะปรากฏตัว ชินยะย่อตัวลงเล็กน้อย “วันนี้ท่านพ่อของหม่อมชั้นขอตัว” “งั้นเหรอ...งั้นเดี๋ยวคงมีอะไรสนุกๆอีกล่ะสิ” ใบหน้านั้นยิ้มน้อยๆแลดูอ่อนโยน “แล้วอย่าเพิ่งรีบกลับนะ ดื่มชากับข้าก่อน” “เพคะ” คนฟังเบ้หน้าอย่างขัดใจ “ข้าเบื่อจริงๆกับพิธีรีตองของเจ้าชินยะ ทั้งๆที่รู้จักกันตั้งแต่เด็กทำไมยังเพคะเพขากับข้าอยู่ได้” “หม่อมชั้นมิอาจเอื้อม ครานั้นทั้งหม่อมชั้นยังเยาว์วัยมิรู้การควรมิควร” “เอาเถอะ เถียงกับเจ้าไปก็ไร้ประโยชน์ เราต้องรีบไปพบทูลกระหม่อมพ่อก่อนแล้วค่อยเข้าประชุม” “ฝากถวายความเคารพด้วยเพคะ” “เพคะ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยตามอย่าจงใจล้อเลียน ชินยะมองตามร่างเล็กออกไป เสื้อคลุมสีน้ำเงินที่ปลิวไสวอยู่ด้านหลังต้องประกายแดดยามเช้าข่มให้ร่างนั้นดูสว่าง...สูงค่า... ความรู้สึกที่สัมผัสได้ทุกครั้งที่พานพบกัน...ผูกพันอย่างประหลาด สายใยบางๆจากที่ใดกันที่ยึดโยงท่านกับข้าไว้...องค์รัชทายาท...เคียว
“จริงสิ ดายกำลังจะกลับมาเจ้ารู้ข่าวรึยังชินยะ” “พอทราบบ้างเพคะ” ร่างเล็กยกถ้วยน้ำชาขึ้นจิบใต้ความร่มรื่นแห่งอุทยานที่จัดแต่งงดงาม “ข้าไม่น่าถามเจ้าเลย คนอย่างเจ้าถ้าไม่รู้อะไรเลยสิแปลก...” “ก็ใช่ทุกเรื่องล่ะเพคะ” “ไม่หรอก...” มือแข็งแรงยื่นไปข้างหน้าให้เจ้านกน้อยสีแดงเกาะ เคียวหัวเราะอย่างเอ็นดูพลางไล้นิ้วตามตัวแผ่วเบา “เวลาคุยกับเจ้านี่ข้าสบายใจจริงๆ” เจ้านกน้อยโผมาเกาะที่ไหล่ของชินยะ มือเล็กบิขนมปังชิ้นเล็กส่งให้ “อ้าว!นี่แอบไปตีสนิทกันตังแต่เมื่อไหร่” “ก็ทุกครั้งที่หม่อมชั้นมาเพคะ” เคียวปล่อยเสียงหัวเราะดังอย่างชอบใจ กี่ครั้งกี่คราก็ไม่เคยเปลี่ยน...ใบหน้าเฉยชากับคำพูดฉลาดเชือดเฉือน ไม่เคย...ไม่เคยเลยที่หญิงใดจะทำให้รู้สึกเช่นนี้...ไม่ใช่ความรัก แต่เป็นความเอื้อเอ็นดู...จากหัวใจ “ช่วงนี้ทูลกระหม่อมพ่อดูวิตกกังวล ข้าไม่รู้จะช่วยอย่างไร” “เรื่องอันใดเล่าเพคะ” “ข้าเองก็ไม่รู้ แต่ดูผู้คนวุ่นวายจริง” หัวคิ้วงามขมวดอย่างใช้ความคิด...เห็นชัดขนาดนั้นเชียวหรือ ทั้งๆที่น่าจะทำอย่างลับๆ “ชินยะ!” “เพคะ?” “ข้าไม่น่าพูดเรื่องนี้ให้เจ้าไม่สบายใจเลย” “ไม่หรอกเพคะ” “แล้วทตจิเป็นอย่างใดบ้าง” ประกายความอ่อนโยนส่องผ่านดวงตาคู่งามขับไล่ความเฉยชาไป “สบายดีเพคะ แต่ออกจะบ่นๆหน่อยว่าไม่ค่อยได้ออกไปไหน” “ถ้าว่างก็พามาเล่นที่อุทยานชั้นในสิ เราเองก็คิดถึง” “เห็นจะต้องผ่านพระนมก่อน” แม่นมอากิระถูกเรียกขาน...พระนม...ตามพระอิศริยยศของผู้เป็นนายเก่า...ท่านแม่... “ฮะ...ฮะ คงยากหน่อยล่ะสิ” เคียวนึกถึงสีหน้า...พระนม..แล้วอดที่จะหัวเราะอีกไม่ได้ ...คงมีแต่เจ้าเท่านั้นชินยะ ที่ทำให้ใจข้าสงบลงได้...ความหยิ่งผยองในกายลดลง...จะมีใครอีกมั้ยจะทำให้ข้ารู้สึกอย่างนี้ ...เช่นเจ้า
ฝนที่โปรยปรายอย่างหนักไม่รู้วันคืนทำเอาโทชิยะมีอาการไข้สูง ผู้คนในปราสาทแลดูวิตกกังวล...ท่านหญิงน้อย... ท่านพ่อผู้เป็นใหญ่ในปราสาทเองเอาแต่เก็บตัวในห้อง...ราวกับรอคอยสิ่งใดอยู่ มีเพียงร่างเล็กที่คอยสั่งการควบคุมทุกสิ่งให้ดำเนินต่อไป ทุกชีวิตต่างยึดเหนี่ยวร่างเล็กที่นับวันจะเติบโตขึ้นสง่างามดั่งผู้เป็นบิดามารดร เงาของพระองค์หญิงผู้เป็นชายาปรากฏชัดเรื่อยๆในตัวชินยะ ผู้คนในปราสาทรับรู้...ยำเกรง...ไม่แพ้ท่านพ่อ อำนาจนี้ขยายออกไป...สืบต่อจากพ่อที่นับวันจะทรุดโทรมทั้งกายใจ “ทตจิเป็นอย่างไรบ้าง” ร่างเล็กที่บัดนี้สูงเกือบเทียบเท่าท่านพ่อเปิดประตูเข้ามา แสงเทียนที่ผนังสาดส่องปะทะใบหน้างามที่ดูเหน็ดเหนื่อย เสื้อคลุมเปียกชื้นถืออยู่ในมืออีกข้าง เรียวก้าวเข้ามารับเสื้อนั้นไปแล้วส่งผ้าห่มผืนใหญ่ให้แต่เจ้าตัวไม่สนใจรับสาวเท้าเข้ามาประชิดเตียง ใบหน้าเคร่งเครียดก้มลงมองดูร่างบางที่ซุกตัวใต้ผ้าห่มหายใจอย่างแผ่วเบา อากิระเดินไปรับผ้าจากเรียวก่อนจะนำมาห่มให้ร่างสูงนั้น “ท่านหมอมาตรวจเมื่อตอนบ่ายบอกว่าอาการทรงแล้วเจ้าค่ะ รอแต่อย่าให้ทรุดไปกว่านี้ไม่กี่อาทิตย์คงหาย” “ไม่ใช่คงหาย...ต้องหาย!” เสียงใสกังวาลแหบแห้ง “ข้าจะมาดูใหม่พรุ่งนี้ หวังว่าจะดีขึ้น” “เจ้าค่ะ ท่านชินยะเองก็พักผ่อนนะเจ้าคะ เดี๋ยวนมจะไปต้มยาบำรุงให้” “ไม่ต้องหรอก ดูแลทตจิเถอะ” ร่างสูงผละออกไปทิ้งไว้แต่ความเงียบ ...ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ร่างบอบบางนี้เปลี่ยนไป ความอ่อนโยนที่น้อยครั้งจะได้เห็นบัดนี้กลับเป็นไม่มีทางจะได้เห็น ภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายกล่อมเกลาร่างเล็กให้ฉลาดเฉลียวเย็นชา สายตาที่จับจ้องมีร่องรอยครุ่นคิดยากจะเดา...แม้แต่มิยาบิก็ดูจะเป็นอย่างเดียวกัน ช่วงหลังนี้ยากที่จะได้เห็นร่างสูงนี้เดินเคียงชินยะในปราสาท...ทั้งๆที่ไม่เคยคลาดสายตากันและกัน...หากใครเล่ากล้าปริปากถาม ยามกลับมาเจ้าของใบหน้าหวานจะขลุกอยู่แต่ห้องทำงานชินยะแล้วจากไปในยามวิกาล... หน้าที่หรืออย่างใดที่ทำให้คนเราเปลี่ยนไป สิ่งใดจะแลกความอ่อนโยนนั้นคืนมาได้...เสียงหัวเราะ...ถ้อยคำหยอกล้อ...ไม่มีอีกแล้ว... อากิระถอนใจอย่างกังวล ร่างบางที่นอนไร้สติอยู่ซีดเซียวจนกลืนกับผ้าคลุมเตียงสีขาวสะอาด มีเพียงลมหายใจแผ่วเบาย้ำถึงร่องรอยแห่งชีวิต...ท่านเล่าโทชิยะเล่า หากฟื้นขึ้นมาแล้วจะเป็นอย่างไร...ถ้อยคำพร่ำเพ้อยามไข้เรียกหาเพียงคนเดียว...ชินยะ ยามนี้ทุกคนล้วนมีหน้าที่ ใครเลยจะมีเวลามาเอาใจใส่ท่าน...
“เจ้าไปพักผ่อนได้แล้วเรียว” ร่างสูงเอนหลังกับพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยล้า เปลือกตาบางปิดลงช้าๆ...ไม่มีถ้อยคำใดออกมาจากริมฝีปากบางอีก “ท่านชินยะได้โปรดขึ้นไปพักผ่อนบนห้องเถิด หากข้าเหนื่อยท่านเองก็ต้องเหนื่อยเช่นกัน ” มือเล็กโบกอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าจะอ่านรายงานอีกสักพัก เจ้าไปนอนก่อน” “หากท่านไม่นอนแล้วข้าจะนอนได้อย่างไร” “เจ้านี่ดื้อจริง” เสียงใสบ่นเบาๆ “...เหมือนมิยาบิไม่มีผิด” “ถ้าเป็นพี่ข้าก็คงไม่ยอมนอนเช่นกัน” เรียวยิ้มบางๆเมื่อนึกถึงนิสัยพี่สาว ป่านนี้คงเถียงกันยกใหญ่...ใครจะนอนก่อนใคร?... ร่างสูงยืดตัวขึ้นเท้ากับโต๊ะ “เจ้าไปก่อน เดี๋ยวสักพักข้าจะขึ้นไป” เสียงใสต่อรอง เรียวเดินอ้อมไปด้านหลังเติมฟืนในเตาผิงให้ “อากาศเย็นอย่างนี้ถ้าท่านไม่สบายไปอีกคนจะทำอย่างไร ข้าเองคงโดนพี่เชือดก่อนท่านหายแน่ๆ” ชินยะหยิบกองกระดาษปึกใหญ่มาอ่านทีละแผ่น เรียววางถ้วยชาให้อย่างแผ่วเบา...เกรงจะรบกวนสมาธิคนข้างๆก่อนเดินออกไปจากห้อง เสียงฝีเท้าก้องไปตามทางเดินยาว สายตามองเหม่อออกไปนอกหน้าต่างข้างทางเดินยามท้องฟ้ามืดครึ้ม ฝนยังคงปรอยปรายไม่ขาดสาย นับวันหน้าที่ยิ่งหนักขึ้นทุกที ความรับผิดชอบจากนายท่านถูกถ่ายมาสู่ท่านชินยะ แม้ข้าเป็นเพียงผู้ติดตามยังเหน็ดเหนื่อยทั้งกายใจปานนี้แล้วท่านเล่า... ไหล่อับบอบบางจะช้ำด้วยน้ำหนักของหน้าที่สักเพียงไร เมื่อไหร่ที่พี่จะกลับมาสักที...มาช่วยท่านชินยะหน่อยเถอะ ข้าเองเทียบท่านไม่ได้หรอก...มิยาบิ... กี่โมงยามแล้วที่ร่างสูงนั่งอยู่ท่ามกลางกองกระดาษมากมาย สายตาคมกวาดไล่ไปทุกบรรทัดไม่ตกหล่น มีมือคอยจดสิ่งที่สนใจและอีกข้างคอยพลิกหน้าต่อไปเรื่อยๆ...เรื่อยๆ จนเมื่อแสงเทียนหรี่ลงเพราะใกล้หมด มือเล็กจึงเก็บกองกระดาษไว้ที่เดิม สองมือยืดไปข้างหน้าอย่างเมื่อยล้า ...เสียงฝีเท้าม้าได้ยินมาแต่ไกล เพราะห้องนี้อยู่ใกล้ทางประตูปราสาทมากที่สุด...ใครกันขี่ม้ายามค่ำคืนเช่นนี้...นอกจากมิยาบิ... ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วก่อนจะเดินออกมาจากห้อง สองเท้าก้าวนำไปอย่างรีบร้อนจนหยุดที่หน้าต่างบานหนึ่ง สายฝนที่ตกดูจะไม่ทำให้คนบนหลังม้าสะทกสะท้าน ร่างสูงนั้นก้าวลงมาเปิดประตูรถม้าโดยมีทหารคนสนิทสองคนพาร่างบางออกจากรถ มิยาบิก้มศีรษะอย่างนอบน้อมแล้วอุ้มร่างบางนั้นฝ่าสายฝนเข้ามา ชินยะเดินตามไปอย่างใคร่รู้...มาแล้วสินะ คนที่รอคอย.... มิยาบิอุ้มร่างบางที่ดูไร้สติขึ้นไปชั้นบน จากหางตาเห็นแล้วว่าชินยะตามมา...แต่ไม่อยากห้าม อย่างไรซะก็ต้องรู้เข้าสักวัน... เดินไปจนสุดทางชั้นสองรอจนทหารเปิดประตูเล็กออก ร่างสูงเดินเข้าไปในช่องบันไดแคบๆ จนถึงประตูไม้บานเล็กอีกบาน คราวนี้ชินยะเป็นคนเอื้อมมือไปเปิดออก มิยาบิหันมาสบตาแล้วก้าวเข้าไปในห้องกว้าง เตาผิงถูกจุดไว้แล้วแสดงว่าต้องมีการแจ้งมาก่อนหน้านี้ วางร่างบางลงบนเตียงใหญ่ แม่นมอากิระโผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ยืนอยู่ข้างๆมิยาบิ สายตาพร่าไปด้วยน้ำตา...ดูสงบกว่าที่ควรจะเป็น “ออกไปก่อน นมจะเปลี่ยนเสื้อให้ท่านหญิง” อากิระออกคำสั่ง...เป็นครั้งแรกที่ไม่มีถ้อยคำอ่อนโยนเมตตาดังแต่ก่อน ชินยะถอยออกมาจากห้องพร้อมมิยาบิ ร่างสูงนั่งลงกับขั้นบันได น้ำฝนที่เกาะปลายผมหยดลงพื้น เจ้าตัวเสยขึ้นไปอย่างไม่ใส่ใจ “ท่านให้ใครไปแจ้งนายท่านเถิด งานข้าสำเร็จแล้ว” “เจ้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนเดี๋ยวจะไม่สบาย” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นสบตาจนเห็นร่องรอยเหนื่อยล้าปรากฏชัด ริมฝีปากบางนั้นซีดจนเป็นสีขาวเพราะตากฝนมานาน “ยังหรอก ไม่ใช่ตอนนี้” ชินยะนั่งลงข้างๆจับศีรษะอีกคนให้ซบที่ไหล่ มิยาบิหลับตาลง ...ความเหนื่อยล้าที่มีดูจะหายไปตั้งแต่ข้าเห็นหน้าท่าน แต่เหตุไฉนสีหน้าท่านถึงเป็นเช่นข้า...มีเรื่องอันใดทำให้ท่านกลัดกลุ้มเป็นกังวล รอก่อน...รอก่อนชินยะ ขอข้าหลับสักตื่นก่อน...ข้าจะช่วยท่านปัดเป่าปัญหานั้นเอง...รอข้านะ... ลมหายใจคนข้างตัวถี่เป็นจังหวะ ชินยะลูบปอยผมเปียกชื้นนั้น...คงเหนื่อยมากล่ะสิ... อากิระเปิดประตูออกมา ในมือถือผ้าห่มมาส่งให้ชินยะ มือเล็กยกศีรษะร่างสูงออกช้าๆกลัวจะตื่นพิงไว้กับแม่นมก่อนคลุมผ้าให้ “มีใครไปแจ้งท่านพ่อรึยัง” “เจ้าค่ะ” “ฝากมิยาบิด้วย” ร่างสูงหายเข้าไปในห้อง อากิระยกมือชึ้นเช็ดน้ำตา อีกมือลูบหัวมิยาบิด้วยความเอ็นดู “ขอบใจเจ้ามากมิยาบิ ...ขอบใจมากที่พานายหญิงของข้ามาส่ง” ชินยะหยุดอยู่แค่ปลายเตียง มือจับม่านสีแดงสดไว้มั่นขณะพิจารณาร่างบางที่นอนสงบอยู่ ...ท่านเป็นใครกัน ใบหน้าของท่านถึงได้ละม้ายคล้ายกับข้า...แล้วสายสร้อยเงินที่โผล่พ้นคอเสื้อนั้นเล่า ใช่รูปสิงห์ที่คุ้นตาข้าหรือไม่... เสียงเปิดประตูดังขึ้นเมื่อไหร่ชินยะไม่ได้สนใจ จนเมื่อร่างสูงสง่าของท่านพ่อเข้าทาบทับอยู่เบื้องหลัง มือใหญ่อบอุ่นวางที่ไหล่อย่างปลอบโยน “เจ้าทักทายนางแล้วหรือชินยะ” ดวงตาคู่สวยคลอด้วยน้ำตา ท่านพ่อยกขึ้นเช็ดให้อย่างอ่อนโยน “ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน” ร่างสูงเข้าไปนั่งที่หัวเตียง จับมือบางขึ้นกำไว้อย่างโหยหา ก่อนก้มลงประทับริมฝีปากกับหน้าผากเนียน “ข้าคิดถึงเจ้าเหลือเกินรูกะ” น้ำตาจำนวนมากหลั่งล้นออกมา ชินยะนั่งลงข้างเตียงมือกำผ้าปูที่นอนไว้แน่น...น้ำตาที่ไม่เคยไหลง่ายๆ ไม่ว่าเรื่องใด... “กลับบ้านสักทีนะ” ชินยะมองท่านพ่อพูดกับร่างบางอย่างอ่อนโยน ...ใช่แล้วสินะ...คนๆนี้ที่ให้กำเนิดข้ากับทตจิ มือคู่นั้นที่โอบอุ้มข้า...เป็นท่านสินะ ท่านแม่...


จาก : oshin - - oshin_loveshinya@hotmail.com - 05/09/2003 19:34

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server