หัวข้อ : คำนิยม ตอน จอมผีดิบมันตรัย และอาถรรพ์นิทรานคร
#
สำหรับตอน ไพรมหากาฬ และดงมรณะ อยู่ที่กระทู้ http://board.dserver.org/j/joinwriter/00000573.html นะครับ

และคำนิยมในตอนอาถรรพ์นิทรานครนี้ ได้รับความอนุเคราะห์พิมพ์โดยท่านหัวหน้าชั้นของเรานะครับ ขอบคุณนะคร้าบบบบบบบบบบ


จาก : 'วัยฉะกัน - 04/02/2003 18:52

# 1
จอมผีดิบมันตรัย 1
คำนิยมโดย นายองอาจ โรจนสุพจน์
ผู้พิพากษาศาลฎีกา

คำนิยม

[center]นายองอาจ โรจนสุพจน์[center]

.....การอ่านไม่ว่าจะเป็นหนังสือประเภทใด ย่อมเป็นการแสวงหาความรู้ ความบันเทิง และความสุข สำหรับการอ่านนวนิยาย เป็นการแสวงหาความบันเทิง ความสุข ในราคาถูก เมื่อเทียบกับความบันเทิงชนิดอื่น ความบันเทิงจะถูกถ่ายทอดออกมาจากจินตนาการของผู้ประพันธ์ในรูปของตัวอักษร ซึ่งแล้วแต่ความสามารถของผู้ประพันธ์แต่ละท่าน จะสามารถชักพาให้ผู้อ่านได้รับความเพลิดเพลินไปได้มากน้อยเพียงใด

.....เพชรพระอุมา เป็นนวนิยายที่ถือได้ว่าเป็นสุดยอดของนวนิยาย เป็นวรรณกรรมชิ้นเอกชิ้นหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป แม้นวนิยายเรื่องนี้จะมีความยาว แต่ก็มิได้ทำให้น่าเบื่อ เนื้อเรื่อง ถ้อยคำ การบรรยายเหตุการณ์ที่ทำให้เนื้อเรื่องดำเนินไป บทสนทนาอันน่ารัก เฉลียวฉลาดลึกซึ้ง ความละเมียดละไมของความรัก ไม่ว่าระหว่างชายกับหญิง ความรักระหว่างเพื่อน ระหว่างนายกับลูกน้อง ที่ผู้ประพันธ์ได้บรรยายเป็นตัวอักษรด้วยความกินใจ บางครั้งหวานซึ้ง
บางครั้งมีการเชือดเฉือนปะทะคารม แหย่เย้า เหน็บแนม ซึ่งล้วนแต่เป็นความน่ารัก ชวนให้ผู้อ่านติดตาม และคล้อยตามไป ครั้งใดที่หยิบนวนิยายเรื่องนี้ขึ้นมาอ่านแล้ว ก็แทบจะวางไม่ลง จนกว่าจะได้อ่านจบ แสดงให้เห็นถึงความสามารถ ความเป็นอัจฉริยะของผู้ประพันธ์ ที่สามารถร้อยเรียงตัวอักษรออกมาเป็นความบันเทิง ความสุขให้แก่ผู้อ่านได้อย่างแท้จริง

.....เพชรพระอุมา นอกจากจะเป็นนวนิยายให้ความบันเทิง ความตื่นเต้นเร้าใจ การผจญภัย ความละเมียดละไมของความรัก ตามจินตนาการอันยิ่งใหญ่ของผู้ประพันธ์แล้ว นวนิยายเรื่องนี้ยังได้สอดแทรกความรู้ในเชิงวิชาการอีกหลายแขนงลงไปในบทประพันธ์นี้ได้อย่างกลมกลืนและน่าทึ่ง ทำให้ผู้อ่านนอกจากจะสนุกสนานตื่นเต้นไปตามจินตนาการของผู้ประพันธ์แล้ว ยังได้รับความรู้ในแขนงต่างๆ เพิ่มเติมไปด้วย อาทิเช่น ธรรมชาติของสัตว์ป่านานาชนิด การเดินป่า การดำรงชีพในป่า อาถรรพ์และความลี้ลับของป่าที่เป็นตำนานเล่าขานมาแต่โบราณ ก็มีโอกาสถ่ายทอดสู่อนุชนรุ่นหลัง โดยบทประพันธ์นี้ นอกจากนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้เกี่ยวกับอาวุธปืนชนิดต่างๆ มาใส่ไว้ในเรื่อง เหมือนหนึ่งจะเป็น 'ตำราอาวุธปืน' ที่ซ่อนอยู่ในนวนิยายเรื่องนี้

.....รายละเอียดต่างๆ เหล่านี้ สามารถที่จะใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงหรือใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ หากท่านผู้อ่านเป็นคนช่างสังเกตจดจำและสนใจ ก็จะได้รับความรู้ในเชิงวิชาการอีกหลายแขนง นอกจากความบันเทิงแล้ว

.....เพชรพระอุมา ได้ถูกจัดพิมพ์ขึ้นทั้งในหนังสือรายสัปดาห์ และจัดพิมพ์เป็นเล่มมาหลายครั้งหลายคราว และทุกครั้งก็ได้รับการต้อนรับจากท่านผู้อ่านเป็นอย่างดี ผมยินดี และดีใจมากที่สำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม ได้จัดพิมพ์ 'เพชรพระอุมา' ขึ้นใหม่ในโอกาสครบรอบ ๗๐ ปี ของ 'พนมเทียน' ผู้ประพันธ์ และครบรอบ ๓๗ ปีของหนังสือนี้

.....ผมเชื่อว่า เพชรพระอุมา จะได้รับการต้อนรับจากท่านผู้อ่านไปอีกนานแสนนาน ไม่ว่าจะพิมพ์เป็นครั้งที่เท่าใดก็ตาม


(นายองอาจ โรจนสุพจน์)
ผู้พิพากษาศาลฎีกา
๑ ตุลาคม ๒๕๔๔



จาก : 'วัยฉะกัน - 04/02/2003 18:57

# 2
ท่านวัย ฯ จิ้มเองป่ะค่ะ??? โอโห้!!! สุดยอดอ่ะ...ถ้านู๋จิ้มเองนิ้วกุดแน่เลย....ยาวววว มากกกก

เอ........หรือว่า...ท่านวัยฯ..บังคับลูกศิษย์ท่านจิ้มให้หว่า..ต้องปายแอบถามน้อง Eart้h ...


จาก : ศิรินภา - 05/02/2003 01:32

# 3
จิ้มเองค่ะ แบบอยู่ในช่วงเทศกาลตรุษจีน การค้าดี เลยคืนกำไรให้ประชาชนน่ะ

ว่าแต่ earth นี่ใครหรือครับ หึหึ

จาก : 'วัยฉะกัน - 05/02/2003 10:26

# 4
จอมผีดิบมันตรัย 2
คำนิยมโดย สุภัทร สวัสดิรักษ์
บรรณาธิการอาวุโส นิตยสาร 'สกุลไทย'

คำนิยม

สุภัทร สวัสดิรักษ์


.....'เพชรพระอุมา' เป็นนวนิยายอมตะอีกเรื่องหนึ่งของวงวรรณกรรมไทย เราเคยมี 'พระลอ' ในยุคอดีต มี 'ขุนช้างขุนแผน 'มี 'ผู้ชนะสิบทิศ' และอีกบางเรื่องซึ่งอยู่ในความทรงจำของผู้อ่านตลอดมา 'เพชรพระอุมา' เป็นประหนึ่ง 'เพชร' ของนวนิยายยุคปัจจุบันที่ผู้อ่านทุกรุ่น ทุกวัย รู้จักและประทับใจมายาวนาน

.....'พนมเทียน' เป็นนักเขียนที่มีอัจฉริยภาพด้านการผูกเค้าโครงเรื่อง กลวิธีการนำเสนอ ตลอดจนการใช้สำนวนภาษา เมื่อผนวกเข้ากับประสบการณ์ของชีวิต และข้อมูลต่างๆ จากการศึกษาค้นคว้าด้วยความอุตสาหะวิริยะ งานสร้างสรรค์วรรณกรรมของ 'พนมเทียน' จึงมีวรรณศิลป์อันทรงคุณค่าด้วยเนื้อหาและจินตนาการ

.....จึงไม่สงสัยเลยที่ 'เพชรพระอุมา' เปล่งประกายเจิดจ้าอยู่ท่ามกลางเรือนแหวนวรรณกรรมไทย และอยู่ในใจของผู้อ่านตลอดมาอย่างไม่เสื่อมคลาย



(สุภัทร สวัสดิรักษ์)
บรรณาธิการอาวุโส นิตยสารสกุลไทย

จาก : 'วัยฉะกัน - 05/02/2003 10:33

# 5
จอมผีดิบมันตรัย 3
คำนิยมโดย นายประภัสสร เสวิกุล
นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

คำนิยม

นายประภัสสร เสวิกุล


.....เมื่อพี่ 'พนมเทียน' เขียน 'เห่าดง' และเมื่อตอนที่ 'จุฬาตรีคูณ' เป็นละครเวที ผมเพิ่งมีอายุได้ขวบหรือสองขวบ และได้เห็นหนังสือ 'เล็บครุฑ' ฉบับที่เป็นพ๊อคเก็ตบุ๊คเล่มบางๆ เมื่ออายุได้ ๗-๘ ขวบ แต่ก็ไม่ได้สนใจนัก จนอีก ๕-๖ ปีต่อมา เมื่อผมไปพักอยู่ที่บ้านของพี่ชาย และได้เห็น 'ศิวาราตรี' กับ 'เล็บครุฑ' ฉบับปกแข็งเก็บรักษาเป็นอย่างดีอยู่ในตู้หนังสือของพี่ชาย ผมลงมืออ่านหนังสือทั้งสองเรื่องด้วยความทะนุถนอม และซาบซึ้งกับเรื่องราวของสามพี่น้องมิลักขะ ที่ผลจากภัยสงครามทำให้ต้องพลัดพรากจากกันไปคนละทาง และมีชีวิตที่แตกต่างกันออกไป ได้ตื่นเต้นสนุกสนานกับไหวพริบและการต่อสู้ของนายตำรวจในคราบทรชนเช่น ชีพ ชูชัย จนจดจำชื่อตอนต่างๆ ของ 'เล็บครุฑ' ไม่ว่าจะเป็น ไพ่ไฟ ทองคำสามสิบล้าน นรกหั่งหลี อเวจีฟงเทียน เพื่อนน้ำมิตร สู่จุดพินาศ อธรรมพ่าย ฯ ได้ขึ้นใจ

.....ผมว่างเว้นการอ่านงานของพี่ 'พนมเทียน' ไประยะหนึ่ง และกลับมาอ่านอีกครั้งเมื่ออายุได้ ๑๖-๑๗ ปี แต่คราวนี้ไม่ใช่จากตู้หนังสือที่เจ้าของหวงแหน แต่เป็นร้านเช่าหนังสือในตรอกหน้าโรงหนังเฉลิมธานี นางเลิ้ง และหนังสือแต่ละเล่มอยู่ในสภาพที่บอบช้ำ เพราะผ่านมือคนเช่ามามากมาย จากเก้าอี้เตี้ยๆ ในตึกแถวเก่าๆ ที่อวลด้วยกลิ่นอับและกลิ่นชื้นของกระดาษ ใต้แสงไฟที่หม่นมัว
.....ผมอ่านหนังสือของพี่ 'พนมเทียน' หลายต่อหลายเรื่องอย่างเอาจริงเอาจัง แทนเวลาและตำราที่ผมควรจะอยู่และอ่านในห้องเรียน
.....นอกจากการอ่านหนังสือของพี่ 'พนมเทียน' แล้ว ผมยังเป็นแฟนหนังไทยที่สร้างจากเรื่องของพี่ 'พนมเทียน' อย่างเหนียวแน่น ไม่ว่าจะเป็น 'ฑูตนรก' 'ละอองดาว' 'สกาวเดือน' ฯ จนจำเพลงโฆษณาหนังอย่าง "ละอองดาวๆๆๆ ของหนุ่มสาวที่คาเธ่ย์"
.....หรือ "สกาวเดือน อูฮูฮูฮู โอ๊ะ สกาวเดือน อูฮูฮูฮู"
.....และ "บอกตรงๆ เห่าดง ดีจริงๆ" มาจนถึงทุกวันนี้
.....และ สิ่งที่น่ามหัศจรรย์ที่สุดคือการที่พี่ 'พนมเทียน' ใช้เวลาถึง ๒๖ ปี จาก พ.ศ. ๒๕๐๗-๒๕๓๓ เขียนนิยายที่มีความยาวเป็นประวัติการณ์คือ 'เพชรพระอุมา' โดยมีผู้อ่านเป็นจำนวนมากติดตามอ่านอย่างไม่ลดละ ซึ่งนับเป็นความสามารถอย่างสูงในเชิงการประพันธ์ อย่างยากที่จะหาใครเทียมได้ ไม่ว่าจะในอดีตหรืออนาคต

.....ผมมีโอกาสได้พบกับพี่ 'พนมเทียน' เป็นครั้งแรกเมื่อ ๑๘-๑๙ ปีก่อน เนื่องจากในตอนนั้น ทางบริษัท ไอซีซี.คัฟเวอร์มาร์ค จะจัดงานการกุศล 'Candle Night' และต้องการให้มีการแสดงบนเวที ซึ่งผมได้นำเรื่องราวของวรรณกรรมไทย ๔-๕ เรื่อง มาเรียบเรียงเป็นบทละครสั้นๆ ประกอบโมเดิร์นดานซ์ในชุด 'โลกคือละคร' และ 'จุฬาตรีคูณ' เป็นหนึ่งในจำนวนนั้น ซึ่งเมื่อผมไปพบกับพี่ 'พนมเทียน' ที่บ้านเพื่อเรียนขออนุญาต ก็ได้รับความเมตตาเป็นอย่างดี
.....จากผลงานอันยิ่งใหญ่และยืนยง ทำให้พี่ 'พนมเทียน' เป็นเสมือนตำนานที่มีตัวตน เป็นพญาราชสีห์ที่โดดเด่นเป็นสง่า ในวนาวรรณกรรมไทย แต่ตัวจริงของพี่ 'พนมเทียน' กลับเต็มไปด้วยความสุภาพ อ่อนโยน เปี่ยมไปด้วยความเมตตากรุณา ทำให้ผู้ที่พบพานบังเกิดความอบอุ่น และเป็นสุขใจ

.....ในวาระที่พี่ 'พนมเทียน' เจริญอายุครบ ๗๐ ปี ในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๔๔ นี้ ผมในฐานะแฟนหนังสือของพี่มาตั้งแต่เล็กแต่น้อย และในฐานะนักเขียนรุ่นน้อง ที่ได้รับความเมตตาจากพี่มาโดยตลอด คงจะไม่มีของขวัญใดที่มีค่าพอเพียงที่จะมากราบพี่ได้ นอกจากจะขอกล่าวด้วยความมั่นใจว่า สิ่งดีๆ ที่พี่ได้ให้แก่ผู้อ่านมาเนิ่นนานกว่า ๕ ทศวรรษ ทั้งความรื่นรมย์ แง่คิด และความเชื่อมั่นในมนุษยธรรม สันติภาพ และภราดรภาพ จะเป็นพลังอันบริสุทธิ์ที่ดลบันดาลให้พี่ประสบแต่ความสุขกายสบายใจ และอยู่เป็นศรีสง่าแก่วงการนักเขียนไทยไปตราบนานแสนนาน



(นายประภัสสร เสวิกุล)
นายกสมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย


จาก : 'วัยฉะกัน - 05/02/2003 10:36

# 6
จอมผีดิบมันตรัย 4
คำนิยมโดย ดร. ธีระชัย เชมนะสิริ
ผู้อำนวยการ สถาบันการบริหารการพัฒนาองค์การ

คำนิยม

ดร. ธีระชัย เชมนะสิริ


วรรณกรรมอมตะของโลก

.....ผมเป็นแฟนวรรณกรรมของคุณพนมเทียนมาตั้งแต่เป็นเด็กอยู่เชียงใหม่ และได้อ่านมาแล้วหลายเรื่อง ผมโชคดีเพราะคุณพ่อเป็นอดีตนายตำรวจระดับผู้บังคับกอง ก็เลยมองเห็นบุคลิกของสารวัตรกริช กำจร ในเรื่อง 'เล็บครุฑ' หรืออดีตผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนอย่างรพินทร์ ไพรวัลย์ ได้ชัดเจน และสามารถติดตามเนื้อเรื่องได้ง่ายกว่าคนอื่นในวัยเดียวกัน

.....คุณพ่อจะสั่งซื้อเล็บครุฑทางไปรษณีย์ ซึ่งจะจัดส่งมาให้ทุกเดือนเมื่อพิมพ์เสร็จ และพวกเราก็จะรอคอยบุรุษไปรษณีย์อย่างกระหายที่จะได้ติดตาม 'เล็บครุฑ' ในตอนต่อไป ต่อมาผมมาเรียนระดับมหาวิทยาลัยในกรุงเทพฯ ก็ได้อ่าน 'เพชรพระอุมา' และก็ยิ่งประทับใจในคุณค่าของผู้ประพันธ์มากยิ่งขึ้นเป็นทวีคุณ

.....เพชรพระอุมา เป็นสุดยอดวรรณกรรม เป็นแหล่งรวมของสรรพความรู้เรื่องป่าเขาลำเนาไพร อ่านแล้วจะเรียนรู้เรื่องวนศาสตร์ พฤกษศาสตร์ ชีววิทยา สังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ศิลปวัฒนธรรม อารยธรรม ภาษาศาสตร์ วิทยาศาสตร์ รัฐศาสตร์การปกครองและการบริหาร ไสยศาสตร์คัมภีร์เวท ตลอดจนศาสตร์ที่เรียนไม่รู้จบ คือความรักระหว่างบุรุษและสตรี ทั้งหลายทั้งปวงที่ได้สอดประสานกันอย่างประณีตบรรจง เฉกเดียวกับประติมากรรมชั้นเยี่ยมของโลก ที่มนุษย์ปุถุชนคนหนึ่งจะพึงทำได้

.....ลูกผู้ชายส่วนมากสนใจเรื่องชีวิตป่าเขาลำเนาไพร การผจญภัยในป่าที่มีสัตว์ป่าเป็นทั้งผู้ล่าและผู้ถูกล่า การนอนกลางดินกินกลางทราย สุขบ้างทุกข์บ้างตามประสา จิตวิญญาณของป่าและเลือดเนื้อของตัวละครทุกคนที่โลดแล่นอยู่ในทุกตัวอักษรของ 'เพชรพระอุมา' ด้วยศิลปะการเขียนของศิลปินแห่งชาติที่จะพาคนอ่านเป็นส่วนร่วมของเหตุการณ์นั้นๆด้วย คุณพนมเทียนจะทำให้คนอ่านเพลิดเพลินไปกับวรรณกรรมชิ้นเอกนี้ด้วยอย่างไม่น่าเชื่อ

.....ตามปกติ คนเราจะเรียนรู้มากขึ้นตามวัย และพฤติกรรมมนุษย์ก็จะปรับเปลี่ยนไปตามการเรียนรู้ด้วย ผู้ใหญ่ก็จะอ่านหนังสือแบบใช้เหตุใช้ผลมากกว่าตอนเป็นเด็ก นวนิยายหลายเรื่องที่เคยหลงใหลเมื่อตอนเป็นเด็ก แต่เมื่อกลับมาอ่านอีกครั้งตอนที่เป็นผู้ใหญ่แล้ว ก็อาจเป็นเรื่องไร้เหตุผลและรับไม่ได้
.....แต่หนังสือเพชรพระอุมาเป็นข้อยกเว้น อย่างน้อยก็กับผมคนหนึ่งละ เพราะเมื่อผมมีโอกาสได้อ่านอีกครั้งก็ยิ่งหลงใหลและวางไม่ลง จนอดใจไม่ได้ที่จะต้องซื้อเก็บไว้จนครบชุดอย่างสมบูรณ์ 48 เล่ม เมื่อมีการรวมเล่มเป็นอย่างดี และดีใจที่สำนักพิมพ์เข้าใจคนรักหนังสือ จึงจัดให้มีกล่องบรรจุอย่างสวยงาม ผมเก็บไว้ที่บ้านชายทะเล และทุกครั้งที่ไปพักผ่อนยามว่าง ก็จะอ่านแล้วอ่านอีกอย่างไม่เบื่อหน่าย แม้จะหงุดหงิดบ้างเรื่องการพิมพ์ผิดหรือเรียงหน้าผิดพลาด จนบางครั้งถึงกับลงมือช่วยแก้คำผิดให้ด้วยความรักและความปรารถนาดีต่อวรรณกรรมล้ำค่าชิ้นนี้ และได้ชักชวนให้คนรู้จักลองอ่าน 'เพชรพระอุมา' เสมอเมื่อมีโอกาส จนหนังสือแสนรักของผมเริ่มจะเยินเล็กน้อย

.....วันนี้ผมดีใจที่ 'คุณรักษ์ชนก นามทอน' แห่งสำนักพิมพ์ ณ บ้านวรรณกรรม จะจัดพิมพ์ 'เพชรพระอุมา' ใหม่อีกครั้งหนึ่งในปลายปี 2544 เนื่องในโอกาสที่คุณพนมเทียนมีอายุครบเจ็ดสิบปี ด้วยความประณีตบรรจง ขนาดที่เรียกว่าจะตรวจพิสูจน์กันอย่างละเอียดทุกหน้าทุกบรรทัดกันเลยทีเดียว และจะจัดหมวดหมู่เสียใหม่ให้เป็นตอนละสี่เล่มเท่ากัน พร้อมทั้งจะวาดภาพหน้าปกให้เป็นไทยมากขึ้น
.....ผมจะรอคอยความสมบูรณ์ของวรรณกรรมอมตะของโลกชิ้นนี้ด้วยความชื่นชมยินดีเป็นอย่างยิ่ง เสมือนรอคอยการกลับมาของเพื่อนร่วมชีวิตเลยทีเดียว



อาจารย์ ดร. ธีระชัย เชมนะสิริ
ผู้อำนวยการ
สถาบันการบริหารการพัฒนาองค์การ

จาก : 'วัยฉะกัน - 05/02/2003 11:23

# 7
สำหรับอาถรรพ์นิทรานคร 1-4 จิ้มโดยท่านหัวหน้าชั้นสาวของเราครับ

จาก : 'วัยฉะกัน - 05/02/2003 11:25

# 8
อาถรรพณ์นิทรานคร 1
คำนิยมโดย นายทิวา สาระจูฑะ
บรรณาธิการนิตยสาร 'สีสัน'

คำนิยม

ทิวา สาระจูฑะ


.....คนเราน่าจะคล้ายๆ กัน อย่างนี้ ตอนเด็กๆ อ่านหนังสือด้วยความรู้สึกอย่างหนึ่ง พอโตเป็นผู้ใหญ่ก็อ่านด้วยความรู้สึกอีกอย่าง อาจไม่ใช่เพราะลุ่มลึกขึ้น แต่คงเพราะเราฝันน้อยลง

.....ตอนเด็กๆ ผมอ่านนิยายจากนามปากกา 'พนมเทียน' หลายครั้ง เผลอไผลเคลิ้มไปว่าเป็นตัวละครในนิยายเหล่านั้น โดยเฉพาะกับ 'เพชรพระอุมา' ผมเคยพลัดหลงเข้าไปผจญภัยในโลกของรพินทร์ ไพรวัลย์ และแงซาย ท่ามกลางอันตรายที่แฝงฝังอยู่ในป่าเขาลำเนาไพรและเถื่อนถ้ำ

.....เติบโตขึ้น ผมได้อ่าน 'เพชรพระอุมา' อีกครั้ง หลายฉากหลายตอนที่เลือนลางกลับมาเด่นชัด ต่างกันตรงที่ผมไม่ได้มีอารมณ์ผจญภัยไหลระเนนไปตามเรื่องราวเหมือนเดิม แต่สนุกหนักแน่นขึ้นกับการคิดต่อ และหาความหมายระหว่างบรรทัดอื่นๆ นอกเหนือจินตนาการของผู้เขียน
.....สิ่งหนึ่งที่ผมได้พบคือ ความสามารถถึงขั้นพิเศษของพนมเทียน ในการสร้างงานเขียนนิยาย

.....เรื่องราวคือแกนสำคัญอันดับแรกของนิยาย ถ้าเรื่องไม่สนุกเสียแล้ว ให้ประดิษฐ์สำบัดสำนวนและใช้ลูกไม้กลเม็ดทางภาษาขนาดไหน ก็ไม่สามารถพานิยายนั้นไปสู่ความสำเร็จได้ แต่ถ้าเรื่องดี คนเขียนช่ำชอง ไม่เพียงแต่นิยายเรื่องนั้นจะประสบความสำเร็จ ยังอาจขึ้นชั้นคลาสสิคที่นำกลับมาอ่านได้หลายครั้ง

.....พนมเทียน มีคุณสมบัติของยอดนักเขียนนิยายครบถ้วน โดยเฉพาะการเล่นจังหวะจะโคนที่ดึงให้คนอ่านแทบไม่อยากวาง 'เพชรพระอุมา' บางครั้งที่ความตื่นเต้นตึงเครียดต่อเนื่องถูกผ่อนลงมาด้วยความรักของคู่พระนาง หรือการทิ้งท้ายแต่ละบทก็แม่นยำกับการชักชวนคนอ่านให้ติดตาม
.....วิธีของ พนมเทียน น่าจะเป็นแบบเรียนในสถาบันศึกษาด้วยซ้ำ

.....ก่อนหน้าที่ 'เพชรพระอุมา' จะนำกลับมาพิมพ์ใหม่ครั้งหลังสุดนี้ ผมได้เปิดไปพบนิยายเรื่องใหม่ของ พนมเทียน ในนิตยสาร 'ศรีสยาม' มีชื่อเรื่องว่า 'คิมหันต์สวรรค์หาย'
.....ตอนเห็นชื่อเรื่อง ผมนึกในใจว่า เก่าเกินไปสำหรับยุคสมัยปัจจุบัน ตัวเรื่องก็คงจะมีอารมณ์ประมาณกัน แต่พอเริ่มอ่านตอนแรก ผมบอกตัวเองว่าคาดหมายผิดไปคนละทาง พนมเทียน แสดงความจัดเจนอีกครั้งในการเหนี่ยวรั้งคนอ่าน (อย่างน้อยก็ผมคนหนึ่งละ) ให้กระหายจะติดตามตอนต่อๆ ไป แต่น่าเสียดายที่นิตยสารปิดตัวเองไปเสียก่อนเรื่องจะจบ
.....เนื้อเรื่องร่วมสมัย แต่ใช้ชื่อย้อนยุค ทำให้รู้สึกว่า พนมเทียน กำลังพิสูจน์อะไรบางอย่างกับตัวเองและความเปลี่ยนแปลงของเวลา

.....แต่ในความเป็นจริง ไม่มีอะไรเหลือให้พิสูจน์อีกแล้ว สำหรับนามปากกา พนมเทียน 'เพชรพระอุมา' เพียงเรื่องเดียวก็ให้คำตอบได้เกินพอ
.....ผมไม่คิดว่า 'เพชรพระอุมา' เป็นอนุสาวรีย์ยิ่งใหญ่ที่ผู้คนได้ชื่นชมฝีมือสลักเสลาอันวิจิตรบรรจง แต่เป็นศาลาถาวร ที่ให้คนได้หลบแดดหลบฝนและลมแรงมารุ่นแล้วรุ่นเล่า



(นายทิวา สารจูฑะ)
บรรณาธิการนิตยสาร 'สีสัน'


จาก : 'วัยฉะกัน - 05/02/2003 11:27

# 9
อาถรรพณ์นิทรานคร 2
คำนิยมโดย นายยืนยง โอภากุล
นักคิด นักดนตรีเพื่อชีวิต และหัวหน้าวง 'คาราบาว'

คำนิยม

ยืนยง โอภากุล


.....ยังจำแม่นตอนอยู่ ป.6 ป.7 ผมจะรีบกลับบ้าน ตรงหัวถนนซอยบ้านผมมีร้านหนังสือเช่าตั้งอยู่ เจ้าของร้านเป็นคุณยายชาวจีนใจดี ผมจะได้อ่าน 'เพชรพระอุมา' ฟรีโดยไม่ต้องเสียตังค์ เพราะท่านรู้จักกับที่บ้านผมเป็นอย่างดี นั่นเป็นครั้งแรกที่ผมเริ่มรู้จัก 'นวนิยาย' เพชรพระอุมา ยังคงอยู่ในความทรงจำของผมตลอดมา แม้ว่าครั้งหนึ่งจะเคยถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่สำหรับผม รักที่จะมีความสุขกับมันด้วยการอ่านมากกว่า
.....วันนี้ผมโตขึ้นแล้ว มีโอกาสได้รู้จัก 'พี่อิ๊ด พนมเทียน' ได้รู้จักครอบครัวท่านด้วย ทุกครั้งที่ได้สัมผัสมือท่าน ผมสัมผัสได้ถึงความเป็นอัจฉริยะในด้านนวนิยาย
.....พนมเทียน คือปราชญ์ในสายตาของผมมาตั้งแต่เล็กจนโต



แอ๊ด คาราบาว
14 พ.ย. 44


จาก : 'วัยฉะกัน - 05/02/2003 11:28

# 10
อาถรรพณ์นิทรานคร 3
คำนิยมโดย นายนพพล โกมารชุน
นักแสดงและผู้กำกับการแสดง

คำนิยม

นพพล โกมารชุน


.....จะบอกเล่ากับผู้อ่านอย่างไรดีว่า ผมมีสิ่งที่เหนือกว่าความนิยมอยู่ในใจสำหรับ 'พนมเทียน' และผลงานชุด 'เพชรพระอุมา'
คือจะให้บอกว่า เป็นวรรณกรรมล้ำค่า ก็ฟังดูเหมือนยกยอปอปั้นกันซะเกินจริง หรือจะให้ปลาบปลื้มปิติเปี่ยมล้นจะเป็นคนไม่จริงไปนิด เอาเป็นว่า ผมขอเวลาผู้อ่านเล่าเรื่องจริงในอดีตของผมให้ฟังกันดีกว่า อ่านจบแล้วคงจะพอเห็นเป็นรูปร่างได้นะครับว่า 'พนมเทียน' มีความหมายอย่างไรบ้างกับนักอ่านอย่างผม


.....'จ้อนกับแดง' คือนิยายเล่มแรกในชีวิต ที่แม่แนะนำให้อ่าน ยามเมื่อผมอายุใกล้จะสิบขวบเต็มที แล้วจากนั้นก็มีหนังสือที่ทยอยผ่านสายตา เข้ามาในความทรงจำอีกนับไม่ถ้วน ทั้งประเภทถูกบังคับจำยอมอย่าง 'เกิดวังปารุสก์' หรือสมยอมอย่าง 'สี่แผ่นดิน' และ 'นิกกับพิม' เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เนื่องจากแม่เป็นผู้หยิบยื่นให้รู้รักการอ่าน ก็เห็นจะมีนิยายเพียงเรื่องเดียวในยุคนั้นที่กระเสือกกระสน เพียรพยายามไปหาอ่านเอาเอง นั่นก็คือ 'เพชรพระอุมา'

.....จำได้ว่า เริ่มต้นที่ต้องไปเปลี่ยนรถเมล์ที่หน้าร้านผ่านฟ้าพิทยา แล้วฆ่าเวลาด้วยการหาหนังสืออ่าน จากการ์ตูน 'อัศวินดาบดำ' จนมาถึง 'ไพรมหากาฬ' เล่มที่ 1 เจียดเงินที่ได้ติดกระเป๋าวันละเจ็ดบาทมาซื้อ เสียดายอยู่เหมือนกัน แต่ก็ดีกว่ายืนกินฝุ่นอยู่ข้างถนนเฉยๆ ทำอย่างนั้นอยู่จนเวลาเลยล่วงผ่านมา 3 ปี รู้ตัวอีกทีชีวิตก็ขาด 'เพชรพระอุมา' ไม่ได้แล้ว นี่เรื่องจริง อ่านอยู่นั่นแหละ อ่านซ้ำอ่านซาก อ่านจนกว่าตอนใหม่จะพิมพ์ออกวางขาย อ่านจนจะเป็นบ้าตายเพราะต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ มันหงุดหงิดงุ่นง่านบอกไม่ถูก ปัญหาก็คือว่า ใครจะคอยตามซื้อตามส่งไปให้อ่าน สุดท้ายก็ต้องไหว้วานพี่ชาย คอยถามตามแผงหนังสือ ส่วนแม่ก็ต้องเป็นธุระเรื่องจัดส่ง (สม อยากยุให้อ่านหนังสือ)

.....อีกหลายปีผ่านไป รพินทร์ ไพรวัลย์ กับคณะกำลังเดินอยู่บนเทือกเขาพระศิวะในช่วงสุดท้ายของการผจญภัย ส่วนผมน่ะนอนอ่านอยู่ใต้โปงผ้าห่ม อาศัยแสงจากไฟฉายเล็กๆ เพราะโรงเรียนประจำเขาห้ามเปิดไฟหลังสี่ทุ่ม ช่วยไม่ได้ก็ของมันต้องอ่านนี่นา หนังสือรวมเล่มปกแข็งรุ่นแรกเพิ่งจะเดินทางมาถึงเมื่อเย็นนี้เอง ปล่อยวางเฉยไม่ได้หรอก

.....ผ่านเวลาไปจนจบการศึกษา ถึงคราวต้องจัดของกลับบ้าน หนังสือชุด 'เพชรพระอุมา' ถูกบรรจุลงลังอย่างระมัดระวัง ทะนุถนอมเกินเหตุ ไม่ใช่อะไร กลัวขาดเพราะหน้าเริ่มหลุดเนื่องจากอ่านหลายรอบเต็มที แม้แต่สีกระดาษที่เริ่มเหลือง สันปกเริ่มกรอบ เพื่อนฝูงกระแนะกระแหนว่าดูแลราวกับสมบัติล้ำค่า
.....ผมเลยบอกว่า ก็นี่แหละ 'เพชรพระอุมา' ของจริง

.....จนมาถึงวันนี้ สามสิบกว่าปีเข้าแล้ว หลังจากย้ายบ้านย้ายตู้หนังสือหลายรอบเต็มที แต่ 'เพชรพระอุมา' ชุดเดิมนี้ก็ยังคงเป็นศรีของตู้หนังสือตลอดมา แม่กระทั่งบ้านหลังสุดท้ายที่คิดว่าจะอยู่บั้นปลายชีวิตก็เลือกที่จะอยู่ใกล้เขาใกล้ป่า ก็คง 'เพชรพระอุมา' อีกนั่นแหละที่เป็นแรงบันดาลใจ
.....ครั้งหนึ่ง…แม่เคยเสนอว่าให้เอาหนังสือไปหุ้มปกใหม่ จะได้ดูสดใสและไม่เสียหาย ผมรีบบอกด้วยความตกใจ โอ๊ย ไม่ได้ ไม่ได้ ทำอย่างนั้นไม่ได้เด็ดขาด เดี๋ยว 'เพชรพระอุมา' ของผมไม่ขลัง



เคารพคุณ 'พนมเทียน'

(นายนพพล โกมารชุน)


จาก : 'วัยฉะกัน - 05/02/2003 11:28

# 11
อาถรรพณ์นิทรานคร 4
คำนิยมโดย นายธเนศ เนติโพธิ์
ขบวนการคนรัก 'เพชรพระอุมา'

คำนิยม

ธเนศ เนติโพธิ์


.....ถ้าจะถามว่า...เคยอ่าน 'เพชรพระอุมา' กี่ครั้งแล้ว ตอบว่า...เคยอ่านมา 4 วัยแล้ว!! งงมั้ย? คืองี้…วัยเด็ก ตอน 16-17 เริ่มอ่าน 'เพชรพระอุมา' วัยหนุ่มตอน 22-23 ติดตามอ่าน 'เพชรพระอุมา' วัยกลางคนตอน 38-45 นำ 'เพชรพระอุมา' มาอ่านซ้ำ วัยชรา 50 ขึ้น ก็ยังคงอ่าน 'เพชรพระอุมา' มาโดยตลอด

.....แต่ละช่วง แต่ละวัย อ่านโดยความรู้สึกที่ไม่เหมือน ไม่ซ้ำกันเลย วัยเด็กอ่านแล้วอยากแบกปืนเข้าป่าล่าสัตว์ตัดชีวิต ทึกทักว่าตัวเองคือ จอมพรานรพินทร์ ไพรวัลย์ (โชคดีที่ไม่เคยมีโอกาสได้ทำตามความอยาก) วัยหนุ่มอ่านแล้วอ่านเล่าไม่รู้เบื่อ (เริ่มรู้จักอรรถรสความสนุกสนานของนวนิยายมากขึ้นกว่าตอนวัยเด็ก) วัยกลางคนอ่านแล้วรักป่ารักธรรมชาติ เข้าใจในสัจธรรมของชีวิตที่แฝงอยู่ในเรื่องมากยิ่งขึ้น
.....วัยชรา (คือปัจจุบัน) อ่านด้วยความรู้สึกผูกพันประหนึ่ง 'เพชรพระอุมา' คือ เพื่อนรัก เพื่อนสนิท คุ้นเคยกับตัวละครทุกตัวจนเป็นเสมือนเพื่อนรัก เพื่อนสนิท วันไหนไม่ได้เจอะเจอกัน...มันเหงาเหมือนขาด เพื่อนรัก เพื่อนสนิท ในแวดวงชีวิต ข้าพเจ้ามีเพื่อนฝูงสนิทๆ มากมาย แทบนับไม่ถ้วน ในแวดวงหนังสือมีเพื่อนสนิทอยู่แค่ 2 เรื่อง คือ…พล นิกร กิมหงวน ของ ป. อินทรปาลิต กับ…เพชรพระอุมา ของพนมเทียน นี่แหละ อ่านแล้ว อ่านอีก อ่านซ้ำ อ่านซาก ไม่รู้จักเบื่อ และไม่มีวันเบื่อ สั่งเอาไว้ว่า ถ้าตาย ให้เอา 'เพชรพระอุมา' ถวายพระอุทิศส่วนกุศลไปให้ด้วยนะ
.....จริงๆ...ผมสั่งไว้อย่างนั้นจริงๆ

.....ผมรักในฝีมือและเชิงพรานของรพินทร์ ไพรวัลย์ แต่บางครั้งหมั่นไส้ในความยะโส และเจ้าอารมณ์ของอีตารพินทร์คนนี้ รักในเหลี่ยมคู ชั้นเชิงของแงซาย แต่บางครั้งก็อดหมั่นไส้ในความเจ้าเล่ห์ ลดเลี้ยวของหมอไม่ได้ รักในฝีมือและน้ำใจของ ม.ร.ว. ดาริน วราฤทธิ์ แต่ก็ (อีกนั่นแหละ) อดหมั่นไส้ในความเจ้าอารมณ์และจู้จี้จุกจิกของเธอไม่ได้ และก็รักทุกๆ ตัวละครที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ ไม่เว้นแม้แต่อมนุษย์มันตรัย จอมผีดิบ หรือ ไอ้แหว่งมหาราช จอมคชสารแห่งไพรกว้าง

.....เมื่อเป็นเช่นนี้ จะไม่ให้ยึดถือว่า 'เพชรพระอุมา' เป็นเสมือนเพื่อนใกล้ชิดมิตรคู่ใจได้อย่างไร
.....ฉะนั้น เชื่อเถอะ ท่านที่กำลังอ่านข้อความนี้อยู่ ตัดสินใจไม่ผิดหรอกที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ชุดนี้ต่อไป และจะเป็นอีกคนหนึ่งในจำนวนหลายๆ ล้านคนที่อยู่ในขบวนการคนรัก 'เพชรพระอุมา'



(นายธเนศ เนติโพธิ์)
10 ตุลาคม 2544


จาก : 'วัยฉะกัน - 05/02/2003 11:29

# 12
โอ้โฮ .. จะขยันพิมพ์อะไรปานนั้นเนี่ย...อย่าลืมให้นมลูกแล้วกัน

แต่ก็ขอบคุณอย่างสุดซึ้งในความเสียสละที่ส่งคำนิยมมาให้ได้อ่านกัน ดี ๆ ๆ จะได้ไม่ต้องไปซื้ออ่านเอง 5 5 5

จาก : นางรำเพย - 05/02/2003 12:12

# 13
...ขออภัยก๊อบมาทั้งดุ้น......

.....ผมรักในฝีมือและเชิงพรานของรพินทร์ ไพรวัลย์ แต่บางครั้งหมั่นไส้ในความยะโส และเจ้าอารมณ์ของอีตารพินทร์คนนี้ รักในเหลี่ยมคู ชั้นเชิงของแงซาย แต่บางครั้งก็อดหมั่นไส้ในความเจ้าเล่ห์ ลดเลี้ยวของหมอไม่ได้ รักในฝีมือและน้ำใจของ ม.ร.ว. ดาริน วราฤทธิ์ แต่ก็ (อีกนั่นแหละ) อดหมั่นไส้ในความเจ้าอารมณ์และจู้จี้จุกจิกของเธอไม่ได้ และก็รักทุกๆ ตัวละครที่อยู่ในหนังสือเล่มนี้ ไม่เว้นแม้แต่อมนุษย์มันตรัย จอมผีดิบ หรือ ไอ้แหว่งมหาราช จอมคชสารแห่งไพรกว้าง

.....จะบอกอย่างไรดีว่า คำนิยมขอคุณ ธเนศ
มันตรงใจสุดๆๆๆ....ใช่เลยรู้สึกอย่างงี้เลยยยย......


จาก : รักรพินทร์ - 05/02/2003 17:26

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server