|
หัวข้อ : Sunny Day 14 ข้อความ : Sunny Day 14. คงจะเป็นอย่างที่นาโอกิว่าไว้จริงๆ กระมัง เพราะว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นใบหน้าสวยนั้นยิ้มอย่างเต็มที่ รอยยิ้มที่เหมือนกับจะฉุดให้ดอกไม้ภายในงานบานสะพรั่งรับกับใบหน้าที่ใสกระจ่าง ดวงตาที่เคยหม่นหมองตอนนี้กลับเจิดจรัสด้วยแสงแห่งความยินดีปรีดา ไคไม่เคยคิดเลยว่า อิทธิพลของคนเพียงคนเดียวจะสามารถทำให้คนอีกคนหนึ่งแสดงอารมณ์ได้หลากหลายอย่างนี้ แต่บัดนี้ก็เป็นไปแล้ว .. ดูสิ??? นาโอกิยืนอยู่ตรงนั้นมองไปยังร่างสูงสง่าที่เป็นเจ้าของงาน ดวงตานั้นแสดงความชื่นชม ความดีใจ และซ่อนความขมขื่น ความเจ็บปวด ไว้อย่างมิดชิด อย่างไม่น่าเชื่อว่า เด็กวัยอย่างนาโอกิจะสามารถทำอย่างนั้นได้ ซึ่งเจ้าตัวก็สามารถทำได้ดีเสียด้วย ไคไม่เคยมีความรัก เขาไม่เคยได้รับอนุญาตให้รักใครได้ เขาต้องอยู่ภายใต้สายตาของใครต่อใครมาโดยตลอด ภายใต้กรอบที่คนอื่นขีดเขียนให้เขาอยู่ โดยที่ตัวของเขาเองก็ไม่สามารถที่จะทำลายออกมาได้ด้วยตัวเอง เขาถูกปลูกฝังให้ต้องปฏิบัติตามคำสั่งเท่านั้น เพียงความรักที่เขาไม่ได้รับอนุญาตให้มี บางครั้งไคเหงา เขาอยากที่จะมีใครสักคนอยู่เคียงข้าง ใครก็ได้ที่เข้าใจเขา แต่ก็ไม่มี ..เขาต้องผจญความว้าเหว่อยู่แต่เพียงลำพังเท่านั้น ถ้าเลือกได้ เขาอยากจะเป็นเพียงเด็กผู้ชายธรรมดา ๆ เท่านั้น ไม่ใช่เอนยะ ไค คนนี้ แต่ชะตาชีวิตของเขาทำให้เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือก ลงมาแล้ว ..ไค.. นาโอกิหันมารั้งเขาให้เดินตามไป เพื่อที่จะพบกับคนสำคัญที่สุดในชีวิตนั้น ไคได้แต่มีความรู้สึกยินดี และอิจฉานาโอกิไปด้วยในเวลาเดียวกัน ร่างเล็กบางนี้สามารถลิขิตชีวิตได้ตามที่ใจปรารถนา ..แต่ทำไมเขาถึงไม่สามารถทำได้ เขาขาดอะไรไป ??? ..นาโอกิ เสียงทุ้มที่ไคได้ยินฉุดให้เขาต้องกลับคืนความเป็นตัวของตัวเองหลังจากที่ตกอยู่ในภวังค์เสียนาน ร่างสูงใหญ่แข็งแรง สามารถเป็นปราการที่ปกป้องนาโอกิได้เต็มที่ เป็นที่พักพิง ใบหน้าคมดุ ดวงตาเย็นชา ยามที่ทอดมองสิ่งอื่นนอกจากนาโอกิ และมองมายังเขาอย่างไม่พอใจ??? นี่ไคครับ เป็นเพื่อนของผม สวัสดีครับ ผมเอนยะ ไค ยินดีที่ได้รู้จักคุณกาย เอนยะ..เอนยะ เธอเป็นอะไรกับ เอนยะ มาซายูกิ ไคชะงักนิดหนึ่งเมื่ออีกฝ่ายถาม ผมเป็นหลานครับ คุณกาย ..อ้อ คงจะเป็นเธอสินะ ใบหน้าคมดุนั้นละมุนลงมานิดหนึ่ง เมื่อมองมายังเขาอย่างพินิจ ไม่เหมือนกับตอนแรก ไคมองมือของร่างสูงที่ลูบหัวทุยๆ ของนาโอกิอย่างอ่อนโยนแล้วก็สะท้อนในหัวอก ทำไม???? เขาถึงไม่ได้รับความรักจากคนๆหนึ่งบ้าง ถึงเขาจะมีพร้อมบริบูรณ์ทุกอย่าง แต่สิ่งที่เขาต้องการ อยู่ที่นี่ซนหรือเปล่า ไหงถามงี้ล่ะครับ ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ แน่ใจว่าไม่ใช่เด็ก รู้นะว่าเราน่ะไปก่อเรื่องร้อยแปดให้น่าปวดหัว ใครบอก ไม่จำเป็นต้องมีใครบอกหรอก ความอ่อนโยนนั้นคงจะมีไว้ให้กับนาโอกิเพียงคนเดียวกระมัง คงจะมีไว้เพื่อคนเพียงคนเดียว เหมือนกับอามาซายูกิของเขา ที่มีแต่ความอ่อนโยนให้กับฮิคารุ และเย็นชากับเขาเท่านั้น .. ผมขอตัวก่อนนะครับ ไคเอ่ยขึ้นเมื่อรู้สึกตัวว่าจะเป็นส่วนเกินไปเสียแล้ว หากว่าอยู่ที่นั่นนานไปกว่านี้ เมื่อเห็นนาโอกิมีความสุข ไคก็มีความสุข เมื่อเขาเดินแยกห่างออกมา คาสึยะก็เดินเข้ามาหา ..และยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน อ้าว ..ทำไมมาอยู่ตรงนี้ ไคทักขึ้นอย่างแปลกใจ โน่น หมอนั่นอยู่กับแฟน เลยได้โดดมั่ง คาสึยะพูดติดตลก ก่อนที่จะสะกิดไคให้เดินตามไปยังห้องพักแขก ที่มีความเป็นส่วนตัว กันเสียงจากห้องที่จัดงานเลี้ยงได้เป็นอย่างดี ไคทรุดตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยอ่อน เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าหมดแรงอย่างนี้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมางานเลี้ยงหรือว่า เป็นเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นกันแน่ เขารู้แต่ว่า เขาเหนื่อย และไม่อยากที่จะพบหน้าใครทั้งนั้น .. เป็นอะไร เหนื่อยเหรอ คาสึยะถามขึ้นอย่างไม่มีพิธีรีตอง นิดหน่อย ชักอยากกลับแล้วสิ งั้นกลับกันก่อนไหม ได้เหรอ ได้ซิ ว่าไง .. งั้นก็กลับ รอเดี๋ยวนะ ไปบอก นาโอกิก่อน .. คาสึยะหลับตาลงเมื่อเห็นว่าประตูปิดลงแล้ว เขานั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปตามเรื่อง ก่อนที่จะได้ยินเสียงประตูเปิดขึ้นมาอีกครั้ง ..ไปหรือยัง คาสึยะ?? .. ไม่มีเสียงตอบกลับมา คาสึยะจึงต้องลืมตาขึ้นมามองอย่างรวดเร็วด้วยความสงสัย ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทำให้เขาต้องเม้มปากแน่น ก่อนที่จะลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างรวดเร็ว คนที่เขาไม่อยากพบที่สุด พอๆกับ.. จะไปไหน มาซายูกิถามเสียงเข้ม เมื่อร่างบางนั้นพยายามที่จะเดินหนีเขา ปล่อยผม.. คาสึยะดิ้น เพราะอ้อมแขนแข็งแรงรั้งเขาเข้าไปแนบกับอก ไม่ยอมปล่อย ร่างเล็กแนบไปกับร่างสูงเกือบจะทุกส่วน เพราะความไม่ระวัง ยังไม่ตอบอีก ผมจะกลับ ร่างบางสะบัดเสียงตอบ ก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองร่างสูงที่กอดเขาไม่ยอมปล่อยไม่ว่าเขาจะดิ้นรนขัดขืนสักเท่าไรก็ตาม มาซายูกิยิ้มที่มุมปากนิดหนึ่ง ทำให้ใบหน้าคมดุ ละมุนขึ้น ซึ่งเป็นกริยาที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก จะไปส่ง ผมจะกลับกับคาสึยะ คำปฏิเสธนั้นส่งให้อารมณ์ของมาซายูกิคุกรุ่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง นิ้วแข็งแรงเชยคางมนของร่างเล็กนั้นขึ้นสบตาด้วย นัยน์ตาคมดุมองร่างเล็กที่เม้มปากแน่นอย่างไม่ยอมลงให้ กลับกับอา ไม่ไป ..ผมมากับคาสึยะ ก็จะกลับกับเขา ไค ..อย่ามาบังคับผม เธอต่างหาก ไค ..อย่าบังคับให้อาต้องทำอะไรรุนแรง .. คุณอาจะทำอะไร ..สิ่งที่เธอไม่ต้องการให้เกิดขึ้นแน่นอน คุณอาจะทำอย่างนั้นไม่ได้นะ มันก็ขึ้นอยู่กับเธอ ไค.. ร่างสูงพูดยิ้มๆ รู้อยู่แล้วว่าคำตอบที่จะได้รับคืออะไร คาสึยะชะงัก เมื่อเปิดประตูเข้ามาแล้วเห็นไคกำลังยืนอยู่ในอ้อมแขนของใครบางคน เขามองอย่างไม่แน่ใจ ว่ามีความสัมพันธ์อะไรกับไคกันแน่ ร่างสูงโปร่งยิ้มนำ ก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้ ไปกันได้แล้วล่ะ.. เอ่อ.. ไคลำบากใจ แล้วนั่นใครเหรอ คาสึยะถามขึ้นอย่างสงสัย คุณอามาซายูกิ.. ไม่เหมือนกันเลยนะ คาสึยะพูดตามความรู้สึก แต่ก็ทำให้ร่างสูงชักสีหน้าได้อย่างง่ายดาย ไคอยากที่จะร้องขอความช่วยเหลือ ..จากร่างนั้น แต่เขาก็ไม่อาจที่จะทำความเดือดร้อนให้กับพวกคุณกายมากไปกว่านี้ได้ เพียงแค่นี้.. ..เดี๋ยวเราจะกลับกับคุณอา เหรอ นายมีอะไรหรือเปล่า ไค..ไม่มีคำตอบจากปากบาง นอกจากกริยาเม้มปากแน่น ไม่มีหรอก ขอบใจนะ คาสึยะ ฝากลานาโอกิกับคุณริวอิจิด้วย ..ได้ ..เดินทางระวังนะ ใบหน้ายิ้มแย้มนั้นไม่ได้ทำให้คาสึยะวางใจเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งเป็นห่วงมากขึ้นไปอีก แม้ว่าส่วนหนึ่งคาสึยะจะห่วง แต่ในเมื่อไคบอกว่าเป็นคนในครอบครัว เขาก็ไม่สามารถที่จะเข้าไปก้าวก่ายได้ เพราะอย่างน้อยไคก็ยังมีคนที่เป็นห่วง ..ผิดกับเขาโดยสิ้นเชิง ร่างสูงโปร่งไล่เลี่ยกัน เดินออกไปพร้อมกับร่างสูงที่ยังประคับประคองกันอย่างไม่ยอมห่างนั้น ทำให้คาสึยะต้องสะท้อนในหัวอก สิ่งที่เรียกว่าครอบครัวและคนที่คอยห่วงใย ความผูกพันธ์กันทางสายเลือด เป็นสิ่งที่เขาต้องการถวิลหามากเพียงไร แต่ก็ไม่มีทางได้มา ไม่มีทางที่จะไขว่คว้ามาได้ ร่างสูงโปร่งทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาอีกครั้ง เมื่อประตูห้องได้ปิดลงกั้นทุกสิ่งทุกอย่างให้จมอยู่กับความเงียบ สิ่งที่เขาและไคต้องการแตกต่างกันอย่างมากมาย แม้ว่าจะต้องการในสิ่งเดียวกัน ไคมีครอบครัวและสิ่งที่ต้องการอยากได้ก็กองอยู่แทบเท้า ไม่ต้องดิ้นรนตะเกียกตะกายหา ผิดกับเขา แม้ว่าต้องการก็ต้องดิ้นรนต่อสู้เพื่อให้ได้สิ่งที่ต้องการมาเป็นของตัวเอง อยากจะหัวเราะในโชคชะตา ของตัวเองนัก ..ไม่รู้ว่าวันใดของเขา จะไม่มีเมฆหมอกเข้ามาบดบังดวงอาทิตย์ที่ส่องประกายจ้า เหมือนดังเช่นที่นาโอกิได้พบ ค้นพบสิ่งสำคัญของตัวเอง และพร้อมที่จะถนอมรักษามันไว้ เขาไม่ต้องการดวงตะวันที่จ้าจัด เพียงแค่ต้องการดวงตะวันที่ทอแสงให้ความสว่างเขาให้เดินได้อย่างไม่สะดุดหกล้มก็เพียงพอ อาจจะเป็นดวงตะวันยามเช้า หรือว่ายามเย็นที่ทอประกายแห่งความเอื้ออาทรมายังเขา เพื่อให้เขารู้ว่าตัวของเขาเองนั้นยังมีชีวิตและมีตัวตนอยู่ตรงนี้.. ไม่ใช่ความว่างเปล่า ไม่เป็นเพียงความมืดมิด ไม่เป็นเส้นทางที่ทอดยาวอย่างไม่รู้จุดหมายปลายทาง มีทั้งจุดเริ่มต้นและสิ้นสุด และขอเพียงมือคู่หนึ่ง ซึ่งจะเป็นใครก็ได้ รอรับเขาอยู่ ณ ที่ปลายเส้นทางนั้น @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ กาย ชไนเดอร์ ก้มมองร่างบางที่ทอดสายตามองตามร่างของใครอีกคนขึ้นรถไปอย่างไม่พอใจ ดวงตาคมกล้าทอประกาย ก่อนที่จะกลับคืนสู่ความเย็นชา เมื่อใบหน้าสวยหันกลับมามองเขาอีกครั้ง พร้อมกับถอนใจยาวอย่างหนักอก ซึ่งเป็นกริยาที่เขาไม่ได้เห็นบ่อยนัก ..เป็นอะไรไป นาโอกิ เป็นห่วงไคนิดหน่อยครับ คุณกาย ทำไมร่างสูงขมวดคิ้วยุ่งอย่างไม่เข้าใจ ผมรู้สึกว่า ..ไม่รู้สิ ผมเองก็ไม่เข้าใจ ว่าทำไมคุณอาของไคน่ะ ถึงได้เข้มงวดกับเขาอย่างนั้น กลัวจะเป็นอันตรายน่ะสิ แต่ก็ไม่น่าถึงกับ ไม่ให้ออกไปไหนเลยนี่ครับ ดูอย่างออกมาวันนี้สิ .. ไคคงจะมีความสำคัญต่อบ้านนั้นเป็นอย่างมากกระมัง สำคัญ ครับ ผมเข้าใจ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องถูกจำกัดในหลายๆด้านอย่างนี้นี่ครับ อ้าว ..ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะ ก็..ดูคุณโซอิจิโร่สิครับ ยังอยากให้ไค ได้ออกมาเรียนรู้โลกบ้าง ในขณะที่คุณมาซายูกิ ได้แต่เก็บเขาไว้ในบ้าน ฮิคารุเสียอีก ยังได้ออกไปไหนมาไหนมากกว่าไค คุณมาซายูกิ ยังแลเป็นห่วงเป็นใยมากเสียกว่า ..คิดอย่างนั้น ผมก็อยากคิดอย่างนั้น แล้วยังไง ผมไม่ใช่เด็กอย่างที่คุณกายคิดนะครับ รู้แล้ว ว่าไม่ใช่เด็ก ..ถึงอยากรู้ไงว่านาโอกิคิดยังไง ผมไม่บอกหรอก เพราะผมคิดว่า คุณกายก็คงจะคิดอย่างเดียวกับผมนั่นแหละ ผมต้องการเวลาที่จะพิสูจน์ความมั่นใจให้มากกว่านี้ โตขึ้นมากเชียวนะ นาโอกิ ช่วงเวลาที่เราห่างกันแค่ 3 เดือน ผมอยากโตให้ทันคุณกาย ผมอยากอยู่เคียงข้างคุณกาย จะเป็นอะไรก็ได้ ให้ผมได้อยู่ข้างๆ ผมไม่อยากที่จะห่างจากคุณกายอีกแล้ว ..เราจะไม่ห่างจากกันอีก นาโอกิ สัญญานะครับ สัญญา คุณกายต้องกลับไปอีกหรือเปล่าครับ ไม่แล้วล่ะ ยกเว้นแต่ ครับ นาโอกิไม่ต้องการอีกแล้ว ไม่ต้องการให้ กาย ชไนเดอร์คนนี้อยู่เคียงข้าง ทำไมพูดอย่างนั้นล่ะครับ คุณกายก็รู้ว่าจะไม่มีวันนั้น นาโอกิอายุยังน้อยนัก ในวันข้างหน้ายังต้องได้พบเจอกับใครอีกมากมาย อาจจะมีใครสักคนที่สามารถทำให้นาโอกิหันไปมอง และต้องการเขาได้ ผมรักคุณกายครับ และผมจะไม่มีวันเปลี่ยน ในวันนี้คุณกายอาจจะมองว่าผมยังเด็ก แต่เวลาเท่านั้นครับที่จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความรู้สึกที่ผมมีต่อคุณกาย ..เด็กดี.. ผมจะอยู่เคียงข้างคุณกาย จนวาระสุดท้ายของชีวิตผม ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็จะไม่มีวันจากไปไหน สิ่งนี้เท่านั้นที่ผมอยากให้คุณกายเชื่อผม ดวงตาของนาโอกิแน่วแน่ สบกับดวงตาที่แสนจะเย็นชานั้นไม่ยอมหลบ สิ่งที่เขารัก สิ่งที่เขาต้องการนาโอกิต้องไขว่คว้ามาให้ได้ แม้ว่าเขาจะต้องพบกับความเจ็บปวดมากมายเพียงใดก็ตาม นาโอกิสาบานกับตัวเอง และสิ่งที่สำคัญที่สุด เขาไม่มีวันที่จะปล่อยให้คุณกายเป็นของใคร ..คุณกายจะต้องเป็นของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น จะรอดูวันนั้นนะเด็กดี ร่างสูงพูดเสียงแผ่ว ก่อนที่จะก้มลงจูบที่หน้าผากของนาโอกิแผ่วเบา ด้วยความรักอันท่วมท้นหัวใจ ในชีวิตของเขา กาย ชไนเดอร์ ไม่เคยรักและต้องการใคร แม้ว่าจะมีใครอยู่เคียงข้างมากมายเท่าใดก็ตาม เขาไม่เคยที่จะต้องเดินตามใคร ทุกคนจะต้องเป็นฝ่ายวิ่งตามหาเขา แต่กับนาโอกิ ไม่ใช่ เขาต้องเป็นฝ่ายที่ตะเกียกตะกายกลับมาหา ไม่ว่าตัวของเขาจะอยู่ห่างไกลเพียงใด แต่หัวใจของเขาฝากไว้ที่ร่างเล็กที่ไม่เดียงสานี่ ต่อให้อยู่คนละซีกโลก หัวใจของเขาก็ร่ำร้องที่จะกลับมาที่นี่เท่านั้น เมื่อหัวใจของเขาอยู่ที่นี่ ร่างกายของเขาก็ไม่ต้องการใคร นอกจากร่างเล็ก ตรงหน้านี้เท่านั้น ช่วงเวลาที่จากกันเป็นเครื่องพิสูจน์ได้ดีถึงความรู้สึกของเขา รู้บ้างหรือเปล่า ว่าหัวใจของเขาได้วางไว้แทบเท้าของนาโอกิตั้งแต่วันนั้นแล้ว หัวใจของเขาที่ไม่เคยยอมสยบให้กับใคร กลับต้องมาตกอยู่ในอุ้งมือของเด็กตัวเล็กที่ยังไม่ประสานี้ เด็กที่นับวันจะต้องเติบโตขึ้น พบผู้คนหลากหลายมากมาย และในวันนั้น อาจจะรู้หัวใจของตัวเองว่าต้องการอะไร ต้องการใคร อาจจะเป็นใครก็ได้ ที่ไม่ใช่เขา เป็นคนอื่นที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของนาโอกิ นาโอกิอาจจะเข้าใจหัวใจของตัวเองในวันนั้นได้ดีกว่าวันนี้ ว่าสิ่งที่มีให้กับเขาคือความเทิดทูน คือบุญคุณที่จะต้องทดแทน ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่เขาไม่ต้องการ สิ่งที่เขาต้องการคือความรักจากร่างเล็กนี่เท่านั้น ความรักที่เขามอบให้ไป และอยากที่จะได้รับกลับคืนมาอย่างเท่าเทียมกัน กว่าจะถึงวันนั้น เวลาที่ผ่าน คือความไม่แน่นอนต่อความรู้สึกที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าเป็นอย่างนั้น หัวใจของเขาอาจจะต้องแหลกสลาย กาย ชไนเดอร์อาจจะไม่สามารถลุกขึ้นยืนได้อย่างวันนี้อย่างแน่นอน นาโอกิเป็นคนแรกที่เขาคิดจะรัก เป็นคนแรกที่เขาวางหัวใจไว้ให้ โดยที่เจ้าตัวไม่มีวันรู้เลย ..คุณกายเป็นอะไรไปหรือครับ ครับ??? ไม่มีอะไรหรอก แค่เหนื่อยนิดหน่อย.. ร่างสูงตอบ เมื่อร่างเล็กนั้นโน้มตัวจ้องหน้าเขาเป๋งอย่างเป็นห่วงแกมสงสัย เมื่อเห็นว่าเขาพูดอะไรก็แลจะไม่เข้าหูของอีกฝ่ายเอาเสียเลย ปล่อยให้เขาพูดจ้อยอยู่คนเดียวก็ได้ งั้นรีบกลับดีกว่า คุณกายจะได้รีบพักผ่อน ก็ดี กลับบ้านของเรานะ นาโอกิ ร่างสูงพูดเสียงเบา เมื่อเอนร่างของตัวเองพิงร่างเล็กที่นั่งอยู่แนบชิด อ้อมแขนของเขากอดร่างเล็กนั้นไว้อย่างหวงแหน หลับตาลงเพื่อซ่อนประกายตาหม่น ที่ไม่เคยเกิดขึ้นเลย เขาไม่อยากที่จะให้นาโอกิได้รู้ เขาไม่อยากให้นาโอกิเห็นความอ่อนแอของเขา ครับ.คุณกาย @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ริวอิจิวิ่งเข้าไปหาร่างสูงโปร่งที่ล้มลงไปอย่างตกใจหลังจากที่ได้ยินเสียงของลิซ่าร้องออกมาด้วยเสียงอันดัง ความมืดทำให้เขาเห็นอะไรไม่ถนัดนัก เห็นแต่เพียงร่างสูงของใครบางคนวิ่งหายลับไปกับแนวของต้นไม้ พร้อมกับร่างของคาสึยะที่ล้มลงกองกับพื้น ส่วนลิซ่านั่งกองกับพื้นในลักษณะของการถูกเหวี่ยงอย่างแรง หัวใจของเขาหล่นวูบ เมื่อเห็นว่าคาสึยะแน่นิ่งไปอย่างนั้น !!!! เกิดอะไรขึ้น .. ไม่มีคำตอบ นอกจากใบหน้าที่ซีดเผือดของใบหน้าสวยที่จ้องมองไปยังร่างโปร่ง ริวอิจิรีบเข้าไปประคอง เขาจึงได้รู้ เลือดของคาสึยะ ไหลกองกับพื้นเป็นวงกว้าง และร่างในอ้อมแขนของเขาก็ลืมตาขึ้นมามองเขาอย่างยากลำบาก ..คุณ..ลิซ่า. ..ว่าอะไรนะ ริวอิจิฟังไม่ถนัด เพราะมัวแต่กดโทรศัพท์เรียกรถพยาบาล มันจะพาคุณลิซ่าไป .. ลิซ่าอยู่ที่นี่.. มันบังคับเธอ ..ทำ..ทำร้ายเธอ คาสึยะพูดกระท่อนกระแท่น มือข้างหนึ่งกำแขนเสื้อของเขาแน่น รู้แล้ว แต่ลิซ่าไม่เป็นไร ..เธอกำลังกลัว เลือดไหลออกจากบาดแผลของคาสึยะไม่หยุด ใบหน้าของร่างนั้นเผือดลงเรื่อยๆ และคนก็เริ่มเข้ามามุงมากขึ้น ริวอิจิหันไปมองร่างบางที่บอร์ดี้การ์ดของเขาเข้าไปอารักขา ประคองขึ้นมา ก่อนที่จะพาเลี่ยงออกไปจากบริเวณนั้น พร้อมกับที่เขาได้ยินเสียงไซเลนของรถพยาบาลที่แล่นเข้ามา ..อย่าพูดมากน่า เจ้าเด็กบ้า เธอต่างหากที่จะแย่ ผม..ไม่เป็นไร แต่เธอ.. ดวงตาของคาสึยะหรี่ปรือก่อนที่จะหลับลง อย่างเจ็บปวด เมื่อตัวเองถูกหามขึ้นรถพยาบาล ใบหน้าเผือดขาวทำให้ริวอิจิต้องมองอย่างเป็นห่วง เขาไม่กล้าที่จะดูบาดแผลให้ เพราะเห็นว่าเลือดไหลออกมามาก อีกทั้งการขยับอาจจะทำให้คาสึยะกระทบกระเทือนมากขึ้น ดูแลลิซ่าด้วย เขาหันไปสั่งบอร์ดี้การ์ดที่ยืนอยู่ข้างหลัง ก่อนที่จะก้มลงมองตัวเองที่เสื้อเลอะเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดของคาสึยะ เขากำมือแน่น ..ตามมันไป คงยังไปไม่ได้ไกล ริวอิจิชี้ไปยังเส้นทางที่คนร้ายลับหายไป บอร์ดี้การ์ดอีก 2 คนจึงตามไปอย่างรวดเร็ว ร่างสูงคุมสติได้เป็นอย่างดี เมื่อหันไปมองยังแขกเหรื่อที่รุมดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสนใจ ใบหน้าเรียบเฉย เมื่อกล่าวคำพูดเพียงไม่กี่คำแก่ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ เชิญกลับเข้าไปสนุกข้างในกันต่อได้แล้วครับ ไม่มีอะไรแล้ว นั่นแหละ แขกเหรื่อที่มาในงานนั้นจึงค่อยทยอยจากในสวนเข้าไปยังห้องโถงใหญ่ที่ใช้เป็นที่จัดงานต้อนรับคุณกาย ชไนเดอร์ ในวันนี้ ริวอิจิมองมือของตัวเองที่เปื้อนไปด้วยเลือดของคาสึยะ ก่อนที่จะหันกลับไปมองที่ที่ร่างโปร่งนั้นนอนกองอยู่ คาสึยะไม่ใช่คนที่จะเพลี่ยงพล้ำกับเหตุการณ์อย่างนี้ได้ เกิดอะไรขึ้น.. คุณริวอิจิจะไปไหนครับ ไปโรงพยาบาล แล้วงานล่ะครับ ให้ เงา จัดการก็แล้วกัน ครับ บอร์ดี้การ์ดรับคำก่อนที่จะหันหลังกลับ ทิ้งให้ร่างสูงยืนนิ่งอยู่ที่นั่นเพียงลำพัง สักพัก ริวอิจิก็ก้าวออกจากที่นั่น หายลับไปกับความมืดยามราตรี ทิ้งความสนุกสนานไว้เบื้องหลัง มุ่งหน้าไปยังโรงพยาบาลด้วยความเป็นห่วงบุคคลที่อยู่ระหว่างความเป็นความตายนั้น ไม่สนใจสักนิด กับร่างบอบบางที่อยู่ในความคุ้มครองของบอร์ดี้การ์ด ไม่คิดถึงแม้สักนิดกับร่างบางที่กำลังนั่งสั่นสะท้านด้วยความกลัวอยู่ในห้องแต่เพียงลำพัง ใจของเขากระหวัดไปถึงแต่เพียงร่างสูงโปร่งที่มักจะสร้างปัญหาให้กับเขาได้ไม่เว้นแต่ละวัน ใจของเขากระตุกเมื่อเห็นว่าดวงตาคู่นั้นหลับลง กลัวเหลือเกินว่าดวงตาคู่นั้นจะไม่ลืมกลับมาอีกครั้ง ซึ่งเป็นเรื่องที่ร่างสูงไม่ได้คิดสักนิด เขาน่าจะเป็นห่วงร่างบอบบางของคนรัก แทนที่จะ.. ใช่???แทนที่จะเป็นห่วงเด็กเจ้าปัญหานั่น เขาไม่ใส่ใจ ..และไม่คิดจะใส่ใจสักนิด แต่ร่างบอบบางที่นั่งอยู่ในห้องแต่เพียงลำพังนั้น กำลังคิด กำลังไตร่ตรองถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น เมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านพ้นไป ทำไม ..ทำไมคนรักของเธอจึงไม่เข้ามาปลุกปลอบเธอในยามที่เธอกำลังขวัญเสียอย่างนี้ กลับไปห่วงเด็กที่เป็นคู่อริ เด็กที่ไม่เคยลงรอยกันคนนั้น เขาน่าที่จะมาอยู่เคียงข้างเธอ แทนที่จะหายไปอย่างนี้ เป็นเพราะอะไรกัน.. เพราะอะไรกันคะ???? ริวอิจิ คุณน่าที่จะมาอยู่ตรงนี้ แล้วตอนนี้คุณไปอยู่ที่ไหน?? อยู่ที่ไหนคะ .. @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ เขาเป็นยังไงบ้างครับ คุณหมอ ริวอิจิก้าวเข้าไปถามทันทีที่หมอออกมาจากห้องผ่าตัด เขารออยู่ที่หน้าห้องผ่าตัดนานนับชั่วโมง ด้วยความเป็นห่วง แต่ละวินาทีที่ผ่านไปนั้นเขาได้แต่ภาวนา ต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ปลอดภัยแล้วล่ะครับ โชคดีที่กระสุนไม่ถูกที่สำคัญ เพียงแต่เขาเสียเลือดไปมากเท่านั้น ริวอิจิถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ถ้าเกิดว่าคาสึยะเป็นอะไรไป เขาจะตอบกับนาโอกิว่ายังไง และที่สำคัญ เขาจะ.. ขอบคุณมากครับคุณหมอ ไม่เป็นไรครับ แล้วผมจะเข้าไปเยี่ยมเขาได้ไหม เป็นอะไรกับเขาหรือครับ .. ผมเป็นผู้ปกครองของเขา ครับ ก็ได้ ..อีกประเดี๋ยวก็จะย้ายเขาไปห้องธรรมดาแล้ว ยังไงคุณไปทำความสะอาดตัวหน่อยดีกว่า แพทย์สูงวัยเตือนเขายิ้มๆ เมื่อเห็นสภาพของเขา ริวอิจิมาโรงพยาบาลทั้งอย่างนั้น ไม่ได้ทำความสะอาดหรือว่าเปลี่ยนแปลงตัวเองเลยแม้สักนิด ร่างสูงได้แต่ยิ้มแหยเมื่อนึกสภาพของตัวเองออก เขาเพียงแต่อยากรู้เท่านั้นว่าคาสึยะเป็นอย่างไร ไม่ได้คิดอะไรเลย.. ขอบคุณครับ ริวอิจิพูด เมื่อก้าวเข้าห้องน้ำพร้อมกับเสื้อผ้าเปลี่ยนที่ทางโรงพยาบาลเตรียมไว้ให้ ซึ่งก็เป็นชุดที่ผู้ป่วยใส่กันนั่นแหละ เมื่อเขาก้าวออกมาก็พบพยาบาลยืนรออยู่แล้ว และก็ก้าวนำเขาไปในทันทีซึ่งริวอิจิเองก็ก้าวตามไปอย่างรวดเร็ว เขาเองก็อยากเห็นร่างสูงโปร่งนั้น อยากเห็นให้รู้ได้แน่ชัดว่า คาสึยะไม่เป็นอะไร..เด็กนั่น จะต้องไม่เป็นอะไร . ห้องนี้ค่ะ พยาบาลบอกกับเขาก่อนที่จะเดินเลี่ยงไปปล่อยเขาทิ้งไว้หน้าห้องนั้น ริวอิจิเปิดประตูก้าวเข้าไปทันที ร่างของคาสึยะนอนนิ่งไม่ไหวติงอยู่บนเตียง มีเครื่องช่วยหายใจ และสายอะไรระโยงระยางไปหมด นี่น่ะหรือที่ว่าไม่เป็นอะไร .. ไม่จริงเลย ..คาสึยะ.. ริวอิจิกระซิบเรียกที่ข้างหู แต่ร่างนั้นก็นอนนิ่งไม่ไหวติง มือใหญ่ของเขาลูบไปที่เส้นผมนุ่มนั้นอย่างสงสาร และรู้สึกเจ็บปวดไปถึงขั้วหัวใจ ซึ่งเขาก็ไม่เข้าใจว่าตัวของเขาเองเป็นอะไร ทำไมเขาถึงได้รู้สึกอย่างนี้กับเด็ก อีกทั้งยังเป็นผู้ชายเสียด้วย ความรู้สึกที่เกิดขึ้น..ริวอิจิปัดไปเป็นเพียงความรับผิดชอบ เพราะว่าคาสึยะปกป้องคนรักของเขา ปกป้องคนสำคัญของเขาไม่ให้ได้รับบาดเจ็บ ..ทำให้เขาต้องมีความรู้สึกอย่างนี้ ..ไม่เป็นไรแล้วนะ เด็กดี.. ร่างสูงก้มลงจูบหน้าผากของร่างเล็กกว่าด้วยความรู้สึกที่มาจากหัวใจ โดยที่ตัวของเขาเองไม่มีวันได้รู้ และไม่คิดว่าตัวเองจะยอมรับได้เช่นกัน ริวอิจิทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง ก่อนที่จะยกมือที่หยาบกระด้างเพราะการทำงานหนักมาตลอดชีวิตของคาสึยะขึ้นมาจุมพิตที่กลางฝ่ามือ และคงนิ่งนานอยู่อย่างนั้น ถ้าเสียงโทรศัพท์มือถือไม่ดังขึ้นเสียก่อน ใจหนึ่งเขาไม่อยากที่จะรับ ..แต่ด้วยเบอร์ที่ปรากฎทำให้เขาเมินเฉยไม่ได้ ว่ายังไง ได้ตัวแล้วครับ ดี .. จะให้ทำยังไงต่อครับ พามันไปห้องทำงาน จะสอบมันเอง เขาพูดเสียง***ม ไม่ว่าใครก็ตามที่มาแตะต้องของของเขา แม้จะเป็นริ้วรอยเพียงนิด ริวอิจิไม่มีทางยอม ไม่มีทางที่จะปล่อยให้มันผ่านไปง่ายๆ แน่นอน รับทราบครับ แม้ปลายสายจะวางไปนานแล้ว แต่คาสึยะก็ยังจ้องมองโทรศัพท์นิ่งด้วยดวงตาแข็งกร้าว เขาในยามนี้ ไม่มีใครที่จะได้เห็นบ่อยนัก ไม่มีใครที่สามารถทำให้เขาเป็นอย่างนี้ได้นอกจาก แม่ กับ..กับใคร ลิซ่า หรือว่าคาสึยะ ร่างสูงนิ่งคิดอย่างสับสน ใครกันแน่ที่สามารถทำให้เขาเป็นอย่างนี้ได้ ระหว่างลิซ่า กับคาสึยะ?? เวลานานเท่าไรไม่รู้ที่เขาเฝ้าครุ่นคิด ?? เป็นคำถามที่เขาไม่อาจที่จะตอบได้ในเวลานี้ .. ..ครับ เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นคนที่เขากำลังคิดถึง คุณเป็นยังไงบ้าง เขาถามไปอย่างเป็นห่วง เมื่อนึกขึ้นมาได้ และปลายสายก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงอ่อนๆ ไม่เป็นไรแล้วค่ะ ดีแล้ว อยู่คนเดียวได้หรือเปล่า .. จะให้คนของผมไปส่งคุณที่อพาทเม้นแล้วกัน แล้วคุณล่ะคะ ผมคงอยู่ที่โรงพยาบาลอีกสักพัก คาสึยะเป็นยังไงบ้างคะ ผ่าตัดเรียบร้อยแล้ว ดีจัง..ลิซ่าก็ยังเป็นห่วงอยู่ เด็กดวงแข็งอย่างนี้ ไม่เป็นไรง่ายๆหรอก ลิซ่า เขาพยายามที่จะทำให้คนที่อยู่ปลายสายไม่ต้องเป็นห่วงอะไรมาก เมื่อมือของเขาไล้ไปตามใบหน้าสวยที่ซีดเผือดนั้นอย่างเป็นห่วง จะมาหาลิซ่าหรือเปล่าคะ ลิซ่าถามด้วยความหวัง อย่างน้อย ริวอิจิน่าจะมาปลอบประทับรับขวัญเธอบ้างในเวลาแบบนี้ ไม่ใช่ทิ้งเธอไว้กับคนของเขาแต่เพียงอย่างเดียว ..ไว้พรุ่งนี้ก็แล้วกัน ลิซ่า ดึกแล้วคุณจะได้พักผ่อนด้วย ผมจะให้คนของผมเฝ้าที่หน้าห้องของคุณ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ คำตอบของเขาทำให้ปลายสายอึ้งไปพักก่อนที่จะรับออกมาอย่างแผ่วเบา แต่คาสึยะก็ไม่ได้สนใจมากไปกว่าร่างที่ขยับพลิกตัวตรงหน้า แค่นี้ก่อนนะ ลิซ่า.. ริวอิจิไม่มีวันได้รู้เลยว่าร่างบอบบางนั้นวางสายลงด้วยดวงตาที่วาววับ เด็ดเดี่ยวและไม่บ่งบอกว่าจะยอมแพ้เสียด้วย เมื่อเริ่มรับรู้ถึงส่วนที่เปลี่ยนแปลงไปของชายคนรัก ..เป็นยังไงบ้าง คาสึยะ ดวงตาที่หรี่ปรือนั้น ทำให้ริวอิจิต้องถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก เจ็บ ร่างที่นอนอยู่นั้นครางออกมาเมื่อพยายามที่จะขยับตัว บ้า..นอนนิ่งๆสิ ใคร..คุณริวอิจิ??? ใช่ .. ดี..จัง อย่าไปไหนนะครับ ..อยู่ข้างๆ จนกว่าผมจะหลับ ..ผมกลัว ร่างบางพึมพำออกมาอีกครั้ง ก่อนที่ดวงตาที่หรี่ปรือนั้นจะหลับลงอีกครั้ง ไม่ต้องกลัว คาสึยะ ..จะอยู่ข้างๆนี่แหละ ไม่ไปไหนหรอก มือเล็กหยาบกระด้างนั้นกุมมือใหญ่ไม่ยอมคลายแม้ว่าจะเข้าสู่ห้วงนิทราแล้วก็ตาม และก็จะเป็นคนแรกที่เธอจะเห็นด้วย เจ้าเด็กจอมยุ่ง.. ริวอิจิพูดอย่างอ่อนโยน เมื่อเฝ้ามองร่างบางที่เข้าสู่นิทรานั้นด้วยความรู้สึกโล่งอก ดีใจเหลือเหลือเกินที่ดวงตานั้นลืมขึ้นมาอีกครั้ง ดีใจเหลือเกินที่เขาได้ยินเสียงของร่างเล็กนี่อีกครั้ง @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ tan 06/09/2003 จาก : tan - 11/04/2004 18:28 |
|
ข้อความ : กรี๊ด.........กรี๊ด...........( ตูบ้าไปแย้ว )
ในที่สุด..............................................( เว่อร์ปาย ) วันที่รอคอยก็มาถึง.............. จุ๊บ.....ซ้าย......จุ๊บ.....ขวา...ท่าน tan ( โดยท่าน tan ถีบแน่เยย) ขอบพระคุณมากนะเจ้า.............. ปล.... อย่าหายปายนานอีกนะ....ข้อร้อง...... จาก : ^^^wawa^^^ - - anisa.ja@chaiyo.com - 11/04/2004 20:16 |
|
ข้อความ : เย้ๆๆๆ มสต่อแล้ว สนุกมากเลย ไค จาเป็นรายมั๊ยเนี่ย จาก : hem - 11/04/2004 22:49 |
|
ข้อความ : นาโอกิพูดจาน่ารักอย่างนี้คุณกายไปไหนไม่รอดแล้วหละ ชอบๆ น่ารักจริงๆ เลย ว่าแต่คู่คาสึยะนี่ซิกำลังน่าลุ้นเลย ริวอิจิเข้าโหมดสับสนแล้วด้วย จาก : siva - 12/04/2004 15:42 |
|
ข้อความ : เหอ ๆ ๆ ๆ .... ในที่สุดคู่ที่เฝ้ารอก็เริ่มเปล่งประกายความหวังวิบ ๆ ... น่ากลัวก็นังหนูลิซ่านี่ล่ะ ... อย่าหึงหน้ามืดตามัวนักล่ะ ...
จาก : sen - 12/04/2004 17:17 |
|
ข้อความ : มาโพสช้าปายหน่อย....
ทามมายไม่ค่อยมีบทของ ไค กับ คุณอา จายร้ายเลยอ่ะ กีชอบคู่นี้มักๆๆ เลย..........ตอนหน้าขอคู่นี้นะ ตอนแรกๆๆก็งง เขียนไคว่า ร่างสูง ตอนนี้มาร่างบาง มาต่อไวไวนะคร๊าบ..................................................... จาก : กีต้าร์ - - Lucifer821@hotmail.com - 12/04/2004 19:49 |
|
ข้อความ : ช้าอีกตามเคยนะเรา
ไปเที่ยวมา ( ไปเล่นน้ำที่พระประแดง เปียกหมดเลยอ่ะ) กลับบ้าน เปิดคอม เข้าเน็ต เข้าเวบไค อ่านนิยาย เม้น tan กลับมาแล้ว ตอนหน้าขอเร็วๆหน่อยได้ป่ะ จาก : pook - 13/04/2004 19:15 |
|
ข้อความ : ชอบเรื่องนี้มากๆค่า มาต่ออีกน้า จาก : JJ - 13/04/2004 23:12 |
|
ข้อความ : ^.^/ มาอีกเยอะๆนะ คิดถึง จาก : meeba - 16/04/2004 12:23 |
|
ข้อความ : กรี๊ดดดดดดดดดดด คิดถึงมากค่ะ ในที่สุดก็ได้อ่าน ชัดเริ่มมันส์ขึ้นอีกแล้วนะคะ มาต่อเร็วๆๆ นะ ปล. รู้สึกมันงงอะ ตรงช่วงคุณอามาต้องเป็นไค ไม่ใช่หรือค่ะ แต่ท่านพิมพ์เป็นคาสึยะนะ จาก : sushi - 17/04/2004 22:10 |
|
ข้อความ : love it ka....please post the next chapter as soon as possible naka........love you ka....khun tan จาก : little pig - 19/09/2004 00:13 |
|
ข้อความ : น่ารักมากๆๆๆๆ ชอบสุดๆๆ มาต่อเร็วๆ นะ จาก : จันทร์เจ้าขา - 23/01/2005 15:05 |
|
ข้อความ : น่ารักมาก มาต่อเร็วๆ นะคะ จาก : จันทร์เจ้าขา - 24/01/2005 20:19 |
|
ข้อความ : คาสึยะหลับตาลงเมื่อเห็นว่าประตูปิดลงแล้ว เขานั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปตามเรื่อง ก่อนที่จะได้ยินเสียงประตูเปิดขึ้นมาอีกครั้ง
..ไปหรือยัง คาสึยะ?? .. ไม่มีเสียงตอบกลับมา คาสึยะจึงต้องลืมตาขึ้นมามองอย่างรวดเร็วด้วยความสงสัย ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้า ทำให้เขาต้องเม้มปากแน่น ก่อนที่จะลุกขึ้นจากที่นั่งอย่างรวดเร็ว คนที่เขาไม่อยากพบที่สุด พอๆกับ.. จะไปไหน มาซายูกิถามเสียงเข้ม เมื่อร่างบางนั้นพยายามที่จะเดินหนีเขา ปล่อยผม.. คาสึยะดิ้น เพราะอ้อมแขนแข็งแรงรั้งเขาเข้าไปแนบกับอก ไม่ยอมปล่อย ร่างเล็กแนบไปกับร่างสูงเกือบจะทุกส่วน เพราะความไม่ระวัง -------------------------------------------------------------------------- ช่วงนี้พิมพ์ชื่อสลับกันอะป่าวค่ะ อ่านแย้ว งง ๆ เห็นสลับชื่อหลายตอนเหมือนกาน... นุกมากเลยค่ะ มาต่อไว้ๆนะค่ะ time ด้วยค่ะ^^ จาก : P` - 05/05/2005 17:08 |
|
ข้อความ : มาให้กำลังใจคะ เขียนสนุกคะ จาก : subaru - 27/10/2005 13:46 |