|
หัวข้อ : Time 3 ข้อความ : เกือบเที่ยงของวันต่อมา อากิระพาตัวเองมายังโรงแรมอย่างรวดเร็วหลังจากไปส่งหัวหน้าและทาโมสึที่สนามบินเป็นที่เรียบร้อยแล้ว คู่นั้นดูแล้วก็น่ารักดี เพียงแต่หัวหน้าดุไปหน่อย แล้วก็ไม่ยอมบอกความรู้สึกของตัวเองให้อีกฝ่ายรับรู้เท่านั้น ถ้าเพียงแค่บอกออกไป ทุกอย่างมันคงง่ายกว่านี้ ไม่ยุ่งยาก ไม่เจ็บปวดเหมือนอย่างที่อากิระเป็นอยู่ ไม่เศร้าเสียใจในความผิดพลาดของตัวเอง ไม่ปวดร้าวจนหัวใจแทบแตกสลาย ถ้าเพียงแต่เขา ไม่ปฏิเสธ ถ้าเพียงแต่เขา อากิระกะพริบตา เมื่อแท็กซี่จอดที่หน้าโรงแรมชั้นหนึ่งนั้นแล้วหันมาบอกเขา อากิระจ่ายค่ารถแล้วก้าวลงไป เขาถอนหายใจเฮือก เวลาทำงานนะ อย่าคิด อย่าคิด เขาย้ำกับตัวเอง เมื่อเดินไปที่ฟร้อนอย่างรวดเร็ว ยังไม่ตื่นเลยค่ะ แต่คุณหยางโทรมาสั่งอาหารไว้แล้ว บอกว่าถ้าตื่นแล้วจะโทรตามลงมา พนักงานต้อนรับบอกกับร่างเล็กเมื่อเขายื่นบัตรประจำตัว และสอบถามข้อมูลคร่าวๆ อากิระพยักหน้ารับรู้ก่อนที่จะพาตัวเองไปนั่งที่มุมหนึ่งเพื่อคอยอย่างใจเย็น ขอกาแฟดำ อากิระบอกกับบริกรเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาถาม และอีกไม่นานต่อมา กาแฟก็ถูกวางลงตรงหน้าร่างบางพร้อมกับน้ำตาลและนมสด ไม่ขมหรือครับ..เสียงทักที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้อากิระต้องเงยหน้ามองโดยอัตโนมัติ แล้วยิ้มให้เมื่อพบว่าเป็นใคร เขาทักตอบไปอย่างรวดเร็ว เชิญนั่งก่อนซิครับ.. คุณหยาง ขอบคุณครับ ร่างสูงใหญ่แข็งแรงเหมือนคนที่ออกกำลังกายประจำนั้นนั่งลงตรงข้ามกับเขาพลางเลิกคิ้ว ยังไม่ตอบผมเลย คุณซาคากิ.. อากิระมองนิดหนึ่ง ก่อนที่จะตอบ ขมสิครับ แต่เมื่อคืนผมไม่ค่อยได้นอนเลยต้อง ดื่มกันไว้ก่อน อากิระตอบเรียบๆ เมื่อยกกาแฟขึ้นมาจิบอีกครั้ง ดื่มอย่างนี้ประจำหรือครับอีกฝ่ายถามอย่างอยากรู้ นานๆ ครั้งครับ คุณมาแต่เช้า..อีกฝ่ายเปรยขึ้น อากิระเลิกคิ้วเมื่อคิดในใจ เช้าที่ไหนกัน เที่ยงกว่าแล้ว คุณมานูเอลล่ะครับ อากิระถามถึงเป้าหมายในการมาครั้งนี้ อย่างน้อย วันนี้ อากิระคิดว่า น่าจะได้พบบ้างล่ะนะ หรือว่าจะยังไม่ได้พบอีก ยังไม่ตื่นเลยล่ะครับ เมื่อวานเห็นว่าเหนื่อยมาก วันนี้เลยขอนอนให้เต็มที่ก่อน ผิดเวลาไปพอสมควร ความจริง เหตุผลที่อีกฝ่ายยกมามันก็พอที่จะทำให้อากิระเข้าใจอยู่หรอก แต่ว่าความรู้สึกอีกส่วนหนึ่งมันบอกกับเขาว่า ทะแม่งๆ แฮะ คนระดับนั้น เรื่องอย่างนี้ . แต่ว่า มันก็แล้วแต่คน เลยทำให้คุณเสียเวลา แล้วโปรแกรมก็รวนไปหมด หยางพูดขึ้นอย่างเกรงใจ แต่อากิระรู้ดีว่าเขาพูดตามมารยาทเท่านั้น ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ทางเรายินดีที่จะให้การต้อนรับเสมอ การดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะขุ่นเคืองอย่างไร ก็ต้องเก็บเอาไว้ในใจให้มิดชิดที่สุด เพื่อที่ผลประโยชน์จะไม่ห่างหายไปไหน แล้ววันนี้ คุณซาคากิ คิดว่า ตอนเย็นเราจะไปที่ไหนกันดี ถ้าตามโปรแกรมที่ให้ไว้ เอ แต่เมื่อวานคุณบอกว่า จะขอเปลี่ยนโปรแกรมที่ผมจัดไว้ เป็นยังไงบ้างครับ อากิระถามขึ้นทันทีเมื่อนึกขึ้นมาได้ ไม่ทันสังเกตดวงตาที่ไหววูบขึ้นแล้วกลับคืนสู่ความเฉยเมยดังเดิม ยังไม่เรียบร้อยเลยล่ะครับ ถ้าไม่ยังไง ตอนเย็นก็ตามกำหนดเดิมไปก่อนก็ได้ หยางพูดพลางลอบมองหน้าของอากิระอย่างพึงใจ โดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องเลยล่ะ ครับ ได้ ผมจะจัดการให้ แล้วคุณทานอะไรหรือยังครับ คุณหยาง อากิระถามอีกครั้ง เมื่อเหลือบมองนาฬิกา ครับ แล้ว คุณซาคากิ อากิระพยักหน้า แล้วหลุบสายตาลงเมื่อมีบอร์ดี้การ์ดอีกคนหนึ่งเดินเข้ามากระซิบอะไรบางอย่าง และอากิระก็ไม่คิดว่าจะซอกแซกอะไร ผมคงต้องขอตัวก่อนนะครับ คุณมานูเอลตื่นแล้ว อากิระพยักหน้ายิ้มให้อีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายผงกหัวเป็นเชิงลาเขา รู้งี้ มาสัก 6 โมงเย็นเสียก็ดี งานที่บริษัทยังรอเขาอีกเพียบทีเดียว แต่ทำยังไงได้ เขามาแล้วนี่นา อากิระมองนาฬิกาอีกครั้งแล้วลุกขึ้น เมื่อมองไปยังสวนหย่อมที่ทางโรงแรมจัดไว้อย่างเป็นสัดส่วน ไปนั่งอ่านหนังสือที่นั่น คงจะดีกว่าตรงนี้กระมัง อากิระลุกลัดเลาะ ออกไปยังสวนหย่อมทางด้านหนึ่งซึ่งมีต้นไม้ถูกจัดไว้อย่างเป็นสัดส่วน อีกทั้งยังหลบสายตาของใครต่อใครได้เป็นอย่างดีนั้น ร่างเล็กบางทรุดตัวลงนั่งเมื่อเลือกที่นั่งได้อย่างถูกใจ คว้าหนังสือพิมพ์ขึ้นมาแล้วกางออกอ่าน ไม่นานหลังจากนั้นก็มีร่างๆหนึ่ง เดินเข้ามายังห้องอาหารและนั่งลงบนโต๊ะข้างๆ ของอากิระที่เขาเพิ่งจะลุกไปนั้น พร้อมกับสั่งอาหารจานด่วนกับบริกรซึ่งเข้ามารับออเดอร์ ร่างสูงนั้นกวาดสายตาไปรอบๆ บริเวณโรงแรมอย่างพอใจในบรรยากาศ สายตาของเขากวาดผ่านไปตามที่นั่งที่มีทั้งนักธุรกิจที่มาติดต่องาน คู่รักที่มานั่งทานอาหารด้วยกัน ก่อนที่จะมองเข้าไปยังสวนหย่อมที่มีต้นไม่ร่มครึ้มนั้นอย่างสนใจ ไว้พรุ่งนี้ค่อยเข้าไปดู ยังไงวันนี้เราไปสืบหาข่าวของอากิระต่อดีกว่า เผื่อจะได้ความคืบหน้าอะไรบ้าง เคบอกกับตัวเอง เมื่อวานนี้ทั้งวัน เขาก็เหนื่อยพออยู่แล้ว วันนี้ก็เลยตื่นเสียสายโด่งเลย มุมนั้นท่าจะเหมาะ มีความเป็นส่วนตัวดี คนที่เลือกนี่ เข้าใจจริงๆ เคนึกชมคนที่เข้าใจหาทำเลเหมาะ มีความเป็นส่วนตัวอย่างนั้นอยู่ในใจ โดยที่ตัวคนถูกชมก็ไม่รู้เหมือนกัน เคลุกขึ้นเมื่อดื่มน้ำเรียบร้อยแล้ว และเดินออกจากบริเวณห้องอาหารที่เขานั่งทานอาหารอยู่ร่วมชั่วโมง เป็นเวลาเดียวกับที่อากิระเปลี่ยนท่านั่งอย่างเมื่อยขบ เขานั่งอยู่ท่าเดียวเพราะมีสมาธิในการอ่านหนังสือมาร่วมชั่วโมง ยกน้ำที่มันหายเย็นแล้วขึ้นมาดื่ม มองนาฬิกาอีกครั้ง บ่ายกว่า อืม คงยังไม่เรียบร้อยหรอกมั้ง อากิระคิด พลางยกหนังสือพิมพ์ที่ยังอ่านค้างอยู่ขึ้นมาดูอีกครั้ง ไม่ว่ายังไงก็ต้องรอ เท่านั้น @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ไม่ได้เรื่อง!!!! เคสบถในใจอย่างเบื่อหน่าย วันนี้ก็คว้าน้ำเหลวอีกตามเคย เฮอะ ถึงจะเป็นอย่างนั้น ก็อย่าหวังว่าจะหนีรอดเงื้อมมือของเขาไปได้หรอกนะ อากิระ ไม่มีทาง ถ้าไม่ได้พบอากิระในการมาญี่ปุ่นครั้งนี้ เขาก็ไม่มีทางกลับไปฝรั่งเศสเหมือนกัน ไม่มีทางเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม หรือว่า จะขอความช่วยเหลือกลับไปทางนั้นให้ช่วยตรวจสอบให้ ไม่เอาดีกว่า เขายังไม่อยากมีเรื่องยุ่งยากมากวนใจตอนนี้ ให้มันหมดหนทางจริงๆ เสียก่อน แล้วค่อยว่ากัน ร่างสูงคิดขณะที่รอลิฟต์เพื่อพาตัวเองขึ้นไปยังห้องพักนั้น พอลิฟเปิดเครอจนคนที่โดยสารลงไปหมดแล้ว เขาจึงก้าวเข้าไป รอด้วยค่ะ เสียงเล็กๆ นั้นทำให้เขากดรอโดยอัตโนมัติ ร่างบางของบริกรที่วิ่งกระหืดหระหอบเข้ามานั้น ทำให้เขากระหวัดความคิดไปถึงใครอีกคนทันที ส่วนไหนของหญิงสาวตรงหน้ากันนะ ที่คล้าย คงจะเป็นที่รูปร่างหน้าตานั่นสินะ ร่างบางตรงหน้าเงยหน้าขึ้น เมื่อรู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกมองอย่างสำรวจ แต่พอเงยหน้าเท่านั้น รูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลา ดึงดูดสายตาของใครต่อใครนั้น ก็พาเอาสะท้าน โดยเฉพาะดวงตาคมปราบคู่นั้นที่ไม่มีความรู้สึก มันเรียบเฉยเสียจนน่ากลัว แต่ในความเย็นชานั้น ก็มีบางสิ่งบางอย่างชี้ชวนให้น่าค้นหา บุคลิกอันโดดเด่น ทำให้ร่างบางต้องก้มหน้ามองพื้นอีกครั้ง อย่างอึดอัด ใครกันนะ ???? พักชั้นไหนหรือคะ ในตอนแรกร่างสูงก็ไม่คิดจะตอบหรอก แต่อะไรบางอย่างทำให้เขาจ้องร่างบางตรงหน้า คงเป็นเพราะ มีส่วนที่คล้ายใครบางคนนั่นแหละ ถึงทำให้เขาสนใจได้ 48 เขาตอบสั้นๆ ไม่มีคำขึ้นต้นและลงท้าย พอมีเวลาจะบริการบ้างหรือเปล่า ร่างบางเงยหน้าขึ้นสบตาคู่นั้น บางอย่างทำให้เธอไม่กล้าที่จะปฏิเสธชายที่มีบุคลิกอันโดดเด่นตรงหน้า ตอนนี้ ไม่ว่าจะลงเหว หรือโบยบินไปที่ไหน เธอก็ไม่เกี่ยงเลย เคมองอย่างพึงพอใจ เมื่อร่างบางนั้นเดินตามเข้าไปในห้องของเขาอย่างไม่เกี่ยงงอน และไม่ยากเย็นอะไรนัก ..ก็แค่นี้..ผู้หญิง.. อีกด้านหนึ่งของโรงแรม อากิระก็ยังรอที่จะพบมานูเอล อย่างอดทน เขารู้อีกไม่กี่นาทีข้างหน้า คนๆ นั้นก็จะลงมาจากห้องเพื่อที่จะไปท่องราตรียามค่ำคืน พร้อมกับบอร์ดี้การ์ดอีกเป็นกระตั้ก โธ่ แค่เห็นเขายังอึดอัดแทนอย่างช่วยไม่ได้ ล้อมหน้าล้อมหลังจนมิด อย่างนี้จะไปมองอะไรเห็น เห็นแต่แผ่นหลังกว้างๆ ของบอร์ดี้การ์ด กับท้องฟ้ายามค่ำคืนก็พอมั้ง เห็นกี่ครั้ง อากิระก็อดค่อนขอดในใจไม่ได้เสียที!!! ร่างคุ้นตาที่เดินนำมายังด้านล่างทำให้อากิระต้องมองร่างตัวเองอย่างสำรวจเป็นครั้งสุดท้าย เมื่อเห็นว่าพร้อมดีอยู่แล้วจึงเดินเข้าไปต้อนรับอีกฝ่ายอย่างมีมารยาท ..นี่คุณซาคากิ อากิระครับ เป็นตัวแทนของ Z คอมพิวเตอร์ที่จะมารับรองเราในครั้งนี้ หยางแนะนำเขาแก่ ร่างเล็กบอบบางของมานูเอลที่มองมายังเขาอย่างเฉยเมย คงจะเป็นแบบฉบับเสียแล้วล่ะมัง ไอ้อาการมองไม่เห็นหัวคนจนของคนรวยๆ เนี่ย แต่ก็ยอมรับได้อย่างหนึ่งแหละนะว่าคนตรงหน้านี่ สวย ถึงแม้ว่าจะเป็นผู้ชายแท้ๆ ก็ตาม อากิระค้อมตัวเป็นการทักทายตามธรรมเนียมของญี่ปุ่น พยายามที่จะไม่ใส่ใจกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า เมื่อพอจะมองออกว่า ไม่ชอบเขาตั้งแต่เห็นหน้าแล้ว เซ้นของเขามันบอก แต่จะไม่ชอบด้วยเรื่องอะไรนี่สิ เขาก็ยังคิดไม่ออก ..ไม่อยากไป โปรแกรมอะไรน่าเบื่อชะมัด อากิระมองแล้วยิ้มกับอาการแบบเด็กๆ นั้น อยากจะไปไหนล่ะครับ อากิระถามตามมารยาทเมื่อก้าวขึ้นรถคันเดียวกัน โดยมีหยางนั่งขนาบอยู่อีกข้างหนึ่ง แล้วมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง ..นายเป็นคนดูแลเรา ก็ต้องทำให้เราพอใจสิ ไม่ใช่มาย้อนถามอย่างนี้ อีกฝ่ายพูดเสียงเรียบ อากิระอึ้งไปพักหนึ่ง เมื่อเจอฤทธิ์เดชของคนที่นั่งอยู่ข้างๆ ของเขา เข้าใจแล้วโว๊ย ว่าทำไมหัวหน้าของเขาอารมณ์เสียทุกครั้งหลังจากกลับไปแล้ว ก็เจออย่างนี้อ่ะ มันก็น่าอยู่หรอก เงินดี งานดี ไม่เถียง แต่ถ้าจะต้องมารองรับอารมณ์ของอีกฝ่ายตลอด 1 เดือนนี่ล่ะก็ เห็นจะรับไม่ไหว ดีนะที่กำหนดของเขามีแค่ 3 วัน หลังจากนั้นก็คงจะเป็นหน้าที่ของคนอื่นที่ต้องมารับช่วงต่อไป แค่ 3 วัน แต่ก็คงจะเป็นนรกสำหรับเขานี่แหละ ไม่น่าเลย!!! เอ้า ว่ายังไง นั่งบื้ออยู่ได้ ร่างเล็กของมานูเอลหันมาตวาดแว้ดเข้าให้ เมื่อเห็นว่า อากิระไม่ตอบเขาเสียที ถ้าอย่างนั้น ก็คงจะต้องเป็นไปตามนี้ล่ะครับ เพราะว่าผมไม่ได้เป็นคนที่จัดตาราง นี่เป็นตารางที่ฝ่ายตลาดที่มีความเชี่ยวชาญอุตส่าห์นั่งจัดมาให้กับเขาซึ่งอยู่ทางฝ่ายวิจัยและพัฒนา แค่นี่เขาก็ปวดหัวจนจะตายอยู่แล้ว ร่างเล็กบางของมานูเอล นิ่วหน้าอย่างไม่พอใจ แต่พอหันไปสบตากับร่างสูงของหยางก็ต้องสงบลง และอากิระก็ชักงง ใครเป็นนายของใครกันแน่นี่ ตามกำหนดการณ์เดิมดีแล้วครับ หยางเป็นคนตัดสินใจให้ อากิระยิ้มน้อยๆ ครับ ..เขารับคำ เมื่อหันไปบอกคนขับรถให้ไปตามกำหนดการณ์เดิม ร่างเล็กนี่ มีลักษณะเป็นผู้ตามมากกว่าผู้นำ แต่ทำไม ช่างเถอะ อย่างน้อย เขาก็มีข่าวกลับไปบอกเพื่อน ได้แล้วล่ะ ว่า คุณมานูเอล นี่ สวย น่าดูเลย ไม่สวยธรรมดานะ โครตสวยเลย นี่มันก็บ่ายโข จนจะเย็นแล้ว อากิระจึงเปลี่ยนกำหนดการของการท่องเที่ยวไปบ้างเล็กน้อย โดยเขาเปลี่ยนจากคามาคุระ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่เขาคิดว่าน่าสนใจ เมืองนี้เป็นเมืองหลวงเก่า ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากโตเกียวไม่มากเท่าไรนัก เป็นกินซ่าที่มีทั้งร้านค้า ภัตตาคาร บาร์และคลับที่มีให้เลือกอยู่สองฟากฝั่ง ต้องรอจนมืดนะครับ ถึงจะเห็นสีสันยามราตรี คิดว่าคุณมานูเอลคงจะชอบ ตอนนี้ผมจะพาคุณ ไปดูความเจริญก้าวหน้าของญี่ปุ่นก่อนนะครับ.. อากิระอธิบายไปเรื่อยๆ พยายามที่จะไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะฟังหรือเปล่า เขามีหน้าที่เพียง สองอย่างก็คือ ให้ความรู้สึกที่ดีในการมาญี่ปุ่นในครั้งนี้ของมานูเอล ส่วนอีกอย่างก็คือ อดทน เป็นคำที่เขาต้องท่องไว้ในใจ คนรวยเป็นอย่างนี้ทุกคนหรือเปล่า เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจของเขาอย่างปัจจุบันทันด่วนในเวลานั้น กริยาอาการที่เหมือนจะมองไม่เห็นหัวของคนที่จนกว่า มันก็ทำให้เขารู้สึกไม่ดีมากพออยู่แล้ว เมื่อมาพบกับการกระทำที่แสดงออกอย่างชัดแจ้งนั้น ก็ยิ่งทำให้อากิระมีอคติมากขึ้นไปอีก หน้าที่ มันเป็นหน้าที่ ต้องอดทน..อากิระท่องแต่คำนั้นไว้ในใจ เป็นอะไรไปนะ แลคุณมานูเอลจะไม่ชอบเขาเอามากๆ ทีเดียว คุณมานูเอลคงจะไม่ชอบผมอากิระพูดกับหยางเบาๆ เมื่อร่างเล็กบางนั้นเดินนำเข้าไปข้างในลิ่วๆ ..คุณมานูเอลเป็นอย่างนี้เสมอครับ หยางพูดเรียบๆ มองร่างเล็กบางด้วยดวงตาที่คมกริบ กริยานั้นทำให้เขาไม่พอใจเหมือนกัน คิดว่าตัวเองเป็นใคร???ก็แค่ ..คิดว่าคงจะต้องทนผมไปอีกวันเดียวเท่านั้นแหละครับ อากิระพูดขึ้นเมื่อเดินเคียงกันไป ร่างสูงของหยางชะงัก แล้วก้มลงมองร่างเล็กที่ยิ้มบางๆนั้นอย่างสงสัย ทำไมครับ.. หยางถามขึ้น เมื่อร่างบางนั้นไม่ตอบสักที จะมีคนมาแทนผมในวันมะรืนนี้ ดวงตาคมกริบนั้นทำให้อากิระนึกไปถึงใครบางคน ..คุณมานูเอลมาเป็นเดือนนะครับ แล้วทำไมคุณดูแลแค่ 3 วันเท่านั้น จริงๆแล้ว ต้องเป็นหัวหน้าของผมน่ะครับ แต่ติดงานที่นิวยอร์ค เลยส่งผมมาแทน แล้วเวลาที่เหลือล่ะครับ.. จะมีคนจากฝ่ายตลาดมาแทนผมครับ คงจะดูแลคุณมานูเอลได้ดีกว่าผม อากิระพูดยิ้มๆ น่าเสียดายจังเลยหยางพูดขึ้น อย่างน้อย เขาก็ถูกใจร่างเล็กบอบบางตรงหน้าพอสมควร ทั้งๆที่ความรู้สึกนั้น เขาไม่มีมานานแล้ว ..ผมก็เสียดายครับ..แต่กำหนดเป็นอย่างนั้น คุณมานูเอลคงจะพอใจมากกว่า หยางยิ้มเรียบๆ เมื่อตวัดสายตาไปมองร่างบางที่ยืนมองเทคโนโลยีต่างๆ อย่างสนใจนั้น ดวงตาที่ไม่ยิ้ม ไม่ได้บ่งบอกถึงความเคารพและให้เกียรติอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้อากิระต้องตะหงิดๆ ในใจขึ้นมา งานนี้มันแม่งๆนานี่ คุณทำงานได้ดี.. อากิระเลิกคิ้วเมื่ออีกฝ่ายกล่าวชมขึ้นมาลอยๆ ..เพิ่งพบกับคุณได้วันเดียวรู้ได้ยังไงครับว่าผมทำงานได้ดี.. ร่างเล็กบางถามขึ้นอย่างสงสัย ..ผมทราบก็แล้วกันครับ ..คุณซาคากิ อากิระ หรือว่า คุณค้นข้อมูลของผม อากิระนึกขึ้นมาได้ ดวงตาวาววับจ้องมองร่างตรงหน้าอย่างไม่พอใจ หยางยิ้มบางๆ อย่าเพิ่งโกรธซิครับ..ร่างสูงนั้นยกมือขึ้น เมื่อเห็นว่าอากิระมีท่าทางไม่พอใจเป็นอย่างมาก ผมทำไปก็เพื่อความปลอดภัยของคุณมานูเอล คนที่เข้ามาเกี่ยวข้องจะต้องมีการตรวจสอบข้อมูลอย่างเข้มงวด เป็นกฎที่จะละเลยไม่ได้อย่างเด็ดขาด อากิระก็ยังไม่พอใจอยู่ดี ที่อีกฝ่ายตรวจสอบข้อมูลส่วนตัวของเขาโดยพละการอย่างนั้น อย่าโกรธเลยครับ .. อากิระตวัดสายตามองร่างนั้นอย่างระงับอารมณ์ยังไม่คลายอาการไม่พอใจ เป็นกริยาที่อีกฝ่ายมองแล้วต้องตา เห็นว่า น่ารัก ..ก็พอเข้าใจหรอกครับ แต่เรื่องส่วนตัวของผม ผมไม่ชอบให้ใครมาก้าวก่าย ไม่ว่าคนนั้นจะใหญ่โตมาจากไหนก็ตาม อากิระพูดโดยไม่มองหน้าของหยาง จึงไม่รู้ว่าคนนั้นมองเขาอย่างอ่อนโยน หยาง หยาง..เสียงเล็กจากร่างบางที่ดูอย่างเพลิดเพลินนั้น ทำให้ร่างสูงชะงัก ขอตัวจากเขา ผละไปหาร่างเล็กอย่างรวดเร็ว อากิระมองตามไปอย่างระงับอารมณ์ อย่างน้อย ในเวลานี้ เขาจะต้องทนให้ได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เพื่อเพื่อนร่วมงานที่มีชะตาชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายของการทำธุรกิจ จากการศึกษาเครือข่ายการทำงานของ มานูเอลแล้วเขาพบว่า เป็นเครือข่ายที่มีอำนาจครอบคลุมไปทั่วยุโรป และมีการวางรากฐานไว้อย่างแข็งแรงแน่นหนา เรียกได้ว่า ไม่ว่าเศรษฐกิจของโลกจะเป็นอย่างไร งานของมานูเอลก็ยังสามารถดำเนินไปได้โดยที่แทบจะไม่มีผลกระทบอะไรได้เลย ฐานการเงินอันแน่นหนานั้นเป็นเกราะคุ้มกันให้ธุรกิจของมานูเอลดำเนินไปได้อย่างกว้างขวาง และสามารถขยายสาขาไปได้แทบจะทุกประเทศ มีอำนาจถึงขนาดที่ว่า เพียงแค่คำพูดเพียงคำเดียวก็สามารถที่จะทำให้ราคาหุ้นในตลาดโลกตกลงได้ในพริบตา หรือจะเรียกอย่างง่ายๆ ก็คือ ต้องปิดบริษัทนั่นแหละ แล้วอย่างนี้ ประเทศเล็กๆ อย่างญี่ปุ่นจะเอาอะไรไปสู้ได้ บริษัทเล็กๆ ที่ยังต้องพึ่งเงินลงทุน เงินกู้จากตลาดใหญ่ทางยุโรปอย่าง แซท คอมพิวเตอร์ จะไปมีสิทธิ์มีเสียงอะไร อากิระคิดอย่างเหนื่อยหน่าย ..กลับกันเถอะครับ คุณมานูเอลอยากพักผ่อนแล้ว หยางพูดกับเขาเรียบๆ แต่น้ำเสียงนั้นก็ทำให้เขาต้องสงสัยขึ้นมาอีก เป็นอะไรกันนักหนา แล้วอีตาหยางนี่เป็นใครกันแน่ ดูไม่มีความเกรงกลัวคุณมานูเอลอย่างที่ควรจะเป็นเอาเสียเลย ..แต่ว่า อากิระทะท่าจะค้าน แต่พอเห็นภาวะอารมณ์ของอีกฝ่ายแล้วก็ได้แต่รับคำ แล้วเดินนำออกไปในทันที จึงไม่เห็นว่าร่างสูงนั้นจ้องมองร่างเล็กบางอย่างไม่พอใจ และไม่ใช่วิสัยที่ลูกจ้างจะทำกับนายจ้างได้เสียด้วยและ นายจ้าง ก็ทำท่าว่าจะกลัวลูกจ้างเอาอย่างจริงๆ จังๆ โดยที่เขาไม่รู้สาเหตุ แต่ ทั้งหยาง และเหล่าบอร์ดี้การ์ดที่ตามเป็นขบวนนั้นคงจะรู้กระมัง จึงได้ทั้งนิ่งทั้งเฉยขนาดนี้!!!! @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ..เลยทำให้กำหนดของคุณต้องเลื่อนไปด้วย ขอโทษนะครับ..หยางพูดกับเขาเมื่อมาถึงโรงแรม คุณมานูเอลถูกพาตัวขึ้นไปยังห้องพักแล้ว เมื่อหยางหยุดพูดคุยกับเขาที่ฟร้อนหน้าโรงแรม อากิระยิ้มให้ อย่างมีมารยาท ไม่เป็นไรหรอกครับ เป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องอำนวยความสะดวกให้กับพวกคุณอยู่แล้ว ..ถ้าอย่างนั้นผมขอแก้ตัวใหม่ก็แล้วกัน พรุ่งนี้ ทุกอย่างจะเป็นไปตามกำหนดของคุณแล้วกันนะครับ ไหนๆ ก็เป็นวันสุดท้ายแล้ว.. จะไปกะเกณฑ์อะไรได้ คำนั้นเขาก็ได้แต่คิดอยู่ในใจ ไม่ได้พูดออกมา ..ตามความสะดวกของคุณก็แล้วกัน ถ้าอย่างนั้น พรุ่งนี้ ผมจะมารอคุณหยางที่ฟร้อนตอน 9 โมงเช้านะครับ ครับ ยังไงวันนี้ก็ต้องขอโทษด้วยนะครับที่เกิดเรื่องไม่ควรขึ้น เป็นหน้าที่ของผมครับ ไม่เป็นไร อากิระว่าพลางยกนาฬิกาขึ้นดู ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ คุณหยาง ..ครับ หยางมองตามร่างสูงโปร่งบอบบางนั้นออกไปจนสุดสายตา พลางเงยหน้าขึ้นมองไปบนเพดานอย่างไม่พอใจ เรื่องในวันนี้มันจะมากไปแล้ว คงจะต้องสะสางให้รู้สำนึกเสียบ้างว่าตัวเองอยู่ในฐานะอะไร เป็นอะไร หยางหันหลังกลับ แต่สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยเข้า ตอนแรกเขาก็มองอย่างไม่แน่ใจ ใช่จริงๆ ร่างสูงของหยางก้าวเข้าไปหาร่างนั้นอย่างรวดเร็ว เมื่อแน่ใจในเวลาต่อมาว่า ต้องใช่ แน่นอน ไม่ได้พบกันนานนะครับ คำทักทายที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้ร่างที่สูงพอๆ กันต้องมองขึ้นมาด้วยสายตาที่คมปลาบ แล้วก็ก้มลงสนใจในสิ่งที่ตัวเองได้ทำอยู่ก่อนหน้าอย่างไม่สนใจอะไรอีก ผมเป็นห่วงแทบแย่นะครับ.. หยางยืนอยู่ข้างๆ ไม่ห่าง ก็ไม่ได้เป็นอะไรนี่ น้ำเสียงอันเย็นชาที่ตอบกลับมา ถ้าเป็นคนอื่นคงจะเสียวสันหลังวาบ แต่ไม่ใช่กับหยางคนนี้ คุณหยางครับ คือว่า บอร์ดี้การ์ดคนหนึ่งเข้ามากระซิบอะไรบางอย่างที่หูของเขา หยางพยักหน้ารับ ทอดมองร่างสูงที่ไม่สนใจอะไรครู่หนึ่ง ผมขอตัวนะครับ เขาหันมาบอกกับร่างสูงที่ยังนั่งอ่านหนังสือในมืออย่างไม่สนใจอะไรนั้น นายอยู่ที่นี่ ดูแลด้วย.. หยางสั่งลูกน้องที่เข้ามาในขณะนั้นอีกคน ร่างสูงเงยหน้าขึ้นมองด้วยแววตาคมกริบเย็นชา ไม่ต้อง อยากอยู่คนเดียว หยางมองนิดหนึ่ง พยักหน้าอย่างยอมจำนน ไม่เคยขัดใจอะไรได้อยู่แล้วนี่นา ยิ่งตอนนี้แลดูจะอารมณ์ไม่ดีด้วยล่ะมัง ครับ ได้ หยางรับคำพลางพยักหน้าให้ลูกน้องถอยห่างออกไป แต่ก็ยังให้วนเวียนอยู่แถวๆ นั้นแหละ เป็นการอารักขาบุคคลสำคัญนั้น มากับใคร? ร่างสูงที่นั่งอ่านหนังสือถามขึ้นอย่างไม่สนใจ หยางถอนใจนิดหนึ่ง กำลังจะขึ้นไปดูครับ แม้จะตอบไม่ตรงคำถาม แต่ก็เข้าใจความหมายได้ในทันที คงไม่วุ่นวาย..คำพูดสั้น แต่กินใจความลึก หยางมองร่างสูงสง่าตรงหน้าก่อนจะตอบ นิดหน่อยครับ แต่ทำไม.. ร่างสูงเงียบเป็นการตัดบทว่าจะไม่ตอบคำถามนั้นอย่างแน่นอน พลอยทำให้หยางต้องเงียบและถอยห่างออกมาเพื่อขึ้นไปดูบุคคลที่อยู่บนห้องขณะนั้น ทิ้งให้ร่างสูงอยู่ท่ามกลางการอารักขาจากบอร์ดี้การ์ดมือดีทั้งสองคนห่างๆ @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ อากิระคลายไทด์ที่รัดรึงเขามาทั้งวันนั้นออกอย่างอึดอัด แล้วทรุดนั่งลงบนโซฟาที่อยู่ติดกับระเบียงนั้นอย่างอ่อนเพลีย เขาเปิดกระจกประตูระเบียงออก เพื่อรับลมที่พัดโชยมาเย็นๆ นั้นอย่างชื่นใจ เขาชอบธรรมชาติ มากกว่าสิ่งประดิษฐ์ที่ถูกพัฒนาขึ้นมา ท้องฟ้ายามค่ำคืนช่างเวิ้งว้างชวนให้เปลี่ยวเหงาเหมือนความรู้สึกของเขาเลย เวลาอย่างนี้ เขาอยากที่จะกลับบ้าน กลับไปยังบ้านของเขา ถึงแม้ว่าตัวของเขาเองจะไม่มีใครอีกแล้ว เมื่อกลับไป แต่นั่นก็เป็นสถานที่พักพิงใจเพียงแห่งเดียวที่เขามีในยามนี้ เพราะ บ้านหลังนั้นยังมีกลิ่นไอของเคลอยวนอยู่!!! เป็นแห่งเดียวที่ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับเคที่ชัดเจนที่สุด!!! ร่างบอบบางนั้นปล่อยความคิดให้ล่องลอยไป ไกลแสนไกล มันเฝ้าวนเวียนถึงแต่คนเพียงคนเดียว คนเดียวที่ยังประทับอยู่ในหัวใจดวงน้อยของเขาไม่รู้เลือน แม้ว่าเวลานั้น จะผ่านมาถึง 10 ปีแล้วก็ตาม เค..คงจะลืมเขาไปแล้วกระมัง อากิระคิดอย่างเจ็บปวด แน่สิ เขาคงจะไม่มานั่งจำคนที่ทำให้เขาเจ็บปวดอยู่หรอก ใจดวงหนึ่งของเขาพูดขึ้น เพราะถ้าเขายังจำเราได้ ยังคิดถึงเราอยู่ ก็ต้องส่งข่าวมาบ้าง แต่นี่ ไม่มีแม้กระทั่ง น้ำตาของอากิระรื้นขึ้นมา เขาร้องไห้ทุกครั้งที่คิดถึงความผิดพลาดของตัวเอง เจ็บยิ่งกว่า.. เมื่อได้ทำให้คนที่ตัวเองรักเจ็บ ถ้าได้พบอีกสักครั้ง อากิระจะขอโทษ แม้ว่าคำขอโทษของเขาจะถูกปฏิเสธอย่างไม่ใยดีก็ตาม แต่นั่นคงเป็นสิ่งเดียวที่อากิระจะทำให้คนที่อากิระรักได้ อากิระจะยอมทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้เค ยกโทษให้เขา กลับมาเป็นเพื่อนกับเขาดังเดิม แม้จะรู้ว่า สิ่งนั้นจะไม่มีทางเป็นไปได้ก็ตาม อากิระรู้จักเคดียิ่งกว่าใคร เคเป็นเพื่อนที่อากิระสนิทมากที่สุด จนเขาคิดว่า ไม่มีสิ่งใดที่จะมาทำลายความสัมพันธ์นี้ลงไปได้ แต่ อากิระก็ทำลายมันไปอย่างไม่ใยดีเลย ด้วยตัวของเขา ด้วยหัวใจของเขา เคที่อากิระรู้จัก เป็นยังไงนะ??? สิ่งของที่เครัก เคชอบ เขาจะดูแลเอาใจใส่ แหนหวง ทนุถนอมตลอดเวลา ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเก่าหรือไร้ค่าแค่ไหนก็ตาม แต่เค ก็ยังมองเห็นคุณค่าของมันเสมอ แต่สิ่งที่เคเกลียด เขาจะไม่สนใจ ไม่ว่าสิ่งนั้นจะมีค่าในสายตาของใครต่อใครมากมายแค่ไหนก็ตาม เขาก็สามารถที่จะทำลายมันได้อย่างง่ายดาย โดยไม่สนใจความรู้สึกของใครเลย และ ..อะไรที่เคต้องการ เขาก็พยายามที่จะไขว่คว้ามันมา ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนก็ตาม ส่วนของที่เขาไม่ต้องการน่ะเหรอ เขาก็จะเขี่ยทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ในเวลานั้น อากิระ เป็นของที่เคยังต้องการ กระหายอยากได้ เมื่อได้ไปอยู่ในมือ เคก็คิดว่าเขาจะทำยังไงก็ได้ ใช่ เคคิดไม่ผิดหรอก เพียงแต่ว่า อากิระไม่ใช่สิ่งของ อากิระเป็นคน มีชีวิต จิตใจ มีความต้องการ เมื่ออากิระได้รักอากิระก็อยากที่จะให้เขารักตอบ และมีเพียงแค่อากิระเพียงคนเดียว แต่เคไม่ใช่ เขาไม่ได้คิดอย่างนั้น เมื่อเขามีอากิระ เขาก็ยังมีคนอื่นในเวลาเดียวกันด้วย นั่นเป็นสิ่งที่อากิระทนไม่ได้ แต่เมื่ออากิระได้เลือกเส้นทางสายนี้ไปแล้ว ได้เห็นความเจ็บปวดของเค มันทำให้อากิระสับสน อากิระทำถูกแน่หรือ ความสับสนนั้นทำให้อากิระสูญเสียหัวใจ ทำให้ทางเดินของอากิระว่างเปล่า ทำให้อากิระไม่คิดจะมีใครมาแทนที่เค คนที่อากิระรักแม้แต่นิดเดียว!!!! รักเอย.. ใยเจ้าจึงเป็นหนามอันแหลมคม คอยทิ่มแทง ให้ใจของเราเจ็บปวดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน รักเอย ใยเจ้าให้ความสุข แต่ก็ให้ความทุกข์คละเคล้ามาด้วย รักเอย.. เจ้าเป็นฉันใดกัน จึงได้ผันแปรเปลี่ยน คอยหมุนเวียน ให้ใจสุข ทุกข์ระทม . @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ Tan เองครับ โอ้ ใกล้แล้ว แต่ใกล้อะไรหว่า เพื่อนๆ รู้หรือเปล่าเอ่ย????? จาก : tan - - tantipattana@yahoo.com - 11/12/2002 19:25 |
|
ข้อความ : ใกล้จะได้เจอกันน่ะสิ ใช่เปล่า
ท่านโหดชะมัดเลย กว่าจะให้เจอกัน สวนกันไปสวนกันมา ฮ่าๆ ตาเคต้องเป็นมหาเศรษฐีมาบีบบังคับอากิระน้อยๆ แน่ๆ เลย เอิ๊กกก น่าฉงฉาน แต่ชอบ (อ้าว) มาโซๆๆๆ อะจ๊ากกก จาก : max - 11/12/2002 19:40 |
|
ข้อความ : โหดร้าย ไม่ให้เจอกันสักที เหอะๆๆ...- -" ยืนยันคำเดิม เหมือนมิวสิคเพลงน้ำเน่า สวนกันแต่ไม่เห็นเนี่ย เหอๆๆๆ ^ ^;;;;;;; โอ้แล้วเมื่อไหร่จะได้เจอหนอ อย่าบอกนะว่าตอนจบ?! เหอๆๆๆ จาก : sano - 11/12/2002 21:17 |
|
ข้อความ : โอ๊ย จะบ้าตายเมื่อไรจะได้เจอกันเนี่ย ทรมานคนอ่านมากๆๆๆๆๆๆ มาต่อเร็วๆๆน้า เดี๋ยวจะลงแดงตายเสียก่อน จาก : lek - - saengnapa@hotmail.com - 12/12/2002 09:30 |
|
ข้อความ : ให้เจอกันซะทีเถอะ คนอ่านจะขาดใจตายอยู่แล้ว จาก : pinet - 12/12/2002 12:54 |
|
ข้อความ : เหอๆๆ เหอๆๆ ใจร้ายยยย อยากให้เจอกันเร็วๆจังค่ะ
รอตอนต่ออยู่นะคะ ^^ จาก : ไค - 12/12/2002 14:18 |
|
ข้อความ : กำลังรอให้เจอกันนี่แหละค่ะ ตอนหน้าเลยยิ่งดี ยังไงเวลาเจอกันก็อย่ารุนแรงมากแล้วกันนะค่ะ จาก : siva - 12/12/2002 14:44 |
|
ข้อความ : ให้เจอกันได้แล้ววววววววววววว คนเขียนใจร้ายยยยยยย ชอบทรมานคนอ่าน T_T จาก : Rena - 12/12/2002 18:00 |
|
ข้อความ : เอาน่า รออีกสักพัก เดี๋ยวก็เจอกันเองล่ะ ไม่แกล้งนานหรอก เดี๋ยวตาเคจะทนไม่ไหว จับหนูอากิระกดเสียแต่แรกเจอเข้าจะยุ่ง เฮ้อ... จาก : tan - 12/12/2002 20:10 |