ห้องสนทนาสบายๆ สไตล์ธรรมปฏิบัติ

หัวข้อกระทู้ : ขอเชิญรับพระบรมสารีริกธาตุฟรี!!!(รับด้วยตนเองนะครับ)
:
ขอเชิญรับพระบรมสารีริกธาตุฟรี!!!(รับด้วยตนเองนะครับ)

เรียนสมาชิก และ พุทธศาสนิกชนทุกท่าน



ทางชมรมรักษ์พระบรมธาตุแห่งประเทศไทยมีความยินดีมอบพระบรมสารีริกธาตุให้กับวัด หน่วยงานต่างๆ ภิกษุ สามเณร ชีพราหมณ์ สมาชิก และ พุทธศาสนิกชนทุกท่านที่มีความเลื่อมใสศรัทธาในองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อเจริญศรัทธาให้เกิดความเลื่อมใสในพระรัตนตรัยมากยิ่งขึ้น



โดยขอความกรุณานำ เจดีย์ ผอบ หรือ ภาชนะที่เหมาะสมในการบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ พร้อมดอกไม้ หรือ พวงมาลัยเพื่อสักการบูชาองค์ธาตุ ณ ห้องชมรมรักษ์พระบรมธาตุครับ และ หากมีความประสงค์นำไปประดิษฐาน ณ วัด หรือ หน่วยงานต่างๆ กรุณานำเอกสารจดหมายจากทางวัด หรือ หน่วยงานต่างๆ เพื่อให้ทางชมรมฯเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมให้สมาชิกทุกท่านได้ร่วมโมทนาบุญครับ



หมายเหตุ กรุณาติดต่อก่อนเดินทางมาชมรมฯ เนื่องด้วยหากทางชมรมฯไปจัดนิทรรศการนอกสถานที่จะได้ไม่เสียโอกาส และ เมื่อเดินทางมาถึงอาคารแล้ว สามารถติดต่อเข้าชมได้ที่ชั้น ๒ ของอาคารปังเจมส์ หากไม่พบหรือรอนานกรุณาโทรติอต่ออีกครั้งหนึ่งครับ



ชมรมฯตั้งอยู่ที่ อาคาร ศูนย์รวมพลอยเอเชีย ๒๔๒-๒๕๐ ถ.มเหสักข์ ซอย ๒ เขตบางรัก กรุงเทพฯ ๑๐๕๐๐ ถ้ามาจากทางสีลมให้ตรงมาผ่านวัดแขก เลี้ยวขวาที่แยกสุรศักดิ์ ตรงมานิดเดียวจะเห็นซอย ๒ อยู่ทางซ้ายมือ อาคารนี้อยู่ปากซอยนะครับ สังเกตุชื่ออาคารปังเจมส์ครับ



ถ้ายังไม่ค่อยชัวร์เรื่องสถานที่สามารถเข้ามาเช็คข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บ

http://www.rakpratat.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&Category=rakpratatcom&thispage=&No=393186

ปล . ในการรับพระธาตุ คงต้องรบกวนมารับด้วยตนเองนะครับ เพราะว่าน่าจะสะดวกกับทางชมรมมากกว่า ถ้าใครสนใจจะรับแต่ไม่รู้จักสถานที่ สามารถนัดวันเวลากับผมได้เลยครับ ผมจะพาไปรับด้วยตนเอง

ติดต่อที่ mail mature_na@yahoo.com , mature_na@hotmail.com ครับ, golf
=================================


.ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อสมาชิกท่านอื่นๆได้ตามเบอร์ข้างล่างครับ

๑. คุณปราโมช ประสพสุขโชคมณี โทร.086-337-4255

๒. คุณคมิก สุวรรณกูฏ โทร.๐๘๕-๑๓๕๐๓๕๖

๓. คุณสุวรรณ เสมอภักดิ์ โทร ๐๘๑-๔๒๗๐๑๓๐

๔. คุณมณียา ณ อุบล โทร.๐๘๓-๙๑๘๒๘๒๐

๕. คุณบุญเจริญ ศิริคำ โทร. ๐๘๑-๑๒๒๓๗๓๐

๖. คุณพีรพัฎ อมรสู่สวัสดิ์ โทร.๐๘๔-๐๙๒๘๘๐๑

๗. คุณสุทธิเกียรติ อมรสู่สวัสดิ์ โทร.๐๘๓-๗๘๗๔๔๕๖




อนุโมทนาบุญกับทุกท่านด้วยครับ

แผนที่ในการไปรับพระธาตุ

http://www.rakpratat.com/images/photo_1139019486/1194681327.jpg

=========================

โดยคุณ : golf - อีเมล์ mature_na@yahoo.com - 29/04/2008 22:55

1 :
อานิสงส์ของการได้มีพระธาตุไว้บูชา

พระบรมสารีริกธาตุ นั้นถือว่าเป็นปูชนียวัตถุที่ทรงด้วยคุณค่า ทั้งทางด้านประวิติศาสตร์ และศาสนา ทั้งยังเป็นสิ่งที่สูงค่า ควรแก่การเคารพบูชาอย่างสูงสุด หากท่านผู้ใดมี หรือเก็บรักษาไว้ ขอให้ท่านจงเก็บรักษาและบูชาด้วยความเคารพ เนื่องจากพระบรมสารีริกธาตุนั้นหาได้ยาก และยังเป็นสิ่งที่ประเสริฐสุดในไตรภพที่มนุษย์และเทวดาพึงสักการะ


วิธีบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

การจะบูชาพระบรมสารีริกธาตุนั้นก่อนอื่นต้องชำระล้างร่างกาย ทำจิตใจ ให้สะอาดผ่องใส จัดหาดอกมะลิใส่ภาชนะบูชา ตั้งสักการะ ณ ที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ แล้วจุดธูปและเทียน ตั้งใจให้เป็นสมาธิ กราบ 3 ครั้ง แล้วจึงตั้งนะโม 3 จบ กล่าวคำบูชาพระบรมสารีริกธาตุ

คำกล่าวบูชาพระบรมสารีริกธาตุ มีอยู่มากมายทั้งภาษาบาลี และภาษาไทย แต่ที่พบเห็นกันอยู่โดยทั่วไป และกระทำได้โดยง่ายนั้นคือ

คำกล่าวพรรณนาพระบรมสารีริกธาตุ


" อะหัง วันทามิ ทูระโต

อะหัง วันทามิ ธาตุโย
อะหัง วันทามิ สัพพะโส "



* คำกล่าวอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ก็สามารถนำมาใช้กล่าวบูชาได้เช่นกัน *




การบูชาพระธาตุนั้น นอกเหนือจากการบูชาด้วย " อามิสบูชา " เช่น การบูชาด้วยดอกไม้ ธูปเทียน และ เครื่องหอมต่างๆแล้ว การบูชาด้วยการ " ปฏิบัติบูชา " ซึ่งเป็นวิธีที่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงสรรเสริญ เป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่นิยมปฏิบัติควบคู่ไปด้วย ในการบูชาซึ่งพระบรมสารีริกธาตุ และพระธาตุทั้งหลาย โดยทั่วไปนิยมปฏิบัติตามแนวอริยมรรค 8 ประการ สรุปโดยย่อได้แก่

1. การบูชาด้วยศีล ซึ่งศีลเป็นพื้นฐานและเป็นที่ตั้งมั่นแห่งการทำความดี เป็นเกราะป้องกันความชั่วทั้งปวง ไม่ทำให้จิตใจเศร้าหมอง ทำให้เกิดความพร้อมต่อการปฏิบัติสมาธิ (สัมมาวาจา สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ)

2. การบูชาด้วยสมาธิ ซึ่งการสวดมนต์ภาวนา นั่งสมาธิ ดูลมหายใจเข้า-ออก เป็นการฝึกความเข้มแข็งของจิต ให้มีกำลังในการพิจารณาหลักธรรมต่างๆได้ตามความเป็นจริง (สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ)

3. การบูชาด้วยปัญญา คือการใช้ปัญญาพิจารณาหลักความเป็นจริง ตามหลักไตรลักษณ์ (สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ)



นอกจากนี้ การบูชาพระธาตุยังได้ประโยชน์ ในด้านเป็นอนุสติอีกด้วย ดังนี้คือ

พุทธานุสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า (พระบรมสารีริกธาตุ)
ธัมมานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระธรรม (ธรรมที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
สังฆานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณของพระสงฆ์ (พระสงฆ์สาวกธาตุ)
สีลานุสสติ คือ การระลึกถึงศีลของตน (ศีลที่ทำให้อัฐิกลายเป็นพระธาตุ)
เทวตานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณที่ทำบุคคลให้เป็นเทวดา (เทวดารักษาพระธาตุ)
อุปสมานุสสติ คือ การระลึกถึงคุณพระนิพพาน (แดนพระนิพพานที่พระอริยเจ้าได้ก้าวล่วง)
มรณานุสสติ คือ การระลึกถึงความตายที่จะมาถึงตน (แม้พระอริยเจ้าก็ต้องตาย)
กายคตาสติ คือ ระลึกทั่วไปในกาย ให้เห็นว่าไม่งาม น่าเกลียด (เมื่อตายแล้วก็เหลือเพียงกระดูก)
======================================


ในพระไตรปิฎกของเถรวาทได้กล่าวถึงการมีอยู่ของสวรรค์ และอานิสงค์ของการบูชาพระธาตุ

พระไตรปิฎก บันทึกไว้ว่า พระเถระมีนามว่าวังคีสะ ผู้เป็นเลิศในการพรรณนา ท่านคือซึ่งสามารถคิดคำขึ้นผูกประโยคได้สละสลวยงดงามกินใจ แม้พวกเราฟังโวหารอันวิจิตรในวันนี้ ก็ยังต้องยอมรับความเป็นมหากวีของท่านอยู่ กับทั้งจะได้ทราบรายละเอียดสถาปัตยกรรมและสภาพแวดล้อมแห่งวิมานเทพได้อย่างเห็นภาพแจ่มชัดด้วย

ครั้งหนึ่งพระวังคีสะไปเยี่ยมวิมานหลังงามของนางเทพธิดาองค์หนึ่ง ท่านปรารถนาจะให้นางสาธยายที่มาของวิมานหลังนั้น แต่ก่อนอื่นท่านก็สรรเสริญความไพจิตรแห่งวิมานของนางเป็นอารัมภบท ดังนี้

ดูกรแม่เทพธิดา อาตมาได้เห็นวิมานของท่าน อันมุงและบังด้วยข่ายแก้วผลึก ข่ายเงิน และข่ายทองคำ มีซุ้มประตูแล้วด้วยแก้ว ๗ ประการ มีพื้นที่เต็มไปด้วยต้นไม้ มีผลวิจิตรนานาพรรณเป็นระเบียบเรียบร้อยน่ารื่นรมย์ ที่ลานวิมานเรี่ยรายด้วยทรายทองเปล่งรัศมีงามงดส่องสว่างไปทั่วทุกทิศ ประดุจพระสุริยะประมาณพันทอรัศมีกำจัดความมืดมนอนธการในฤดูใบไม้ร่วง หรือเหมือนกับแสงเปลวเพลิงซึ่งกำลังลุกอยู่บนยอดเขายามค่ำคืน หรือคล้ายกับการลืมตาขึ้นขณะสายฟ้าแลบโรจน์รุ่งฉะนั้น สมเป็นแหล่งพำนักอันเกิดแต่บุญโดยแท้

วิมานนี้ลอยอยู่ในอากาศ ก้องกังวาลไปด้วยเสียงดนตรี อันได้แก่พิณใหญ่ กลอง และกังสดาล พากันประโคมอยู่มิได้ขาดระยะ สุทัสนเทพนครเมืองพระอินทร์ ซึ่งมั่งคั่งไปด้วยสมบัติทิพย์ฉันใด วิมานของท่านนี้ก็ฉันนั้น

วิมานของนางเทพธิดานี้ ฟุ้งตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมอย่างยอดเยี่ยมต่างๆกัน ได้แก่ กลิ่นดอกปทุม ดอกโกมุท ดอกอุบล ดอกจงกลณี ดอกคัดเค้า ดอกพุดซ้อน ดอกกุหลาบ ดอกอังกาบ ดอกรัง ดอกอโศก ดอกไม้ทิพย์ต่างๆที่พากันแย้มกลีบส่งกลิ่นหอมรวยรื่นตั้งอยู่ริมฝั่งสระโบกขรณี น่าเพลิดเพลินเจริญใจ รอบสระเรียงรายด้วยไม้หูกวาง ขนุนสำมะรอ และต้นไม้หอมนานาพันธุ์ ทั้งไม้เลื้อยชูดอกออกช่อหอมหวนห้อยย้อยเกาะก่ายลงมาจากปลายใบตาล ทั้งมะพร้าวคล้ายกับข่ายแก้วมณีและแก้วประพาฬ นับเป็นของทิพย์ที่อุบัติขึ้นสำหรับท่านผู้เรืองยศ

อนึ่ง ต้นไม้และไม้ดอกไม้ผลทั้งหลายซึ่งเกิดอยู่ในน้ำและบนบก เป็นรุกขชาติซึ่งมีบ้างที่ปรากฏอยู่ในเมืองมนุษย์ และมีบ้างที่ไม่ปรากฏอยู่ในเมืองมนุษย์ ตลอดจนพรรณไม้ทิพย์ประจำเมืองสวรรค์ ก็ได้มีพร้อมอยู่ใกล้วิมานของท่าน

ดูกรนางเทพธิดาผู้มีขนตางอนงาม อาตมภาพใคร่ถามว่าที่ท่านได้สมบัติทิพย์วิเศษเห็นปานนี้ เป็นผลแห่งการประพฤติทางกาย วาจา ใจ ตลอดจนการฝึกตนอย่างไรหรือ? ผลของกรรมเช่นใด ท่านจึงมาเกิดในวิมานนี้?

ลำดับนั้น นางเทพธิดากล่าวตอบว่า?

ดิฉันได้วิมานอันมีฝูงหงส์ นกกระเรียน ไก่ฟ้า นกกด และนกเขาไฟเที่ยวร่อนร้องไปมา กับทั้งเต็มไปด้วยหมู่นกนางนวล นกกะทุง และพญาหงส์ทอง ซึ่งเป็นนกทิพย์เที่ยวบินอยู่ตามลำน้ำ และยังอึงคะนึงไปด้วยฝูงนกประเภทอื่นๆอีก ได้แก่ นกเป็ดน้ำ นกค้อนหอย นกดุเหว่าลาย นกดุเหว่าขาว

พระคุณเจ้าขา มีหมู่บ้านหมู่หนึ่งชื่อนาฬกคาม ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของพระนครราชคฤห์ ดิฉันเป็นบุตรสะใภ้ประจำตระกูลของบ้านในเมืองนั้น ชาวบ้านต่างเรียกดิฉันว่าเสสวดี ดิฉันมีใจชื่นบาน ได้ก่อสร้างกุศลกรรมไว้ คือได้บูชาพระธาตุ (กระดูก) แห่งพระอัครสาวกฝ่ายขวาของพระพุทธองค์นามว่าอุปติสสะ ซึ่งเป็นผู้ที่ได้รับการบูชาจากทวยเทพและมนุษย์ทั้งหลาย เพราะมากไปด้วยคุณความดีหาประมาณมิได้ และดับขันธ์เข้าสู่นิพพานไปแล้ว

ดิฉันบูชาพระธาตุของท่านด้วยเครื่องสักการะหลายอย่าง ล้วนแต่เป็นแก้วรัตนะและดอกคำ ครั้นดิฉันละกายมนุษย์นั้นแล้ว จึงได้มาเกิดในดาวดึงส์สวรรค์ชั้นไตรทศ มีวิมานในเทวโลกเป็นแหล่งพำนักถาวรเช่นนี้

สรุปคือนางเทพธิดาเคยเป็นมนุษย์ผู้หญิงนางหนึ่ง นามว่าเสสวดี มีใจผูกพันกับการบูชาพระธาตุของพระอรหันต์ใหญ่ อาศัยความมีใจเลื่อมใสบูชาด้วยเครื่องสักการะอันสมควรนั้น เมื่อถึงเวลาขาดใจก็ได้กรรมนิมิตที่ประกอบการบูชาเป็นอาจิณ นำไปสู่กำเนิดแห่งเทพ และสะท้อนผลชัดเป็นวิมานทิพย์อันรุ่งเรืองดังพระวังคีสะพรรณนาไว้ด้วยวิจิตรอักษรแล้วนั่นเอง

อ้างอิง จดหมายข่าวจากดังตฤณดอทคอม ฉบับวันพฤหัสบดีที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๔๙
===========================================
พระมหากัจจายนะได้ขึ้นไปบนสวรรค์ และสนทนากับสุชาตเทพบุตร ถึงเหตุที่ได้มาเสวยสุข ณ ที่แห่งนี้ว่า

"...ท่านยืนอยู่บนรถทองดูองอาจ ดุจท้าวสักกเทวราชผู้เป็นใหญ่กว่าหมู่ทวยเทพ ผู้ทรงราชรถอันเทียมด้วยม้าอาชาไนยตั้งพัน ฉะนั้น อาตมภาพขอถามท่านผู้มียศ ผู้ฉลาด รถอันยิ่งใหญ่นี้ ท่านได้มาอย่างไร?

สุชาตเทพบุตรตอบว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ
ชาติก่อน ข้าพเจ้าเป็นราชบุตรนามว่า สุชาตกุมาร พระคุณเจ้าอนุเคราะห์สั่งสอนข้าพเจ้าให้ตั้งอยู่ในความสำรวม

และ พระคุณเจ้ารู้ว่าข้าพเจ้าจะสิ้นอายุได้ให้พระบรมสารีริกธาตุแก่ข้าพเจ้า โดยกล่าวว่า ดูกรสุชาตราชกุมาร ท่านจงบูชาพระบรมสารีริกธาตุนี้เถิด

พระบรมสารีริกธาตุนี้ จักเป็นประโยชน์แก่ท่าน ข้าพเจ้าได้บูชาพระบรม สารีริกธาตุนั้น ด้วยของหอมและพวงมาลัย
ขวนขวายในการทำบุญให้ทาน
ละร่างมนุษย์นั้นแล้ว ได้ไปบังเกิดในสวนนันทวัน

เดี๋ยวนี้ ข้าพเจ้ามีหมู่นางเทพอัปสรฟ้อนรำ ขับร้องห้อมล้อม รื่นเริงอยู่ในสวน นันทวันอันประเสริฐ น่ารื่นรมย์ เกลื่อนกล่นไปด้วยหมู่สกุณชาตินานาชนิด.

โดยคุณ : golf - 29/04/2008 22:58

2 :
ขออนุโมนาด้วยนะคะ แต่ไม่ทราบว่าไปช่วงนี้จะช้าไปหรือเปล่า ยังรับได้อยู่ไหมคะ พอดีอยากได้มาบูชามากๆ แต่ไม่มีโอกาส เพิ่งเห็นในinternet นี่ล่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ

โดยคุณ : มานี - อีเมล์ manisa_kai@hotmail.com - 16/06/2008 01:27

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :

เจริญในธรรม
TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide