ห้องสนทนาสบายๆ สไตล์ธรรมปฏิบัติ

หัวข้อกระทู้ : มีสิ่งมีชัวิตใดในธรรมชาติปัจจุบัน หรือธรรมชาติต่างดาว ต่างภพ (ถ้ามี) ที่ไม่มีอาการของทุกข์ หรือไม่ ?
:
ขอถามเหตุผลโดยหลักพระศาสนาครับ

โดยคุณ : ฉัตรชัย - อีเมล์ peacerespect@sanook.com - 07/08/2007 15:02

1 :
สุธาวาสพรหม กับอมรเทพ

โดยคุณ : ... - 08/08/2007 11:36

2 :
เรียนถาม ความเห็นที่ 1 และผู้อ่านทุกท่าน

หากมีอยู่จริง เช่น สุธาวาสพรหม กับอมรเทพ ตามท่านผู้ให้ความเห็นที่ 1 จะขัดต่อหลักพุทธพจน์สำคัญยิ่งที่ว่า สัพเพสังขารา ทุกขา หรือไม่

โดยส่วนตัวยึดแนวคิดตามหลักพุทธพจน์ดังกล่าว จึงเห็นว่าไม่น่าจะมีชีวิตใดที่ไม่มีอาการทุกข์เลย แต่ก็ต้องการศึกษาข้อมูลต่างๆเพื่อให้ทราบข้อเท็จจริงทางพุทธศาสนาเพิ่มเติมจากทุกท่าน

โดยคุณ : ฉัตรชัย - 08/08/2007 13:59

3 :
ไม่ควรจะขัดกับหลักพุทธพจน์ ขึ้นอยู่กับ context ของพุทธพจน์นั้นว่าแสดงกับผู้ใด ในโลกใด อีกประการหนึ่งขึ้นกับความต้องการของบุคคล ถ้าบุคคลปรารถนาซึ่งนิพพาน อันเป็นอสังขตธาตุ ก็จะสรุปว่าสังขาราเป็นทุกข์

จากภาษิตที่ยกมา สังขารา หมายถึงกายกับใจรวมกันเป็นสังขาร ที่ต้องเกิด แก่ เจ็บ ตาย นี้คือทุกข์ที่พระโพธิสัตว์แลเห็นก่อนผนวช ต่อมาพบว่ามีขันธ์ อันเป็นเหตุแห่งทุกข์ พอละโลกนี้ จึงเรียกว่าดับขันธ์ อนึ่งสิ่งมีชีวิตที่ไม่ทุกข์ คือ ผู้ที่หมดกังวล ดังภาษิต อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา

โดยคุณ : ... - 09/08/2007 09:54

4 :
ขอหมายถึงทุกข์ที่เป็นผลปัจจัยบังคับในสังขตธรรม อันเป็นทุกข์ทางกายน่ะครับ (หรือผลปัจจัยที่อาจไม่ต้องเป็นรูปธรรมกายเสียทีเดียว เช่น อรูปสถานะเป็นต้น แต่ไม่ถึงกับเป็นสถานะแห่งอสังขารธรรม)

ส่วนทุกข์ทางใจนั้นเชื่อว่ามนุษย์หลายคนย่อมสามารถปฏิบัติพ้นทุกข์ทางใจได้มาก พระอรหัตผลย่อมปฏิบัติพ้นได้อย่างสิ้นเชิง ตามหลักเหตุผลของพระศาสนา หากท่านใดมีแนวคิดใดๆเพิ่มเติมก็ช่วยอธิบายบอกกล่าวแก่กันให้ได้ร่วมพิจารณาเรียนรู้นะครับ

โดยคุณ : ฉัตรชัย - 11/08/2007 18:48

5 :
หลักตามนัยของพระพุทธศาสนา เว้นอรหัตตภูมิเสียแล้ว ก็ไม่มีภพอื่นที่ยังพ้นทุกข์ได้สิ้นเชิงหรอกครับ
ตราบใดที่ยังไม่สามารถละอุปาทานในขันธ์ได้อย่างแท้จริง
แม้แต่ผู้ที่ภูมิจิตเข้าถึงอรหัตตมรรค

แม้กล่าวตามความจริง
ผู้ที่ยังโสดาปัตติผลให้เกิดขึ้น ก็ได้เพียงแต่
"เห็นสังขารธรรมตามความเป็นจริง"
แต่ยังไม่สามารถ ละได้อย่างสิ้นเชิง

แม้ภูมิของพระอนาคามี
ก็ยังต้องทุกข์ในภูมิจิตของพระอนาคามีท่านครับ
ตราบใดยังไม่สามารถตัดสังโยชน์ได้เด็ดขาด หมดจดบริบูรณ์
ดังความในพุทธพจน์ว่า

"สพฺเพ สํขารา ทุกฺขา" - สังขารทั้งหลายทั้งปวงเป็นทุกข์

"สํขิตฺเตน ปญฺจุปาทานขนฺธา ทุกฺขา" - ว่าโดยรวบย่อ อุปาทานขันธ์(ความเข้าไปยึดถือ) ในขันธ์ทั้ง ๕ (กาย-ใจ) นั้นแหละเป็นตัวทุกข์

เป้าหมายจริงๆที่พระพุทธศาสนาได้อุบัติขึ้น
ล้วนเป็นไปเพื่อ ความสิ้นไปแห่งกองทุกข์
เพื่อความดับไม่เหลือแห่งทุกข์ครับ

ขออิงจากพระไตรปิฎกอย่างเดียวนะครับ
คัมภีร์ชั้นหลังนอกพระไตรปิฎกที่เพิ่งมาเขียนเรียบเรียงใหม่
ขอยกไว้ไม่นำมาเกี่ยวข้องครับ.

ขอทุกท่านพึงเจริญในธรรมยิ่งๆขึ้นไปครับ

----------------------------------------------------------
รู้น้อยแต่ปฏิบัติ ดีกว่ารู้สารพัดแต่อยู่เฉย
รู้น้อยแต่จิตเสบย ดีกว่าอยู่เฉยแต่จิตวุ่นมิเคยว่างวาง.


โดยคุณ : อชิตะ - 10/09/2007 09:49

6 :
สาธุค่ะ :)

ถ้าสนทนาในมุมมองแบบโลกๆ
บางภพภูมิอาจดูเป็นสุข
เช่นเป็นเทวดาชั้นสูงๆ ก็มีแต่สุข
ยิ่งสูงยิ่งสุข ยิ่งสมบูรณ์ เพียบพร้อม
ในรูป รส กลิ่น เสียง สัมผัส ฯลฯ

ถ้าเป็นพรหม ก็เป็นสุขด้วยฌาน ด้วยสมาธิ
สุขอยู่ในฌาน นี่ว่ากันโดยกว้างๆ ทั่วๆ ไปนะคะ :)

แต่แท้จริงแล้ว
ไม่มีใครเป็นเทวดานางฟ้าไปได้ตลอดกาลนาน
ไม่มีใครเป็นพรหมไปได้ตลอดกาล (โดยทั่วไป กว้างๆ)
เมื่อหมดบุญแล้ว ก็จะต้องมาเกิดในภพภูมิต่างๆ
ไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากจะเพียรทำให้สิ้นสุด
(คือ สิ้นสุดการเกิด)

+ + + + + + + + + + + + + + +

ท่านว่า
ความเกิด เป็นทุกข์

เกิดในภพภูมิใด อัตภาพใด ก็ล้วนทุกข์ทั้งสิ้น
เพราะล้วนไม่เที่ยง เป็นทุกข์

เทวดาอายุยืนยาวมาก สุข เพลิดเพลินมาก
แต่ในที่สุด ก็ต้องมาเกิดในภพภูมิต่างๆ ตามกรรม
ของตนๆ

พรหมก็เช่นกัน สุข สงบ อายุยืนนานยิ่งกว่าเทวดา
แต่ก็ไม่เที่ยง ในที่สุดก็ต้องกลับมาเวียนเกิดเวียนตาย
ในภพภูมิต่างๆ ในสังสารวัฏ

+ + + + + + + + + + + + + +

ดังนั้น
เมื่อยังมีขันธ์ห้า (รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ)
ก็ยังมีทุกข์
พระพุทธองค์ทรงบอกแล้วว่า
ขันธ์ห้า เป็นทุกข์ เป็นกองทุกข์
หรือพูดง่ายๆ คือ กายและใจ นี่เอง คือตัวทุกข์ล้วนๆ
ไม่ว่าจะกายใจคน กายใจสัตว์ กายใจเทวดา กายใจพรหม ฯลฯ
ก็ทุกข์ทั้งนั้น เป็นตัวทุกข์ล้วนๆ

ในทางพระพุทธศาสนานั้น สุขแท้ๆ ในสังสารวัฏนั้น ไม่มี :)
จะมีก็แต่ทุกข์มาก จนเรียกว่า ทุกข์
และทุกข์น้อยหน่อย เราก็เรียกกันว่า สุข
แต่ที่จริง ในทางธรรมแล้ว นั่นคือ ทุกข์น้อย
สุขมากๆ ก็คือ ทุกข์น้อยลงมากๆ ฯลฯ นั่นเอง

เกิดเป็นอะไรก็ตาม
ในภพภูมิไหนก็ตาม
ก็ล้วนไม่พ้นเป็นกองทุกข์
เพราะก็ล้วนคือกองขันธ์ทั้งสิ้น :)

+ + + + + + + + + + + + +

พระพุทธศาสนา สอนเรื่องทุกข์
และจุดหมายปลายทางของพระพุทธศาสนา ก็คือ การออกจากทุกข์
ก็คือ การไม่ต้องเกิดอีก
คือ การไม่ต้องเวียนเกิด เวียนตาย เวียนทุกข์ เวียนจากพราก ฯลฯ

ท่านกล่าวประมาณนี้ว่า
การต้องเกิดอยู่ เป็นทุกข์ร่ำไป

+ + + + + + + + + + + + + + +

เจริญในธรรม

:)

โดยคุณ : deedi - อีเมล์ deedi.deedi@gmail.com - 16/09/2007 11:46

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :

เจริญในธรรม
The Ryo's GYM : Bodybuilding and Fitness guide