ห้องสนทนาสบายๆ สไตล์ธรรมปฏิบัติ

หัวข้อกระทู้ : ทำไมคนเห็นแกตัวมากจนเกินไปจึงไม่ความผิด
:
เหตุในเพื่อนหนูชอบอ้างว่าเค้าเป็นคนดีมากทำอะไรก็ไม่ผิดล่ะค่ะ ในเมื่อเค้าก็ทำบุญนะค่ะ แต่เค้าเป็นคนชอบว่าคนอื่นให้เจ็บชำใจเป็นอย่างมาก เพราะว่า ไม่ล่านะค่ะ แต่ ด่าเลย ชอบนินทา ชอบว่าร้าย ต่างๆนานา ชอบแกล้งให้คนอื่นนั้นถูกคนรังเกรียจ ทำไมเค้าบอกว่าหลวงพ่อไม่ว่าอะไร เค้าเป็นคนดีมาก
แต่ว่าเค้าเห็นแกตัวมากเกินไป ใครจะทำอะไรไม่ได้ก็ด่ากลับมา ไม่เคยช่วยเหลือใคร
กลับคอยทำร้ายลับหลัง จะทำไงกับเค้าดีค่ะ

โดยคุณ : คนไม่เข้าใจ - อีเมล์ too@hotmail.com - 11/04/2008 13:26

1 :
สวัสดีค่ะคุณคนไม่เข้าใจ :)

ในภาษาธรรม จะมีวลีหนึ่งที่ใช้สนทนากัน ประมาณว่า
'ประคองคน' กับ 'ประคองธรรม' :)

+ + + + + + + + + +

สิ่งที่น่าสนใจ
คือ มาตรฐานในการตัดสินว่าอะไรหรือแค่ไหนคือ ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี ฯลฯ

ธรรมะนั้นมีมาตรฐานแน่นอน
สิ่งที่ดี เป็นกุศล
ก็ประมาณว่าคือ สิ่งที่ทำ-พูด-คิด แล้วดี มีประโยชน์
ให้ผลเป็นความสุข (ของทุกฝ่าย)

สิ่งที่ไม่ดี เป็นอกุศล
ก็ประมาณว่าคือ สิ่งที่ทำ-พูด-คิด แล้วไม่ดี เกิดโทษ
ให้ผลเป็นความทุกข์

+ + + + + + + + + +

ถ้ามองด้วยธรรมะ ครูบาอาจารย์จะสอนไว้ว่า
เราต้อง "ประคองธรรม" ก่อน "ประคองตน"
หมายความว่า เราต้องเอาธรรมเป็นใหญ่ เอาธรรมเป็นหลัก
ผิดหรือถูกก็ว่าไปตาม(หลัก)ธรรม

จะเอาตนหรือความคิดเห็นของตนเป็นหลักนั้น ไม่ควร
ทั้งนี้เพราะ คนไม่ได้มีมาตรฐานที่ถูกต้องแน่นอน
แต่ธรรมนั้นเป็นมาตรฐานและถูกต้องแน่นอน
ไม่มีโอนเอียง คำไหนคำนั้น ว่าอย่างไรก็หนักแน่นแน่นอนอย่างนั้น

+ + + + + + + + + +

ก็ไม่ทราบว่าเพื่อนของคุณเอาหลักธรรมไหนมาวัด
เพราะว่าถ้าเป็นธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงแสดงแล้วนั้น
เช่น หากว่ากันตามศีล ท่านก็ให้บุคคลพึงระมัดระวังวาจาต่างๆ นานา
อาทิ ไม่พูดปด ไม่พูดยุยงส่อเสียด-หยาบคายด่าทอ-เพ้อเจ้อโปรยประโยชน์
ให้ผู้อื่นเดือดร้อน

แค่เอาศีลเกี่ยวกับการระมัดระวังการพูดจา เท่านี้
ก็จะเห็นว่าเพื่อนของคุณคงต้องทำความเข้าใจกับพระธรรมคำสั่งสอน
ของพระพุทธองค์อีกมากพอควร :)

+ + + + + + + + + +

ในทางธรรมนั้น
บุญหรือความดี ก็ส่วนบุญหรือความดี
บาปหรือความไม่ดี ก็ส่วนบาปหรือความไม่ดี
เอามาปะปนหรือลบล้างกันไม่ได้ :)

การทำบุญทำทาน ก็เป็นสิ่งที่ดี :) เป็นการพัฒนาตน
ให้ไม่ตระหนี่ ให้สละออกเป็น
อีกทั้งยังเป็นการสร้างทางเดินที่สะดวกสบายไม่อดอยากลำบากต่อไป
ตราบเท่าที่ยังต้องเดินทางในสังสารวัฏ

แต่ว่าความดีในเรื่องการทำบุญทำทาน
ก็เป็นคนละเรื่องคนละเกี่ยว (คือไม่เกี่ยวกัน)
กับการล่วงละเมิดต่างๆ นานาทางวาจา
รวมไปถึงการมีเจตนาไม่ดี มุ่งร้าย (ถ้าหากเพื่อนของคุณ
มีเจตนาเช่นนี้จริงๆ ก็คงไม่ดีนัก) หมายทำร้ายจิตใจ
หรือหมายให้ผู้อื่นต้องทุกข์ต้องเสียใจต้องถูกรังเกียจ ฯลฯ
อันนี้เป็นอกุศล เป็นการทำที่ไม่ดี (คือ คิดไม่ดี มีเจตนาไม่ดี
และพูดออกมาไม่ดี) และอกุศลก็ย่อมส่งผลเป็นความทุกข์
เป็นโทษแก่ผู้ทำอกุศลนั้นๆ

+ + + + + + + + + +

อย่างไรก็ตาม
ขณะนี้ เพื่อนของคุณคนนี้ ก็ได้สร้างประโยชน์มหาศาลแก่คุณแล้ว :)
คือ ได้ทำ ได้กระตุ้น ให้คุณสนใจ อยากจะเข้าใจ
ว่าอะไรคือดี อย่างไรคือคนดี แบบดีจริงๆ
ถูกต้องตามธรรมชาติจริงๆ :)
(ธรรมะแท้ๆ ก็คือ ธรรมชาติแท้ๆ ธรรมชาติธรรมดาๆ นี่เอง)

บุคคลจึงพึงศึกษาหลักพระธรรมให้ถ่องแท้ ไม่ใช่พูดเอาเอง
ไม่ใช่กล่าวตู่หรือทึกทักเอาว่าอย่างนี้ดี อย่างนี้ถูก อย่างนี้ใช่ ฯลฯ
ตามความคิดเห็นและมาตรฐานส่วนตัว

ที่ถูกแล้ว ต้องน้อมนำธรรมเป็นหลัก
คือ ยึดพระธรรมเป็นหลัก
แล้วพิจารณาแยกแยะไปตามแนวพระธรรมที่มีอยู่
อันครบถ้วน ชัดเจน แน่นอน หมดจด อยู่แล้ว :)

+ + + + + + + + + +

ถามว่าจะทำอย่างไรกับเค้าดี :)

ก่อนอื่น...เอาที่ตัวเราก่อนนะคะ :) คือ เร่งศึกษา หาความรู้
อ่านหนังสือ (ที่เขียนถูก เขียนตรงตามพระธรรมแท้ๆ)
หากัลยาณมิตร ที่จะแนะนำเราไปในทางที่ถูกต้องดีงามได้
เร่งศึกษา ให้รู้ให้เข้าใจเกี่ยวกับความดีความชั่ว บุญบาป
แล้วน้อมนำพระธรรมที่ถูกต้องมาเป็นหลักในการดำเนินชีวิต :)
พระธรรมจะทำให้เราพอแยกแยะได้ว่าอะไรดี อะไรควร
อะไรไม่ดี ไม่ควร

สังคมสมัยนี้ฉาบฉวย และมากไปด้วยกิเลสบาป
(คือ ความโลภ ความโกรธ และ ความหลง)
ผู้คนจำนวนมาก (คงส่วนใหญ่ด้วย) ไม่รู้แล้วว่าอะไรถูกผิดดีงาม
ว่าอะไรควรไม่ควร แยกแยะไม่ได้ด้วย เพราะว่า
ไม่มีหลัก ไม่มีมาตรฐาน ในการคิดเพื่อนำมาแยกแยะ
เสียงส่วนใหญ่ ในบางเรื่องหรือในหลายเรื่อง หรือในเกือบทั้งหมด
อาจไม่ใช่เสียงที่ถูกต้องเสมอไปเสียแล้วในยุคนี้
ดังนั้น เราชาวพุทธทั้งหลายนับว่าโชคดีมีบุญเหลือเกิน :)
เรายังมีพระธรรมแท้ๆ ให้พึ่งพา :) ไม่พาเราลงเหวลึกเหมือนที่
คนส่วนมากในยุคสมัยนี้กำลังพากันเดินลงไป :)

ถ้าเราไม่เข้าใจ เราก็อาจงง สับสน เอาตัวไม่รอด :)
แต่เมื่อเราเข้าใจ เกิดปัญญา (ทางธรรม) มีหลักให้ยึด
มีมาตรฐานให้สามารถศึกษาและปฏิบัติเพื่อประคองตน ประคองชีวิตนี้
ให้ดีรอดปลอดภัยไม่ตกลงไปในทางที่เสื่อม :)
เราก็จะสามารถอยู่ได้อย่างร่มเย็นในโลกอันเร่าร้อนและมืดบอด
เราก็จะตายไปจากชาตินี้อย่างเจริญ ไปในทางดีหรือดีขึ้น พัฒนาขึ้น
ไม่เสียทีที่ได้เกิดมาพบพระพุทธศาสนา :)

ถ้าหากเราเข้าใจว่าอะไรถูกผิดดีงามควรไม่ควร พอสมควรแล้ว
เราก็น้อมนำมาปฏิบัติ :) พัฒนาตน

เมื่อเราพัฒนาตนเองพอได้แล้ว :) เราก็จะค่อยๆ ช่วยคนอื่นได้
ตามความสามารถ กำลัง และตามพัฒนาการของเรา :)

เมื่อเราชัดเจนแจ่มแจ้งเข้าใจว่าอะไรคืออะไร
ว่ามาตรฐานของแท้คืออะไร :)
เราก็อาจเกิดความสงสาร เห็นใจเพื่อน เสียใจแทนเขาที่เขาเข้าใจผิด
ยึดมั่นว่าตนดี :) (ทุกคนก็มีทั้งส่วนดีและส่วนไม่ดีกันทั้งนั้น)
เมื่อนั้น เราก็อาจพอช่วยเหลือเขาได้
(ซึ่งก็ต้องดูเขาดูเราด้วยนะคะ ว่าเค้าพร้อมให้เราช่วยแค่ไหน
ต้องดูโอกาส ความเหมาะสม ความพอดี ด้วย ว่าจะช่วยเมื่อไหร่
อย่างไร แค่ไหน ฯลฯ)

ช่วยด้วยการนำเขามาสู่พระธรรม :)
คือ ให้เขาได้เห็นได้เข้าใจว่าส่วนใดที่เขาดี
และส่วนใดที่เขายังต้องปรับปรุงพัฒนาตนเอง

พระธรรมนั้นกล่อมเกลาสรรพสัตว์ให้มีจิตใจอ่อนโยนและดีงามขึ้น
ทุกข์น้อยลง สุขมากขึ้น ตามลำดับได้จริงๆ :)
ประเด็นอยู่ตรงที่ว่าสรรพสัตว์นั้นๆ
อยากจะน้อมนำพระธรรมมาปฏิบัติหรือไม่ แค่ไหน อย่างไร ฯลฯ

ดังนั้น...
ตอนนี้ที่เราเองก็ยังงงๆ แยกแยะไม่ได้ว่าอะไรคือดี อะไรคือไม่ดี
เราเองก็ยังไม่มีหลักให้ยึด หลักให้คิดพิจารณา
จึงอยากแนะนำให้ห่างๆ เพื่อนคนนี้ไว้ก่อนสักพัก :)
เพราะใกล้แล้วเราเองก็ร้อน คือ ร้อนใจ ลำบากใจ ทุกข์ใจ เดือดร้อน
แถมยังไม่รู้ว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดี

แผ่เมตตาให้เขามากๆ ให้เขาได้เป็นคนดีจริงๆ อย่างที่เขาพูด :)

ต่อเมื่อเราพอเข้าใจ มีหลักมั่นคงในใจ
มีธรรมเป็นหลัก มีหลักธรรมเป็นใหญ่
รู้ว่าควรประคองธรรมก่อนประคองคน
(เช่นคนว่าตัวเองดี แต่ธรรมบอกไว้ว่าการทำแบบนี้ๆ ไม่ดี เป็นบาป
เราก็ต้องเชื่อพระธรรม ให้พระธรรมเป็นตัวตัดสิน
ไม่ใช้ยอมรับคำคนจากความคิดเห็นส่วนตัวโดยปราศจากหลักธรรม
ให้เป็นตัวตัดสินผิดชอบชั่วดี)
เมื่อนั้น เราอาจพอจะมีลู่ทาง ค่อยๆ ชี้ให้เพื่อนเห็น
แนะให้เขาออกจากหุบเหวแห่งความเข้าใจผิด
คิดสำคัญตนว่าดีแล้ว ก็เลยเสียโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองไป

ถ้าสนิทพอ ก็ชวนไปเข้าวัด วัดดีๆ พระดีๆ ที่ท่านสอนดี สอนตรง สอนถูก
วัดที่สมถะ สงบ เรียบง่าย ไม่มากไปด้วยวัตถุ
พระที่สอนอะไรธรรมดาๆ เช่นเกี่ยวกับศีลห้า การเจริญสติ (สติปัฏฐานสี่)
พระที่สอนเรื่องบุญ-บาป ฯลฯ

+ + + + + + + + + +

ขออนุโมทนานะคะ :) อนุโมทนาในความพยายามที่จะเข้าใจ
ว่าอะไรเป็นอะไร :) และอนุโมทนาในเมตตาจิต
อยากจะช่วยเพื่อน :)

เอาใจช่วยนะคะ :)

+ + + + + + + + + +

เจริญในธรรม

:)

โดยคุณ : deedi - อีเมล์ deedi.deedi@gmail.com - 26/04/2008 16:54

2 :
จะดี หรือจะชั่วอยู่ที่ตัวทำ
หากเราทำดีเราก็ได้บุญ หรือเราจะทำชั่วเราก็ได้บาป
ใครทำดีใครคนนั้นเค้าก็ได้บุญ หรือใครทำชั่วใครนนั้นเค้าก็ได้บาป
ใครทำอะไรไว้จะดีหรือชั่วก็จะเป็นผู้รับผลของกรรมนั้น
มนุษย์ในปัจจุบัน ทำกันทั้งความดีและความชั่วปนกันไปกลายเป็นธรรมดาไป (ใครๆ เขาก็ทำกัน) แต่ส่วนใหญ่แล้วจะทำชั่วกันเป็นส่วนมาก แต่หากใครมีสติปัญญามากก็จะมีวิธีหลีกเลี่ยงการทำบาปชั่วได้จะมากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับความมีสติระลึกรู้
อยากขอให้มนุษย์ทั้งหลายจงมีความละอายในสิ่งชั่วและละที่จะทำกรรมชั่วกันด้วยเถิดเพื่อความผาสุขของตนเองนั่นแล


โดยคุณ : กฤต - อีเมล์ kita_nv@hotmail.com - 02/05/2008 22:08

3 :
มนุษย์มันไม่ดีสมบูรณ์เต็มร้อย มนุษย์ยังมีกิเลส ย่อมมีรักโลภโกรธหลง เป็นธรรมดา หลวงพ่อพุทธทาสท่านว่าเขามีสิทธิ์ที่จะเป็นอย่างนั้นอย่างนั้น เราห้ามเขาไม่ได้ เราควรแผ่เมตตาให้เขาดีกว่าเพราะเขาเองก็ทุกข์กับสิ่งที่เขาทำอยู่นะครับ

โดยคุณ : au - อีเมล์ au-1983@thaimail.com - 03/05/2008 22:52

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :

เจริญในธรรม
TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide