หัวข้อกระทู้ : บทเรียนจากผู้ที่จากไป : ข่าวอุบัติเหตุการเสียชีวิตของคุณกุ้ง กิตติคุณ ทำให้แฟนเพลงหลายคนช็อค และคาดไม่ถึงว่าคุณกุ้งจะจากไปเร็วและด้วยสภาพที่น่าสยดสยองแบบนี้ ข่าวกล่าวว่าเธอถูกชิ้นส่วนหลังคาตัดกระโหลกศีรษะ จนแทบจำใบหน้าไม่ได้ ดิฉันเป็นแฟนเพลงคนหนึ่งของคุณกุ้ง น้ำเสียงนุ่มทุ้ม ฟังแล้วสบายใจ ทำให้จิตใจเกิดความรู้สึกอ่อนโยน ซาบซึ้ง ได้ผ่อนคลายความเครียด ไม่เหมือนเพลงสมัยใหม่ที่มีจังหวะกระแทกกระทั้น เร้าอารมณ์ให้ตื่นเต้นจนไม่สามารถผ่อนคลายจิตใจได้
อ่านประวัติชีวิตของคุณกุ้งจากหนังสือพิมพ์แล้ว จะเห็นว่าเขาได้ใช้ชีวิตตามแบบอย่างที่ดีของปุถุชนทั่วไป เรียนจบชั้นมัธยมจากโรงเรียนที่มีชื่อเสียง คือโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย หาเงินส่งตัวเองเรียนด้วยการเล่นโฟล์คซองตามร้านอาหาร และมีชื่อเสียงขึ้นมาตามลำดับ นอกจากนั้นเขายังคิดถึงแต่ความก้าวหน้าในชีวิต ไปศึกษาต่อปริญญาโทด้านบริหารที่มหาวิทยาลัยนอร์ธ เท็กซัส อเมริกา ช่วงซัมเมอร์ก็บินกลับมาอัดเทป เมื่อเรียนจบก็นำวิชาด้านบริหารที่เรียนมามาใช้ประโยชน์ ลงทุนเปิดร้านอาหาร มิสเตอร์ เค ในซอยหลังเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน ดิฉันยังเคยไปนั่งร้านนี้ครั้งหนึ่ง ด้วยหวังจะได้พบเจอตัวจริงของคุณกุ้ง แต่ก็ไมได้พบ เพราะได้ข่าวว่ามาปรากฎตัวตอนดึก จึงกลับบ้านก่อน ระยะหลังเศรษฐกิจซบเซา ร้านอาหารก็ต้องปิดกิจการ คุณกุ้งยังสู้ต่อ ด้วยการทำธุรกิจเปิดห้องอัดเสียงอมร ที่*** รับงานเชิญ เดินสายตามต่างจังหวัด เดินทางไปร้องเพลงที่ต่างประเทศ ด้านครอบครัวก็มีภรรยาที่ดี ลูกๆ เรียนโรงเรียนมีชื่อเสียง
ดิฉันคิดถึงคุณกุ้งในแง่ที่ว่า บางครั้งคนเราไม่ได้เตรียมตัวที่จะตายเลย และคิดว่าชีวิตของเราคงจะยืนยาวไปมากกว่า 60 ปี จึงไม่ได้เตรียมตัวฝึกจิต ฝึกสมาธิ คิดแต่ว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตมั่นคงมากกว่านี้ ทำงานหาเงินจนแทบไม่มีเวลาพักผ่อน อย่างนี้จะเรียกว่าหลงโลกได้หรือไม่ พอมีข่าวคนตายหรือคนใกล้ชิดตายที ก็จะสะกิดใจขึ้นมาครั้งหนึ่ง
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะน้อมนำคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเตือนตนอยู่ทุกขณะจิต ชีวิตนี้สั้นนัก ทุกอย่างเป็นสิ่งไม่จีรังยั่งยืน อย่ายึดมั่นกับตัวตน เรามาโลกนี้เพื่อหาโอกาสหลุดพ้นจากวัฏฏสงสารนี้ต่างหาก
โดยคุณ : ณ หทัย - 04/10/2007 05:03
|