|
หัวข้อ : Time 2 ข้อความ : อากิระหัวเราะออกมาอย่างสุดกลั้นกับท่าทีของร่างเล็กบอบบางกว่าเขาที่ทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก เมื่อรู้ว่าตัวเองจะต้องไปดูงานกับหัวหน้า ที่อเมริกา ซึ่งมีกำหนดนานถึง 22 วัน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายวิญญาณจะออกจากร่างไปเสียแล้วล่ะมัง ไม่หือ ไม่อือเลย เป็นอะไรไป ทาโมสึ อากิระถามทั้งๆ ที่รู้ดีอยู่แล้ว ใบหน้าแห้งเหี่ยวที่มองมายังเขา ทำให้อากิระอยากแกล้งขึ้นไปอีก แทนที่จะสงสาร ไม่ต้องคิดมากไปหรอกน่า นายโชคดีมากเลยรู้หรือเปล่าที่หัวหน้าเลือกไปเป็นผู้ติดตามไปต่างประเทศน่ะ โชคดีบ้าอะไรล่ะ โชคร้ายล่ะไม่ว่า.. ทาโมสึซบหน้าลงกับโต๊ะทำงาน โชคร้ายยังไง นายมีโอกาสทางหน้าที่การงานมากกว่าคนอื่นนะ อากิระท้วง ถ้าเป็นนาย จะไปมั้ยล่ะ ฮึ.. อีกฝ่ายประชด ไปซิ อากิระตอบตามความรู้สึก งั้นแลกกันไหม.. เอาสิ ..เพราะเราก็ไม่อยากจะไปต้อนรับคนที่ไม่มีข้อมูลนักหรอก ถ้าแลกได้ เราก็แลก..ทาโมสึหน้ามุ่ย ทางเลือกไหนก็ซวยพอๆ กันเลย แต่ดูท่าของอากิระจะมากกว่า ว่าไงอากิระถามยิ้มๆ ท่าทางแบบนั้นคงต้องยอมจำนนไปกับหัวหน้าแล้วล่ะ ไปกับหัวหน้าดีกว่า .. เห็นเปล่า ..เป็นนายก็เลือกไปกับหัวหน้า อากิระล้อเลียน ยังไงมันก็ดีกว่าล่ะนะ เราคิดว่า.. สบายใจขึ้นหรือยัง อากิระถามเมื่อเห็นว่าใบหน้านั้นดีขึ้นมาบ้างแล้ว ทาโมสึมองหน้าอากิระ แล้วยิ้ม ขอบใจมากนะ นายคิดอะไรมาก หัวหน้าเข้มงวดกับพวกเราก็เพราะอยากให้ผลงานที่เราทำออกมาดี ดุไปอย่างนั้นแหละ ไม่เห็นเหรอ ผลงานของพวกเราหัวหน้าไม่เคยที่จะเอาไปเป็นของตัวเองเลยสักครั้ง อากิระชี้แจงให้ทาโมสึฟัง มีแต่นายนี่แหละที่ไม่กลัวหัวหน้าทาโมสึบอกเสียงแผ่ว กลัวทำไม หัวหน้าไม่ได้ทำอะไรเรานี่ เราทำผิดหัวหน้าถึงว่า นายไม่สังเกตหรือ อากิระอธิบายเหตุผล เขาไม่อยากให้ใครต่อใครเข้าใจหัวหน้าแบบผิดๆมากไปกว่านี้ หัวหน้าเขาก็มีเหตุผลของเขา นายต้องเข้าใจด้วย ทาโมสึ ร่างเล็กบางกว่าเขาพยักหน้ารับ จะพยายามก็แล้วกัน ยังไงก็ขอให้นายโชคดีตลอด 3 วันนะ อากิระทำสีหน้าสยอง เมื่อนึกถึง เรียกเสียงหัวเราะจากทาโมสึได้อย่างมาก อากิระพอมองออก หัวหน้าของเขาคงจะชอบทาโมสึ ไม่อย่างนั้นคงจะไม่จ้องหาเรื่องตลอดอย่างนี้หรอก แต่เจ้าตัวนี่ท่าทางจะไม่รู้เรื่อง ไม่รับรู้ร้อนหนาว ถ้าวันไหนหัวหน้าทนไม่ได้ขึ้นมา จะเป็นยังไงน้า จะรอดจากอเมริกาหรือเปล่า ทาโมสึ อากิระคิดในใจ เพราะดูจากท่าทีของหัวหน้าแล้ว คงจะไม่อยู่เฉยแน่ๆ ยิ่งไม่มีก้างขวางคออย่างเพื่อนร่วมงานด้วยแล้วล่ะก็ คงต้องปรามๆ ไว้หน่อยแล้วละมัง เขาพึมพำกับตัวเอง เมื่อมองไปยังร่างเล็กที่ผิวปากเดินไปยังโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างสบายใจขึ้น เพราะได้ระบายสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจให้ใครได้รับรู้บ้าง แล้วตัวของเขาล่ะ ในตอนนี้อากิระเป็นยังไง เขาถามตัวเองอย่างอ่อนล้า ตั้งแต่วันนั้น หัวใจของเขาอยู่ที่ไหนกัน มันล่องลอยตามเคไปที่ไหน มันล่องลอยติดตามหาคนที่อากิระต้องการพบหรือยัง ระ อากิระ เขาสะดุ้งตื่นจากภวังค์ความคิด เมื่อเสียงของหัวหน้าดังขึ้นข้างหู ใบหน้าหล่อเหลาแต่ดุนั้นก้มลงมาเกือบชิด ครับ..เขารับคำ เมื่อรู้สึกตัวอย่างเต็มที่แล้ว ใบหน้าของเขาแดงเรื่อเมื่อพบว่าอีกฝ่ายจ้องเขายิ้มๆ เข้าไปพบผมหน่อย ครับ อากิระรับคำ แล้วเดินตามร่างสูงนั้นเข้าไปยังห้องทำงานที่เป็นสัดส่วน ท่ามกลางเสียงพูดคุยตามหลังไปอย่างอยากรู้อยากเห็น ทำไมอากิระจะไม่รู้ว่าพวกเขาพูดลับหลังว่าอย่างไร แต่ในเมื่ออากิระไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า อากิระจะไปเดือดร้อนอะไร มีอะไรหรือครับ เรื่องงานไปถึงไหนแล้ว ผมมีข้อมูลไม่พอ คงต้องแล้วแต่ดวงล่ะครับ เอาเถอะ ทำให้ดีที่สุดก็แล้วกัน ผมเชื่อใจคุณ ขอบคุณครับ หัวหน้า อากิระนิ่งไปนิด จริงสิครับ ได้ข่าวว่าจะพา ทาโมสึไปด้วย อีกฝ่ายพยักหน้ารับ ก้มหน้าก้มตาทำงานเมื่อพูดถึงร่างบอบบางนั่น อย่าหักหาญน้ำใจของเขานะครับ ค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป อากิระพูดยิ้มๆ ไม่อย่างนั้น หัวหน้าอาจจะสูญเสียเขาไปก็ได้ อากิระเตือนสติ หัวหน้าเงยหน้าขึ้นแล้วทอดมองผ่านกระจกใสไปยังร่างเล็กอย่างอ่อนโยน โดยที่เจ้าตัวไม่รู้เรื่องเลยแม้แต่นิดเดียว ขอบใจ อากิระ หัวหน้าของเขาบอกด้วยน้ำเสียงเรียบๆ แต่เขาก็พอจะเดาออก ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมต้องขอตัว รีบๆ หาหัวใจของตัวเองให้พบนะ อากิระ ผมอยากเห็นวันนั้น วันที่คุณจะไม่ต้องเสแสร้งยิ้มอีกต่อไป อากิระไม่คิดเลยว่า หัวหน้าของเขาจะมองอากิระได้ทะลุขนาดนี้ เพราะแม้แต่เพื่อนสนิทอย่างมัตสึ ยังมองเขาไม่ออกเลย รอยยิ้มอันอ่อนโยนที่ถูกเสแสร้งขึ้นมาเพื่อปิดกั้นตัวตนที่แท้จริงหลังจากที่เขาสูญเสีย หัวใจของตัวเองไป ผมอยากเห็นรอยยิ้มที่แท้จริงของคุณ อากิระ หัวหน้าของเขาพูดตามหลังเป็นประโยคสุดท้าย พร้อมกับบานประตูที่ปิดลง เขาไม่รู้หรอกว่าอากิระเคยเจอเรื่องร้ายแรงอะไรมา แต่ก็หวังไว้สักวัน อากิระน่าจะผ่านพ้นความหลังนั้นไปได้สักที และเขารู้แต่ว่า อยากเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของอากิระที่มีความรู้สึกมากมายกว่านี้ ทันทีที่เขาเดินออกมาจากห้องของหัวหน้าเพื่อนร่วมงานก็เข้ามารุมเพื่อถามว่าหัวหน้าพูดอะไรบ้าง แต่ลึกๆ แล้วพวกเขาก็อยากรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้ากับอากิระด้วยแหละ หัวหน้าเคยพูดให้เขาฟังอย่างหัวเสีย เมื่อได้ยินเรื่องนี้ในตอนแรก แต่อากิระกลับมองว่าเป็นเรื่องตลก ก็มันไม่ เป็นความจริง จะให้เขาทุกข์ร้อนแก้ข่าวไปทำไม ยิ่งแก้ข่าว เรื่องกลับจะยิ่งลุกลามไปมากกว่านี้ สู้เงียบๆ ไว้ดีกว่า --------------------------------------------------------------------------- ในชีวิต ต้องมีสักครั้งที่จะมีความรู้สึกของคำว่ารัก ความรัก . ที่ลึกซึ้ง เกิดขึ้นมาจากหัวใจ จากความรู้สึก.. มิใช่เกิดจากความสัมพันธ์ทางร่างกาย สิ่งนั้น มิใช่ความผูกพัน.. สิ่งนั้น มันคือความใคร่ ความต้องการจากสัญชาติญาณ แต่ความรัก..รักแท้ เกิดขึ้นมาจากจิตใจที่มีความรู้สึกอันละเอียดอ่อน มาเรียงร้อย ไม่มีแม้ระยะเวลาในการที่จะรัก ไม่มีจุดเริ่มต้น หรือว่าจบลง แต่สิ่งนั้นจะดำเนินไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่เรามีชีวิต มีลมหายใจ กวีแต่งบทกลอนได้ไพเราะเสมอ เครู้ ส่วนหนึ่งนั้นก็คงจะมาจากชีวิตจริงๆ กับอีกส่วนหนึ่งที่มันมาจากจินตนาการอันเพ้อฝัน หลอกลวง อย่างที่เขาประสบอยู่ ณ เวลานี้ ใช่ ..เคไม่เถียง มันดำเนินมาเรื่อยๆ ไม่มีจุดเริ่มต้น เขาไม่รู้ว่ารัก อากิระตั้งแต่ตอนไหน ความรู้สึกที่เรียกว่ารัก ช่างสวยงาม และก็ถูกฉีกกระชาก เขาเจ็บปวด ใครจะมารู้ดีเท่ากับเขา ความเจ็บปวดที่เขาได้รับ ทำให้ความรัก กลายเป็นความแค้น เพราะอะไร ทำไม คนที่เขารักยิ่งชีวิต จึงปฏิเสธความรู้สึกของเขาอย่างไม่ใยดี ในเวลานั้น เขาหลบหนีความเจ็บปวด ซมซานกลับมาฝรั่งเศส ด้วยสภาพของคนที่พ่ายแพ้ พ่ายแพ้แก่ความรักที่เขาสู้อุตส่าห์ตะเกียกตะกายกลับไปหา ความรัก ที่เขาได้เพียงร่างกายของคนที่เขารักเท่านั้น ใช่ เขาได้แต่เพียงร่างกายของอากิระมา แต่ไร้หัวใจ แต่เวลานี้ ประสบการณ์สอนเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะต้องแย่งชิงมา ไม่ว่าจะต้องทำลายใคร เขาก็จะต้องได้อากิระมาไว้ในมือ ได้อากิระมาครอบครอง ในเมื่อเขาให้แล้วไม่ได้มา คราวนี้ เคก็จะแย่งชิง ฟาดฟันเพื่อให้ได้คนที่เขาทั้งรักทั้งแค้นมาอยู่เคียงข้างกาย ไม่ว่าเขาจะทำให้ใครต้องเจ็บปวดก็ตาม!!!!!! เขาไม่เคยลืมความรักนั้น เพราะความรักนั้น ก่อให้เกิดความแค้น ก่อให้เกิดไฟที่คอยเผาผลาญเขา ปลุกเร้าเขาไม่ให้ลืม รักแรก..รักเดียว..ที่ก่อเกิดขึ้นในใจ เมื่อรักมาก ความแค้นก็ยิ่งพันเท่าทวีคูณ เป็นดังพายุ ที่จะพัดพาทุกสิ่งทุกอย่างให้หายไป เป็นดังไฟ ที่คอยเผาทุกสิ่งให้ราบเป็นหน้ากลอง เคสูดลมหายใจเข้าปอดอย่างเต็มที่ ญี่ปุ่น แผ่นดินเกิดที่เขาจากไปเป็น 10 ปี แผ่นดินเกิดที่เขาไม่เคยคิดว่าจะกลับมาอีกเป็นครั้งที่ 2 แต่ตอนนี้เขากลับมาเหยียบอีกครั้ง กลับมาเดิน กลับมาเป็นตัวของเขาอีกครั้งหนึ่งแล้วเขาโบกมือเรียกแท็กซี่เพื่อเช็คอินเข้าพักในโรงแรม ซึ่งเป็นโรงแรมที่แพงเป็นอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น ร่างสูงเพรียว อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเดินลงมายังข้างล่าง ท่าทางและบุคลิกอันโดดเด่นนั้น ทำให้เขาเป็นที่จับตามองอย่างไม่รู้ตัว เพราะถึงแม้ว่าจะรู้ตัวแต่เขาก็ไม่คิดที่จะสนใจอยู่แล้ว 10 ปี ญี่ปุ่นเปลี่ยนแปลงไปมากเหลือเกิน แล้วอากิระจะยังอยู่ที่เดิมหรือเปล่านะ เคเดินออกไปนอกโรงแรม โบกมือเรียกแท็กซี่อีกครั้ง เขาบอกจุดหมายที่เขาต้องการไป แท็กซี่พยักหน้ารับรู้ แล้วพาเขาออกจากหน้าโรงแรมเพื่อไปยังสถานที่เป้าหมายของเขาอย่างรวดเร็ว --------------------------------------------------------------------------- อากิระไม่ได้เดินทางไปรับ มานูเอล มูชา เคจิโอ ที่สนามบิน อย่างที่ตั้งใจไว้ เพราะเขาคิดว่าถึงจะไปรับที่นั่นก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร ดีไม่ดีจะกลายเป็นตัวเกะกะเสียด้วยละมัง ดังนั้น เขาจึงเดินทางมารออยู่ที่โรงแรมที่ทางฝ่ายนั้นจะเดินทางมาพัก เสียงเอะอะ และการรักษาความปลอดภัยอันเข้มงวดนั้นบอกให้เขารู้ว่าบุคคลที่รอคอยได้เดินทางมาถึงแล้ว อย่างที่ตั้งใจหวัง ร่างสูงโปร่งของเขายืนชะเง้ออย่างอยากเห็น ว่าตานั่นจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร แต่ก็มองไม่เห็นเสียที เพราะบอร์ดี้การ์ดร่างสูงบังไว้มิดเสียหมด เฮ้อ..มันอะไรกันนักหนานะ ทำอย่างกับจะไปรบกับใครอย่างนั้นล่ะ อากิระนึกค่อนขอดในใจ เมื่อชะเง้ออย่างไร เขาก็ไม่เห็นเสียที ร่างสูงโปร่งของอากิระเดินเข้าไปหาเมื่อร่างสูงของบอร์ดี้การ์ดคนหนึ่งหันมามองยังเขาหลังจากที่คุยกับฟร้อนได้สักครู่ เขาก้มหัวให้นิดหนึ่งเป็นเชิงทักทาย .ผมเป็นตัวแทนของบริษัท แซท คอมพิวเตอร์ ครับ อากิระว่า พลางส่งบัตรประจำตัวให้อีกฝ่ายดูเป็นการยืนยัน ฝ่ายนั้นรับไปดูสักพักและส่งคืนมาให้ ผม หยาง เป็นบอร์ดี้การ์ดประจำตัวคุณมานูเอลครับ คุณซาคากิ อีกฝ่ายแนะนำตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ คุณหยาง แล้ว คุณมานูเอล อากิระพยายามที่จะขอพบแต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ทัน ชิงพูดขึ้นมาเสียก่อน ครับ แต่วันนี้คุณมานูเอลคงต้องขอตัวนะครับ ท่านเดินทางมาครึ่งโลกคงอยากจะพักผ่อน อากิระยิ้มให้เมื่อได้ยินอย่างนั้น การปฏิเสธกลายๆ ว่ายังไม่ต้องการให้ใครเข้าพบทั้งนั้นในเวลานี้ ..ครับ ถ้าไม่มีอะไรขาดตกบกพร่อง ผมก็ขอตัวก่อนนะครับ อากิระเสียดายอยู่อย่างเดียว ไม่ได้เห็นหน้าคนที่อยากจะเห็นเสียแล้ว เฮ้อ ทั้งๆ ที่ตั้งความหวังมาซะดิบดี ต้องมาแห้วเสียนี่ ไม่เป็นไร ยังไงพรุ่งนี้ต้องได้เห็นกลับไปบอกพวกเพื่อนที่ทำงานจนได้แหละว่าหมอนั่นหน้าตาเป็นอย่างไร ถึงทำตัวลึกลับเสียจนไม่มีใครค่อยจะเคยเห็นหน้า แล้วพรุ่งนี้ ผมจะมาแต่เช้า อากิระบอก พร้อมกับส่งกำหนดการทั้งหมดให้กับบอร์ดี้การ์ดคนนั้น เพื่อที่จะให้เขาเตรียมตัว อย่างน้อยการมาญี่ปุ่นคราวนี้ อากิระก็อยากให้เขาประทับใจมากที่สุด นี่เป็นความรู้สึกลึกๆ ของเขา โดยไม่มีหน้าที่การงานเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเลย ถ้ายังไง ผมขอเปลี่ยนแปลงรายการบางอย่างได้หรือเปล่าครับ บอร์ดี้การ์ดคนนั้นถามขึ้น เมื่ออ่านกำหนดการคร่าวๆที่เขาร่างมาให้ อากิระฉงนแต่ก็พยักหน้าเป็นการยอมรับ อย่างน้อยก็เพื่องานล่ะน้า ยังไงก็ต้องทำให้เขาประทับใจที่สุด อย่าขัดใจเป็นอันดี ครับ พบกันพรุ่งนี้.. อากิระเดินห่างออกมาจากโรงแรมที่เป็นที่พักนั้นอย่างเหนื่อยอ่อน วันนี้เขาเกร็งไปทั้งตัวที่จะต้องทำการต้อนรับบุคคลสำคัญที่จะทำรายได้อย่างมหาศาลให้กับบริษัทและประเทศญี่ปุ่น เพราะถ้าเขาทำผิดพลาดไปแม้แต่นิดเดียวนั่นก็หมายถึง อนาคตของธุรกิจทั้งระบบเลยทีเดียว หยางมองตามร่างสูงโปร่งของอากิระไปอย่างสนใจ ตัวเล็กบอบบางอย่างนั้น แต่ก็พูดภาษาฝรั่งเศสคล่องปรื๋อราวกับเป็นเจ้าของภาษาเองเลยทีเดียว จนเขายังอดทึ่งไม่ได้ แล้วจะยังมีอะไรเป็นการเซอไพรส์เขาอีกหรือเปล่านะ อยากจะรู้จริงๆ เขาถอนสายตาจากร่างโปร่งบางที่ลับหายไปกับสายตานั้นแล้วมองลงไปที่กำหนดการที่อยู่ในมือของเขา มันก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกนะ ถ้า หยางได้แต่คิดในใจและพาตัวเองเดินหายเข้าไปในลิฟท์ที่มีพนักงานคอยเปิดให้นั้นอย่างรวดเร็ว เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยคิดอีกที วันนี้เขาก็เหนื่อยและปวดหัวมากพออยู่แล้ว --------------------------------------------------------------------------- บ้านที่เงียบเหงา ไม่มีวี่แววของการพักอาศัยทำให้เคฉงน 10 ปี ที่นี่เปลี่ยนแปลงไปมากมายอย่างนี้เลยเชียวหรือ ทำไมอากิระไม่อยู่ที่บ้าน หรือว่าย้ายไปแล้ว แม้ภายนอกจะเก่า แต่ก็เหมือนกับได้รับการดูแลเอาใจใส่อยู่เสมอ เคมองบ้านตรงหน้าอย่างพิจารณา มาหาใครหรือจ๊ะ เสียงที่ดังขึ้นทางด้านหลังทำให้เขาหันไปมอง ที่นี่ใช่บ้าน ซาคากิ อากิระ หรือเปล่าครับ ใบหน้าคมคายและดวงตาคมกริบราวมีดโกนนั้น ทำให้แม่บ้านที่เข้ามาทักถึงกับอึ้ง ผู้ชายลักษณะอย่างนี้มีไม่มากนักในปัจจุบัน และหาได้ยากเหลือเกิน ใช่จ้ะ แต่เขาไม่อยู่หรอก ร่างสูงฉงน เขาไปทำงาน นานๆ ถึงจะกลับมาที อีกฝ่ายไขข้อข้องใจ แล้ว คุณลุง กับ คุณป้าล่ะครับ เคถามอย่างอยากรู้ อ้าว นี่ไม่รู้หรือจ๊ะ เสียเพราะอุบัติเหตุทั้งคู่ เมื่อ 2 ปีก่อนนี่เอง ดวงตาของเขาไหววูบ ก่อนที่จะกลับสู่ความเฉยเมยอย่างเดิม ทราบไหมครับว่าเขาอยู่ที่ไหน แม่บ้านคนนั้นส่ายหน้า บอกแต่ว่า ที่พักอยู่ใกล้บริษัทเท่านั้นแหละ ขอบคุณนะครับ เคว่า แล้วเดินกลับไปยังรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ ทิ้งให้คุณแม่บ้านมองตามไปด้วยอาการตาค้าง พลางบอกกับตัวเอง รู้อย่างนี้ ไม่น่าแต่งงานเร็วเลย เฮ้อ ..จะไปไหนต่อครับคนขับรถแท็กซี่ถามขึ้น เมื่อขับวนออกมาจากบ้านของอากิระแล้ว กลับเขาพูดสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา ดวงตาคมทอดมองออกนอกรถไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีจุดหมาย ความผิดหวังและไม่พอใจ ประเดประดังกันขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ คุณ..เงินทอนครับเคไม่สนใจ เมื่อส่งเงินค่ารถให้ เขาก็เดินดุ่มๆ ออกจากรถไปทันที ทิ้งให้แท็กซี่ผู้โชคดีนั้นเกาหัวแกรก แต่เงินจำนวนในมือก็ทำให้เขาสบายไปอีกหลายวัน อย่างน้อยก็มีเงินจ่ายค่าเช่าห้อง ค่าน้ำ ค่าไฟ และอีกจิปาถะนั่นแหละ ลับร่างของเคที่เดินเข้าไปยังโรงแรมด้วยประตูข้างหนึ่ง อากิระก็โผล่ออกมาเรียกแท็กซี่คันเดียวกับที่เคเพิ่งจะลงไปนั้นแล้วบอกที่หมายที่ต้องการไปอย่างรวดเร็ว ร่างเล็กไม่รู้เลยว่า ตัวเองได้เข้าไปอยู่ในบรรยากาศที่แสนจะคิดถึงอย่างไม่ได้ตั้งใจ บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความรู้สึกนานัปการ ทั้งรัก ทั้งแค้น ถ้าเครู้ว่าอากิระอยู่ใกล้กับเขาแค่ปลายจมูกนี้เอง และยังเดินเฉียดกันไปมาในโรงแรมที่เขาพักอยู่อีกหลายวัน เขาจะทำยังไงน้า!!!! --------------------------------------------------------------------------- ด้วยรักและคิดถึงเพื่อนๆ เสมอ อ้อ..อย่าลืมเม้นด้วยนะ อยากจะรู้อ่าว่าชอบกันบ้างหรือเปล่า tan จาก : tan - 06/12/2002 10:31 |
|
ข้อความ : อยากอ่านต่อจังเลยค่ะ จาก : OHO - 06/12/2002 13:46 |
|
ข้อความ : ลุ้นให้มาเจอกันเร็วๆ อ้ะ อยากรู้ว่านายเคจะทำไง จะแกล้งกันตั้งแต่แรกเลยหรือเปล่า ต่อค่ะต่อ จาก : siva - 06/12/2002 14:41 |
|
ข้อความ : สมกับที่รอคอยยยย เคจังอย่าแกล้อากิระให้มันมากนักนะ รออ่านตอนต่อไปอย่างใจจดใจจ่อ อิอิ จาก : Rena - 06/12/2002 17:22 |
|
ข้อความ : ฮืมมม ไอ้แขกลึกลับนั่นเป็นครายยยยย ผมอยากรู้อ่ะท่าน โฮ่ๆ จาก : max - 06/12/2002 21:29 |
|
ข้อความ : มาเป็นกำลังใจให้เขียนต่อค่ะ เรื่องสนุกมาก ตามมาตั้งแต่ภาคแรก จาก : kell - 06/12/2002 21:54 |
|
ข้อความ : เหอๆๆ เหมือนมิวสิคเพลงไทย...รักอกหัก...แม้จะเดินสวนกัน...ต่อให้ชนกันก็ไม่รู้ตัว เหอๆๆๆๆๆๆ มองเห็นกันในระยะ 2 cm ก็เหมือนไม่เห็น 55555555 (เล่นไรฟะช้าน) จาก : sano - 06/12/2002 23:01 |
|
ข้อความ : โอ...อ่านไป ก็ลุ้น ไปใจจะขาดรอน รอน... ท่านTanท่านเขียนได้ลุ้นจริงๆ จาก : winda - 10/12/2002 15:13 |
|
ข้อความ : หนุกจ้า ลุ้นสุดตัวเลย มันจะเป็นยังไงต่อเนี่ยเจ้าคู่เนี้ย จาก : mint - 31/12/2002 04:53 |