ห้องสนทนาสบายๆ สไตล์ธรรมปฏิบัติ

หัวข้อกระทู้ : ข้อความจากนักเรียน
:
ทำไมหรอครับสังคมทุกวันนี้ล้วนแต่เห็นแก้ตัวแกร่งแย้งชิงดี ทำไมไม่เอาเวลาที่มีอยู่ช่วยกันแก้ไขปัญหาต่างๆละครับ ปัญหาก็มีเยอะไปต้องให้พวกผมอดตายทั้งๆที่ยังเป็นเด็กอยุ่หรอครับ อยากถามว่าหลักธรรมที่ใช้ในการพํฒนาคนมีอีกไมในทางพระพุทธศาสนาเพื่อจะทำให้คนที่มีสมองและความคิดต่ำได้ขึ้นที่สูงกับเขาบ้างเห็นหลักธรรมส่วนใหญ่สอนแต่การทำบุญการให้ทานแล้วที่นอกเหนือจากนั้นไม่มีหรอครับ ถึงผมอายุยังเด็กก็ยังมีความคิดที่ผู้ใหญ่บางคนต้องอายเลยครับผมเองหวังว่าทางพุทธศาสนาอาจจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในปัญหาของสังคม ขอบคุณครับ

โดยคุณ : ทำไม - 17/06/2008 10:41

1 :
สาธุและสวัสดีค่ะน้องนักเรียน :)
บอร์ดสนทนาธรรมเล็กๆ แห่งนี้ยินดีต้อนรับยิ่งค่ะ

ก่อนอื่นต้องบอกว่าเมื่อได้อ่านข้อความของน้อง (ขออนุญาตเรียกว่าน้องนะคะ)
ก็รู้สึกยินดีเหลือเกินที่สมัยนี้ยังมีเด็กรู้คิด เป็นตัวของตัวเองในทางที่ถูกที่ควร
และไม่ไหลไปกับกระแสสังคม กระแสโลก กระแสกิเลส อย่างคนส่วนใหญ่ :)

โลกยุคนี้เป็นโลกวัตถุนิยม กระแสวัตถุนิยมรุนแรง
อิทธิพลของ 'อารยธรรมตะวันตก' แรงเหลือเกิน
แรงจนกลืนหลายสังคมที่ไม่แข็งแกร่งทางวัฒนธรรมประเพณี
และความคิดความอ่านไปได้ชนิดเห็นได้ทั่วโลก

ยิ่งโลกแคบลง การสื่อสารฉับไวติดจรวด โลกทั้งโลกอยู่ใกล้แค่
ปลายนิ้วกดคีย์บอร์ดหรือกดปุ่มรีโมทคอนโทรล
การแพร่กระจายของวัตถุนิยมและค่านิยมที่นำพาจิตใจให้เสื่อมทรามลง
ก็ยิ่งรวดเร็ว รุนแรง หรือบางทีก็ค่อยๆ ซึมเข้าไปในจิตใจ
อย่างเช่นเกมออนไลน์รุนแรงต่างๆ

โลกเจริญทางด้านวัตถุชนิดสุดๆ แต่ในทางจิตใจกลับสวนทาง
ครอบครัวที่เคยเป็นระบบครอบครัวใหญ่ ก็เล็กลงๆ
กลายเป็นระบบครอบครัวเล็กๆ พ่อแม่ลูก
แต่ละวันก็ต้องดิ้นรนหาเลี้ยงตัว หาเลี้ยงครอบครัว
นอกจากเพื่อกินเพื่อใช้และเพื่อเก็บออมตามสมควรแล้ว
ก็ยังต้องวิ่งไล่ไขว่คว้าหาให้มากเพื่อให้ 'มี' เครื่องแสดงว่า
ตนเหมือนคนอื่น ทันสมัย ไม่ตกยุค อยู่ในกระแส
เช่นว่าต้องขับรถใหม่ ป้ายแดง (อย่างที่เห็นในละครไทย
เห็นบ้านนางเอกพระเอกแต่ละหลังอลังการ หรูหรา
ใส่เสื้อผ้าแต่งตัวเกิน(ชีวิต)จริง ขับรถยุโรปหรูป้ายแดง ฯลฯ)

ก็เพราะว่าต้องไขว่คว้าหาให้มีอย่างชาวบ้าน
ก็เพราะว่าต้องการอยู่ในกระแส เหมือนๆ ชาวบ้าน
คนยุคนี้ก็เลยมีแต่แก่งแย่งชิงดีกัน
ศีลธรรม คุณธรรม จริยธรรม ตกต่ำอย่างหนัก

เมืองไทยเรานั้น หลายๆ อย่างเสื่อมมานานแล้ว
นับตั้งแต่ระบบการศึกษา ...
ผู้ปกครองบ้านเมือง (นักการเมือง) ไม่ได้จริงจังและ
ไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องระบบการศึกษา
ระบบการพัฒนาความคิด ปัญญา คุณธรรม จริยธรรม ฯลฯ
เพราะทุกอย่างต้องก้าวไปด้วยกัน
จะสร้างเด็กก็ต้องสร้างแต่เล็ก รากฐานต้องดี
และต้อง 'ให้' ให้รอบด้าน เช่น ให้เขาทันโลก แตกฉานวิชาการ
แต่ก็มีจิตใจที่ดีงาม รู้จักคิด รู้ผิดชอบชั่วดี รู้ควรไม่ควร
รู้กาละเทศะ รู้จักแยกแยะ และกล้าแสดงออก
กล้าเป็นตัวของตัวเองในสิ่งที่ชอบที่ควร

เด็กยุคนี้น่าสงสาร โลกและสภาพแวดล้อมรอบด้านส่วนใหญ่
พาไปในทางวัตถุนิยม เทคโนโลยีนิยม ยี่ห้อนิยม
รวยนิยม สบายนิยม เอาง่ายเข้าว่านิยม (เช่น อยากได้เงินเดือนมากๆ
แต่ไม่อยากทำงานหนัก ฯลฯ) ชอบทางสบาย ทางง่าย ทางลัด
ถ้าผู้ใหญ่ที่แวดล้อมไม่มีเวลา หรือไม่พร้อม หรือไม่หนักแน่นพอ
เด็กก็ย่อมแยกแยะได้ยาก ก็มักไหลและถูกกลืนไปในกระแส

ดังนั้นเรื่องของกระแสหรือเสียงส่วนใหญ่ ก็เป็นเรื่องสำคัญ
คนส่วนหนึ่งคิดว่าเสียงส่วนใหญ่ต้องถูกต้องดีเสมอ
เพราะว่าเป็นเสียงส่วนมาก ... นี่อันตรายมาก
เพราะสมัยนี้ เสียงส่วนมากพาไปลงรกลงเหวเสียก็มาก

+ + + + + + + + + + + + + +

ที่จริงแล้ว
หลักธรรมทั้งหมดในพระพุทธศาสนานั้น
เป็นไปเพื่อพัฒนาคนทั้งสิ้น
องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
ท่านทรงให้วิชาไว้หมดแล้ว
ทั้งวิชาโลกและวิชาธรรม

วิชาโลก ก็คือ ทรงให้วิธีเป็นชาวโลกที่ดีที่ควร
ทรงสอนไว้หมด ให้หลักไว้ครบถ้วน
เช่นให้หลักการเป็นพ่อ เป็นแม่ เป็นลูก เป็นครู เป็นศิษย์
เป็นนาย เป็นลูกน้อง ทรงให้หลักการปกครองคน
ทรงให้หลักการอยู่ร่วมกัน ทรงให้หลักการทำงาน
ทรงให้หลักการใช้และรักษาทรัพย์
ทรงให้หลักการสร้างเนื้อสร้างตัว

ในขณะเดียวกัน ก็ทรงให้หลักศีล หลักธรรมในทางโลก
เช่นทรงบอกว่าไม่ควรพูดเท็จ คนเราควรมีสัจจะ
ไม่ควรพูดให้คนแตกแยกกัน การค้ากำไรเกินควรก็ไม่ถูกต้อง
การเอาเปรียบกันก็ไม่ถูกต้อง

วิชาธรรม ก็คือ การพัฒนาปัญญาเพื่อความเข้าใจโลก
โลกก็คือธรรม (ธรรมะ) ธรรม (ธรรมะ) ก็คือ โลก
เมื่อรู้จักและเข้าใจโลกมากเท่าไหร่
บุคคลก็เป็นไท (เป็นอิสระ) แก่ตนมากเท่านั้น
เมื่อรู้จักโลกได้แทงตลอดสุดทาง บุคคลก็เป็นอิสระสุดๆ
คือ ได้หลุดพ้นจากโลก หลุดพ้นจากกิเลส หลุดพ้นจากทุกข์
อันเป็นจุดหมายปลายทางของพระพุทธศาสนา

ดังนั้น
พระพุทธศาสนานี้เองเป็นยาครอบโลกครอบจักรวาล
จะรักษาเยียวยาหรือพัฒนาตรงจุดไหนให้ไปไกลแค่ไหน
ก็ได้ :)

+ + + + + + + + + + + + + + +

แต่ทว่า ปัญหาก็เป็นอย่างที่น้องเขียนไว้
คือ วิธีมีอยู่ เป็นวิธีที่ประเสริฐที่สุดแล้ว
แต่คนส่วนหนึ่งไม่รู้ว่ามีอยู่
คนอีกส่วนหนึ่งรู้ว่ามีอยู่แต่ไม่เห็นคุณค่า
ไม่ใส่ใจจะนำมาปฏิบัติ
และคนอีกส่วนหนึ่งถึงรู้แต่ก็ไม่สนใจ ไม่ใส่ใจ
ไม่แยแส เห็นว่าความดีเป็นเรื่องของคนไม่ฉลาด
จะฉลาดก็ต้องแก่งแย่งชิงดี ทำร้ายทำลาย
เอาเปรียบคดโกง เห็นว่าความโลภไม่ผิด ฯลฯ

+ + + + + + + + + + + + + + +

ผู้ใหญ่ในสังคมเราส่วนหนึ่งสมัยนี้เป็นตัวอย่างที่แย่มาก
เห็นแก่ตัวเกินเหตุ เอาตัวรอดเกินงาม
กลัวที่จะแตกต่างในสิ่งที่ควรแตกต่าง ควรฝืนไว้
กลัวที่จะยืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง

นักการเมือง ฝ่ายบริหารบ้านเมือง ก็ขาดคุณภาพ ขาดคุณธรรม
เข้ามาอย่างมีจุดมุ่งหมายส่วนตัวต่างๆ นานา ฯลฯ
ถ้าฝ่ายข้าราชการคนไหนไม่สมยอม ไม่โอนอ่อน ก็เดือดร้อน
เมื่อฝ่ายบริหารก็เป็นอย่างนี้ ข้าราชการก็ต้องพลอยเป็น
และบางคนก็ถูกกลืนไปจริงๆ แล้วประชาชน
คนเฒ่าคนแก่ เด็กตาดำๆ ฯลฯ จะเป็นอย่างไร

นับเป็นเรื่องเศร้า เป็นเรื่องที่แก้ยากเหลือเกิน
เหมือนเชื้อโรคที่ลามไปใหญ่โตกว้างขวางเกินเยียวยา
ส่วนน้อยที่ยังไม่โดนเชื้อโรคก็น้อยมาก
และไม่มีกำลังพอที่จะต้านการลุกลามของเชื้อโรค

+ + + + + + + + + + + + + +

สรุปว่าหลักธรรมนั้นมีมากเหลือเฟือ เพียงถ้าเรานำมาใช้
สังคมไหนๆ หรือคนใดปฏิบัติตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้า
กอบโกยเอาทั้งวิชาโลกและวิชาธรรมที่ทรงให้ไว้
สังคมนั้นหรือคนนั้นก็คงเป็นสังคมหรือคนที่อยู่เย็นเป็นสุข
มีพร้อมทั้งทรัพย์ภายนอกและทรัพย์ภายใน
เห็นคุณค่าของตนและของคนอื่น มีเมตตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
รักกัน ไม่เบียดเบียนกัน
เป็นสังคมคุณภาพ เป็นสังคมของผู้มีปัญญาโดยแท้ :)

ถ้าถามว่าทำไมเห็นหลักธรรมส่วนใหญ่สอนแต่การทำบุญทำทาน
การทำความดี ฯลฯ ก็ใช่อยู่ค่ะ ในบอร์ดนี้ก็เช่นกัน
อย่างเช่นกระทู้วิธีการทำบุญการทำทานทำความดีนั้น
มีจุดหมายสำคัญในใจอยู่ค่ะ :) คือ ในการศาสนาปัจจุบันนี้
มีหลายวัด หลายพระ ที่มุ่งหมายแต่จะให้คนถวายปัจจัย
(เงินทอง ข้าวของ) เยอะๆ โดยสอนราวกับว่าจะได้บุญก็มีวิธีอยู่แค่นี้
เพียงทางเดียว ผู้คนที่ซื่อ ไม่ได้ตรวจสอบตรวจทานคำสอน
ของพระพุทธองค์ ก็หลงเชื่อ เสียแต่เงินทอง หวังจะได้บุญเยอะๆ
ซึ่งไขว้เขวไปจากหลักธรรมในพระพุทธศาสนา

ก็ต้องขอบคุณน้องนักเรียนจริงๆ ที่มาตั้งคำถามนี้
กระตุ้นเตือนให้ต้องไปคิดเป็นการบ้านแล้ว :) ว่าจะทำอย่างไร
จึงจะสามารถช่วยๆ กันกระตุ้นให้สังคมนี้ดีขึ้น
ด้วยหลักธรรมในพระศาสนา :)

อย่างไรก็ตาม คงเป็นเรื่องยากมาก น้องก็คงเห็นอยู่
ว่าแทบไม่มีใครฟังใครแล้ว ผู้มีอำนาจบริหารหรือผู้หลักผู้ใหญ่
ก็ไม่ได้ฟังเสียงร้องคร่ำครวญ ไม่ได้เหลียวแลความทุกข์ยากลำบาก
ของผู้คน ไม่ได้เอาใจใส่ต่อความเสื่อมทรามทางจิตใจ
พูดไปก็เริ่มจะวนอยู่ในชามอ่างแล้ว
เพราะมองหาทางออกไม่เจอเอาจริงๆ
แต่ก็จะพยายามนะคะ :) จะเอาไปคิด เอาปัญหานี้ไปศึกษา
และหากพอจะพบคำตอบหรือหนทางในเชิงธรรมะบ้าง
ก็จะพยายามนำมาทำให้เกิดผลในทางใดทางหนึ่ง
เท่าที่ความสามารถ โอกาส และเหตุการณ์ จะอำนวยนะคะ :)

+ + + + + + + + + + + + + + +

ขอจบความคิดเห็นนี้ ด้วยความชื่นชมกับน้องนักเรียน :)
คนอย่างน้องนี่แหละ เป็นความหวังของสังคมข้างหน้า
เป็นความหวังของคนรุ่นต่อๆ ไป

แต่ก็ไม่ต้องไปแบกภาระว่าเราเป็นความหวังอะไรหรอกนะคะ
ก้าวเดินในชีวิตไปสบายๆ คือ สบายๆ แบบกำลังดี :)
เป็นคนดีเอาไว้ ศึกษาหลักพระธรรมคำสอนให้มาก
ถ้าอยากทราบแบบสรุปๆ ว่าพระพุทธเจ้าทรงสอนอะไร
ที่ดิฉันกล่าวว่าครอบโลกครอบจักรวาลพร้อมอยู่แล้ว
ก็ลองอ่านหนังสือเล่มนี้ดูนะคะ
ชื่อ พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับ ประมวลธรรม
โดย พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต)
ดิฉันทำ link ไว้ให้ตรงนี้ เผื่ออยากดาวน์โหลดไปอ่าน
http://www.dhammathai.org/bd/dictionary.php

พระธรรมปิฎก (ป.อ. ปยุตฺโต) นี้
ท่านเป็นพระสงฆ์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ
ท่านเขียนหนังสือแห่งปัญญาไว้มากมาย
คิดว่าน้องอาจสนใจอ่าน
ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดญาณเวศกวัน ติดกับพุทธมณฑล
http://www.rosenini.com/watnyanavesakavan/
เป็นวัดที่ร่มเย็น สงบสมกับเป็นวัด เรียบง่าย
เป็นวัดแห่งผู้มีธรรม ทุกอย่างแฝงไว้ด้วยความเฉลียวฉลาด
และมีปัญญา :) ว่างๆ ลองไปเยี่ยมวัดนี้ดูนะคะ :)
ทางเข้าลึกทีเดียว วัดจึงสงบ
ที่สำคัญที่นี่มีห้องสมุด รวมหนังสือธรรมะของท่านไว้มากมาย
เผื่อน้องอาจสนใจไปนั่งอ่านนั่งศึกษา

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการปฏิบัติ
ทั้งเรื่องโลกและเรื่องธรรม เราต้องนำคำสอนมาใช้มาปฏิบัติจริง
แต่ที่เมืองไทยวุ่นวายศีลธรรมตกต่ำเหลือเกิน
ทั้งที่เราเป็นเมืองพุทธนั้น ก็เพราะหลายคนถือพุทธแต่ปาก
ไม่ได้เคยใส่ใจเรียนรู้ว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร
ไม่ได้นำมาปฏิบัติ

พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาแห่งการพัฒนาตน
และนิกายเถรวาทของเรานี้ถือว่าเราต้องพัฒนาตัวเราก่อน
เพราะถ้าเราเองยังไม่พัฒนา แล้วเราจะไปพัฒนาโลก
จะไปพัฒนาคนอื่น จะไปช่วยคนอื่นได้อย่างไร

ศึกษาและปฏิบัติตนตามหลักพระพุทธศาสนาไปนะคะ :)
ถ้าใครศึกษาและปฏิบัติตรงตามคำสอน ก็จะพบว่าพระพุทธศาสนานี้
ทันสมัย ล้ำสมัยด้วยซ้ำ :) ไม่ได้เชย ไม่ได้คร่ำครึ อย่างที่เขาว่ากันเลย

ที่สำคัญคือต้องยึดคำสอนของพระพุทธองค์ (พระไตรปิฎก) เป็นหลัก
และต้องหากัลยาณมิตร อาทิ ครูบาอาจารย์ที่รู้ดี รู้ตรง รู้ถูก
ตามหลักคำสอนทางธรรม เพื่อนดีก็เป็นกัลยาณมิตร
คบแต่คนดีเข้าไว้ เพราะสมัยนี้ของเก๊ก็เยอะ สอนผิดเพี้ยนไปก็มาก
อันนี้สำคัญจริงๆ เพราะถ้าไปเรียนสิ่งที่ผิดก็จะพลอยรู้ผิดปฏิบัติผิด
ชีวิตก็จะพังไปด้วย...ยาวนานไม่ใช่เฉพาะชีวิตนี้

ธรรมะนั้นปฏิบัติแล้วจะสบาย ร่มเย็น เย็นกาย เย็นใจ
ปัญหาทุกอย่างแก้ได้ คลี่คลายได้ มีทางออก
ชีวิตจะผ่อนคลาย ไม่เครียด ไม่เกร็ง :)
ลูกศิษย์พระพุทธเจ้า ต้องรู้จริงว่าพระพุทธเจ้าสอนอะไร
และนำไปปฏิบัติได้จริง ต้องประคองธรรมก่อนประคองคน
(หมายความว่า ต้องยึดธรรมเป็นหลัก) แต่ก็ด้วยสันติวิธี
ละมุนละม่อม ไม่กระด้าง รุนแรง โกรธเกรี้ยว ก้าวร้าว

ถ้าเรามีศีล มีธรรมแล้ว คนที่จะได้รับผลคนแรกคือตัวเราเอง
และกระแสความเย็น กระแสปัญญาที่เกิดขึ้นตามพัฒนาการของเรา
ก็จะค่อยๆ แผ่กระจายไปให้คนใกล้ชิดเราได้พลอยรับรู้รสไปด้วย :)
และก็จะค่อยๆ แผ่กระจายกว้างขวางออกไปเรื่อยๆ
เท่าที่ศีล เท่าที่ธรรม เท่าที่ปัญญาในตัวเรา กว้างขวางเติบโต :)

ขออนุโมทนาในปัญญาของน้องอีกครั้ง
และยินดีเหลือเกินที่ได้มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเช่นนี้

เจริญก้าวหน้าทั้งทางโลกและทางธรรมยิ่งๆ นะคะ

:)

โดยคุณ : deedi - อีเมล์ deedi.deedi@gmail.com - 17/06/2008 19:57

แสดงความคิดเห็น
ชื่อ :
Email :
ICQ :
โฮมเพจ :
ข้อความ :

เจริญในธรรม
TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide