|
หัวข้อ : sunny day12 ข้อความ : Suny day 12 นาโอกิลืมตาขึ้นมาพร้อมกับกวาดอ้อมแขนเพื่อหาอ้อมอกอุ่นที่เขาซุกแนบมาตลอดทั้งคืน แต่เขาก็พบแต่ความว่างเปล่า ร่างเล็กกวาดสายตาหาไปทั่วห้อง แต่ก็ไม่พบ นาโอกิถอนหายใจออกมาอย่างน้อยใจ ทำไมกันนะ เพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ คุณกายก็ให้เขาไม่ได้ ร่างเล็กบางชะงัก ขณะที่กำลังจะลงจากเตียง มือก็กวาดกระดาษแผ่นหนึ่งร่วงลงไป จดหมายของคุณกาย!!!! นาโอกิรีบเก็บมันขึ้นมาอย่างรวดเร็ว อยู่ที่นี่เป็นเด็กดี อย่างอแงล่ะ เจ้าเด็กดื้อ ถ้าถึงแล้ว จะโทรมาหา.. กาย นาโอกิอมยิ้มเมื่อได้อ่านข้อความในจดหมาย แม้ว่ามันจะห้วนสั้น แต่อย่างน้อย คุณกายก็ไม่ได้ไปเงียบๆอย่างทุกครั้งที่ผ่านมา ไม่น่าเชื่อว่าเพียงแค่จดหมายฉบับเดียวจะสามารถบรรเทาความน้อยใจ ความเสียใจ ความระแวงที่เกิดขึ้นในหัวใจของนาโอกิให้บรรเทาเบาบางลง ร่างเล็กยกมันขึ้นแนบไว้ที่หัวใจ เขาพร้อมที่จะรอเสมอ รอให้คุณกายกลับมา รอให้คุณกายเป็นของนาโอกิทั้งร่างกายและจิตใจ ร่างเล็กค่อยๆพับจดหมายอย่างบรรจง พลางเดินกลับห้องของตัวเอง ด้วยใบหน้าที่เบิกบาน และแจ่มใสมากกว่าวันก่อนๆ จนบ่าวรับใช้ต้องพากันอมยิ้ม ..ไปนอนที่ไหนมาครับ??? เสียงทักที่ดังขึ้นข้างหลังทำให้นาโอกิต้องหันกลับไป ก่อนจะยกมือขึ้นปิดปาก ไม่ต้องสนใจหรอกครับ .. ริวอิจิบอก กะอยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะต้องตกใจ เมื่อเห็นสภาพของเขา และคาสึยะ ..ยังไม่ตอบผมเลย.. เมื่อคืน คุณกายมา เลยไปนอนห้องคุณกาย นาโอกิตอบตามตรง ในขณะที่ร่างสูงของริวอิจิขมวดคิ้วมุ่น นี่เอง ต้นเหตุอยู่ที่นี่เอง เขาน่าจะคิดได้ก่อนหน้านี้นะ จะได้ไม่ต้องวุ่นวายถึงขนาดนี้ ทำไมหรือครับ นาโอกิถามอย่างสงสัย เมื่ออีกฝ่ายทำหน้าแปลกๆ ..ผมกับคาสึยะวุ่นทั้งคืน เพราะอยู่ๆ คุณกายก็หายไป ร่างเล็กหน้าเหรอ อ้าว!!!! ..ที่แท้ก็มาอยู่กับคุณ ผมน่าจะนึกออก ทำไมหรือครับ ตามตาราง คุณกายจะต้องไปถึง อิตาลี ในตอนเช้าของวันนี้ แต่อยู่ๆ คุณกายก็หายไป พาเอา B.G. วุ่นวายกันใหญ่ ผมก็ไม่ได้หลับไม่ได้นอน.. ร่างเล็กบางยิ้มแหย อย่างนี้ เขาไม่น่าที่จะน้อยใจคุณกายเลย งานของคุณกายท่วมหัว แทนที่จะแบ่งเบาได้บ้าง กลับต้องมาทำให้คุณกายต้องหนักใจเสียแล้ว ใช้ไม่ได้เลย ตัวเขานี่ นาโอกิ ตำหนิตัวเองอยู่ในใจ หน้าตาสลดลงอีกครั้ง ริวอิจิมองแล้วก็สงสาร เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ร่างเล็กนี่ไม่สบายใจเลย ..ผมขอโทษ นาโอกิ ผมคง ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นยิ้ม ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ นาโอกิว่า พลางมองคุณคาสึยะที่ยังหลับไม่รู้เรื่องอยู่ในอ้อมแขนของคุณริวอิจิ ..พาไปนอนเถอะครับ หนักแย่เลย.. ร่างเล็กเดินนำร่างสูงไปยังห้องของคาสึยะ เขาเปิดประตู ปล่อยให้ริวอิจิพาร่างเพรียวของคาสึยะไปที่เตียง ร่างสูงนั้นตลบผ้าห่มขึ้นคลุมให้ เนื่องจากอากาศที่ค่อนข้างเย็น..แล้วถอยออกมาจากห้อง ..ผมคงจะเอาแต่ใจมากไปหน่อย ร่างเล็กยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ..แต่ผมว่า เป็นส่วนที่ดีครับ..ที่คุณเอาแต่ใจบ้าง เพราะว่า ร่างสูงนั้นหยุดพูดไปเสียเฉยๆ นาโอกิเงยหน้ามองอย่างสงสัยอีกครั้ง ตั้งแต่มีคุณ .นาโอกิ คุณกาย มีชีวิต มีหัวใจ คำอธิบายนั้นร่างเล็กไม่เข้าใจ ริวอิจิเดินเลี้ยวเข้าไปยังห้องนั่งเล่นเมื่อคิดว่า คงจะต้องพูดกันอีกยาว นาโอกิก็เดินตามเข้าไป อย่างน้อย เขาก็จะได้ถามในสิ่งที่ค้างคา ผมไม่เข้าใจ ..คุณนาโอกิคงไม่รู้ คุณกายไม่เคยยิ้ม ไม่เคยมีความรู้สึก มีแต่ความเย็นชา เข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว จนกระทั่ง ได้พบกับคุณ ผมยังสงสัย ..คุณกาย เห็นอะไรในตัวคุณ ร่างสูงหยุดนิดหนึ่งก่อนที่จะพูดต่อ ในวันนี้ ผมได้รู้แล้ว ..คุณนาโอกิ มีส่วนที่คุณกายไม่มี คุณนาโอกิ มีส่วนที่ขาดหายไปของคุณกายทั้งหมด เป็นเหมือนตัวต่อ ที่ต่อกันเป็นรูปเป็นร่าง ร่างเล็กนั่งฟังอย่างตั้งใจ คุณกายอ่อนโยนขึ้น ห่วงใยความรู้สึกของคนอื่นมากขึ้น สายตาของคุณกายก็ไม่เย็นชา หรือเชือดเฉือนอย่างแต่ก่อน และท้ายที่สุด คุณกาย มีความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน และมอบแก่คุณเพียงคนเดียว คุณกายก็อ่อนโยนมาตั้งแต่ตอนที่พบครั้งแรกแล้วนี่ครับ นาโอกิค้าน ..คงมีแต่คุณล่ะมัง ที่พูดอย่างนี้ ใครๆ ก็กลัวคุณกายทั้งนั้น ร่างสูงพูดยิ้มๆ กลัว ..บางครั้งผมก็กลัวนะครับ แต่ส่วนใหญ่จะโกรธเสียมากกว่า อย่างตอนลูกชายนายกโยชิมิน่ะครับ นาโอกิว่า พลางนึกไปถึง เพราะบางที คุณกายก็ไม่มีเหตุผล บางเรื่องไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรอกครับ มักจะใช้ความรู้สึกเป็นตัวตัดสินมากกว่า.. ริวอิจิอธิบาย ปัจจุบัน เขาเลี้ยงเด็กเก่งขึ้นตั้งเยอะ เพราะต้องมารบกับตัวกวนที่มักจะไม่ยอมลงให้ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ต้องชวนทะเลาะไปเสียทุกครั้งที่คุยกันล่ะ เขาก็ไม่เข้าใจว่ามันเป็นเพราะอะไร ..ยิ่งเป็นเรื่องของคุณด้วยแล้ว คุณกายก็พร้อมที่จะทำทุกอย่าง เพื่อให้คุณมีความสุข.. นาโอกิยิ้มรับ จะบอกได้ยังไงกัน ความสุขของเขาก็มีแต่ การที่จะได้อยู่กับคุณกาย มีคุณกายอยู่ข้างๆ แม้จะไม่ตลอดเวลา แต่ก็ขอให้รู้ว่า คุณกายยังอยู่ที่นี่ ไม่ได้ไปไหน ถึงขนาดจะย้ายสำนักงานใหญ่จากอิตาลี มาที่ญี่ปุ่นนี่เลยล่ะครับ ไม่อย่างนั้นคงจะไม่วุ่นวายขนาดนี้ หา!!!!!! คุณริวอิจิว่าอะไรนะครับ??? นาโอกิอ้าปากค้าง ก่อนที่จะถามกลับไปใหม่ เพื่อยืนยันในสิ่งที่ตัวเองได้ยิน เขาคงจะหูฝาดไปล่ะมัง สำนักงานใหญ่ คุณกายทำงานอะไรกันนี่ ทำไมมันถึงได้แลดูวุ่นวายขนาดนี้ล่ะ ไม่ใช่แค่พนักงานกินเงินเดือนระดับสูงธรรมดาทั่วไปหรอกเหรอ คุณกาย ย้ายสำนักงานใหญ่ หมายความว่ายังไงฮะ นาโอกิกำลังงง เขาต้องจัดลำดับความคิดใหม่เสียก่อน เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจอะไรได้ง่ายขึ้นกว่านี้ คุณกาย ไม่ใช่ พนักงานกินเงินเดือน..นาโอกิถามยังไม่ทันจบ ริวอิจิก็หัวเราะลั่น ..หัวเราะอะไรฮะ.. นาโอกิงง ..นี่หมายความว่า คุณนาโอกิ เข้าใจมาตลอดว่า คุณกายเป็นพนักงานกินเงินเดือนธรรมดาเท่านั้น.. ..ซิครับ โอยตาย คุณกายอธิบายกับคุณนาโอกิยังไงครับ ไม่เห็นพูดอะไรเลย เพียงแต่ยิ้มเท่านั้น นาโอกิว่า ริวอิจิถึงกับอมยิ้ม ขี้เล่นเหมือนกันแฮะ คุณกายนี่ ..เอางี้ คุณนาโอกิคิดว่า ลำพังพนักงานกินเงินเดือนจะมีบ้านหลังใหญ่ขนาดนี้หรือเปล่า.. ..ไม่ .. ลำพังพนักงานกินเงินเดือน จะสามารถพาคุณนาโอกิไปงานเลี้ยงที่มีแต่ระดับรัฐมนตรีได้หรือ เรื่องนี้นาโอกิไม่รู้ รู้แต่ว่างานอย่างนั้น โคตรน่าเบื่อเลยเท่านั้นแหละ คุยอะไรกันก็ไม่รู้ ฟังไม่เห็นรู้เรื่องสักนิด คุณนาโอกิรู้หรือเปล่าครับ ว่าโรงเรียนที่คุณนาโอกิเรียนน่ะ ใช่ว่าจะเข้ากันได้ง่ายๆ จะมีก็แต่พวกคุณหนูทั้งนั้นแหละครับ ร่างเล็กนิ่งขึง สับสนไปหมด ก็คุณกาย ไม่เห็นบอกอะไรผมเลย แค่บอกให้ซื้อของได้ตามใจชอบ อยากได้อะไรก็ให้ โรงเรียนก็ให้เรียนอย่างที่ผมต้องการ รับอุปการะเพื่อนของผมทุกคนด้วย นาโอกิก้มหน้างุด อย่างนี้ คุณกายก็อยู่คนละโลกกับผมน่ะสิครับ นาโอกิเอ่ยถามเสียงเครือ ทำให้ร่างสูงต้องชะงัก เขาพูดอะไรที่ไม่ถูกต้องอย่างนั้นหรือ ในที่สุด สิ่งที่เขากลัว ก็กลายเป็นความจริงอย่างนั้นใช่ไหม ร่างเล็กถามตัวเอง วันที่คุณกายอยู่สูงเกินกว่าที่เขาจะเอื้อมไปถึง วันที่คุณกาย ห่างจากเขาอย่างเหลือเกิน เมื่อความจริงที่เขาได้รับรู้ ทำให้ความเบิกบานใจที่เขาได้รับ กลับห่อเหี่ยวอีกครั้ง ริวอิจิถอนใจเฮือก เมื่อได้รับปฏิกิริยาที่ตรงกันข้ามกับที่เขาคิดจากร่างตรงหน้า ความสงสัยของเขาถูกไขกระจ่างแล้ว ว่าทำไม คุณกายถึงยังไม่บอกฐานะที่แท้จริงกับร่างตรงหน้านี้สักที ผมถามสักอย่างสิครับ นาโอกิเงยหน้ามองร่างสูงที่ก้มหน้าเข้ามาใกล้ พยักหน้ารับ มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรือครับ กับความจริงที่คุณได้รู้.. มันทำให้ผมรู้ว่า ตัวเองควรที่จะอยู่ตรงไหน ควรที่จะทำอะไร ต่อจากนี้ ริวอิจิเกาหัวแกรก ทำไงดีว้า ทำเรื่องให้มันยุ่งขึ้นมาเพราะความไม่ตั้งใจจนได้สิเรา ดูท่าทางคุณนาโอกิคงจะคิดมากเสียด้วย ..แล้วจะทำอะไรล่ะ.. เสียงของคาสึยะดังขึ้นข้างหลัง นาโอกิเงยหน้าขึ้นมองด้วยใบหน้าที่นองน้ำตา ความจริงที่ได้รู้ทำให้นาโอกิ รักคุณกายน้อยลงไปหรือเปล่า คาสึยะถามขึ้น พลางยกมือขึ้นลูบหัวของร่างเล็กอย่างเอ็นดู ร่างเล็กส่ายหน้า ถอนสะอื้น เขาไม่มีวันรักคุณกายน้อยไปกว่านี้ ไม่มีวันที่ความรักนี้จะจืดจางไป นาโอกิไม่อยากที่จะอยู่ข้างๆ คุณกายแล้วใช่ไหม ไม่ ไม่นะฮะ..ผมอยากอยู่กับคุณกาย ..ร่างเล็กละล่ำละลักบอก คิดบ้างซิ เด็กโง่ ที่คุณกายเขาไม่บอกเราน่ะ เพราะอะไร ถ้าไม่เพราะกลัวเราจะคิดมากอย่างนี้ คุณกายเขาก็คงจะบอกเรามาตั้งแต่แรกแล้ว คุณกายเขารู้นิสัยเราดีน่ะสิ เลยไม่ยอมบอก คำพูดของคาสึยะทำให้นาโอกิรู้สึกดีขึ้น แต่ความจริง ถึงเราจะเด็กยังไงก็เถอะ นาโอกิ เราก็น่าจะคิดเอะใจบ้างแล้ว ร่างสูงถาม ก่อนที่จะเข้าประเด็น ยกเว้นเสียแต่ว่า ตัวของเราเองที่ไม่ยอมรับรู้ ใช่ไหม???? นาโอกิ ร่างเล็กบางไม่ตอบ ใช่ เขาไม่อยากที่จะรับรู้ต่างหาก เขากลัว กลัวความจริงที่เขาจะต้องรับรู้ ริวอิจิมองคาสึยะที่คาดคั้นนาโอกิแล้วก็ต้องลอบยิ้ม เป็นเรื่องเป็นราวกับเขาเหมือนกันนะ นึกว่าจะดีแต่เรื่องไม่เป็นเรื่องเสียอีก เจ้าเด็กนี่ อย่าไปคาดคั้น นักเลย คาสึยะ นาโอกิยังเด็ก ร่างสูงกว่าปราม ก็ใช่ว่าจะต้องเด็กตลอดไปนี่ อีกไม่นานก็ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ ต้องเผชิญกับปัญหาที่มากกว่านี้ ใหญ่กว่านี้ แล้วนาโอกิจะทำยังไง ถ้ายังตัดสินใจเผชิญหน้ากับมัน ยอมรับมันไม่ได้อย่างนี้.. คาสึยะอธิบายให้นาโอกิฟัง อย่างน้อย ในวันนี้ นาโอกิยังมีเขาอยู่ข้างๆ คอยเป็นที่ปรึกษา แต่วันหน้าล่ะ วันข้างหน้าที่นาโอกิมีเพียงตัวเองที่จะต้องขบคิด ตริตรอง มีเพียงตัวเองเป็นที่พึ่ง นาโอกิจะผ่านไปได้อย่างไร ถ้าปัญหาเล็กน้อยแค่นี้ นาโอกิยังขบคิดไม่ตก แค่การยอมรับ นาโอกิจะต้องยอมรับให้ได้ คาสึยะบอก ก่อนที่จะดันตัวนาโอกิให้ลุกขึ้น แล้วพาร่างนั้นเดินกลับห้อง ก่อนที่จะส่งโทรศัพท์ให้กับริวอิจิที่นั่งอยู่ข้างๆ ลืมบอกไปว่า แฟนนายรอสายอยู่ คำพูดทิ้งท้ายนั้น ทำเอาเขาตาลุก เจ้าเด็กนี่ ยังไม่วายแกล้งเขาอีกจนได้นะ ไม่รู้ว่ายังรอสายอยู่หรือเปล่า ถ้ามีเรื่องนะ คราวนี้จะต้องสะสางกับเจ้าเด็กนี่ให้หมดเสียทีเดียว สมกับความแค้นที่สร้างไว้กับเขาหน่อยเถอะ ..ขอโทษครับ ร่างสูงเบ้หน้าเมื่อได้ฟังคำตัดพ้อต่อว่าจากแฟนสาว ดวงตาคมกล้าทอดมองตามร่างเพรียวไปอย่างหมายมาด วาววับ เล่นเอาคาสึยะเสียวสันหลังขึ้นมาวาบอย่างไม่รู้สาเหตุ @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ว่าไง..นาโอกิ..ยิ้มร่ามาแต่ไกลเชียวนะ ไคทัก เมื่อเห็นว่าร่างเล็กบางนั้นเดินฮัมเพลงมาอย่างมีความสุข นัยน์ตาใสกระจ่าง ผิดกับเมื่อวานลิบ ที่มีแต่ความหม่นหมอง ..มีอะไรดีๆ หรือไง .แน่นอนสิ .. นาโอกิยิ้มทั้งปากและนัยน์ตา เมื่อก้าวขึ้นรถที่แล่นมาจอดเทียบข้างหน้า ร่างสูงก้าวขึ้นมานั่งเคียง อดไม่ได้ที่จะหันไปมองอีกครั้ง ..บอกได้หรือเปล่า คุณกายมาหา เมื่อวานนี้.. ใคร??? ..คนที่เรารักที่สุด นาโอกิตอบกลับอย่างฉาดฉาน เล่นเอาไคถึงกับอึ้ง ..นายนี่ ..ไคพูดไม่ออก ก่อนที่จะยกมือขึ้นโยกหัวของร่างเล็กอย่างล้อเลียน เปิดเผยเกินไปแล้ว เจ้าบ้า.. ยุ่ง ก็เรารักของเรานี่นา ..เออ ไม่พูดด้วยแล้ว จะไม่ถามอีกเด็ดขาด.. ร่างสูงประชด เมื่อรถแล่นผ่านเข้าไปยังคฤหาสน์ทรงญี่ปุ่นที่เป็นบ้านของไค ..ทำไมคนเยอะจังล่ะ นาโอกิถามอย่างสงสัย เมื่อเห็นว่าวันนี้คนเดินไปมาเพิ่มขึ้น ไม่รู้สิ..ไคทำหน้าฉงน ก่อนที่จะเรียกคนในบ้านเข้ามาถามไถ่ และได้ความในที่สุด เรากลับก่อนดีกว่ามั้ง วันนี้คุณเอนยะคงจะมีธุระ .. ..เข้าไปก่อนเถอะน่า..ไปเจอท่านเสียหน่อย ไหนๆก็มาแล้ว ไคชวน นาโอกิจึงพยักหน้ารับอย่างเสียไม่ได้ ดีเหมือนกัน .. ..พ่อครับ .. ไคส่งเสียงไป ก่อนที่จะเปิดประตู ..เข้ามาเถอะ ไค ..นาโอกิ.. พ่อของไคพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเด็กทั้งสองคนชะงัก และทำท่าจะหันหลังกลับแทบจะทันที ..ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไรหรอก.. นั่นแหละ ไคจึงเดินนำเข้าไป ตามหลังด้วยนาโอกิ ร่างสูงใหญ่พอๆ กับพ่อของเขามองตาไม่กะพริบ จ้องเขม็งไปที่นาโอกิอย่างประเมินและใช้ความคิด ดวงตาแข็งกร้าวทอดมองนิ่งจนนาโอกิรู้สึก ร่างเล็กจึงหันกลับมา ประสานสายตาด้วยอย่างไม่เกรงกลัว ..ผมอุตส่าห์พานาโอกิมา ไหง ..วันนี้ถึงจัดประชุมหัวหน้าสาขาล่ะครับ ไคตัดพ้อ มีเรื่องด่วนนิดหน่อย.. ร่างสูงโปร่งเงยหน้ามอง เร่งด่วนอย่างนี้คงจะไม่ใช่เรื่องเล็กแล้วกระมัง ..ว้า งั้นก็อดทานข้าวเย็นด้วยกันสิครับ ร่างโปร่งพูดอย่างเสียดาย ไว้คราวหน้านะ .. โซอิจิโร่ พูดกับลูกชายอย่างเอาใจ ไคหน้ามุ่ย ..หันกลับไปมองนาโอกิ ..เอาไงดี นาโอกิ ยังไงก็ได้ ตามใจนายแล้วกัน นาโอกิพูดตอบ แต่ไม่ได้ลดสายตาที่ทอดมองราวกับจะหยั่งเชิงนั้น ..อยู่ทานกับไคนะ นาโอกิ เสียงของโซอิจิโร่ ทำให้ร่างเล็กบางต้องถอนสายตาหันกลับไปมอง ผงกหัวนิดหนึ่งเป็นเชิงรับ ครับ ..ร่างสูงใหญ่ยิ้มรับ เมื่อเห็นว่าร่างเล็กนั้นดูเป็นมิตรกับลูกชายของตนเองมากกว่าเมื่อก่อน ไม่อย่างนั้นเขาไม่สามารถวางใจได้เสียที ว่าลูกชายของเขาจะไปก่อเรื่องอะไรให้เขาปวดหัวมากไปกว่านี้อีก ..ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไป เจ้าไค โซอิจิโร่บอกกับไค ร่างโปร่งนั้นหันไปหานาโอกิ ให้นาโอกิอยู่คุยเป็นเพื่อนพ่อก่อน ไคจึงหันหลังออกไปจากห้องนั้นแต่เพียงลำพัง ..งั้นผมขอตัวก่อนนะครับ โซอิจิโร่พยักหน้า ร่างสูงใหญ่จึงลุกขึ้นเดินตามร่างโปร่งของไคไปติดๆ ไคเดินฮัมเพลง อย่างมีความสุขแล้วก็ต้องชะงัก เมื่อเผชิญหน้ากับฮิคารุที่ก้าวออกมา ..มีความสุขจริงนะ.. ร่างที่สูงพอกันเหยียดปาก แต่ไคก็เดินเลยไปอย่างไม่สนใจ ทำยังไงเข้าล่ะ ถึงพามาถึงนี่ ไคไม่ได้โต้ตอบ อย่าบอกนะว่า..นายกับเด็กคนนั้น . หยุดความคิดชั่วๆของนายได้แล้ว ฮิคารุ.. ไคพูดออกมาเป็นประโยคแรก ถ้าเป็นเมื่อก่อน เขาคงกระโดดเข้าหาหมอนั่น ฟัดกันนัวเนียไปแล้ว ..คิดอะไรที่มันเข้าท่ากว่านี้ก็ดีนะ.. นี่ อีกฝ่ายเรียกเมื่อไคก้าวเดินไปอย่างไม่สนใจ ..น่ารักดีนะ เด็กนั่น.. ไคเข้าใจความหมาย เขายิ้ม .. ..นายก็..ลองดูสิ..แล้วบอกด้วยนะ ว่าเขารสชาติเป็นยังไง ใช่ว่าเขาจะไม่รู้เรื่องของฮิคารุเสียเมื่อไหร่ ว่าหมอนี่มีนิสัยยังไง เพียงแต่เขาไม่ชอบที่จะเข้าไปก้าวก่ายเรื่องของคนอื่น แม้ว่าคนอื่นจะชอบมายุ่งเรื่องของเขามากมายเท่าใดก็ตาม อยากลองก็ลอง แต่เขาไม่รับประกันความปลอดภัยก็เท่านั้น!!!!! ฮิคารุสะบัดหน้าพรืด เมื่อการยั่วไคคราวนี้ของเขาไม่ประสบความสำเร็จ เจ้าหมอนั่น ไปทำอะไรมานะ ถึงได้แลเป็นผู้ใหญ่เพียงแค่ช่วงเวลาไม่นานอย่างนี้ คุณน้า..ร่างสูงโปร่งเรียกร่างสูงที่กำลังเดินไปอีกทางหนึ่ง ก่อนที่จะวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ว่าไง.. ร่างสูงใหญ่ขยี้ผมของฮิคารุอย่างเอ็นดู เสียงเรียกนั้นพาเอาไคสะดุด แต่ก็เพียงชั่ววินาที เท่านั้น เฮอะ.. ไคกัดริมฝีปาก ก่อนที่จะปิดประตูลง เดินไปยังตู้เสื้อผ้า ค้นหาเสื้อตัวเล็กๆ ให้นาโอกิก่อน น่าจะยังมีนะ ของเก่าๆของเขา ร่างโปร่งรื้อของออกมาจนกระจุยไปหมด จนกระทั่งได้ของที่เขาต้องการ ได้ล่ะ ..คงใส่ได้มั้ง.. ไคคำนวน ตัวของเขาสูงกว่านาโอกิไม่มากเท่าไหร่ คราวนี้ก็ของเรา ร่างโปร่งคว้าเสื้อยืดตัวโปรด และกางเกงยีนส์ ออกมาพาดไว้ที่ราวข้างๆ ปิดตู้เสื้อผ้า ก่อนที่จะถอดเสื้อนักเรียน ไคหันขวับ เมื่อรับรู้ถึงสิ่งผิดปกติภายในห้องของเขา ร่างโปร่งขมวดคิ้วมุ่น เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนที่เข้ามา ดวงตาที่แสดงความไม่พอใจ กลับสงบราบเรียบลง ผิดกับเมื่อครู่ลิบ ..มีธุระอะไรหรือครับ คำพูดที่เป็นทางการและน้ำเสียงที่ห่างเหินนั้นพาให้ร่างสูงใหญ่กระตุก มองร่างสูงโปร่งตรงหน้าอย่างไม่พอใจ เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ทำไมถึงต้องไม่พอใจด้วย ..ต้องมีธุระหรือไง .. ไคไม่ตอบคำถามนั้น เขาหันไปใส่เสื้อเงียบๆ มือไม้สั่นไปหมด เป็นครั้งแรกที่เขาเกิดอาการประหม่า เพียงเพราะว่าบุคคลที่เข้ามาไม่ใช่คนที่เขาคุ้นเคยเท่าไหร่ อยู่บ้านเดียวกันก็จริง แต่ก็ไม่ได้พบกันบ่อยนัก อีกทั้งเขาเองก็ไม่ได้เข้าไปยุ่มย่ามให้อีกฝ่ายรำคาญเอาได้ เมื่อเรียบร้อย เขาจึงหันกลับมา เด็กคนนั้นเป็นใคร ร่างโปร่งแลดูเล็กไปถนัดใจ เมื่อต้องมาเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่แข็งแรงไปทั้งเนื้อทั้งตัวนั้นไคมองหน้าของอีกฝ่าย ทุกทีไม่เคยมาวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของเขา แล้วทำไมคราวนี้ เขาถอนหายใจเฮือก ..คงไม่ต้องรายงานคุณมังครับ ว่าเด็กคนนั้นเป็นใคร รู้เพียงแต่ว่า นาโอกิเป็นเพื่อนของผมและคุณพ่อก็ถูกใจ..ไคตัดบท ไค.. ร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาใกล้ ข่มให้ร่างโปร่งเล็กไปถนัดตา ไคเมินหน้าหนี ในเมื่อไม่ต้องการเขา ไม่ชอบเขา ยังจะมาทำเป็นห่วงอะไรกันตอนนี้ ทั้งๆที่เมื่อก่อน เลิกคบกับเด็กคนนั้นซะ ไคหันขวับ นี่เป็นเรื่องที่ผมตัดสินใจ ไม่ใช่คุณ.. ดวงตาของเขาแข็งกร้าว จ้องบุรุษที่ได้ชื่อว่าเป็นอาอย่างไม่เกรงกลัว และถ้าตาของเขาเป็นไฟ มันก็คงจะเผาร่างตรงหน้าจนไหม้เป็นจุลไปแล้ว หมดธุระแล้วใช่ไหมครับ ผมขอตัว ไคบอกก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว ทั้งเขาและอาไม่ได้เกี่ยวข้องกันมานานแล้ว ยังจะต้องมากะเกณฑ์อะไรกับเขาอีก ไม่มีเหตุผลสักนิด ไค.. ร่างสูงใหญ่สบถอย่างฉุนเฉียว เมื่อร่างโปร่งนั้นลุกขึ้นมาต่อต้านเขาเสียแล้ว ทั้งๆที่ไม่เคยทำมาก่อน เมื่อก่อนไม่ว่ายังไง ก็จะต้องมีปฏิกิริยาออกมาบ้าง แต่ตอนนี้ แทบจะเรียกได้ว่า ไม่สนใจกับสิ่งรอบข้างเอาเสียเลย ดูเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมากทั้งที่ คุยอะไรกันอยู่ครับ ไคเดินเข้าไปหาพ่อ ก่อนที่จะนั่งลงข้างๆ อย่างประจบ นาโอกิมองแล้วต้องลอบยิ้ม นาโอกิเขาขอพ่อ ว่าจะให้เราไปค้างที่บ้านของเขาบ้าง ไคหูผึ่ง หันกลับไปมองร่างเล็กกว่า ก่อนที่จะหันกลับไปมองพ่อ ..แล้วว่ายังไงครับ ตามใจ อยากไปวันไหนก็ไป.. ร่างสูงโปร่งลุกขึ้นจูบแก้มของพ่ออย่างแสนรัก นานแล้วที่เขาไม่ได้ไปค้างบ้านใคร หรือว่าออกไปไหนแต่เพียงลำพัง นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมา จริงนะครับ ไคตะโกนลั่นอย่างดีใจ ..รักพ่อที่สุดเลย ..งั้นก็ไปทานอาหารเย็นกันได้แล้ว พ่อมีงานที่ต้องทำ .. ถ้าอย่างนั้น ..พวกผมขอตัวก่อนนะครับ นาโอกิหันไปบอก เป็นเชิงลา ก่อนที่จะลุก เดินตามไคออกมาข้างนอก ..นี่ คุยอะไรกันตั้งนานสองนาน ไคถามขึ้นอย่างอยากรู้ ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรอก ทั่วๆ ไปน่ะ.. นาโอกิปฏิเสธ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะพูดให้ไคฟังได้ แล้วนายทำได้ยังไง ปกติพ่อน่ะ จะไม่ให้เราออกไปไหนเลย ..คนเรามีฝีมือก็อย่างนี้แหละ นาโอกิยิ้ม อย่างภาคภูมิใจ ยืดอกรับ ผลก็คือผมนุ่มๆของเขาถูกยีจนยุ่งไปหมด เสียทรงหมด ไค นาโอกิเอ่ยเสียงดุ เบี่ยงหัวหนี แต่ก็ไม่พ้น ช่างมันน่า ..เจ้าเด็กจอมยุ่ง ..อารมณ์ดีเชียวนะ นาโอกิกระเซ้า แน่น้อน เราไม่ได้ไปค้างบ้านคนอื่นตั้งนานแล้ว นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีเชียว ..จริงน่ะ ..คุณเอนยะเป็นห่วงนายน่าดูเลยล่ะสิ งั้นมั้ง ไคยิ้ม แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติมออกมาอีก.. ..แล้วอาของนาย.. ไคหันขวับ มองตรงมายังนาโอกิ ก่อนที่จะเค้นเสียงพูด ด้วยอารมณ์ที่ประทุอยู่ภายใน ..เราไม่มีอาอย่างนั้น อย่าพูดอย่างนี้สิ ยังไงเขาก็เป็นคนที่มีสายเลือดเดียวกับไคนะ.. หึ.. นาโอกิส่ายหัว เขาไม่อยากที่จะพูดอะไรอีก นี่เป็นเรื่องภายในครอบครัวของไค เขาไม่มีสิทธิ์ที่จะไปก้าวก่าย เว้นเพียงแต่ว่า ไคจะเป็นฝ่ายพูดออกมาเอง ..เรามีแค่พ่อคนเดียวก็พอ ..ตอนนี้เราก็มีนายเป็นเพื่อนแล้ว ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ..เฮ้อ..นายนี่น้า .. อย่าพูดเรื่องอย่างนี้เลย ไปทานข้าวกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวเราจะให้เขาเตรียมน้ำร้อนไว้ให้ คืนนี้ค้างที่นี่นะ ก็ได้ ..นาโอกิตัดสินใจ อย่างน้อย เขาก็ยังได้รับการยอมรับจากเอนยะ โซอิจิโร่ คนๆนั้นที่มีกลิ่นอายเหมือนกับคุณกาย ให้ความอบอุ่น อยากที่จะอยู่เคียงข้าง.. ดีจัง มือข้างหนึ่งของไค ยกขึ้นพาดไปยังบ่าของนาโอกิอย่างสนิทสนม ทำให้คนที่มองเห็นอยู่แต่ไกล ต้องถอนหายใจออกมาอย่างหนักอก และทอดสายตาจ้องเขม็งอย่างไม่พอใจ นาโอกิชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่จะลอบยิ้ม เมื่อสัมผัสกระแสบางอย่างที่ส่งมาถึง สายตาของเขาลอบมองออกไป แม้จะทอดไล้ผ่านๆ อย่างไม่สนใจแต่ก็สามารถเก็บรายละเอียดได้ทั้งหมด อย่างที่เขาคิด อาของไคที่ยืนต้องมองมาอย่างไม่พอใจ ..แต่ว่า ไม่พอใจเรื่องอะไรกันล่ะ ..จริงสิ ..แล้วฮิคารุเนี่ย เป็นญาติทางฝ่ายไหนของไคเหรอ ทางแม่น่ะ.. แล้วอาของนายล่ะ น้องชายแท้ๆของพ่อเราเอง ..ดูนายไม่สนิทกับเขาเลย ..เขาเกลียดเราน่ะ เกลียด ไม่จริงน่า ..เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า นาโอกิเถียงเมื่อนึกไปถึงสายตาที่มองมายังเขาอย่างสำรวจตรวจตรา ไม่พอใจเวลาที่ไคแสดงความสนิทสนมกับเขา ..ไม่ผิดหรอก มันเป็นเรื่องเมื่อก่อน .. เล่าให้เราฟังมั่งได้หรือเปล่า ไคนิ่งไปพักก่อนที่จะพยักหน้าตกลง ..ได้ซิ แต่ต้องหาอะไรรองท้องก่อนนะ เราหิวจนแสบไส้ไปหมดแล้ว ตกลง ..เราก็หิวเหมือนกัน บอกทางบ้านไว้หรือยัง ไคถามเมื่อนึกขึ้นมาได้ ขณะที่เดินตามระเบียงไปยังห้องอาหารที่อยู่อีกฟากหนึ่ง ยังเลย แต่ไม่เป็นไรหรอก.. แน่ใจนะ ว่าเขาจะไม่เป็นห่วง แน่นอน เราไม่เด็กมากขนาดที่ต้องมาเป็นห่วงกันมากขนาดนายนี่นา อ้าว พูดอย่างนี้มันหาเรื่องกันนี่.. ไคหันขวับ หาเรื่องตรงไหนกัน นาโอกิก็สวนกลับไปอย่างไม่กลัวเกรง นายอายุเท่าไหร่กัน นายต่างหาก อย่างน้อยเราก็อยู่ ม.ปลายล่ะว้า ผิดกับอีกคนที่อยู่ ม . ต้น ..อ้าว อย่างนี้ก็เป็นเรื่องสิ ..จะหาหรือเปล่าล่ะ ..เจ้าเด็กบ้านี่ เออ..แน่จริงก็เข้ามาเลย ..คราวนี้จะฟัดให้หมอบลุกไม่ขึ้นไปเลย ทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างไม่ยอมหลบ ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง เมื่อเสียงท้องของทั้งคู่ร้องประสานกันเสียงดังสนั่น ..เราว่าไปหาอะไรกินก่อน แล้วค่อยทะเลาะกันต่อดีกว่านะ ..อืม..เห็นด้วย หิวชะมัด.. นาโอกิเกาะแขนของไคไปอย่างสนิทสนม ใบหน้าที่ยิ้มแย้มนั้น ทำให้คนที่ยืนลอบมองอยู่ต้อง กำมือกับระเบียงแน่น เพื่อระบายอารมณ์ @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ ..ผมไม่เข้าใจ ทำไมพี่ถึงให้เจ้าเด็กนั่นเข้ามาในบ้าน น้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดทำให้ร่างสูงที่นั่งอย่างใช้ความคิดต้องเงยหน้าขึ้นมอง ลอบถอนหายใจ ..ใคร เจ้าเด็กที่มากับไคน่ะ ..อ้อ..นาโอกิ.. ร่างสูงทวน ทำไมล่ะ ร่างสูงใหญ่พอกันก็ตอบไม่ได้กับคำถามนั้น บอกได้แต่ว่าเขาไม่พอใจ และไม่พอใจมากขึ้นทุกวินาที ที่ไคจะไปสนิทสนมกับใครคนอื่นขนาดนั้น ทุกทีนายก็ไม่เคยสนใจเรื่องของไคอยู่แล้ว ทำไมคราวนี้ถึงได้ดูเดือดร้อนจริง.. ไม่มีคำตอบจากปากบางเฉียบนั้น เมื่อมันเม้มเข้าหากันแน่น ..มาซายูกิ..นายเห็นอะไรในตัวของเด็กคนนั้น ตอนนี้นายอาจจะยังไม่เห็นอะไร แต่พี่ก็บอกได้อย่างว่า นาโอกิจะเป็นเพื่อนที่ดีให้กับไคได้อย่างแน่นอน พี่อาจจะมองพลาดไปก็ได้ แล้วเราคอยดูกัน ..มาซายูกิ แต่พี่ก็ยังมั่นใจในตัวของเด็กคนนั้น ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น นาโอกิก็จะไม่ทิ้งไคอย่างเด็ดขาด เขาจะเป็นทั้งน้อง และเพื่อนของไค ในเวลาเดียวกัน.. ..พี่.. ไม่มีทางทิ้งเขาไว้ ให้เขาพบแต่ความเจ็บปวด เด็กคนนั้น มีสัญชาติญาณของการปกป้อง และเขาคงจะปกป้องคุ้มครองไค ..ให้กับเราได้.. แล้วผมจะคอยดู.. โซอิจิโร่ได้แต่ยิ้ม แต่ไม่ว่ายังไงสายตาของเขาก็คงจะไม่พลาดอย่างแน่นอน ..แล้วเรื่องนั้น ว่ายังไงล่ะ ผมสั่งลงไปแล้ว..ผมว่าช่วงนี้พี่ระวังตัวหน่อยดีกว่า ..พวกมันหมายหัวของพี่อยู่ มาซายูกิเอ่ยกับพี่ชายเพียงคนเดียวอย่างเป็นห่วง ร่างสูงใหญ่ที่มีใบหน้าแทบจะเป็นพิมพ์เดียวกันยิ้มน้อยๆ จนแทบจะไม่รู้ว่าเป็นยิ้ม แต่ก็ทำให้ใบหน้าที่แข็งกร้าวนั้นอ่อนโยนขึ้น ..ถ้าพี่เป็นอะไรไป ก็ฝากไคด้วยก็แล้วกัน เขายังเด็กนัก นั่นคือสิ่งที่พี่เป็นห่วง.. อย่าพูดอย่างนั้นสิ พี่จะเป็นอะไร..ได้ยังไง..มาซายูกิพูดยังไม่ทันจบประโยค ร่างสูงใหญ่ของอีกคนก็ยกมือห้าม ส่ายหน้า อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอน ..มาซายูกิ.. ..พี่ไม่อยากที่จะให้คาดหวังอะไร ..ในวันพรุ่งนี้ให้มากมายนัก.. รับปากกับพี่นะ..มาซายูกิ.. ร่างสูงใหญ่นั้นทวงสัญญา ครับ..ผมจะดูแลเขาอย่างดีที่สุด..ถ้ายอมล่ะนะ ร่างสูงนั้นยอมรับปากอย่างเสียไม่ได้ ..ไคเป็นเด็กขี้เหงา ถ้าแม่ของเขายังอยู่คงจะดีกว่านี้.. พี่ยังไม่ลืมอีก นาเอะเป็นผู้หญิงที่พี่รัก มาซายูกิ ..พี่รักเขา แต่พูดไปตอนนี้นายก็คงจะยังไม่เข้าใจหรอก แต่ถ้านายลงได้รักแล้วก็จะรู้ ..ว่านายจะต้องการเขาจากจิตวิญญาณเลยทีเดียว ต้องการอย่างไม่มีเหตุผล อยากได้เขามาเป็นของเราแต่เพียงผู้เดียว ใครจะเป็นยังไง เราจะไม่สนใจเลย รู้เพียงแต่ว่า เราจะทำทุกอย่างเพียงเพื่อให้ได้เขามาเป็นของเราเท่านั้น.. เป็นครั้งแรกที่โซอิจิโร่ พูดยืดยาวอย่างนี้ เขามองหน้าของน้องชายนิ่ง ก่อนที่จะคิดย้อนกลับไปยังอดีตที่แสนไกล ภาพของคนที่เขารัก ตายในอ้อมแขนของเขา เพราะว่าต้องการปกป้องเขา ..อดีต..บางครั้งก็มีความทรงจำที่มีค่า ที่มีแต่เราเท่านั้นที่รู้ มาซายูกิ ทั้งถูกต้อง และผิดพลาด แม้ว่าเราอยากจะแก้ไขมันสักเท่าไหร่ เวลาเหล่านั้นก็ไม่อาจที่จะย้อนคืนกลับมาได้ นอกจากจะทำปัจจุบันให้ดีที่สุด .. ..แต่ผมคงจะไม่สามารถรักใครได้หรอกมั้ง..หามาตั้งนานแล้ว ร่างสูงกล่าวติดตลก ..บางที มาซายูกิ ..ของที่เราคิดว่าไม่สำคัญ กลับกลายเป็นของที่มีค่าที่สุดของเราอย่างไม่รู้สึกตัว และเราจะเสียดาย เสียใจอย่างสุดซึ้ง ก็ตอนที่เราได้รู้ว่า เราได้เสียมันไปแล้ว เราปล่อยให้มันหลุดลอยไปแล้ว และไม่อาจที่จะไขว่คว้ามันมาเป็นของเราได้อีก ..พี่รู้ ..มาซายูกิ ..มันอาจจะยังเร็วเกินไป ที่จะพูดกับนายตอนนี้..แต่สักวัน ..นายจะต้องคิดถึงคำพูดของพี่ ตอนนี้นายอาจจะมีใครหลายคน ..แต่ก็ไม่มีใครสามารถที่จะเติมเต็มความสุขของนายได้เลย ..ใช่ไหม ..ไม่มีใครที่จะทำให้นายสามารถหวงแหน หรือว่าอยากที่จะกระชากเขากลับคืนมาบ้างเลยหรือไง นายโกรธ หรือไม่พอใจบ้างหรือเปล่า หรือว่า อยากแสดงความเป็นเจ้าของ ประกาศว่า เขาเป็นของเรานะ เป็นของเราคนเดียวเท่านั้น ร่างสูงพอกัน สะดุดกับคำถามสุดท้ายนั้น ไม่พอใจหรือ ไม่ชอบใจ ใช่ เขาไม่ชอบใจเลยที่ไคจะไปสนิทสนมกับใครคนอื่น คุ้นเคยกับใครคนอื่น แต่ว่า ไคเป็นหลานของเขา หลานที่เขาอุ้มชูมาแต่เกิด แม้ว่าจะมาห่างกันไปในช่วงหลังก็เถอะ.. ..คิดดูให้ดีๆนะ มาซายูกิ.. ไตร่ตรองให้รอบคอบ พี่ไม่อยากให้นายเสียใจเหมือนพี่ ที่มารู้ตัวก็เมื่อสายไป พี่ไม่มีเค้าอีกแล้ว ข้างกายของพี่ว่างเปล่า ..แต่ยังไงเด็กคนนั้น.. มาซายูกิ วกกลับเข้ามาเรื่องเดิม นายเห็นอะไรในตัวของไคเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ไม่รู้สิฮะ รอยยิ้มของเขายังไงล่ะ มันหายไปจากใบหน้าของเขาตั้งแต่ 5 ปีที่แล้ว ตอนนี้ เขาเริ่มที่จะมีขึ้นมา เพราะเด็กคนนั้น นาโอกิ เด็กที่ร่าเริง เป็นเหมือนสายน้ำที่คอยหล่อเลี้ยงหัวใจของไค อยู่เคียงข้างไค ในยามที่เขาไม่มีใคร เป็นสิ่งที่คอยค้ำจุนไค เป็นที่พักก่อนที่ไคจะเริ่มต้นเดินใหม่อีกครั้ง พี่ประเมินเด็กคนนั้นสูงเกินไปหรือเปล่า ทำไม ผมว่าเด็กคนนั้นอันตราย แปลกนะ นายไม่เคยมีอคติกับใครนี่นา แล้วทำไม ถึงสนใจเด็กคนนั้นนักล่ะ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันฮะ แต่ผมติดใจเกี่ยวกับเด็กคนนั้นนิดหน่อย ..สนใจหรือไง .. ร่างสูงใหญ่ไม่ตอบคำถามนั้น ก่อนที่จะถอนใจเฮือก นี่ก็ดึกแล้ว ผมขอตัวก่อน พี่พักผ่อนเถอะฮะ.. มาซายูกิตัดบท ก่อนที่จะก้าวออกมาจากห้องของโซอิจิโร่ สายตาของเขากวาดไปยังห้องของไคอย่างไม่ได้ตั้งใจ จากประตูที่เปิดกว้างเพื่อรับแสงจันทร์ ทำให้เขามองเห็นข้างในอย่างไม่ได้ตั้งใจ เด็กคนนั้นกำลังหยอกล้อไคอย่างสนิทสนม ทำให้ไคมีรอยยิ้ม มีเสียงหัวเราะออกมาอีกครั้ง หลังจากที่มันหายไปกว่า 5 ปีแล้ว ดวงตาแข็งกร้าววาวโรจน์ขึ้นอย่างไม่พอใจ กัดฟันกรอด ชกเปรี้ยงไปที่ต้นเสาเต็มแรงอย่างระบายอารมณ์จนมันเป็นรอยหมัด ..ไม่มีทาง นาโอกิ ..ไม่มีวันที่เราจะยกไค ให้กับเด็กอย่างเธอหรอก ไคเป็นของเรา เป็นของ เอนยะ มาซายูกิคนนี้ คนเดียวเท่านั้น ไม่มีวันที่เธอจะมาแย่งเขาไปได้ @@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@ จาก : kaiz - 28/07/2005 01:28 |