1 : การสมาทานศิล ท่านกล่าวไว้ว่า ควรเปล่งออกมาเป็นวาจา พร้อมกับการตั้งเจตนาตามคำสมาทานศิลด้วย การสมาทานศิลก่อนนอนเป็นสิ่งที่ถูกต้อง หลังจากสมาทานศิลแล้ว ก็ถือว่าเราเป็นผู้มีศิล แม้นอนหลับอยู่ ก็ย่อมได้รับอานิสงส์ของศิล และได้รับตลอดเวลาที่เรายังไม่ได้ไปผิดศิลข้อใดข้อหนึ่ง เมื่อเรารู้ตัวว่าเราไปละเมิดศิลข้อใดข้อหนึ่ง ก็ควรที่จะได้สมาทานศิลใหม่ หากไม่ได้ละเมิดศิล ก็ไม่จำเป็นต้องสมาทานศิลใหม่ แต่การสมาทานศิลบ่อย ๆ ก็ย่อมมีผลดี เพราะบางครั้งเราอาจหลงลืมไปละเมิดศิลข้อใดข้อหนึ่งเข้า
ก็ขอยกข้อความในหนังสือพระไตรปิฏกพร้อมอรรถกถา เล่มที่ 73 หน้าที่ 282 ที่กล่าวถึงศิลไว้อย่างไพเราะ ดังนี้ :-
ธรรมดาศีลนั้นเป็นมูลแห่งสมบัติในโลกนี้และโลกหน้า
ศีลเป็นต้นเหตุสำคัญของสุขทั้งหลาย ผู้มีศีลย่อมไปไตรทิพย์สวรรค์ด้วยศีล ศีลเป็นเครื่องป้องกันเครื่องเร้น เครื่องนำหน้าของผู้เข้าถึงสังสารวัฏ
ก็ที่พึ่งพาอาศัยของชนทั้งหลายในโลกนี้ หรือในโลกหน้าอย่างอื่น ที่เสมอด้วยศีลจะมีแต่ไหน ศีลเป็นที่ตั้งสำคัญของคุณทั้งหลาย เหมือนแผ่นดินเป็นที่ตั้งแห่งสิ่งที่อยู่กับที่และสิ่งที่เคลื่อนที่ได้ ฉะนั้น
เขาว่า ศีลเท่านั้นเป็นกรรมดี ศีลยอดเยี่ยมในโลก ผู้ประพฤติชอบในธรรมจริยาของพระอริยะท่านเรียกว่า ผู้มีศีล
เครื่องประดับเสมอด้วยเครื่องประดับคือศีลไม่มี, กลิ่นเสมอด้วยกลิ่นคือศีลไม่มี, เครื่องชำระมลทินคือกิเลสเสมอด้วยศีลไม่มี, เครื่องระงับความเร่าร้อนเสมอด้วยศีลไม่มี เครื่องให้เกิดเกียรติ เสมอด้วยศีลไม่มี, บันใดขึ้นสู่สวรรค์ เสมอด้วยศีลไม่มี, ประตูในการเข้าไปยังนครคือพระนิพพาน เสมอด้วยศีลไม่มี เหมือนอย่างที่ตรัสไว้ว่า
พระราชาทั้งหลาย ทรงประดับด้วยแก้วมุกดาและแก้วมณี ยังงามไม่เหมือนนักพรตทั้งหลาย ผู้ประดับด้วยเครื่องประดับคือศีล ย่อมงามสง่า
กลิ่นที่หอมไปทั้งตามลมทั้งทวนลมเสมอ ที่เสมอด้วยกลิ่นคือศีล จักมีแต่ไหนเล่า
กลิ่นดอกไม้ไม่หอมทวนลม หรือกลิ่นจันทน์ กฤษณามะลิ ก็ไม่หอมทวนลม ส่วนกลิ่นของสัตบุรุษย่อมหอมทวนลม สัตบุรุษย่อมหอมไปทุกทิศ
กลิ่นคือศีล เป็นยอดของคันธชาติเหล่านี้ คือ จันทน์ กฤษณา อุบล มะลิ
มหานที คือ คงคา ยมุนา สรภู สรัสวดี นินนคา อจิรวดี มหี ไม่สามารถชำระมลทินของสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ แต่น้ำคือศีล ชำระมลทินของสัตว์ทั้งหลายได้
อริยศีลนี้ ที่รักษาดีแล้ว เยือกเย็นอย่างยิ่ง ระงับความเร่าร้อนอันใดได้ ส่วนจันทน์เหลือง สร้อยคอ แก้วมณีและช่อรัศมีจันทร์ ระงับความเร่าร้อนไม่ได้
ศีลของผู้มีศีล ย่อมกำจัดภัยมีการติตนเองเป็นต้นได้ทุกเมื่อ และให้เกิดเกียรติและความร่าเริงทุกเมื่อ
สิ่งอื่นซึ่งเป็นบันไดขึ้นสวรรค์ที่เสมอด้วยศีลจะมีแต่ไหน ก็หรือว่าศีลเป็นประตูเข้าไปยังนครคือพระนิพพาน,
ท่านทั้งหลาย จงรู้อานิสงส์อันยอดเยี่ยมของศีล ซึ่งเป็นมูลแห่งคุณทั้งหลาย กำจัดกำลังแห่งโทษทั้งหลาย ดังกล่าวมาฉะนี้
ขออนุโมทนาบุญกับการรักษาศิลด้วยครับ
โดยคุณ : Kasin2 - อีเมล์ Kasin2@hotmail.com - 10/02/2008 00:31
|