หัวข้อ : Time 8
ข้อความ : Time
8.
“ใคร???”
น้ำเสียงที่เย็นเยียบทำให้อากิระ ถึงกับมือสั่น เขาไม่เคยเห็นร่างสูงตรงหน้าโกรธขนาดนี้มาก่อน ชั่วระยะเวลาที่อยู่ด้วยกันแม้จะไม่นาน แต่เคก็ไม่เคยที่จะระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างนี้ นอกจากจะงอนบ้าง โกรธบ้าง ตามประสาคนเอาแต่ใจ เวลาที่ถูกขัดใจ
แต่ในเวลานี้ …เคกลับโกรธ อะไรบางอย่าบอกให้เขารู้ว่า คนตรงหน้าโกรธมาก …และคงจะทำอะไรได้อีกหลายอย่าง เพื่อเป็นการระบายความโกรธ ความไม่พอใจ
…สู้ให้อาละวาดเสียจะดีกว่า ที่จะมาเงียบอย่างนี้เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะเอายังไง
“..เพื่อน”
“เพื่อน?? ..เพื่อนกันยังไง ..ถึงยอมให้มันจูบให้มันกอด..”
น้ำเสียงเรียบเย็นที่บ่งบอกถึงความโกรธ คำพูดที่แสดงความเป็นเจ้าของ แต่คำพูดนั้นทำให้อากิระต้องเงยหน้าขึ้นมองด้วยความไม่พอใจ ก่อนที่จะแค่นยิ้ม
“..ก็คงจะเหมือนกับคุณล่ะมังครับ”
“อย่าเอาผมไปเปรียบกับมัน”
“กรุณาใช้คำพูดที่สุภาพด้วยครับ คุณมานูเอล ทาคาอากิ เป็นเพื่อนของผม และเขาก็มีมารยาทมากพอ ..”
“มารยาท จำเป็นด้วย..กับคนอย่างนั้น “
“ทาคาอากิเป็นยังไง”
อากิระจ้องหน้าร่างสูงอย่างไม่พอใจ เมื่อได้ยินคำกล่าวถึงเพื่อนของเขาอย่างนั้น ใช่ว่าเขาจะต้องเอาอกเอาใจหมอนี่ไปเสียทุกอย่าง มันไม่จำเป็นเลยสักนิด แล้วคนคนนี้เป็นใครกัน ถึงจะได้มาสั่งเขาเอา สั่งเขาได้สั่งเขาดี อากิระไม่ใช่ที่รองรับอารมณ์ของใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะใครก็ตาม
“..คุณไม่รู้จักเขาดีเสียหน่อย”
“อ้อ..แสดงว่า อากิระรู้จักเขาอย่าง “ลึกซึ้ง” ล่ะสิ”
ร่างบางจ้องหน้าของอีกฝ่ายเมื่อได้ยินคำพูดที่แฝงความนัยนั้น เหยียดยิ้มออกมาอย่างไม่มีความหมาย เพราะไม่รู้ว่าจะหัวเราะเยาะใครกันแน่ ระหว่างตัวของเขาเองกับร่างสูงตรงหน้า
“..คุณอยากจะเข้าใจยังไงก็เรื่องของคุณ..ผมคงไม่สามารถอธิบายให้คุณฟังได้”
อากิระตัดบท เขาไม่ต้องการที่จะดึงทาคาอากิเข้ามาเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ หมอนั่นเป็นคนนอก ที่ไม่รู้เรื่องอะไรแม้แต่น้อย ระหว่างเขากับมานูเอลจอมเอาแต่ใจคนนี้ อากิระไม่อยากที่จะให้ธุรกิจที่หมอนั้นสู้อุตส่าห์ลงทุนต้องล้มละลายไปหรอกน่า
“แต่เขาเป็นเพื่อนของผม..”
“ปกป้องกันนักนะ ถามจริงเถอะ เป็นอะไรกันแน่.. ถึงได้ปกป้องมันขนาดนี้”
“คุณมานูเอล!!!”
ร่างบางตวาดแหวอย่างไม่เกรงกลัว เขาหมดความเคารพ ความยำเกรง คนตรงหน้าในวินาทีนี้เอง ความอดทนที่เขาสู้อุตส่าห์ทนุถนอมกดมันไว้ที่ก้นบึ้งของจิตใจ กำลังปะทุขึ้นมาในเวลานี้อย่างห้ามไม่อยู่ ทั้งๆที่รู้ว่า ถ้าเขาสู้ด้วยอารมณ์กับคนตรงหน้า เขาไม่มีทางที่จะชนะ
แต่???ความโกรธที่ประเดประดังขึ้นมาทำให้สติของเขาหลุดลอยไป..
อยากรู้ใช่ไหม ..อยากรู้นัก???
“..เขาเป็นคนสำคัญ ..เป็นคนที่คอยห่วงใยผม ทนุถนอมผม ..อ่อนโยนกับผม ทาคาอากิ ไม่เหมือนกับคุณเลยสักนิด ..เขาดีกว่าคุณหลายเท่านัก ..พอใจคุณหรือยัง”
ร่างสูงตาลุกวาบ ถ้าเป็นมีด มันคงจะบาดเขาเป็นริ้วๆ ไปแล้วอย่างไม่ต้องสงสัยเลยทีเดียว อากิระบอกกับตัวเอง เมื่อหลุบสายตาลงเพราะไม่อาจที่จะสบประสานสายตาคมกล้าไปได้นานกว่านี้ ร่างบางรู้ดีว่าคำพูดของเขาอาจจะทำให้ร่างสูงนี้ไม่พอใจมาก
…แต่????
นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา มานูเอลไม่มีสิทธิ์ที่จะมากะเกณฑ์อะไรกับเขาทั้งสิ้น ไม่ว่าเขาจะพอใจหรือไม่ก็ตาม อีกอย่างเขาก็ไม่ได้เอาเรื่องงานมายุ่งกับเรื่องส่วนตัวเลยสักนิดเดียว
คนตรงหน้าเขาต่างหากเล่าที่ไม่รู้เรื่องนี่นะ..
ไม่ใช่ว่าไม่รู้เรื่อง แต่พยายามที่จะไม่รู้เรื่องต่างหาก แล้วจะมาโทษเขาได้ยังไงกัน…
เคมองร่างบางตรงหน้าด้วยความรู้สึกทั้งรัก ทั้งแค้นแน่นอยู่ในหัวอก เขาไม่อยากที่จะคิดเลยว่า ร่างบางนี้มีใครอื่นที่อยู่เคียงข้าง…ไม่ใช่เขา
หรือว่าอยู่ในอ้อมแขนของคนอื่นนอกจากเขา มีใครที่จะโอบกอดร่างกายนี้นอกจากเขา
ไม่มีทาง ..อากิระเป็นของเขา และต้องเป็นของเขาเท่านั้น ..
ไม่มีทางที่เขาจะถอยหลังเดินกลับไปยังจุดเดิมอีกแล้ว
ในเมื่อ..เขาให้แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้มา บัดนี้ เขาก็จะแย่งชิงกลับมาเพื่อให้อากิระเป็นของเขาเท่านั้น ..ไม่ว่า เขาจะต้องทำให้ใครเจ็บบ้างก็ตาม หรือแม้แต่ตัวของเขาเอง
เพราะว่าเขารักอากิระเหลือเกิน และไม่อยากที่จะให้อากิระเป็นของใคร
เมื่อ10 ปีก่อน เขาพลาด เขาเองเป็นคนที่ปล่อยมือจากอากิระ เพียงเพราะ..
เขายังเป็นเด็กที่ไร้กำลัง ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยมของใคร เป็นเด็กที่ยังต้องการเอาชนะ มั่นใจว่า สิ่งที่เขาต้องการไม่ว่าอะไร เขาก็ต้องได้มา ..ไม่ใช่ เขาได้รู้ซึ้งในตอนนั้นเอง มีเพียงอากิระเท่านั้น ที่ไม่ว่าจะต้องการสักเท่าไหร่ อากิระก็เป็นฝ่ายที่ปฏิเสธเขา ไม่ต้องการเขา ..
แต่ตอนนี้ ..เขาไม่สนใจอะไรอีกแล้ว
ไม่สนใจว่า อากิระจะมีใคร เป็นของใคร อะไรที่เขาอยากได้ เขาต้องได้มาเป็นของเขา ไม่ว่าของสิ่งนั้นจะมีเจ้าของหรือไม่ก็ตาม หรือแม้แต่การแย่งชิง เขาก็จะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ของสิ่งนั้นเป็นของเขา เขาจะกักขังสิ่งของมีชีวิตนั้น ด้วยกรงที่เขาสร้างขึ้นเพียงอย่างเดียว และจะไม่ปล่อยไปไหนอีกชั่วชีวิต ไม่ว่าเขาจะเบื่อแล้วก็ตาม
อากิระเป็นของเขา ?????
…เป็นของเขา ไม่ว่าใครก็จะมาขัดขวางเขาไม่ได้ แม้แต่ตัวของอากิระเองก็ตาม
“จะทำอะไร ปล่อยนะ”
ร่างบางตะโกนออกมาอย่างตกใจ เมื่อร่างสูงใหญ่นั้นจับเขาเหวี่ยงลงไปกองกับเตียงกว้างกลางห้อง อย่างที่เขาไม่ทันตั้งตัว ก่อนที่จะทาบทับตามลงมา อากิระใจหายวาบ ก่อนที่จะดิ้นรนหนีอย่างขวัญเสีย เมื่อรู้จุดประสงค์ของร่างสูงที่ทับเขาจนกระดิกไม่ได้นั้น
“คุณมานูเอล ไม่…ไม่นะ”
เสียงเสื้อที่ขาดออกจากกันทำให้ร่างบางดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แต่ก็ไม่สามารถต้านทานแรงจากร่างสูงใหญ่ ที่กดเขาลงกับที่นอนนั้นได้
อากิระหลับตาลง เมื่อผิวเนื้อขาวนวลของเขาปรากฏแก่สายตาของมานูเอลที่จ้องมองอย่างกระหาย เต็มไปด้วยความต้องการอันมากมาย ร่างบางไม่รู้ว่าตัวของเขาเองนั้นจะต่อต้านร่างสูงนี้ได้อย่างไร ในเมื่อพละกำลังของเขากับคนที่ทับเขาอยู่นี้ แตกต่างกันเหลือเกิน
ร่างบางผวา เมื่อกางเกงถูกถอดออกไป มานูเอลตะลึงกับความงดงามที่ปรากฎต่อหน้า ความงามที่เขาไม่ได้เห็นมาเนิ่นนาน หลายปีเหลือเกิน
“ปล่อยผมเถอะ คุณมานูเอล”
“..”
ไม่มีคำตอบจากร่างสูง นอกจากสายตาที่มองร่างบางอย่างมีความหมายเท่านั้น แต่ อากิระก็อ่านสายตานั้นไม่ออก ว่าหมายความว่าอย่างไร
“..ได้โปรด ..ผมขอร้อง”
อากิระพูดด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ เมื่อร่างกายเปลือยเปล่าของเขาปรากฏแก่สายตาของมานูเอล น้ำตาแห่งความอ่อนแอของเขาค่อยหลั่งไหลออกมาจากดวงตาคม กลมโต ที่ครองหัวใจของเคมาตลอดระยะเวลาที่แสนนานนับ 10 ปี
หัวใจของร่างสูงอ่อนยวบ ความโกรธที่อัดแน่นในหัวอก จางลงอย่างแทบไม่น่าเชื่อ เพียงแค่เห็นน้ำตาแห่งความเจ็บปวด อ่อนแอไหลออกมาจากดวงตาของอากิระเท่านั้น

แม้จะแค้นแสนแค้นสักเท่าใด
แต่ความรักที่มีให้ ก็มิเคยที่จะลดน้อยลงแม้สักนิด
กลับยิ่งทวีมากขึ้นตามวินาทีที่ผ่านไปต่างหาก
ยิ่งได้ชิดใกล้
เขากลับยิ่งรัก หวงแหน และเจ็บปวดกับความรู้สึกที่มี
ทำไม..ทำไม

ร่างสูงคลายอ้อมแขนออก เขาไม่สามารถที่จะทำร้ายอากิระได้อีกครั้ง เพราะเขารู้ดีว่า มันจะสร้างบาดแผลที่เกิดในหัวใจจนเป็นรอย และอาจจะเป็นรอยช้ำที่เจ็บปวดให้กับร่างบางนี้ได้
ร่างสูงตลบผ้าห่มคลุมร่างบางไว้ ก่อนที่จะเดินออกจากห้องด้วยความรู้สึกที่ไม่ปกตินัก ความต้องการที่เขาต้องพยายามข่มมันไว้ ทำให้เขาไม่สามารถที่จะอยู่ใกล้ได้ เพราะไม่อย่างนั้นเขาเองก็ไม่รู้ว่า ตัวของเขาเองจะทำ
อะไรลงไปอีกบ้าง เพียงแค่นี้ อากิระก็กลัวเขาเสียแล้ว
กลัว …อากิระกำลังกลัวเขาอย่างที่เขาเองก็ไม่คิดว่า ตัวของเขาเองกำลังทำให้ร่างเล็กบอบบางนี้ ไม่ไว้วางใจเขาได้ดังเดิมเสียแล้ว และมันก็กำลังเป็นอย่างนั้นเสียด้วย
เสียงปิดประตู ทำให้อากิระต้องค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองก่อนที่จะปล่อยให้น้ำตาแห่งความอ่อนแอ พ่ายแพ้ หลั่งไหลลงมาอย่างไม่ขาดสาย
คงจะมีเพียงเวลาเท่านั้น เวลาที่จะคอยช่วยรักษา เยียวยาหัวใจของอากิระให้หายดีได้ดังเดิม โดยที่ตัวของเขาเองก็รู้ดีว่า บาดแผลที่เขามี ไม่อาจหายไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป แม้แต่นิดเดียว

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

มานูเอล มิชา เคจิโอ ถอนหายใจเฮือก เมื่อยืนพิงหน้าประตู ห้องนอนอยู่อย่างนั้นโดยไม่ขยับเขยื้อนไปไหน ทั้งๆที่ เขาเองก็อยากที่จะไปให้ห่างจากอากิระ แต่อีกใจหนึ่ง ..เขาก็กลัว อากิระจะหายไปจากเขาเหมือนเมื่อครั้งก่อน เพียงแค่คลาดสายตาเพียงนิดเดียวเท่านั้น
เวลาที่ผ่านมา สร้างทั้งความแค้นที่สุมอยู่ในหัวใจของเขามาเนิ่นนาน แต่ตัวของเขาเองก็รู้ดีว่า ความรักที่มีมันก็ไม่ได้ลดน้อยลงไปด้วยเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทวีมากขึ้นตามวัน ตามเวลาที่ผ่านไป
เมื่อมาถึงเวลานี้ ทำให้เขาเสียใจ เขาไม่น่าที่จะปล่อยเวลาให้ผ่านมาเนิ่นนานอย่างนี้เลย เวลาที่ผ่านไปสร้างช่องว่างที่เกิดขึ้นในหัวใจของอากิระและเขา
เขาไม่อาจที่จะรู้ได้เลยว่า ..อากิระลืมเขาไปหรือยัง ลืมโทมิมาสะ เค คนที่อากิระเคยรัก คนนี้ไปหรือยัง
อากิระมีใครที่รักอยู่เคียงข้างหรือไม่ ..
อากิระมีใครคนอื่นเข้ามาแทนที่เขาในหัวใจหรือยัง..
นั่นคือสิ่งที่ เขาเองอยากจะรู้
รูปลักษณ์ที่แปลกไปของเขา อาจจะทำให้อากิระจำเขาไม่ได้…
หรือว่า..
เสียงของตกกราวที่ดังมาจากในห้องนอนทำให้เขาต้องเปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว และเขาก็ทันได้เห็นร่างของอากิระ ที่เก็บกระเป๋าของเขาขึ้นมา ก่อนที่ร่างบางนั้น จะหันมามองเขา
เอ่ยถามคำถามที่เขาไม่คิดว่า จะได้ยินจากปากบางนั้นด้วยน้ำเสียงอันสั่นเครือ..ราวกับ…
“..เค ..คนที่อยู่ในรูป..คุณรู้จักเขาหรือครับ”
อากิระดึงรูป ที่อยู่ในกระเป๋าของเขาออกมา เป็นภาพถ่ายสุดท้ายของเขาเมื่อ เกือบ10 ปีที่แล้ว ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนตัวเองไปเป็นรูปลักษณ์อย่างที่ทุกคนเห็น
“..เขาเป็นเพื่อนของผม..และผมก็เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเขาตลอดเวลาที่เขาอยู่ที่นั่น ”
“..เขาอยู่ที่ไหนครับ”
ร่างบางนั้นคงจะเอ่ยถามเขาด้วยความหวัง แต่เพราะอะไรไม่รู้ทำให้เขาเอ่ยตอบกลับไป ทั้งที่ตัวของเขาเองจะเฉยเสียก็ได้
“..ฝรั่งเศส..”
“ ..เขาเป็นยังไงบ้างครับ”
“..คงจะสบายดีกระมัง ..”
อากิระเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงเต็มตา เมื่อได้ยินคำตอบที่ฟังไม่ออกว่า มันหมายความว่าอย่างไร
“..คุณหมายความว่ายังไง..”
“..อยากเข้าใจว่ายังไงล่ะ”
“หรือว่า อยากพบเขา..” มานูเอล มิชา เคจิโอ เหยียดยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน
“..ครับ”
“ เขาเป็นอะไรกับคุณล่ะ อากิระ”
“เพื่อน ..เคเป็นเพื่อนของผม”
“เพื่อนอย่างนั้นหรือ “
ร่างสูงครางออกมา ก่อนที่จะมองร่างบางแน่วนิ่ง ดวงตาที่ทอดมองรูปใบนั้นเต็มไปด้วยความอ่อนโยน เต็มไปด้วยความคิดถึง ห่วงหาอาทร และท้ายที่สุด ความเจ็บปวด..
“..เขาอยู่ตรงไหนของที่นั่นครับ”
“บนเนิน”
“หมายความว่ายังไง”
“..ก็บอกว่า บนเนิน”
“ เขามีบ้านบนเนินหรือครับ แล้วคุณป้าล่ะครับ สบายดีหรือเปล่า”
“ท่านเสียไปแล้ว หลังจากที่ไปฝรั่งเศสได้ไม่นาน”
“แล้วเคอยู่ยังไงครับ”
“คนเดียว”
“…”
หัวใจของอากิระปวดร้าวไปด้วยความทรมาน เมื่อได้ยินคำบอกเล่าอย่างนั้น เคจะเจ็บปวด ทรมานสักแค่ไหนกัน ยามที่ต้องห่างไกลบ้านเมืองไปต่างแดน แล้วยังต้องเสียคุณป้าไปอีก ในเวลาที่ไล่เลี่ยกับ…
“..เขาสบายดีใช่ไหมครับ”
ร่างสูงไม่ตอบคำถามนั้น เมื่อ อากิระถามย้ำเขาอีกครั้ง และร่างบางก็ตระหนักถึงความรู้สึกสังหรณ์ที่แปลกประหลาด เมื่อสัมผัสกับอารมณ์ที่บอกไม่ได้ของร่างสูงตรงหน้า
“บอกผมมาสิครับ ว่าเขาสบายดี อย่างที่คุณบอกมาตั้งแต่ต้น”
“…”
“..เคเป็นอะไรกันแน่ บอกผมมานะครับ”
อากิระปราดเข้าไปหาร่างสูงที่เดินเลี่ยงออกไปยังระเบียง ไม่สนใจว่าตัวเองจะยังอยู่ในสภาพที่ไม่เรียบร้อย เขาสนใจกับเรื่องที่ร่างสูงนั้นเล่าให้ฟังมากกว่า
“คุณมานูเอล”
“เป็นห่วงเหลือเกินนะ”
“..เคเป็นเพื่อนของผม ..กรุณาบอกผมมาเถอะ”
“ ..เพื่อน แล้วทำไมถึงไม่รู้ข่าวของเขาบ้างล่ะ เป็นเพื่อนกันก็น่าจะติดต่อกับเขาบ้างนี่นา”
“เราทะเลาะกัน ตอนที่เขาจะกลับไปฝรั่งเศสอีกครั้ง”
“..น่าขำ “
“จะคิดยังไงก็เรื่องของคุณ ผมแค่อยากรู้ข่าวของเขาเท่านั้น ว่าเป็นอย่างไรบ้าง”
“อยากรู้มากนักใช่ไหม”
น้ำเสียงของร่างสูงแข็งกร้าว ก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นเย็นชา พร้อมกับริมฝีหากได้รูป บางเฉียบนั้น จะยิ้มเหมือนกับจะหยันอะไรบางอย่าง
“ผู้ชายที่อ่อนแอคนนั้นน่ะ มันตายไปแล้ว ..ตายไปตั้งนานแล้ว”
“..คุณพูดอะไรออกมา”
“ก็ความจริงที่ต้องการรู้อย่างไรล่ะ อยากรู้นักไม่ใช่หรือว่ามันเป็นยังไงบ้าง “
“โกหก..”
“พูดความจริงก็หาว่า โกหก ..”
ร่างบอบบางของอากิระ เซไปข้างหลังอย่างห้ามตัวเองไม่ได้ ความจริงที่เขาได้รับรู้ ทำให้อากิระช็อค ทำไม ..
“คุณ ..ไม่จริงใช่ไหม”
“..ผมบอกเหรอว่าผมล้อเล่น อากิระ..”
“ทำไมล่ะ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ..”
“..ทำไมน่ะเหรอ ..ผู้ชายคนนั้นน่ะ ซมซานกลับมาที่ฝรั่งเศสด้วยสภาพยังไง คุณรู้บ้างหรือเปล่า อากิระ ทั้งร่างกาย ทั้งจิตใจแหลกสลายจนไม่มีชิ้นดี..”
“ไม่จริง เคเป็นคนเข้มแข้ง เพียงแค่นั้น..”
“ฮึ เข้มแข็ง ขนาดหินผายังมีวันที่ผุพัง นับอะไรกับจิตใจของคน”
“..คุณต้องโกหกผมแน่นอนเลย อย่า ..อย่าโกหกผมสิครับ ..บอกมาสิครับว่า มันไม่จริง”
“จะมีประโยชน์อะไร คนก็ตายไปแล้ว”
“คุณพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดา”
“หมอนั่นอ่อนแอเอง”
“ไม่จริงหรอกครับ เคเป็นคนเข้มแข็ง เขาไม่เคยเป็นคนที่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ”
“..ยิ่งเข้มแข็งมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งอ่อนแอมากเท่านั้น หมอนั่น..เดินทางกลับไปเหมือนกับคนไม่มีหัวใจ ไม่พูด ไม่คุย ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ ราวกับว่าไม่มีหมอนั่นอยู่ตรงนั้น ทั้งที่ถามว่าเกิดอะไรขึ้น ..แต่หมอนั่นก็ไม่บอก ..ทั้งที่ตัวเองเจ็บปวด จนจะตายอยู่แล้ว”
“อยากจะรู้นัก ..ว่าตอนที่หมอนั่นกลับมาที่นี่มันเกิดอะไรขึ้น ..”
ร่างบางเงียบกับสิ่งที่เขาได้รู้ งงงันกับคำบอกเล่าที่ออกมาจากปากของร่างสูงตรงหน้า เคไม่มีทางที่จะเป็นอย่างนั้น ก็เคน่ะ ..เค
“..ขอโทษ ..เค”
“เฮ้ ..อากิระ เป็นอะไร”
ร่างบอบบางทรุดฮวบลงกองกับพื้น ถ้าร่างสูงแข็งแรงนั้น ไม่เข้ามารับได้อย่างทันท่วงทีเสียก่อน ใบหน้าอ่อนใสซีดขาวราวกับไม่มีเลือดหล่อเลี้ยงเลยสักนิดเดียว
เขาอยากให้อากิระเจ็บเสียบ้าง เจ็บอย่างที่เขาเคยเจ็บ ..
โดยที่ร่างสูงนั้นไม่มีโอกาสได้รู้เลยว่า ..อากิระเจ็บกว่าหลายร้อยเท่านัก เมื่อได้ทำให้คนที่ตัวเองรักต้องเจ็บ หัวใจของเขาแทบจะแหลกสลาย ทรมานมากเท่าใด ร่างสูงตรงหน้าไม่มีทางที่จะได้รู้เลยแม้สักนิดเดียวเพราะเขาได้แต่พกพาความแค้นของความรู้สึกที่ตัวเองรู้ว่าถูกทรยศหักหลังเท่านั้น

รักเอย..
ใยเจ้าจึงเป็นหนามอันแหลมคม
คอยทิ่มแทง
ให้ใจของเราเจ็บอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน
รักเอย..
ใยเจ้าให้ความสุข แต่ก็ให้ความทุกข์คละเคล้ามาด้วย
รักเอย..
เจ้าเป็นฉันใดกัน จึงได้ผันแปรเปลี่ยน
คอยหมุนเวียน
ให้ใจสุข ทุกข์ระทม

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@
“เป็นอะไรไปครับ เจ้านาย”
ลูกน้องของเขาถามขึ้นอย่างสงสัย เมื่อเห็นว่าเจ้านายของตัวเองนั่งถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ทั้งที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
“ไม่มีอะไรหรอกน่า “
มัตสึถอนหายใจอีกครั้งก่อนที่จะตอบ เมื่อวันนี้ ไม่ว่าเขาจะรอเท่าใด ร่างเล็กนั้นก็ยังไม่มาเสียที ทั้งที่ใกล้จะปิดร้านแล้ว เขาผิดหวังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร
“..เจ้านายไม่เคยเป็นอย่างนี้นี่ครับ”
“ก็จะเป็น “
ร่างสูงโปร่ง และเพรียวนั้นรวนกับลูกน้องอย่างไม่พอใจ เมื่อรู้ตัวว่า กำลังถูกจับผิดและกำลังตกอยู่ในหัวข้อสนทนาของลูกจ้างในร้านเสียแล้ว
“จริงสิครับ เด็กคนนั้น ไม่มาหรือไงก็ไม่รู้ วันนี้ยังไม่เห็นเลย ทุกทีป่านนี้ก็เตรียมตัวกลับกันแล้ว”
“คงไม่มาแล้วมัง เขาเป็นนักท่องเที่ยว ป่านนี้คงจะเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปแล้วล่ะ”
มัตสึพูดตามความรู้สึก เมื่อเขารู้สึกแปลกๆ เป็นอะไรไปกันนะ ถึงได้เศร้าอย่างนี้ ทั้งๆที่เจอร่างเล็กขอเซร่าเพียงไม่กี่วันเท่านั้น แต่เขาก็มีความรู้สึกสนิทกับเด็กคนนั้นเป็นอย่างมาก อาจจะเป็นเพราะว่า ในตอนแรก ที่เขาสนใจ เซร่าเหมือนใครบางคนที่เขารัก
แต่เมื่อได้รู้จักกันแล้ว เขาก็สามารถบอกกับตัวเองได้อย่างชัดเจน ทั้งสองคนนั้นไม่เหมือนกันเลย
อากิระก็คืออากิระ
เซร่าก็คือเซร่า
ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถที่จะมาแทนที่กันและกันได้ ทั้งสองคนนั้นมีความเหมือนที่แตกต่างกันจนเห็นได้ชัด …
“..แต่อย่างน้อยก็น่าจะลากันก่อน”
เสียงของลูกจ้างในร้านดังเข้ามาในหัวของเขาอีกครั้ง มัตสึถอนสายตาหันกลับไปมองร่างสูงที่ทอดถอนใจอยู่ข้างๆ อย่างไม่ชอบใจ
“ เราเป็นอะไรกับเขาล่ะ เขาถึงต้องมาลาน่ะ “
“เจ้านายก็…”
“ไปทำงานได้แล้ว มานั่งอู้อยู่ได้เดี๋ยวหักเงินเดือนเสียเลยนี่”
“ใจร้าย”
“งั้นก็ไป ..”
“ว้าก…”
ลูกน้องหลบกันจ้าละหวั่น เมื่อเจ้านายเงื้อเท้าขึ้นมา ก่อนที่จะสลายตัวกันไปอย่างรู้หน้าที่ มัตสึถอนหายในเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะละสายตาจากประตู จึงไม่ทันได้เห็น ร่างบอบบางที่วิ่งกระหืดกระหอบมาแต่ไกล และพรวดเข้ามาในร้าน อย่างรวดเร็ว…
(..ขอโทษครับ ว้า..เก็บร้านแล้วหรือครับ)
เซร่ามองร้านที่กำลังเก็บกันอย่างเสียดาย วันนี้กว่างานของเขาที่ได้รับมอบหมายซึ่งต้องทำแทนคุณมานูเอล จะเรียบร้อย ก็เล่นเอาเซร่าหัวปั่นมากพอดู รีบที่สุดแล้ว แต่ก็ยังมาไม่ทันอีกจนได้ อุตส่าห์หนีคุณหยางมาได้แล้วเชียว จะโทษใครได้บ้างเนี่ย???
(..เก็บแล้ว มาช้านี่..)
(ขอโทษครับ พอดีติดธุระกะทันหัน ..ผมรีบที่สุดแล้วนะครับ)
ร่างบางพูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกมาอย่างตกใจ เมื่อได้ยินเสียงที่คุ้นหูดังขึ้นข้างหลัง ทำไมเขาถึงไม่เห็นนะ ทั้งที่เมื่อตะกี้ ก็ว่ามองอย่างดีแล้ว
(..ทำไมไม่โทรมาบอกก่อนล่ะ)
(ผมไม่มีเบอร์โทรของที่นี่ครับ)
เซร่าบอกตามตรง ก็เขาไม่กล้าที่จะขอเบอร์คนที่เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นานอย่างมัตสึหรอก ผู้ชายคนนี้ทำให้ตัวของเขาเองมีความรู้สึกว่าตัวเองไม่มีค่าคู่ควร ตัวของเขาเองมีมลทินที่ติดตัวอยู่ มลทินที่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่สามารถที่จะล้างออกไปได้
(..เอ้า งั้นเอานี่ไป เบอร์โทรของผมเอง มีอะไรก็โทรเข้ามาได้ตลอดเวลา )
มัตสึยื่นนามบัตรของตัวเองให้ไป ก่อนที่ร่างบางจะยิ้มออกมาอย่างดีใจ และรอยยิ้มนั้นก็ทำให้เขามีความรู้สึกแปลกเป็นความรู้สึกที่เขาไม่เคยคิดว่า จะเกิดขึ้นในหัวใจของเขาอีกครั้งหนึ่งได้
(ขอบคุณครับ..)
(..จัดอาหารให้แล้ว อยู่ข้างในน่ะ ..)
(แล้วคุณล่ะครับ)
(ตรวจดูความเรียบร้อยแล้ว จะตามเข้าไป)
ร่างสูงโปร่งของมัตสึ ก้มลงมานิดหนึ่ง ก่อนที่จะลูบหัวทุยๆนั้นอย่างอ่อนโยน เซร่ายิ้มให้อย่างว่าง่าย ก่อนที่จะเดินเข้าไปยังหลังร้านอย่างคุ้นเคย
จะบอกได้ยังไงกันว่า ตั้งแต่วันนั้น ..เขาก็กลายเป็นแขกประจำของที่นี่ไปโดยปริยาย เวลาในแต่ละวันนั้น เขาพยายามนั่งนับให้ถึงโดยเร็ว เพื่อที่จะได้มาหาร่างสูงนี้ เป็นเพราะอะไรก็ไม่รู้ล่ะ เซร่ามีความรู้สึกที่ดีให้กับมัตสึเป็นอย่างมาก ทั้งที่เขาต้องสำนึกไว้เสมอว่า ตัวของเขาเป็นของคุณมานูเอล
เพียงแค่ช่วงเวลานี้เท่านั้น เซร่าบอกกับตัวเอง ก่อนที่จะต้องกลับไปเป็นเซร่าคนเดิม ช่วงเวลาแห่งความสุข ที่เซร่าสามารถที่จะเป็นเซร่าอย่างที่ต้องการได้
ต่อให้เซร่าต้องการมากเท่าไร เซร่าก็ทรยศคุณมานูเอลไม่ได้ คุณมานูเอลเป็นคนที่ฉุดเซร่าให้ขึ้นมาจากขุมนรก ถ้าไม่ได้คุณมานูเอล ก็ไม่มีเซร่าที่ยืนอยู่ตรงนี้…
ต่อให้เซร่ารักมากเท่าไร ก็เป็นไปไม่ได้ ..เซร่ารู้ดี ว่าไม่มีทางเป็นไปได้เลย อีกทั้ง ใครจะสามารถยอมรับเซร่าได้กันล่ะ อดีตของเซร่า ..ที่ไม่มีทางที่จะลบเลือนไปได้ ..ไม่มีใครที่สามารถยอมรับได้อย่างแน่นอน อดีตของเซร่ามีแต่คนรังเกียจ
..เพียงเพื่อแลกกับเงิน ที่นอน และอาหารเพียงเล็กน้อย เซร่าก็สามารถที่จะนอนกับใครก็ได้ ..
คนที่บริสุทธิ์สะอาด อย่างมัตสึ ไม่สามารถที่จะยอมรับได้แน่ ถ้าหากได้ล่วงรู้ถึงอดีตของเซร่า คงจะรังเกียจและไม่อยากจะคบกับเซร่าต่อ …
(..ร่า ..เซร่า..เป็นอะไร)
(ครับ..)
ร่างบางผงะ เมื่อใบหน้าคมของมัตสึยื่นเข้ามาใกล้ ก่อนที่ดวงตาสองคู่จะสบกันในระยะกระชั้นชิด ดวงตาคู่หนึ่งเต็มไปด้วยความสงสัย ส่วนอีกคู่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด ..หมองราวกับอัญมณีที่มีรอยขีดข่วน เมื่อรู้ว่าถูกมองอย่างพินิจ ก็หลุบลงเพื่อปิดบังประกายไว้เสีย
(เป็นอะไร เรียกตั้งนาน)
(เปล่าครับ)
(ไม่จริงมั้ง )
(จริงครับ ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ)
(แน่นะ)
(ครับ แค่คิดอะไรเพลินนิดหน่อย)
เมื่อเห็นว่าร่างบางไม่ตอบแล้วแน่นอน มัตสึจึงเปลี่ยนเรื่อง ในเมื่อไม่ต้องการให้เขารู้ เขาก็ไม่เซ้าซี้ เพราะว่าทุกคนต่างก็มีความลับของตัวเองกันทั้งนั้น และไม่ต้องการให้ใครก็ตามเข้าไปเสาะแสวงหาความลับอันนั้น เขารู้ เพราะว่าตัวของเขาเอง…
(เป็นยังไงบ้าง นี่เป็นเมนูใหม่นะ )
(เมนูใหม่)
(ใช่ ลองให้เซร่าชิมเสียก่อน พรุ่งนี้ถึงจะออกเป็นรายการใหม่)
(เหรอครับ ..อร่อยจัง)
(แน่ล่ะ ทำเองกับมือ ไม่อร่อยก็เกินไปล่ะ)
(คนอะไรชมตัวเองก็เป็น)
(อ้าว แล้วกัน ..เจ้าเด็กคนนี้นี่)
ร่างสูงกว่าเงื้อมือ ก่อนที่จะเขกเข้าที่หัวของเซร่าอย่างหยอกล้อไม่จริงจังนัก ใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ทำให้เขาเบิกบาน เขาไม่ชอบใบหน้าที่เศร้าหมองของคนที่อยู่ใกล้ชิดเลย ยิ่งเป็นคนที่ ..เขารัก และต้องการให้มีความสุขด้วยแล้ว มัตสึก็อยากให้คนคนนั้นมีแต่ความสุข
(ว้าก !!!! ขอโทษครับ… แล้วทำไมวันนี้ปิดร้านเร็ว)
ร่างบางหลบไม่ทันกับมะเหงกที่มัตสึประเคนให้ เจ้าตัวต้องยกมือขึ้นคลำหัวป้อยๆ อย่างน่าสงสาร แต่ก็ไม่สามารถทำให้ร่างสูงนั้นสงสารไปได้หรอก เพราะเขารู้แรงของตัวเองที่ลงไปได้ดี แกล้งทำล่ะไม่ว่า ..เจ้าเด็กคนนี้นี่ มันน่านัก ??? เจ้าเล่ห์ไม่มีใครเปรียบ ..
(เรามาช้าต่างหาก)
(ขอโทษครับ พอดีติดธุระด่วนมาก)
(นึกว่าเกิดอุบัติเหตุ)
(เปล่าครับ)
(ทีหลังก็โทรมาบอกเสียหน่อย เข้าใจหรือเปล่า)
(ครับ)
(ดี ..เอ้ารีบกินเข้า ยังมีอีกนะ นี่เป็นแค่ออเดิฟเท่านั้น)
มัตสึมองร่างบางที่กำลังนั่งกินอาหารของตัวเองอย่างมีความสุข ก็พลอยทำให้เขามีความสุขไปด้วย ความสุขที่ห่างหายจากเขาไปเมื่อไม่นานมานี้
(จริงหรือฮะ)
(เถอะ..)
(ทำไมไม่เอาออกมาเลยล่ะครับ)
(กำลังอุ่นอยู่ แต่รสชาติไม่เสียหรอก)
(คงต้องลองสักหน่อยแล้ว)
(รับรองว่าต้องชอบ)
(คุณมัตสึทำอะไรก็อร่อยทุกอย่างแหละครับ)
(ปากหวานจริง)
(ผมพูดจริงนะครับมาทีไรอิ่มแปร้เสียทุกที)
(แน่นอนคนมีฝีมือก็งี้ล่ะ)
( หลงตัวเองจริงๆนั่นแหละ คนอะไร..)
(เราจะอยู่ที่นี่อีกนานหรือเปล่า)
เซร่าชะงัก หลุบตาลงมองอาหารตรงหน้า ก่อนที่จะวางช้อนลง นั่งเงียบ ..
(ผมก็ตอบไม่ได้หรอกฮะ )
(..แต่ ผมอยากอยู่ที่นี่ ผมชอบที่นี่มากนะฮะ ..)
(ผมชอบทุกคนที่อยู่ที่นี่ เพราะที่ที่ผมจากมา และจะต้องกลับไป ผมคงไม่สามารถที่จะสัมผัสหรือว่าได้รับสิ่งที่ผมได้รับจากที่นี่ได้เลย)
(..เซร่า)
(อยู่ที่นี่ ผมมีความรู้สึกว่า ตัวของผมเองเป็น”คน” ไม่ใช่สิ่งของที่ใครจะโยนไปทางโน้นทางนี้ )
เซร่านิ่งไปนิดหนึ่ง ดวงตาที่เศร้าอยู่แล้วกลับยิ่งเศร้ามากขึ้นไปอีก เมื่อคิดถึงสถานะที่ตัวเองดำรงอยู่ บุญคุณที่เขาจะต้องทดแทน ทำให้เขาไม่อาจที่จะทำตามใจตัวเองได้
(..ทุกคนมีค่า ของความเป็น “คน” ในตัวเองทั้งนั้น)
(บางคนครับ มัตสึ คุณอาจจะยังไม่เคยที่จะเจอ แต่ผมน่ะ พบเจอและสัมผัสมาเกือบจะทุกรูปแบบ)
(ที่ของเราเป็นที่แบบไหนกัน เซร่า)
(..นรกน่ะครับ ) มัตสึชะงักเมื่อได้ยินคำตอบ
(ผมก็เพิ่งเคยพบคนอย่างมัตสึเป็นคนแรก ไม่สิ.. คนที่สองต่างหาก นับแต่ผมเหยียบย่างลงมาในดินแดนแห่งความอบอุ่นนี้)
ใบหน้าหวานที่มีร่องรอยของความเศร้าฉายชัด ทำให้มัตสึอดไม่ได้ที่จะโอบร่างบางนั้นเข้ามากอด เพื่อหวังให้ร่างนั้นคลายทุกข์ แม้ว่าเขาจะช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยเป็นที่พักพิงให้ร่างนั้นสักพักก็ยังดี ก่อนที่เซร่าจะก้าวเดินต่อไปข้างหน้าแม้จะไม่มั่นคง แต่ก็อาจจะเข้มแข็งขึ้น
( เซร่าเข้มแข็งนะ)
(เพราะว่าผมไม่มีอะไรที่จะต้องเสีย ไม่มีอะไรที่จะต้องห่วงหา ผมมีแค่ตัวของผม โดยที่ผมไม่รู้ว่าตัวตนของผมเป็นใคร หรือว่าต้องการอะไร)
(เซร่าจะต้องพบอย่างแน่นอน )
(ผมก็หวังให้เป็นอย่างนั้น ขอบคุณนะครับที่ให้กำลังใจ )
เซร่าโอบร่างกอดตอบ เมื่อมัตสึกระชับอ้อมแขน พร้อมกับเกยคางไว้บนหัวของเขา ราวกับพี่ชายที่กำลังโอบกอดน้องน้อย เพื่อปกป้องผองภัยอันตรายต่างๆ
และมันก็เป็นอย่างนั้น มัตสึบอกกับตัวเอง เขาอยากที่จะปกป้องดูแลร่างบอบบางนี้โดยที่ไม่สนใจเลยว่า เซร่าจะเป็นใคร มาจากไหน มีอดีตความเป็นมาอย่างไร
ร่างเล็กที่สั่นสะท้านเพราะแรงลมและฝน ต้องการที่พักพิงให้หายเหนื่อยก่อนที่จะโผผินบินขึ้นไปยังฟ้ากว้างอีกครั้ง แม้จะเพียงชั่วคราว แต่เขาก็ยินดี…

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

tan


จาก : tan - 21/10/2003 08:31

ข้อความ : โอ๊ย จะหัวใจวายตาย ในที่สุดก็ได้อ่าน แล้วทำมายต้องโกหกแบบนี้ด้วยละ หนุกมากๆๆไม่เสียแรงที่รอคอย เมื่อไรจะมาต่ออีกงะ หายไปนานนะ มาต่อไวๆๆหน่อยนะจ๊ะ

จาก : lek - 21/10/2003 11:39

ข้อความ : ดีใจจัง.....กลับมาต่อแล้ว แล้วเมื่อไหร่อากิระถึงจะรู้ความจิงเนี่ย
ปล.ชอบคู่ของมัตสึจังเลยย....

จาก : nu"fern" - 21/10/2003 11:48

ข้อความ : เมื่อไรเคจะรู้น่า ว่าอากิระก็รักเคเหมือนกัน
อย่าทะเลาะกันให้มากนักน่ะ
ชอบเคกะอากิระที่สุดเลย


จาก : OT - 21/10/2003 17:12

ข้อความ : ตาเคบ้า ทำอากิระเค้าเสียใจอีกแล้ว
ไปโกหกเพราะแค้นที่ถูกหักหลัง
แต่ถ้าอากิระรู้ความจริง มันจะไม่เจ็บยิ่งกว่าหรอ

คู่ของมัตสึน่ารักจังเลย มีเมนูพิเศษกันด้วย
จะพยายามเอาใจช่วยนะเซร่า หุหุ

จาก : Rena - 21/10/2003 17:15

ข้อความ : สนุกมากก อยากให้เคกับอากิระสมหวังเร็วๆๆจัง

จาก : one - 21/10/2003 17:54

ข้อความ : สนุกมากกกกกก สงสารอากิระจัง เมื่อไหร่เคจะรู้นะว่าอากิระก็เจ็บ ฮือออออ มาต่อเร็วๆนะค่ะ เอาใจช่วยค่ะ

จาก : oka - - okada_nut@hotmail.com - 21/10/2003 22:38

ข้อความ : หนุกหนานมากห่ะว่าแต่ Time7 อยู่ไหนง่ะเค้าหาไม่เจอ

จาก : akuma_hana - 22/10/2003 00:19

ข้อความ : เรื่องข้างล่างแค่น้ำตาซึม แต่เรื่องนี้ไหลพรากเลยอ้ะ น่าสงสารเคกับอากิระจังเลย ทั้งที่รักกันแท้ๆ แล้วอย่างนี้จะเป็นไงต่อละเนี่ย

จาก : siva - 22/10/2003 00:23

ข้อความ : ไอ้เคบ้า ทำอากิระทรุดทั้งยืน ทำได้ไงฟะ ... เปลี่ยนพระเอกเลย ๆ ไอ้เคซาดิสต์ ... คู่มัตสึนี่ก็มีแต่ความหวังดีให้กันจริง ๆ ไม่เหมือนไอ้คู่ข้างบน ...

ส่วนนาโอกิ กะคุณกาย ทำไมนาโอกิคิดมากแบบนี้นะ คุณกายไม่มีทางมีใครอยู่แล้ว แล้วไค กะคุณอาน่ะ ตาคุณอา ถ้ารักเค้าก็บอกไปตรง ๆ เหอะ นี่ตามิซากิก็รอเสียบอยู่แล้วนี่ แล้วคู่ของคาสึยะ กะริวอิจิน่ะ จะได้ลงเอยหรือเปล่าหว่า ลุ้นมาก็นานแล้ว

จาก : sen - 22/10/2003 15:11

ข้อความ : ได้อ่านแล้ว ......วะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอิ้กกกกกกกกกก

จาก : emmy - 23/10/2003 09:20

ข้อความ : เหอๆๆๆ คู่เซร่านี่น่ารักจังน๊า~~ อ่านแล้วอมยิ้มเลยล่ะ ส่วนคู่ของเคเนี่ย...เหอะๆ - - รู้สึกว่า.....มานจะแบบไงดีล่ะ ปากแข็งทั้งคู่มั้ง คิดอะไรอยู่ไม่เคยพูดออกมากันเล้ย เหอะๆๆ - -"

จาก : sano - 23/10/2003 17:34

ข้อความ : ดีใจที่ได้อ่านคะ..............

อ่านคราวๆ แค่ตอนเคกับอากิระ....นี่นายเคคงจะยังไม่รู้ใช่ม่ะ..ว่าทำไมอากิระถึงได้บอกเลิก....นายทำเค้าเจ็บก่อนนะ

จาก : jannie - 28/10/2003 02:12

ข้อความ : ในที่สุด...........ในที่สุด
ใรที่สุดก็ได้อ่านต่อแย้ววววว
กรี๊ดๆๆๆ ดีใจๆๆๆ ^^~~~

จาก : reiin - 31/10/2003 22:10

ข้อความ : ดีใจด้วยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ >< ว๊ายๆๆๆๆๆๆๆๆ
หายไปนานเรยทั่น คิดถึงเจ้าคู่นี้จิงๆ

จาก : mint - 02/11/2003 01:21

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ท่านคือ :
เมลล์ :
ICQ :
โฮมเพจ :
เขียนเลยค่ะ :