|
หัวข้อ : Sunny Day 9 ข้อความ : คาสึยะขยับตัวอย่างอึดอัดเมื่อเขาหายใจไม่ค่อยสะดวก ทำไมตัวของเขามันหนักๆ หว่า คาสึยะลืมตาขึ้น เมื่อรู้สึกว่าทนไม่ไหว อืม ที่นอน เอ นี่มันห้องใคร ไม่ใช่ห้องของเขานี่ แล้วนี่มันแขนของใครกัน เขาจำไม่ได้ว่าตัวเองจะมีแขนที่ล่ำบึ้กขนาดนี้ อีกอย่างเขาก็มีแค่สองแขนเท่านั้น อ้าว แล้วอีกสองแขนนี่มันของใครกันล่ะ ร่างสูงโปร่งลืมตาโพรง ลุกพรวดขึ้นทันที พลางมองไปรอบๆห้องที่ไม่คุ้นเคยนั้น ห้องใคร เขาคิดอยู่ในใจอย่างกังขา แล้วแขนนี่มันของใครกันเล่า สายตาของเขาเลื่อนลงไปเรื่อยๆ สะดุดกับใบหน้าคมคายที่ยังนอนหลับสนิทนั้น ว้า . คาสึยะยกมือขึ้นอุดปากไว้ทันก่อนที่ตัวเองจะเผลอแหกปากออกมา ร่างสูงแข็งแรงนั้นขยับตัว และคว้าเขาเข้าไปหาอีกครั้ง โดยที่คาสึยะไม่ทันตั้งตัว ล้มตึงลงไปนอนให้หมอนั่นกอดเป็นหมอนข้างอีกรอบ อืม..ลิซ่า.. คาสึยะชะงัก เมื่อได้ยินหมอนั่นพึมพำเรียกชื่อใครบางคน คงจะเป็นแฟนมั้ง ร่างสูงโปร่งของคาสึยะพยายามที่จะลอดตัวลงมาระหว่างช่องว่างนั้น แต่อีกฝ่ายก็เหมือนแกล้งกอดเขาแน่นเข้าไปอีก เฮ้ย เราไม่ใช่หมอนข้างนะโว๊ย จะได้กอดเอากอดเอาอย่างนี้ คาสึยะพึมพำอย่างไม่พอใจ เมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมปล่อยเสียที หลับจริงหรือเปล่านี่ คุณ คุณ คุ้น คาสึยะเขย่าตัวให้อีกฝ่ายตื่นเสียทีอย่างไม่มีทางเลือก เมื่อมันไม่ยอมปล่อยเอาจริงๆนะนี่ หือ.. อีกฝ่ายรับแค่นั้นแล้วก็เงียบไปอีก ไม่รับรู้อะไร คาสึยะเหลือบมองนาฬิกา ตาย.. ได้เวลานาโอกิจะไปโรงเรียนแล้วนี่ คุณ คุณริวอิจิ ตื่น ตื่นสิ คาสึยะตบแก้มอีกฝ่ายเบาๆ คนอะไร นอนขี้เซาขนาดนี้ ทำไม มีอะไร โห ยังมีการมาถามอีก ลุกซิ คุณริวอิจิ ลุกเร็ว ไอ้ท่าทางอย่างนี้น่าจะบีบคอให้ขาดอากาศหายใจตายไปเลย ง่วง เขาพึมพำแต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย โธ่โว้ย มารย่งมารยาทอะไร ไม่รักษาแล้ว ถ้าไม่ลุกนะ เป็นเรื่องคาสึยะขู่ร่างที่ยังนอนได้นอนดีนั้น ..จะมาว่าผมไม่ได้นะ ..ผมปลุกคุณแล้วนา..คาสึยะว่า แล้วทำอาการอย่างหนึ่งก็คือ ถีบ ร่างที่กอดเขาอยู่อย่างไม่รู้เรื่องราวนั้น คิดอย่างเดียว ตกเตียงนี่คงจะเจ็บน่าดู แต่การมันไม่เป็นอย่างนั้นน่ะสิ อีกฝ่ายพลิกตัวได้ทันก่อนที่จะตกไปได้เสี้ยววินาที ในขณะที่คาสึยะอดทึ่งไม่ได้ สัญชาติญาณเอาตัวรอดสูง ..อะไรกัน..ร่างสูงถามอย่างหัวเสีย ถ้าจะสังเกต เสื้อผ้าของอีกฝ่ายยังไม่ได้เปลี่ยนเลยนี่หว่า คงจะนอนทั้งอย่างนั้น ผมปลุกคุณแล้วนะ แต่คุณไม่ยอมลุกเอง..คาสึยะแก้ตัว เมื่ออีกฝ่ายมองตาขุ่น ..แล้วทำอะไรของเราน่ะ.. ก็ปลุกคุณไง คาสึยะตอบหน้าเป็น เหมือนกับจะบอกว่า ช่วยไม่ได้ ..ปลุกยังไง..อีกฝ่ายถามเหตุผลที่ตนเองต้องระเห็จลงไปยืนอยู่ข้างเตียง ..ถีบสิ ..อ๊ะ มาว่าผมไม่ได้นะ คุณไม่ยอมลุกเอง นี่ก็ได้เวลา ว้าก .นาโอกิ ไปโรงเรียนหรือยัง..คาสึยะพรวดพราดลงจากเตียงไปเมื่อนึกขึ้นมาได้ ทิ้งให้ร่างสูงต้องมองตามออกไปอย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี แล้วทรุดนั่งลงบนเตียงอีกครั้ง เสียงโหวกเหวกที่ดังอยู่ข้างล่างดังขึ้นมาถึงข้างบน ทำให้เขานึกขำไม่ได้ เจ้าเด็กนี่ถึงมันจะกวนเบื้องล่างเขามากแค่ไหน แต่เด็กก็ยังเป็นเด็กแหละนะ เพราะส่วนที่น่ารักก็ยังมีให้เขาได้สัมผัสบ้าง อันนี้ คิดว่านะ เขายังไม่มั่นใจ แต่สิ่งที่น่าแปลกใจที่สุดก็คือ เขาคนนี้ สามารถที่จะหลับสนิทเมื่อมีเด็กนั่นนอนอยู่ข้างๆอย่างนั้นหรือ เขาหลับได้อย่างไม่มีกังวล ไม่เหมือนกับเวลาที่เขานอนกับใคร แม้แต่ลิซ่า แม้จะนอนอยู่เคียงข้างกัน แต่ก็ยังมีความระแวงอยู่อย่างเต็มเปี่ยม ผิดกับเวลาที่เขานอนกับเจ้าเด็กนี่ เขาสามารถที่จะนอนได้อย่างไร้กังวลทีเดียว บังเอิญมากกว่า ท่าจะบ้าแล้วเรา เมื่อคืน กว่าจะได้นอนก็เข้าเช้าวันใหม่ไปแล้ว มันก็เลยเป็นอย่างที่เห็นไงล่ะ ริวอิจิพยายามที่จะบอกกับตัวเองอย่างนั้น และย้ำมันลงไปในความรู้สึกแปลกๆที่กำลังก่อตัวขึ้นมานั้นให้มันลดน้อยลงไป ร่างสูงใหญ่เหลือบมองนาฬิกาที่หัวเตียง อย่าว่าแต่เจ้าเด็กนั่นตายเลย เขาก็จะตายด้วย สองโมงเช้าแล้ว เขามีเวลาอีกไม่ถึง 1 ชั่วโมง ที่จะต้องไปให้ถึงบริษัทและทำการเซ็นสัญญากับต่างประเทศในการที่จะเข้าไปลงทุนการค้าที่มีมูลค่านับพันล้านดอลล่า ริวอิจิลุกพรวดเข้าห้องน้ำ จัดการกับตัวเองอย่างสะอาดเอี่ยมด้วยเวลาไม่ถึง 15 นาที เมื่อเขาลงมาข้างล่างก็พบว่า คาสึยะพานาโอกิไปโรงเรียนแล้ว และมีอาหารเช้าของเขาเหลืออยู่เพียงที่เดียวเท่านั้น ของนาโอกิยังมีเหลือ แต่ของคาสึยะ หายไปทั้งจานเลย คุณคาสึยะ ถือวิ่งตามคุณนาโอกิขึ้นรถไปแล้วค่ะ สาวใช้รายงานอย่างละเอียดเมื่อเขาเขม้นมอง อ้อ ง่ายดีนะ เขาพึมพำในลำคอ เมื่อคิดถึงร่างสูงโปร่งที่ ทำเรื่องให้เขาได้สารพัดสารพัน เตรียมรถให้ที..เขาหันไปบอกสาวใช้ อีกฝ่ายยิ้มให้เมื่อบอกกับเขาว่า คุณคาสึยะสั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ ก่อนไป บอกว่าคุณต้องไปถึงบริษัทก่อน 9.30 ตอนนี้รถรออยู่ข้างนอกริวอิจิพยักหน้ารับ อย่างน้อยเจ้าเด็กนั่นก็มีข้อดีเหมือนกันนะ คาสึยะดื่มกาแฟรองท้องและคว้าขนมปังขึ้นมากัดเพียงสองคำก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เช้านี้เขาพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับงานที่กองสุมเขากองโตแล้ว แต่ถ้ามีใครมาช่วยแบ่งเบาสักคน คงจะดีไม่น้อย ใบหน้าคมของคาสึยะลอยขึ้นมาในสมองของเขาอย่างรวดเร็ว ..จะมาช่วยให้หนักขึ้นล่ะไม่ว่า ร่างสูงพึมพำและสลัดเรื่องนี้ออกจากสมองอย่างรวดเร็ว เมื่อก้าวขึ้นรถที่ถูกเตรียมเอาไว้ เป็นยังไงบ้างฮะ คุณคาสึยะ นาโอกิถามขึ้นอย่างอยากรู้ ..อะไรเหรอ.. ผมถามถึงความก้าวหน้าของคุณคาสึยะน่ะสิครับ นาโอกิขยายความพลางมองร่างตรงหน้าที่ยังส่งอาหารเช้าเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย ..ก็ก้าวขึ้นล่ะมั้ง .. ร่างสูงของคาสึยะเบ้หน้า เมื่อนึกถึง ..คุณริวอิจิสอนดีไหมครับ ..นาโอกิถามอย่างสนใจ ..ดีตายล่ะ นาโอกิ หมอนั่นนะฟาดเอาๆ เวลาทำไม่ได้ ท่าทางยังกะยักษ์ ..คาสึยะทำท่าสยองเวลาพูดถึง แต่ก็ทำให้คุณคาสึยะอ่านออกเขียนได้ ภายในเวลา เพียง 2 เดือนกว่าๆ ไม่ใช่หรือครับ..นาโอกิท้วงขึ้น เมื่อเห็นว่า อีกฝ่ายแลจะไม่เห็นความดีของคนสอนเลยแม้แต่น้อย ก็ใช่ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหมอนั่นเป็นคนดีเสียหน่อยนี่นา..คาสึยะท้วงขึ้นเบาๆ อย่างไม่อยากที่จะยอมรับ หันมองออกไปนอกหน้าต่างรถ ใจร้าย..ยังกะยักษ์มาร คุณคาสึยะอย่าอคติสิครับ นาโอกิดึงมือของอีกฝ่ายขึ้นมา ร่างสูงโปร่งของคาสึยะหันมามองอย่างแปลกใจ นาโอกิยิ้ม . ..เปิดใจให้กว้างกว่านี้อีกนิดสิครับ .. ร่างสูงยังไม่ตอบ แล้วคุณคาสึยะ จะได้เห็น ในสิ่งที่คุณคาสึยะไม่เคยเห็น สัมผัส ในสิ่งที่คุณคาสึยะคิดว่า ไม่มี.. นาโอกิหาเจอแล้วสินะ ..คาสึยะถามขึ้น พลางจ้องหน้าของนาโอกิอย่างคาดคั้น ..ครับ..ผมได้พบแล้ว ..กับสิ่งที่ไม่เคยคิดว่า ชั่วชีวิตนี้จะได้มา หรือว่าสัมผัสมัน ..หมอนั่นสินะ ครับ คุณกาย เป็นคนให้ผม เป็นคนที่เปิดโลกทัศน์ของผมให้กว้างขึ้น เป็นคนที่ค้นพบผม ยอมรับผม.. คงไม่มีวันได้พบหรอก คาสึยะพึมพำอย่างเหงาๆ .อย่าปิดกั้นตัวเองสิครับ ยังมีสิ่งที่คุณคาสึยะจะต้องเรียนรู้อีกมากมาย ..โดยให้หมอนั่นเป็นคนแนะนำ ไม่มีทาง ..ผมนึกว่า..เข้ากันได้ดีเสียอีก.. ตรงไหน คาสึยะถามอย่างสงสัย ก็ เมื่อเช้า ผมเห็นคุณคาสึยะออกมาจากห้องของคุณริวอิจิ คาสึยะหน้าแดง ถอนใจเฮือก ..เมื่อคืน เจ้าหมอนั่นไม่ยอมปล่อยออกมาเสียที ก็เลยหลับไปทั้งอย่างนั้น รู้สึกตัวอีกที ก็นอนอยู่บนเตียงของหมอนั่นแหละ แถมยังนอนขี้เซาขนาดนะปลุกไม่ตื่น นาโอกิเลิกคิ้ว อ้าว แล้วคุณคาสึยะทำยังไงล่ะครับ ก็ ถีบหมอนั่นจนตกเตียงน่ะ แต่ไม่เป็นไรนะ พลิกตัวทัน คาสึยะแก้ตัว เมื่อเห็นประกายตาของนาโอกิเข้า ถึงโรงเรียนแล้ว..ไปก่อน แล้วตอนเย็นค่อยคุยกัน เด็กน้อย คาสึยะตัดบท เมื่อรถจอดสนิทหน้าโรงเรียนที่นาโอกิเรียนอยู่นั้น คาสึยะมองอย่างภาคภูมิใจ อย่างน้อย วันนี้ นาโอกิก็มีการศึกษา สิ่งที่เขาไม่สามารถให้ได้เลยตลอดชีวิต พลางมองมาที่ตัวของเขาเอง ตัวของเขาเองก็ไม่มีอะไร ไม่มีแม้กระทั่งการศึกษา เป็นกลุ่มบุคคลที่ใครๆ ต่างก็รังเกียจ ไม่ต้องการ เป็นเด็กจรจัด ไร้มารยาท น้ำตาของเขารื้นขึ้น บัดนี้ นาโอกิถึงฝั่งแล้ว เพราะถึงแม้ว่าจะออกเดินมากลางทะเลอีก แต่เขาก็จะมีเรือใหญ่คอยเป็นเกราะคุ้มครองเขาจากภัยอันตรายทั้งปวง แล้วตัวของเขาล่ะ ในขณะนี้ เขามีอะไรบ้าง คาสึยะหันมามองตัวเอง นาโอกิ มีเป้าหมายของตัวเองไปแล้ว ยังเหลือแต่เขา ที่ยังไม่รู้จุดมุ่งหมายของตัวเองว่าจะทำอะไร รถคันหรู พาเขากลับไปยังคฤหาสน์หลังโตที่เขาเข้ามาอาศัยอยู่ คาสึยะก้าวขึ้นไปยังตัวบ้าน แล้วมองไปรอบๆ ยิ่งสูง ยิ่งมองได้ไกล และเห็นได้อย่างชัดเจน แต่ว่าก็ช่างโดดเดี่ยว แต่ถ้าต่ำต้อยเกินไปนัก ก็แบเรี่ยราดระกับดิน จมปลักอยู่กับโคลน ตัวของเขาในตอนนี้ อยู่ตรงไหนกันนะ ???? ร่างสูงโปร่งเดินเลี้ยวเข้าไปยังห้องสมุดที่ใช้เป็นที่เรียนตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่เจ้าหมอนั่นพร่ำสอนเขา สิ่งที่หมอนั่นต้องการให้เขาเรียนรู้ ใช่ว่ามันจะยากไปเสียหมดทุกอย่าง เขาสามารถที่จะทำมันได้ แต่ต้องใช้เวลาเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดที่จะได้มาโดยง่าย โดยที่เราไม่ต้องไขว่คว้า.. หมอนั่นบอกกับเขา อาจจะจริง ในตอนนี้เขามีโอกาสแล้ว ทำไมเขาไม่คว้าไว้เสียล่ะ คาสึยะถามตัวเอง จริงสินะ วันนี้ เขามีโอกาสมากกว่าใครอีกหลายๆ คน แล้วเขาจะทิ้งโอกาสนั้นเพียงเพราะอคติส่วนตัวของเขาหรือ สิ่งที่หมอนั่นให้เขาทำมันก็ใช่ว่าจะยากเย็นเสียหน่อย ถ้าเขาตั้งใจเรียนรู้ มันก็ไม่เกินความสามารถของเขาไปได้หรอก ขนาดหมอนั่นยังสละเวลามาสอนเขา เพียงเพื่อให้เขามีความรู้ ทั้งๆ ที่งานก็ยุ่งขนาดนั้น แล้วเขาจะยังอคติไปถึงไหนกัน.. แต่หมอนั่นเคยทำไม่ดีกับเขานี่นา ความคิดหนึ่งค้านขึ้นมา เราก็แก้เผ็ดหมอนั่นวันที่เราพร้อมแล้วสิ ตอนนี้เราจะเอาอะไรไปต่อสู้กับหมอนั่นได้ เมื่อคิดได้อย่างนั้นร่างสูงโปร่งก็ยิ้มออก สงบศึกกับหมอนั่นไปก่อน ถึงวันที่เหมาะสมแล้วค่อยว่ากันอีกที @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ นาโอกิ มีรุ่นพี่มาหา เสียงเพื่อนร่วมชั้นตะโกนมาจากหน้าห้อง นาโอกิยิ้มให้เรอินิดหนึ่งแล้วเดินออกไปที่ประตูห้องที่รุ่นพี่ยืนรออยู่ รุ่นพี่ร่างสูงนั้น นาโอกิไม่เคยเห็นหน้าทั้งสองคน ..มีอะไรหรือเปล่าครับ.. นาโอกิถามอย่างสงสัย ก็เขาไม่เคยไปรู้จักรุ่นพี่ที่ไหนเลยนะ ..คือว่า ..จะมาชวนเราเข้าชมรมการแสดงน่ะ.. นาโอกิเลิกคิ้ว รุ่นพี่ร่างสูงที่คุยกับเขาน่ะอ่อนโยน แต่อีกคนที่มีท่าทางไม่เป็นมิตรนั้น เขาไม่พอใจตะหงิด แต่ว่าผมเข้าชมรม..ชงชาไปแล้วนี่ครับ รุ่นพี่คนนั้นทำท่าลำบากใจเล็กน้อย เขาหันไปหาเพื่อนข้างหลังที่มีท่าทางเอาเรื่องเป็นเชิงปรึกษาหารือ อีกฝ่ายยักไหล่ มองมายังเขานิดหนึ่งแล้วหันไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ ..รุ่นพี่..มีอะไรไม่สะดวกใจหรือเปล่าครับ นาโอกิถามอย่างอยากรู้ นิดหน่อยน่ะ คือว่า ตอนนี้เราขาดนางเอกในละครที่จะต้องแสดงอาทิตย์หน้าน่ะ ..แล้วยังไงล่ะครับ นาโอกิยังไม่เข้าใจจุดประสงค์ของอีกฝ่ายเท่าไรนัก คือว่า ถ้าเข้าชมรมไม่ได้ ก็ช่วยมาแสดงเป็นนางเอกของเรื่องนี้แทนได้ไหม ..แต่ผมเป็นผู้ชายนะครับ ร่างเล็กบางของนาโอกิกระตุก อะไร เขาเป็นผู้ชายจะให้มาเล่นเป็นนางเอกได้ยังไง ตลกน่า ..ขอร้องล่ะน้า เราไม่รู้ว่าจะไปหาใครมาแทนแล้ว เพื่อนผมไงฮะ เรอิ เขาสวยออก ทำไมพี่ไม่ถามเขาดูก่อน นาโอกิถามอย่างสงสัย เรอิน่ะสวยจะตาย เขาเด่นตั้งแต่เข้าเรียนวันแรกแล้ว 1 อาทิตย์ที่ผ่านมา ไม่ว่าใครๆ ก็ต้องหลงใบหน้าสวยๆนั่นกันทุกคน ก็อยากได้เธอมาแสดง.. ..แต่รุ่นพี่ครับ ผม.. ..ถือว่าช่วยสักครั้งเถอะนะ ขอร้อง ไม่อย่างนั้นพี่ต้องตายแน่ๆเลยนาโอกิมองหน้ารุ่นพี่นั้นแล้วต้องถอนใจเฮือก ผมขอไปดูชมรมของพี่ก่อนแล้วกันฮะ แล้วพรุ่งนี้ผมถึงจะให้คำตอบ นาโอกิตัดสินใจ เมื่อมองร่างสูงที่มองมายังเขาอย่างขอร้อง ขอบใจนะ แล้วตอนเย็นพี่จะมารับ.. อีกฝ่ายว่าพลางเดินกลับไปอย่างรวดเร็ว โดยที่นาโอกิยังไม่ทันได้ถามชื่อพี่เขาเลย ว่าไง เรอิถามเขาเมื่อเห็นว่ารุ่นพี่ยืนคุยกับเขานานสองนาน ตอนเย็นว่างหรือเปล่า เรอิ ไปเป็นเพื่อนเราหน่อยสิ ได้ ไม่มีปัญหาว่าแต่จะไปไหนกัน ชมรมการแสดง ได้ เรอิรับคำ นาโอกิมองอย่างขอบคุณ นอกจากเรอิจะสวยแล้ว ยังมีน้ำใจกับเขาเสมอ โคและมิซากิก็เหมือนกัน ขอบใจนะนาโอกิพึมพำตอบเบาๆ และย้ายที่นั่งกลับไปยังที่นั่งเดิมอย่างรวดเร็วเมื่ออาจารย์เข้ามาทำการสอนในคาบบ่าย เย็น ร่างสูงของรุ่นพี่ทั้งสองคนที่มาหาเขาเมื่อตอนกลางวัน ยืนเด่นอยู่ที่ระเบียงของชั้นปี 1 นาโอกิยิ้มรับเมื่ออีกฝ่ายโบกมือให้ เขาวิ่งเข้าไปหา เรอิ โค และมิซากิกลับไปก่อนแล้ว เพราะมีโทรศัพท์จากที่บ้านว่า คุณพ่อเดินทางมาเยี่ยม นาโอกิจึงต้องไปที่ชมรมการแสดงเพียงผู้เดียว ..รุ่นพี่ชื่ออะไรฮะ เมื่อกลางวันผมลืมถาม พี่ชื่อ คาอิ ส่วนหมอนั่น เรกุ นาโอกิพยักหน้ารับรู้ แล้วยิ้มให้อีกครั้งอย่างมีไมตรี พี่คาอิน่ะยิ้มรับ แต่พี่เรกุนี่สิ สะบัดหน้าพรืดเลย ..แล้วคิดยังไงฮะ..ที่มาชวนผมเป็นนางเอกเนี่ย..นาโอกิถามอย่างสงสัย เพราะผู้หญิงสวยๆ ในโรงเรียนมีให้เลือกตั้งมากมาย แต่ก็มาเจาะจงเขาที่เป็นผู้ชายนี่ บอกไม่ถูก แต่คิดว่า นาโอกิต้องเล่นบทนี้ได้ดีแน่นอน แล้วถ้าเกิดผมเล่นไม่ได้ล่ะครับ พี่คาอิ ไม่เป็นไร ถือว่าพี่ตาถั่วเองแล้วกัน พี่เรกุทะลุขึ้นกลางปล้อง คาอิหันขวับไปมองอย่างไม่พอใจ แต่นาโอกิยิ้มละไมอย่างไม่ถือสา ไหงพูดงี้วะ ไม่เป็นไรฮะ พี่คาอิ ผมชอบที่พี่เขาพูดตรงๆ ไม่ต้องอ้อมค้อม เรกุเหลือบตามองนาโอกิอย่างแปลกใจ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่นิดเดียว งั้นก็ อย่าถือสามันเลยนะ มันปากหมาอย่างนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว พี่คาอิหันมาขอโทษ คาอิพาเขาเดินทัศนศึกษาชมรมการแสดงอย่างละเอียด พร้อมทั้งให้ดูบทที่บอกว่าอยากได้เขาเป็นนางเอก นาโอกิอ่านเพียงคร่าวๆ แต่บทนั้นมันหนักเกินไปหรือเปล่า..เขาขมวดคิ้วมุ่นเมื่อบทนั้นมีอยู่ท่อนหนึ่งมันกล่าวถึง ความรักที่ถูกซ่อนเร้นไว้ข้างใน ไม่สามารถที่จะแสดงออกมาได้ เพราะว่ามันผิดศีลธรรม และท้ายที่สุด ก็ต้องพลัดพรากจากกันไป ทำไมเศร้าจังล่ะครับ นาโอกิถาม ..คงเพราะคนเขียนแต่งมันตอนกำลังอกหักล่ะมัง แล้วทำไมถึงอยากให้ผมแสดงล่ะครับ เพราะว่าเธอ สวย แล้วก็..บอกไม่ถูกรู้แต่ว่า บทนี้มันน่าจะเหมาะกับเธอมากกว่าใคร ใบหน้าสวยนั้น ครุ่นคิดนิดหนึ่ง ขอผมกลับไปถามผู้ปกครองก่อนได้หรือเปล่าฮะ แล้วอีกสองวันผมจะให้คำตอบ ได้ซิ ไม่มีปัญหา แต่นาโอกิ ยังไงเรื่องนี้ก็อยากให้เธอแสดงนะ ขอบคุณครับ รุ่นพี่ ถ้าไม่ว่า ผมขอตัวก่อนนะครับ เดี๋ยวรถจะคอยนาน ร่างสูงทั้งสองพยักหน้ารับ จะเอาจริงๆ เหรอเรกุถามคาอิอย่างอยากรู้ แน่นอน เรารอมาตั้งสองปีแล้วนะ เพิ่งจะมีคนที่ตรง อิมเมจก็คราวนี้ ไม่ว่ายังไงเราก็ไม่อยากให้เขาปฏิเสธ ..เผื่อใจไว้ด้วยแล้วกัน คาอิมองหน้าเรกุ ยิ้มรับเบาๆ อืม..ขอบใจที่เตือน @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ นาโอกินั่งมองบทในมือที่เขาติดกลับมาด้วย เขานั่งอ่านมันอย่างพิจารณา ในเรื่องเป็นของหญิงสาวที่ไม่สมหวังในความรัก ความรักที่ผิดศีลธรรม หลงรักคนที่เขามีเจ้าของอยู่แล้ว แต่ก็ไม่สามารถที่จะตัดใจได้ อีกทั้งยังมีชีวิตที่มืดมน ดวงตาของเขาหมองลง คุณกายไม่อนุญาตอย่างที่เขาคิดไว้จริงๆ นั่นแหละ และคงจะไม่ชอบใจนักถ้าเขาจะขัดคำสั่ง กิ คุณนาโอกิ..ร่างเล็กบางสะดุ้งเมื่อเสียงเรียกดังขึ้นข้างหลัง ครับ มีอะไรครับ คุณริวอิจิ.. คิดอะไรอยู่หรือครับ ผมเรียกตั้งนานไม่ได้ยิน ..เนี่ยครับ เขาส่งบทละครให้อีกฝ่ายดู ริวอิจิรับมาเปิดดูผ่านๆ อย่างไม่สนใจนัก ..ไม่น่าเล่นครับ พูดเหมือนคุณกายเปี้ยบ ..เพราะอะไรครับ ไม่เหมาะสมกับคุณ ริวอิจิสรุปสั้นๆ ..รู้ได้ยังไงว่าไม่เหมาะ คาสึยะโผล่มาจากไหนไม่รู้ทะลุขึ้นกลางป้อง ริวอิจิมองนิดหนึ่งไม่ตอบ ..เห็นป่ะ ขนาดนายยังตอบไม่ได้เลย คาสึยะพูดป่วนขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ เมื่อเห็นว่ายั่วอีกฝ่ายไม่ขึ้น ลองอ่านดูก่อนสิ แล้วค่อยว่ากัน ร่างสูงกว่าตัดบท คาสึยะคว้าบทขึ้นมาดู อ่านไปได้สักพัก ก็ยิ้มแหย ..จริงด้วยอ่ะ นาโอกิ อย่าไปเล่นเลย มัวซัวยังไงก็ไม่รู้..คาสึยะหันไปบอก คราวนี้ก็เป็น 3 เสียงที่คัดค้านล่ะนะ รู้เหตุผลหรือยังล่ะทีนี้ ริวอิจิหันมาแขวะ พลางสบสายตาอย่างท้าทาย คาสึยะก็สู้สายตาไม่ยอมหลบ อย่างไม่ยอมแพ้ อย่าทะเลาะกันเลยครับ นาโอกิปราม เมื่อเห็นว่าจะเริ่มเปิดศึกกันอีกครั้ง คู่นี้ มันเป็นไงน้า เจอหน้ากันไม่ได้ ทะเลาะกันทุกที ริวอิจิเงียบ เลยพลอยทำให้คาสึยะเงียบไปด้วย อย่างน้อยก็ไม่ทะเลาะกันต่อหน้าล่ะนะ ..มีอะไรหรือครับ..นาโอกิถามขึ้น เขารู้นิสัยคุณคาสึยะดี ถ้าไม่มีอะไร คงไม่เข้ามาชวนทะเลาะอย่างนี้หรอก ไม่ใช่ของนาโอกิหรอก หมอนั่นตะหาก..เกือบลืม คาสึยะผิวปากอย่างสบายอารมณ์ อะไร..คาสึยะเงยหน้ามอง ถามอย่างสงสัย เมื่อกี้ แฟนนายโทรมา บอกให้โทรกลับด้วย คาสึยะโยนโทรศัพท์มือถือของริวอิจิคืนให้กับร่างสูง ที่ยื่นมือรับแทบไม่ทัน ลิซ่า .. เออ..นั่นแหละ แน่ใจ คราวนี้รับรองไม่พลาดน่า ..ไม่ทำนายเดือดร้อนเป็นครั้งที่สองหรอก ไว้ใจได้ที่ไหนกัน ร่างสูงบ่นเบาๆ เล่นเอาดวงตาของคาสึยะลุกวาบอย่างไม่พอใจ แต่มือของนาโอกิก็จับที่เสื้อของอีกฝ่ายได้ทัน ก่อนที่ร่างนั้นจะลุกพรวดขึ้นไปหาเรื่องกับอีกฝ่าย ..คราวนั้น ใครจะไปรู้เล่า นายผิดเองนี่ที่ชอบทิ้งโทรศัพท์ไปทั่ว ..ผิดเหมือนกันที่เสียงนายเล็ก เขาเลยเข้าใจผิดเสียนี่ ก็..กำลังโตแล้วไงเล่า โต..น่าขำ ปากยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างนี้ล่ะ อ้าว..พูดอย่างนี้หาเรื่องนี่หว่า ..คิดว่าอยากหาเหรอ เราเป็นฝ่ายหาเองนะ อารมณ์ของริวอิจิค่อยดีขึ้นมาหน่อยเมื่อได้ยั่วร่างสูงเพรียวตรงหน้าให้ร้อนขึ้นมาได้ เป็นเพราะอะไรก็ไม่รู้ ขอให้ได้ปะทะสักนิด วันนั้นล่ะ ทำงานรื่นเชียว ..นายต่างหากที่หา อย่ามาโมเม ริวอิจิกลั้นหัวเราะ เมื่ออีกฝ่ายตั้งท่าจะทะเลาะกับเขาอย่างเอาเป็นเอาตาย ดวงตาเรียบเฉยพราวระยับ นาโอกิมองทั้งสองแล้วต้องส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ จะทะเลาะกันก็เชิญ เรื่องนี้เขาไม่ยุ่งด้วยหรอก ..ไม่ทะเลาะด้วยแล้ว ไปรอที่ห้องสมุด เรายังมีเรื่องที่ต้องสะสางกันอีก ริวอิจิพูดเสียงเป็นการเป็นงานขึ้นมาเชียว คาสึยะย่นหน้า ยอมลุกขึ้นแต่โดยดี ผิดกับที่เขาคาดการณ์ไว้ ก่อนไป..นายก็จัดการเรื่องของนายให้เรียบร้อยก่อนก็แล้วกัน คุณคาสึยะน้า ยังไม่วาย เดี๋ยวก็โดนเล่นงานกลับอีกหรอก เมื่อวานยังไม่เข็ดอีกหรือไง นาโอกิส่ายหน้าพลางมองคาสึยะที่ลับหายไปตามแนวประตู ปฏิเสธไปเถอะครับ ..ริวอิจิหันมาบอกอีกครั้งก่อนที่จะลุกออกจากห้องนั่งเล่นไป ทิ้งให้นาโอกิมองบทในมืออีกครั้ง ใจจริงเขาก็ไม่คิดจะเล่นอยู่แล้ว แต่ก็ปฏิเสธได้ไม่สนิทปากนัก ร่างเล็กบางยิ้ม ..ห้ามเด็ดขาดนะ นาโอกิ.. แต่.. ไม่มีแต่ ห้ามก็คือห้าม อย่าขัดคำสั่งเข้าใจหรือเปล่า .. ..คุณกายก็มีแต่สั่ง.. ..เพราะว่าตอนนี้อยู่ไกล ไม่ได้อยู่ใกล้ๆ ถึงต้องสั่ง.. ..เผด็จการ.. ..เพราะห่วงนะ เด็กดี.. ..คำก็เด็ก..สองคำก็เด็ก.. นาโอกิคิดถึงวันข้างหน้า วันนี้ เหมือนท้องฟ้าอันสดในสำหรับเขา จากเด็กที่ไม่มีอะไร ไม่เป็นที่ต้องการ มีทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนปรารถนา แต่นาโอกิก็รู้ดีอีกเหมือนกัน ต่อไป ก็จะมีเมฆ มีฝนตก พายุลมแรง แล้วท้องฟ้าก็จะสดใสอีกครั้ง เพราะอะไรน่ะเหรอ??? ประสบการณ์ของเขามันสอนน่ะสิ สอนถึงความไม่แน่นอน ความขึ้นลงของเหตุการณ์ต่างๆ วันนี้ เขามีความสุขจนถึงที่สุด วันข้างหน้าของเขาก็ต้องทุกข์อีกเหมือนกัน เพียงแต่ว่ามันจะเป็นเรื่องอะไรเท่านั้น แต่ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไร ในวันนั้น เขาก็จะตั้งหน้ารับมัน เพราะอย่างน้อย ในวันนี้ นาโอกิ ก็รู้จักสิ่งที่เรียกว่า ความสุข เพราะตลอดชีวิตที่เขาผจญมาตลอด 11 ปี เขาไม่เคยมีสิ่งนั้นจุนเจือ เมื่อเขาได้รับ เขาจึงต้องการที่จะตักตวงทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้ให้มากที่สุด เขายอมรับว่าตัวเองหิวโหยสิ่งที่เรียกว่า ความรัก แต่เมื่อได้รับมาเต็มที่แล้ว เขาจะไม่เป็นฝ่ายที่ยื้อแย่ง จะเป็นฝ่ายที่ให้บ้าง ให้แก่คุณกาย ให้สิ่งนั้นกับคุณกายกลับคืนไปบ้าง แม้ว่าจะเป็นสิ่งที่คุณกายไม่ต้องการก็ตาม ..อีกไม่กี่วันก็กลับแล้ว นาโอกิ.. นาโอกินึกถึงคำพูดสุดท้ายก่อนที่จะวางโทรศัพท์ ขณะที่ก้าวขึ้นไปบนห้อง ..จริงหรือครับ แต่กำหนด.. ..เอ หรือว่ายังไม่อยากให้กลับ.. ..อย่าพูดอย่างนั้นสิฮะ ผมอยากพบคุณกาย อยากเห็นหน้าคุณกายที่สุด .. ผมจะรอครับ ..คุณกาย นาโอกิกระซิบเบาๆ เมื่อก้าวเข้าไปในห้อง เดินผ่านออกไปยังระเบียงที่มีสายลมเย็นๆ พัดมาเอื่อยๆ เงยหน้ามองดูดวงดาวบนท้องฟ้า ที่เปล่งประกายแสงระยิบระยับแข่งกันอย่างมีความสุข @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ฝากเม้นด้วยฮะ ห่างไปนาน ไม่รู้ว่ายังติดตามกันหรือเปล่า tan จาก : tan - 25/12/2002 19:08 |
|
ข้อความ : สั้นอะ -_-" หรือเรารู้สีกไปเองหวา แต่ชอบคู่ริวอิจิ กะ คาสึยะ อะ น่ารักดี มาต่อไว้ ๆ นะ หุหุ จาก : WaTeR - 25/12/2002 21:23 |
|
ข้อความ : เหอๆๆๆ คู่คาสึยะอ่ะ หุๆๆ ^ ^ ว่าแต่หายไปนานซะเกือบลืมเลยแฮะว่าตอนที่แล้วถึงไหน เหอๆๆ ^^;;;;;;;;; จาก : sano - 25/12/2002 22:49 |
|
ข้อความ : น่ารักมากมาต่อเร็วๆนะ จาก : pui - 25/12/2002 23:49 |
|
ข้อความ : น่ารักดีทุกคู่เลยค่ะ จาก : pinet - 26/12/2002 07:55 |
|
ข้อความ : น่ารักหมดเลย มาต่อเร็วๆนะค่ะ จาก : Rena - 26/12/2002 10:42 |
|
ข้อความ : ได้เม้นต์ซะทีแฮะ........หลังจากลักลอบอ่านอยู่นาน
ชอบอ่ะ ชอบๆ เหอะ เหอะ จาก : 3113 - 26/12/2002 12:48 |
|
ข้อความ : โอ้....มาต่อซะที ชอบเรื่องนี้มากเลยอะเหอๆ ไงก้มาต่อไวๆนะฮะหนุกมากครับ จาก : Ze!ryUu - 26/12/2002 15:46 |
|
ข้อความ : เมื่อไหร่คู่ของคาสึยะจะสมหวังซักทีน้า รอมานานแล้วกว่าจะได้อ่านตอนใหม่ จาก : sen - 26/12/2002 18:53 |
|
ข้อความ : กลับมาแล้วดีใจจัง ว่าแต่ตอนนี้คู่ของคาสึยะกับริวอิจิกำลังน่าลุ้นเลย ไว้มาต่ออีกนะค่ะ จาก : siva - 27/12/2002 19:55 |