หัวข้อ : Time 9
ข้อความ : Time
9.
น้ำตาของอากิระรินไหลลงกระทบกับหมอน เขาไม่อยากตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับความจริงที่ว่า ไม่มีเคอยู่บนโลกใบนี้อีกต่อไป เขาเจ็บปวด และทรมานเหลือเกิน
ทำไม????? ทำไมกัน
อากิระไม่ได้ต้องการให้เป็นอย่างนี้สักนิด อากิระอยากให้เคมีความสุข แม้ว่าความสุขนั้นจะไม่ได้เกิดจากตัวของอากิระเองก็ตาม ในเมื่อเคไม่ได้มีอากิระเพียงคนเดียว ในเมื่อเคไม่ได้ซื่อสัตย์ต่ออากิระ อย่างที่อากิระรักเคและซื่อสัตย์ต่อเคเพียงคนเดียวในเวลานั้น
..สิ่งที่อากิระทำ มันผิดหรืออย่างไร อากิระเป็นคนผลักไสเคออกไปจากชีวิต เพื่อหวังว่าสักวันเคคงจะพบกับใครสักคนที่เหมาะสมและสามารถที่จะก้าวเดินไปกับเคได้อย่างมั่นคง ซึ่งคงจะไม่ใช่เขาอย่างแน่นอน ไม่ใช่อากิระซึ่งเป็นเพียงผู้ชายธรรมดาที่เป็นเพียงเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ..
อากิระไม่สามารถเดินคู่กับเคไปไหนๆ ได้อย่างสง่าผ่าเผย อากิระเป็นผู้ชายไม่ใช่ผู้หญิง เป็นสิ่งที่อากิระต้องสำนึกไว้อยู่เสมอ และ..
อากิระคิดเพียงแต่ว่า เวลาคงจะทำให้เคที่เข้มแข็งลืม..ความเจ็บปวดที่อากิระเป็นผู้ที่มอบให้กับเค เวลาเท่านั้นที่จะสมานบาดแผลที่ถูกกรีดได้ และถ้าหาก …
แต่ไม่ได้เป็นอย่างที่อากิระเข้าใจ ..ตอนนี้ไม่มีอีกแล้ว ไม่มีเคอีกแล้ว ไม่มีคนที่อากิระรัก อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว เขาไม่อยากจะเชื่อ ..ไม่อยากเชื่อ
‘..รักอากิระที่สุด..’
‘…’
ไม่มีคำตอบจากริมฝีปากบางอมชมพูเรื่อที่ถูกจูบจนช้ำนั้นสักนิด นอกจากสายตาที่ทอประกายทอดมองร่างสูงที่โอบประคองเขาอยู่ไม่ห่าง สายตานั้นบอกได้อย่างดีว่าอากิระรู้สึกอย่างไรกับเค เพียงแต่ว่า เคไม่เคยที่จะใส่ใจ อากิระไม่มีคำตอบให้…
เพราะเขาคิดว่า การกระทำ สำคัญกว่าคำพูด ความซื่อสัตย์พิสูจน์ได้ด้วยกาลเวลา และอากิระก็พร้อมที่จะพิสูจน์ เพื่อให้เคเกิดความมั่นใจในตัวของเขา
คำว่ารักพูดง่าย แต่จะรักษาไว้ได้นานและหนักแน่นสักแค่ไหนนี่สิ อากิระคิดว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากกว่าสิ่งใด
‘อากิระไม่เคยบอกเราเลย..’
‘..อะไร’
‘อากิระไม่เคยบอกสักครั้งว่ารัก..’
‘สำคัญนักอย่างนั้นหรือ เค ..’
‘…อย่างน้อยก็บอกให้รู้ว่าอากิระรักเราบ้างหรือเปล่า’
‘..เคก็น่าจะรู้ รู้จักอากิระดีกว่าใคร..’
‘ก็เพราะว่ารู้น่ะสิ ถึงอยากจะได้ฟังสักครั้ง เพียงแค่ครั้งเดียวก็ยังดี ..อากิระให้เราไม่ได้เหรอ’
อากิระอึ้งกับคำขอร้องแกมบังคับนั้นอย่างไม่ได้ ถ้าอากิระไม่รัก อากิระจะให้เคแตะต้องอย่างนั้นหรือ ถ้าไม่รัก อากิระจะยอมตามใจเคได้อย่างไรกัน เพียงแต่ว่า อากิระยังไม่มีความมั่นใจในตัวของเคเท่าใดนัก ทั้งเขาและเคยังเด็ก เด็กนัก ..
แม้ว่าวันนี้ยังมั่นคง แต่วันข้างหน้าล่ะ ในวันที่เคหมดรักอากิระแล้ว ในวันที่เคไม่ต้องการอากิระแล้ว คำพูดนี้ เคจะพูดให้ใครฟังสักกี่ครั้งก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเขาเสมอไป
แต่สำหรับอากิระแล้ว ในเวลานั้น เคคือทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งจากนี้ และจะยาวนานต่อไปในอนาคต อากิระจะไม่มีใคร อากิระจะมีเพียงเคคนเดียวเท่านั้น
จนแม้บัดนี้ เวลาผ่านมายาวนานนับ 10 ปี อากิระก็ไม่เคยมีใคร ไม่เคยมี และไม่คิดที่จะมีอีกแล้ว เพราะว่าอากิระยังรักเคไม่เปลี่ยนแปลง เพราะว่าคนที่อากิระรัก มีเพียงเคเท่านั้น
‘อากิระเป็นคนอ่อนโยนนะ แต่รู้บ้างหรือเปล่าว่าบางครั้งความอ่อนโยนนั้นน่ะสามารถทำร้ายใครต่อใครให้เจ็บปวดได้อย่างไม่รู้ตัว..’
เป็นคำพูดที่เขาได้รับจากเพื่อนคนหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว จะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ อากิระไม่รู้ แต่เขาก็รับฟังไว้ และในตอนนี้ เวลานี้ ..เขาก็รู้ซึ้งแล้ว ความอ่อนโยนของเขาทำให้เขาสูญเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาไปเสียแล้ว อย่างที่เขาเองไม่ได้ตั้งใจเลย
‘..มาคร่ำครวญอะไรเอาตอนนี้ อากิระ ไม่มีเขาอีกต่อไปแล้วนะ ไม่มีเคอีกแล้ว ..’
‘..สายไปแล้วที่จะบอกให้เขารู้ สายเกินไปแล้ว’
อากิระรู้เพียงแต่ว่า ตัวของเขาเองอยากที่จะหลับไปทั้งอย่างนี้ ไม่ต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ไม่ต้องรับรู้ว่า คนที่เขารักที่สุดไม่อยู่บนโลกใบนี้อีกแล้ว สู้ให้เขารู้เพียงแค่ เคมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขที่ไหนสักแห่งบนโลกใบนี้ แม้ว่าคนที่จะยืนอยู่เคียงข้างจะไม่ใช่เขา ..ขอเพียงเท่านั้น
ถ้าสามารถที่จะย้อนเวลากลับไปได้ อากิระจะบอกคำนั้นกับเค อากิระจะบอกว่ารักเค รักแต่เคเพียงคนเดียวเท่านั้น ..อากิระจะไม่เงียบเฉย ไม่ทำร้ายเคอย่างนั้น แม้ว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะยังคงเดิมก็ตาม ..แม้ว่าคำคำนั้นจะทำให้อากิระต้องพบแต่ความเจ็บปวด
ไม่ว่าเคอยากจะฟักสักกี่ครั้ง อากิระก็พร้อมที่จะพูด ถ้าเพียงแต่ช่วงเวลานั้นย้อนกลับคืนมาอีกครั้ง..
ทำไม?????? อากิระจะต้องพบกับความเจ็บปวดอย่างนี้ด้วย
ทำไม?????? อากิระถึงมีแต่ความอ่อนแอ ..และเห็นแก่ตัว
อากิระปกป้องตัวเองเพื่อไม่ให้เจ็บปวด แต่กลับทำให้คนที่อากิระรัก และเขาก็รักอากิระเจ็บปวดมากยิ่งกว่า ..
เวลาที่ไม่อาจหวนคืน ดังสายน้ำที่ไม่มีวันไหลย้อนกลับ ..
อากิระคงย้อนกลับไปยังเวลานั้นไม่ได้ แต่ในเวลานี้ ..อากิระสามารถที่จะทำในสิ่งที่อากิระปรารถนาได้ อากิระสามารถที่จะพบกับเคได้ แม้ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้าจะมีเพียงแผ่นหินเท่านั้น
อากิระจะทำในสิ่งที่อากิระสามารถที่จะทดแทนต่อความรักที่เคมีให้ จะทำในสิ่งที่หัวใจของอากิระต้องการ ไม่ว่าสิ่งที่เขาจะทำ ต้องสร้างความเจ็บปวดให้เกิดขึ้นกับใครอีกหลายคนก็ตาม..
ขอเป็นครั้งสุดท้ายเท่านั้น..
แล้วจะไม่มีครั้งต่อไปอีก อากิระสัญญา

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

เวลา…
เมื่อหมุนเวียนผันผ่าน
ใครว่า..จะช่วยบรรเทาความเจ็บปวด
ลืมเรื่องราวต่างๆ ..ไม่จริงเลย
เพราะ.. ยิ่งเวลาผันผ่านไปนานเท่าไร
ยิ่งสลักลึก..ล้ำ
กับความรักครั้งแรกที่เกิดขึ้น
แม้บัดนี้
ยังจำได้ทุกบท..ทุกตอน
เมื่อได้ทำให้คนที่รักเจ็บปวด
สิ่งนั้น ก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเองเช่นกัน

และบัดนี้ อากิระก็กำลังได้รับความเจ็บปวดนั้นย้อนกลับคืนมาสนองให้หัวใจของเขาแทบแหลกสลายลงไปตรงนั้น นับแต่ได้รู้ ว่า..ไม่มีอีกแล้ว คนที่สำคัญที่สุด คนที่อากิระรักยิ่งชีวิต บัดนี้เขานอนแนบร่างกับผืนดิน ไม่มีวันที่จะได้กลับมาพบอากิระอีกแล้ว
ดวงตาที่เคยใสราวกับท้องฟ้า กลับว่างเปล่า เมื่อได้ยืนหยัดขึ้นอีกครั้ง ไม่มีทั้งอารมณ์และความรู้สึก อากิระเดินไปยังตู้เสื้อผ้า เปิดมันออกหยิบเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทางใบเล็กที่เขานำมันมา มีเพียงไม่กี่ชุด เขาจึงไม่ต้องเสียเวลามาก ก่อนที่จะเดินกลับไปยังกระจกบานโต สบตาของตัวเองในกระจก
ใบหน้างดงาม บัดนี้แดงช้ำด้วยอาการของคนที่ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ดวงตาหมองเป็นรอยแดง แก้มอิ่มมีร่องรอยของคราบน้ำตา ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อจากการขบเม้มมาตลอดเวลา ร่างบางถอดเสื้อคลุม พิศมองร่างบอบบางของตัวเองด้วยความชิงชัง ร่างกายนี้ใช่ไหมที่เคหลงรักนักหนา ร่างกายนี้ไม่ใช่หรือที่เคยแนบข้างคนที่สำคัญที่สุด แต่ตอนนี้…
อากิระเงยหน้าขึ้นเพื่อกล้ำกลืนก้อนสะอื้น เขาจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว จะไม่ร้อง…
เพื่อที่อากิระจะเข้มแข็งและสามารถก้าวเดินไปข้างหน้าได้ ก้าวเดินไปหาเค ณ ที่สุดปลายของฟากฟ้านั้น อากิระจะไม่ร้องไห้อีกแล้ว อากิระ…
“..ทำอะไรน่ะ อากิระ ???”
เสียงกร้าวถามขึ้นเมื่อเดินเข้ามาในห้องอย่างถือวิสาสะ แล้วเห็นว่าอากิระอยู่ในชุดที่พร้อมจะเดินทาง ร่างบางไม่ตอบ ไม่แม้จะหันกลับไป มีแต่ความเฉยชาอย่างที่ร่างสูงไม่เคยรู้มาก่อนว่าอากิระจะเป็นได้ถึงเพียงนี้ แต่ก็เป็นไปแล้ว เพื่อคนเพียงผู้เดียวเท่านั้น
“แล้วนี่จะไปไหน”
“…”
“อากิระ!!!!”
ร่างสูงตวาดเสียงเข้ม แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาก็คือดวงตาเย็นชา ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์จากร่างบอบบางเท่านั้น
“อย่ามายุ่งกับผม “ อากิระเค้นเสียงออกมาจากส่วนลึกของภายในที่กำลังบอบช้ำอย่างหนัก
“จะไม่ยุ่งได้ยังไง ..”
เคตวาด เขาไม่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองทำลงไปจะส่งผลกระทบมากมายอย่างนี้ อากิระกลับไปเป็นอากิระคนเดิมเหมือนเมื่อครั้งที่เขาพบกันเป็นครั้งแรก ไร้อารมณ์ ไร้ความรู้สึก
“ดูสารรูปของเราก่อนสิว่าเป็นยังไง “
“จะยังไงก็ช่าง ..แต่ผมจะไป ไม่อยู่แล้ว”
“ไปไหน ไปหาหมอนั่น ไปหาโลงศพนั่นน่ะหรือ อย่าฝันไปเลย ผมไม่ให้คุณไปหรอก”
“คุณไม่มีสิทธิ์มาห้ามผม”
“สิทธิ์หรือ แล้วอากิระมีสิทธิ์ที่จะไปยืนต่อหน้าหลุมศพของผู้ชายโง่ๆพรรค์นั้นหรือ ทำร้ายเขาขนาดนั้นยังไม่พอหรือไง ยังจะไปหาเขาทำไมอีก”
“เรื่องของผม คุณไม่เข้าใจหรอก ไม่มีทางเข้าใจ”
“เข้าใจสิ ทำไมจะไม่เข้าใจ คุณมันก็แค่ผู้ชายจอมหลอกลวงที่ปั่นหัวคนที่เข้ามาหลงรักคุณเท่านั้นแหละ หมอนั่นมันโง่ โง่ที่ไปรักคุณ แต่ไม่ใช่กับผม”
“คุณเป็นอะไรกับเขากันแน่ ถึงดูท่าทางเป็นเดือดเป็นแค้นแทนกันนัก”
“ใครงั้นหรือ..อากิระ ลองมองให้ดีๆ มองให้ชัดๆเต็มตาของคุณซะ ว่าผมเป็นใคร”
อากิระเม้มปากแน่น ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงนั้นเต็มตาตามที่อีกฝ่ายต้องการ มองอย่างพิจารณา ใบหน้าคมดุ ดวงตาแข็งกร้าว จมูกโด่ง ริมฝีปากบางเฉียบคล้ายกับ ..เค
ไม่เหมือนเสียทีเดียว ..แต่ก็มีส่วนที่คล้ายกันมาก หรือว่า..
“เค..”
เขาไม่แน่ใจมากนัก เสียงเรียกจึงผะแผ่ว ดวงตาเรียบเฉยของร่างสูงลุกวาบ เมื่อได้ยินชื่อนั้นในน้ำเสียงที่เขาคุ้นเคย ริมฝีปากบางนั้นคลี่ยิ้มราวกับจะหยัน
“..”
“ผู้ชายคนนั้นมันตายไปแล้ว ตั้งแต่วันที่อากิระปฏิเสธมัน ไม่มีอีกแล้ว มีแต่มานูเอล มิชา เคจิโอ เท่านั้น อากิระ ไม่มีผู้ชายหน้าโง่คนนั้นอีกต่อไปแล้ว”
อากิระเม้มปากแน่น แน่ใจในวินาทีนั้น เคยังเจ็บและโกรธเขาอยู่ เหมือนเมื่อครั้งนั้น วันนั้นที่เขาปฏิเสธร่างสูงตรงหน้า ปฏิเสธเค วันนี้เขาต้องยอมรับว่าเคคนนั้นได้ตายไปแล้ว เคที่อ่อนโยน เคที่เป็นของเขาไม่มีอีกต่อไปแล้ว มีแต่เคคนนี้ที่พกพาเอาความโกรธ พาความแค้นกลับมาด้วย นับจากวันนั้น
อากิระไม่คิดว่า เคจะกลับมา ไม่คิดว่าเขาจะยังเก็บความแค้นที่เนิ่นนานไว้อีก เขาน่าที่จะมีใครอีกสักคน หรืออีกหลายคนที่สามารถให้ความสุขกับเขาได้ แล้วลืมอากิระซะ ลืมเพื่อนคนนี้ ลืมคนคนนี้ ที่ทำให้เคต้องเจ็บปวด .
“..คงไม่คิดใช่ไหม ว่าเคจะกลับมาอีก”
“…”
“แล้วคราวนี้ อากิระ จะไม่ยอมปล่อยให้หายไปไหนอีกแล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น อากิระจะต้องเป็นของเคเพียงคนเดียวเท่านั้น ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีก่อน จะถูกแก้ไขในวันนี้ล่ะ”
ร่างสูงตัดสินใจในวินาทีนั้น วินาทีที่เขาเห็นอากิระอยู่ในชุดพร้อมที่จะเดินทาง เขาจะไม่ปล่อยให้ร่างตรงหน้าต้องห่างหายไปจากสายตาของเขาอีกแล้ว อากิระเป็นของเขาเป็นสมบัติของเขาเท่านั้น
“จะทำอะไร “ อากิระถามด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น ถอยหลังหนีร่างสูงกลับเข้าไปข้างในอีกครั้ง
“ทำให้อากิระกลับมาเป็นของเคอีกครั้งน่ะสิ อากิระ ..”
“ไม่นะ เค ..คงไม่ใช่”
ร่างสูงยิ้มเย็น แต่ในความรู้สึกของเขาแล้ว มันช่างน่ากลัวเหลือเกิน ขณะที่อากิระพยายามหาทางหนีเอาตัวรอดจากเหตุการณ์ที่น่าประหวั่นนั้น คนคนนี้ไม่ใช่เคของเขาอีกแล้ว
“ เมื่อเป็นของเคแล้ว อากิระก็จะไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นของใคร ไม่มีใครมีสิทธิ์แตะต้องอากิระได้อีก”
ร่างสูงพูดเสียงกร้าว ความรัก ความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอกผลักดันให้เขาทำในสิ่งที่เขาคิดว่า จะเก็บอากิระไว้ได้ตลอดกาล
เก็บอากิระไว้เป็นสมบัติของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น !!!!!!
ประตูห้องถูกปิดลง ..ร่างเล็กรู้ดี ไม่ว่าเขาจะตอบรับหรือว่าปฏิเสธ เมื่อเปิดออกอีกครั้งจะไม่มีอีกแล้ว อากิระคนนี้ จะไม่มีอากิระคนเดิมที่เคยเป็น ..

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ทาโมสึเกาะแขนร่างสูงของหัวหน้าแน่น เมื่อก้าวลงมาจากเครื่องกลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนที่จากไป ยี่สิบวัน ช่วงเวลานั้น ระยะเวลาที่มีความสุขราวกับความฝัน ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาพบกับความจริงอันโหดร้าย
เขาเตรียมใจไว้แล้ว ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็จะเชิดหน้ายอมรับในสิ่งที่เป็นความจริงแต่โดยดี สิ่งที่เขากระทำไม่ใช่สิ่งที่ผิด เขาเป็นของคนที่เขารัก อยู่กับคนที่เขารัก แม้สังคมจะไม่ยอมรับ จะถูกตราหน้า เขาก็จะยอมรับเสียแต่โดยดี
“กลับมาแล้วนะ ทาโมสึ”
“ครับ”
“กลับถึงบ้านของเราแล้ว” ร่างเล็กฉงนในคำพูดนั้นแต่ก็ไม่ได้ถามอะไรออกมา ยิ้มเพียงน้อยๆ
รถคันหนึ่งเลี้ยวเข้ามาจอดเทียบข้างหน้า และหัวหน้าของเขาก็เปิดประตูพร้อมกับดันเขาเข้าไปนั่ง ทาโมสึนิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนที่จะขมวดคิ้ว เมื่อรู้สึกว่าทางที่รถแล่นไปคนละทางกับที่พักของเขา มองไปยังร่างสูงก็เห็นว่านั่งอมยิ้มละไมอยู่ ซึ่งมักจะเกิดขึ้นบ่อยๆ เมื่ออยู่กับเขา
“จะไปไหนครับ”
“ก็..กลับบ้านของเราไง ทาโมสึ..”
“แต่บ้านของผม..” ร่างเล็กชี้ไปอีกทาง
“…”
“นั่นไม่ใช่บ้านของเราสักหน่อย”
..“หรือว่า”
ทาโมสึตาเขียว เมื่อเดาความคิดของอีกฝ่ายออก ดวงตาสวยมองอีกฝ่ายอย่างเอาเรื่อง บอกให้ร่างสูงรู้ตัวว่า อย่าขัดใจเป็นดีที่สุด แต่ทำไงได้ล่ะ เขาทำไปแล้ว..
“ใช่..ผมสั่งให้เขาขนของของทาโมสึไปไว้ที่บ้านของผมเรียบร้อยแล้ว”
“ตั้งแต่ตอนไหน”
“เมื่อ..อูย~~~~เจ็บ..”
ร่างสูงคราง เมื่อมือเล็กคว้าหมับเข้าที่แขนของเขา ก่อนที่จะ ..บิดครับ ทาโมสึค้อนควับ เขาบิดแค่เบาๆ แต่ทามามูระกลับส่งเสียงออกมายังกับว่าเจ็บเสียเต็มประดางั้นแหละ
“บอกมาเดี๋ยวนี้นะ”
“เมื่อสองสามวันก่อน”
ร่างสูงพูดเสียงอ่อย เมื่อเหลือบตามองร่างบางที่ตั้งท่าจะงอนเสียแล้ว งอนอย่างน่ารักน่าชังยิ่งในความรู้สึกของเขา ใจของเขาอยากจะดึงร่างบางนั้นเข้ามากอด จูบ แต่ก็ติดที่สายตาของคนขับรถที่มองมาเป็นระยะนั่นแหละ ทำให้เขาทำอะไรไม่ถนัดนัก
..”..”
“ไม่ถามผมสักคำ”
ร่างบางพูดอย่างตัดพ้อ มองร่างสูงอย่างน้อยใจ มัดมือชกอย่างนี้ ไม่ถามความเห็นของเขาสักคำว่าต้องการอะไร แม้ว่าส่วนหนึ่งเขามีความสุขและดีใจอยู่ลึกๆ ก็ตาม
ร่างสูงตรงหน้าเป็นคนมีความรับผิดชอบ ทาโมสึรู้ แต่ไม่คิดว่าเขาจะกล้าเปิดเผยเรื่องของเขา อย่างนี้ สำหรับเขาแล้ว ขอเพียงได้อยู่ใกล้ๆ ไม่จำเป็นต้องอยู่ด้วยกัน ก็พอแล้ว เขาไม่เคยหวังอะไรมากไปกว่านี้ เพียงแค่ทามามูระซื่อตรงเสมอต้นเสมอปลาย เขาก็พอใจแล้ว แต่นี่ ร่างสูงถึงกลับ..
“ก็ อยากให้ประหลาดใจเล่น” ร่างสูงพูดเสียงอ่อน เขาอยากให้ทาโมสึดีใจมากกว่าที่จะมาไม่พอใจเขา
“คุณ..แน่ใจแล้วหรือครับ”
“ต้องถามทาโมสึมากกว่า”
“..ผมกลัว”
ทาโมสึพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา เขารู้สึกไม่มั่นคงไปเสียทุกอย่างนับแต่รู้ว่าถึงวันที่จะต้องกลับญี่ปุ่น กลัวว่าร่างสูงตรงหน้าจะเปลี่ยนไป เห็นเขาเป็นของเล่นฆ่าเวลาเท่านั้น กลัวว่าทุกสิ่งจะเป็นเพียงฝัน เมื่อถึงเวลาก็ต้องตื่น มาพบกับความเจ็บปวดแสนสาหัส
หัวใจของเขายังมีบาดแผล แม้ว่าแผลนั้นจะหายไปแล้ว แต่แผลใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้นอีกครั้ง และครั้งนี้ก็อาจจะยาวและลึกมากกว่า เขาคงจะทนไม่ได้ คงจะมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกไม่ได้ถ้าเป็นอย่างนั้น
“กลัวอะไร”
“ทุกสิ่งทุกอย่าง”
“..” ร่างสูงนิ่งขึง
“กลัวว่าจะไม่มีใครยอมรับ”
“ไม่จำเป็นต้องให้ใครยอมรับ แค่ทาโมสึยอมรับผมก็พอ”
“แล้วคุณ..”
“ไม่ต้องห่วงผมหรอก “
“พ่อแม่ของหัวหน้า”
“เขายอมรับการตัดสินใจของผมเสมอ”
“ ...คนในสังคม”
“ไม่ต้องไปสนใจ ผมอยากรู้แค่ว่า ทาโมสึอยากอยู่กับผมหรือเปล่า”
“..”
“ว่าไงครับ”
“..ผมดีใจที่สุดเลยล่ะ นึกว่าเมื่อกลับมาแล้ว คุณจะเปลี่ยนไป”
เป็นคำตอบที่ร่างสูงได้ฟังแล้วต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เขารู้ดีว่าร่างเล็กตรงหน้ายังกลัวและไม่กล้ากระโดดเข้าหาสิ่งที่เรียกว่า ความรักครั้งใหม่ ทาโมสึไม่พร้อม และเขาก็ต้องยอมรับในจุดตรงนั้นให้ได้
“ทำไมคิดอย่างนั้น”
“ผมไม่รู้..”
“ทาโมสึไม่เชื่อใจผมเลย”
คราวนี้ร่างสูงเอ่ยตัดพ้อบ้าง ร่างบางเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจ ริมฝีปากบางสั่นระริก จนเจ้าของต้องขบไว้ อยากจะอธิบาย แต่ก็ไม่มีแม้เสียงที่จะเล็ดลอดออกมา
“..”
“ขอโทษครับ ผมก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ทั้งกลัว ทั้งหวาดระแวงไปสารพัด”
เมื่อได้ฟังคำตอบจากร่างบาง ทามามูระถึงกับยิ้ม และเริ่มที่จะมั่นใจขึ้นมาบ้าง แม้จะไม่มากนัก ทาโมสึมีใจให้กับเขาบ้าง แม้จะเป็นเพียงส่วนน้อย แต่ร่างเล็กนี้ก็เริ่มที่จะเปิดใจรับเขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกบ้างแล้ว อย่างนี้สิ่งที่เขาทุ่มเทไปก็ไม่เสียเปล่า
“บอกให้ไหม”
“ครับ”
“เพราะว่าทาโมสึรักผมไงล่ะครับ”
ร่างบางหน้าแดง เมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาอย่างนั้น คำพูดที่กระทบใจของเขาอย่างจัง จริงหรือว่าไม่จริง แต่สิ่งที่เขารู้ก็คือ เขาไม่พอใจทุกครั้งที่มีใครเข้ามาใกล้ร่างสูงที่นั่งอยู่ข้างๆนี่
“ใช่หรือเปล่า”
ไม่มีคำตอบจากร่างบางนอกจากการนั่งนิ่งเหมือนกับว่ายอมรับ ใบหน้านวลแดงระเรื่ออย่างห้ามไม่อยู่ ก่อนที่จะขยับห่างเขาแทบจะทันที ทามามูระยิ้มมากขึ้น เมื่อเห็นว่านั่นเป็นกริยาของร่างเล็กเวลาที่เขินหรือว่าอายและเขาก็ชอบที่จะเห็นมันบ่อยๆเสียด้วย
“ยังไม่ตอบอีก”
“ใครจะกล้าพูดเล่า”
ทาโมสึบ่นอุบอิบ พอดีกับที่รถเลี้ยวเข้าไปจอดหน้าบ้านหลังเล็กกะทัดรัด ไม่กว้างมากนัก แต่ก็มีพื้นที่ใช้สอยอย่างเต็มที่ อีกทั้งยังปลูกต้นไม้ ดอกไม้ไว้ด้วย
ร่างบางห่อปากอย่างตื่นเต้น ก่อนที่จะยิ้มออกมาอย่างเต็มที่ โผเข้ากอดร่างสูงไว้เต็มอ้อมแขน บ้านเหมือนอย่างที่เขาฝันไว้ไม่มีผิด เป็นความฝันที่เขาเล่าให้ทามามูระฟังอย่างไม่ปิดบัง และร่างสูงตรงหน้าก็ให้ในสิ่งที่เขาต้องการ
“ขอต้อนรับสู่บ้านของเรา ทาโมสึ”
“ขอบคุณครับ..”
“เข้าไปข้างในกันดีกว่า”
“..ครับ” ร่างบางรับคำเสียงแผ่ว
ร่างสูงว่าก่อนที่จะประคองร่างบอบบางเข้าไปยังข้างในบ้าน ซึ่งจัดตกแต่งไว้อย่างลงตัว ร่างเล็กยิ้มทั้งน้ำตาเมื่อเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่ทามามูระเตรียมไว้ให้แก่เขา ตระหนักถึงความรักที่ร่างสูงนี้มอบมาให้เป็นอย่างดี ความรักที่ปรารถนาจะให้เขามีแต่ความสุข
แล้วเขาล่ะ จะมีสิ่งไหนบ้างที่จะสามารถตอบแทนความรู้สึกอันใหญ่หลวงนี้ได้??????
เขามีแต่หัวใจรัก ความภักดี ซึ่งเขาก็จะมอบมันให้แก่คนที่โอบกอดเขาไว้อย่างอ่อนโยนเพียงคนเดียวเท่านั้น

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

มัตสึนอนมองเมฆสีขาวที่ปรากฎเป็นรูปต่างๆ บนท้องฟ้าสีน้ำเงินในสวนสาธารณะ ข้างๆมีร่างเล็กของเซร่านอนอยู่ด้วยกัน อากาศแจ่มใส ทำให้เขาปล่อยความคิดให้ล่องลอยไป ก่อนที่จะสะดุด..
(คิดอะไรน่ะครับ เงียบเชียว)
“…” ร่างสูงโปร่งพึมพำเบาๆ
(ครับ ว่าไงนะครับ)
ร่างบางกว่าถามย้ำ ก่อนที่จะผงกหัวขึ้นมองร่างสูงด้วยตาใสแจ๋ว มัตสึถอนหายใจ อากาศแจ่มใส แต่หัวใจของเขาสิ หนักอึ้งราวกับมีอะไรมาถ่วงเอาไว้
(เซร่า..จะอยู่ที่นี่อีกนานหรือเปล่า)
เขาถามในสิ่งที่เขาอยากรู้ ร่างเล็กนิ่งไปนิดหนึ่ง ดวงตาหมองลง ก่อนที่จะลดตัวลงนอนเคียงกันเหมือนเดิม เสียงถอนหายใจยืดยาว
(ผมก็ไม่ทราบเหมือนกัน แต่ถ้าตามกำหนด ผมมาที่นี่แค่เดือนเดียวเท่านั้น)
(เหลือเวลาอีกเท่าไหร่)
( 5 วันครับ)
(แค่นั้นเอง)
(…)
(อยู่ต่อไม่ได้หรือ)
ร่างโปร่งถามอย่างมีความหวัง อย่างน้อยถ้ายืดเวลาแห่งความสุขต่อไปได้อีกสักนิด ..
(ผมให้คำตอบไม่ได้ครับ)
(แล้วเมื่อไหร่จะมาอีก)
(คงไม่มีโอกาสได้มาแล้วมั้ง)
(ทำไมล่ะ???)
(คุณมานูเอล ไม่ชอบที่นี่ เขามาเพื่อหาคนเพียงคนเดียวเท่านั้น)
(ใคร???)
ร่างสูงกว่าสะดุดชื่อ เขาเคยได้ยินที่ไหนกันนะ เหมือนจะเคยได้ยิน ใครสักคนพูด หรือว่าเขาจะคิดมากเกินไป ชื่ออย่างนี้มีซ้ำกันตั้งเยอะ ใช่ว่า..
(เจ้าของผม)
(หมายความว่ายังไง)
(เขาเป็นเจ้าของ เป็นทุกสิ่งทุกอย่างของผม เป็นคนที่ซื้อผมจากนรกนั่น ผมทรยศเขาไม่ได้)
(เซร่าไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจหรือ)
(ต้องแล้วแต่เขาครับ)
(เขาเป็นใครกันแน่)
(เป็นคนที่มีอิทธิพลมาก)
(เซร่ารักเขามาก)
(ครับ )
มัตสึรับฟังด้วยหัวใจที่หม่นหมอง เพราะอะไรกันนะ คนที่เขาพึงใจถึงได้มีแต่เจ้าของแล้วทั้งนั้น นับแต่อากิระ แล้วยังมาเซร่าอีก ทุกคนเป็นคนที่เขาไม่สามารถที่จะไขว่คว้ามาได้ ไม่ว่าจะทำยังไงก็ตาม
(งั้นหรือ แล้วเขาไม่ว่าเอาหรือที่เซร่ามาหาผมทุกวัน)
(ตอนนี้ไปเที่ยวครับ ปล่อยให้ผมทำตามใจตัวเอง)
(อ้อ..สบายไปล่ะสิ) มัตสึกระแทกเสียงอย่างไม่พอใจ
(ครับ ก็เป็นเพียงแค่เวลานี้เท่านั้น)
เซร่าไม่ทันสังเกตน้ำเสียงนั้น จึงตอบรับด้วยเสียงที่เศร้าสร้อย ตัวของเขา หัวใจของเขา ถูกร้อยรัดด้วยพันธนาการของใครบางคน ตลอดมาเขาเป็นเพียงตัวแทนของใครบางคนเท่านั้น ไม่ใช่ตัวเขา ที่ข้างๆคุณมานูเอลไม่ใช่ของเขา แต่เป็นของใครอีกคนที่คุณมานูเอลรักเท่านั้น
คุณมานูเอลไม่เคยมองที่ตัวของเขา มองผ่านไปยังใครบางคนที่อยู่ไกลแสนไกล จะเป็นใคร อยู่ที่ไหน เซร่าไม่เคยรู้ อ้อมแขนที่อบอุ่นนั้น คุณมานูเอลมีไว้เพื่อใครบางคนเท่านั้น
(อย่าคิดอะไรมากเลย เราน่ะยังเด็ก)
ร่างโปร่งลดเลียงลงเมื่อสัมผัสกระแสเสียงที่เศร้า โดยพื้นแท้แล้ว มัตสึเป็นคนที่อ่อนโยนและสนใจความรู้สึกของคนที่อยู่รอบข้างเสมอ
(พูดยังกับมัตสึแก่เสียเต็มประดา)
ร่างบางพูดเสียงขึ้นจมูกด้วยท่าทางล้อเลียน สลัดความรู้สึกที่หม่นหมองออกไป เวลานี้เป็นเวลาที่เขามีความสุขที่สุด และเขาก็จะเก็บมันไว้อย่างมิดชิดในซอกหนึ่งของหัวใจ เป็นน้ำคอยหล่อเลี้ยงหัวใจอันแห้งผากของเขาในยามที่เขาจะต้องถูกทอดทิ้งอีกครั้ง
(อีกไม่กี่ปีก็ 30 แล้ว)
(ตาแก่)
(เด็กนี่ ล้อเลียนได้หรือ)
มัตสึยกมือขึ้นดึงแก้มอิ่มเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว เซร่าเม้มปากมองอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะโผเข้าเกาะหลังของร่างสูง ซบหน้าลงกับไหล่กว้างนั้นอย่างมีความสุข
(ตาแก่ หึ..)
(อูย..เดี๋ยวเถอะ ทำอะไรของเราน่ะ)
เซร่ากัดที่คอขาวของมัตสึจนเป็นรอยแดง ก่อนที่จะผละออกมายักคิ้วให้เป็นเชิงท้าทาย ร่างที่สูงกว่าลุกขึ้นวิ่งไล่ตามทำให้เซร่าต้องหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่เมื่อร่างสูงนั้นตามเขาได้นิดเดียวก็เหนื่อยเสียแล้ว แถมยังมองเขาอย่างอาฆาตเสียด้วย
(ยังไงก็ตามผมไม่ทันหรอก ผมยังเด็ก)
(คอยดูแล้วกัน)
มัตสึตั้งท่าใหม่ ก่อนที่จะออกวิ่งอีกครั้ง และคราวนี้เขาก็สามารถจับเจ้าตัววายร้ายที่วิ่งเลี้ยวไปเลี้ยวมาจนได้นั่นแหละ สร้างความประหลาดใจให้กับเซร่าเป็นอย่างมาก
(ทำได้ไงน่ะ ผมว่าผมวิ่งเร็วแล้วนา รู้เปล่า ตำรวจวิ่งตามผมไม่เคยทันหรอก)
ร่างบางอวด เมื่อตกอยู่ในอ้อมแขนของมัตสึ ดวงตากลมโตใสแจ๋วนั่นมองมายังเขาอย่างคาดคั้นเอาคำตอบ โดยที่มัตสึเองก็เมินหน้าไปทางอื่นอย่างเล่นตัว เขาไม่ตอบซะอย่าง ใครจะทำไมเล่า??
(ตอบมานา)
มือของเซร่าจับที่หน้าของเขาแน่นอย่างไม่บอกก็รู้ว่า ยังไงก็ต้องตอบคำถามนี่แหละ ไม่อย่างนั้นไม่ต้องไปไหนกันล่ะวันนี้
(เราต่างหากที่วิ่งช้า..ผมไม่ได้วิ่งเร็วซะหน่อย)
(อย่ามาโยกโย้นะ มัตสึ)
เลยกลายเป็นเด็กเอาแต่ใจไปแล้ว เมื่อไม่ได้คำตอบอย่างที่ต้องการ ใบหน้าสวยงอง้ำ ดวงตาใสแจ๋วเป็นประกายวาววับ อย่างที่มัตสึต้องเสียวสันหลังวาบ
ให้มันได้อย่างนี้สิ ..เล่นกับเด็ก??
(เคยเป็นนักกีฬา)
(อ้อ)
เมื่อสิ่งที่อยากรู้ถูกไขกระจ่างเซร่าจึงปล่อยมือ แต่ทันทีที่มือคลาย มัตสึก็คว้าร่างบางขึ้นมาแล้วเหวี่ยงไปรอบๆ อย่างพี่ชายเล่นกับน้องน้อย เซร่าหัวเราะลั่นอย่างมีความสุข เขากระโดดเกาะหลัง และมัตสึก็พาวิ่งไปรอบๆ ต้นซากุระต้นโน้นต้นนี้บ้าง และร่างสูงโปร่งนั่นนั่งลงอย่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อเวลาผ่านไปไม่นาน นอนแผ่หลาอยู่ใต้ต้นซากุระโดยไม่ยอมลุก แม้ว่าร่างเล็กนั้นจะรั้งยังไงก็ตาม
โดยที่ทั้งสองคนไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมทั้งหมดตกอยู่ในสายตาของใครคนหนึ่งอยู่ตลอดเวลา..

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

tan



จาก : tan - 11/04/2004 18:21

ข้อความ : มาเม้นห้ายคนแรกเหมือนเดินนะเจ้า
ก็ซาหนุก & เศร้า ดีจริงๆๆ..............
ยังไงก็อย่าหายหน้าหายตา ......
ปายนานเหมือนคราวก่อนนะ....
หัวจายดวงน้อยของ วาว่า เกือบจะแตก....

จาก : ^^^wawa^^^ - - anisa.ja@chaiyo.com - 11/04/2004 20:19

ข้อความ : แง๊.................แง๊.............^^^T 0 T^^^
น่าสงสารอากิระมากๆๆๆๆๆๆๆเลย
เคจายร้าย.......................................

จาก : กีต้าร์ - 11/04/2004 20:53

ข้อความ : หายไปนานมากเลย สนุกมากๆๆๆๆๆ สงสารอากิระด้วย แล้วจารออ่านต่อน้า

จาก : hem - 11/04/2004 22:41

ข้อความ : เมื่อไหร่อากิระจะได้หวานชื่นมั้งเนี้ย น่าสงสารจัง

จาก : mine - 12/04/2004 10:33

ข้อความ : เย่ๆ ในที่สุดก็ไม่อ่านต่อสักที หลังจากที่รอมานาน
หนุกๆ ค้า~~ มาต่อเร็ว ๆ น้า (อย่าหายไปนานนักน้า)

จาก : ap_ple - 12/04/2004 14:07

ข้อความ : ตอนนี้ทั้งน่ารักทั้งเศร้าเลยอ้ะ คู่แรกนี่เศร้าอย่างแรง สองคู่หลังนี่น่ารักมาเชียว เมื่อไหร่คู่แรกจะเข้าใจกันได้ซักทีหนอ

จาก : siva - 12/04/2004 15:38

ข้อความ : ตาเคงี่เง่า .... เด๋วเหอะเอ็ง ... ทำเค้าไว้มาก ... ถ้าอากิระไม่เหมือนเดิมแล้วใครมันจะเจ๊บยิ่งกว่า .... ไอ้คู่สองนี่ก็ .... ไรจะหวานได้ปานนั้นนะ .... ส่วนคู่สาม ... ใครที่มาแอบมองน่ะ ... จะใช่หยางหรือเปล่านะ

จาก : sen - 12/04/2004 17:27

ข้อความ : เคจัง......จายยยย.ยยยย.ร้ายยย...ย...ยยย........มากกกกกก....ก.ก.ก
ทำร้ายจิตจัย..ดวงน้อยๆๆๆของ อากิระ ของเราด้ายงาย
ทามมาย......................

จาก : pook - 12/04/2004 19:52

ข้อความ : เย้............มาต่อแล้ว....
สนุกดีสมกับที่ติดตามมานาน.......มาก....
( สาเหตุคนแต่งย้ายบ้านจึงรอนาน )
เพราะงั้น ตอนหน้าขอไวไวนะ...........

จาก : Lucifer - 12/04/2004 19:54

ข้อความ : รอมานานมากกกกกกกก... ขอบคุณ tan ที่มาต่อให้เสียที
ย้ายบ้านใหม่ต้องแฮ้ปปี้ซิจ้ะ...

หายไปนาน กลับมาทำมายเศร้าจัง ขอร้อง อย่าให้เศร้ามากไปกว่านี้นะ

จาก : ^-^ - 13/04/2004 00:47

ข้อความ : อ๊า ... ได้อ่านแล้ววว มีแต่คนสงสารอากิระ ฮือๆๆๆ งั้นเราสงสารนู๋เซร่ากะมัตสึละกัน อิอิ ว่าแต่ไผแอบมองยู้

จาก : kHeep* - 13/04/2004 08:57

ข้อความ : รอมานานมากๆๆๆๆๆๆๆ
ในที่สุดก็มาซะที ตอนนี้สนุกมากค่ะ
เราชอบคู่ไคกับคุณอามากๆๆเลย
มาต่อเร็วๆนะคะ จะรอ you forever.............

จาก : mimi - - mimi_tsubasa@hotmail.com - 13/04/2004 19:19

ข้อความ : อ้า..... สงสารนู๋ไคอะ นายเคงี่เง่านี่ ยังงี้เมื่อไหร่จะ happy นะ อืม มาต่อเร็วๆๆๆๆ นะ

จาก : oka - - okada_nut@hotmail.com - 17/04/2004 21:27

ข้อความ : .... มาแต่งต่อเร็วๆ นะคะ ลงแดงแล้ว ....

จาก : mummy - 24/04/2004 23:24

ข้อความ : 9d]'vkdbitcpddy[g8griktviwi

จาก : kk - 04/08/2004 20:44

ข้อความ : I read every chapter u have in this board in 3 hours naka....love it ka.....please post the next chapter as soon as possible naka....but why k chan jai raai jang lei.....poor akira......

จาก : little pig - 18/09/2004 09:39

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ท่านคือ :
เมลล์ :
ICQ :
โฮมเพจ :
เขียนเลยค่ะ :