หัวข้อ : มาอ่าน 'คำนิยม' กันจ้ะ
#
สำหรับคำนิยมของผู้ทรงคุณวุฒิ ที่ปรากฏในเพชรพระอุมาฉบับพิมพ์ครั้งล่าสุดนี้ น่าอ่านมากครับ หาอ่านยากซะด้วย

ผมเลยเกิดอารมณ์อันบรรเจิด (อีกแล้ว) ที่จะแสดงข้อความอันทรงคุณค่าเหล่านี้ ให้แฟนานุแฟนได้อ่านกัน ถ้าท่านใดเกิดบรรเจิดตามจะร่วมด้วยช่วยกัน ก็จะมันไม่น้อย แต่อยากจะเรียงลำดับเลยนะครับ

อ้อ ในกระทู้ http://board.dserver.org/j/joinwriter/00000507.html ก็ได้ลงไปบ้างแล้ว ผมก็จะขอถือวิสาสะมาลงด้วยนะครับ

สำหรับคำนิยมทั้งหมด นำมาจาก 'เพชรพระอุมา' พิมพ์โดยสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม เล่มละ 200 บาท

จาก : 'วัยฉะกัน - 27/01/2003 10:56

# 1
ไพรมหากาฬ 1
คำนิยมโดย ฯพณฯ นายชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2540-2543

คำนิยม

นายชวน หลีกภัย


นวนิยายเรื่อง 'เพชรพระอุมา' ของ 'พนมเทียน' เป็น

นวนิยายที่ประทับใจของผู้อ่านทุกชนชั้น มีแนวเรื่องแปลกกว่า
นวนิยายเรื่องอื่นในยุคเดียวกัน แม้กระทั่งปัจจุบันยังยากที่จะหา
นวนิยายไทยเรื่องใดที่เขียนในแนวนี้หรือเทียบเคียงได้
'พนมเทียน' สร้างเรื่อง 'เพชรพระอุมา' ให้อยู่ในใจ

ของผู้อ่านมาเป็นเวลา 37 ปีแล้ว และเชื่อว่าเสน่ห์ของ 'เพชรพระอุมา'
จะยังมีอยู่ต่อไปอีกนาน การที่สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม
ได้จัดพิมพ์ 'เพชรพระอุมา' เป็นครั้งพิเศษ จึงนับเป็นประโยชน์
และเป็นโอกาสดีต่อชนรุ่นหลังที่ยังไม่ได้อ่านหนังสือชุดนี้
ผมชื่นชม 'พนมเทียน' ในฐานะเป็นผู้ชอบอ่านหนังสือ

และเคยอ่านหนังสือของ 'พนมเทียน' ผมรักนับถือ 'พนมเทียน'
เป็นส่วนตัวในฐานะ 'พนมเทียน' เป็นพี่ชายของเพื่อน
จึงขอแสดงความยินดีที่ 'เพชรพระอุมา' ได้จัดพิมพ์ใหม่

ในโอกาสที่พนมเทียนมีอายุครบ 70 ปี และขอแสดง
ความชื่นชมต่อสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ที่ช่วยส่งเสริมวรรณกรรมไทยให้งอกงามต่อเนื่องตลอดไป



(นายชวน หลีกภัย)
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

จาก : 'วัยฉะกัน - 27/01/2003 11:07

# 2
อืมม... ขอทดสอบ ย่อหน้าอีกนิด
ไม่ต้องเคาะ Enter ใช่มั๊ย

จาก : 'วัยฉะกัน - 27/01/2003 11:11

# 3
ท่านวัยฯเตรียมเขียนคำนิยมไว้แล้วหรือยัง ซ้อมๆมือไว้หน่อยก็ดี เผื่อเขาขอมาจะได้เขียนคล่อง

จาก : ยองแยง - 27/01/2003 12:06

# 4
เขียนอะไรหรือครับลุงอินยองแยง จ้าวแห่งสมุนไพร ผมถนัดเขียน 'คำอำเสมอ' ครับลุง แหะ แหะ

จาก : 'วัยฉะกัน - 27/01/2003 13:17

# 5
คนที่ไปแข่งแฟนพันธุ์แท้ทั้ง 5 คน ก็ล้วนยอดๆทั้งนั้น จับมาเขียนคำนิยมคนละตอนไปเลยครับ(เพชรพระอุมาฉบับพิมพ์คราวต่อไป)

จาก : ยองแยง - 27/01/2003 13:41

# 6
ขยันจังเลยนะเจ้าค่ะท่านพี่ อยากจะช่วยพิมพ์หรอกนะค่ะ แต่ไม่ไหวเลยแต่ละเล่มยาวจัง ขอน้องดาริฯเป็นผู้อ่านที่ดีจะดีกว่า

จาก : ดาริเมยา - 27/01/2003 16:55

# 7
เหอๆ ว่าจะช่วยพิมพ์แต่ม่ายดีกว่าาาาาาาา

55555

ของผมมีแค่ 8 เล่มนะฉบับพิมพ์ใหม่

หรือท่านวัยฯ จะให้ผมพิมพ์ดีเปล่า?

จาก : รพินทร์ - 27/01/2003 17:17

# 8
จริงง่ะ มีแค่ 8 เล่ม หึหึ

รพินทร์สุดหล่อ ช่วยหาเจ้าของรหัส 'บุญเขียน', 'เจนคูณทองคำใบ', 'หลีดุล', ฯลฯ ให้ป๋าดีกว่า

จาก : 'วัยฉะกัน - 27/01/2003 19:05

# 9
ขอบคุณคุณวัยฉะกันที่อุตสาหะพิมพ์มาให้ดูทั่วกัน คำนิยมนี้ตรงใจจริงๆค่ะ นับถือคุณพนมเทียน และชอบเพชรพระอุมาสุดๆ

จาก : ดาริน - 27/01/2003 19:21

# 10
ทำไมรพินทร์มี 8 เล่มล่ะคะ

อยากอ่านเหมือนกันค่ะ เห็นว่ามีอยู่เล่มนึงไม่มีคำนิยมใช่หรือเปล่าคะ

จาก : อรัญญานี - 27/01/2003 19:41

# 11
ไพรมหากาฬ 2
คำนิยมโดย ฯพณฯ นายมีชัย ฤชุพันธ์
ประธานวุฒิสภา พ.ศ. 2535-2543

คำนิยม

นายมีชัย ฤชุพันธ์


นิยายเรื่อง 'เพชรพระอุมา' เห็นจะเป็นหนังสืออ่านเล่นของไทยที่ยาวที่สุดเท่าที่เคยมีในประเทศไทย
เป็นความยาวถึง 48 เล่ม เมื่อเห็นความยาวขนาดนั้นผมจึงไม่เคยเฉียดเข้าไปอ่าน เพราะไม่คิดว่าจะมีเวลาพอที่จะอ่านได้จนจบ ทั้งความยาวเช่นว่านั้น ทำให้การมาซื้อกักตุนไว้ตามประสานักเลงหนังสือต้องใช้ทุนรอนไม่น้อย จนแล้วจนรอดจึงไม่ได้อ่าน
เมื่อห้าปีที่แล้วผมไปเที่ยวชมงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติที่จัดขึ้นข้างๆ กระทรวงศึกษาธิการ
พบกับคุณวิมล ศิริไพบูลย์ (ทมยันตี) ซึ่งเป็นเพื่อนฝูงกัน และผมเป็นแฟนหนังสือของเขาเกือบทุกเล่ม (บางเล่มที่ไม่ได้อ่านเพราะไม่รู้ว่ามีอยู่) เห็นเขากำลังยืนเซ็นหนังสือให้กับแฟนๆที่ไปซื้อดูชุลมุนวุ่นวาย เมื่อเขาเหลือบเห็นผมเข้าก็โวยวายตามประสาที่เคยคุ้นเคยกันมา พร้อมทั้งยัดเยียดหนังสือที่เขาเขียนมาให้หลายเล่ม แถมยังยกชุด 'เพชรพระอุมา' ใส่กระเป๋าอย่างดีมาอีก 1 ชุด
กลับมาถึงบ้านได้สองสามวัน ผมเกิดความรู้สึกว่าเขาอุตส่าห์ให้หนังสือ
'เพขรพระอุมา' มาถึง 48 เล่ม ถ้าไม่อ่าน เขารู้เข้าคงจะเสียใจ จึงเริ่มต้นอ่านด้วยความสำนึกในหน้าที่ที่รับของของเขามา แต่พออ่านไปได้ไม่ถึงครึ่งเล่ม ผมจึงรู้สึกตัวว่าเห็นจะเสียท่า 'ทมยันตี' เสียแล้ว เพราะหลังจากนั้นผมก็เริ่มเสียงานเสียการ อดหลับอดนอนอ่านไปจนจบ 48 เล่ม
โดยเนื้อเรื่องที่เชิญชวนให้ติดตาม และวิธีดำเนินเรื่องที่ไม่เยิ่นเย้อ
ตื่นเต้น สร้างความอยากรู้ จึงทำให้อ่านได้ด้วยความสนุกเพลิดเพลิน คลายเครียด โดยคนอ่านนึกไม่ออกว่าอ่านมาได้อย่างไรตั้ง 48 เล่ม
ผมอ่านจบเที่ยวแรกแล้วหลังจากนั้นอีก 4-5 เดือน ผมก็หยิบบางเล่มมาอ่านใหม่
เล่มโน้นบ้างเล่มนี้บ้างสุดแต่จะหยิบฉวยเล่มไหนมาได้ พออ่านๆไปก็เลยย้อนกลับไปอ่าน ตั้งแต่เล่ม 1 ใหม่จนจบ 48 เล่ม เมื่ออ่านแล้วก็ยังสนุกเหมือนเดิม
ในแง่ของการอ่านหนังสือนิยาย ผมอาจจะโชคดีกว่าคนอื่นที่อ่านแล้วก็ไม่จดไม่จำ
ได้รสชาติในขณะอ่านแล้วก็แล้วกันไป ไม่จดจำเนื้อเรื่องให้เปลืองเนื้อที่ในสมองอีก ดังนั้น เมื่อเวลาผ่านไป ผมจึงสามารถกลับไปอ่านใหม่ได้ด้วยความสนุกสนานเช่นเดิม รวมความว่าผมอ่านหนังสือเรื่อง 'เพชรพระอุมา' มาแล้ว 4 เที่ยว นี่ก็ร่ำๆจะไปหยิบมาอ่านอีก แต่บังเอิญมีงานยุ่งที่จะต้องรีบทำให้เสร็จ จึงต้องตัดใจไว้ก่อน เพราะจะเสียงานเสียการได้
ใครที่มีความเครียดมากๆ หรือกำลังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกับหนี้
NPL ได้อย่างไร ก็ลองหยิบหนังสือเรื่องนี้มาอ่านดูบ้าง บางทีอาจจะทำให้หยุดหมกมุ่นกับเรื่องที่หนักใจไปได้ชั่วคราว อ่านจบแล้วอาจจะคิดอะไรๆที่เฉียบคมออกมาได้บ้าง เพราะสมองคงจะแจ่มใสขึ้น
แต่ใครที่มีงานการต้องรับผิดชอบมาก ผมไม่แนะนำให้อ่าน เพราะอาจ
จะอ่านโดยทอดทิ้งการงาน หรืออ่านจนไม่หลับไม่นอน และไม่ว่าทางใดทางหนึ่งก็คงทำให้เสียหายได้ไม่น้อย
เมื่อสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม มาขอให้ผมเขียนคำนิยม
ผมจึงรับเขียนให้ด้วยความเต็มใจและยินดี แม้จะยังไม่เคยเห็น 'พนมเทียน' ว่าหน้าตาเป็นอย่างไรก็ตาม แต่ที่เขียนมานี้จะเป็นคำนิยมที่ทำให้หนังสือขายดีขึ้น หรือคนเลยไม่กล้าซื้อหนังสือ ก็ไม่รู้สิ!!


มีชัย ฤชุพันธ์
www.meechaithailand.com

จาก : 'วัยฉะกัน - 27/01/2003 21:08

# 12
รอเล่ม 4 ค่ะจาพยายามมาช่วยจิ้มให้นะคะ ^ __ ^
แบบว่า เล่ม 1-3 ยืมชาวบ้านเค้ามาอ่านค่ะ ที่เหลือซื้อเองล้วนๆ

ชอบใจมากกับ คำว่า "หลังจากนั้นผมก็เริ่มเสียงานเสียการ อดหลับอดนอนอ่านไปจนจบ 48 เล่ม " อาการเดียวกันเลย บางวันได้นอนแค่ 3 ชม.เพราะบ้ามากจะอ่านให้จบเล่มให้ได้ ไม่จบไม่นอน!!!

อ้อ..วันที่ 1 ท่านวัย กะ ท่านแฟนรพินทร์ภูธร ช่วยClear คิวให้ว่างด้วยนะคะ แบบว่า..จะพาไปหม่ำส้มตำ เจ้าค่ะ


จาก : ศิรินภา - 28/01/2003 03:26

# 13
เดี๋ยวจะพิมพ์ ตอนอาถรรพณ์นิทรานคร ไว้ให้ค่ะ
... เล่มอื่น ๆ นั้น โดนล่อลวง ไปเที่ยวไกล๊ ไกล ตอนนี้กำลังหลงทาง
หาทางกลับบ้านไม่ได้ คงต้องหาเวลาไปรับซะก็ไม่รู้ ...:))

จาก : เพชร - 28/01/2003 09:56

# 14
ไพรมหากาฬ 3
คำนิยมโดย นายเสนาะ เทียนทอง
ประธานคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี

เสนาะ เทียนทอง

กับวรรณกรรมของ 'พนมเทียน'


.....นับว่าเป็นความโชคดีของผม ที่ครั้งหนึ่งเมื่อสมัยใช้ชีวิตวัยเด็กจนถึงวัยหนุ่ม ได้มีโอกาสคลุกคลี มีโอกาสซึมซับกับสิ่งที่เรียกว่า 'ป่า' ป่าศึ่งเป็นผืนป่าจริงๆ ป่าซึ่งอุดมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่นานาพันธุ์ สิงห์สาราสัตว์นานาชนิด
.....'ป่า' ซึ่งสมัยปัจจุบันยากที่คนรุ่นหลังจะมีโอกาสได้สัมผัส ป่าซึ่งไม่เพียงแต่เต็มไปด้วยทรัพยากรอันมีคุณค่าของชาติ แต่ยังเปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณ เป็นจิตวิญญาณของธรรมชาติ ที่มนุษย์ควรอย่างยิ่งที่จะต้องได้เรียนรู้ เพราะหลายครั้ง...การไม่เรียนรู้ธรรมชาติของป่า ไม่หยั่งลึกถึงจิตวิญญาณของธรรมชาติ มักจะนำมาซึ่งความหายนะ เป็นความหายนะ ซึ่งมาจากภัยธรรมชาติ แต่จนแล้วจนเล่า ป่า รวมทั้งสมบัติอันมีค่าทั้งหลายที่ติดอยู่กับป่า ยังคงถูกทำลาย ยังคงถูกทำร้ายโดยน้ำมือของมนุษย์ โดยมิได้หยั่งรู้ถึงคุณค่าของมัน
.....พนมเทียน นับว่าเป็นผู้สร้างสรรค์วรรณกรรมเกี่ยวกับป่าที่หาตัวจับยาก วรรณกรรมของพนมเทียนสามารถถ่ายทอดความเป็นไปของป่าได้อย่างหยั่งลึกราวกับผู้อ่านได้เข้าไปซึมซับความเป็นป่าด้วยตนเองจริงๆ
.....ที่สำคัญ สิ่งที่ผู้อ่านได้รับจากงานของพนมเทียน นอกจากความตื่นเต้นสนุกสนานแล้วก็คือ ได้รับรู้ถึงจิตวิญญาณความเป็นป่า ซึ่งยากนักที่ผู้มิได้มีชีวิตสัมผัสอยู่กับป่าจริงๆจะได้รับ ซึ่งนับได้ว่า วรรณกรรมของพนมเทียนเป็นเส้นทางด่วนที่ผู้อ่านจะได้ใช้ย่นย่อเวลา ย่นย่อระยะทางในการติดต่อสัมผัสกับความเป็นป่าและธรรมชาติของมัน โดยที่ไม่ต้องไปสัมผัสกับความเป็นป่าจริงๆ ซึ่งนับวันจะหายากขึ้น ด้วยตนเอง
.....ผมมีโอกาสอ่านวรรณกรรมของพนมเทียน ในเวลาเดียวกับที่ผมได้มีโอกาสใช้ชีวิตคลุกคลีอยู่กับป่า สิ่งที่พนมเทียนถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือของเขาแทบจะเรียกได้ว่ามิได้มีส่วนเกินเลยจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้น หากแต่ว่าพนมเทียนสามารถเพิ่มสีสัน เพิ่มรสชาติของวรรณกรรมของเขาได้อย่างลงตัว
.....เป็นความลงตัวที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในป่า
.....นอกจากนี้บุคลิกของความเป็น 'ลูกผู้ชาย' ที่พนมเทียนถ่ายทอดผ่านตัวเอกของเรื่อง ผมคิดว่าเป็นบุคลิกของคนที่จะถูกเรียกว่า 'ลูกผู้ชาย' ควรเอาเยี่ยง ซึ่งแทบจะกล่าวได้ว่าในสภาพสังคมปัจจุบัน ยากนักที่จะมีบุคคลที่มีลักษณะที่เรียกว่า 'ลูกผู้ชาย' ตามจินตนาการของพนมเทียน
.....ในโอกาสที่งานของพนมเทียนจะถูกนำมาปรับปรุงรูปเล่มและพิมพ์รวมเรื่องใหม่ ผมมั่นใจว่า แม้จะเป็นงานที่ถูกเขียนมานาน แต่เนื้อหา ความสนุกสนานในวรรณกรรมของพนมเทียนจะมิได้ถูกบั่นทอนลงกับการเปลี่ยนแปลงของกาลเวลา
.....นอกจากนี้รูปแบบการนำเสนอ ความสละสลวยของภาษา หากนักอ่านรุ่นใหม่ได้สัมผัสกับสิ่งที่พนมเทียนถ่ายทอดผ่านวรรณกรรมของเขา งานของพนมเทียนน่าจะกลับมาได้รับความนิยมเหมือนกับเมื่อครั้งในอดีต
.....ผมอยากที่จะเห็นนักอ่านรุ่นหลังได้สัมผัสงานของพนมเทียน อย่างน้อยกับวรรณกรรมคลาสสิคระดับ 'เพชรพระอุมา' สักครั้งในชีวิต ท่านจะได้อะไรที่มากกว่าความสนุกสนาน แต่เป็นความรักและหวงแหนในทรัพยากรอันมีค่าของชาติซึ่งไม่แน่ว่าในวันข้างหน้า หากสิ่งเหล่านี้สูญสิ้นไปจากผืนแผ่นดินไทย จะด้วยเพราะความโลภหรือความไม่รู้ของคนในชาติ เมื่อนั้นภาพของ 'ป่า' ก็คงเป็นแค่เพียงเรื่องเล่าขานสืบต่อกันมา และเมื่อนั้นพวกเราก็คงจะถูกสาปแช่งจากคนรุ่นลูกรุ่นหลานว่าเป็นผู้ทำลายธรรมชาติ ทำลายป่า ซึ่งก็คือทำลายชีวิตของลูกหลานพวกเรานั่นเอง


(นายเสนาะ เทียนทอง)



ปล. ท่านหัวหน้าห้อง น้องศิรินภาคนสวย แลแฟนานุแฟนทั้งหลาย ลุยเลยครับ

จาก : 'วัยฉะกัน - 28/01/2003 13:04

# 15
เยี่ยมจริง ๆ เลย

จาก : ... - 29/01/2003 06:13

# 16
ไพรมหากาฬ 4
คำนิยมโดย ดร.พิจิตต รัตตกุล
ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2539-2543

คำนิยม

ดร.พิจิตต รัตตกุล


.....ในทัศนะผมแล้ว 'เพชรพระอุมา' เป็นเรื่องเล่าที่เกิดจากแก่นประสบการณ์และข้อมูลที่เป็นจริง ซึ่งพี่พนมเทียนได้ผสมผสานจินตนาการไปพร้อมกับเรื่องเล่าขานที่ได้รับฟังสืบทอดกันมาจากรุ่นคุณตา
.....ชื่อ 'พนมเทียน-เพชรพระอุมา' กลายเป็นตำนานคู่ขนานสืบเนื่องกันไปอีกนาน เป็นนวนิยายที่ไม่ตาย และอาจกลายเป็นข้อมูลบันทึกเรื่องราวถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ และสัตว์ป่าที่หลายชนิดหาดูได้ยาก บางชนิดอาจสูญพันธุ์ไปแล้ว อนาคตหรือแม้กาลเวลาปัจจุบัน
อาจต้องใช้ 'เพชรพระอุมา' เป็นข้อมูลอ้างอิงถึงความสมบูรณ์ของป่าไม้และสัตว์ป่าเมืองไทย
.....เวลากว่า 37 ปี นับแต่ พ.ศ. 2507 ที่ พนมเทียนเขียนเพชรพระอุมา บนพื้นฐานการเดินป่าด้วยตัวเอง ผสมกับประสบการณ์จินตนาการ
ที่มีอย่างเหลือเฟือ ทำให้เพชรพระอุมากับป่า รวบรวมสิ่งมีชีวิตในป่าไว้ถึง 48 เล่ม

.....การเขียนแต่ละช่วงเวลา หมายถึงการสะท้อนข้อมูลของป่าแต่ละกาลเวลานั้น
.....เพราะ พนมเทียน 'เก็บป่า' ...รวบรวมเรื่องราวและอารมณ์ที่กิดขึ้นในป่าไว้ในเพชรพระอุมาอย่างละเอียด ตื่นเต้น ระทึกใจ ทำให้ผู้อ่านมีลมหายใจ ร่วมจมดิ่งไปกับอารมณ์การผจญไพร ไปกับแงซายหรือรพินทร์ อย่างกลมกลืนต่อเนื่อง

.....การเขียนเชิงเรื่องเล่าเป็น 'นิทานป่าข้างกองไฟ' ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนเดินอยู่ในเพชรพระอุมา ถ้าไม่เงยหน้าออกจากเรื่องราวที่กำลังอ่าน
.....นิทานป่าข้างกองไฟ เป็นคำบอกเล่าที่พนมเทียนใช้สะท้อนวิธีการเล่าเรื่องเพชรพระอุมาได้อย่างเข้าใจได้ง่ายที่สุด
.....ผมคิดว่า คนไทยทุกคน น่าจะได้มีโอกาสอ่านเพชรพระอุมาเพื่อที่จะได้รับรู้ว่า กว่าเกือบสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ความอุดมสมบูรณ์ของป่าไทยอยู่ในสภาพเช่นไร เมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบัน

.....ว่าไปแล้ว 'โรงเรียน' หรือแม้แต่สถาบันการศึกษาระดับสูง ควรจะเลือกตอนใดตอนหนึ่งแต่ละภาค ให้เด็กได้อ่านเพื่อการเรียนรู้อย่างวิเคราะห์ ทั้งในแง่วิวัฒนาการของป่าไทย และแนวการเขียนวรรณกรรม
.....สิ่งที่ซ่อนอยู่ใน 'เพชรพระอุมา' คือการเขียนเรื่องราวจากชีวิตจริงที่เป็นวิถีชีวิตบนผืนแผ่นดินไทย
.....น้อยเรื่องที่จะเป็นเช่น 'เพชรพระอุมา' ได้
.....มิใช่เรื่องแปลที่มีแต่ตัวละครและฉากของฝรั่งตะวันตก

.....ผมอ่านเรื่องราวของ 'เพชรพระอุมา' ขณะที่กระแสภาพยนตร์เรื่อง 'สุริโยไท' กำลังได้รับความนิยมอย่างรุนแรง ซึ่งสร้างประวัติศาสตร์ เรื่องราวและชีวิตที่เกิดขึ้นบนแผ่นดินไทย
.....ด้วยเทคนิคการสร้างสมัยปัจจุบัน ผมคิดว่าเพชรพระอุมาอาจเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่สามารถสร้างเป็นภาพยนตร์ได้ คงจะสนุก ตื่นเต้น
ระทึกใจมากกว่าจูราสสิค ปาร์ค ด้วยซ้ำ

.....เพื่อบอกให้โลกรู้ว่า นี่คือประเทศไทยได้อย่างภูมิใจ



ดร.พิจิตต รัตตกุล
หัวหน้าพรรคถิ่นไทย



ปล. ขออนุญาตน้องศิรินภาหน้าอ่อนสุดสวยเขียนก่อนนะจ๊ะ

จาก : 'วัยฉะกัน - 29/01/2003 10:19

# 17
ดงมรณะ 1
คำนิยมโดย นายปองพล อดิเรกสาร
รองนายกรัฐมนตรี และเจ้าของนามปากกา Paul Adirex

คำนิยม[center]
[center]นายปองพล อดิเรกสาร


.....ผมต้องขอขอบคุณสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ที่ได้ให้เกีรยติแก่ผมโดยขอให้ผมเขียนบทความเกี่ยวกับ "เพชรพระอุมา" เพื่อนำลงพิมพ์ในหนังสือ "เพชรพระอุมา" ที่กำลังจัดพิมพ์ขึ้นใหม่เพื่อเป็นที่ระลึกในโอกาสครบ 70 ปี ของ 'พนมเทียน' และครบรอบ37ปีของนิยายชุด 'เพชรพระอุมา'
.....ผมยอมรับว่าตื่นเต้นที่ได้มีโอกาสเขียนเกี่ยวกับนิยายสุดยอดของการผจญภัยคือ 'เพชรพระอุมา' และผู้เขียนคือ คุณพนมเทียน ซึ่งเป็นนักเขียนคนไทยที่ผมชื่นชมมากที่สุด นิยายสองเรื่องของคุณพนมเทียนได้แก่ 'เล็บครุฑ' และ 'เพชรพระอุมา' มีส่วนเป็นแรงบันดาลใจอย่างมากต่อการดำรงชีวิตของผม ทั้งในด้านอาชีพและการใช้ชีวิตส่วนตัว

.....ผมอ่าน 'เล็บครุฑ' เมื่อผมอายุ14-15 ปี และติดใจเรื่องราวที่ลึกลับของเจ้าหน้าที่สืบราชการลับ และสายลับคนแรกที่ผมรู้จักและชื่นชอบคือ 'ชีพ ชูชัย' ถึงแม้ภายหลังผมได้ไปศึกษาต่อที่สหรัฐอเมริกา และได้อ่านนิยายเกี่ยวกับสายลับอังกฤษที่โด่งดังที่สุดขณะนั้นคือ 'เจมส์ บอนด์' ครบทุกตอน และดูหนังทุกเรื่องของเจมส์ บอนด์ รวมทั้งนิยายของสายลับอเมริกันที่นิยมอ่านในสหรัฐอเมริกาขณะนั้นคือ แซม ดูแรล และแมท เฮล์ม ทุกตอน แต่ผมก็ไม่เคยลืม 'ชีพ ชูชัย' ที่เป็นผู้จุดประกายให้ผมสนใจงานสืบราชการลับและชีวิตสายลับที่ต้องมีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ในการเสียสละ ทำงานปิดทองหลังพระ เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ และต้องมีศักยภาพเฉพาะตัวสูงในการปฏิบัติงาน

.....เมื่อผมจบการศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีและปริญญาโท ได้เดินทางกลับมาประเทศไทยเมื่อปี 2509 และได้รับราชการที่กรมเศรษฐสัมพันธ์ กระทรวงเศรษฐการ เป็นเวลา 2 ปี แล้วจึงโอนไปอยู่ที่กรมประมวลข่าวกลาง ซึ่งเรียกตามภาษานิยายก็คือหน่วยสืบราชการลับฝ่ายพลเรือนของรัฐบาลไทย นั่นเอง ผมถูกส่งไปเรียนหลักสูตรการหาข่าวทางลับของซี.ไอ.เอ.ของสหรัฐอเมริกา, เอ็ม.ไอ.6 ของอังกฤษ และหน่วยสืบราชการลับของอิสราเอล ผมสนใจการใช้อาวุธปืนทุกชนิด ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากนิยายหลายเรื่องของคุณพนมเทียน ที่ตัวเอกของเรื่องไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิงมีความเชี่ยวชาญในการใช้อาวุธปืน และผมได้เรียนรู้ถึงอานุภาพของปืนชนิดต่างๆ จากนิยายของคุณพนมเทียนและจากคอลัมน์ 'ผ่าปืน' ของคุณฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นตัวจริงของคุณพนมเทียนที่เขียนลงในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับหนึ่งมานานหลายปี

.....ผมรับราชการที่กรมประมวลข่าวกลางมาเป็นเวลา 6 ปี แล้วจึงลาออกมาประกอบอาชีพส่วนตัว

.....ระหว่างรับราชการ ผมได้มีโอกาสอ่าน 'เพชรพระอุมา' ซึ่งทำให้ผมหวนระลึกถึงความรู้สึกของผมในวัยเด็ก ที่อยากเดินทางผจญภัย โดยเฉพาะในป่าและทางทะเล ผมอ่านหนังสือแปลหลายเรื่องที่เกี่ยวกับการผจญภัยในป่าแอฟริกา ผมอ่าน 'ล่องไพร' ของน้อย อินทนนท์ และนิยายของชาลี เอี่ยมกระสินธุ์ ผมใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งคงได้เข้าป่าผจญภัยตามนิยายที่ผมได้อ่าน ผมมีปืนยาวกระบอกแรกที่คุณพ่อซื้อให้เมื่อผมอายุ 13 ปี คือปืนวอลเธอร์ .22 และฝึกยิงจนแม่นยำ สามารถดับเปลวเทียนในระยะ 30 เมตร เมื่อเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ผมได้อ่าน 'ทาร์ซาน' ทุกตอนที่เขียนโดยเอ็ดการ์ไรซ์ เบอร์โรส์ และดูหนังที่เกี่ยวกับการผจญภัยในป่าลึกแทบทุกเรื่อง

.....ดังนั้น เมื่อผมได้อ่าน 'เพชรพระอุมา' ที่ตีพิมพ์เป็นครั้งแรกในหนังสือรายสัปดาห์ 'จักรวาล' จึงวางไม่ลงและติดงอมแงม ทุกสัปดาห์จะเฝ้ารอวันที่หนังสือออกมาวางแผง เมื่อรวมเล่มแล้วก็ซื้อมาอ่านอีก เพราะผมถือว่าเป็นนิยายผจญภัยสุดหล้าฟ้าเขียวในป่าดงดิบที่สุดยอดที่สุด ยิ่งกว่านิยายเรื่องใดในลักษณะเดียวกันที่เคยอ่านมาทั้งของนักเขียนไทยและนักเขียนต่างชาติ

.....คุณพนมเทียน มีจินตนาการที่เยี่ยมยอดเและถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นจริงเป็นจัง ผูกเรื่องและดำเนินเรื่องให้น่าอ่านชวนติดตาม และทำให้ผู้อ่านเชื่อว่าอาจเป็นจริงก็ได้
.....ซึ่งเมื่อผมมาเป็นนักเขียนเองจึงได้เรียนรู้ว่า หลักอันหนึ่งของการเขียนนิยายคือไม่จำเป็นว่าข้อเขียนนั้นต้องเป็นเรื่องจริงเสมอไป สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือเขียนอย่างไรที่ทำให้ผู้อ่านเชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ซึ่งคุณพนมเทียนมีคุณสมบัติข้อนี้อย่างเต็มเปี่ยม

.....ผมอ่าน 'เพชรพระอุมา' ครั้งแรกนั้น อ่านเช่นผู้อ่านธรรมดาทั่วไป สนุกสนานเพลิดเพลินไปกับเนื้อเรื่องซึ่งอ่านแล้ววางไม่ลง แต่เมื่อผมกลับมาอ่าน 'เพชรพระอุมา' อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ผมได้เขียนนิยายผจญภัยไปแล้ว 4 เรื่อง ผมอ่านในฐานะเป็นนักเขียนด้วยกัน ซึ่งทำให้ผมดื่มด่ำกับนิยายเรื่องนี้มากกว่าเมื่ออ่านครั้งแรกเสียอีก 'เพชรพระอุมา' บรรจุองค์ประกอบของการเขียนนิยายระดับ 'best seller' ไว้อย่างครบถ้วน ตัวละครทุกตัวไม่ว่าตัวเอกหรือตัวประกอบ ถูกสร้างได้อย่างสมจริง มีชีวิตชีวาดังคนที่มีตัวตนจริง จากบทพูด บทโต้เถียง บทแสดงความนึกคิด บทโรแมนติกที่หวานซึ้งหรือบทรักที่ร้อนแรง และบทความเคลื่อนไหวต่างๆ โดยเฉพาะการต่อสู้ ระหว่างคนกับคน และคนกับสัตว์ป่า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความคิดความรู้สึกและอารมณ์ของตัวละครแต่ละตัวได้อย่างชัดเจน และกระตุ้นให้ผู้อ่านมีอารมณ์ร่วมกับตัวละครไปด้วย นอกจากนั้น คุณค่าอีกสิ่งหนึ่งของ 'เพชรพระอุมา' คือการแทรกความรู้รอบตัวในหลายด้าน
เป็นวิทยาทานให้กับผู้อ่าน ปรัชญาของการดำรงชีวิตของสัตว์โลกไม่ว่ามนุษย์หรือสัตว์ป่า เช่น 'จรรยาพราน' คุณสมบัติของความเป็นผู้นำกลุ่มคน ตลอดจนความรักความซื่อสัตย์ต่อคนรักและมิตรสหาย


.....ในการเขียนนิยายของผมนั้น ผมได้เรียนรู้หลักอันหนึ่งของการเขียนคือ 'แสดง อย่าเล่า' (show don't tell) ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณพนมเทียนได้ปฏิบัติมานานนับหลายปี ตั้งแต่ 'เล็บครุฑ' แล้ว และใน 'เพชรพระอุมา' มันยิ่งทำได้ยากกว่าเพราะเป็นเรื่องราวในป่าดงดิบที่ไกลโพ้น ซึ่งมีผู้อ่านน้อยคนที่จะเคยเห็นหรือสัมผัสมา ที่ต่างกับชีวิตในเมืองที่เห็นกันอยู่ทุกวันและนึกภาพออกว่าผู้เขียนหมายถึงอะไร แต่คุณพนมเทียนก็ทำได้อย่างสมบูรณ์ โดยได้สร้างเรื่องราว ตัวละคร ตลอดจนธรรมชาติอันน่าสะพรึงกลัวของป่าดงดิบ ทั้งลักษณะของสัตว์ป่า แม้กระทั่งศพคนและซากสัตว์ป่า โดยการแสดงให้เห็นจริงจัง ไม่ใช่โดยการบอกเล่า เช่นการเผชิญหน้ากับโขลงช้างป่า แรด เสือ และผีดิบต่างๆ เป็นต้น อีกหลักหนึ่งของการเขียนนิยายคือดำเนินเรื่องให้ตื่นเต้นระทึกใจชวนให้ผู้อ่านติดตามอ่านหน้าต่อๆไป ซึ่งคุณพนมเทียนก็ทำได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุด และที่สำคัญคือ เป็นการยากที่ผู้อ่านจะคาดเดาได้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น เพราะมีการหักมุมในเนื้อเรื่องตลอดเวลา

.....สิ่งสำคัญที่สุดในการเขียนนิยายคือการใช้ภาษา ผมประทับใจมากที่สุดในการเป็นอัจฉริยะในการใช้ภาษาไทยของคุณพนมเทียนใน 'เพชรพระอุมา' ที่ได้แสดงออกโดยกลอน คำพังเพย เนื้อเพลงที่แทรกเข้ามาเป็นครั้งคราวกับคำสนทนา นับว่าคุณพนมเทียนมีหลากหลายวิธีที่จะสื่อความคิดความรู้สึกของตัวละครให้ผู้อ่านได้รับรู้อย่างไม่น่าเบื่อ

.....'ชีพ ชูชัย' ได้มีอิทธพลต่อผมมากเพียงใดจนทำให้ผมต้องไปทำงานในหน่วยสืบราชการลับของไทย 'รพินทร์ ไพลวัลย์' ก็มีอิทธิพลต่อความรักป่า รักธรรมชาติ รักการผจญภัยของผมมากเช่นกันจนถึงทุกวันนี้ ผมเรียนรู้และเข้าใจชีวิตและธรรมชาติของสัตว์ป่าและป่า ตลอดจนการเดินป่าจาก 'เพชรพระอุมา' เมื่อผมมีเวลาว่างจะหาโอกาสไปเดินป่า สำรวจน้ำตก และตามหารอยสัตว์ป่า แต่ที่แตกต่างจากรพินทร์ ไพลวัลย์ก็คือ ผมใช้กล้องแคนนอน อีโอเอส 5 กับเลนส์ซูม 400 มม. แทนที่จะเป็นซีแซด 30-06 หรือวินเชสเตอร์ 70 .375 แมกนั่ม ซึ่งเป็นปืนยาวคู่มือของรพินทร์ ไพรวัลย์

.....ผมดีใจที่สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรมจะจัดพิมพ์นิยายชุด 'เพชรพระอุมา' ขึ้นใหม่ โดยปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งผมขอยกย่องให้ 'เพชรพระอุมา' ของคุณพนมเทียนเป็นอมตะนิยาย เป็นสมบัติอันล้ำค่าชิ้นหนึ่งของวรรณกรรมไทย



ปองพล อดิเรกสาร (Paul Adirex)
17 กันยายน 2544


ปล. เครดิตการพิมพ์คือหนู ' จ๊ะเอ๋' ครับ

จาก : 'วัยฉะกัน - 29/01/2003 11:09

# 18
ดงมรณะ 2
คำนิยมโดย นายสุประดิษฐ์ หุตะสิงห์
ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 1

คำนิยม

นายสุประดิษฐ์ หุตะสิงห์


.....ก่อนอื่น ผมต้องขอขอบคุณสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ที่ได้กรุณามอบหนังสือนวนิยายชุด 'เพชรพระอุมา' ของ 'พนมเทียน' มาให้ครบทุกชุด ซึ่งผมเห็นว่าเป็นหนังสือนวนิยายที่มีคุณค่า ยากที่จะหาใครมาสร้างสรรค์บทประพันธ์อย่างเช่นนี้ได้อีก ไม่ว่าจะเป็นตัวละครต่างๆ ตั้งแต่ตัวเอกของเรื่อง กล่าวคือ รพินทร์ ไพรวัลย์ แงซาย หรือหมอดาริน ทำให้มีแง่คิดและมุมมองในอารมณ์ที่โลดแล่นของตัวละครได้ หรือบรรยากาศในการล่องไพรที่คงยากที่จะหาได้ในยุค
ของปัจจุบัน แต่คุณพนมเทียนก็ยังสามารถขีดเขียนออกมาเป็นตัวอักษรให้ผู้อ่านนิยายทุกคนเห็นถึงภาพ บวกกับจินตนาการที่มิได้เกินเลยจากความเป็นจริง
.....ผมจึงขอชื่นชมและให้คำนิยมหนังสือนวนิยายชุด 'เพชรพระอุมา' ว่าเป็น 'อมตะนิยาย' และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ผู้อ่านนวนิยายทุกท่านควรจะหาสะสมไว้เป็นสมบัติประจำบ้านของแต่ละท่านต่อไป



(นายสุประดิษฐ์ หุตะสิงห์)
อธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งกรุงเทพใต้
๒๑ สิงหาคม ๒๕๔๔

* ปัจจุบัน (เดือนตุลาคม ๒๕๔๔) ดำรงตำแหน่ง 'ประธานศาลอุทธรณ์ภาค ๑'




จาก : 'วัยฉะกัน - 30/01/2003 11:44

# 19
ดงมรณะ 3
คำนิยมโดย ดร.ธงชัย ยงเจริญ
ผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย พ.ศ. 2541-2543

คำนิยม

ดร.ธงชัย ยงเจริญ


....."พ่อ อ่านเรื่องอะไร แปลให้หนูฟังบ้าง" ลูกสาวคนเดียววัยหกขวบรบเร้าผม ผมรีบอ่านไปแปลไปให้ลูกสาวฟัง บางครั้งก็ใช้วิธีเล่าเรื่องให้ฟัง
.....เมื่อลูกสาวผมโตขึ้น เวลาแวะไปมุมหนังสือ ลูกสาวผมเริ่มขอเลือกซื้อหนังสือมาอ่านเองโดยเริ่มจากหนังสือแปลเป็นส่วนใหญ่ ภายหลังจึงเริ่มซื้อหนังสือไทยเพิ่มมากขึ้น
.....ผมดูพัฒนาการของลูกสาวด้วยความยินดี เพราะผมรู้ดีจากประสบการณ์ของตนเองว่า หนังสือที่ดีนั้นสอนลูกสาวผมได้ดีที่สุด เพราะลูกสาวผมรับเข้าไปโดยไม่รู้ตัว ดีกว่าการที่พ่อแม่จะสั่งสอนโดยตรง เพราะบางครั้งอาจจะไม่รับ เผลอๆยังอาจปฏิเสธได้ หากมีช่องว่างระหว่างวัย
.....'เพชรพระอุมา' เป็นนิยายแนวผจญภัยลึกลับแต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้และคุณธรรม เป็นหนังสือที่ผมอ่านแล้ววางไม่ลงต้องอ่านให้จบ อ่านจบแล้ว ยังอ่านซ้ำอีกได้ โดยไม่รู้สึกเบื่อ ประการสำคัญ เป็นหนังสือเล่มหนึ่งในหลายๆเล่ม ที่ต้องการให้ลูกสาวอ่าน ผมจึงดีใจมากที่วันหนึ่ง ลูกสาวผมกลับจากมหาวิทยาลัยมา และถามผมว่า
.
...."พ่อ เป็นไปได้ไหม ที่จะมีเพชรพระอุมาจริงๆ?"
.....ผมตอบไปว่า "มีจริงๆ"
....."อยู่ที่ไหนล่ะพ่อ?"
....."หนังสือเล่มนี้ไง นี่ละ เพชรพระอุมา ของแท้ ไม่ต้องไปหาที่ไหนอีก เป็นอมตะนิยายที่มีคุณค่าอนันต์"

.....เมื่อลูกสาวผมไปเรียนต่อต่างประเทศ ได้บอกผมว่า
....."พ่อ สร้างบ้านใหม่ต้องมีห้องสมุดให้หนูนะ แล้วอย่าลืมนะพ่อ ซื้อหนังสือเพชรพระอุมาครบชุด ฉลองให้หนูเวลาจบกลับมา"


ดร. ธงชัย ยงเจริญ
ผู้อำนวยการองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย
พ.ศ. 2541-2543

จาก : 'วัยฉะกัน - 30/01/2003 11:48

# 20
ตอนอาถรรพณ์นิทรานคร 1-4 แปะไว้ที่กระทู้ด้านล่างแล้วค่า ^-^
http://board.dserver.org/j/joinwriter/00000507.html

จาก : เพชร - 31/01/2003 10:29

# 21
มาแล้ว ท่านหัวหน้าห้องมาช่วยผมแล้วครับ ขอบคุณหลายครับ

เดี๋ยวกระทู้นี้จะลงตอนดงมรณะ 4 แล้วจะขึ้นกระทู้ใหม่นะครับ กะว่ากะทู้ละ 2 ตอน แป๊ปนึงครับ ดงมรณะ 4 นี่หืดขึ้นคอเหมือนกัน

จาก : 'วัยฉะกัน - 31/01/2003 11:23

# 22
ดงมรณะ 4
คำนิยมโดย รศ.ดร. รื่นฤทัย สัจจพันธุ์
อาจารย์ประจำภาควิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง

คำนิยม

รศ.ดร. รื่นฤทัย สัจจพันธุ์


เพชรพระอุมา : มหากาพย์ร้อยแก้ว

อมตะนิยายของ 'พนมเทียน' ราชันแห่งนักเขียน


.....ยุคที่ดิฉัน 'ติด' อ่านหนังสือนิยาย จนพ่อต้องถือไม้เรียวไปตามตัวมาจากร้านเช่าหนังสือ เป็นยุคที่นวนิยายจะเป็นเรื่องขนาดยาวหลายร้อยตอนจบ อย่าง 'พล นิกร กิมหงวน' หรือชุด 'สามเกลอ' ของ ป.อินทปาลิต, 'ผู้ชนะสิบทิศ' ของ ยาขอบ, 'ห้วงรักเหวลึก' ของ หลวงวิจิตรวาทการ, 'ร้อยป่า' ของ อรชร (พันธุ์ บางกอก) และศิวาราตรี เพชรพระอุมา เล็บครุฑ ฯลฯ ของพนมเทียน
.....ความจริงนิสัยรักการอ่านของดิฉัน ก็เป็นมรดกที่ได้รับมาจากคุณพ่อและคุณแม่นั่นแหละ เพราะท่านทั้งสองนิยมเช่าหนังสือมาอ่านตั้งแต่ก่อนดิฉันเกิด หนังสือที่เอ่ยชื่อไว้ข้างต้น คุณพ่อคุณแม่ก็เช่ามาอ่านหลายรอบ และในบรรดางานเขียนของ 'พนมเทียน' คุณแม่ติดอกติดใจ 'ศิวาราตรี' มากเป็นพิเศษจนถึงเดี๋ยวนี้
.....นิยายที่ดิฉันคลั่งไคล้มากเป็นอันดับหนึ่ง คือ เรื่องประเภทต่อสู้ผจญภัย จะเป็นผจญภัยในป่า ในดินแดนลึกลับมหัศจรรย์ หรือแบบนักสืบจารกรรมก็ชอบทั้งนั้น ในวัยสาวเช่นนั้น พระเอกในดวงใจจึงต้องเป็นคนพูดน้อย เคร่งขรึม ฉลาดหลักแหลม เดินป่าเก่ง ยิงปืนแม่น และเป็นคนดีมีคุณธรรม ดังนั้น เสือ กลิ่นสัก, รพินทร์ ไพรวัลย์, แงซาย, ชีพ ชูชัย ฯลฯ จึงเป็น 'พระเอก' ที่เด่นชัดอยู่ในความคิดคำนึง มิใช่ดิฉันฝันหวานอยากเป็นนางเอกของพวกเขาเหล่านี้หรอก แต่ดิฉันอยากเป็น 'พระเอก' แบบพวกเขาทีเดียวแหละ เอาจริงเอาจังถึงขนาดไปหัดยิงปืนอยู่พักใหญ่

.....ในบรรดานวนิยายทั้งหลาย 'เพชรพระอุมา' พิเศษกว่าเรื่องอื่น เพราะนอกจากจะมีพระเอกพระรองเป็นลูกผู้ชายยอดนักสู้แล้ว ยังมีนางเอกคือ ม.ร.ว. ดาริน วราฤทธิ์ เป็นหญิงเก่งและแกร่ง ยิงปืนแม่นยังกะจับวาง มีนิสัยบู๊ลุยๆ แบบผู้ชาย แต่สวยและโรแมนติกอีกด้วย คุณหญิงดารินจึงเป็น 'ตัวแบบ' ของผู้หญิงนักบู๊ในดวงใจอีกคน ดังนั้นเวลาเล่นเกม 'ตำรวจผู้ร้าย' หรือ 'บุกป่ามหาภัย' กับน้องชายและเพื่อนผู้ชายข้างบ้าน ดิฉันจึงคิดว่าตัวเองเป็น ชีพ ชูชัย หรือรพินทร์ ไพรวัลย์ หรือคุณหญิงดารินเสียทุกทีไป แม้กระทั่งเมื่อได้ไปปีนเขาเดินป่าจริงๆ ตอนออกค่ายอาสาพัฒนาชาวเขาสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ดิฉันก็ยังมีภาพของ เสือ กลิ่นสัก รพินทร์ ไพรวัลย์ แงซาย และคุณหญิงดาริน ตามไปให้กำลังใจตลอดเวลา ถึงแม้ว่าป่าที่ดิฉันได้ไปเดินจริงๆ จะไม่ใช่ป่าใหญ่อุดมสมบูรณ์และลี้ลับอย่างในเพชรพระอุมาก็ตาม แต่จินตนาการที่ได้มาจากการอ่านหนังสือ ก็ทำให้การเดินป่าของดิฉันสมัยนั้นสนุกตื่นเต้นยิ่งนัก
.....คงไม่ผิดความจริงนักที่จะกล่าวว่า เพชรพระอุมา เป็นมหากาพย์ร้อยแก้ว เพราะเป็นนวนิยายไทยที่ยาวที่สุด และใช้เวลาในการแต่งยาวนานที่สุดเช่นกัน คือ ๒๕ ปี ๗ เดือน ทั้งๆที่ระยะเวลาในตัวเรื่องยาวนานประมาณ ๒ ปีเท่านั้นเอง จึงน่ายกย่องผู้เขียนที่มีวิริยะในการสร้างสรรค์และมีจินตนาการต่อเนื่องไม่รู้จบ ในขณะเดียวกัน ผู้อ่านก็มีความอุตสาหะติดตามอ่านกันด้วยความนิยมผูกพันอย่างแน่นแฟ้น สิ่งที่ผูกใจผู้เขียนและผูกใจผู้อ่านไว้กับนวนิยายเรื่องนี้อย่างลึกซึ้งยาวนานถึง ๒๕ ปีเศษ ซึ่งถ้าเทียบกับอายุของคน ก็เป็นหนุ่มสาววัยฉกรรจ์เต็มที่ คือความสนุกสนานชนิดอ่านแล้ววางไม่ลงนั่นเอง
.....ดิฉันเองไม่ได้ติดตามอ่านเพชรพระอุมาภาคสอง 'จอมพราน' ช่วงที่ลงเป็นตอนๆในเดลินิวส์ และเพชรพระอุมาภาคสาม 'มงกุฏไพร' ที่ลงเป็นตอนๆในจักรวาลปืน แต่มาอ่านเมื่อรวมพิมพ์เป็นเล่มแล้วภายหลัง อ่านแล้วก็ติดหนึบเหมือนผู้อ่านจำนวนมากเช่นกัน

.....'เพชรพระอุมา' จบสมบูรณ์มานานกว่า ๑๐ ปีแล้ว แต่ยังเป็นนวนิยายที่ได้รับการกล่าวขวัญถึงอย่างชื่นชมตลอดมา มีแฟนติดตามอ่านกันอย่างเหนียวแน่นทั้งหญิงและชาย ผู้อ่านมีความผูกพันคลั่งไคล้ต่อรพินทร์ ไพรวัลย์ คุณหญิงดาริน แงซาย เมยานี ไชยยันต์ มาเรีย เชษฐา หนานอิน บุญคำ จัน เกิด เส่ย คะหยิ่น ตลอดจนตัวละครอื่นๆในเรื่องอย่างจริงจัง นำมาเล่าขานสู่กันราวกับตัวละครเหล่านี้มีชีวิตจริง
.....สิ่งนี้นับเป็นความสำเร็จของ 'พนมเทียน' ผู้เขียนโดยแท้

.....ความสำเร็จแบบยั่งยืนของเรื่องเพชรพระอุมา เกิดจากปัจจัยหลายประการ ซึ่งดิฉันจะลองวิเคราะห์ดู ดังนี้
.....ประการแรก ความสนุกตื่นเต้นของการผจญภัยในป่าดงดิบ ซึ่งเต็มไปด้วยเรื่องราวมหัศจรรย์พันลึก อาถรรพ์ลี้ลับ ทั้งน่าสะพรึงกลัว น่าตื่นเต้น และตื่นตาตื่นใจ อันเป็นประสบการณ์ตรงของผู้เขียนและคำบอกเล่าจาก 'นิทานรอบกองไฟ' ของพรานป่าทั้งหลาย นอกจากนี้ ผู้อ่านยังตื่นเต้นระทึกขวัญเมื่อร่วมผจญภัยกับตัวละครเข้าไปในดินแดนลี้ลับมหัศจรรย์ ที่ผู้เขียนสร้างจากจินตนาการล้ำลึก ให้เป็นดินแดนที่อยู่ในมิติเวลาที่ซ้อนเหลื่อมกับมิติของเวลาปัจจุบันอย่างป่าโลกล้านปี นิทรานคร และมรกตนคร แม้ผู้เขียนจะบอกว่าเป็น 'เรื่องโกหก' แต่ชมได้เต็มปากว่า 'พนมเทียน' โกหกเก่งชะมัด เพราะคนอ่านเคลิ้มคล้อยไปตามจินตนาการมหัศจรรย์และมนต์เสน่ห์ของตัวหนังสือ จนไม่คิดจะจับโกหกคนเขียน แถมยังถลำใจเชื่อผู้เขียนไปแล้วเหมือนอย่างเพลงที่บอกว่า 'รู้เขาหลอก แต่เต็มใจให้หลอก'

.....ประการที่สอง จะว่าคนอ่านหลงมนต์มายาของ 'พนมเทียน' จนมีอารมณ์ฟุ้งฝันคล้อยตามจินตนาการของผู้เขียนโดยไม่สนใจข้อเท็จจริงเสียทีเดียวก็ไม่ถูกนัก เพราะอันที่จริง 'พนมเทียน' พิถีพิถันกับความ 'เป็นไปได้' ของเรื่องราวต่างๆเสียจนแทบไม่เกิดช่องโหว่ให้คนอ่านตั้งข้อสงสัย
.....นอกจากนี้ หากเป็นเรื่องที่ซับซ้อนจนอาจจะงงงวย ผู้เขียนจะให้ตัวละครมีบทสนทนาเพื่อคลี่คลายปัญหา หรืออธิบายขยายความให้คนอ่านรับรู้อย่างกระจะกระจ่าง อย่างเรื่องการค้นหาเนินพระจันทร์ อันจะทำให้พบทางเข้ามรกตนครได้ ผู้เขียนก็ให้รพินทร์และแงซายใช้คารมโต้กันเพื่อเปิดเผยความเร้นลับของเนินพระจันทร์ และเผยความฉลาดเท่าทันกันของตัวละครทั้งสองด้วย
.....อาจจะมีบ้างบางตอนที่ผู้เขียนพลาดไป (ก็เขียนเรื่องขนาดใหญ่และยืดยาวแบบนี้ก็ต้องมีพลาดกันบ้างเป็นธรรมดา) คนอ่านที่พิถีพิถันอ่านทุกถ้อยคำก็จะเป็นผู้ช่วยแก้ไขข้อผิดพลาดนั้นดังที่ 'พนมเทียน' เคยให้สัมภาษณ์ว่ามีผู้อ่านเขียนจดหมายมาติติงเรื่องความเป็นไปไม่ได้ของลักษณะการติดตั้งธนูยักษ์ติดหัวระเบิดไนโตร เพื่อทำลายประตูเมืองมรกตนครตามที่ผู้เขียนบรรยายไว้ ทำให้ 'พนมเทียน' สามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ทันท่วงทีในสัปดาห์ต่อไป
.....ดังนั้น แม้ว่าเพชรพระอุมาจะเป็นนวนิยายแนวแฟนตาซี แต่ความเป็นไปได้ของเหตุการณ์ต่างๆตามเงื่อนไขที่ผู้เขียนกำหนดไว้ ทำให้ผู้อ่านคล้อยตามด้วยความเชื่อในเรื่องราวที่สมจริง

.....ประการที่สาม ตัวละครมีบุคลิกลักษณะเด่นเฉพาะตัว ไม่ว่าเป็นคนหรือสัตว์ หรือตัวละครประเภทอมนุษย์ที่ผู้เขียนจินตนาการขึ้น แม้จะใช้เวลาเขียนยาวนาน แต่ 'พนมเทียน' รักษาบุคลิกอุปนิสัยใจคอของตัวละครสำหรับตัวละครหลักไว้ได้คงที่ตลอดทั้งเล่ม รพินทร์เป็นคนพูดน้อย หยิ่งในศักดิ์ศรี มีวินัย ยึดหลักการและเหตุผลตั้งแต่บทแรกอย่างไร ก็เป็นเช่นนั้นจนบทสุดท้าย เช่นเดียวกับแงซาย ฉลาด เจ้าเล่ห์ ขี้เล่น เจ้าคารม ซื่อสัตย์ จริงใจ และม.ร.ว.ดาริน วราฤทธิ์ เย่อหยิ่ง ขี้โมโห มุทะลุ น่ารัก มีน้ำใจ แต่เป็นขมิ้นกับปูนกับรพินทร์ตลอดทั้งเรื่องแม้กระทั่งแต่งงานกันแล้ว ตัวละครอื่นๆก็มีบุคลิกคงที่เช่นกัน ดังนั้น แม้กาลเวลาจะผ่านไปยาวนานถึง ๒๕ ปี ผู้อ่านก็ยังรู้สึกว่าตนรู้จักสนิทสนมกับตัวละครเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

.....ประการที่สี่ เสน่ห์ของเพชรพระอุมาอยู่ที่บทบาทและบทสนทนาของรพินทร์ แงซาย และดาริน ที่เชือดเฉือนกันอย่างถึงพริกถึงขิง เจอหน้ากันเมื่อไรก็ปะทะคารมกันร่ำไป แต่ไม่ใช่ว่าตัวละครทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างเอาเป็นเอาตาย หากเป็นการแสดงโวหารไหวพริบชาญฉลาดของคนที่รู้ทันกัน คำพูดของตัวละครจึงคมคายมีเหตุมีผล ยั่วเย้าหยอกล้ออย่างมีอารมณ์ขันและสะกิดสะเกาให้แสบๆคันๆ คนอ่านจึงสนุกบันเทิงไปกับคารมของตัวละครจนไม่ทันสังเกตว่าอ่านจบเล่มไปแล้วโดยเหตุการณ์ยังไม่ได้ดำเนินต่อจากจุดเดิมไปไหนเลย และชั้นเชิงเดียวกันนี้แหละที่ทำให้ผู้อ่านติดตามเรื่องเพชรพระอุมานานถึง ๒๕ ปีเศษ อย่างลืมเวลา
.....นักอ่านหน้าใหม่ที่เพิ่งเริ่มอ่านเป็นครั้งแรก หรือนักอ่านหน้าเก่าที่หวนมาอ่านซ้ำ ก็จะถูกครอบงำด้วยมนต์เสน่ห์แห่งตัวอักษรนี้เหมือนๆกัน ไม่เชื่อก็ลองดู

.....ประการที่ห้า การสร้าง 'พระเอก' ถึง ๒ ตัว คือ รพินทร์ และแงซาย นับเป็นกลยุทธ์ที่เร้าใจผู้อ่านอย่างมาก เพราะทำให้เกิด 'กองเชียร์' พระเอกหนุ่มสองคนจำนวนไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันเท่าไร (ในยุคดอทคอมเช่นปัจจุบัน อาจมี 'รพินทร์แฟนคลับ' เป็นคู่แข่งกับ 'แงซายแฟนคลับ' ก็ได้)
.....รพินทร์เคร่งขรึมมีความเป็นผู้ใหญ่ เป็ผู้นำที่ผู้คนเชื่อมั่นศรัทธา วางใจฝากชีวิตไว้ในความดูแล ส่วนแงซาย มีลักษณะแบบชายในฝันของสาวๆ Tall, Dark and Handsome หล่อล่ำบึกบึนสมเป็นเจ้าชาย แถมเจ้าคารมโวหาร มีอารมณ์ขัน สบายใจเมื่อเข้าใกล้
.....พระเอกทั้งสองคนมีการศึกษาสูงพอๆกัน มีประสบการณ์ในฐานะนักรบเหมือนกัน เป็นพรานป่าชั้นยอดเหมือนกัน แงซายเคยช่วยชีวิตรพินทร์ รพินทร์ก็ช่วยแงซายชิงราชบังลังก์คืน ในการเดินป่า ทั้งสองคนต่างพึ่งพาเกื้อกูลกันตลอดเวลา ฯลฯ
.....เมื่อเฉือนกันแทบไม่ลงอย่างนี้ คนอ่านก็ 'ลุ้น' กันแทบขาดใจ แต่ในที่สุดก็ต้องยอมรับว่า ถ้าขาดแงซาย รพินทร์ก็ไม่โดดเด่น ถ้าไม่มีรพินทร์ แงซายก็ไม่จับใจ เปรียบเหมือนแขนซ้ายและแขนขวาต้องมีครบถ้วนจึงสมบูรณ์ หรือเปรียบเหมือนเรือนทองรองรับเพชรงาม เนื้อทองและน้ำเพชรจึงช่วยกันส่งให้แหวนเพชรเปล่งประกายวาววามงามจับตา
.....ส่วนข้อสงสัยว่า 'พนมเทียน' ใส่ตัวตนลงไปในตัวละครไหนมากกว่ากัน ก็ตอบได้ว่าความเป็นจอมพรานในตัวรพินทร์ และความเป็นนักอักษรศาสตร์ในตัวแงซาย ล้วนเป็นคุณลักษณะของ 'พนมเทียน' ทั้งนั้น

.....ประการที่หก ดังที่ได้กล่าวแล้วว่า เพชรพระอุมา เป็นมหากาพย์ร้อยแก้วที่มีขนาดยาว เป็นชุดหนังสือขนาดพ็อกเก็ตบุ๊ค รวม ๔๘ เล่ม แต่ละเล่มหนาเกือบ ๔๐๐ หน้า 'พนมเทียน' ใช้เวลาเขียนนานเกือบ ๒๖ ปี เมื่อรวมพิมพ์เป็นเล่ม เรื่องราวจะแบ่งเป็นตอนๆ ตอนหนึ่งมี ๔-๕ เล่ม ด้วยขนาดที่ยาวมากเช่นนี้ อาจจะทำให้เนื้อเรื่องขาดเอกภาพได้ เพราะเนื้อหาแบ่งเป็นตอน และจบในตอนอยู่แล้ว แต่จะเห็นได้ว่า 'พนมเทียน' ไม่ได้ทอดทิ้งตัวละคร หรือทิ้งเรื่องให้จบไปเป็นตอนๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกันอีกเลย ผู้เขียนจะให้ตัวละครเท้าความถึงเหตุการณ์ที่ผ่านไปแล้วอยู่เสมอ และบางส่วนก็นำมาเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ใหม่เรื่องราวยืดยาวหลายหมื่นหน้ากระดาษ จึงเชื่อมโยงเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ทำให้เกิดความต่อเนื่องในการอ่าน ดังนั้น ถ้าหากผู้อ่านเลือกอ่านเป็นตอนๆ ก็จะรู้สึกว่าถูกกระตุ้นให้ตามกลับไปอ่านเรื่องราวตอนที่ยังไม่ได้อ่าน
.....ดิฉันจึงเชื่อว่านี่คือสาเหตุที่ทำให้เพชรพระอุมาประสบความสำเร็จในฐานะวรรณกรรมชุดใหญ่ ที่ต้องอ่านให้ครบชุด มิใช่เรื่องจบในตอนที่อ่านเพียงตอนใดตอนหนึ่งก็ได้

.....ประการที่เจ็ด เพชรพระอุมาประมวลความเป็น 'พนมเทียน' ไว้ทั้งหมด 'เพชรพระอุมา' เป็นนวนิยายแนวผจญภัยในป่าดงพงพีที่โดดเด่นที่สุดของไทย ถ้าไม่นับเรื่องล่องไพร ของน้อย อินทนนท์ หรือมาลัย ชูพินิจ ที่เขียนขึ้นก่อน เพชรพระอุมามีเรื่องปืน ระเบิด อาวุธนานาชนิด เรื่องเดินป่า อาถรรพ์ป่า เรื่องพืช สัตว์ ภูมิประเทศ ฯลฯ อันเป็นประสบการณ์ตรง และความชำนิชำนาญส่วนตัวของ 'พนมเทียน' ที่หาใครเสมอเหมือนได้ยาก

.....นอกจากนี้แล้ว เพชรพระอุมา มีเรื่องย่อยในแนวจินตนิยายในตอนอาถรรพ์นิทรานคร แงซายจอมจักรา จิตรางคนางค์ นาคเทวี และต่อเนื่องมาถึงเรื่องมรกตนคร ใน เพชรพระอุมา ภาคสองด้วย เรื่องแนวจินตนิยายเช่นนี้ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความรู้เกี่ยวกับภารตวิทยามาผสมกับจินตนาการ แบบเรื่อง 'จุฬาตรีคูณ' และ 'ศิวาราตรี' ซึ่ง 'พนมเทียน' ประสบความสำเร็จสูงสุดอย่างไม่มีใครเทียบ
.....ใน เพชรพระอุมา ภาคสอง รพินทร์มีปฏิบัติการเดินป่าอีกครั้ง เพื่อนำคณะสำรวจชาวอเมริกันไปสืบหาเครื่องบินบรรทุกระเบิดนิวเคลียร์ ที่ตกหายสาบสูญในป่าลึก เครื่องบินลำนั้นตกในอาณาจักรมรกตนครของแงซายหรือจักราช เรื่องแนวนักสืบจารกรรมเช่นนี้ 'พนมเทียน' สร้างชื่อระบือลั่นมาแล้วในผลงานเรื่อง 'เล็บครุฑ' 'ฑูตนรก' ฯลฯ

.....นอกจากนี้ เพชรพระอุมา ยังมีเรื่องข้ามชาติข้ามภพ กระแสจิต กายทิพย์ ฌาณสมาธิ โดยเฉพาะเรื่องที่แงซายพยายามส่งพลังจิตกำหนดให้รพินทร์ และคุณหญิงดารินมาพบกันที่มรกตนคร เพื่อให้ทุกคนบรรลุพันธกิจของตนเองครบถ้วน โดยไม่เป็นอุปสรรคซึ่งกันและกัน เรื่องเหนือโลกนอกเหตุเหนือผลเช่นนี้ อยู่ในความสนใจของ 'พนมเทียน' และได้ถ่ายทอดประสบการณ์นี้ไว้บ้างแล้วในงานเขียนชุด 'รัตติกัลยา' 'รัตติกาลยอดรัก' ดังนั้น สรุปได้ว่า เพชรพระอุมา เป็นนวนิยายที่รวบรวมวัตถุดิบในคลังสมองและจินตนาการของ 'พนมเทียน' ทุกอย่างไว้ทั้งหมด นวนิยายเรื่องนี้จึงสะท้อนความเป็น 'พนมเทียน' ไว้ครบถ้วนทุกประการไม่มีตกหล่น
.....เพชรพระอุมา จึงเป็นที่สุดของที่สุดของ 'พนมเทียน'

.....เท่าที่กล่าวมาทั้งหมด คงเป็นที่ประจักษ์แล้วว่า เพชรพระอุมาของ 'พนมเทียน' มีความยิ่งใหญ่สมควรแก่การยกย่องว่าเป็น 'มหากาพย์ร้อยแก้ว' ซึ่งคงจะมีเพียงเล่มเดียวในประวัติวรรณกรรมสมัยใหม่ของไทย นับตั้งแต่นวนิยายเรื่องนี้อุบัติขึ้นในบรรณโลกเป็นเวลาล่วงแล้วกว่า ๓๐ ปี เพชรพระอุมา พิสูจน์ให้เห็นพลังยิ่งใหญ่ของวรรณกรรมที่สร้างโลกจินตนาการให้แก่ผู้อ่านทุกเพศ ทุกวัย ทุกกาลเวลา ทำให้เชื่อมั่นว่าเพชรพระอุมาจะเป็นอมตะนิยายที่ยืนยงชั่วกาลนาน คู่เคียงไปกับนาม 'พนมเทียน' หรือ ฉัตรชัย วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้ประสบความสำเร็จสูงสุดในอาชีพนักเขียน โดยได้รับการยกย่องเป็น 'ศิลปินแห่งชาติ' สาขาวรรณศิลป์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๐
.....เพชรพระอุมา เป็นหนึ่งในผลงาน ๓๘ เรื่องของ 'พนมเทียน' และเป็นเพชรยอดมงกุฏน้ำงามล้ำค่าที่เปล่งประกายเจิดจรัสในวงวรร


รศ.ดร. รื่นฤทัย สัจจพันธุ์
อาจารย์ภาควิชาภาษาไทยและภาษาตะวันออก
คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง


คำนิยมนี้ยาวสุดใน 47 เล่มครับ คือ แงซายจอมจักรา 4 ไม่มีคำนิยม ถ้ามีอาจจะยาวกว่านี้ก็ได้ครับ หึหึ

จาก : 'วัยฉะกัน - 01/02/2003 08:42

# 23
เอื๊อก!!!!! โอ๊ย!!! ยาวววววววววววว มากกกกกกกกกกกก....กกกกก

ขอจอง คำนิยมของ ก้อง นูโว นะคะ แบบว่า..หนูจิ้มม่ะเก่งอ่ะ..

จาก : ศิรินภา - 02/02/2003 11:20

# 24
ขอแสดงความนับถือคุณวัยฉะกันสุดๆพิมพ์เก่งมากค่ะถ้าเป็นหนูขนาดนี้คาดว่าจะใช้เวลาพิมพ์3วัน....ไม่เสร็จ
ปลื้มมากที่ได้อ่าน มีความสุขที่ได้เห็นคนชอบเรื่องนี้มากๆค่ะ ขอบคุณจริงๆ

จาก : ดาริน - 04/02/2003 21:14

# 25
ชอบเรื่องนี้มากที่สุดเลย อยากจะอ่านให้จบ ตอนนี้อ่านถึงแค่เล่ม3เอง

จาก : มืด...รั้น - 16/03/2004 13:08

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server