Let's go!!!!!

หัวข้อ : ++====ELuDe====++ >>>>>>(Die+Shinya) Part IV
ข้อความ : Elude (Die+Shinya)
Chapter IV ; Come back again.
“ทำอะไรอยู่ชินยะ” ร่างสูงเปิดประตูเข้ามามองลูกรักที่นั่งอยู่ข้างเตียง ชินยะเงยหน้าขึ้นจากหนังสือเล่มบาง สายตาอ่อนระโหยมองท่านพ่ออย่างอ่อนโยน “ข้ากำลังอ่านหนังสือให้ท่านแม่ฟัง นมเคยบอกข้าว่าท่านแม่ชอบอ่านหนังสือ” มือหยาบลูบหัวชินยะอย่างรักใคร่ “เจ้าไปเถอะ กลับมาจากพระราชวังก็มาขลุกอยู่ที่นี่เลยเดี๋ยวจะไม่ได้พัก”
...มองคนอันเป็นที่รักสองคน...คนหนึ่งละจากความทะนงองอาจในวัยหนุ่มเหลือเพียงความล้าในวัยกลางคน หากมีเพียงแววตาเท่านั้นที่ส่อเค้าแห่งชีวิต...เป็นชีวิตที่โหยหามานานสินะ... กับอีกคนหนึ่ง... เสียงทอดถอนใจแผ่วเบา มองท่านพ่อเฝ้าประคับประคองท่านแม่...เป็นร่างที่มีเพียงลมหายใจเท่านั้น ดวงตาสีดำสะท้อนความว่างเปล่าในจิตใจ... ไม่มีการตอบสนอง แม้คำพูดซักคำก็ยังไม่ได้ยินจากริมฝีปากบางนั้น... เจ็บปวด...แทนคนอันเป็นที่รัก.. “ถ้าเช่นนั้นข้าขอตัวก่อน” ลุกขึ้นแล้วโน้มตัวลงสัมผัสมือบาง “ข้าไปก่อนนะท่านแม่ แล้วจะกลับมาใหม่” ความว่างเปล่าเท่านั้นที่ตอบกลับมา... ปิดประตูลงแล้ว สองเท้าพาตัวเองออกมาช้าๆครุ่นคิดเรื่องต่างๆเรื่อยเปื่อย เหนื่อย...นับวันคำนี้ยิ่งทวีหนักขึ้น...แต่จะทำอย่างไร ในเมื่อ...คนเป็นประมุขของบ้านไม่มีกระจิตกระใจจะสนสิ่งใดแล้ว... อยากออกไปอยู่เพียงลำพังกับทตจิ เฝ้าดูแลกันและกัน...คงเป็นแค่ฝันเท่านั้นล่ะ...ชินยะ...ตื่นเสียที... “ท่านชินยะ” “หืม มีอะไรมิยาบิ” “ท่านไม่สบายใจอะไรรึเปล่า” “เปล่านี่ ข้าก็คิดอะไรไปเรื่อยๆ แล้วเจ้าไม่ได้ทำอะไรรึ” “ข้าว่างอยู่เลยมาหาท่าน” “งั้นไปนั่งเล่นกันเถอะ” มือเล็กจูงร่างสูง...ไม่สินะ...ตอนนี้เท่ากันแล้ว...เดินเลาะปราสาทไปจนสุดทาง กลิ่นดอกไม้ป่าโชยมาดึงดูดให้เข้าใกล้ สวนเล็กๆแห่งนี้ถูกรักษาไว้อย่างดีมาหลายสิบปีแล้ว...สวนของท่านแม่... ชินยะล้มตัวลงนอน เปลือกตาพลิ้มหลับอย่างเป็นสุข มิยาบิมองตามร่างนั้น...ล้าสินะ...ดีเหมือนกัน หยุดคิดซะบ้างเถอะ... นั่งลงใกล้แล้วช้อนศีรษะที่นอนราบขึ้นตัก “นอนบนตักข้านี่ล่ะ” “เดี๋ยวเจ้าก็เมื่อย” “ไว้ข้าเมื่อยแล้วจะบอกเอง” “ตามใจเจ้า” หลับตาลงอีกครั้ง คราวนี้มือเล็กเอื้อมไปกุมมือมิยาบิไว้...วางไว้แนบอก.. “ขอบใจเจ้ามากมิยาบิ” ถ้อยคำลางเลือนถูกถ่ายทอดออกมาก่อนสติจะหลุดลอยไป ร่างนั้นยิ้มออกมา มือที่ว่างลูบไล้ที่เส้นผมสีทองยาวสลวยเล่น สายตาจับจ้องที่ใบหน้างามยามหลับแน่วแน่ จนเวลาผ่านไป...ทำได้แค่เฝ้ามองอย่างนี้เท่านั้น ...เจ็บปวดอยู่ลึกๆ แต่ไม่มีทางเลือก...ในเมื่อท่านเป็นชีวิตของข้า เป็นลมหายใจของข้า...หากไม่มีท่าน ไม่ได้อยู่เคียงข้าง...จะอยู่ได้อย่างไร... ไร้ท่านก็เหมือนตายทั้งเป็น ชินยะ...
“เจ้าชายเหตุใดจึงมาประทับอยู่ที่นี่” มองร่างสูงสง่าที่ยืนพิงหน้าต่างด้วยความชื่นชม...ไม่ได้ยินข่าวคราวตั้งนาน ในที่สุดก็กลับมาเสียที... “เสด็จพ่อเรียกหาหรืออย่างไรโยมิ” “เปล่าหรอก กระหม่อมแค่สงสัยว่าทำไมไม่ประทับอยู่กับเจ้าชายเคียว” “รายนั้นเค้ากำลังหารือกับคณะเสนาบดีอยู่มิใช่หรือ” “จริงสิ กระหม่อมลืมเสียสนิท” “นั่นใครกันโยมิจึงสามารถเข้าถึงพระราชอุทยานชั้นในได้ ข้ารู้จักรึเปล่า” ชะโงกตัวออกไปดูแล้วก็ต้องอมยิ้มกลับมา “ไม่รู่จักหรอก ตอนฝ่าบาทเสด็จไปท่านหญิงยังเก็บตัวอยู่ในปราสาทอยู่เลย” “เป็นท่านหญิง?” “ธิดาองค์โตของท่านที่ปรึกษาราชการแผ่นดินฝ่าบาท...ท่านหญิงชินยะ ตอนนี้ท่านสุขภาพไม่ค่อยดีเลยยกหน้าที่ให้ท่านหญิงดูแล” หันไปมองร่างนั้นอย่างพิจาณาขึ้น ท่ามกลางหมู่ไม้ดอกชู่ช่ออวดงามงามหลากสีสรร ไหนเลยจะเทียบกับความงามที่ประจักษ์ได้ ใบหน้าโน้มลงต่ำจ้องมองกอกุหลาบขาว ไล้นิ้วเล็กสัมผัสกลีบบางนั้นอย่างทะนุถนอม ริมฝีปากแย้มน้อยๆอย่างพอใจทำให้ใบหน้าเฉยชาในตอนแรกน่ามองขึ้น เสียงนกใสๆร้องครวณอยู่ด้ายบนปลุกชินยะตื่นจากภวังค์ สายตาเหลือบแลขึ้นไปบนต้นไม้ แต่ก่อนจะได้เห็นเจ้านกน้อยตัวนั้น...สายตาใครคนหนึ่งที่คงจับจ้องอยู่นานแล้วกลับชวนให้มองยิ่งกว่า ...ใครกันท่าทางสง่าเยี่ยงนั้น...พระญาติวงศ์หรืออย่างไร... แม้จะรับรู้ว่าคนที่แอบมองอยู่จะรู้ตัว แต่สายตาก็ไม่อาจละหนีไปได้...ทำไมกันนะ?... โยมิมองท่าทางของคนทั้งคู่อย่างแปลกใจ...คนอย่างท่านชินยะมีหรือจะให้คนอื่นมาจ้องมองง่ายๆแบบนี้ แม้แต่เจ้าชายคาโอรุก็เถอะ...หากจ้องแบบนี้ต้องมีเรื่องแน่ๆ... แล้วเจ้าชายดายเล่าเอาแต่ตกในภวังค์...น่าเห็นใจอยู่หรอก ใครบ้างที่พบเห็นท่านหญิงแล้วจะไม่หลงใหล...หากคนที่ได้เข้าใกล้มีน้อยเต็มที...ก็คนสนิทออกจะหวงขนาดนั้น... “ท่านชินยะ” ละสายตาจากดวงตาดึงดูดคู่นั้น...รู้สึกหวั่นไหวอย่างบอกไม่ถูก สายตาที่สื่อความแน่วแน่แบบนั้น...ไม่อาจถอนตัวได้เลย... “เรียบร้อยแล้วหรือเรียว” “ครับ ท่านชินยะจะกลับปราสาทหรือไม่” “กลับสิ ป่านนี้ทตจิคงบ่นแย่แล้ว ยิ่งหายมาหลายวันอยู่” เดินนำเรียวออกไป...อย่าได้เจออีกเลยดวงตาคู่นั้น...ข้าไม่อาจแน่ใจตนเอง จะมีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือไม่?... “จะกลับแล้วหรือท่านหญิง” เสียงเจ้าเล่ห์ดังจากเบื้องหลัง หลับตาลงอย่างเบื่อหน่าย...เจอคนที่ไม่อยากเจอจนได้...เจ้าชายคาโอรุ... “เพคะ” หันไปหาผู้ที่ทักทาย ร่างนั้นสูงกว่าเคียวมากทีเดียว ชุดสีดำขริบทองข่มให้ดูลึกลับน่ากลัวขึ้น คาโอรุเดินเข้ามาใกล้ จ้องมองไปทั่วร่าง เรียวที่ยืนสงบอยู่ข้างหลังมองอย่างขัดใจ...ไม่ชอบเลย ให้ใครมาใช้สายตาโลมเลียแบบนี้กับผู้เป็นนาย...ต่อให้เป็นพี่สาวตนเองก็เถอะ “ไม่ได้พบเจ้าตั้งนานท่านหญิง ดูท่าจะสบายดี” “เพคะ หม่อมชั้นสบายดี ฝ่าบาทล่ะเพคะเกษมสำราญดีหรือ” คำพูดเชือดเฉือนทำเอาสีหน้าคนฟังสะดุดเล็กน้อย เพียงเล็กน้อยจริงๆก่อนที่รอยยิ้มเจ้าเล่ห์จะกว้างกว่าเดิม... รู้กันดีถึงความเสเพลของเจ้าชายคาโอรุ...ช่างแตกต่างกเหลือเกินกับเคียว “ก็ดี แต่ถ้าได้คนฉลาดอย่างเจ้ามาใกล้ชิดละก็คงจะดีไม่น้อย” สีหน้าชินยะเหยือกเย็นขึ้น...ไม่น่าเลย...สายเลือดกษัตริย์ ไยจึงฝักใฝ่แต่ทางกามอารมณ์...หรือความใคร่บังตาเสียแล้ว เจ้าชาย... “หม่อมชั้นมิบังอาจ ความฉลาดเฉลียวของหม่อมชั้นคงไม่ใช่ด้านที่พระองค์ต้องการหรอกฝ่าบาท หม่อมชั้นทูลลา” เรียวเดินประกบด้านหลังชินยะอย่างระแวดระวัง...ไม่ไว้ใจเลย...สายตาที่จ้องมองมานั้น...อยากจะเอาชนะล่ะสิ... “สักวันหนึ่ง...เจ้าจะต้องเสียใจที่พูดจาเยี่ยงนี้กับข้า” กำมือแน่นอย่างหมายมาด...ไม่มีสิ่งใดที่ข้าปรารถนาแล้วไม่ได้...ไม่มีหรอกชินยะ...
ร่างบางกระชับผ้าผืนบางเข้าหาตัว แดดยามบ่ายไม่ได้ช่วยบรรเทาความหนาวเย็นรอบกายเลย ลมเสียอีกที่โหมพัดเข้ามาจนร่างบางเริ่มรู้สึกเพลีย “กลับเข้าไปข้างในดีกว่าท่านโทชิยะ ประเดี๋ยวท่านชินยะกลับมาแล้วจะถูกดุเอา” “ไม่” โทชิยะนั่งนิ่ง...รอมาทั้งวันแล้วทำไมจะรออีกไม่ได้ละ... “ดูสิ” มือกลมแตะที่หน้าผากก่อนที่โทชิยะจะหลบทัน “ไม่ทันไรไข้กลับอีกแล้ว ท่านโทชิยะกลับเข้าข้างในเถิด” “ตัวข้าร้อนเพราะแดดต่างหาก ท่านอย่าบ่นเลยอากิระ” “’งั้นข้าจะฟ้องท่านชินยะ” ได้ผล...โทชิยะหันกลับอย่างเร็ว ใบหน้าหวานซีดลงเมื่อนึกถึงผลที่จะเกิดขึ้น...ชินยะที่เปลี่ยนไป...ท่านพี่คนเดิมที่คอยเอาใจใส่ คอยประคบประหงมดูแล บัดนี้ไม่มีอีกแล้ว...แม้ความห่วงใยรักใคร่จะเต็มเปี่ยม แต่สิ่งที่ต้องการไม่ใช่แค่นั้น...อยากได้ความรักแบบตอนเด็กๆ ไม่ใช่แบบคนที่โตแล้ว...ห่างเหินเกินไป... อากิระมองโทชิยะแล้วได้แต่ถอนใจ...คงคิดมากเรื่องท่านชินยะตามเคย...เป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ ท่านชินยะ... โอบกอดร่างบางเข้าหาตัว อยากให้เข้าใจชินยะ...ความอ่อนโยนที่เคยมีถูกคนรอบข้างกล่อมเกลาเหลือแต่ความเข้มแข็ง ไม่ใช่เพื่อใครท่านโทชิยะ...เพื่อพวกเรานี่ล่ะ... “เข้าข้างในเถิด อย่าให้ท่านพี่ต้องกังวลเลย” “...” ร่างบางลุกขึ้นโดยดี แต่ก่อนจะเข้าบ้านเสียงฝีเท้าม้าดังมาใกล้จนโทชิยะอดตื่นเต้นไม่ได้ “กลับมาแล้ว” ร่างบางเร่งฝีเท้าออกไปทั้งๆที่มองไม่เห็น “อุ๊ย!” มือแข็งแรงคว้าร่างบางไว้ทันก่อนจะล้มลงไปกับพื้น “เป็นอะไรรึเปล่าท่านโทชิยะ” “ไม่เป็นไร ขอบใจมากเรียว” เรียวถอยออกไปอย่างสุภาพ แต่มิวายลอบมองใบหน้าเดียงสานั้น “ทำไมรีบร้อนอย่างนั้นล่ะทตจิ เกือบหกล้มแล้วไหมล่ะ” “ก็ข้าคิดถึงท่านพี่นี่” รั้งร่างบางเข้ามาใกล้...นี่คงน้อยใจอะไรอีกล่ะสิ... “ทำไมตัวรุมๆแบบนี้ ไปตากแดดมาเหรอ” โทชิยะสบตากับอากิระที่สีหน้ามีพิรุธพอกัน ...เอาเข้าจริงแล้วก็ไม่อยากฟ้องหรอก สงสารท่านโทชิยะ... “ก็ข้ามารอท่าน...” มือเล็กจูงโทชิยะเข้าบ้าน “ทีหลังไม่ต้องรอนะ หากข้ากลับมาจะไปหาเจ้าเอง สัญญาสิ” “...” “ข้าเป็นห่วงเจ้านะทตจิ ถ้าเจ้ายังไม่หายดีแล้วจะออกไปเที่ยวเล่นกับพี่ได้อย่างไร” สีหน้าคนฟังมีรอยยิ้มขึ้นทันที...ท่านพี่คนเดิมกลับมาแล้ว... “จริงๆนะชินยะ” รั้งมือชินยะไว้สีหน้าตื่นเต้น “สัญญากับข้าก่อนว่าจะไม่ออกไปรออีก” “สัญญา ข้าสัญญา เจ้าอย่าลืมนะชินยะเราจะไปเที่ยวด้วยกัน” “อืม ข้าไม่เคยผิดสัญญาที่ให้กับเจ้าหรอก” ส่งร่างบางถึงเตียง เฝ้ารอจนร่างนั้นเคลิ้มหลับไปด้วยพิษไข้ อากิระเข้ามาจับไหล่บอบบางไว้ “เดี๋ยวข้าจะต้มยาบำรุงให้นะเจ้าคะ ท่านชินยะไปพักผ่อนก่อนเถอะ” “ก็ดีเหมือนกัน ดูแลให้ดีนะนม” “เจ้าค่ะ” หันกลับมามองมองโทชิยะแล้วจึงเดินออกไปจากห้อง
...แม้จะพยายามหลอกตัวเองสักกี่ครั้ง...แต่สิ่งหนึ่งที่มิอาจลวงได้คือ หัวใจ...แม้กายจะปฏิเสธ...แต่...หัวใจกลับเรียกร้องอยู่ทุกเมื่อ... สิ่งเดียวที่ทรยศไม่ได้...ต่อให้ไร้ลมหายใจ...คำๆนั้นยังตราตรึง...รัก... สักวัน...จะมีสักวันนั้นไหม...ที่จะได้พูดออกไป?...


จาก : oshin - - oshin_loveshinya@hotmail.com - 05/09/2003 19:37

ข้อความ : ไม่ลองเอาลงบอร์ดใหม่ล่ะ?
อือ
เซฟไปก่อนเดี๋ยวอ่านนะ
ชอบป๋ากะนู๋shinน่ารักดี

จาก : jurin - - jurin_watanabe@hotmail.com - 10/09/2003 10:11

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server