หัวข้อ : Sunny Day 7
ข้อความ : "ทำไม..คุณกาย ต้องโกรธด้วยล่ะครับ" นาโอกิถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นร่างสูงขยำและปานามบัตรที่รับจากเขาไปลงกับพื้นในรถ
"รู้ได้ยังไงว่าโกรธ" ร่างสูงย้อนกลับมาถาม
" เห็นแค่นี้ก็รู้แล้วล่ะครับ ใครดูไม่ออกก็บ้าแล้ว"นาโอกิประชด คนถามดีๆ ยังมารวนใส่เขาอีก ร่างสูงเลิกคิ้ว เพิ่งมีนาโอกินี่แหละที่เดาอารมณ์ของเขาออก ขนาดเลขาที่อยู่กับเขามานานและทำหน้าที่ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่องอย่างริวอิจิ ยังไม่สามารถที่จะเดาอารมณ์ของเขาออกได้เลย
"ไม่ได้โกรธ แต่เป็นห่วง" เขาลดเสียงที่เย็นชาลงมา แล้วดึงร่างเล็กบอบบางของนาโอกิเข้ามาหา เขาไม่ชอบให้ใครมามองนาโอกิ ไม่ชอบที่จะเห็นร่างเล็กนี้ไปพูดคุยกับใคร นอกจากเขาเท่านั้น นี่ เขาต้องการจากร่างเล็กมากเกินไปหรือเปล่า
"ห่วงอะไรล่ะครับ ไม่มีใครมาทำอะไรผมเสียหน่อย" นาโอกิทำเสียงเล็กอย่างไม่พอใจ ทีคุณกายหายไปกับใครก็ไม่รู้ นาโอกิยังไม่พูดสักคำ นี่ แค่เขาพูดคุยกับคนอื่นแก้เหงา คุณกายจะมาทำอย่างนี้ได้ยังไง
"ยังไงก็ห่วงล่ะ หวงด้วย" ประโยคสุดท้ายนี่ ร่างสูงหลุดออกไปได้ยังไงก็ไม่รู้ ในขณะที่นาโอกิเงยหน้าขึ้นมองอย่างไม่แน่ใจ ไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองได้ยินเอาเสียเลย
"...จริงหรือครับ" เขาถามเสียงแผ่ว น้ำตาฉาบขึ้นมาเต็มหน่วยตา ทำไมกันนะ เขาถึงได้กลายเป็นเด็กเจ้าน้ำตาไปได้ ทั้งๆ ที่เมื่อก่อนเขาเข้มแข็งกว่านี้ เย็นชากว่านี้
"..จริงสิ นาโอกิ ทั้งห่วง ทั้งหวงเลยล่ะ รู้ไหม .." ร่างสูงกอดร่างเล็กบางเข้ากับอกกว้าง แนบใบหน้าของตนลงกับกลุ่มผมนุ่มนั้นอย่างอ่อนโยน
" ...แต่คุณกาย ก็ยังมีใครอื่นอีกนี่ครับ "
"คนพวกนั้นไม่มีความหมายเท่ากับนาโอกิหรอก"
"...จะนานแค่ไหนครับ.."
"อะไร..หมายวามว่ายังไง"
"ผมจะมีความหมายกับคุณกายอีกนานแค่ไหนกันครับ วันที่คุณกายจะไม่ต้องการผมแล้ว" นาโอกิถามเสียงเครือ
"...จะไม่มีวันนั้น นาโอกิ รอให้นาโอกิโตกว่านี้อีกนิด รอให้นาโอกิเป็นผู้ใหญ่ขึ้น ทั้งกายและใจ เรียนรู้ที่จะมีความรู้สึกมากกว่านี้นะ แล้ววันนั้น ผมจะบอก นาโอกิ คำที่ผมอยากจะบอก เพราะว่าในวันนี้ นาโอกิคงจะยังไม่เข้าใจมันดีนัก"
"คุณกายจะรอผมหรือครับ..."
"รอสิ...รอให้นาโอกิเติบโตขึ้น จะนับวันเฝ้ารอเลยล่ะ ..แต่นาโอกิอย่าไปมองใครอื่นเสียล่ะ"
"ผมไม่มีสายตามองใครหรอกครับ มีแต่คุณกายนั่นแหละที่จะไปมองคนอื่นนอกจากผม ดูอย่างวันนี้สิ คุณกายยังหายไปกับใครก็ไม่รู้ตั้งนานสองนาน ทิ้งให้ผมนั่งอยู่คนเดียว เหงาจะตาย" นาโอกิตัดพ้อร่างสูง คุณกายอมยิ้ม โยกร่างที่อยู่ในอ้อมแขนไปมาแล้วก้มลงจูบเรือนผมสวยนั้น
ในวันนี้ นาโอกิอาจจะเรียนรู้แล้วว่ารัก แต่จะรักแค่ไหนล่ะ สิ่งที่เขาต้องการคือวันข้างหน้า ในอนาคตอีกยาวไกล นาโอกิจะได้รู้ซึ้งถึงความรู้สึกต่างๆ ที่กายจะเป็นผู้มอบให้แต่เพียงผู้เดียวมากยิ่งขึ้น ในวันที่นาโอกิพร้อมที่จะก้าวเดินไปกับเขา พร้อมที่จะอยู่เคียงข้างเขา พร้อมที่จะเป็นแรงใจให้เขา เพื่อที่ว่า กาย ชไนเดอร์จะสามารถก้าวไปยังอนาคตข้างหน้าได้อย่างมั่นคงไม่คลอนแคลน

************************************************************

คาสึยะมองอย่างไม่อยากเชื่อเมื่อเห็นว่าร่างเล็กบอบบางของนาโอกิ เดินเข้ามาในห้องของเขาที่โกดังร้างที่เป็นที่อยู่ของพวกเขา เหล่าเด็กจรจัด เด็กข้างถนนที่ถูกสังคมทอดทิ้ง นาโอกิโผเข้าหาร่างสูงเพรียวนั้นอย่างแสนคิดถึง สองแขนเล็กๆ นั้นกอดเขาแน่น คาสึยะแนบหน้าลงกับกลุ่มผมนุ่มนั้น
"มาได้ยังไง นาโอกิ" ร่างสูงเพรียวของคาสึยะมองไปยังด้านหลังที่มีคนเดินตามเข้ามาด้วยและหันไปสำรวจตรวจตราสถานที่อย่างรอบคอบ
"..ไม่ได้หนีมาหรอกฮะ คุณคาสึยะ คราวนี้ขอมาหาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียม" ร่างเล็กบางนั้นบอกกับเขาติดตลก
" เป็นอย่างไรบ้าง สบายดีใช่ไหม หือ"
"..ครับ สบายมาก จนจะกลายเป็นหมูแล้ว วันๆ มีแต่เรียนกับเล่น ผมคิดถึงคุณคาสึยะจะแย่" ร่างสูงนั้นลูบหัวของนาโอกิอย่างเอ็นดู
"จริงเร้อ นึกว่าจะลืมกันเสียแล้ว" ร่างสูงเย้า
"ผมไม่มีทางลืมคุณคาสึยะไปได้หรอกฮะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น" นาโอกิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตามองตรงไม่หลบบ่งบอกถึงความจริงใจไม่เสแสร้ง
"รู้หรอกน่า ล้อเราเล่นไปอย่างนั้นเอง"
"โนริจังล่ะฮะ"นาโอกิถามเมื่อไม่เห็นร่างเล็กที่ทุกทีจะคอยป้วนเปี้ยนอยู่ข้างๆ
"ไปซื้อของน่ะ..เดี๋ยวก็มา ว่าแต่ มีธุระอะไรหรือเปล่าถึงมาหา"
"คิดถึงนี่ฮะ มาหาไม่ได้หรือ" นาโอกิถามเสียงแผ่ว มองอย่างตัดพ้อ คาสึยะถอนใจเฮือก
"นาโอกิไม่สมควรมาสถานที่อย่างนี้อีก มันไม่เหมาะ ถ้าใครเห็นเข้า จะกระทบไปถึงคุณกายได้นะ" คาสึยะคิดถึงสถานะที่แตกต่างกัน และไม่อยากที่จะให้นาโอกิจะต้องมาถูกดูถูกเหยียดหยามอีก ร่างเล็กตรงหน้านี้ กำลังจะก้าวขึ้นไปแล้ว จะให้ถอยหลังกลับมาไม่ได้อีกเด็ดขาด
"ที่มาก็เรื่องนี้นั่นแหละฮะ คุณคาสึยะ" ร่างสูงเพรียวเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม เมื่อได้รับคำตอบอย่างนั้น นาโอกิพยักหน้าให้คนที่ติดตามมาด้วยเดินเข้าไปหา แล้วเขาก็ปลีกตัวออกมา นี่เป็นเรื่องที่คุณกาย เป็นคนตัดสินใจเอง เพราะคุณกายต้องการให้เขามีคนที่สามารถคุ้มครองเขาได้ เป็นคนที่นาโอกิไว้วางใจ เมื่อเขาบอกออกไป คุณกายก็ไม่คัดค้าน อีกทั้งยังสนับสนุนเสียอีก จึงเป็นสิ่งที่เขาดีใจเป็นอย่างยิ่ง
คุณคาสึยะ มีบุญคุณกับเขาอย่างล้นเหลือ ถ้าไม่ได้คุณคาสึยะ คอยเลี้ยงดูมา ป่านนี้เขาอาจจะตาย หรือว่ากลายเป็นเด็กขายตัวอยู่ในซ่องแล้วก็ได้ ถ้าไม่มีคุณคาสึยะ ก็คงจะไม่มีเขาในวันนี้ ไม่สามารถที่จะมีวันที่ดีเหมือนกับคนอื่นเขา เขาเคยนึกน้อยใจในวาสนา น้อยใจในโชคชะตา คนอื่นเขามีพ่อ มีแม่คอยอุ้มชู คอยเลี้ยงดูด้วยความรัก ในขณะที่นาโอกิมีเพียงคุณคาสึยะ และตัวเองเท่านั้นที่เป็นที่พึ่ง สิ่งที่เขาโหยหา สิ่งที่เขอยากได้มา พวกเขาไม่มีทางได้ อีกทั้งยังต้องได้รับคำดูถูกเหยียดหยามจากสังคมอีก เมื่อเขาไปได้ดี เขาก็จะไม่มีวันลืม ไม่ลืมคนที่ให้เขามีวันนี้ขึ้นมา
คาสึยะมองร่างสูงใหญ่พอๆ กับกาย ชไนเดอร์ อย่างไม่ค่อยถูกชะตาสักเท่าไหร่ หมอนี่มาถึงก็พูดเอาๆ จนเขาฟังแทบไม่ทันอยู่แล้ว
"..คุณ ช้าๆหน่อยได้ไหม ผมฟังไม่ทัน" ในที่สุดเขาก็ตัดสินใจบอกกับร่างสูงที่ยื่นข้อเสนอหลากหลายในการที่เขาจะได้ไปอยู่กับนาโอกิที่คฤหาสน์ของกาย ชไนเดอร์
"ถ้างั้น คุณก็เซ็นนี่ แล้วกัน ถ้าคุณตกลง" อีกฝ่ายรวบรัดตัดความ ราวกับว่าไม่ต้องการที่จะเสวนากับเขา ไอ้ท่าทางอย่างนั้นน่ะ มันทำให้เขาอยากที่จะแกล้งขึ้นมาตะหงิดๆ ติดไอ้ตรงที่ หมอนี่เป็นใครกันล่ะวา ใหญ่แค่ไหน ถ้าเขาแกล้งไปแล้ว นาโอกิจะโดนหางเลขไปด้วยไหม
ร่างสูงทอดมองร่างเพรียวบางตรงหน้าที่ก้มลงมองเอกสารอย่างสำรวจตรวจตรา เหมือนกับว่าไม่เคยเห็นนั้นอย่างรำคาญ วันนี้เขามีนัดสำคัญที่จะต้องไปด้วย แต่ก็มาติดเจ้าหมอนี่ ที่เขาต้องมาสะสางให้เรียบร้อย แล้วก็ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะถ่วงเวลาเขาอยู่ ดวงตากลมโตที่ทอดมองมายังเขาเหมือนกับอยากจะถามอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่ถาม แล้วก็ก้มลงไปใหม่
"มีอะไรไม่เข้าใจ หรือว่าข้องใจตรงไหนก็ถามได้" ร่างสูงบอกเมื่อเห็นว่าร่างเพรียวนั้น อ้ำๆ อึ้งๆ
"คือ..เอ่อ คือ"
"...ครับ " คราวนี้เขาจ้องมองไป เพื่อที่จะให้รู้แน่ว่าอีกฝ่ายต้องการอะไร
"...ผมอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ จะให้ทำยังไงล่ะ" เหมือนฟ้าผ่าลงมาตรงหน้ากลางวันแสกๆ เมื่อร่างเพรียวบอกขึ้นมาโต้งๆ อย่างนั้น
"ทำไมไม่บอกตั้งแต่ต้นล่ะ " เขาถามเสียงห้วน ร่างเล็กบางตรงหน้าเงยหน้ามองฉับ
" อย่างกับคุณเปิดโอกาสให้ผมพูดอย่างนั้นล่ะ คุณมาถึงก็พูดเอาๆ ผมจะบอกคุณก็บอกว่าให้คุณพูดจบก่อน แล้วจะให้ทำยังไง" ดวงตากลมโตขุ่นเขียวอย่างไม่พอใจ พอๆกับร่างสูงที่พยายามระงับความโกรธไว้อย่างเต็มความสามารถ
"เอาเป็นว่า คุณจะตกลงหรือไม่ตกลง ..."ร่างเล็กนั้นหันไปมองนาโอกิที่ทอดสายตามองมา แล้วหันไปมองอพาทเม้นเก่าๆ ที่ท่าทางจะอยู่มานานนั้น เหมือนกับจะตัดสินใจ
"ผมขอเวลาตัดสินใจได้หรือเปล่าฮะ" ร่างสูงกว่าส่ายหน้า
"ไม่มีเวลาขนาดนั้นหรอก ผมยังมีงานอีกหลายอย่างที่ต้องสะสาง คุณนาโอกิ ก็ต้องการให้คุณไปอยู่ด้วยกัน บ้านของคุณกายก็สะดวกสบายกว่าที่นี่แล้ว ทำไมยังต้องขอเวลาคิดอีก" ริวอิจิทอดสายตามองร่างเล็กอย่างไม่ชอบใจ เขาไม่คิดว่าหมอนี่จะเรื่องมากอย่างนี้ ข้อเสนอที่ได้รับ ก็มีแต่ตัวเองจะได้ประโยชน์ ทั้งการศึกษา ทั้งที่อยู่อาศัย และฐานะทางสังคม
คาสึยะก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ว่าเขากลัวอะไร อนาคตข้างหน้าที่เขาจะได้รับ ถ้าเขาตอบตกลง มันก็สว่างสดใส และไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เลย แต่ถ้าเขาปฏิเสธ เขาก็ต้องจมปลักอยู่ที่นี่ อยู่ที่แห่งนี้ และอาจที่จะต้องอยู่อย่างเดียวดาย และยิ่งมองนาโอกิที่ทอดสายตามองมายังเขาอย่างขอร้องแล้ว
"ครับ ...ผมตกลง"
"ก็แค่นั้น...ทำเรื่องมากไปได้"ริวอิจิตัดบทอย่างรำคาญ เด็กนี่ ช่างเรื่องมากจริงๆ คาสึยะได้แต่อดกลั้น เมื่อได้ยินคำพูดเบาๆ นั้น สิ่งที่เขาตัดสินใจ ในวันนี้ คาสึยะ จะรู้ไหมนะ ว่ามันจะนำความเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่มาสู่ชีวิตของเขาในวันข้างหน้าทีเดียว

************************************************************

"มาช้าจังเลยค่ะ ริวอิจิ " ร่างเพรียวบอบบางกระเง้ากระงอด เมื่อเห็นคนรักของตนเดินฝ่าผู้คนเข้ามาหา ริวอิจิยิ้มให้ ทั้งที่ดวงตายังขุ่นมัว เขาก้มลงจูบปากที่เผยอรับอย่างเต็มใจเป็นการขอโทษ
"ติดธุระ..นิดหน่อย" ร่างเพรียวบางชะงัก เมื่อเห็นว่าดวงตาของคนตรงหน้ายังขุ่นมัว
"อารมณ์ไม่ดีหรือคะ" เขาพยักหน้ารับ
"งั้น ดื่มนี่สักหน่อยดีกว่านะคะ ลิซ่าจะผสมให้ "ร่างเพรียวบางของคนรักผสมเหล้าดีกรีแรงให้กับร่างสูง เพราะเห็นว่าอารมณ์นี้ จะต้องไปเจออะไรที่ไม่ถูกใจเอามากๆมาแน่นอน
"แก้วเดียวนะคะ พรุ่งนี้คุณต้องทำงานต่อ เดี๋ยวจะไม่ไหว" ร่างสูงพยักหน้ารับ ลิซ่า รู้ใจของเขาเสมอ จึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่คบกับเขาได้นาน และเขาก็พอใจเธอมากกว่าใคร นางแบบสาวลูกครึ่งที่วงการบันเทิงต่างกล่าวขวัญ
และเขาก็ภูมิใจที่ได้เป็นคนรักของเธอ ถึงแม้ว่า ตัวของเขาเองจะยังคลางแคลงใจเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเเองว่า เขาน่ะ รักลิซ่า จริงหรือเปล่า แต่ในตอนนี้เขาก็ไม่มีใคร
"...ขึ้นไปข้างบนกันดีกว่าค่ะ ..เห็นริวอิจิบอกว่ามีอะไรจะให้" ลิซ่ากระซิบอยู่ที่ข้างหู เขาพยักหน้ารับ ก่อนที่จะประคองเดินออกจากคลับในโรงแรมใหญ่ขึ้นไปห้องสวีท ที่เขาเปิดจองทุกครั้งที่มาที่นี่
"...สวยจังเลยค่ะ ริวอิจิ" ลิซ่ากระโดดกอดคอเขาอย่างกับเด็กๆ เมื่อเขาให้แหวนสวมเพชรน้ำงามที่นิ้วนางด้านซ้ายของเธอ
"ชอบหรือเปล่า.."เขาถามเสียงแผ่ว
"..ค่ะ ชอบมากที่สุดขอบคุณค่ะ ริวอิจิ" ..เขาก้มลงจูบที่แหวน
"..จองไว้แล้วนะ ลิซ่า"เขากระซิบที่ข้างหู เมื่อมือทั้งสองข้างของลิซ่าค่อยๆ แกะกระดุมเสื้อของเขาออกทีละเม็ด แล้วลากไล้ฝ่ามือบางไปทั่วอกกว้างนั้นอย่างหลงไหล
"รักคุณค่ะ...ริวอิจิ" ลิซ่ากระซิบ เมื่อเสื้อผ้าหลุดล่วงลงจากร่างกาย และ ร่างสูงอุ้มร่างเปลือยเปล่าของเธอขึ้นมาแล้วพาไปวางกับเตียงกว้าง ปล่อยทุกอย่างให้เป็นไปตามครรลองของมัน สุดแล้วแต่อารมณ์ปรารถนาจะพัดพาไปสู่จุดหมายปลายทาง

************************************************************

นาโอกิจ้องมองข่าวตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ลูกชายของนายกโยชิมิ ที่มีเรื่องกับเขาเมื่อเดือนก่อนถูกจับในข้อหาร้ายแรงนั่นก็คือ เสพ และค้าเฮโรอีน ซึ่งส่งผลกระทบกับตำแหน่งของผู้เป็นพ่อจนต้องออกมาขอรับผิดชอบด้วยการลาออก และคงจะเป็นข่าวเกรียวกราวไปอีกหลายวันเชียวล่ะ
"...ดูอะไรอยู่ นาโอกิ.."ร่างสูงโปร่งของคุณกายเดินเข้ามาทางด้านหลัง เหลือบมองข่าวนิดหนึ่งแล้วละลายตาไปอย่างไม่สนใจ
"ครับ คุณกาย จำได้ไหมครับ คนที่มีเรื่องกับผม ถูกจับข้อหา เสพ แล้วก็ขายด้วย " ร่างสูงพยักหน้านิดหนึ่งแล้วไม่สนใจอะไรอีก เป็นเพียงว่ารับรู้ ร่างเล็กเลยลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปหา
"ฝีมือ คุณกายใช่หรือเปล่าครับ" นาโอกิถามอย่างคาดคั้น มองอย่างไม่หลบ
"แล้วคิดว่ายังไงล่ะ " แทนที่ร่างสูงจะตอบกลับหันมาถามเขาอีก
"..."
"อย่าไปยุ่งเรื่องอื่นเลย มาว่าเรื่องของเราดีกว่า เรียนไปถึงไหนแล้ว คาสึยะด้วย" ร่างสูงถามความคืบหน้าเกี่ยวกับการเรียนของนาโอกิ ทุกครั้งที่เขามีเวลา เขาก็จะเข้าไปดูแล เขาไปมีส่วนร่วมในการเรียนของนาโอกิอยู่บ่อยๆ ความอ่อนโยนที่มีให้แก่ร่างเล็กเป็นที่สนใจของทุกคนพอสมควร
นาโอกิทรุดลงนั่งข้างๆ แล้วรายงานด้วยน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว ทุกๆ วันที่ผ่านไปช่างสงบสุข จนเขาคิดว่ามันเป็นเพียงความฝัน มีเขา มีคุณกายคอยอยู่ข้างๆ
ณ เวลานี้ วินาทีนี้ คุณกายกลับไปเป็นคุณกายที่อบอุ่น เหมือนที่เขาเคยพบเป็นครั้งแรกแล้ว มือของคุณกายอ่อนโยน มือของคุณกายอบอุ่นและพร้อมที่จะปกป้องนาโอกิ ไม่ใช่ฟาดฟันทำร้าย แต่ที่นาโอกิสงสัยก็คือ คุณกายไม่แตะต้องนาโอกิอีกเลย ตั้งแต่วันนั้น เพราะอะไรกัน หรือเป็นเพราะว่า คุณกายเบื่อนาโอกิแล้ว แต่นาโอกิก็ไม่กล้าถาม เพราะกลัวว่า มันจะทำลายช่วงเวลาที่มีค่าที่นาโอกิได้สัมผัสมันอีกครั้ง
ในขณะที่ร่างสูงต้องอดทนทุกครั้งที่นาโอกิอยู่ใกล้ๆ โดยที่เขาไม่สามารถแตะต้องได้ ช่วงเวลาแห่งการเรียนรู้ของนาโอกิ เขาไม่อยากที่จะให้ร่างบางในอ้อมแขนเขวไปทางไหน เขาต้องการให้ร่างเล็กบางในอ้อมแขนนี้ได้รับความรู้อย่างเต็มที่เสียก่อน ไม่อยากที่จะรบกวนสมาธิของนาโอกิ
แต่เขาจะทนได้ไปถึงเมื่อไหร่นี่สิ เพราะตบะของเขาจะแตกทุกครั้งที่ร่างบางเข้ามาใกล้ อยากที่จะพาเข้าไปในห้องแล้วกอดให้สมกับความต้องการเสียอย่างนั้น ถ้านาโอกิรู้ถึงความรู้สึกของเขา จะเป็นยังไงกันน้า เฮ้อ

---------------------------------------------------------------------------

มาอีกตอนนึงแล้ว ยังมีใครติดตามบ้างจ๊ะ หรือว่าลืมกันไปแล้วเอ่ย

จาก : tan - 23/10/2002 15:28

ข้อความ : โอ้ ตอนนียาวดีจังเลย ^^ คุณกายเราระงับอารมณ์ใหญ่ เหอๆๆๆ ^^ เอ้า พยายามต่อไปเน่อ แต่ระวังนะ เกิดทนไม่ไหว ระเบิดอารมณ์ออกมา นาโอกิตายกันพอดี 555555 ^^

จาก : sano - 23/10/2002 17:03

ข้อความ : แล้วมาต่ออีกนะคะ ตอนนี้ยาวดีจัง ขอไคไปอ่านก่อนนะ ^^

จาก : ไคคุง - 23/10/2002 17:23

ข้อความ : วี้ดดดดด ตอนนี้ยาวสะใจดีจัง
ชอบจังเลย นาโอกิน่ารักจังเลย
มาต่อเร็วๆนะค่ะ

จาก : Rena - 23/10/2002 17:25

ข้อความ : แต่งต่อเร็วๆน่ะ ชอบเรื่องนี้มากเลยล่ะ

จาก : AlexJ - 24/10/2002 01:04

ข้อความ : ชอบมากคะ ชอบนาโอกิน่ารักดี แล้วเขียนต่อไวๆนะ กำลังรออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดจ่อเลยละคะ

จาก : wew - 24/10/2002 12:43

ข้อความ : เริ่มเลี้ยงต้อยแล้วคุณกายเรา แถมท่าทางจะหวงหนูนาโอกิสุดๆ ยังไงมาต่ออีกนะค่ะ

จาก : siva - 24/10/2002 14:51

ข้อความ : สนุกมากกกกกกกกก เข้ามารออ่านทุกวันเลย รีบมาต่อเร็วๆนะคะ

จาก : kanan - 25/10/2002 12:06

ข้อความ : เร็วๆ เลยค่ะ น่ารักมาก อยากอ่านริวอิจิ กับ คาสึยะต่อด้วยอ่ะ

จาก : manie - 26/10/2002 11:41

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ท่านคือ :
เมลล์ :
ICQ :
โฮมเพจ :
เขียนเลยค่ะ :


This Free service hosted by D'Server