Let's go!!!!!

หัวข้อ : Lily of Brother (ฟิกใหม่กับฝากด้วยนะกับ)
ข้อความ : Lily of Brother




By Mishikara

นายมักจะนิ่งเงียบแบบนี้เสมอเลยนะตั้งแต่ตอนนั้น นายไม่ชอบตอบคำถามของฉันเลย อย่าทำแบบนี้ซิอย่าทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน ถ้าหากว่านายบอกว่าอยากกลับมาเป็นเหมือนเดิมเราก็ย้อนกลับมาได้ไม่ใช่เหรอ ?นายเป็นคนสร้างฝันให้ฉันนะอย่ามาทิ้งกันแบบนี้สิ ตอบคำถามฉันบ้างเถอะ ตอบมาว่านายได้ยิน ตอบมาว่านายยังอยู่ตรงนี้ อย่าจากไปได้ไหมครับ “พี่ชาย”
สุดท้ายนายก็ทิ้งน้องชายคนนี้ไว้ ทำไมนายถึงนอนขี้เซานักนะ นายยังคงโลดแล่นอยู่ตรงนี้เสมอฉันเองก็เช่นกันแต่ตอนนี้ทุกอย่างหยุดลง เมื่อไม่มีนาย
“สิ่งที่ทำได้ก็ คือ รอคอยการกลับมาของนายเท่านั้นจะนานเท่าไหร่ล่ะ? แล้วเจอกันนะ

Lily of Brother
By mishikara
Past 1
ผมมีความทรงจำที่เกี่ยวกับดอกลิลลี่เท่าที่ผมจำได้มันสวยมากและก็น่าปกป้องดูแลมากซะด้วยเพราะมันมีความอ่อนโยนอยู่ในดอกที่ใหญ่และสง่างามนั้น ผมกำลังจะกลับไปนึกถึงมันอีกครั้ง
“ตาลิ ตาลิ ตาลาลา....... โมะชิโมะชิ! มีอะไรโทรมาทำไมเนี่ย”เสียงชายหนุ่มรูปร่างสูงเพรียว หน้าตาน่ารักหรือบอกอีกในหนึ่งได้ว่าสวยนั่นเอง เขากรอกเสียงลงโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก
“ขอโทษที่รบกวนนะ แค่อยากถามนายว่าเมื่อไหร่จะกลับ”
“ก็กำลังกลับอยู่นี่แหละ รอกินข้าวใช่ไหมแป๊บหนึ่งนะเดียวจะบอกคนขับให้เขาเหยีบเต็มที่เลย”
“นี่มุขนายนี่ไม่ตลกเลยนะรีบกลับมานะพี่จะรอ”
“อืม! จะรีบไปบอกคนขับให้นะแค่นี้นะ”
“อืม!”
“เจ้าตัวแสบนี่ชอบเห็นอะไรเป็นเรื่องสนุกอยู่เรื่อยเลยนะ แต่ก็นี่แหละเจ้าmiyabiน้องฉัน”เขาบ่นกับตัวเองสักครู่ก่อนจะเดินกลับเข้าครัวไปทำอาหารตามเดิม
み み み み み み み み み み み み み
“กลับมาแล้วฮะ”ชายหนุ่ม (รูปงาม) หน้าสวยทักทายตามเดิมเมื่อมาถึงบ้าน
“พี่ฮะ พี่ พี่พพพพพพพพพพพพพพพพพพพพพ...........katsuki”เขาตะโกนจนดังลั้นบ้าน
“อะไรmiyabiทำไมต้องเสียงดังขนาดนั้น”
“ก็เขาเรียกพี่แล้วพี่ไม่ตอบเขาเอง”
“ก็พี่อาบน้ำอยู่ออกมา (เกือบไม่ทัน) ไม่ทันนายมาน่ะซิ”
“ขอโทษที่เสียงดังก็แค่จะบอกว่ากลับมาแล้ว”
“อืม !รู้แล้วเจ้าตัวดี เอาเถอะไปกินข้าวเถอะพี่มีเรื่องจะเล่าให้นายฟัง”
“เหรอๆแล้วเรื่องที่พี่จะเล่าสนุกมั้ย”
“นายนี่เห็นอะไรเป็นเรื่องสนุกไปหมดเลยรึไง หัดจริงจังบ้างซิmiyabi ถ้าพี่.....”
“ถ้าพี่อะไรล่ะkatsuki”
“ไม่มีอะไรไปกินข้าวเถอะเดียวข้าวเย็นหมด”
“พี่น่ะชอบพูดอะไรค้างๆคาทำให้เขาอยากรู้แล้วก็ไม่บอก ใจร้าย พี่katsukiใจร้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย”
“นายนี่ทำไมชอบพูดเสียงดังนักนะ”
“ก็ผมกลัวพี่ไม่ได้ยินสิ่งที่ผมพูดกับพี่น่ะซิ”
“ไปกินข้าวเถอะmiyabiพี่หิวแล้ว (ได้ยินซิพี่ได้ยินนายพูดเสมอเพราะทุกคำพูดชองนายมันสำคัญกับพี่มากนายจะรู้บ้างไหม)”เขาพูดกับตัวเองในก่อนที่ทั้งสองจะเดินไปนั่งที่โต๊ะกินข้าว(อย่างเอร็ดอร่อยโอ๊ยหิวคนแต่งยังไม่ได้กินข้าวเลยเที่ยงคืนแล้วด้วย)

หลังจากกินข้าวเสร็จ15นาที
“miyabi อาบน้ำเร็วๆ (หมายเหตุเพราะคุณชายแก่อาบน้ำทีครึ่งชั่วโมงอาบอะไรกันนักเนี่ย) นะเสร็จแล้วรีบลงมาพี่มีเรื่องจะคุยด้วย”katsukiบอกกับน้องชายตัวดีของเขา
“ครับบบบบบบบบบบ...... คุณพี่ชาย” (ตอบกวนๆอีกแล้วจะไม่กวนบ้างได้ไหมเนี่ย)
เวลาผ่านไป 30 นาที (แล้วมิมิก็ออกมา)
“ช้าจริงเลยมิยะบิ พี่รอนายจนจะหลับแล้วนะเนี่ย”
“รอแค่นี้เองพี่ ผมไม่ได้ไปไหนสักหน่อยแค่อาบน้ำรอแค่นี้ทำบ่น เออ มีอะไรจะคุยเหรอ”
“เปล่าก็แค่อยากเห็นหน้าบ้างเวลาอยู่บ้าน”
“เล่นอะไรเนี่ยง่วงแล้วนะ แล้วพี่เถอะว่างมากรึไงไม่อ่านหนังสือเหรอ”
“อืม! อ่านงั้นไปนอนเถอะพี่ไม่กวนนายแล้วล่ะ”
“ราตรีสวัสดิ์”
“ราตรีสวัสดิ์”
และวันนี้ก็ผ่านไปแบบธรรมดาอีกวัน โดยที่พี่เองก็ยังคงไม่พูดอะไรออกมา พี่คาสึกิเมื่อไหร่นะพี่ถึงจะบอกผมสักที พี่เรียกผมไปแล้วพี่ก็ยังคงไม่พูดอะไรอีกอยู่ดี ผมจะรอนะจะรอจนกว่าพี่จะพูดมันออกมาให้ผมฟังผมจะรอจนถึงวันนั้น ผมเองก็มีเรื่องที่อยากจะบอกพี่เหมือนกันพี่รอผมทำใจหน่อยนะ รอได้ใช่ไหมฮะพี่ชาย
み み み み み み み み み み み み み
Past 2
“มิยะบิ เร็วๆซิเดี๋ยวก็ไปโรงเรียนสายหรอก”
“รู้แล้วๆ รีบอยู่นี่ไงโธ่พี่ก็นี่มันพึ่งจะ6โมงเองนะ”
“ใช่ เช้าๆแบบนี้แหละดีนายไม่เคยเห็นอะไรดีๆตอนเช้าใช่ไหม ลองเดินออกไปซิแล้วมองออกไปตรงๆนะ” มิยะบิ ทำตามที่พี่ชายของเขาบอก
“เฮ้!!!!! พี่นั่น”
“อืม! พระอาทิตย์ขึ้น พี่ว่ามันเหมือนนายนะว่าไหม”
“เหมือนยังไง”เขาถามแล้วทำหน้างงๆ (ที่สุดแสนจะน่ารัก) มองพี่ชาย
“ก็นายเหมือนพระอาทิตย์ที่เจิดจ้าอยู่เสมอและจะส่องสว่างอยู่นามากๆใน1วันถึงวันนี้จะหมดไปพอพรุ่งนี้นายก็จะยังขึ้นมาสิ่งสว่างอีกเหมือนเดิม”
“พี่ พูดอะไรเนี่ยเขาไม่เห็นเข้าใจเลย” คราวนี้งองูเพิ่มมามากกว่าครั้งแรกซะอีก
“ไม่เป็นไรเดี๋ยวต่อไปนายก็จะเข้าใจมันเองนั่นแหละ”เขาบอกกับน้องชายตัวดีก่อนจะเดินนำออกไป
“เฮ้ย! พี่คาสึกิรอเค้าด้วยซิ อย่ามาทิ้งกันแบบนี้นะ พี่พพพพพพพพพพพพพพพพพพ...........” พี่ชายผู้น่ารักเดินนำไปเหมือนจะแล้งให้เจ้าตัวดีวิ่งตาม
ณ โรงเรียน K.M.M
“พี่บ้าให้เค้าวิ่งตามอยู่ได้เหนื่อยนะไม่รอกันเลยอะ แกล้งเขาใช่ไหมเนี่ย”
“พี่ไม่ได้แกล้งนายนะมิยะบิ พี่แค่ลองฝึกความอดทนของนายเท่านั้นเอง”
“ฝึกบ้าอะไรเนี่ยเหนื่อยจะตาย”
“เอาเถอะไปเรียนได้แล้ว พี่ไปนะ“
“พ..พี่คาสึกิเย็นนี้มีนัดรึเปล่า”
“ไม่มีหรอก ทำไมเหรอ”
“เออ เย็นนี้ผมก็ไม่มีกลับบ้านด้วยกันนะ ผมจะรอ”
“แล้วถ้าพี่ไม่มาล่ะ”
“ผมจะรอ แล้วเจอกันนะ”
“เจ้าเด็กบ้าใครเค้าจะไม่อยากมาก็นายชวนทั้งที ฉันรอนายบอกมาตั้งนานแล้ว”เขาบ่นสักครู่แล้วก็เดินไปเรียน
み み み み み み み み み み み み み
ติ๊ง…....ต่อง.......
“มิยะบิคุงวันนี้ว่างไหมไปกินไอศกรีมกันนะ”เด็กสาวๆกลุ่มหนึ่งเดินมาบอกกับเขาก่อนจะพากันดักหน้าดักหลังมะลุ่มมะตุ่มกันอยู่นานก่อนที่เขาจะพูดขึ้นว่า
“ขอโทษนะพอดีวันนี้ผมมีนัดแล้วขอตัวนะ”พูดจบก็รีบวิ่งปรีดออกมา
“ช้าจัง มิยะบินายนัดพี่เองนะเนี่ย”
“โทษทีพี่พอดีมีเหตุขัดข้องนิหน่อย”
“ช่างเถอะ ไปเถอะกลับบ้านพี่หิวข้าวแล้ว”
“งั้นดีเลยวันนี้เรากินข้าวนอกบ้านกันนะ ไปเถอะ”บอกก่อนจะเดินนำหน้าพี่ชายของตนออกไป
ณ ถนนที่มีวัยรุ่นพรุกพร่านมากที่สุดในย่านนี้
“พี่จะกินอะไรดีราเม็งหรือสเต็ก”
“พี่ พี่อ้าวหายไปไหนแล้วเนี่ย”บ่นแล้วจึงเดินย้อนไปหาพี่ชายที่หยุดยืนอยู่หน้าร้านดอกไม้ร้านหนึ่ง
“พี่”มิยะบิสะกิดเบาๆที่ไหล่ของพี่ชาย
“ตกใจหมดเลยมิยะบิ”
“หยุดเดินทำไม”
“พอดีเห็นลิลลี่ขาวร้านนี้สวยดีเลยแค่หยุดมอง”
“แค่หยุดมอง”
“อืม! ไปเถอะพี่หิวแล้ว”
“จะกินอะไรอะ”
“สเต็กจะเลี้ยงไหม”
“โอเค เดินไปรอเลยนะเดี๋ยวตามไป”
“นายจะไปไหน”
“พอดีเค้าเจอเพื่อนเดี๋ยวคุยแป๊บนะเดี๋ยวตามไปนะ”
“ก็ได้แล้วรีบๆมานะ พี่สั่งอาหารรอเลยนะ”
“อืม”
หลังจากหายไปนานเกือบชั้วโมง
“โธ่ พอเอาเข้าจริงก็ปอดอีกแล้วเรา” มิยะบิบ่นกับตัวเองเมื่อถือดอกไม้มาหยุดยืนอยู่หน้าร้านสเต็ก แล้วเขาก็นึกอะไรได้”เออ รู้แล้ว”
“น้องๆ”เขาเรียกบริกรคนหนึ่งที่ยืนอยู่หน้าร้านให้เดินเข้าไปหา
“มีอะไรให้รับใช้ครับคุณผู้ชาย”
“เออ คือนี่นะเอาดอกไม้นี่นะไปให้ผู้ชายคนนั้นนะที่ใส่ชุดนักเรียนเหมือนฉันน่ะนะแล้วบอกว่าลิลลี่สำหรับพี่ชายนะ แค่นี้ทำได้ไหม”บอกจบก่อนจะยื่นทิปให้แล้วมองตามบิกรคนนั้นเข้าไป
หลังจากที่พี่ชายได้รับดอกไม้แล้วมิยะบิก็เดินเข้ามาอย่างไม่รู้ไม่ชี้
“มิยะบิไปไหนมาตั้งนาน”
“อ๋อ นี่พี่ดอกไม้ของใครน่ะ” (เปลี่ยนเรื่องทันทีเลยนะแก)
“ไม่รู้ซิแต่สวยมากเลยพี่ชอบๆอยากรู้จังว่าใครให้กันนะ”
“ถ้าพี่รู้ว่าเป็นของผมพี่จะชอบมันและดีใจมากขนาดนี้ไหมนะ”เขาคิดในใจก่อนจะก้มหน้าก้มตากินอาหารของตน
“พี่รู้นะว่ามันเป็นของนาย แต่ทำไมนายไม่ให้มันกับพี่เองนะ ถ้านายเป็นคนยื่นให้พี่คงมีความสุขมากกว่านี้”พี่ชายเองก็คิดในใจแบบนี้
past 3
“วันนี้เอาไว้แค่นี้นะกลับบ้านได้ เออคาสึกิเดียวยกนี่ไปส่งครูที่ห้องด้วยนะ”
“ครับ” ตุป......ป
“เฮ้ย คา....คาสึกิ คาสึกิเป็นอะไรไปอะรีบพาไปห้องพยาบาลเร็ว”
“ปิ๊บ................บบบบบบ ฮัลโหล”
“เออ นั่นโทรศัพท์พี่คาสึกิรึเปล่าฮะ”
“อืม มิยะบิเหรอพี่ยูกินะ”
“อ้าว พี่ยูกิทำไม”
“คือ คาสึอากะ....เป็นลมนอนอยู่ห้องพยาบาลน่ะ”
“พี่(เสียงสูง) พี่เป็นอะไรมากรึเปล่าพี่ยูกิเดี๋ยวผมจะไปเดี๋ยวนี้เลยนะแค่นี้นะ”
“อะไรของเจ้านี่นะ”ยูกิเพื่อนที่สนิทมากของคาสึกิ และรู้จักกับสองพี่น้องคู่นี้ดี เขาเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้ของคาสึกิอีกด้วย
“ใครโทรมาเหรอยู”
“อ๋อ ก็เจ้าตัวแสบของนายไง”
“ยูแล้วนายบอกเจ้าตัวยุ้งว่าไง”เขาทำเสียงตกใจมากๆ
“ฉันรู้น่ะคาสึกินายทำเหมือนฉันไม่ใช่เพื่อนนายที่จะไม่รู้เรื่องอะไร รอเจ้าตัวยุ้งอยู่นี่นะฉันจะไปเอากระเป๋ามาให้”
“อืม ขอบใจนะยู”
“นายอย่าฉันเหมือนฉันเป็นคนอื่นซิคาสึกิ”
“โรคของนายมันเหมือนจะอาการหนักขึ้นทุกวัน ฉันรู้ดีว่าต่อไปมันจะเป็นยังไงแต่ฉันจะภาวนาให้นายได้เดินอยู่บนเส้นทางนี้ เส้นทางที่มีฉันแล้วก็เจ้าตัวแสบของนาย ยังอยากจะให้นายสอนอะไรอีกตั้งมากมาย ยังอยากให้นายวิ่งตามหาฝันของตัวเองอยู่ เข้มแข็งไว้นะคาสึกิ รอดูอะไรต่ออะไรที่ยังจะเกิดขึ้นบนโลกนี้อีกมากมายรอดูมันพร้อมๆกับฉันแล้วก็เจ้าตัวแสบนะ”เขายืนจ้องมองเพื่อนของเขาก่อนจะเดินออกไป
“พี่ (เสียงมาก่อนตัวอีกแล้ว) “
“มิยะบิโรงเรียนนะเบาๆซิไม่ใช่บ้านเรานะ”
“บ่นได้อย่างนี้แสดงว่าไม่เป็นไรมาก งั้นไปนะ”แล้วก็เดินออกมา
“นายก็ยังคงเหมือนเดิมที่มาเพราะหน้าที่เหรอมิยะบิ พี่ขอโทษที่ดุนายเดินกลับมาไม่ได้เหรอพี่อยากได้ยินคำว่าห่วงจากปากนาย แค่มายืนเฉยๆก็ได้”เขาพูดกับตัวเองเมื่อน้องชายตัวดีของเขาเดินหายออกไปแล้ว
“ขอโทษนะพี่ที่ทำแบบนี้ที่จริงแล้วไม่ได้อยากออกมา ไม่ได้โกรธนะที่ดุแค่เอามันมาเป็นข้ออ้างบังหน้าก็เท่านั้นเอง แต่ผมยังไม่พร้อมที่จะแสดงออกแบบตรงๆกับพี่ จริงๆแล้วห่วงมากนะห่วงมากๆเลย”เขาคิดในใจก่อนจะตะโกนขึ้น
“โธ่ เอยเจ้าบ้ามิยะบิ แกทำอะไรของแกเนี่ย”
“เป็นอะไรมิยะบิร้องซะเสียงดังเชียว”
“เออ พี่ยูไม่มีอะไรฮะ”
“แล้วไม่ไปหาคาแล้วเหรอ”
“เออ ไปแล้วแต่พี่เขาคงไม่อยากเห็นหน้าผมเท่าไหร่หรอก ฝากพากลับบ้านด้วยนะพี่ยู ผมไปนะ”
“เฮ้มิยะบิ..เจ้าพี่น้องคู่นี้เมื่อไหร่จะเลิกหรอกลวงความรู้สึกตัวเองสักทีนะแล้วเมื่อไหร่นายสองคนจะเข้าใจความรู้สึกของกันและกันสักที รอนานมากถ้ามันสายไปจะทำยังไง”เขาบ่นกับตัวเองระหว่างเดินมาตามทางก่อนจะหยุดลงเมื่อก้าวมาถึงหน้าห้องพยาบาล

み み み み み み み み み み み み み
past 4
ณ โรงพยาบาล H.m.m
“คาสึกิซัง ตอนนี้รู้สึกเป็นยังไงบ้างครับ”
“ก็เหมือนเดิมทุกอย่างนะฮะ จะมีก็แต่...ไม่มีหรอกฮะปกติดีทุกอย่าง”
“ต้องดูแลสุขภาพมากขึ้นหน่อยนะฮะเพราะผลตรวจครั้งนี้รู้สึกว่าจะไม่น่าพอใจเลยนะครับ”
“ครับคุณหมอ ผมจะพยายาม”
“งั้นผมลากลับเลยนะครับ”
“ปิ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ...ฮัลโหล มิยะบิเหรอว่าไงมีอะไรเหรอ”
“เปล่าไม่มีอะไรก็แค่จะโทรมาถามว่าเมื่อไหร่จะกลับบ้านเค้าหิวแล้วนะ กลับมาทำกับข้าวเร็วๆซิ เออ แล้วพี่ยูกิเขาก็มารอพี่ตั้งนานแล้วด้วยนะ”
“อืม รู้แล้วจะรีบกลับเดียวนี้ล่ะ คานี้นะ”
เวลาผ่านไป 15 นาที
“กลับมาแล้ว”
“พี่จ๋ามาช้าจังเลย(อยากมีโอกาสเรียกบ้างจัง)เค้ากับยูจังหิวจนจะเป็นลมแล้วนะ”
“วันนี้น้องชายฉันเป็นอะไรไปเนี่ย ยูนายเอาอะไรให้น้องฉันกินเนี่ย”
“อ๋อ ก็แค่เบียร์เองไม่นึกว่าน้องนายจะคออ่อน”
“ยู---------------------กิ (ใช้สียงสูงเหมือนมิยะบิเลย)ฉันไม่ชอบนายก็รู้แล้วยิ่งกับมิยะบิฉันยิ่งไม่อยากให้เขากิน ดูซิหน้าแดงหมดแล้ว(ตอนเมาคงน่ารักน่ากดมากแน่ๆ)”
“มิยะบิ มิยะบิ นี่ตื่นซิพี่มีเรื่องจะพูดด้วย”
“แหว้ววววววววววว...5555 โธ่ พี่ผมรู้หรอกน่าว่าพี่ไม่ชอบแล้วผมจะกินทำไม ผมไม่ได้เชื่อคนง่ายขนาดนั้นนะ”
“นี่พวกนายแกล้งฉันเหรอ”
“ก็โทษฐานที่พี่ปล่อยให้ผมหิวไง”
“เอาเถอะๆหายกันก็ได้ พี่จะไปหาอะไรให้กินละกันนะแล้วพี่มีอะไรจะคุยกับนายด้วย”
“คราวนี้ต้องพูดนะพี่คาสึกิ ถ้าวันนี้พี่ไม่พูดผมไม่ยอมให้พี่นอนจริงๆด้วย”
“อืม งั้นคืนนี้นอนด้วยกันนะ”
“อะ แฮ่ม สงสัยฉันจะเป็นส่วนเกินไปซะแล้ว กลับดีกว่า”
“ยู”
“ไม่เป็นไรหรอกฉันอยากให้นายสองคนเป็นแบบนี้ตั้งนานแล้ว บอกน้องให้หมดบอกเจ้าตัวแสบไปให้หมดนะมิยะบิ นายเองก็อย่าปิดบังตัวเองนะรีบๆบอกซะนะ ฉันไปนะ”
“อืม แล้วเจอกันนะยู”
“ไปนะ” เขายิ้มให้เพื่อนที่รักของเขาก่อนจะเดินออกไปพร้อมกับพูดกับตัวเอง “ฉันก็หวังว่าอย่างนั้นนะคาสึกิฉันเองก็หวังว่าจะได้พบกับนายอีกในวันพรุ่งนี้ เรายังมีพรุ่งนี้นะคาสึกิ

“พี่ อาบน้ำเสร็จรึยังผมจะหลับแล้วนะ”
“อืม เสร็จแล้ว”
“เล่าเลยนะ”
“นอนตักพี่ไหมมิยะบิ”
“พี่เป็นอะไรเนี่ย ไม่ล่ะผมโตแล้วมีอะไรก็ว่ามา”
“อืม พี่ไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันจะสนุกสำหรับนายรึเปล่านะแต่พี่ก็อยากจะเล่าให้นายฟัง พี่อยากให้มันออกมาจากปากของพี่เอง ตั้งใจฟังพี่ดีๆนะมิยะบิ พี่อาจจะเล่าให้นายฟังได้แค่ครั้งเดียว”ไม่น่าเชื่อว่ามิยะบิจะตั้งใจฟังสิ่งที่ผมจะนี้มากมายเท่านี้ ผมคิดว่าเขาคงเห็นมันเป็นเรื่องเล่นๆอย่างเคยซะอีก แต่เปล่าเลยเขากลับตั้งใจฟังมันโดยไม่พูดอะไรขึ้นมาอย่างที่เขาชอบทำอยู่บ่อยๆ
“นายรู้จักนกไหม (มิยะบิยักหน้า) นกที่มีตัวและปีกสีขาว มันแตกต่างจากนกทั่วไปมากๆตั้งแต่มันเริ่มบินได้มันใช้ปีกสีขาวของมันบินโลดแล่นอยู่บนโลกใบนี้มานาแสนนาน จนวันหนึ่งมันเหนื่อยล้ากับการบินของมันมันอ่อนล้าจนไม่สามารถกางปีกสีขาวของมันทะยานสู่ท้องฟ้าได้อีกแล้วเมื่อขาดซึ่งปีกสีขาวนั้นมันก็ไม่ต่างอะไรจากนกที่บาดเจ็บ วันนี้นกที่มีปีกสีขาวตัวนั้นมันกำลังจะปิดฉากของตัวมันลงถึงแม้มันจะบอกว่าแค่พักชั่วคราว แต่มันเองก็ไม่สามารถบอกกับเราได้ว่าปีกสีขาวที่สวยงามของมันจะพร้อมบินได้อีกเมื่อไหร่กัน นกอย่างไรมันก็คือนกตลอดไป มันอาจจะหลับพักไปชั่วครู่รอจนกว่าปีกของมันจะหายอ่อนล้าจากการบาดเจ็บ ไม่มีใครสามารถบอกได้ว่า การรอคอย จะสิ้นสุดลงเมื่อใด?”
“นายเข้าใจที่พี่เล่าไหมมิยะบิ เจ้าตัวแสบหลับแล้วเหรอหลับเถอะคนดีแล้วพรุ่งนี้น้องของพี่จะเป็นนกที่โบยบินทะยานสู่ท้องฟ้าที่กว้างใหญ่นั้นได้ด้วยปีกที่แข็งแรง พี่ซ่อมแซมปีกที่บาดเจ็บของนายให้แล้ว ต่อไปนี้นายต้องบินไปเพียงลำพังโดยไม่มีพี่แล้วนะมิยะบิ แต่พี่จะคอยดูแลปีกของนายอยู่ตรงนี้บินไปเถอะน้องรักบินไปตามหาฝันของนายไม่ต้องกลัวว่าจะตกลงมาจะไม่มีใครทำให้นายตกได้ ถึงจะตกพี่จะเป็นคนที่รองรับตัวของนายไว้เองพี่จะดูนายอยู่ตรงนี้ ไม่ต้องรีบนะมิยะบินายบินไปเรื่อยๆเหนื่อยก็พักแล้วนายจงบินต่อไป ระยะทางมันไม่ไกลอย่างที่นายเห็นหรอกน้องรัก”
“พี่รักนายมาก ห่วงนายมาก อย่าจะดูแลนายอย่างใกล้ชิด แต่พี่ทำไม่ได้ ขอโทษนายนะ ทำฝันของนายให้สำเร็จนะแล้วพี่จะรอดู พี่พูดสิ่งที่รู้สึกไปหมดแล้วนะเหลือแต่นายเท่านั้นที่ยังไม่เคยบอกอะไรกับพี่เลยไม่เป็นไรจะนานแค่ไหนพี่จะรอฟังจากปากนายนะ เป็นไงเรื่องที่พี่เล่าสนุกไหม ราตรีสวัสดิ์นะน้องรักฝันดีนะจ๊ะ”เขาก้มลงไปจูบที่หน้าผากน้องชายตัวดีก่อนจะนอนลงข้างๆ
past 5 คริสมาสครั้งสุดท้ายที่เหลืออยู่
“มิยะบิ วันนี้เลิกเรียนแล้วรีบกลับบ้านนะ”
“อืม รู้แล้วเดี๋ยวผมซื้อเค้กเข้าไปนะ”
“อืม แล้วพี่จะรอนะ”
23.00 น.
“ทำไมนายยังไม่มาอีกนะมิยะบิ โอ๊ยยยย....บ้าจริงทำไมอยู่ๆถึงเจ็บขึ้นมาได้นะ คงไม่มีอะไรหรอก”
ปิ๊บๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ.....ฮัลโหล มิยะบิทำไมยังไม่ถึงบ้านอีก”
“รถติดหิมะ ยังไปไม่ได้เลยพี่”
“ไม่เป็นไร ใจเย็นๆนะพี่จะรอจะรอจนกว่านายจะมานะ”
“อืม แค่นี้นะ”
เขาหยิบไดอารี่เล่มเก่าของเค้าขึ้นมาเขียนเพื่อเป็นการฆ่าเวลา
ถึงนายนะมิยะบิ
พี่ไม่รู้ว่าตอนที่นายได้อ่านเจ้าเล่มนี้พี่จะอยู่ที่ไหนบนโลกนี้ อาจจะยังอยู่ข้างๆนายหรือไปยืนดูนายอยู่ที่ตรงนั้น พี่มีบางอย่างเป็นสิ่งที่พี่จะบอกเป็นสิ่งสุดท้าย
วันเวลากำลังเดินไปช้าๆ นายก็รู้ว่าเวลานะไม่เคยรอใครเวลาสามารถทำให้ความทรงจำค่อยๆเลื่อนหายไปได้ก็จริง แต่ถึงอย่างไรมันไม่สามารถลบสิ่งที่เราทำร่วมกันได้ กำลังจะคุยเรื่องต่างๆกับนายนะน้องรัก
การแก้งแย่งและต่อสู้ยังคงมีอยู่ในโลกแคบๆที่เรียกว่า สังคม เท่าที่เห็นไม่ว่าใครก็ต่างซ้อนมีดไว้ข้างหลังกันทั้งนั้น ความฝันของนายยังอยู่ข้างหน้าแต่ไม่จำเป็นจะต้องรีบร้อนจนต้องวิ่งชนกับใครค่อยๆเดินไปอย่าทำให้ความฝันของเราต้องไปทำร้ายใคร พี่มีเรื่องจะบอกนายเท่านี้ล่ะ ง่วงจังมิยะบิเมื่อไหร่นายจะกลับมาสักทีพี่ขอนอนรอนายได้ไหม ถ้าพี่ตื่นขึ้นมาคงได้เจอนายนะ”
“ติ๊ง...........ต่อง.........ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ พี่ครับ พี่ประตูหน่อยผมไม่มีมือ ถือของเต็มเลย พี่”มิยะบิมาพร้อมกับเค้กก้อนโตและที่เขาไม่ลืมที่จะซื้อมันมาด้วยคือ ดอกลิลลี่ ที่พี่ชายเขาโปรดปราน
มิยะบิเรียกอยู่นานจนเกือบโมโหเขาเลย(ถีบ)ประตูเข้าไป
“พี่ พี่คาสึกิ อยู่ไหนเนี่ยเรียกก็ไม่เปิด ไม่ตลกเลยนะพี่ ”เขาเดินไปจนมาหยุดที่ห้องรับแขก และเค้าก็เจอคนที่เค้าตามหา
“พี่อยู่นี่เองปล่อยให้เค้าหาอยู่นั่นแหละ พี่ พี่ฮะผมมาแล้วตื่นเถอะพี่ ๆๆๆๆๆๆๆๆ”เค้าเริ่มใช้เสียงที่ดังขึ้นเรื่อยๆๆๆๆๆๆ
“มิยะบิเป็นอะไรเสียงดังขนาดนั้น”
“พี่ยู พ....พี....พี่คาสึกิ พี่คาสึกิ”
“ทำไมมิยะบิ คาสึกิเป็นอะไร”
“พี่เค้าไม่รอผม พี่ผิดสัญญาพี่บอกจะรอ พี่หนีผมไป พี่คาสึกิใจร้ายพี่ใจร้าย ทิ้งผม”
“คาสึกิ นายตื่นซินายเห็นเจ้าตัวแสบไหมมันอารวาทใหญ่แล้วฉันเอาไม่อยู่หรอกนะนายขึ้นมาห้ามน้องนายซิคาสึกิ ทำไมคำขอของฉันถึงไม่ได้ผลล่ะนายง่วงเฉยๆใช่ม๊า เดียวนายก็ตื่นฉันรู้ อย่าล้อเล่นแบบนี้ซิไม่สนุกเลยนะ คาสึกิฉันให้นายหลับได้แล้วเจ้าตัวแสบละใครจะบอกกับเขา”
“พี่ยูพี่ชายผมเป็นอะไรกันแน่”
“เขาเป็นโรคที่ตรวจไม่พบในญี่ปุ่นน่ะ หมอเลยยังไม่มียารักษา แต่บอกให้ออกกำลังกาย”
“ทำไมล่ะพี่ ทำไมพี่ไม่บอกผม ตื่นมาเดี๋ยวนี้นะ ตื่นมาฟังเค้าพูดเดี๋ยวนี้ ผมรักพี่รักพี่มากผมเอาลิลลี่สีขาวมาฝากด้วยผมเอามาด้วยตัวเองแล้วนะทำไมไม่ขึ้นมาดูละนอนอยู่ได้ ไม่เคยนอนรึไง”
past 6
นับจากวันนั้นที่พี่จากไป ผ่านมา 3 ปีแล้วผมเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเร็วขนาดนี้แล้วเหรอวันนี้เมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตอนนี้ผมเข้ามาที่ห้องของพี่ ผมจะมาเล่าเรื่องของที่นี่ให้พี่ฟัง
ตอนนี้อยู่ที่ห้องของพี่ทุกอย่างยังเหมือนเดิมสิ่งที่ไม่เหมือนเดิมคือมันไม่มีพี่ ณ ที่ตรงนี้ผมเริ่มไม่ชอบ
คริสมาเพราะมันเป็นวันที่ไม่น่าจำมากนัก พี่ตอนนี้ผมเรียนจบม.6 แล้วนะผมเอ็นติด ผมได้อยู่คณะเดียวกับที่พี่เรียน ทำไมพี่ไม่อยู่ดีใจกับผมพี่รู้ไหมที่ผมทำทุกอย่างเพื่อพี่คนเดียวเลยแต่สุดท้ายพี่ก็ทังน้องชายของพี่คนนี้ไป พี่จำเรื่องนกที่พี่เล่าให้ผมฟังได้ไหมผมฟังมันจนจบแล้วก็ได้ฟังทุกคำที่พี่พูดด้วย นกตัวนั้นก็คือพี่ใช่ไหมพี่ฮะผมอยากร้องไห้จังน้ำตามันไหลไม่หยุดตั้งแต่ไม่มีพี่ ผมปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปตั้งหลายครั้ง พี่เคยบอกว่าให้ผมนอนตัก แต่ผมกับปฎิเสธพี่รู้ไหมจริงๆแล้วผมอยากนอนตักพี่มากแต่ผมก็กับไม่กล้า ทางนั้นเป็นยังไงบ้าง ผมยังคงรอคอยพี่อยู่เสมอไม่ว่าการรอคอยจะมีที่สิ้นสุดหรือไม่ก็ตาม พี่สอนให้ผมรู้จักฝันพี่สอนไม่ให้ทิ้งมันลงระหว่างทางถึงตอนนี้ผมก็ยังทำอยู่ ตอบผมกลับมาบ้างสิอย่าเงียบอยู่อย่างนี้บอกผมหน่อยได้ไหมว่าพี่ได้ยินพี่ยังอยู่ตรงนี้ใช่ไหมจะไม่จากไปไหนใช่ไหมครับ พี่ชาย
み み み み み み み み み み み み み

The end



จาก : ashita - - mishikara@hotmail.com - 26/12/2003 16:36
โฮมเพจ : http://hana_mishikara.storythai.com

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server