ห้องสนทนาสบายๆ สไตล์ธรรมปฏิบัติ

หัวข้อกระทู้ : คิดในใจในทางไม่ดีกับพระ บาปมากไหมใครรู้ช่วยตอบที
:
มักจะมีความคิดในทางที่ไม่ดีกับพระน่ะค่ะไม่อยากบอกว่าเรื่องอะไร เริ่มแรกก็คิดกับแม่ก่อนแล้วลามไปถึงพระเลยคือรู้สึกไม่ดีอ่ะค่ะ ตอนที่คิดก็ไม่ได้ตั้งใจจะคิด มันลอยเข้ามาในหัวเอง ไม่อยากคิดอย่างนี้อีกแล้วค่ะ เป็นมาปีกว่าๆแล้ว ยิ่งช่วงหลังๆมายิ่งคิดหนักไปกันใหญ่แล้วความคิดไม่เป็นปกติเลยอยากให้ความคิดที่ไม่ดีทั้งหลายในหัวมันหลุดออกไปตลอดชีวิตค่ะ และอยากทราบว่าจะบาปมากมั้ยค่ะ ตอนนี้รู้สึกเหมือนตกนรกทั้งเป็นเลย ตลอดเวลาที่คิดในใจที่ไม่ดีนั้นก็พยายามบอกตัวเองว่า"หยุดน่ะ หยุดคิดแบบนี้สักที มันบาปน่ะ " มันก็จะหายแค่ช่วงนั้น และมันก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมอีก เฮ้อ ไม่รู้จะทำยังไงดีแล้วค่ะ กรุณาช่วยด้วยให้ดิฉันมีความคิดแต่ในทางที่ดีๆด้วยน่ะค่ะ

โดยคุณ : TT - อีเมล์ mpuzzlez@hotmail.com - ไอซีคิว - - 24/01/2008 14:56

1 :
เมื่อก่อนผมก็มีความคิดแบบคุณ ผมเคยบวชมาแล้วและในช่วงที่บวชอยู่นั้นพระท่านเคยสอนว่า การที่บวชเป็นพระไม่ใช่จะตัดกิเลสออกได้ พระก็คือคนคนหนึ่งเพียงหุ่มจีวรเท่านั้น แต่ฆารวาสซิถ้าเราสามารถนำจีวรมาหุ่มในใจเราได้นั้นและเราก็คือพระ ดังนั้นเราควรทำใจ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ ถ้าสิ่งที่เราคิดไม่ได้เจตนาก็ต้องอภัยให้ตัวเอง บาปหรือไม่บาปบอกไม่ได้แต่ถ้าใจเรายังทุกข์กังวลอยู่มันก็เป็นบาปติดกับตัว ทำใจให้สงบทุกคนสามารถทำผิดได้ ทุกคนมีสิทธิที่จะทำตามกิเลสถ้าจิตใจเราเผลอ แต่ถ้าเราสามารถดีงสติกลับมาได้รุ้ว่าสิ่งนั้นไม่ดีก้ควรงดและอย่าไปคิด

โดยคุณ : Chai - 26/01/2008 17:51

2 :
ขออนุญาตแสดงความเห็นครับ
หากเมื่อใดอกุศลเกิด รุว่า อกุศลเกิด ก็คตือการปฏิบัติธรรม
เมื่อรู้ แล้ว เท่าทันการปรุงแต่ง หมายถึง มีสติ ไม่หลงจมก่ะการปรุงแต่งในใจนั้นๆ

อุกศลนั้นย่อมดับไปเป็นธรรมดาครับ

หากยังกังวลใจ ก็สวดมนต์ภาวนา ขอขมาต่อพระรัตนตรัย

แล้วก็เริ่มต้นใหม่ครับ เมื่อใดอกุศลเกิด ก็จงมีสติ รู้เท่าทัน

กุศลก็ไม่เที่ยง อกุศล ก็ไม่เที่ยงเช่นกัน

เจริญในธรรมครับ



โดยคุณ : ผ่านมา - 29/01/2008 14:52

3 :
ธรรมดาจิตย่อมไหลลงสู่ที่ต่ำ "บุคคลควรฝึกจิตที่ข่มได้แสนยากละเอียดยิ่งนัก มักตกไปในอารมณ์ตามความใคร่เป็นการดี เพราะว่าจิตที่ฝึกดีแล้วย่อมเป็นเหตุนำสุขมาให้" (พุทธพจ)

โดยคุณ : ใบไม้ - 03/02/2008 22:57

4 :
คำขอขมาพระสงฆ์ ตัดมาจากทำวัตรสวดมนต์เย็นแปล จะได้สบายใจ
กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา, ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี

สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,
กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระสงฆ์

สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง, ขอพระสงฆ์ จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น

กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ. เพื่อการสำรวมระวัง ในพระสงฆ์ ในกาลต่อไป





โดยคุณ : ใบไม้ - 03/02/2008 23:15

5 :
ขอบคุณความคิดเห็นทุกท่านน่ะค่ะ อนุโมทนาสาธุ ขอให้ทุกท่านเจริญในธรรม

โดยคุณ : TT - 04/02/2008 09:13

6 :
Subject: ปริญญาสองใบ...น่าอ่าน



ปริญญาสองใบ...น่าอ่าน

ที่เมืองไทยปีที่แล้วมีข่าวเกรียวกราวมาก
คือมีดาราคนหนึ่งซึ่งมีชื่อดังมาก
เป็นคนดำเนินรายการคนค้นคน
ดร.อภิวัฒน์ วัฒนางกูร

มาเรียนที่อเมริกา
เป็นคนเพอร์เฟคชั่นนิส
ทำงานทุกอย่างต้องดูดีที่สุดแม้กระทั้งล้างจาน
ล้างเสร็จแล้วแกต้องเอามาดมดู
ว่าสะอาดจริงมั้ย
กลับไปเมืองไทยก็ไปเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัย
มีแฟนก็จีบดาวมหาวิทยาลัยเลย
ต้องให้ดีที่สุด
เวลาแกไปเสนองานอะไรต่าง ๆ เขียนไว้สามแผน
แผนที่หนึ่งลูกค้าไม่ซื้อ
แกเสนอแผนที่สอง
แผนที่สองลูกค้าไม่ซื้อแกเสนอแผนที่สาม
ใครไปดีลงานกับแกติดทุกราย แกมีบ้าน
มีรถ มีลูก มีภรรยา มีธุรกิจ
มีชื่อเสียงทุกอย่าง แกมีทุกอย่าง
วันหนึ่งแกพักผ่อน
หลังจากที่ทำงานแบบไม่ได้พักเลย ลุกเมียไปขอพบ
บอกไปเจอพ่อที่ออฟฟิต
วันหนึ่งแกไปพักที่ปากช่อง ตื่นขึ้นมากลางวันล้มฟุ๊บลงไป
ภรรยาพาเข้าโรงบาล ตรวจพบมะเร็ง
พอพบปุ๊บเป็นระยะสุดท้ายเลย จริง ๆ
เค้าก็เตือนตลอด
แต่พอไม่มีเวลาไปตรวจมันก็แก้ไม่ได้
แกไปนอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาล
แล้วก็สารภาพให้รายการคนค้นคน บันทึกชีวิตแก
ก่อนจะเสียชีวิต แกก็ไปนอนให้พ่อแม่เช็ดเนื้อเช็ดตัว
แกก็บอกว่าสังเวชตัวเองมากแทนที่ลูกจะได้ดูแลพ่อแม่
กลับมาเป็นว่าพ่อแม่ต้องมาดูแลลูก
ก่อนจะเสียชีวิตแกให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์คมชัดลึกบอกว่า
พ่อผมเคยบอกว่าเกิดเป็นคนต้องได้ปริญญาสองใบ
ปริญญาใบที่หนึ่ง 'ปริญญาวิชาชีพ' เราจะต้องทำมาหากินเป็น กินอิ่ม นอนอุ่น
พูดง่าย ๆ
ล้วงไปในกระเป๋าแล้วมีเงินใช้ อยากจะนอนมีบ้านเป็นของตัวเอง
แค่นี้คือปริญญาวิชาชีพ
แต่'ปริญญาวิชาชีวิต'
ซึ่งเป็นปริญญาใบที่สองที่พ่อแกบอกไว้
แกบอกว่าผมสอบตกโดยสิ้นเชิง
ผมเป็นดอกเตอร์จากอเมริกาได้ปริญญาวิชาชีพ
แต่ปริญญาวิชาชีวิตสอบตก เพราะอะไร
เพราะทำงานจนป่วยตาย
ก่อนที่จะเสียชีวิตแกได้สารภาพว่าผมได้เตรียมทุกอย่าง
บ้าน รถ มอบมันให้กับลูกและภรรยา
แต่ในวันที่ผมมีทุกสิ่งทุกอย่าง
ผมกลับลืมมอบหนึ่งอย่างให้กับลูกและภรรยา
สิ่งนั้นคือสิ่งที่ผมลืมและทำให้ผมล้มเจ็บใหญ่ครั้งนี้
สิ่งที่ว่านี้คือผมลืมมอบตัวเองเป็นของขวัญให้กับลูกและเมีย
เพราะทำงานหนักจนกระทั่งป่วยตาย
นี่คือปริญญาวิชาชีวิต
ธรรมะเราจะต้องมี ถ้าเราไม่มีธรรมะ
เราจะกลายเป็นหุ่นยนต์เท่านั้นเอง
ที่ทำงานแทบล้มประดาตายแล้วสุขภาพไม่ดี
ดังนั้นเมื่อเราทุกคนทำงานแล้ว
อย่าลืมชั่วโมงสุขภาพของตัวเองในแต่ละวันนะ
แต่ละวันควรจะมี ให้ดูแลตัวเอง
ดูจิต ดูใจตัวเอง ว่าเราเอ๊ะมันทุกข์
มันทุกข์มากเกินไปรึเปล่า
แบกเรื่องโน้นเรื่องนี้ เกินไปหรือเปล่า
พยายามลดลงในแต่ละวัน ๆ
เพื่อที่ว่าอะไร
เพื่อที่ว่าเราจะได้ปริญญาสองใบในชีวิต
หนึ่งปริญญาวิชาชีพ
เราทำมาหากินจนประสบความสำเร็จร่ำรวยมั่งคั่ง
มีเงินมีทองใช้มีบ้านอยู่
แต่ต้องไม่ลืมปริญญาใบที่สอง
คือวิชาธรรมะ
สำหรับจะดูแลชีวิตให้ดำเนินอยู่ในทางสายกลาง
ไม่ทุกข์เกินไปไม่เดือนร้อนเกินไป
ทำอะไรให้พอดี พอดีอยู่ดีมีสุข
อยากเที่ยวให้ได้เที่ยว อยากพักให้ได้พัก
อยากทำบุญให้ได้ทำบุญ
ลูกหลานมาหาก็ให้ได้มีเวลากับลูกกับหลานบ้าง
อย่าวิ่งไปจนซ้ายสุด ขวาสุด
และมารู้สึกตัวอีกทำจนล้มเจ็บใหญ่ไม่ดี เพราะอะไร
เพราะว่าสิ่งสูงค่าทีสุดในชีวิตของเรา
เคยมีคนไปทูลถามพระพุทธเจ้า
ว่าอะไรคือสิ่งสูงค่าที่สุด บางคนก็ตอบเงิน
บางคนก็ตอบเพชร บางคนก็ตอบทอง
บางคนก็ตอบอำนาจ บางคนก็ตอบราชบัลลังก์
พระพุทธเจ้าบอกไม่ใช่ สิ่งสูงค่าที่สุดในชีวิตของพวกเธอคือสุขภาพและชีวิต
สุขภาพก็คือการที่เราไม่เจ็บไข้ได้ป่วย
คนที่สุขภาพดีดื่มน้ำธรรมดาก็อร่อยนะ
และก็ชีวิตของเรา





โดยคุณ : ของฝากครับ - 27/02/2008 15:26

7 :
(ขออ้างข้อความนะครับ)
การล้างความคิดลบหลู่พระรัตนตรัย

ปัญหานี้ค่อนข้างหนักหน่วง และเป็นที่ทรมานใจพุทธศาสนิกชนเป็นจำนวนมาก สาเหตุจะเกิดจากอะไรก็ตามที ขอให้ทราบว่ามีเพื่อนพุทธศาสนิกชนมากมายร่วมเคราะห์อยู่ด้วยไม่น้อยเลย

ทางแก้อันดับแรกคือระลึกไว้ว่าอย่าหลงกลความคิด หากคิดแล้วไปห้ามตัวเอง ฝืนตัวเอง ด่าว่าตัวเอง อะไรจะยิ่งเลวร้ายไปกันใหญ่ ความคิดด้านลบไม่อาจล้างด้วยความคิดด้านลบ ขอให้เบี่ยงเบนจากความคิดที่กำลังเกิดขึ้นเสีย เช่นทำเหมือนคำแนะนำในข้อก่อน คือแปรความสนใจจากเรื่องที่กำลังคิดมาเป็นความใส่ใจอาการฟุ้งของจิตหรืออาการของกายแทน เมื่อเห็นแล้วก็จะแก้ฟุ้งแบบผิดๆได้ชั่วครั้งชั่วคราว เนื่องจากอาการของจิตหรืออาการของกายจะแสดงความไม่เที่ยงให้เห็นทันทีที่ถูกรู้

แต่หากยังช่วยไม่ได้ ก็ขอให้ลองตั้งสัจจะคิดอธิษฐานอย่างนี้ดู ว่าแก่นแท้ของใจเราไม่ได้คิดลบหลู่พระรัตนตรัยเลย เป็นเรื่องของกระแสความคิดอันเป็นอนัตตาเท่านั้น และในเมื่อกระแสความคิดเป็นอนัตตา ก็ขอให้เราจงมีความรู้แจ้งเห็นจริงที่ไม่หลงติดกับดักของอนัตตา

คิดเช่นนี้แล้วให้ยกมือไหว้ขอขมา หรือถ้าอยู่ใกล้โต๊ะหมู่บูชาก็อาจน้อมกายลงกราบทีเดียว การไหว้หรือการกราบครั้งต่อครั้งจะเป็นสัญลักษณ์แทนใจจริง อาจนึกในใจว่า "นี่คือใจจริงของผม" หรือ "นี่คือใจจริงของหนู" นั่นคือใจจริงของเรามีความปรารถนาจะกราบไหว้ด้วยความเคารพอย่างนี้ต่างหาก พลังความอ่อนน้อมนั้น ยิ่งมากยิ่งหนุนความคิดด้านดีให้ทวีตัวขึ้นท่วมทับกระแสความคิดด้านร้ายจนไม่อาจต้านทาน

อีกประการหนึ่ง ขอให้พิจารณาว่าการตั้งใจพูดดี ไม่โป้ปดมดเท็จ ไม่ส่อเสียด ไม่กล่าวคำหยาบ และไม่พล่ามเพ้อเจ้อ ก็จะทำให้กระบวนการคิดตั้งมั่นบนพื้นการปรุงแต่งอันเป็นกุศล เราพูดอย่างไรก็เป็นคนอย่างนั้น จิตวิญญาณเราจะถูกตกแต่งให้โน้มเอียงไปในทางนั้น นับเป็นนโยบายปิดกั้นทางเข้าของความคิดอันชั่วร้ายได้ประการหนึ่ง

(คัดจาก http://dharma.school.net.th/sati/chapter12.html)


ขอสรุปเพื่อขั้นตอนเพื่อขจัดความหม่นหมองของจิตใจตามนี้นะครับ

๑) อย่ากลัวบาป เพราะเราไม่ได้เจตนาด้วยจิตที่หาญกล้าเป็นตัวของตัวเอง
๒) ดูความทุกข์ความเครียดกังวลที่เกิดขึ้น
ถามตัวเองว่าลมหายใจนี้กับลมหายใจก่อนทุกข์เท่ากันไหม
๓) ยกมือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ลบหลู่ บอกท่านว่านี่คือใจจริงของเรา
อาการนบนอบอย่างนี้ออกมาจากตัวเราจริงๆ ไม่ใช่ความคิดที่ไม่ได้ตั้งใจเมื่อครู่
ทำบ่อยๆ แล้วจะรู้สึกสว่าง อบอุ่น และคิดร้ายน้อยลงเรื่อยๆจนหายไปครับ
และที่สำคัญอย่าไปคิดวนกลับไปมาครับ เห็นเกิดและดับไปเรื่อยๆ รู้แล้ววางเรื่อยๆ

ต่อไปคุณ TT จะเห็นว่า
" แม้ความคิดอันชั่วร้ายนี้ ก็ไม่ใช่ตัวเรา"
เห็นเป็นเพียงกิริยาอาการที่จิตเค้าเสพคุ้น และเปล่งเสียงทางความคิดออกมานั้นเอง
เราไม่ใช่ความคิด ความคิดไม่ใช่เรา....
ไฉนเลยต้องไปทุกข์กับสิ่งที่เราไม่ได้เจตนาให้มันเกิดตั้งแต่แรกด้วยครับ

ขอให้พบกับจิตที่ร่มเย็น ไร้ความขุ่นหมองมาต้องใจ เร็วๆวันนะครับ

ขอให้เจริญยิ่งในธรรมของพระบรมศาสดาจนถึงที่สุดแห่งธรรมกันทุกท่านครับ.


โดยคุณ : อชิตะ - 28/04/2008 10:58

8 :
ในกรณีนี้คืออกุศลเข้าครอบงำจิต มีวิธีแก้คืออยากให้ฝึกนั่งสมาธิภาวนาเพื่อเรียกสติ เพราะว่าสติของคุณสั้นมีกำลังไม่พอที่จะสู้รบปรบมือกับกิเลสในใจตน และอยากให้คอยดักจับทางของกิเลสที่มันผุดขึ้นมา คือมันเกิดมาเมื่อไหร่ก็ให้ใช้สติดูมันว่านี่มันคือกิเลสที่แฝงกลมกลืนอยู่ในใจเราเองนี่ ไม่ใช่ ดินฟ้าอากาศที่ไหนเลยที่เป็นกิเลส แต่กิเลสมันกลมกลืนและแปดเปื้อนจิต ทั้งที่จริงจิตคนเรานั้นมีอยู่สภาวะเดียวคือเพียงแค่ระลึกรู้เท่านั้น คือรู้ว่า ดี ชั่ว ร้อน หนาว เย็น ปวด แสบ ฯลฯ สักแต่ว่ารู้เท่านั้น
การที่คนเรามีความคิดใดๆ ผุดขึ้นมา ไม่ว่าดีหรือชั่วหากไม่มีการปรุงแต่งต่อเติมให้มากเรื่องก็หาบาปไม่ได้ในจิตดวงนั้น แต่กลับได้กุศลทางด้านของความมานะอดทนอดกลั้นต่อต้านกิเลสตัวเป็นภัยในใจเรานี้อีกด้วย

ในกรณีของคุณคนนี้ยังถือว่าเปนที่น่ายินดีเพราะว่ามีความคิดไม่ดีผุดขึ้นยังมีสติระลึกรู้ได้ว่าเป็นของไม่ดี ซึงหากจะทำการซักฟอกแก้ไขจิตใจเป็นเรื่องที่ประเสริฐ "หากคนเรากำลังซักผ้าที่สกปรกอยู่ก็ย่อมที่จะเห็นน้ำดำๆ ในกะละมังซักผ้า คือสิ่งสกปรกนั้นออกมาจากผ้านั่นเอง"

โดยคุณ : กฤต - อีเมล์ kita_nv@hotmail.com - 02/05/2008 22:44

9 :
เขาว่ายิ่งเกลียดยิ่งได้ยิ่งรักยิ่งหนีห่าง พระก็มาจากคนย่อมมีกิเลสเป็นธรรมดาไม่ใช่เพิ่งเป็นมีมานานแล้ว เราเกลียดสิ่งไหนเราแผ่เมตตาให้สิ่งนั้นเผื่อจิตใจจะได้คลายจากความเกลียดลงได้บ้าง

โดยคุณ : au - อีเมล์ au-1983@thaimail.com - 03/05/2008 22:59

10 :
mpuzzlez@hotmail.com <mpuzzlez@hotmail.com> สิ่งที่ท่านคิดและเป็น น่าจะ +น่าจะ ท่านยังไม่ค่อยเข้าใจ น่าจะรับรู้ สื่อพ่านมา โดย ท่านยังไม่เข้าใจ ได้ ตรงตามความเป็นจริงเท่านั้นเอง เพราะคนส่วนมาก แบ่งเวลา ให้กับตัวเองไม่พอ และที่ท่าน เล่าก็กว้าง ไม่ กล้าสรุป เอาเองว่าท่านกำลังจะ สือ่ อะไร ? ฉนั้นในคำแนะนำ.........จึงขอเสนอ แนะว่าอย่าได้โทษตัวเอง มากนัก อย่าเอาจิต ไปพูกไว้ ให้กลับมา ดูความคิด ตัวเกิด + ดับ ของหัวคิด ตัวเอ งความคิดตัวเอง จะดีกว่าใหม๋ ดูดี ๆ ดู บ่อย ๆ + เนือง ๆ ต่อไปอย่าง เนื่อง ๆ จะหาทางออกได้, ยิ่งไปคุ้ย ยิ่งฟู ! ! ! เวลาพ่านมา ตั้งหลาย เดือนแล้ว ที่ตั้งกระทู้ ป่านนี้คง หายจากอาการแล้ว แต่ก็ ขอแสดงความคิดเห็น ไว้ ลอย ๆ ให้คนอื่น ได้รู้ไว้ "" กรรม มะ พีชะ กรรม คือ + เหมือนพืช เท่านั้น อย่าให้มันโตขยายผลก็แล้วกัน เอวัง "" ท่านใด อ่านแล้ว งง + งง = ขอให้อโหสิ แก่กัน และ กันด้วย = ด้วยเจตนา ที่ดี ต่อกัน นะ xxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxxx ,

โดยคุณ : สมมุต - อีเมล์ xxxxxxxxx - ไอซีคิว xxxxxxxxx - 06/08/2008 00:26
โฮมเพจ : http://xxxxxxxxxxxxxxxxxxxx

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :

เจริญในธรรม
TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide