|
หัวข้อ : Time 4 ข้อความ : Time 4 อากิระยกมือขึ้นลูบหน้าอย่างอ่อนเพลีย เมื่อคืนนี้เขานั่งคิดอะไรเสียจนดึก เช้านี้เขาเลยมีอาการไม่ค่อยดีเท่า ไหร่นัก ดีไม่ดี เขาอาจจะเป็นไข้ก็ได้ ร่างเล็กบอบบางลุกขึ้นมองนาฬิกา อีก 10 นาทีก็จะ 7 โมงเช้า เขามีเวลาอีก 1.30 ที่จะไปถึงโรงแรมที่พักของมานูเอล สุดท้ายแล้วสินะ อากิระคิดในใจอย่างเหนื่อยอ่อน เช้านี้แทนที่จะเป็นเช้าที่น่าสดใสสำหรับเขา กลับกลายเป็นเช้าที่มืดหม่นไปได้ในพริบตา เอ้า ลุกขึ้นได้แล้ว อากิระบอกกับตัวเอง พลางลุกจากเตียงเดินไปยังตู้เสื้อผ้าหยิบชุดทำงานออกมาแขวนไว้ที่หน้าตู้หันไปคว้าเสื้อคลุม และผ้าขนหนูเดินเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว สายน้ำเย็นๆ จากฝักบัวทำให้เขาสดชื่นขึ้นมาก ความอ่อนเพลียที่ยังคงเกาะกุมในจิตใจ มลายหายไปกว่าครึ่ง อย่างน้อย เขาก็มีความพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับปัญหาในวันนี้ล่ะน่า อากิระเช็ดน้ำที่ใบหน้าพลางจ้องมองร่างของตัวเองในกระจก ไม่ได้เปลี่ยนไปจากเมื่อ 10 ปีที่แล้วเลยนอกจากความสูงที่เพิ่มขึ้นอีกนิดหน่อย และผอมลง นอกเหนือจากนั้นก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย ตี้ด..ดดดด เสียงโทรศัพท์มือถือของเขาที่ดังขึ้นปลุกอากิระให้ตื่นจากภวังค์ความคิดอันสับสน อ้อ..หัวหน้านี่เอง มีอะไรหรือเปล่านะ .. ครับ อากิระกรอกเสียงลงไป ..หัวหน้าหรือครับ.. ทางนี้ ครับ ไม่มีปัญหา ครับ วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว ไม่ต้องห่วงครับ ..ผมจะทำให้ดีที่สุด.. อากิระหัวเราะเบาๆ ผ่านสายไป เมื่อได้ยินเสียงของทาโมสึเอะอะอยู่ข้างๆ ว่าไงเจ้าตัวแสบ ..ทำอะไรให้หัวหน้าเป็นห่วงอีกหรือเปล่า ..หรือว่าป่วนหัวหน้าจนทำงานไม่ได้กัน คำล้อของเขาทำให้อีกฝ่ายเงียบกริบ ผิดวิสัยของทาโมสึ ..ใครว่าล่ะ..อีกฝ่ายบ่นอุบอิบผ่านสายโทรศัพท์มา บางอย่างทำให้อากิระเอะใจ ก่อนที่จะเงียบ และวางสายไปในที่สุด เมื่ออีกฝ่ายคุยอะไรมาอีก 2 - 3 คำ พอเป็นมารยาท และเขาก็ไม่เซ้าซี้ถามให้อีกฝ่ายกระดากใจ เรื่องอย่างนี้ มันเป็นเรื่องของคนสองคนเท่านั้น คนอื่นอย่างเขาไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วยได้ อากิระสลัดความคิด เมื่อแต่งตัวเรียบร้อย เขาคว้ากระเป๋าเอกสารและกุญแจห้อง เดินออกไป โดยที่ไม่แตะต้องอาหารเช้าสักคำ เพราะถึงยังไงเขาก็กินไม่รู้รสอยู่แล้ว @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ทำไม..ไม่บอกอากิระไปล่ะ..ร่างสูงที่เกยคางกับร่างเล็กบอบบางในอ้อมแขน ถามอย่างสงสัย บอกได้ยังไงกันล่ะ..มัน เสียงพูดเบาจนไม่ได้ยิน แต่ร่างสูงนั้นก็พอจะเดาออกว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร ..เขารู้อยู่แล้วล่ะ หัวหน้าเล่นพูดดักทางเขาเอาไว้หมดแล้วอย่างนี้ จะให้ทาโมสึทำยังไงได้เล่า ..คนหน้าด้าน จากคนที่เคยแต่จะโวยวาย กลับกลายเป็นว่าพูดอะไรไม่ออก ยิ่งเมื่อร่างสูงนั้นพลิกตัวเขาให้หันไปเผชิญหน้า เหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมาสดๆ ร้อนๆ ก็ยิ่งทำให้เขาทำอะไรไม่ถูก โธ่ อายเป็นนะเฟ้ย ..หน้าแดงเชียว ร่างสูงยังมีแก่ใจล้อเขาเล่นอีก โธ่ แค่นี้เขาก็อายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกไว้ที่ไหนแล้ว ..อย่าพูดนะ..ร่างเล็กบางห้ามเสียงสั่น น่ารักจริงๆ ทาโมสึ.. ร่างสูงกระซิบเสียงพร่า เมื่อเสื้อคลุมที่หมิ่นเหม่นั้นหลุดร่วงลงจากร่างบางด้วยฝีมือของเขา โดยที่ร่างเล็กนั้นไม่ทันรู้ตัว พอ อ ร่างเล็กห้ามเสียงสั่น เมื่อมือใหญ่แข็งแรงของร่างสูงเลื่อนหายเข้าไปลูบไล้แผ่นหลังเนียนมืออย่างหลงไหล ..ไม่พอ ..ทาโมสึ ขอเถอะนะ อย่าห้ามอีกเลย..ร่างสูงใหญ่ขอด้วยน้ำเสียงอันสั่นพร่า รั้งอารมณ์ของตัวเองไม่อยู่ เพราะความรัก ความต้องการของตัวเองมากล้นยิ่งนัก ต่อร่างเล็กในอ้อมแขนที่เขาเผ้าถวิลหามาตลอด 2 ปี ที่ได้ทำงานร่วมกัน ร่างสูงใหญ่ดันตัวร่างบางให้นอนราบไปบนเตียงกว้างที่ทาโมสึนั่งอยู่หมิ่นๆ ขอบเตียง ใบหน้าของร่างเล็กเป็นสีชมพูเข้มบ่งบอกถึงไฟสีดำที่กำลังถูกปลุกให้ลุกโชนขึ้นมา ริมฝีปากสีแดงเผยอ หายใจหอบด้วยความรู้สึกภายใน เนื้อตัวสั่นระริกไปด้วยความปรารถนา นัยน์ตาหวานฉ่ำจ้องมองเขาอย่างเขินอาย แต่ก็อยากรู้อยากเห็นในอารมณ์ที่เพิ่งจะผ่านพ้นไปไม่นาน ร่างสูงหัวใจเต้นแรงเมื่อเห็นแววตาที่ทอดมองเขา ในตอนแรกอาจจะเขินอาย แต่มันก็เปลี่ยนเป็นยั่วเย้าและเชื้อเชิญเขาในเวลาต่อมา ถึงแม้ว่าร่างบางข้างใต้จะไม่รู้ตัวก็ตาม ร่างสูงยิ้มเยื้อนออกมาอย่างพึงพอใจ เมื่อได้รับการตอบสนองจากร่างบางที่อยู่ข้างใต้ แทนการผลักไสหรือว่าต่อต้านตั้งแต่คราวแรก ร่างสูงจูบริมฝีปากแผ่วเบาเพื่อเป็นการเชิญให้ร่างข้างใต้ตอบสนองมากยิ่งขึ้น และมันก็เป็นไปตามที่เขาคาดไว้ไม่ผิด เมื่อร่างเล็กนั้น ยกมือขึ้นโน้มคอของเขาลงเพื่อที่ริมฝีปากบางนั้นจะได้สัมผัสกับเขามากขึ้น ทาโมสึไม่รับรู้อะไรอีกแล้วนอกจากสิ่งที่อีกฝ่ายปรนเปรอให้ ตอนนี้เขาหูอื้อตาลายไปด้วยความปรารถนา ริมฝีปากนั้นพรมจูบเขาไปทั่วใบหน้าสวย ในขณะที่มือของเขาก็ทำหน้าที่ของมันอย่างชำนาญ เรียกเสียงครางจากร่างเล็กไม่หยุด ยิ่งเป็นการกระตุ้นความปรารถนาของเขาให้ลุกโชนมากยิ่งขึ้น เสียงกรีดร้องที่ดังขึ้นพร้อมกับการปลดปล่อยอารมณ์ปรารถนาที่เขาเป็นผู้ปรนเปรอให้ ทำให้ร่างสูงต้องเผยอยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ ขอผมนะ ทาโมสึ ร่างสูงขอเสียงพร่าเมื่อมองร่างบางที่ปรือตามองเขาอย่างเหนื่อยอ่อน ทาโมสึไม่รู้หรอกว่ามันฉุดกระชากอารมณ์ของเขาขนาดไหน ร่างสูงยกขาของทาโมสึขึ้นพาดบ่า แล้วค่อยๆสอดแทรกความใหญ่โตของเขาเข้าไปยังช่องทางที่เล็กแคบ ร้อนระอุ และเต็มไปด้วยความปรารถนา ความเจ็บปวดและยังไม่เคยชินทำให้ทาโมสึยกมือขึ้นดันบ่ากว้างไว้เป็นการต่อต้าน เจ็บ บ.. ร่างเล็กข้างใต้เขาครางเสียงเครือประท้วง มือข้างหนึ่งของเขาเลื่อนไล้มากลางลำตัวและกระตุ้นอารมณ์ของอีกฝ่ายเพื่อให้ผ่อนคลายความเจ็บปวด ร่างสูงเล้าโลมอย่างหนักหน่วง จนร่างข้างใต้ผ่อนคลาย เสียงครางประท้วงเงียบสนิท เมื่อถูกริมฝีปากประกบจูบดูดดื่มแนบสนิท พร้อมกับเบื้องล่างที่เคลื่อนไหวเข้ามาอย่างร้อนแรงตามอารมณ์ที่ถูกปลุกขึ้นมาอย่างไม่หยุดยั้ง ฝ่ามือเรียวบางกรีดแผ่นหลังของอีกฝ่ายเพื่อระบายความเจ็บปวด และอารมณ์ลึกลับบางอย่างที่กำลังก่อตัวขึ้น การกระแทกกระทั้นจากเบื้องล่างไม่หยุดหย่อน เสียงครางเครือแผ่วหวานดังขึ้นในลำคอ ความเจ็บปวดเหือดหายกลับกลายเป็นอารมณ์บางอย่างที่ฉุดรั้งเขาให้พบกับความสุขที่เขาไม่เคยคิดเลย ว่ามันจะเติมเต็มชีวิตที่แหว่งวิ่นของเขาได้ อะ .อ๊าาาา เขาครางออกมาเมื่ออารมณ์ของเขาได้ถูกปลดปล่อยออกมาอีกครั้ง พร้อมกับที่รับรู้ถึงสายน้ำอุ่นที่พุ่งเข้ามาในร่างของเขา ร่างสูงหอบหายใจแรงแล้วทรุดตัวลงทาบทับเขาไว้ สักพักก็เงยหน้ามองเขา สายตาคู่นั้นอบอุ่นอ่อนโยน และเต็มไปด้วยความเป็นห่วง ไม่เป็นไรใช่ไหม.. เขากระซิบถามข้างหู แล้วเงยหน้าขึ้นจูบแก้มเนียนเบาๆ เป็นเชิงปลอบโยน ทาโมสึหน้าแดง ก่อนที่จะส่ายหน้า ขยับตัว แต่สิ่งที่ยังอยู่ในตัวของเขานี่สิ พอเขาขยับมันก็เริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนอง ไอ้หน้าที่มันแดงอยู่แล้ว มันกลับยิ่งแดงยิ่งขึ้นไปอีก ร่างสูงยิ้มอย่างอ่อนโยน เมื่อเห็นอีกฝ่ายทำหน้าปูเลี่ยน เป็นเชิงอ้อนวอน เขาถอนตัวออกมา พลางถอนหายใจอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ แค่นี้ ทาโมสึก็ทำท่าจะไม่ไหวแล้ว ถ้าเขายังรุกต่อไป คงจะลุกจากเตียงไม่ได้แน่ๆ เห็นว่าเป็นครั้งแรกหรอกนะ .. ร่างสูงกระซิบแผ่วข้างหู หยอกเย้า ถ้า ถ้าขืนมากกว่านี้ ผมก็ไม่ยอมแล้ว..ทั้งเจ็บทั้งเหนื่อย ..ร่างเล็กบางบ่นอุบอิบ แล้วซุกหน้ากับอกกว้างนิ่ง หนีหน้าที่มองเขาอย่างล้อเลียน อะไร แค่ 3 ครั้งเองนะ..ไม่ไหวแล้วเหรอ ใครจะไปถึกเหมือนคุณกันล่ะ ทาโมสึทำเสียงงอน จะไม่ให้งอนได้ยังไง ตั้งแต่บ่าย อยู่ๆ หมอนี่ก็ลากเขากลับมาจากการดูงานที่สาขา ทะเลาะกับเขาด้วยเรื่องไม่เป็นเรื่อง แล้วก็จบลงบนเตียง ตัวของเขาเองยังงงๆ อยู่เลย ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงกัน รักนะ ทาโมสึ..รักเธอ.. ร่างสูงกอดร่างเล็กแนบอกแล้วจูบที่ผมนิ่ม หอม เบาๆ ..รู้..ว่าเธออาจจะยังยอมรับไม่ได้ ..อาจจะเร็วไปหน่อย แต่นี่ก็เป็นวิธีเดียวที่จะทำให้ทาโมสึเป็นของผม .. คุณก็คิดแค่นี้ .. ทาโมสึยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้นไม่หาย ตอนนี้เขากลายเป็นของหัวหน้าไปแล้ว ผมมีแฟนแล้ว คุณก็รู้ อีกอย่าง..ผมก็เป็นพวกปกติ ..เธอเลิกกับแฟนมาได้ครึ่งเดือนแล้ว ร่างสูงกระซิบ ทาโมสึเงยหน้าขึ้นมอง คุณรู้ได้ยังไง ร่างสูงไม่ตอบ แต่ดวงตาที่ทอดมองมายังเขานั้น ไม่เหมือนกับทุกที บอกมานะ.. กลับกลายเป็นทาโมสึ คนเดิมปัจจุบันทันด่วน มีเรื่องอะไรเกี่ยวกับทาโมสึบ้างที่ผมไม่รู้..ร่างสูงกระซิบบอก ผมพยายามที่จะสื่อไป แต่คุณก็ไม่เคยที่จะหันมามองผมเลย ร่างสูงตัดพ้อ ผมเฝ้ารอมาตลอด รอทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ ทั้งๆที่หมดหวังไปแล้ว ..คุณก็รู้ว่าผมมีมาริแล้ว.. ทาโมสึพูดเบา .. เพราะรู้น่ะสิ ถึงได้รอมาตลอด กว่าจะมีโอกาสก็ตั้ง 2 ปีเชียวนะ ร่างสูงพูดยิ้มๆ ด้วยแววตาเศร้าๆ ไม่รู้หรอกนะว่าเธอมีปัญหาอะไรกัน แต่ก็เป็นโอกาสดี เลยลากมาอเมริกาด้วย ร่างเล็กนอนแนบหูกับหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะของอีกฝ่าย ฟังเพลิน แต่เธอก็ไม่รู้อะไรเลย ..แถมยังจะไปหลงคารมหมอนั่นอีก ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ ในขณะที่ทาโมสึเงยหน้ามอง ..ใคร.. ก็..ไอ้คริสไง ใครว่า ฮึ ..เรื่องแค่นี้ ดูก็รู้ บ้า.. บ้าก็บ้าล่ะ ไม่ชอบนี่ที่มันมาสนิทกับเธอ แล้วเธอก็สนิทกับมัน ทีกับผม ยังแทบจะไม่มองหน้าเลย คุณก็ดูสิ ใครอยากมองบ้างล่ะ ดุจะตาย ทาโมสึย่นหน้าใส่ ..มีแต่อากิระแหละที่ไม่กลัว ใช่ มีแต่หมอนั่นคนเดียว ร่างสูงยอมรับ ..แล้วคุณก็ติดหมอนั่นแจ รู้หรือเปล่าว่ามีข่าวด้วย รู้ ..ร่างสูงรับคำ ทาโมสึมองหน้าก่อนที่จะถามออกมาอย่างกังขา แล้วจริงหรือเปล่า ..ทำไม อยากรู้เหรอ ร่างสูงยิ้มยั่ว ตอบมานะ ถ้าจริงล่ะ ร่างเล็กบางไม่ตอบ แต่เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาว่างเปล่า อย่างที่เห็นแล้วใจหาย เขาโอบทาโมสึเข้ามาแนบอก อย่าไปพูดให้ใครฟังเชียว โดยเฉพาะ อากิระ ทาโมสึไม่ตอบ เขาขืนร่างกายออก ..หมอนั่นคงจะหัวเราะฟันแทบร่วง..หึ. แล้วมันจริงหรือเปล่าล่ะ.. ทาโมสึถามอย่างอยากรู้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่คาใจของเขามาตั้งนานแล้ว และอากิระก็ไม่เคยพูดอะไรที่เป็นการเอ่ยถึงเลย ถ้าเขาจะถามมันก็ตะขิดตะขวง ไม่จริงหรอก พวกนั้นเข้าในผิดไปกันเอง.. ทาโมสึผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก ..ทำไมไม่ลือเรื่องของเรานะ ..ผมน่ะมองแต่คุณมาตลอด ที่หาเรื่องน่ะเหรอ ทาโมสึหน้าเหรอ อีกฝ่ายพยักหน้ารับ ยังกับเด็ก.. เธอไม่เคยมอง .เธอไม่รู้หรอก ทั้งๆ ที่เราพยายามทำให้หันมามองเราบ้าง แต่ก็ไม่เคยเลยสักครั้ง อากิระยังมองออกเลย แล้วอากิระ เขารู้หรือเปล่า.. เรื่องไหนล่ะ.. ทั้งสองเรื่องนี่แหละ รู้ดียิ่งกว่าเจ้าตัวเขาเสียอีกเสียอีก ก่อนมาอเมริกา ยังเตือนอยู่เลย ว่าอย่าทำอะไรหักหาญทาโมสึนัก แล้วทำไม.. ใครจะทนได้ล่ะ ก็ต้องทำให้เป็นของเรา มองแต่เราก่อน แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากันทีหลัง อย่างนี้ อากิระก็.. รู้แล้วล่ะ.. ทำ ทำไงดี .. ทาโมสึหน้าแดงเป็นลูกตำลึกสุกอีกครั้ง ไม่ต้องทำไง อากิระเขาเข้าใจดี แล้วคนอื่นรู้หรือเปล่า.. ไม่มีใครรู้หรอก นอกจากอากิระ คุณนะ.. ทาโมสึทุบอกกว้าง อีกฝ่ายสะดุ้ง เขารวบมือทั้งสองข้างแล้วยกขึ้นมาจูบ ทำร้ายกันได้ลงคอนะ มันน่าไหมล่ะ จริงสิ แล้วอากิระว่ายังไงครับเรื่องข่าว ..เขาเฉยๆนะ บอกว่าเงียบไว้ดีกว่า ยิ่งไปเต้นมากก็ยิ่งเป็นขี้ปาก ทาโมสึพยักหน้าเข้าใจ ก็จริงนะ ..รอผมอีกหน่อยได้ไหม คุณทามามูระ ให้ผมได้สะสางหัวใจของตัวเองก่อน แล้วผมถึงจะตอบคุณได้.. ทาโมสึกระซิบบอก ในตอนนี้ เขายังมีบาดแผลจากเรื่องของมาริ ที่มีคนอื่น บาดแผลของเขายังสดใหม่เหลือเกิน ..ได้ซิ รอมาตั้งสองปีแล้ว อีกสักนิดจะเป็นอะไรไป.. ผมอยากที่จะรักคุณให้เต็มหัวใจของผม รักคุณที่เป็นคุณ . คุณที่ไม่ได้เป็นตัวแทนของใคร ได้ฟังคำตอบของเธอตอนนี้ก็ดีใจแล้วล่ะ ทาโมสึ ผมแค่ต้องการให้คุณรู้ว่า ผมรัก และต้องการคุณเสมอ ทาโมสึ ยิ้มทั้งน้ำตาที่รื้นขึ้นมา เขาปล่อยให้มันหลั่งไหลออกมาโดยที่ไม่ได้ปาดมันทิ้ง ทำไม ผมถึงไม่ได้พบคุณก่อนหน้านี้นะ มันเป็นเรื่องของโชคชะตาน่ะ ทาโมสึ ทามามูระกระซิบบอกแผ่ว ผมเพียงแค่อยากเป็นที่พักพิงให้กับคุณในยามที่คุณเหนื่อย คุณท้อแท้ ไม่มีที่ให้กลับไป..อยากที่จะคอยอยู่เคียงข้างรับฟังเรื่องราวต่างๆที่ทำให้คุณไม่สบายใจ และสุดท้าย อยากเป็นคนที่คุณรักเพียงคนเดียวเท่านั้น ทาโมสึ ผมคงจะโลภมากเกินไปสินะ ไม่ใช่หรอก คุณทาคามูระ ไม่เลย ไม่ใช่เลย.. ทาโมสึกลืนก้อนสะอื้นลงไป สักวัน ..ผมจะมอบทุกสิ่งทุกอย่างให้กับคุณ ให้กับคุณทั้งหมด แต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น คุณทาคามูระ ทาโมสึให้สัญญากับอกกว้างนั้น อย่างน้อยในวันนี้ ก็ได้คุยกันอย่างเปิดอก ได้เคลียร์ทุกสิ่งที่มันค้างคาอยู่ในหัวใจ ให้เขาได้รับรู้ แม้ว่าจะยังไม่สามารถที่จะ ให้ ในสิ่งที่เขาต้องการได้ทั้งหมด แต่หัวใจเสี้ยวหนึ่งก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความรักที่เขามอบมาให้ เต็มตื้นไปกับความอ่อนโยน ความห่วงหาอาทรที่เขาได้มอบมันไปให้กับคนที่รัก แต่ก็ถูกสลัดทิ้งอย่างไม่ใยดี ตอนนี้เขาได้รับจากคนที่นอนอยู่แนบข้างอย่างเต็มเปี่ยม อากิระจะว่ายังไงบ้างนะ..ทาโมสึพึมพำถามร่างสูงอย่างอยากรู้ เขาก็คงอวยพรให้เราสองคนน่ะสิ.. ร่างสูงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน พักเถอะ ..ทาโมสึ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว.. ร่างเล็กบางหน้าแดงกับคำพูดที่กินนัยนั้น เพราะใครกันล่ะ..เขาพูดเสียงเบา แล้วซุกเข้าหาอกกว้างที่อบอุ่นเหลือเกินในค่ำคืนนี้ เสมือนต้องการที่พักพิงที่เป็นปราการปกป้องเขาจากภยันตรายทั้งปวง อย่างเหนื่อยอ่อน ป่านนี้อากิระคงจะไปต้อนรับคนสำคัญนั่นแล้วล่ะมัง ใช่สินะ ที่นิวยอร์คนี่หัวค่ำ ที่โน่นก็เช้าพอดี คืนนี้..เขาขอพักผ่อนเถอะนะ แล้วพรุ่งนี้ถึงจะลุกขึ้นมาสู้ต่อ และขออำนวยพรให้กับอากิระ ผ่านวันที่แสนจะตึงเครียดวันสุดท้ายไปได้ด้วยดีก็แล้วกัน!!!!! @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ หยางลงมารอรับเขาที่ฟร้อน ไม่เหมือนอย่างทุกทีที่เขาต้องมารอ ร่างเล็กบางฉีกยิ้มอย่างมีไมตรี เอ เป็นอะไรไปนะ ดูผ่อนคลายกว่าทุกที หรือว่าคุณมานูเอลอารมณ์ดีขึ้นแล้ว เชิญขึ้นไปข้างบนครับ คุณมานูเอลรออยู่แล้ว ..ขอบคุณครับ ..วันนี้ดูสดใสจังนะครับ.. หยางเลิกคิ้ว เขาดูง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ อากิระยิ้ม ..รู้ได้ยังไงครับ ..บรรยากาศรอบตัวคุณไม่เหมือนกับทุกที อากิระบอกสั้นๆ และก้าวเข้าไปในประตูที่ถูกเปิดโดยบอร์ดี้การ์ดที่เฝ้าอยู่หน้าห้อง เหรอครับ แล้ว ..คุณซาคากิ จะไม่ทำหน้าที่ต่อจริงๆ หรือครับ หยางถามเพื่อให้แน่ใจ ครับ..เย็นนี้ จะมีคนจากฝ่ายตลาดมาแทนผมแล้วล่ะครับ ..น่าเสียดายจังครับ ผมก็เสียดายครับ ..แต่มันเป็นคำสั่งที่ลงมาแต่แรก ไปขัดไม่ได้หรอกครับ อากิระบอกเบาๆ เชิญนั่งก่อนครับ หยางผายมือเชิญเขาให้นั่งรอที่เก้าอี้รับแขก อากิระมองไปรอบๆ มันกว้างพอๆกับบ้านทั้งหลังของเขาได้เลยล่ะมั้งเนี่ย เพราะห้องนี้แค่ห้องเดียวยังกว้างกว่าอพาทเม้นที่เขาเช่าไว้เลย คุณมานูเอลรออยู่ข้างในแล้วครับ หยางเดินออกมาบอก อากิระลุกขึ้นทันทีเดินตามหยางเข้าไปอย่างรวดเร็ว รู้สึกแปลกๆ กับการต้อนรับในวันนี้ มันดูเป็นพิธีการผิดกับสองวันที่แล้ว ที่ไม่ให้เขาได้เหยียบย่างเข้ามาที่ห้องชุดสุดหรูนี่ได้เลย ..มาแล้วครับ คุณมานูเอล ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ยืนมองออกไปทางกระจกใสเพื่อมองดูความเป็นไปในมหานครโตเกียว มีความรู้สึกคุ้นเคยกับเขาเหลือเกิน ..เอ๊ะ..คุณ..หยาง เมื่อวานไม่ อากิระหันมากระซิบถาม เมื่อวานยังเป็นชายหนุ่มหน้าสวย รูปร่างเล็กอรชรอ้อนแอ้นบอบบางอยู่เลย แล้วไหงแค่ชั่วข้ามคืนกลับกลายเป็นชายหนุ่มร่างสูงที่มีลักษณะคุกคาม บาดตาบาดใจสาวๆ ไปได้ล่ะนี่ ..แล้วผมจะอธิบายให้ฟังทีหลังนะครับ อากิระพยักหน้ารับรู้ แล้วเงียบ แล้วรอให้อีกฝ่ายหันมา แต่คงจะเป็นไปได้ยากกระมัง เพราะร่างสูงนั้นยังยืนมอง ทอดสายตาคมกริบไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าอย่างไม่สนใจอะไร อากิระเมื่อเห็นดังนั้น จึงหันกลับไปหาหยาง ร่างเล็กบางสะดุ้งเฮือกเมื่ออยู่ๆ ร่างสูงนั้นก็หันขวับกลับมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย อากิระนึก ด่า ในใจ แต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมา ..ผมซาคากิ อากิระครับ เป็นตัวแทนจาก แซทคอมพิวเตอร์ที่มาดูแลความสะดวกให้กับคุณมานูเอล อากิระแนะนำตัวแล้วเดินเข้าไปใกล้ เพราะอีกฝ่ายยื่นมือออกมา ร่างเล็กสัมผัสมือนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ จะว่าคุ้นเคยก็ไม่ใช่ ไม่คุ้นก็ไม่เชิง ..ซาคากิ อากิระ ร่างสูงทวนชื่อของเขาเบาๆ แล้วมองหน้าของเขานิ่งด้วยสายตาที่คมกริบและเย็นชา วูบหนึ่งอากิระคิดว่า เขาได้เห็นความรู้สึกอื่นจากสายตาคู่นั้น มานูเอลคลายมือที่สัมผัสกับเขาออก ริมฝีปากที่เหยียดออกเหมือนจะหยันอะไรสักอย่างนั้น อากิระไม่ชอบเลย ให้ตาย ไม่ว่ามานูเอลคนไหน ก็เหมือนกันหมด.. เรื่องกำหนดการของผม ..คุณคุยกับหยางได้เลย ร่างสูงตัดบท แล้วทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆ ทำให้อากิระต้องเดินไปหาร่างสูงของหยางแล้วคุยกันเบาๆ น่าขำ ทั้งๆ ที่หาแทบตาย อยู่ใต้จมูกนี่เอง สายตาคมกริบนั้น ทอดมองตามร่างบางของอากิระอย่างหมายมาด เต็มไปด้วยความรู้สึกนานัปการ อากิระ จำเขาไม่ได้.. จริงสินะ สิบปี ที่ไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้เจอหน้า และอากิระไม่ได้รู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิตของเรา วูบหนึ่งสายตานั้นอ่อนโยน อากิระสูงขึ้น ไม่ดูบอบบางเหมือนเมื่อก่อน และยัง สวยมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก สายตานั้นแข็งกร้าวบ่งบอกถึงความเจ็บช้ำและเกลียดชัง นายจะต้องชดใช้ อากิระ ..เราไม่ปล่อยนายไปง่ายๆหรอก มานูเอลผลุดลุกขึ้นอย่างไม่พอใจเมื่อเห็นว่าร่างเล็กนั้นยืนชิดกับหยางจนเกินไป อากิระ ..คุณมาชี้แจงกับผมแล้วกัน หยาง ไปเตรียมรถ.. เขาสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ หยางเงยหน้าขึ้นมองอย่างแปลกใจ แต่ก็ทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว อากิระเดินกลับมาหาอีกฝ่าย หยุดยืนในระยะที่ห่างพอสมควร แล้วอธิบายกำหนดการในวันนี้ให้ฟังคร่าวๆ ร่างสูงจับข้อมือของอากิระ แล้วดึงเข้าหาอย่างแรง อากิระไม่ทันตั้งตัว ผวาไปตามแรงดึงเข้าไปปะทะอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมชั้นดีนั้น ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ ..มีอะไรหรือครับ อากิระถามอย่างข้องใจกับการกระทำนั้น คุณอยู่ไกลเกินไป ผมไม่ค่อยได้ยิน อากิระขมวดคิ้ว เอ ยังไง ไม่ต้องกลัวผมจะกัดก็ได้ ครับ.. อากิระประชด แล้วพยายามถอยห่างจากอกกว้างนั้น แต่อีกฝ่ายไม่ยอม ดึงเขาอีกที ล้มลงไปกองอยู่กับตักของมานูเอล อากิระเงยหน้ามองอย่างไม่พอใจ ตะเกียกตะกายลุกขึ้น ..จะไปไหน..มานี่ ..มารับรองผมไม่ใช่เหรอ ร่างสูงไม่ยอมให้เขาลุกขึ้นได้ตามใจ แขนแข็งแรงกอดเอวของเขาไว้อย่างถือสิทธิ์ แม้ว่าอากิระจะพยายามแกะเท่าไรก็ตาม ..ปล่อยผมนะครับ ร่างเล็กบางพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ พยายามที่จะเก็บอารมณ์ของตัวเองอย่างเต็มความสามารถ รถพร้อมแล้วครับ..คุณมานูเอล หยางชะงักเมื่อมองภาพตรงหน้า ร่างสูงใหญ่แข็งแรงของมานูเอล ลุกขึ้นโดยประคองร่างเล็กบอบบางออกไปด้วยอย่างถือสิทธิ์โดยที่อากิระพูดไม่ออก แขนแข็งแรงกอดเอวบางไว้อย่างเป็นเจ้าของ จับจองถือสิทธิ์ ..เราจะไปที่ไหนกัน ..อากิระ มานูเอลใช้คำพูดแปลก สนิทสนมเสียจนเขาไม่พอใจ ..เรียกผมว่า ซาคากิดีกว่าครับ จะเรียกอย่างนี้ ทำไม ร่างสูงดื้อแพ่ง ไม่ยอมปล่อยเขาเสียที เขาไม่ชอบให้ใครมามองเขาแปลกๆ ..แล้ว ..กรุณาปล่อยผมด้วย.. อากิระพูดอย่างสุภาพ ..ทำไม..กลัวเธอหาย.. หยางลอบยิ้ม เขาเข้าใจความหมายของคำพูดนั้นดี อากิระบางเสียจนจะปลิว บางครั้งเขายังอยากที่จะกอดร่างบางนั้นไว้บ้างเลย ..ผมไม่หายไปไหนหรอก..ผมมีหน้าที่ดูแลคุณ.. อากิระพูดอย่างเหนื่อยหน่าย อ้อ..พูดอย่างนี้ ถ้าไม่มีหน้าที่ ก็หายน่ะสิ อีกฝ่ายรวน อากิระถอนใจเฮือก คุณมานูเอลทั้งสองคนนี่ เจอคนไหนก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ ..ครับ ..ไม่มีทาง อยู่ที่ไหน จะตามไปถึงที่เลย อากิระเข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดล้อเล่นโดยที่ไม่รู้ว่า มันเป็นความจริงทุกคำเลยล่ะ ..ครับ ครับ ตามสบาย แต่ตอนนี้ปล่อยผมก่อนเถอะครับ อึดอัด แขนแข็งแรงยัดเขาเข้าไปยังเบาะรถ แล้วตัวเองก็ตามเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่มีโอกาสให้เขาได้ตั้งตัวอีกแล้ว ..คุณ ผมไม่ได้นั่งตรงนี้ .. อากิระตกใจ เมื่ออีกฝ่ายพาตัวเองเข้ามานั่งข้างเขาอย่างรวดเร็ว วันนี้ก็นั่งซะสิ ร่างสูงบอกง่ายๆ อากิระนั่งกุมหัว เฮ้อ ทั้งๆที่เขาคิดว่าวันนี้เป็นวันดีแล้วนะ ยังไม่วายอีก เป็นอะไรไม่สบาย? ..มานูเอลถามเขา รู้สึกพอใจขึ้นมานิดหน่อยที่ได้ป่วนอีกฝ่าย ..เปล่าครับ.. ร่างสูงลอบยิ้ม เมื่อได้แกล้งร่างบางเล็กๆ น้อยๆ เราจะไปไหนกัน ..อากิระ..ดวงตาคู่หวานตวัดขึ้นมองเขาอย่างไม่พอใจ ร่างสูงลอบยิ้มอีกครั้ง เมื่อเห็นท่าทางของอากิระ ..คุณมานูเอลอยากไปไหนล่ะครับ วันนี้อากิระถามเพื่อความแน่ใจ เพราะเมื่อวาน มานูเอลอีกคนเล่นเขาเสียอ่วม วันนี้เขาเลยเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี เรียก เคดีกว่า ร่างสูงกระซิบที่ข้างหูเบาๆ ไม่สมควรหรอกครับ..อากิระบอกปัด ดวงตาคู่งามสลดวูบ ชื่อนี้ ทำให้เขาเจ็บแปลบในหัวใจ ..ทำไม ..ผมต้องการให้เรียกอย่างนี้ ..ตลอดเวลาที่คุณดูแลอำนวยความสะดวกให้กับผม ร่างสูงดื้อดึงเอาแต่ใจ อากิระลำบากใจ แต่เป็นความต้องการของเขาเองนี่นา แล้วก็แค่วันเดียวเท่านั้น ช่างเถอะ ครับ ก็ได้ครับ คุณเค เคเฉยๆ อากิระ ร่างเล็กกว่าหลุบสายตาลง ..ครับ เค อากิระรับคำเสียงแผ่ว อย่าขัดใจเป็นดีที่สุด ต้องตามใจเข้าไว้ เพื่อผลประโยชน์ ..ทำงานที่นี่นานหรือยัง.. ..ครับ กี่ปี 5 ปีแล้วครับ ไปทำงานกับผมไม๊.. อากิระนิ่งไปนิด ยิ้มออกมาน้อยๆ ช่างล้อเล่นได้ดีจริงๆ อยากไปครับ แต่..ที่ญี่ปุ่นดีกว่า.. ..มีคนรักแล้ว ..ถึงไม่อยากไป.. อากิระสะดุด นี่เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา คนคนนี้ไม่มีสิทธิ์มาซอกแซก ร่างเล็กบางนิ่งเงียบไม่ตอบคำถามนั้น ..ว่าไง.. ครับ คำตอบรับสั้นๆ นั้น ทำให้ร่างสูงเกร็งขึ้นมาทั้งร่างอย่างไม่พอใจ ใจหนึ่งอยากจะจับร่างบางนั้นกดลงไปแล้วทำตามที่ใจปรารถนา แต่อีกใจหนึ่งก็ห้ามไว้ ใคร.. เคเค้นเสียงถาม อากิระเงยหน้ามอง ดวงตากลมโตราบเรียบ ผมคงไม่จำเป็นต้องตอบคำถามนั้นมั้งครับ เพราะนี่เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับเรื่องงาน ใบหน้าเย็นชาบึ้งขึ้นมาทันที หยางลอบมองร่างเล็กอย่างเป็นห่วง ..ผมว่าตอบมาดีกว่า อากิระ เคพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้บอกว่าล้อเล่นเลยแม้แต่นิดเดียว มัน เกี่ยวอะไรกับงานที่ผมทำอยู่หรือเปล่าครับ อากิระไม่ตอบแต่กลับย้อนถาม ..อากิระ เสียงต่ำแบบนี้บอกให้หยางรู้ว่า ความอดทนของมานูเอลกำลังจะหมด ..ผมขอไม่ตอบได้ไหมครับ แต่ผมต้องการรู้ ..เรื่องนี้นะครับ อากิระพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พยายามที่จะชักจูงเคให้พ้นจากเรื่องนี้เสียที เลี้ยวข้างหน้านี่แหละครับ ถึงแล้ว.. อากิระโน้มตัวไปบอกทางแก่หยาง แต่ก็ถูกดึงตัวกลับมาทันทีเหมือนกัน อากิระไม่เข้าใจ ใบหน้าของเขาที่แนบอยู่กับอกกว้างนั้นเหลือบมองไปยังหยางซึ่งเป็นบอร์ดี้การ์ด แต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้มีทีท่าแปลกใจสักนิด ..ปล่อยครับ .. ในเวลานี้ อากิระรู้แล้วว่ากับคู่ต่อสู้แบบนี้ใช้ไม้แข็งไม่ได้ ต้องอ่อนให้เท่านั้น ยิ่งต่อต้านก็ยิ่งต้องการที่จะเอาชนะ ถึงไอซุแล้วครับ ร่างสูงหน้ามุ่ย อากิระเอาตัวรอดไปจนได้ เคจำเป็นที่จะต้องก้าวลงจากรถ เมื่อบอร์ดี้การ์ดลงไปเปิดประตูให้อย่างรวดเร็ว หยางผละไปเพื่อดูความปลอดภัยรอบๆ ..จะไปไหนเขาคว้าแขนเล็กไว้ทันเมื่ออากิระพยายามที่จะหลบหน้าเขา ร่างเล็กถอนหายใจเฮือก ในที่สุดก็หนีไม่พ้นล่ะ เค ลากร่างบางเดินตามไปเรื่อยๆ ไม่ยอมปล่อยราวกับแกล้ง พร้อมกับที่ฟังไกด์สาวที่บรรยายถึงประวัติศาสตร์ของไอซุ สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ เขาฟังบ้างไม่ฟังบ้าง เพราะมัวแต่ลอบมองร่างเล็กอยู่อย่างไม่คลาดสายตา แล้วจะไปได้ยังไงครับ.. หมู่บ้านโออุฉิชุกุอากิระถามขึ้นอย่างสนใจด้วยภาษาญี่ปุ่นที่เขาคิดว่ามานูเอลไม่น่าจะเข้าใจ ..ที่นี่มีรถยนต์ให้เช่าค่ะ ถ้าคุณต้องการจะไป สัก 40 นาทีก็ถึง.. ไกด์สาวตอบอย่างมีไมตรี ขอบคุณครับ อากิระสนใจหมู่บ้านนี้ เพราะว่ามันคงยังเก็บรักษาคุณลักษณะบางอย่างมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ถ้าเขาลาได้ คงจะมาเที่ยวที่นี่แหละ ..อารมณ์ดีเชียวนะ..เสียงทุ้มที่พูดภาษาญี่ปุ่นชัดเจน ทำให้เขาเงยหน้ามองอย่างตกใจ ทำไม ..คุณพูดญี่ปุ่นได้ แล้วเป็นไง.. ดวงตาของอากิระขุ่น ไม่ได้เป็นแต่ญี่ปุ่นภาษาเดียวนี่ รัสเซีย อังกฤษ โปตุเกส ก็พอได้บ้าง.. ร่างสูงไขความกระจ่าง คุณก็น่าจะพูดเสียตั้งแต่ต้น .. ไม่อยากจะพูด..ร่างสูงหรี่ตา มองอากิระอย่างประเมิน โกรธ.. ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะไปโกรธคุณได้หรอก แล้วทำไมถึงไม่พูด.. อากิระ เคเรียกด้วยน้ำเสียงที่ไม่บ่งความรู้สึก แต่เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้น ก็ทำให้อากิระหันความสนใจไปที่เรื่องของเขา เบอร์ที่ปรากฎขึ้นทำให้เขาต้องกดรับ พลางเดินห่างร่างสูงออกมา ว่าไง อืม..น่า เดี๋ยวเราก็กลับแล้ว พรุ่งนี้จะไปหา โอเค บาย พอเขาหันหลังกลับก็ผงะ ไหง หมอนี่ถึงไม่มีมารยาท แอบฟังคนเขาคุยโทรศัพท์ แฟนเหรอ.. สายตาคมกริบนั้น ทำให้อากิระทำในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะทำมาก่อนในชีวิต ครับ..ดวงตาของร่างสูงลุกวาบ อากิระมองอย่างไม่เข้าใจ เมื่อวานก็ไม่เข้าใจ วันนี้ยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นไปอีก เขารู้แต่ว่า ไม่ว่ามานูเอลคนไหน ก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ ยิ่งเป็นคนนี้ด้วยแล้ว ยุ่งยากกว่าตั้งเยอะ ดีน้าพรุ่งนี้เขาก็ไม่ต้องรับผิดชอบแล้ว ไม่อย่างนั้นได้บ้าตายแน่นอน ยังไง งานนี้จบเขาคงต้องขอลาพักงาน รักษาสุขภาพจิตของเขาให้ปกติเสียก่อนที่จะมาทำงานอีกครั้ง เฮ้อ!!! ให้มันได้อย่างนี้สิ .. แต่พายุลูกโตที่อากิระทิ้งไว้น่ะสิ มันพร้อมที่จะทำลายทุกสิ่งทุกอย่างให้พังพินาศไปในพริบตา แต่อากิระไม่ทันได้เฉลียวใจถึงข้อนั้นสักนิดเดียว ................................. จาก : รีโพสต์แทน Tan - 21/05/2005 15:34 |
|
ข้อความ : อยากให้ช่วยลงตอนต่อไปอีกได้มั้ย แต่ในบอร์ดนี้รู้สึกจะถึงตอนที่ 10 แล้ว และเรื่อง Sunny Day ด้วยค่ะ จาก : PanGoLin - 22/05/2005 00:17 |
|
ข้อความ : แล้วตอนที่ 10 หล่ะค่ะอยู่ไหนเหรอ จาก : น้ำ - 29/05/2005 14:06 |
|
ข้อความ : อยากอ่านต่อจังเลย .. ไม่รู้คนเขียน หายไปไหน.. จาก : mine - 02/06/2005 14:39 |
|
ข้อความ : http://www.thaimisc.com/freewebboard/php/vreply.php?user=kaizin&topic=536 จาก : k - 28/07/2005 01:25 |
|
ข้อความ : ขอบคุณมากๆค่า จาก : daki - 29/07/2005 10:48 |