หัวข้อ : Time 7
ข้อความ : เซร่ามองร้านอาหารตรงหน้าก่อนที่จะยกมือขึ้นลูบท้องของตัวเอง เมื่อได้กลิ่นอาหารที่ไม่คุ้นจมูกสักเท่าไหร่ แต่ก็ยั่วน้ำลายของเขาได้มากพอดูในเวลาที่เขากำลังหิวอย่างหน้ามืดอย่างนี้ จะเป็นอะไรก็ช่าง ขอให้อิ่มท้องไว้ก่อนก็แล้วกัน อย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง
“ ..เชิญครับ..จะรับอะไรดีครับ”
เสียงของบริกรตะโกนมาแต่ไกล ก่อนที่จะเดินตรงมายังเขาแล้วผายมือเชิญไปยังโต๊ะที่ยังว่างอยู่ ซึ่งเหลืออยู่เพียงไม่กี่โต๊ะเท่านั้น แม้จะเป็นร้านที่ไม่ใหญ่โต แต่ก็จัดตกแต่งได้อย่างงดงามทีเดียว อีกทั้งบรรยากาศในร้านก็แลดูอบอุ่นและนุ่มนวล
…เจ้าของร้านคงจะเป็นชายแก่ใจดีล่ะมัง… เซร่าคิดในใจ
“…”
เมนูอาหารถูกยื่นเข้ามาตรงหน้า บริกรนั้นยิ้มให้อย่างมีอัธยาศัย ก่อนที่จะแนะนำจานเด็ดของร้านให้กับเขา ด้วยภาษาอังกฤษอย่างคล่องแคล่ว..
แต่..ขอโทษเถอะครับ ผมฟังออกเป็นคำๆ เท่านั้น … คุณพูดเสียเร็วอย่างนั้น ผมไม่เข้าใจอ่ะ.. ร่างบางได้แต่ตะโกนอยู่ในใจ ใครก็ได้ช่วยผมที!!!!!
เหมือนพระเจ้ามาโปรด เมื่อชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่งเดินมายังโต๊ะของเขา ก่อนที่จะยิ้มให้
“มีอะไรให้ช่วยไหมครับ” ยังดีนะที่เขาพูดช้า..
( ผมพูดภาษากลางไม่ได้ ) เซร่าพูดอย่างกระท่อนกระแท่น ร่างสูงนั้นยิ้มอย่างปลอบใจ
“..แล้ว..”
( ..ภาษาฝรั่งเศส ได้ไหมครับ) ร่างบางถามอย่างเกรงใจ ก่อนที่จะกลั้นใจฟังคำตอบ ถ้าไม่ได้ล่ะก็ คงต้องออกจากร้านแหงเลย แค่เขาเข้ามานี่ก็เด่นพอดูแล้ว
(..ครับ ผมก็พอพูดได้บ้าง..)
เมื่อได้ยินอย่างนั้น เขาก็ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ เห็นชายคนนั้นพยักหน้าให้บริกรไปต้อนรับลูกค้าที่เดินเข้ามาในร้านอีก คงจะเป็นผู้จัดการมั้ง
( ดีจัง..ผม..) เซร่าอ้ำอึ้ง
(..ครับ งั้นผมจะอธิบายให้ฟังนะครับ…) ร่างสูงนั้นยิ้มขำ เมื่อเห็นว่าร่างเล็กนั้นเหลือบมองเมนู ก่อนที่จะอธิบายถึงรายการอาหารให้อย่างละเอียด
( งั้นผมเอานี่..นี่..แล้วก็นี่)
(จะทานหมดหรือครับ)
ร่างสูงกระเซ้า เซร่าได้แต่ยิ้ม จะบอกได้ยังไงเล่า แค่นี้ยังไม่ครนาท้องของเขาเลย นับประสาอะไร
( งั้นผมขอเพิ่มเมนูไหมครับ จานนี้ก็อร่อย ลองทานดู เซอร์วิสให้ครับ)
เซร่าพยักหน้ารับทันทีอย่างไม่ต้องคิด เขาเป็นคนกินจุ ไม่ว่าอะไรเขาก็กิน ใครจะว่ายังไงก็ช่าง คนที่ไม่เคยรู้รสของความยากจน ความอดอยาก ..ความหิว ไม่มีวันที่จะเข้าใจ
ชายคนนั้นเดินห่างไป เซร่าจึงหันไปมองรอบๆ ร้านอย่างพินิจอีกครั้ง กวาดไปทั่วอย่างสำรวจ โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นคนญี่ปุ่นทั้งนั้นเลยแฮะ ไม่เห็นมีชาวต่างชาติสักคน อนุรักษ์นิยมหรือไง เขาก็เคยได้ยินมาอย่างนั้นเหมือนกันนี่นา
ร่างบางใจหายวูบ…
เกิดเจ้าของร้านไม่ชอบคนต่างชาติล่ะ ..
(เป็นอะไรหรือครับ)
ชายคนนั้นโผล่เข้ามาแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ และคงจะรับรู้ถึงความผิดปกติของเขากระมัง ถึงได้ถามขึ้นอย่างเป็นห่วง เซร่าคิดว่าอย่างนั้นนะ แต่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวจะคิดยังไง
(..ที่นี่..คือ ..) ร่างบางไม่รู้ว่าจะตั้งคำถามยังไง ได้แต่หันไปมองรอบๆ อีกครั้งหนึ่งอย่างเป็นกังวล
ร่างสูงของมัตสึมองร่างบางผมสีทองตรงหน้าอย่างงงๆ ก่อนที่จะเข้าใจในเวลาต่อมา เมื่อเห็นว่าร่างนั้นกวาดสายตาไปรอบๆ ร้านแล้วทำหน้าลำบากใจ เขายิ้มกว้างกับความคิดอย่างนั้น…
(..ไม่ต้องกังวลหรอกครับ ..ที่นี่ยินดีต้อนรับลูกค้าทุกคน)
(แต่..) เซร่าเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ หมอนี่อ่านใจของเขาออกได้ยังไงกัน
(..ทานอาหารดีกว่าครับ เสร็จแล้ว ..)
มัตสึบอกเมื่อเห็นลูกน้องประคองถาดอาหารออกมาจากครัว นั่นแหละ ร่างบางตรงหน้าถึงหันเหความสนใจไปที่อาหารที่วางลงตรงหน้า
‘..คงจะหิวมาก’
มัตสึได้แต่คิดในใจ ก่อนที่จะถอยออกจากโต๊ะ เลี่ยงออกมาโดยที่เจ้าตัวคงจะไม่รู้สักนิด แต่สายตาของเขาก็ยังจับจ้องไปที่ร่างบางนั้นอย่างไม่คลาด และต้องถอนความสนใจจากร่างบางนั้น เมื่อลูกค้ากลุ่มใหญ่ก้าวเข้ามาในร้านของเขา เป็นกลุ่มทัวร์ที่จองโต๊ะไว้ล่วงหน้า ซึ่งเขาจะต้องออกไปต้อนรับด้วยตัวเอง
เซร่าเงยหน้าขึ้นมองหาร่างสูงที่เมื่อกี้ยังยืนอยู่ข้างเขา ซึ่งตอนนี้ไปต้อนรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ที่ยืนเต็มหน้าร้าน ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้น ทำให้เขาสบายใจและคลายความกังวลไปได้มาก …
(..อาหารไม่อร่อยหรือครับ)
เสียงที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้เซร่าถึงกับสะดุ้ง หันกลับไปมองอย่างตกใจ แล้วยิ้มให้ …ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เมื่อมองเห็นถนัดว่าเป็นใครได้แต่กังขาในใจ มาตั้งแต่เมื่อไหร่หว่า เขาไม่ยักกะรู้สึกสักนิดเลย
(เปล่าครับ)
(แต่ทานน้อยจัง)
(..คือว่า..มันจืด..) มัตสึกลั้นยิ้ม ก่อนที่จะนั่งลงตรงหน้า
(ขออนุญาตนะครับ) เซร่าพยักหน้าอย่างยินดี
(..ผมจะอธิบายให้ฟังแล้วกัน ..)
เซร่านั่งฟังคำอธิบายจากชายร่างโปร่งตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่ดีขึ้น ก่อนที่จะลงมือทานตามคำแนะนำของชายคนนั้น ซึ่งในบางครั้งเขาก็ตักโน่นตักนี่ให้..
(ขอบคุณครับ ..แต่มานั่งกับผมอย่างนี้ เจ้าของร้านเขาไม่ดุเขาหรือครับ)
มัตสึเลิกคิ้วขึ้นอย่างแปลกใจ ก่อนที่จะส่ายหน้าเป็นเชิงปฏิเสธ และเขาก็ไม่คิดที่จะขยายความเข้าใจผิดให้กับชายร่างบอบบาง หน้าสวยที่นั่งตรงหน้าฟังเสียด้วย
(..ค่อยยังชั่ว..) ร่างบางพูดเบา และเขาก็ยังพอได้ยิน
(..ไม่เคยทานอาหารญี่ปุ่นหรือครับ) มัตสึชวนคุย
(..นานๆครั้งครับ) เซร่าตอบตามตรง
(…มาเที่ยวหรือครับ)
(..ฮะ กับผู้ปกครอง แต่ตอนนี้ไปทำงาน ก็เลยทิ้งผมไว้ที่นี่..)
จะบอกได้ยังไงกันเล่า ว่าไม่อยากให้เขาไปด้วย เพราะว่าต้องการไปกับคุณอากิระเพียงสองคน ขนาดคุณหยางยังปล่อยทิ้งไว้กับเขาเลย
พอนึกถึง ร่างบางก็ต้องอมยิ้ม ..เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นคุณมานูเอลเป็นอย่างนี้ พอเป็นเรื่องของคุณอากิระเท่านั้น ไม่ว่าเรื่องอะไรก็กะตือรือร้นไปเสียหมด แล้วอย่างนี้…เขาจะยังใจร้ายไปเป็นก้างขวางคออีก ..ได้ยังไง ถึงแม้ว่าจะต้องเหงาบ้าง แต่ถ้าเพื่อความสุขของคุณมานูเอลแล้ว ..แม้จะต้องแลกด้วยทุกสิ่งทุกอย่างของเขา เซร่าก็พร้อมที่จะแลกกับมัน เพียงเพื่อให้คุณมานูเอลยิ้มได้อย่างทุกวันนี้เท่านั้น…
(..ไม่เหงาหรือครับ)
(ก็..นิดหน่อยฮะ ..แต่ทำไงได้..)
ประกายตาสุกใสนั้น ทำให้มัตสึตาพร่า ร่างสูงหลุบสายตาลงนิดหนึ่งเพื่อปิดบังประกายตาของตน ก่อนที่จะมองร่างตรงหน้าตรงๆ
“..เจ้านายครับ..”
ลูกน้องของเขาเดินเข้ามาใกล้แล้วส่งโทรศัพท์ให้ จากสีหน้าแล้วคิดว่าคงจะมีเรื่องสำคัญทีเดียว ไม่อย่างนั้นคงจะไม่มากวนเขาเวลาที่บริการ หรือคุยสอบถามลูกค้าเป็นแน่
และก็เป็นอย่างที่เขาคิดจริงๆ..
(ขอตัวก่อนนะครับ)
มัตสึพูดอย่างสุภาพด้วยหน้าตาที่เป็นกังวล ก่อนที่จะเดินออกไปทางหลังร้านอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้เซร่ามองตามไปด้วยความสงสัยอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าใครก็ต้องสงสัยล่ะน่า …
ร่างบางยกมือขึ้นลูบท้อง เมื่อเขาจัดการกับอาหารตรงหน้าเสียเรียบ ชนิดที่ไม่ว่าใครก็ตามมองแล้วต้องไม่เชื่อว่า อาหารทั้ง 4 จากนั้น เขาเป็นผู้ทานอยู่เพียงผู้เดียว มือเรียวบางล้วงเข้าไปในกระเป๋า ก่อนที่จะโบกมือเรียกบริกร …
เขาก็อยากจะถามเหมือนกันว่า เกิดอะไรขึ้น แต่เขาพูดไม่ได้ …
“ขอบคุณครับ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ”
ทางนั้นกล่าวส่งเขาเป็นภาษากลางอย่างชัดถ้อยชัดคำ ยังกับเจ้าของภาษาเอง เซร่ายิ้มให้นิดหนึ่ง ก่อนที่จะรับบัตรคืนมา เขาฟังทันแต่คำอย่างนี้ล่ะ เพราะว่าได้ฟังบ่อย ..กลับไปคราวนี้สงสัยเขาคงต้องฝึกภาษาเป็นการใหญ่เสียล่ะมัง ไม่อย่างนั้น ออกไปไหนเขาเป็นได้อดตายกันบ้างล่ะ เพราะว่าสื่อสารกับใครเขาไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไรนัก ทุกวันนี้ก็พึ่งคุณมานูเอล กับ คุณหยางเพียงอย่างเดียว
ไม่เหมาะเป็นอย่างยิ่งทีเดียวเชียว ..
เสียงคนคุยกันทางด้านหลัง ทำให้เซร่าต้องเลี้ยวเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสา ก่อนที่จะผงะ คนตีกันนี่นา ร่างบางหลบวูบ เมื่อทำท่าว่าตัวเองจะโดนลูกหลงไปกับเขาด้วย เกิดมาก็เพิ่งจะเคยเห็นคนตีกันชัดๆ ก็วันนี้ล่ะ
อ้าว..คุณผู้จัดการนี่นา ..
ชายร่างโปร่งที่ยืนอยู่ท่ามกลางวงล้อมนั้น ทำให้ร่างบางต้องก้าวเข้าไปใกล้อย่างลืมตัว โดยไม่ได้คำนึงถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับตัวเองแม้แต่นิดเดียว คุณผู้จัดการโดนรุมแล้ว …ใครก็ได้ช่วยที
ร่างบางหันรีหันขวาง อย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี…
“..ช่วยด้วยครับ ..คนตีกัน”
เสียงใสนั้นตะโกนขึ้นอย่างดัง ทำเอาทั้งคนที่โดนรุม กับคนที่ทำท่าจะรุม ต้องผละออกจากกันอย่างตกใจ ฝ่ายหนึ่งเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว ส่วนอีกคนก็หันมาจ้องหน้าของเขาเป๋ง ถอนหายใจเฮือก ก่อนที่จะเดินเข้ามาใกล้
(..อันตราย รู้หรือเปล่า)
(..คุณอันตรายมากว่า เห็นโดนรุมอยู่) ร่างสูงพยักหน้ารับ
(เป็นอะไรหรือเปล่าครับ..มีบาดแผลตรงไหนบ้างหรือเปล่า)
ร่างบางเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นบาดแผลบนแขนของร่างตรงหน้า เขาถึงกับลืมตัวคว้าขึ้นมาพินิจอย่างเป็นห่วง มือข้างหนึ่งล้วงหาผ้าเช็ดหน้าอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะพันมันไว้อย่างเบามือ
เสียงเอะอะที่ดังขึ้นข้างหลัง ทำให้เซร่าต้องถอยออกห่างอย่างรู้หน้าที่ คงจะเป็นเพื่อนในร้านล่ะมัง ออกมาดูกันใหญ่ก่อนที่จะกันเขาออกมาอยู่วงนอกของการสนทนา เพราะถึงจะรวมกลุ่มไป ก็ฟังไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว ก็เล่นรัวภาษาถิ่นอย่างเร็ว อย่างเขาขนาดภาษากลางที่น่าจะเป็นยังฟังแทบไม่กระดิกหู
มัตสึมองร่างบางที่ถูกกันออกไปอยู่นอกวงอย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นร่างบางหันหลังกลับแล้วเดินออกไปอย่างเงียบๆ
(..คุณ พรุ่งนี้มาที่ร้านอีกนะ..)
ร่างสูงตะโกนตามหลังไป ทำให้เซร่าต้องหันมามองก่อนที่จะยิ้มให้ พยักหน้ารับ …ตะโกนกลับไป แม้ไม่แน่ใจว่าร่างสูงนั้นจะได้ยิน เพราะว่าถูกพาเข้าไปในร้านอย่างเป็นห่วง จากบรรดาเด็กที่กรูเกรียวเข้าไปประคองอย่างเป็นห่วง
(..จะพยายามครับ)
ร่างบางเดินตามถนนออกมาเรื่อยๆ แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ อืม…คุณอากิระ แนะนำที่ไหนบ้างหว่า ..สงสัยพรุ่งนี้ เขาต้องพกไกด์บุ๊คมาด้วยเสียแล้ว จะได้หาทางเที่ยวถูก มีเวลาอีกตั้งสามอาทิตย์ที่จะทำตามใจปรารถนา..ก่อนที่จะต้องกลับไป
กลับไปสู่ความเป็นจริง..
กลับไปเป็น เซร่า ..คนเดิม
เหมือนดังวันวานที่ผ่านมา
..วันวาน
ในวันที่เซร่าจะไม่ได้อยู่เคียงข้างคุณมานูเอลอีกแล้ว

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

“..ถอยไปห่างๆ ได้หรือเปล่า”
อากิระผลักร่างสูงที่เดินเสียชิดอย่างไม่พอใจ ใบหน้าสวยงอง้ำอย่างไม่สบอารมณ์ ที่ตั้งกว้าง ทำไมไม่ไปเดินตรงนั้นเล่า เคมองร่างบางแล้วอดที่จะยิ้มไม่ได้ ..
“..น่ากลัวออก “
“น่ากลัวตรงไหนกัน”
ร่างบางหันมาตะคอก แต่ก็ต้องหันกลับไปอย่างรวดเร็ว หน้าแดงเรื่อขึ้นมาทันที เมื่อรู้สึกถึงปลายจมูกโด่งที่ปัดผ่านไปแผ่วๆ แม้ว่าเจ้าตัวจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม..แต่พ่อตัวดีน่ะ คงจะรู้ว่า ‘ ตั้งใจ ‘ หรือ ‘ ไม่ตั้งใจ ‘ กันแน่
“ก็..อากิระเล่นเดินเร็วเสียขนาดนี้ เกิดผมหลงทางไปจะว่ายังไง”
ร่างสูงโมเม ด้วยเหตุผลที่ฟังไม่ค่อยจะขึ้นสักเท่าไหร่ จนร่างบางต้องนึกค่อนในใจอย่างช่วยไม่ได้ …คงจะน่ากลัวพิลึก ท่าทางอย่างนี้ หน้าตาอย่างนี้ บุคลิกอย่างนี้ มีแต่คนจะเก็บไปบ้านล่ะสิไม่ว่า ถ้าไม่มีใครเก็บไป อากิระให้เหยียบตายเลย
“คิดอะไรอยู่..”
“ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรหรอก”
“ก็…อยากรู้ บอกหน่อยไม่ได้เหรอ”
ร่างบางถอนใจเฮือกเงยหน้าคนที่ใช้น้ำเสียงอ้อน ก่อนที่จะยิ้มให้อย่างระอา ตัวของเขาเองบอกไม่ถูก กับความรู้สึกที่เกิดขึ้น อยากที่จะทนุถนอมช่วงเวลาเหล่านี้ไว้ให้นาน เพื่อที่เขาจะเก็บไว้เป็นความทรงจำ ว่าครั้งหนึ่ง ..เขาเคยมีเพื่อน มีคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตที่ช่างออดอ้อน ช่างเอาแต่ใจ หาแต่เรื่องที่น่าปวดหัวมาให้ไม่ได้หยุดหย่อน คนที่เดินเข้ามาหาเขาอย่างกับพายุ ..ก่อนที่จะผ่านไป
“..เรื่องของคุณนั่นแหละ.. “
“เรื่องอะไรล่ะ”
“..คิดว่า คุณน่าจะเป็นเพื่อนที่ดีมากเลย ถ้านะ..ถ้า ไม่เอาแต่ใจอย่างนี้ล่ะก็..”
ร่างสูงชะงักไปนิดหนึ่ง ก่อนที่จะคลี่ยิ้มออกมา รอยยิ้มที่ไม่รู้ว่าเป็นยิ้ม รอยยิ้มที่อากิระไม่มีทางรู้ว่ามันมีไว้เพียงเพื่อเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น เพื่อเขาเพียงคนเดียว ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานสักเท่าใดก็ตาม
“..เพื่อนเหรอ”
“ครับ ..เพื่อน เป็นได้แค่นี้ก็..ไม่รู้ว่าจะคู่ควรกับคุณหรือเปล่า..”
“อะไรเป็นตัวตัดสินว่าไม่คู่ควร อากิระ”
“…”
“ตัวของคุณ ตัวของผม หรือว่าใคร..” เคถามอย่างคาดคั้น
“ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีองค์ประกอบของมัน คุณอยู่ในสภาวะแวดล้อมอย่างหนึ่ง ส่วนผมอยู่ในอีกสภาวะแวดล้อมหนึ่ง จริงๆแล้ว ไม่น่าที่จะมาบรรจบกันได้ด้วยซ้ำ..”
“อากิระตอบไม่ตรงคำถามสักนิด” ร่างสูงท้วง
“..คุณเป็นคนที่อยู่สูงเกินกว่าที่ผมจะไปคบด้วย..”
คำสรุปของอากิระ ทำให้หัวคิ้วของมานูเอล มิชา เคจิโอ ผูกโบเข้าหากัน ไม่เข้าใจความคิดของอากิระเลย ทำไม ถึงจะต้องพยายามที่จะตีตัวออกห่างจากเขา ทั้งๆที่…
เขาเองต่างหาก ที่เป็นฝ่ายก้าวเข้าไปหา ..ดึงดันที่จะทำให้อากิระเป็นของเขาอีกครั้ง และจะไม่มีวันปล่อยมือนี้อีก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม แล้วทำไม…
เพราะอะไรกันเล่า????
…อากิระถึง
แต่ในขณะเดียวกัน อากิระกลับรู้ตัวเองดีว่า ..ตัวของเขาเองนั้นยังไม่พร้อมที่จะมีใครคนใหม่ในตอนนี้ แม้ว่าคนๆนั้น จะเหมือนกับเคของเขามากเท่าใดก็ตาม เขาต้องการที่จะยังคงรัก เคของเขาไปอย่างนี้ คิดถึงเคของเขาอย่างนี้ต่อไป เขายังอยากที่จะอยู่กับภาพของความฝัน อยู่กับเงาของเคในหัวใจของเขาอย่างนี้ต่อไป ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม
เพราะว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้น ..มันเป็นเพราะว่า เขาได้คลายมือของเคที่กุมกระชับมือของเขาเอาไว้เอง…
“..ผมไม่มีค่าคู่ควรหรือ”
อากิระรู้ดีว่า ร่างสูงนั้นประชด แต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไร คนช่างเอาแต่ใจก็เป็นอย่างนี้ ถูกเลี้ยงมาอย่างผิดกับเขา คนที่อยู่สูงอย่างนั้น ทำไมถึงมาสนใจเขาได้นะ อากิระไม่เข้าใจเลย ทั้งๆ ที่มีคนอีกเป็นสิบ เป็นร้อยที่พร้อมจะยอมทอดกายให้อย่างเต็มใจ ผิดกับเขา..
“อย่ารวนสิ ยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะ”
“พูดมาเมื่อกี้อยู่ชัดๆ ..ไม่ได้รวนเลย สักนิด..”
“คุณก็รู้ว่าผมหมายความว่ายังไง..เค ..”
“..ผมต่างหากที่ไม่มีค่าคู่ควรกับคุณ..”
“..หยุดพูดดีกว่า ผมยังไม่อยากคิดอะไร.”
ร่างสูงตัดบทก่อนที่จะลากเขา ขอโทษนะ อย่างนี้เขาเรียกว่าลาก ให้เดินตามไปอย่างถือสิทธิ์ ไม่ใช่ว่าเขาเต็มใจหรอกนะ แต่ถึงจะขัดขืนไปก็เท่านั้น หมอนี่ก็ต้องดึงดันกับเขาจนได้นั่นแหละ แล้วจะทำยังไงได้ นอกจากต้องปล่อยเลยตามเลย
“.คุณนี่มันช่างบังคับจริงๆ “
อากิระพึมพำเบาๆ แต่ร่างสูงนั้นก็ยังได้ยิน ก้มลงมากระซิบเบาที่ข้างหู “เพิ่งจะรู้หรือไง..อากิระ”
“คุณ..”
“เอาน่า ไปกันต่อดีกว่า อุตส่าห์ได้ออกมากันสองคนทั้งที นะ อากิระ ..”
ร่างสูงกว่าออดอ้อน อากิระส่ายหัวอย่างระอา ยังกับเลี้ยงเด็กจอมซนสักสิบคนอย่างนั้นแหละ อยู่กับหมอนี่เพียงแค่คนเดียวเท่านั้น แต่ไม่ว่ายังไง ก็ต้องอดทนกันต่อไปให้ถึงที่สุด
อากิระสลัดความคิดต่างๆ ทิ้งไป เมื่อร่างสูงนั้นชี้ชวนให้ดูสถานที่สำคัญที่มีความสวยงามและประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ ช่วงเวลาอีกไม่นานที่เขาจะต้องอยู่อย่างเดียวดาย กับวันเวลาเก่าๆ ถ้าหากว่าคนช่างเอาแต่ใจนี่กลับไปแล้วล่ะก็…
…อย่างน้อยในช่วงที่มีหมอนี่อยู่ ตัวของเขาเองก็ไม่เงียบเหงา และรู้สึกเดียวดาย คนคนนี้ เติมเต็มช่วงเวลาที่ขาดหายของเขาไป ช่วงเวลาแห่งความสนุกสนาน ที่เขาทิ้งมันไปนานแล้ว
“อากิระ ไปดูนั่นกันดีกว่า น่าสนใจดีออก”
เสียงของร่างสูงแว่วเข้ามาในหู ก่อนที่เขาจะโดนลากไปอีกครั้ง โดยที่ร่างบอบบางนั้นไม่ได้รู้เลยว่า ใครคนหนึ่งต้องถอดแว่นออกเพื่อมองให้แน่ใจ และทำท่าจะก้าวเดินตาม หาก..
..ไม่มีใครคนหนึ่งส่งเสียงเรียกไว้
ไม่มีใครคนหนึ่ง วิ่งเข้ามาหา พร้อมกับกระโดดกอดเขาไว้ด้วยความคิดถึง
ใครคนหนึ่งที่มองแต่เขาเพียงคนเดียว
ใครคนหนึ่ง..ที่มอบหัวใจวางไว้ในมือของเขา อย่างเชื่อใจ

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

“..อากิระ..อากิระใช่ไหม”
เสียงทักที่ดังขึ้นข้างหลัง ทำให้อากิระต้องหันกลับไปมองอย่างฉงน ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างยินดี เมื่อเห็นหน้าของคนที่ทักเขาอย่างถนัด เพื่อนที่ไม่ได้พบกัน มานาน หลังจากที่…
“ทาคาอากิ..”
“นายมาทำอะไรที่นี่”
ร่างสูงทักขึ้นอย่างสงสัย แต่ก็ได้รับคำตอบเป็นรอยยิ้มของอากิระตอบแทน รอยยิ้มที่มองปราดก็รู้ว่า เสแสร้ง ..เขารู้ ดวงตาคมกล้าทอประกายหม่นวูบ ไม่ว่าจะผ่านไปนานสักแค่ไหน อากิระก็ไม่เปลี่ยนไปเลย เคยปิดกั้นตัวเองยังไง ตอนนี้ก็ยังปิดกั้นตัวเองอย่างนั้น
“นายไม่เปลี่ยนไปเลยนะ”
“เปลี่ยนซิ อายุมากขึ้นไงล่ะ”
อากิระพูดติดตลก ก่อนที่จะมองร่างสูงใหญ่ตรงหน้าด้วยความคิดถึง เพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของเขา เพื่อน..ที่เขาไม่คิดว่า ตัวเองจะทำร้ายเขาได้มากมายขนาดนี้
“.นายก็รู้ว่า เราพูดถึงอะไร อากิระ”
“เราไปนั่งคุยกันดีกว่า” อากิระกล่าวชวนก่อนที่จะเดินเคียงกับร่างสูงเข้าไปยังห้องนั่งเล่น ที่ทางโรงแรมจัดไว้อย่างเป็นสัดส่วน
“นายยังไม่ตอบคำถามของเราเลย อากิระ ว่านายมาทำอะไรที่นี่”
“..ทำงาน”
“หืม งานของนายนี่ทำนอกสถานที่ด้วย”
“กรณีพิเศษ เรามารับรองลูกค้า”
“ลูกค้า???”
“ใช่ นายก็น่าที่จะรู้จัก” ร่างสูงนั้นยิ่งขมวดคิ้วมุ่น
“ใคร???”
“คุณมานูเอล มิชา เคจิโอ”
ร่างสูงกว่าเบิกตากว้าง มองอย่างไม่อยากเชื่อ ชื่อนี้ในวงธุรกิจตั้งแต่ขนาดเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก อากิระพยักหน้ายืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ทาคาอากิจึงต้องผ่อนลมหายใจออกมา
“..นายนี่โชคดีจัง”
“โชคร้ายล่ะไม่ว่า ..” อากิระค่อน
“พูดเล่น???”
“เล่นอะไรเล่า”
“นายรู้ไหมอากิระ คนนี้น่ะหาทางเข้าพบยากมากเลย ถึงบอกว่าโชคดีไงล่ะ”
“แต่ถ้าให้เลือกได้นะ ไม่พบดีกว่า”
อากิระเบ้หน้า มองหน้าเขานิดหนึ่ง ยิ้มอย่างที่เคยยิ้ม แต่ทาคาอากิก็รู้ดีว่า มันไม่มีความหมายอะไรเลย ก่อนที่ร่างบางที่นั่งอยู่ตรงข้ามจะพูดต่อ
“เป็นคนที่เอาแต่ใจสุดๆ ยังสงสัยอยู่เลย ว่าบริหารธุรกิจยังไง ถึงยังคงอยู่มาจนถึงตอนนี้น่ะ”
ฟังจากน้ำเสียงแล้ว ทาคาอากิก็พอจะรู้ว่าร่างบางนี้ ไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ แต่ดวงตานี่สิ เวลาที่พูดถึง ทอประกาย ผิดกับเวลาที่อยู่กับเขา หรือว่ากับใครอีกหลายคน
“นายเปลี่ยนไปนะ..อากิระ”
“เปลี่ยน?? เราก็ยังเป็นเรา”
“ว่าแต่นายล่ะ.”
“เรามีคนรักแล้ว..”
อากิระมองร่างสูงตรงหน้าอย่างอ่อนโยน บาดแผลที่เขาไม่ได้ตั้งใจเป็นคนทำ ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น กลับทำให้เขาเกือบสูญเสียเพื่อนคนนี้ไป กลับทำให้เพื่อนคนนี้เจ็บปวดยิ่งนัก…
“ดีใจด้วย ทาคาอากิ ..เราภาวนามาตลอด ว่าขอให้นายเจอคนที่นายรักโดยเร็ว “
“..แม้วันนี้ เรายังมีนายอยู่ในหัวใจ อากิระ ..แต่สักวันหนึ่ง วันที่เราสามารถที่จะรักหมอนั่นได้อย่างเต็มหัวใจคงจะมาถึง..”
“ดีแล้วล่ะ”
“แล้วนายล่ะ อากิระ..”
“ เรายังไม่ต้องการใคร ..”
“จะอยู่อย่างนี้ไปจนถึงเมื่อไหร่กัน อากิระ”
“…”
“..มีแต่..จะทำให้นายเจ็บปวด”
“…”
“ว่าแต่ นายกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ล่ะ ทาคาอากิ”
“..เมื่อวานนี้เอง “
“เป็นยังไงบ้างที่นั้น “
“งานก็ดี ..”
“ได้ข่าวว่านายจะไปเปิดสาขาที่นั่นเหรอ”
“ดูก่อนน่ะ ตอนนี้ เศรษฐกิจไม่ค่อยดี”
“ขนาดนายยังพูดอย่างนี้”
“เรื่องจริง ..อากิระนายก็รู้ดีนี่ “อากิระถอนใจเฮือก
“เออ..ใช่ มัตสึล่ะ มันเป็นยังไงบ้าง “ ร่างสูงถามขึ้นเมื่อนึกขึ้นมาได้
“ไม่ได้ไปเยี่ยมบ้างหรือไงเล่า”
“คิดถึงหวานใจ เลยมาหาก่อนดีกว่า”
อากิระหัวเราะคิก เมื่อร่างสูงพูดอย่างนั้น ในตอนนี้เขาสบายใจขึ้นมากที่ร่างสูงตรงหน้ามีความสุข ความสุขที่เขาเป็นคนทำลายลงไปกับมือด้วยความเห็นแก่ตัว แววตาของอากิระหม่นวูบ พาเอาร่างสูงใจหาย
“..ขอโทษนะ ทาคาอากิ”
“นายไม่ผิดเสียหน่อย อากิระ เรื่องของหัวใจมันห้ามกันได้เสียเมื่อไหร่กัน”
“เราไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายต้องเจ็บปวด..”
“เรื่องมันนานมาแล้ว อากิระอย่าไปสนใจเลย”
“เห็นนายมีความสุข เราก็สบายใจ “
“แล้วอากิระล่ะ ตอนนี้มีความสุขหรือเปล่า”
“…”
“รีบๆ มีความสุขได้แล้ว อากิระ เราก็หวังเหมือนกัน ขอให้นายมีความสุข เหมือนที่เรามีในตอนนี้”
มือใหญ่เอื้อมมาจับมือของอากิระ บีบแน่น ร่างบางบีบตอบกลับไปก่อนที่จะยิ้มให้ด้วยความรู้สึกดีๆ ที่มีอยู่ในหัวใจ
“ขอบใจมากนะ ทาคาอากิ”
“ก็..เราเป็นเพื่อนกันนี่”
“แล้ว..นาย ไม่ต้องต้อนรับเขาเหรอ”
“ติดงานน่ะ ทำงานอยู่บนห้อง เราไม่อยากรบกวนก็เลยลงมาข้างล่างนี่แหละ”
“ขี้เกียจก็ว่ามาเถอะ”
“เจ้าบ้า..”
อากิระค้อนให้วงเบ้อเร่อ ที่ทาคาอากิล้อเขาอย่างนั้น ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนเป็นครั้งแรก
“..มีสิ่งหนึ่งที่อยากให้นายรู้นะ อากิระ” ทาคาอากิพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“อะไร”
“เราไม่เคยเสียใจเลยที่ได้รักนาย ..ตลอดเวลาที่ผ่านมา..”
“ทาคาอากิ..”
มือของอากิระสั่นระริก น้ำตารื้นขึ้นมา ในชีวิตของเขา มีแต่คนดีๆ ที่เข้ามารัก อากิระรู้ แต่ว่า …เขาก็ไม่สามารถที่จะตอบสนองพวกเขาได้ เพราะ…
อากิระมีสิ่งที่สำคัญอยู่แล้ว สิ่งสำคัญที่สุดในชีวิต ที่อากิระปล่อยให้หลุดมือไป สิ่งสำคัญที่อากิระเป็นคนที่ไม่ต้องการ ทั้งๆ ที่อากิระรักเขาอย่างมากมาย
อากิระไม่มีความเชื่อมั่น อากิระไม่เชื่อใจเขา อากิระทำให้เขาเสียใจ อากิระเองที่เป็นคนตัดสายใยที่เขาถักทอขึ้นมา
…”อากิระรักใครอยู่”
“เป็นคนที่เราไม่อาจได้พบอีกแล้ว”
“ทำไม”
“เพราะเราเอง เราเป็นคนที่ทำให้เขาเสียใจ เพราะอากิระเอง ที่ไม่เชื่อมั่นในตัวของเขา”
“ ..ความรัก..อากิระอย่ากลัว ถ้ากลัว อากิระจะต้องสูญเสีย “
“อากิระสูญเสียเขาไปแล้ว”
“ ยัง ..อากิระยังไม่เสียเขาไปหรอก เพราะว่า..เขายังอยู่ที่นี่ ที่ตรงนี้ของอากิระ ถ้าเพียงแต่อากิระจะยอมรับกับตัวเอง ว่าอากิระยังต้องการเขา ยัง..รักเขาอยู่”
ทาคาอากิ พูดประโยคสุดท้ายอย่างยากลำบาก ตัวของเขาเอง แม้จะมีคนรักแล้ว แต่ส่วนหนึ่งของหัวใจ ทาคาอากิก็ยังเป็นห่วงเป็นใย เหมือนกับเป็นสายใยบางๆ ที่เชื่อมเขากับอากิระ แม้จะรู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ แต่ก็ยังอยากที่จะรัก …
“..มันสายเกินไปแล้วล่ะ..”
“เพราะอากิระยังยอมรับไม่ได้”
“..ใช่ เพราะอากิระ ยอมรับไม่ได้ อากิระทิ้งทิฐิของตัวเองไม่ได้ ..อากิระเคยเจ็บ ..”
“แต่ก็ยังรักเขา”
“ใช่…รัก ..จากเวลานั้น จนถึงเวลานี้ อากิระก็ยังรักเขา ไม่เคยลืมเลือนเขาไปจากหัวใจ จากความทรงจำ ทุกอณูความคิดของอากิระ ยังคนึงหาแต่เขา..และเฝ้ารอเขา มาตลอด”
“..อากิระ”
“บ้าไม๊ล่ะ”
“ตรงไหนกัน ..ความรักห้ามกันไม่ได้หรอกนะ”
“เพราะอย่างนี้ใช่ไหม อากิระถึงไม่ยอมเปิดรับใคร”
“อากิระไม่ต้องการตัวแทน ไม่มีใครแทนใครได้ ถ้าอากิระรักใครแล้ว ก็อยากที่จะมีเขาคนเดียว ซื่อสัตย์ต่อเขาเพียงคนเดียว เพราะอากิระรู้ว่า มันเจ็บปวดแค่ไหน หากเราได้อยู่เคียงข้าง แต่สายตาของเขากลับไม่มีเราอยู่เลย และมันจะเป็นหนามทิ่มแทงใจ..ให้เจ็บปวด ..”
“..อ่อนโยนเกินไปแล้ว”
“เห็นแก่ตัวต่างหาก”
“ไม่ต้องกลัวไปหรอก..อากิระคนดี สักวันหนึ่งเขาต้องกลับมาหาอากิระแน่นอน”
“ไม่มีทาง..ทาคาอากิ คนที่อากิระรัก เป็นคนที่เอาแต่ใจ อย่างร้ายกาจ อากิระรู้จักเขาดี..ลงว่าเขาได้เจ็บ ได้เสียใจ เขาจะไม่หันหลังกลับมาเลย”
“..อากิระ”
“อากิระรู้จักเขาดี ดีมากกว่าใคร..เราอยู่ด้วยกันมานาน ตั้งแต่เด็ก ..บ้าจริง เลยเล่าเรื่องไม่เป็นเรื่องให้ทาคาอากิไม่สบายใจไปด้วย”
“ไม่เป็นไร ถ้าอากิระจะสบายใจขึ้นมาบ้าง”
“..ทาคาอากิก็ยังอ่อนโยนเหมือนเดิม ..ยังไงก็ยังงั้น มัตสึก็เหมือนกัน”
“..เพราะว่าพวกเราเป็นเพื่อนกันยังไงล่ะ “
ทั้งสองคนหัวเราะขึ้นพร้อมกัน สำหรับอากิระ เป็นรอยยิ้มครั้งแรกที่เขาไม่ต้องเสแสร้ง เป็นรอยยิ้มแรกที่เขามีให้กับทาคาอากิ เพื่อน…ที่เขาอยากจะให้สายสัมพันธ์นี้คงอยู่ตลอดไป
“..โอยตายล่ะ !!! เราต้องไปแล้ว คุยกับนายเสียเพลิน “
“มีนัด”
“อืม สำคัญเลยล่ะ”
“โชคดีนะ..”
“อากิระ..อาจจะขออะไรไม่ได้เรื่อง..แต่เราขอได้ไหม”
“..??”
“ขอเราจูบนายสักครั้ง..”
ร่างบางนั่งนิ่งก่อนที่จะพยักหน้ารับ ทำให้ร่างสูงแข็งแรงนั้นยื่นหน้าเข้ามาจูบที่หน้าผากของเขา แผ่วเบา แต่สำหรับทาคาอากิแล้ว มีความหมายอย่างยิ่งยวด และลึกซึ้งยิ่งนัก
“ขอบใจมาก สำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”
“..ยินดีเสมอ อากิระ”
“..ทำอะไรกัน???”
น้ำเสียงอันเย็นชาที่ดังขึ้นทางด้านหลัง ทำให้อากิระต้องหันขวับไปอย่างรวดเร็ว สายตาของเขาปะทะเข้ากับร่างสูงใหญ่ของมานูเอลที่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ล่ะ
สายตาคมกริบมองมายังเขา อย่างกับว่า เขาทำความผิดอย่างฉกาจฉกรรจ์งั้นแหละ
“ใครน่ะ ..อากิระ”
“คุณมานูเอล ทาคาอากิ”
“สวัสดีครับ ผม…” ยังไม่ทันที่ทาคาอากิจะพูดต่อ มานูเอลก็ตัดบททันที
“..ผมไม่ต้องการรู้จักคุณ..อากิระ..มานี่..”
ร่างบางสะดุ้งเฮือก เงยหน้ามองทันที ที่ได้ยินคำสั่งนั้น อากิระหันขวับไปหาทาคาอากิ อย่างต้องการความช่วยเหลือ ในขณะที่ทาคาอากิงงกับปฏิกิริยาของร่างสูงใหญ่ที่ข่มร่างบางของอากิระให้เล็กนิดเดียวนั้น
..ยังกับว่า โกรธใครมาสัก 100 ปีอย่างนั้นแหละ????
แล้วก็ เหมือนกับว่า อากิระเป็นของเขา ..ไม่ว่าใครก็ห้ามแตะต้อง ประกาศความเป็นเจ้าของ..อากิระเองคงจะไม่รู้ แต่ตามสายตาของเขา ..ไม่น่าพลาด
“..ไม่ได้ยินหรือไง” ร่างสูงตวาดลั่น ทำให้แขกที่เข้ามาในโรงแรมมองมาเป็นตาเดียวอย่างสงสัย
“..ไปเถอะ อากิระ” ทาคาอากิมองดูแล้ว ก่อนที่จะถอนใจเฮือก ขืนชักช้า ฝ่ายที่จะเจ็บตัว คืออากิระเองแหละ ท่าทางอย่างนี้ อย่าขัดขืนน่ะ ดีแล้ว..
“แล้วจะติดต่อไปหาแล้วกัน”
ทาคาอากิตะโกนบอกเมื่ออากิระถูกลาก ออกจากห้องอาหารไปอย่างรวดเร็ว ด้วยท่าทางของคนที่เหมือนกับจะฆ่าคนได้ทั้งโลกคนนั้น…เอาแต่ใจหรือ ไม่ใช่หรอก อากิระ
เขาดูออก?????
มานูเอล มิชา เคจิโอ…หวงของของเขาต่างหาก หวงสิ่งที่น่าจะเป็นของเขา ไม่ต้องการให้ใครมาแตะต้อง และสิ่งที่หมอนั่นหวงก็คือนายไงล่ะ อากิระ ..

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

tan


จาก : tan - 23/10/2003 16:56

ข้อความ : ลงให้แล้วนะครับ ขาดตอนไหน เรื่องไหนบอกด้วยละกัน แล้วจะลงซ่อมให้ครับ
tan


จาก : tan - 23/10/2003 16:59

ข้อความ : ชอบเรื่องนี้มากเลยค่ะ

จาก : ki - - - - , - - 28/07/2004 15:56

ข้อความ : ขาดตอน 4 กับ 6 ไปนะ อยากอ่าน

จาก : noname - 31/05/2006 01:01

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ท่านคือ :
เมลล์ :
ICQ :
โฮมเพจ :
เขียนเลยค่ะ :