|
หัวข้อ : pond1-3 ข้อความ : วันนี้ผมเป็นนิสิตแล้ว ผมสอบเข้ามหาลัยแห่งหนึ่งของรัฐได้ที่กรุงเทพ คณะเศรษฐศาสตร์คุณพ่อกับคุณแม่เลยยอมให้ผมมาอยู่คนเดียว ทีแรกท่านไม่ยอมท่าเดียวบอกจะให้พี่เลี้ยงมาคอยดูแล ท่านยังเห็นผมเป็นเด็กอยู่เช่นเคยทั้งๆที่ผมคิดว่าผมโตแล้ว แต่ก็อีกนั่นแหละในสายตาท่านผมก็ยังเป็นเด็กเสมอ ผมเลยสร้างเงื่อนไขกับท่านว่าถ้าผมสอบได้ท่านจะไม่ขัดข้องถ้าผมจะขออะไร ผมเลยพยายามสอบให้ได้จริงๆผมไม่อยากจะอยู่ที่นั่นอีกแล้วสามปีที่แสนทรมานที่ผมทนอยู่ที่นั่นผมไม่เคยลืมเลยสักวินาที เขาคนนั้น........................ ช่างเถอะ.....................ผมไม่อยากนึกถึงมันอีก มันทำให้เจ็บลึกๆในอกชอบกล มาเข้าเรื่องกันดีกว่าครับ วันนี้เป็นวันเสาร์คุณพ่อกับคุณแม่ลงมาส่งผมถึงกรุงเทพ ท่านซื้อคอนโดหรูให้ห้องหนึ่งกว้างขวางใหญ่โตพอดูอยู่ได้อย่างสะดวกสบายผมเห็นแล้วก็ชอบมากโดยเฉพาะนอกระเบียงวิวสวยอากาศดีมาก ถึงไม่มากเท่าที่เชียงใหม่ก็เถอะแต่ก็ถือว่าดีมากแล้วสำหรับกรุงเทพ ท่านซื้อรถให้ผมอีกคันหนึ่งบอกว่าให้เป็นของขวัญสำหรับที่ผมสอบได้ผมปลื้มมากขอบคุณท่านยกใหญ่ คุณพ่อกับคุณแม่รักผมมากเนื่องจากผมเป็นลูกคนเดียวจะขออะไรอยากได้อะไรท่านก็ให้ทุกอย่าง(เรียกว่าถูกตามใจก็ว่าได้)มีแต่เรื่องนี้แหละที่ท่านไม่ค่อยเห็นด้วย ท่านเป็นห่วงไม่อยากให้ผมห่างจากอกท่าน แต่ผมก็ยังยืนยันหากผมยังอยู่ที่นั่นผมคงไม่มีทางลืมคนคนนั้นได้ อ้อ.................ลืมบอกไปผมชื่อปอนด์ ครับ คุณพ่อเป็นคนเชียงใหม่คุณแม่เป็นอเมริกันผมจึงเป็นลูกครึ่งไปโดยปริยาย ตอนแรกผมไม่ชอบหรอกเพราะตอนเด็กๆ(สมัยอนุบาลละมั้ง)เพื่อนๆมักล้อมผมอยู่เรื่อยๆว่าผมเป็นนางฟ้าผมทองชอบดึงผมผมบ้างล่ะ หยิกแก้มผมบ้างล่ะตอนนั้นผมโกรธมากร้องไห้กลับมาบ้านทุกวัน แต่มีเด็กคนหนึ่งมาช่วยผมไว้จากพวกเด็กเกเรที่พยายามจะดึงผมเอ๊ะหรือจะเรียกว่าทึ้งมากกว่าอยู่เป็นนานสองนานผมพยายามวิ่งหนีสุดขีดไปหลบอยู่หลังเขาซึ่งตัวโตกว่าผมมาก ผมไม่รู้จักเขาหรอกแต่คิดว่าตัวใหญ่อย่างนี้ก็คงจะช่วยได้บ้างล่ะแล้วมันก็ได้ผล เด็กคนนั้นผลักพวกเด็กเกเรกระเด็นจนหงายหลังร้องไห้ขี้มูกโป่งไปฟ้องครูจนเป็นเรื่อง เขาไม่ยอมบอกว่าที่ทำอย่างนั้นเพราะช่วยผมยอมโดนครูตีตั้งสามทีเพราะผม ตอนนั้นผมร้องไห้เลยแต่ตรงกันข้ามเขาไม่ร้อง ซักแอะ ผมปลื้มมากคิดว่าเขาเป็นฮีโร่ของผมทีเดียวแต่หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้เจอเขาอีกเลยไม่รู้เขาไปไหนเป็นความทรงจำตอนเด็กเพียงอย่างเดียวที่ผมไม่เคยลืม ตอนหลังคุณแม่อธิบายว่าที่ผมโดนแกล้งบ่อยๆรู้มั้ยเพราะอะไรเพราะเด็กๆมักจะชอบแกล้งคนที่ตัวเองชอบนั่นเอง(ไม่รู้จริงรึเปล่านะคุณแม่อาจจะแค่พูดให้ผมสบายใจก็ได้เฮะๆ)แต่มันก็ทำให้ผมรู้สึกชอบและรู้สึกมั่นใจในความเป็นตัวเองตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แม้ตอนนี้ผมจะจัดว่าอยู่ในพวกไม่ค่อยจะแมนนักเพราะใบหน้าหวานๆของผมนี่แหละที่ทำเอาใครหลายคนทักผิดทักถูกอยู่บ่อยๆแต่ผมขอย้ำว่าผมเป็นผู้ชายเคยมีแฟนเป็นผู้หญิงด้วยนะ สวยซะด้วยแต่ก็อีกนั่นแหละผมยังไม่ลืมเขาคนนั้นอีกเช่นเคยเราเลยต้องเลิกรากันไป ตอนนี้เธอก็ไปเรียนต่อเมืองนอกแล้วด้วยผมก็ไม่ได้เสียใจอะไรมากมายเพราะถึงยังไงเธอก็ไม่ได้เป็นที่หนึ่งสำหรับผมอยู่ดี เอาอีกแล้วผมคิดถึงเขาอีกแล้ว.................ไม่ได้ๆผมต้องลืม...............ลืมเขาไปซะ เฮ้อ..................ยิ่งคิดยิ่งเศร้าเปลี่ยนเรื่องกันดีกว่าครับ ทีนี้ผมเล่าถึงเรื่องพ่อกับแม่ของผมต่อดีกว่า วันนั้นท่านนอนค้างที่คอนโดกับผมอีกหนึ่งวันด้วยความคิดถึงและเป็นห่วงลูกรักอีกตามเคยผมก็เสียใจอยู่เหมือนกันที่ต้องห่างพวกท่านนานๆเช่นนี้ แต่เอาเถอะขอเวลาผมสักหน่อยผมรับรองผมจะกลับมาเป็นลูกรักของพ่อกับแม่เหมือนเดิมผมสัญญา ผมคิดในใจขณะที่ไปส่งคุณพ่อคุณแม่ที่รถขณะที่ท่านกำลังจะเดินทางกลับเชียงใหม่กันในวันรุ่งขึ้น ผมสารภาพอย่างไม่อายเลยว่าน้ำตาไหลเลยครับก็เพราะเห็นน้ำตาของคุณแม่นั่นแหละ แม่หอมผมซะหลายทีกว่าจะลากันจริงๆผมกราบงามๆที่อกพ่อและแม่และสัญญาว่าจะกลับไปเยี่ยมท่านบ่อยๆถ้ามีโอกาสและมีเวลา แต่ผมคิดว่ายังไม่ทันที่ผมจะกลับไปเยี่ยม ท่านก็คงจะพากันลงมาเยี่ยมผมซะก่อนละมั้งฮะ.............ฮะ แม่ไปนะ...........ลูกปอนด์เสียงแม่สั่นๆอยู่ในลำคอขณะที่ลาผม ครับ.................เดินทางปลอดภัยนะครับผมยิ้มน้อยๆน้ำตาพาลจะไหลอีกรอบโบกมือลาพ่อกับแม่ที่ค่อยๆเคลื่อนรถจากไปทีละน้อยๆ ผมสูดอากาศหายใจเข้าปอดยาวๆปาดน้ำตาข้างแก้มเล็กน้อยพร้อมหัวใจที่เต็มเปี่ยม เอาละชีวิตใหม่ในกรุงเทพของผมกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว ตอนนี้ผมชักจะตื่นเต้นซะแล้วสิ ทั้งเพื่อนใหม่ที่มหาลัยในวันพรุ่งนี้และอะไรใหม่ๆอีกมากมายที่ผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่ามันคืออะไรแต่ผมไม่ท้อหรอก เพราะยังไงนี่ก็เป็นสิ่งที่ผมเลือกแล้ว ผมกลับมานอนที่เตียงอีกหลายชั่วโมงจนกระทั่งบ่ายเพราะไม่รู้จะทำอะไรดีตอนนี้ ไม่รู้จักใครสักคนจึงขับรถออกไปหาซื้อของจำเป็นที่คิดว่ายังขาดอยู่ในห้องจนกระทั่งถึงสามทุ่ม(เพราะรถติดบวกกับหลงทางนิดหน่อยน่ะฮะๆพูดแล้วก็อายตัวเอง) กลับมาแทบสลบเลยครับนอนต่ออีกจนกระทั่งเช้าเริ่มจะเข็ดซะแล้วสิเหนื่อยก็เหนื่อยรถก็ติดอะไรๆเริ่มไม่เป็นไปอย่างที่คิดเสียแล้ว ++++++++++++++++++++++ เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่นห้องจึงปลุกวิญญาณผมตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ผมลุกจากเตียงเดินเป๋ไปเป๋มาตาครึ่งหลับครึ่งตื่นเดินหายเข้าไปในห้องน้ำร่วมชั่วโมง เข้าไปหลับต่อในห้องน้ำอีกนิดบวกกับการที่ผมชอบใช้เวลาในห้องน้ำค่อนข้างนานเพราะรู้สึกผ่อนคลายและสบายตัวดีไม่ต้องนึกถึงเรื่องอะไรให้มันปวดหัว กว่าจะออกมาก็เจ็ดโมงกว่าแล้วโชคดีที่พวกรุ่นพี่เขานัดประชุมเก้าโมงไม่งั้นผมคงไปไม่ทันแน่นอน ว่าแล้วก็ไม่รอช้าหยิบกุญแจรถกดลิฟท์ลงไปชั้นจอดรถทันทีกว่าจะถึงมหาลัยก็ปาเข้าไปเกือบเก้าโมง ผมรีบบึ่งเข้าไปหาที่จอดรถจนเกือบเข้าไปชนกับรถอีกคันที่กำลังพุ่งเข้ามาอย่างแรงเพราะดูเหมือนเราจะเล็งที่จอดรถที่เดียวกัน ผมเบรครถอย่างแรงเช่นเดียวกับรถอีกคันจนหน้ารถห่างกันไม่ถึงคืบ ผมตกใจมากรีบลงจากรถเดินไปที่รถอีกคันที่เป็นคู่กรณี คนๆนั้นเปิดประตูออกมาด้วยความหงุดหงิดสวมแว่นดำมาดเท่ห์ไม่เบาแล้วปิดประตูอย่างแรง ผมตกใจหัวใจหล่นวูบไปถึงตาตุ่มเพราะเขาตัวใหญ่มากแถมหน้าตาดุเสียด้วยจึงเอ่ยขอโทษเขาก่อน ขอโทษครับ เป็นอะไรมากหรือเปล่าผมพูดเสียงสั่นๆด้วยความเกรงๆปนรีบ ชายหนุ่มตรงหน้ายังยืนเฉยสีหน้ายังดุดันไม่เปลี่ยนแต่เขาก็ไม่ได้พูดหรือว่าอะไรหรอกครับเพราะต่างฝ่ายต่างก็ไม่เสียหาย ไม่เป็นไร คราวหลังระวังหน่อยก็แล้วกันเขาพูดแล้วยิ้มให้นิดหน่อยจนผมเองยังแปลกใจ เฮ้อ....................ค่อยยังชั่วนึกว่าจะเป็นเรื่องเสียแล้วผมคิดในใจพลางดูนาฬิกาข้อมือ ตายล่ะเลยเวลามาสิบนาทีแล้วนี่สายแล้วๆทำไงดีล่ะ ผมนึกอะไรไม่ออกรีบขอโทษอีกครั้งแล้ววิ่งขึ้นรถรีบไปหาที่จอดใหม่ทันที กว่าจะมองถึงที่ประชุมผมวิ่งจนลมแทบใส่ปรากฏว่าคนอื่นเขามากันพร้อมแล้วมีผมนี่แหละเป็นคนสุดท้าย ทุกคนหันมามองเป็นตาเดียวผมรีบขอโทษอีกเช่นเคย แต่รุ่นพี่ไม่ยอมบอกให้ผมไปวิ่งรอบสนามสามรอบรวมๆแล้วตั้งกิโลกว่าผมใจแป้วเลย แต่ยังดีที่ยังมีเสียงท้วงดังแว่วมาจากข้างหลังช่วยผมไว้ได้ทัน ยอมให้เขาสักครั้งเถอะไอ้นัท เมื่อกี้พอดีมีเรื่องกันกูเลยทำให้เขามาสายเสียงชายหนุ่มคนเมื่อกี้นั่นเองผมถึงกับยิ้มออกหันไปยิ้มกับเขาอีกครั้งด้วยความขอบคุณเป็นอย่างสูง เพิ่งมาเหรอวะไอ้โจ้ กูนัดมึงกี่โมงไอ้..........เพิ่งมา(อยากด่าว่าอะไรก็ใส่กันเอาเองคนเขียนกลัวแรงเกินไป) เออ...............มึงไม่รู้รึไงกูเจ้าพ่อมาสายเสียงเขาทักเพื่อนรุ่นพี่ที่ชื่อนัทตอบไปด้วยรอยยิ้ม(น่ารักตามความคิดผมนะ) เออ..............เออก็ได้วะเสียงรุ่นพี่คนนั้นยอมจนได้แล้วจู่ๆก็หันมาตวาดเสียงดังใส่ผม อ้าวเฮ้ย..................รุ่นพี่เขาช่วยแล้วก็ขอบคุณเขาซะสิเสียงดังทำให้ผมสะดุ้งจนทุกคนหัวเราะกันยกใหญ่ ผมหน้าแดงแล้วแดงอีกบอกขอบคุณรุ่นพี่คนนั้นด้วยใบหน้าที่คิดว่าแดงจัดมากๆเลยทีเดียว รุ่นพี่บอกไม่เป็นไรไปนั่งเถอะแล้วยิ้มหวานให้ผมอีก ผมไม่รอให้รุ่นพี่ว้ากใส่ผมอีกครั้งรีบเข้าไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆทันที คณะนี้รับน้องกันไม่รุนแรงอะไร แค่เอาสีทาหน้าวาดรูปตามแต่ใจรุ่นพี่จะเขรอะจะเลอะยังไงก็ต้องยอม ให้กินของแผลงๆบ้างล่ะขอบอกรสชาติสุดห่วยหากินที่ไหนไม่ได้อีกแล้วแทบจะอ้วกไปตามๆกันเลยล่ะ เสร็จแล้วรวมกลุ่มกันร้องเพลงแหกปากเสียงดังเท่าที่จะดังได้เป็นชั่วโมงใครหมดแรงก่อนโดนร้องคนเดียวเพิ่มเป็นสองเท่า ช่วงเย็นให้จับคู่เดินสามัคคีหันหน้าเข้าหากันผูกเท้าทั้งสองข้างติดกันเดินเฉียงๆเหมือนปูเดินนั่นแหละ ปากคาบป๊อกกี้คนละด้านห้ามหักห้ามหล่นและที่สำคัญห้ามกินประคองไปให้ถึงเส้นชัยให้ได้ ใครทำผิดหลักที่กล่าวมาจะโดนลงโทษคู่ส่วนจะเป็นอะไรนั้นรุ่นพี่แกก็ยังไม่บอกอีกเช่นเคย ไม่รู้เป็นเพราะผมซวยหรือว่าอะไร ทุกคนเขามีคู่กันหมดแล้วยกเว้นผม เวรกรรมๆแล้วทีนี้ผมจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย ผมไม่รอให้รุ่นพี่ด่าก่อนรีบเดินไปบอกรุ่นพี่ทันที พี่ครับ....................ผมไม่มีคู่ทำไงเสียงกล้ากลัวๆอยู่ในลำคอพูดกับรุ่นพี่ที่ชื่อนัท อ้าว.................งั้นไอ้โจ้มึงไปคู่กับน้องเขาหน่อยแล้วกันเสียงพี่คนนั้นพูดพร้อมกับหันไปตะโกนกับพี่คนที่ช่วยผมไว้ พี่โจ้รีบวิ่งมาทันที เออๆ..............มึงนี่ ได้ทีใช้กูได้ใช้กูดีเลยนะไอ้นัทเสียงพี่โจ้พูดยิ้มๆสายตามองมายังผมก่อนหันไปตะโกนด่าเพื่อนตอบ โทษฐานที่มึงมาสายเสียงกวนๆตอบมาพร้อมกับส่งนิ้วกลางให้ พี่โจ้หัวเราะเอิ๊กๆก่อนหันมาคุยกับผมแล้วจัดการมัดข้อเท้าของเราติดกันตามเกมส์ น้องชื่อไรคับเสียงพี่โจ้ถามระบายยิ้มมุมปากเมื่อมัดข้อเท้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ปอนด์ครับ....ผมยิ้มกว้างตอบรุ่นพี่ไม่ได้คิดอะไร พี่ชื่อโจ้..................เรียกพี่โจ้ก็ได้พี่เขาตอบยิ้มๆมองลึกเข้ามาในดวงตาผม ผมเสหน้าหนีนิดหน่อยก่อนหันมารับคำไม่รู้ทำไมไม่กล้าสบตาเขา ครับพี่เขายิ้มอีกแล้วหยิบป๊อกกี้ใส่ปากยื่นหน้าเข้ามาใกล้ส่งอีกด้านให้ผม ผมรีบคาบทันทีเมื่อเห็นพี่นัทเริ่มส่งสัญญาณเริ่มเกมส์ ปี๊ด.......................เสียงนกหวีดยาวๆดังหนึ่งครั้งเกมส์ก็เริ่มขึ้นทุกคู่รีบเคลื่อนตัวทันทีรวมทั้งคู่ของผมกับพี่โจ้ด้วย พี่โจ้ก้าวไม่เร็วมากนักเหมือนจะรอผมขณะที่ทุกคู่เขาล่วงหน้าไปก่อนแล้วผมเริ่มอยากเร่งให้ทันจนเกือบหกล้มหลายครั้งดีที่พี่โจ้รับไว้ทัน บอกผมไม่ต้องเร่งก็ได้แล้วระบายยิ้มอีกผมเริ่มหน้าแดงทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มของเขาสายตาหลุบต่ำเดินช้าลงกว่าเก่า แล้วผมก็ต้องผงกหน้าขึ้นมามองเมื่อได้ยินเสียงกรุบกรับๆจากคนตรงหน้า เห็นพี่โจ้กำลังเคี้ยวป๊อกกี้ต้องห้ามอย่างเอร็ดอร่อยไปเกือบครึ่งผมตกใจมากร้องบอกเขาทันที อี้โอ้...................เอ๋าอ้ามอินอะอับ(พี่โจ้..................เขาห้ามกินนะครับ) เสียงพูดของผมขณะที่ปากยังคาบป๊อกกี้อยู่ พี่โจ้ยักไหล่ยังเคี้ยวไม่หยุดจนริมฝีปากของเขาเข้ามาใกล้ผมทุกทีๆ ใจผมเริ่มเต้นแรงเหมือนจะทะลุอกออกมาข้างนอก ผมเหลือบมองข้างหน้าโชคดีที่ใกล้จะถึงเส้นชัยแล้วอีกแค่ไม่กี่ก้าวจึงเร่งฝีเท้าขึ้นอีก อีกนิด อีกนิด เฮ้ย........................ทำไงดีปากเขาใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว อา...........ทำไง...............ทำไง ต้องเร่งอีก อีกนิด อีกนิดทั้งๆที่คิดอย่างนั้นแต่ขามันก็ก้าวไม่ได้ดังใจ ปี๊ด............................................... เสียงนกหวีดยาวๆทำเอาผมแทบจะบ้าอีกก้าวเดียวก็จะถึงอยู่แล้ว แต่ก็ยังโชคดีที่ริมฝีปากของพี่โจ้ยังห่างกับผมอยู่แค่เซนนึง..................เอ๊ะหรือว่าไม่ถึง ช่างมันเถอะยังไงก็ถือว่าโชคดีแล้วกัน ขณะที่ผมกำลังคิดถึงความโชคดีอยู่นั้นเสียงที่คิดว่าโชคไม่ดีเสียแล้วก็ดังขึ้น เฮ้ย.............................ไอ้คู่นั้นน่ะมานี่เสียงพี่นัทตะโกนดังลั่นท่ามกลางเสียงเป่าปากวี้ดวิ้วของเพื่อนๆทั้งคณะส่งเสียงลั่นสนาม เป็นคู่เดียวที่มาไม่ถึงเส้นชัยต้องโดนลงโทษ อ้าว...............ไอ้โจ้มึงเสือกกินป๊อกกี้ทำไมวะเนี่ยเสียงพี่นัทโวยใส่พี่โจ้ พี่โจ้ยักไหล่ระบายยิ้มหน้าเป็นเคี้ยวป๊อกกี้ตุ้ยๆไม่สนใจ ส่วนผมก็จ๋อยสิครับ ก็มันอร่อยนี่......................มึงเสือกเอารสที่กูชอบมาทำไมล่ะวะ มึงชอบกินนักใช่มั้ย....................ได้เลยไอ้โจ้ มึงกับไอ้น้องคนนี้ไปวิ่งรอบสนามสิบรอบเลยไปเสียงพี่นัทสั่งเหมือนจะแกล้งยิ่งเสียงรุ่นน้องโห่พี่นัทยิ่งเสียงดัง เฮ้ย.............มึงบ้าเปล่าวะ กูคนนะโว้ยไม่ใช่ควายจะได้อึดเหมือนมึง อ้าวไอ้นี่เสือกว่ากูอีก มึงไม่วิ่งใช่มั้ยงั้นกูมีทางเลือกให้มึงอีกทางพี่นัทพูดพร้อมกับหยักยิ้มมุมปาก ไรวะพี่โจ้ถามงงๆคิดว่าไอ้เพื่อนตัวดีคงคิดวิธีพิสดารมาแกล้งอีกแน่ ถ้ามึงยอมจูบไอ้น้องคนนี้ต่อหน้าพวกกูมึงก็ไม่ต้องไปวิ่งให้เหนื่อยเสียงพูดพร้อมกับหัวเราะร่วนของเพื่อนๆพี่โจ้และทุกคนในสนามดังลั่น แต่ผมซิครับหน้าซีดเป็นไก่ต้มจะประท้วงอย่างพี่โจ้บ้างก็ไม่มีสิทธิ์เพราะติดที่เป็นรุ่นน้อง และแล้วเสียงหัวเราะก็เงียบลงทันทีเมื่อพี่โจ้ประกบปากเข้ากับผมชนิดไม่ทันตั้งตัวทั้งเร่าร้อนและรุนแรงชนิดที่ทุกคนถึงกับอึ้งไปตามๆกัน แต่พี่โจ้ไม่ได้แค่ประกบปากอย่างเดียวน่ะสิครับ ยังส่งเรียวลิ้นอุ่นๆของเขาแทรกเข้ามาอีกแทบจะควานลึกไปทั่วริมฝีปากของผม ผมตกใจสุดขีดทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนอึ้งเหมือนๆกับคนทั้งสนามนั่นแหละจนกระทั่งพี่โจ้ถอนปากออก ฮ้า..........................ฮ้าเสียงหายใจของผมแรงจนหอบความร้อนพลุ่งพล่านไปทั้งใบหน้าและลำตัวอายก็แสนจะอาย คนทั้งสนามเห็นผม.....................ผมโอ้ย...................อยากจะบ้าตายทีนี้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ผมอยากจะตบเขาแรงๆสักสองสามทีให้หายเจ็บใจแต่ก็ทำไม่ได้ พี่โจ้มองหน้าผมเหมือนจะรู้ว่าผมกำลังโกรธเขาอยู่จึงรีบพูดจากลบเกลื่อนทำให้คนทั้งสนามเปลี่ยนเป้าสายตาไปยังเขาแทน เฮ้ย.......................เป็นไงไอ้นัทถูกใจมึงหรือเปล่าวะพี่โจ้พูดพร้อมรอยยิ้มกวนๆตามสไตน์เขา ไอ้บ้า.................ใครใช้ให้มึงไปจูบปากเขาวะพี่นัทพูดแบบทึ่งๆไม่คิดว่าไอ้เพื่อนตัวดีจะกล้าจูบผมจริงๆ อ้าวไอ้...........ก็มึงไม่ได้บอกนี่ว่าให้จูบที่ไหนกูก็จูบตามใจกูน่ะสิจริงมั้ยน้องๆเสียงตะโกนดังลั่นสนามเรียกเสียงหัวเราะดูเหมือนว่าวิธีนี้จะได้ผล จริงพี่.....................เสียงโห่วิ้ดวิ้วลั่นสนามตอบรับกันเหมือนเป็นเรื่องสนุกไม่มีใครมองผมอย่างอึ้งๆอีกต่อไป นี่ผมควรจะขอบคุณเขาดีหรือไม่ดีกันครับที่เขาทำให้ผมไม่ต้องเหนื่อยแรงวิ่งโล่รอบสนามตั้งสิบรอบ แต่ทั้งหมดมันก็ไม่ใช่ความผิดของผมนี่ในเมื่อพี่โจ้เป็นคนกินเจ้าป๊อกกี้นั่นจนเกิดเรื่องแท้ๆ หลังจากเกมส์นั้นจบลงในเวลาหกโมงเย็นผมก็ได้เพื่อนใหม่สองคน ชื่อพีรพล แต่ผมเรียกเขาเฉยๆว่า พล อยู่ชลบุรี ส่วนอีกคนชื่อกิตติชัย หรือ ใหม่อยู่กรุงเทพนี่แหละ สองคนนี้หน้าตาดีทั้งคู่พลผิวเข้มหน้าหล่อผมเกรียนๆตั้งๆสูงกว่าใครในสามคน ส่วนผมกับใหม่ขาวๆพวกไม่ค่อยตากแดดตากลมก็อย่างนี้แหละ ใหม่ปากแดงผมยาวประบ่าสูงพอๆกับผมแต่ตัวจะหนากว่าผมซึ่งดูเหมือนเขาจะเล่นกีฬาเป็นประจำสาวๆที่ไหนเห็นคิดว่าคงจะหลงเขาทุกรายแน่นอน ส่วนผมผมคิดว่าตัวผมเองก็หน้าตาธรรมดาปากแดง ผมสีน้ำตาลอ่อน(อ่อนมากๆเกือบจะกลายเป็นเหลืองๆด้วยซ้ำหรือที่เขาเรียกว่าผมสีบรอนด์ละมั้งซึ่งลักษณะนี้ผมได้มาจากคุณแม่โดยตรง) แต่ไม่รู้ทำไมใครๆบอกว่าผมหล่อมั่งหละน่ารักมั่งหละซึ่งผมเองก็ไม่เข้าใจพวกเขาเช่นกัน เอ๊ะหรือว่าผมจะหล่ออย่างที่พวกเขาว่ากันจริงๆ ฮั่นแน่..................เริ่มหมั่นไส้ผมกันบ้างแล้วล่ะสิเนี่ยหมั่นไส้ได้แต่อย่าเพิ่งเบื่อผมซะก่อนก็แล้วกันครับเฮะ...............เฮะ หลังจากทำความรู้จักกันแล้วก็ต่างคนต่างแยกกันกลับ เราสามคนมีรถขับกันทุกคนจึงไม่ต้องมีใครไปส่งใคร ใหม่อยู่บ้าน พลอยู่คอนโดเหมือนผมแต่คนละที่ ผมแยกกับเพื่อนที่ลานจอดรถมหาลัย สองคนนั้นกลับไปแล้วส่วนผมก็กำลังจะกลับเหมือนกัน ขณะที่ผมกำลังก้มๆเงยๆเก็บของไว้ท้ายรถก็รู้สึกว่ามีฝ่ามือใหญ่แตะลงที่บ่าผมเบาๆ ผมสะดุ้งเล็กน้อยเกือบหันไปสวนหมัดใส่เข้าให้แต่ก็ต้องชะงักไว้ก่อนเมื่อเห็นรอยยิ้มกว้างเห็นไรฟันขาวสะอาดของพี่โจ้ อ้าว.....................พี่โจ้.....................นึกว่าขโมยขโจนที่ไหนผมพูดด้วยน้ำเสียงปนตกใจแล้วเปลี่ยนสีหน้าเรียบเฉยทันทีหันกลับไปเก็บของเหมือนอย่างเก่าด้วยความที่ยังโกรธอยู่ไม่น้อย มีอะไรคับน้ำเสียงเหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่างปิดท้ายรถเดินเบี่ยงเตรียมจะไขกุญแจ พี่โจ้หยุดมือไว้พร้อมคำพูดบางคำที่ผมพอจะให้อภัยเขาได้บ้าง ปอนด์..................พี่ขอโทษน้ำเสียงเขาเหมือนสำนึกผิด เรื่องอะไรผมยังใจแข็งไม่อยากมองหน้าเขา เรื่องเมื่อเย็นที่พี่จูบปอนด์พี่เขาพูดออกมาหน้าตาเฉยจนผมทนไม่ได้จ้องหน้าเขากลับ เขาเริ่มทำหน้าทะเล้นระบายยิ้มหวานใส่ผมอีกตามสไตน์เขานั่นแหละ ผมแกล้งเมินใส่เขาเหมือนกันทำให้เขาหน้าเจื่อนลงไปอีกคิดว่าผมยังไม่ยอมยกโทษให้ พี่ขอโทษจริงๆนะปอนด์เสียงเขายังอ้อนวอนจนผมใจอ่อนจนได้ (เป็นพวกแพ้คนออดอ้อนน่ะครับซึ่งผมคิดว่ามันเป็นเหมือนข้อเสียของผมอย่างหนึ่งก็ว่าได้) ก็ได้ผมไม่โกรธแล้วคำตอบของผมทำให้เขายิ้มกว้างผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะดีใจอะไรกันนักกันหนา แต่ผมก็รู้สึกดีที่เขาเป็นคนแคร์ความรู้สึกคนอื่นซึ่งอันที่จริงแล้วเขาจะไม่สนใจหรือไม่มาขอโทษผมก็ได้ผมก็ไม่มีสิทธิ์ไปทำอะไรเขาอยู่แล้ว แต้งท์................ครับปอนด์ว่าแล้วพี่โจ้ก็เข้ามาหอมแก้มผมอีก เฮ้ย..................พี่โจ้ทำไรเนี่ยผมรีบเอามือเช็ดแก้มเป็นการใหญ่ใบหน้าเริ่มแดงเล็กน้อย พี่โจ้ยิ้มหน้าระรื่นมองอาการเขินๆของผมไม่หยุด ก็พี่ดีใจนี่ ปอนด์นี่น่ารักจังนะเสียงพี่โจ้พูดทำให้ผมอึ้งมองหน้าเขา อะไรกันเนี่ยบ้ารึเปล่าอยู่ๆมาชมผู้ชายด้วยกันว่าน่ารัก ไอ้พี่โจ้นี่ชักยังไงๆซะแล้วแฮะ (ผมเริ่มจะระแวงเล็กน้อย) ผะ..............ผมกลับล่ะผมพูดพลางเปิดประตูเข้าไปในรถแล้วสตาร์ทเครื่องทันที พี่โจ้เคาะกระจกสองสามทีบอก บ้ายบาย.............พรุ่งนี้เจอกัน ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแกมทะเล้นจนผมอดหมั่นไส้ไม่ได้รีบถอยรถออกทันที พี่โจ้ยังยืนส่งผมจนกระทั่งรถของผมหายไป ขอบอกเลยว่าไม่รู้ทำไมผมจึงรู้สึกตื่นเต้นกับรอยยิ้มพิมพ์ใจของเขาทุกที มันเหมือนไม่ได้เสแสร้งแกล้งทำและดูจริงใจอย่างบอกไม่ถูก ช่างเหมือน..................เหมือนรอยยิ้มของคนๆนั้นเหลือเกิน ช่างมันเถอะผมยังไม่อยากจะคิดอะไรมากมายในตอนนี้ความสนิทชิดเชื้อที่รวดเร็วเกินไปอาจทำให้ผมต้องเสียใจเหมือนเมื่อสามปีก่อนก็เป็นได้ เฮ้อ............ดวงตาผมเริ่มจะร้อนผ่าวขึ้นมาอีกแล้ว..................... ผมใช้เวลาเกือบสี่ทุ่ม กว่าจะมาถึงคอนโดเพราะรถติดมากๆอีกตามเคย รู้สึกเหนื่อยจนเพลียเลยครับ ระหว่างทางที่ผมเดินกลับมาที่ห้องผมเห็นร่างชายคนหนึ่งเดินนำหน้าผมอยู่แค่ไม่กี่ก้าวเขารูปร่างสูงใหญ่ทีเดียวจนผมรู้สึกคุ้นตาเหมือนผมเคยเจอเขามาก่อนหรือเปล่า ตั้งใจว่าจะตะโกนทักแต่ทันใดนั้นเขาก็เปิดประตูหายเข้าไปในห้องเสียก่อนโดยที่ผมยังไม่ทันจะอ้าปาก โชคดีที่ห้องของเขาอยู่ติดกับห้องของผม จะเคาะประตูเพื่อทักทายทำความรู้จักกันไว้ก็ดูจะเป็นการเสียมารยาทไปเสียหน่อยเพราะมันก็ดึกมากพอสมควรแล้วและวันนี้ผมก็รู้เหนื่อยมากๆด้วย โอกาสหน้าก็แล้วกันผมคิดอย่างนั้นแล้วก็ไขกุญแจเข้าห้องตัวเองไป วันนี้เหนื่อยมาทั้งวันแต่ก็คุ้มได้เพื่อนใหม่มาตั้งสองคนแถมท่าทางนิสัยจะดีทั้งคู่ ผมนั่งคิดอะไรเพลินๆอยู่ที่โซฟาซักพักก่อนเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าหยิบผ้าขนหนูพาดบ่าเดินเข้าไปในห้องน้ำ สายน้ำจากฝักบัวเริ่มไหลลงมาปะทะร่างทำให้ผมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากรู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที ผมจัดการถูคราบสีที่มันติดอยู่ตามลำตัวและใบหน้าออกจนเกลี้ยงแล้วลงไปแช่ในอ่างน้ำอุ่น อืม.......................สบายจังผมอุทานขณะที่เปลือกตาปิดลงช้าๆ..............................แล้วผมก็เผลอหลับไป นานเท่าไหร่ผมไม่รู้หรอกรู้ตัวอีกทีพอออกจากห้องน้ำก็เกือบเที่ยงคืนแล้ว เริ่มรู้สึกว่าตัวเองจะไม่สบายหนาวๆร้อนๆชอบกลจึงรีบเข้านอนทันทีด้วยความอ่อนเพลีย วันรุ่งขึ้นผมตื่นมาก็เกือบสิบโมง ตายละวาเมื่อคืนผมเหนื่อยมากจนลืมตั้งนาฬิกาปลุกวันนี้ผมมีเรียนเช้าเสียด้วยทำยังไงดีล่ะเริ่มเรียนวันแรกเสียด้วยตั้งใจจะลุกไปเตรียมตัวแต่เหมือนสมองมันหนักๆชอบกลเวียนหัวปวดหัวไปหมดท่าทางผมจะไม่สบายเสียแล้วเพราะเมื่อคืนแน่ๆเลยที่เผลอหลับในห้องน้ำ ผมล้มตัวลงนอนไปอีกหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์ของพลและใหม่บอกวันนี้ผมไม่ไปเรียนเพราะไม่ค่อยสบาย สองคนนั้นท่าทางตกใจบอกจะมาเยี่ยมผมในตอนเย็นผมบอกไม่เป็นไรแต่เขาก็ยืนยันจะมาให้ได้ผมก็ตกลง ผมเผลอหลับไปอีกจนกระทั่งได้ยินเสียงกริ่งหน้าประตูกดเรียกหลายครั้ง ใครกันนะเสียงผมหงุดหงิดเล็กน้อยเพราะกำลังปวดหัวอย่างหนักจำใจลุกไปเปิดประตูเพราะคนข้างนอกยังกดกริ่งไม่เลิก คร๊าบ...................คร๊าบผมพูดพลางเปิดประตูโดยเร็วเพราะเริ่มรำคาญ เมื่อผมเปิดประตูผมก็ตกใจเล็กน้อย พี่โจ้นั่นเองยืนยิ้มหวานอยู่หน้าประตู ผมเริ่มแปลกใจที่พี่เขารู้ที่อยู่ของผม แต่ก็รีบเชิญเขาเข้ามาข้างใน เป็นไงบ้างปอนด์เห็นเพื่อนบอกไม่สบายมากเหรอพี่โจ้ยิงคำถามแรกก่อนเลยทันทีที่นั่งลงที่โซฟาในห้องรับแขก ที่ผมคิดจะถามเขาว่ารู้ว่าผมอยู่ที่นี่ได้ไงมันเลยติดอยู่ที่คอ ไม่เป็นไรมากหรอกครับ................นอนซักพักเดี๋ยวก็หายผมพูดไปอย่างนั้นทั้งที่จริงตอนนี้ โครตจะปวดหัวเลยครับ แล้วกินยาหรือยังพี่โจ้ถามอีกท่าทางเป็นห่วงพลางเอามือแตะหน้าผากผม ยังครับ มิน่าตัวร้อนเชียว..................ไปนอนเถอะเดี๋ยวพี่หายาให้ปอนด์เองพี่โจ้พูดพลางดึงมือผมให้ลุกขึ้นไปนอนให้ได้ทั้งๆที่ผมบอกไม่เป็นไร แต่ก็แพ้แรงตื้อของเขายอมเข้ามานอนจนได้ พี่โจ้ห่มผ้าให้ผมดูแลผมเหมือนผมเป็นเด็กเล็กๆอย่างนั้นแหละจนผมอดขำเขาไม่ได้ ขำอะไรพี่โจ้ถามด้วยใบหน้ายิ้มๆมองหน้าผมนิ่ง ขำพี่นั่นแหละ ผมโตแล้วนะพี่ทำหยั่งกับผมเป็นเด็กพี่โจ้ยิ้มอีกบอกผมว่า ก็เรามันเด็กจริงๆนี่ ท่าทางคงไม่เคยทำอะไรเองเลยละมั้งเนี่ยเขาพูดพลางหัวเราะเบาๆในลำคอเหมือนกำลังล้อผม ผมก็ชักฉุนสิครับ เขินด้วยนิดหน่อยเลยทำเสียงดุใส่เขา พี่โจ้ พี่โจ้เห็นท่าทางผมจะโกรธเขาจริงๆก็เลยยอมแพ้ไม่ล้อผมต่อ เดี๋ยวพี่ออกไปซื้อยามาให้ ปอนด์นอนพักไปก่อนนะพี่เขาพูดพลางแตะหน้าผากผมอีก ไม่ต้องหรอกครับผมเกรงใจ เดี๋ยวมันก็หายเองแหละ ไม่ได้ เกรงใจอะไรกัน นอนอยู่นี่แหละเดี๋ยวพี่มาพี่โจ้พูดจบก็รีบออกไปเลยโดยไม่รอให้ผมท้วงเขาอีก ตอนอยู่ที่บ้านผมว่าผมดื้อที่สุดในบ้านแล้วนะแต่คนๆนี้กลับดื้อกว่าผมเสียอีก ฮะๆผมนึกไปก็ขำกับตัวเองไปจนเผลอหลับไปในที่สุด ปอนด์.....................ปอนด์เสียงเหมือนมีคนกระซิบข้างหูเบาๆแต่ผมนึกว่าผมฝันไปจึงยังไม่ได้ลืมตาแล้วจู่ๆก็รู้สึกเหมือนมีริมฝีปากอุ่นๆประทับลงมาเบาๆที่หน้าผาก ผมสะดุ้งเลยครับพี่โจ้รีบชักหน้ากลับทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นหน้าเขาเริ่มจะแดงๆแล้วครับ ผมก็เขินสิครับแอบยิ้มอยู่ในใจกับท่าทางที่แกล้งทำได้ไม่เป็นธรรมชาติเลยของพี่โจ้เขา แบบว่าแกล้งทำเป็นไม่รู้เหมือนกันว่าพี่เขาแอบจูบผม อ้าวพี่โจ้..................กลับมาแล้วเหรอครับผมพยายามทำตัวให้ปรกติที่สุดมองหน้าแดงๆของเขา อืม.............ทานข้าวต้มเถอะเดี๋ยวจะได้ทานยาพี่โจ้พูดพลางประคองผมให้ลุกขึ้นจากที่นอน ขอบคุณครับ แล้วพี่ทานแล้วเหรอ อืม.................กินจากมหาลัยเมื่อกลางวัน มาเดี๋ยวพี่ป้อนให้พี่โจ้พูดพร้อมกับจะตักข้าวป้อนผมจริงๆ ผมรีบปฏิเสธเขาทันที ไม่ต้องครับ.................ผมกินเองได้ผมพูดละล่ำละลักรีบคว้าช้อนที่มือพี่โจ้มาทันที เอางั้นเหรอเขาถามพร้อมรอยยิ้มมองหน้าผมอีก ครับ.................ผมกินเองได้จริงๆสายตาหลุบลงเล็กน้อยทานได้ไม่กี่คำก็วางลงเพราะรู้สึกกระอักกระอ่วนชอบกล ผมเป็นอย่างนี้แหละครับเวลาไม่สบายมักจะทานอะไรไม่ค่อยลงจนคุณแม่เป็นห่วงอยู่บ่อยๆ อ้าวอิ่มแล้วเหรอ................ทำไมทานน้อยจัง อิ่มแล้วครับทานไม่ลงผมพูดเหมือนปฏิเสธจริงๆพี่โจ้เลยไม่ขืนอีก งั้นทานยาซะจะได้พักเขาส่งยาให้ผมแล้วตามด้วยแก้วน้ำ ผมรับยามากินแล้วนอนต่อพี่โจ้ห่มผ้าให้อีก นอนซะจะได้หายไวๆเขาพูดพร้อมรอยยิ้มดูอ่อนโยนมากจนผมรู้สึกร้อนไปทั้งหน้า ไม่รู้เป็นเพราะพิศไข้หรือเพราะเขาผมก็ไม่เข้าใจ อยู่ๆสมองก็เริ่มเบลอเหมือนเปลือกตากำลังจะปิดลงทุกทีๆ ขอบคุณครับพี่โจ้ผมยิ้มตรงมุมปากแล้วเริ่มหลับตาลงเพราะฤทธิ์ยา แต่ผมก็ยังรู้สึกได้ถึงอุ้งมือใหญ่ๆของเขาเสยผมของผมเบาๆอย่างอ่อนโยน.........นุ่มนวล.........เนิ่นนานจนกระทั่งผมผลอยหลับไปในที่สุด เสียงสุดท้ายที่ผมพอจะจำได้ก็คือ ฝันดีนะครับปอนด์จากริมฝีปากเปื้อนยิ้มของพี่โจ้ ลืมตามาอีกทีผมก็เห็นหน้าพลกับใหม่แล้ว ตื่นแล้วเหรอ เป็นไงบ้างเสียงถามอย่างเป็นห่วงจากเขาสองคน ผมค่อยๆลุกขึ้นยิ้มให้พวกเขาเล็กน้อยสายตากวาดกว้างมองหาคนเมื่อกลางวัน พี่โจ้กลับไปแล้วเมื่อกี้บอกมีธุระ ฝากเราสองคนดูแลนายแทนใหม่พูดเหมือนจะรู้สิ่งที่ผมกำลังมองหา นายสองคนมานานแล้วเหรอ เออ..................สักครู่ใหญ่แล้วล่ะใหม่บอกพลางเคี้ยวแอปเปิ้ลตุ้ยๆอยู่ในปาก ขอบใจนายสองคนมากนะ สงสัยจะหายแล้วล่ะนอนมาทั้งวันออกไปคุยกันข้างนอกดีกว่าชักจะเบื่อที่นอนเต็มที หายแล้วแน่นะพลย้ำยิ้มหรี่ตา เขาคงเห็นสภาพโทรมๆของผมมั้งเลยไม่ค่อยแน่ใจ เออๆ..............บอกว่าหายก็หายสิผมหัวเราะเบาๆในลำคอเดินตามพวกเขาออกไปคุยกันที่ห้องรับแขก วันนี้พลกับใหม่อยู่ทานข้าวกับผมที่ห้อง เล่นเกมส์ ดูวีดีโอ ดูหนังสารพัดสารเพดูเหมือนเราสามคนจะชอบอะไรเหมือนๆกันซึ่งก็นับว่าดี อย่างนี้แหละถึงจะคบกันได้ยืดอยู่กันได้นานๆ เจ้าพลจะชอบเล่นเกมส์เป็นพิเศษชนะทุกรอบจนใหม่เซ็งบอกให้เปลี่ยนมาดูวีดีโอกันดีกว่า(มันเริ่มหมั่นไส้เจ้าพลเล็กน้อย)ผมก็เห็นว่าดีเราเลยเปลี่ยนมาดูวีดีโอกัน(อ๊ะๆไม่ใช่วีดีโอโป๊นะคับฮิๆ) ดูไปได้สองม้วนก็เริ่มเซ็งกันอีกแล้ว ผมเลยถือโอกาสไล่พวกมันกลับบ้านซะเลยเพราะตอนนี้ตีหนึ่งกว่าแล้วพรุ่งนี้มีเรียนเช้าอีก ทีแรกมันไม่ยอมจะเล่นเกมส์ต่ออีกรอบแต่ผมไม่ยอมยืนกรานเสียงแข็งพวกมันก็เลยจำใจยอมกลับไปจนได้ ผมเลยนึกถึงพี่โจ้พรุ่งนี้คิดว่าไปขอบคุณเขาเสียหน่อย ทั้งที่ตอนนี้ตีหนึ่งยี่สิบนาทีแล้วแต่ผมก็ยังไม่รู้สึกง่วงเลยสักนิด คงเพราะวันนี้ผมนอนมาทั้งวัน เลยเดินออกมาสูดอากาศยามค่ำคืนที่นอกระเบียง มองแสงไฟยามค่ำคืนของกรุงเทพ มันสวยงามจนดึงความสนใจของผมไปได้ครู่หนึ่งเลยทีเดียว แสงไฟระยิบระยับทำให้ผมปล่อยใจล่องลอยพลางปรายสายตาไปเห็นเงาของใครคนหนึ่งข้างๆห้องนี่เองใช่แล้วเขาคนนั้น ผมไม่รู้ว่าเขามายืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่ หันมาเห็นอีกทีเขาก็หายเข้าไปในห้องอีกโดยที่ผมยังไม่ทันได้ทักเขาอีกแล้ว หน้าตาก็ยังไม่ทันได้เห็นรู้สึกว่าเขาลึกลับน่าค้นหาชอบกล(ในความรู้สึกผมนะ)คิดว่าต้องหาทางรู้จักเขาให้ได้เลย เช้าวันใหม่ที่แสนจะสดใสของผมเริ่มขึ้นอีกแล้ววันนี้ผมไปมหาลัยแต่เช้าเห็นพลกับใหม่มาถึงแล้วนั่งรอผมอยู่ที่โต๊ะใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าตึก เฮ้ย................ปอนด์ทางนี้เสียงเจ้าใหม่เพื่อนรักยิ้มหน้าระรื่นทักผมมาแต่ไกล หวัดดีเพื่อน.....................กินอะไรกันรึยังเนี่ยผมยิ้มพลางถามเขาสองคน สองคนนั้นส่ายหน้าผมเลยได้ทีชวนซะเลยเพราะผมเองก็หิวๆอยู่เหมือนกัน งั้นไปกันเลยยังมีเวลาอีกสิบห้านาที เออ............เออ.............ก็มัวแต่รอนายอยู่นี่แหละ เฮ้ยพล...........ลุกสิวะจะนั่งแช่รอให้ข้าวมันลอยมาหาท้องมึงรึไงวะเสียงใหม่กวน........เจ้าพลแต่เช้า เมื่อเห็นพลมัวแต่นั่งส่งยิ้มให้สาวๆที่เดินผ่านไปผ่านมาไปทั่ว ผมก็พลอยอดหัวเราะกับคำพูดของเขาไม่ได้ใหม่นี่กวนผิดคาดแฮะ เราสามคนหาที่นั่งเหมาะๆกันที่โรงอาหารสั่งข้าวคนละจานเรียบๆง่ายๆกลัวจะกินกันไม่ทัน เจ้าพลอาสาเป็นคนเดินไปซื้อน้ำเอง หมอนี่ชอบเทคแคร์คนอื่นโดยเฉพาะสาวๆสวยๆจะออกตัวเป็นพิเศษ(นั่นไงผมเห็นแล้วคนนึงอยู่ที่ร้านขายน้ำพอดี ถึงว่าเจ้าพลกระตือลือล้นเป็นพิเศษทั้งที่ใหม่บอกว่าจะเป็นคนไปซื้อเอง) ผมกำลังนั่งขำสองคนนี่อยู่เพลินๆพี่โจ้ก็เดินมาข้างหลัง หวัดดีปอนด์..................ใหม่พี่โจ้ส่งยิ้มหวานให้ผมก่อนหันไปทักใหม่ ใหม่เห็นพี่โจ้ส่งยิ้มหวานให้ผมเป็นพิเศษได้ทีนึกสนุกแกล้งหยอกพี่โจ้กลับแต่มันดันกระทบมาถึงผม แหมพี่โจ้...............ยิ้มหวานเป็นแต่กับปอนด์คนเดียวรึไงครับเสียงใหม่กระแนะกระแหนจนผมหน้าแดงมองหน้าใหม่แบบดุๆไม่รู้มันพูดออกมาได้ยังไง ใช่ดิแน่ะพี่โจ้ดันบ้าจี้รับมุขเจ้าใหม่มันอีก ผมละกลุ้มเลย ไม่ไหวๆเปลี่ยนเรื่องดีกว่าขืนให้สองคนนี่คุยกันต่อไปมีแต่จะเข้าตัว (ผม) เอ่อพี่โจ้ ขอบคุณนะครับสำหรับเรื่องเมื่อวานผมพูดยิ้มให้เขาเล็กน้อย พี่โจ้หยักยิ้มเจ้าเล่ห์มองผมหวานๆชอบกล ไม่เป็นไรยินดีเสมอสำหรับปอนด์เจ้าใหม่มองหน้าพี่โจ้เลยครับ ขนาดผมฟังยังจั๊กกระเดียมเลย อะไรกันนี่พี่โจ้หรือว่า ไม่มั้งผมยังลังเลไม่กล้าคิดไกล แต่เจ้าใหม่นี่สิความคิดมันกระเจิงไปถึงไหนต่อไหนแล้วมั้งครับถึงได้ทำหน้าแปลกๆแกมหัวเราะใส่ผมชอบกล ไม่กี่นาทีเจ้าพลก็เดินกลับมาพร้อมกับน้ำ เสียงมันทักพี่โจ้มาแต่ไกลผมเลยพอหายใจหายคอได้บ้าง ไงพี่โจ้ มาแต่เช้าเชียวนะพลพูดพลางวางถาดน้ำตรงหน้าผมแล้วจัดแจงแจกให้ทุกคน อืม................มาหาปอนด์เขาพี่โจ้พูดยิ้มๆส่งตาหวานให้ผมอีก หาปอนด์..................เจ้าพลถามงงๆปนยิ้ม มีไรกับมันอ่ะพลยังไม่หายสงสัย มาดูว่าหายรึยังเจ้าพลมันก็ยิ้มสิครับมองหน้ากับเจ้าใหม่ใหญ่เลย ฮั่นแน่พี่โจ้นี่ชักจะยังๆซะแล้วนะนี่พลพูดแล้วก็หันมามองหน้าแดงๆของผมแล้วแกล้งหยอกอีก ปอนด์มันหายแล้วพี่ เมื่อวานสงสัยได้ยาดีได้ยินมันพูดอย่างนั้นผมเลยตวาดมันเข้าให้ พลเสียงผมดุเล็กน้อยเลยทำให้มันหยุดล้อลงได้ แต่พี่โจ้นี่สิยังยิ้มทะเล้นไม่เลิก พี่โจ้เอางี้สิ ให้ปอนด์มันเลี้ยงตอบแทนดีเปล่าวันนี้มีเรียนครึ่งวันพอดีเสียงใหม่เสนอความคิดเห็นอย่างที่ผมอยากจะตบกบาลมันซักทีสองที จริงเปล่าปอนด์ ถ้าปอนด์โอเคพี่ก็ไม่ขัดข้องนะอ้าวเล่นพูดกันแบบนี้แล้วจะให้ผมทำยังไงได้ล่ะเนี่ย ผมก็ต้องจำยอมไปโดยปริยายน่ะสิ ก็ได้ครับผมยิ้มแห้งๆตอบไปแล้วหันมาทำตาดุใส่เจ้าพลกับใหม่ แต่ดูมันนะครับมันแกล้งเมินผมเป่าปากยักไหล่ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้เสียอย่างนั้น งั้นพี่ไปก่อนนะเที่ยงนี้เจอกันพี่โจ้ยิ้มกริ่มอารมณ์ดีก่อนเดินออกไป ผมรีบหันขวับมามองหน้ามันสองคนทันที นายสองคนคิดเรื่องนี้ เที่ยงนี้ห้ามเบี้ยวต้องไปกันให้หมดทุกคนนะโว้ย อะไร นายต้องเป็นคนเลี้ยงพี่เค้านายก็ไปเองสิ วันนี้เราไม่ว่างหรอกมีนัดเดทกับสาวเมื่อกี้เรียบร้อยแล้วพลพูดหน้าตาเฉยเสียอย่างนั้น อ้าวอย่างนี้ผมก็ซวยน่ะสิ เลยหันมาคาดคั้นเอากับเจ้าใหม่แทน ใหม่................นายแหละตัวดี ต้องไปเป็นเพื่อนเราด้วยผมเริ่มงอนๆค้อนๆใส่มัน เฮ้ยปอนด์ โทษว่ะ วันนี้ข้าไม่ว่างจริงๆต้องรีบกลับไปทำธุระให้แม่ ขืนเบี้ยวโดนแม่เอาตายเจ้าใหม่รีบปฏิเสธอีกคน อะไรกันวะผมเซ็งเลยครับ สองคนนี้ต้องจงใจแกล้งผมแน่ๆเลย ผมว่านะธุระอะไรที่พวกมันอ้างน่ะไม่มีหรอก ดูสิพวกมันยังยิ้มแปลกๆหัวเราะคิกคักๆใส่ผมกันไม่หยุด ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงน่ะสิข้าวเขิ้วอะไรเลยกินไม่ลงแล้วครับ ตายๆพี่โจ้ยิ่งชอบทำท่าทางแปลกๆใส่ผมอยู่ด้วย หลังจากเรียนคาบเช้าเลิกในเวลา 11.10 น. ผมก็เดินลงมาจากตึกพร้อมๆกับพลและใหม่ ก็ เห็นพี่โจ้นั่งอยู่ข้างล่างก่อนแล้วพร้อมกับพี่นัทและเพื่อนๆเขาท่าทางกำลังคุยกันสนุกเห็นหัวเราะเสียงดังจนคนเดินผ่านไปผ่านมาก็ต้องหันมามองกันทุกคน(เด่นจัดมั้ง) พลกับใหม่ตรงรี่เขาไปทักเลยครับ หวัดดีครับพี่ๆเสียงสองคนนั้นทักกลุ่มรุ่นพี่ ทำให้พี่โจ้หันมามองหาผมที่เดินตามมาข้างหลังทันที ผมยิ้มให้เขาเล็กน้อยก่อนหันมาทักพวกเพื่อนๆพี่โจ้ เออ................ดีรุ่นพี่ทั้งกลุ่มหันมาส่งเสียงตอบกันเจี๊ยวจ๊าวหน้าระรื่น ทุกคนอัธยาศัยดีกันทั้งนั้น เฮ้ย................มานั่งด้วยกันดิเสียงพี่นัทเอ่ยชวนขณะที่ในปากกำลังเคี้ยวอะไรสักอย่างอย่างเมามัน ไม่เป็นไรพี่................เดี๋ยวพวกผมจะกลับแล้วมีนัดเสียงใหม่ตอบฉะฉานมองหน้ากับเจ้าพลพยักเพยิด อ้าว..............งั้นก็ตามสบาย หวัดดีครับน้องปอนด์..................เสียงพี่นัททักผมยิ้มๆนัยตามีเลศนัยพิกล ฮะผมยิ้มแห้งๆตอบไปหน้าแดงนิดๆ ไม่รู้สิเหมือนรุ่นพี่ทั้งกลุ่มกำลังมองผมแปลกๆยังไงไม่รู้ทำให้ผมทำตัวไม่ค่อยถูก อ้าวไอ้โจ้มึงก็ลุกสักทีสิวะ มัวแต่นั่งอมยิ้มหาพระแสงอะไรอยู่ได้ น้องเขารอแล้วนะโว้ยไม่เห็นรึไงพอพี่นัทพูดจบเพื่อนๆในกลุ่มก็หัวเราะมองหน้าเอ๋อๆของพี่โจ้ตามๆกัน เออๆกูรู้แล้วน่า...........หุบปากซักทีเด๊ะมึงน่ะ เดี๋ยวกูเตะเข้าให้พี่โจ้รีบลุกพรวดจากเก้าอี้ยกเท้าขึ้นเล็กน้อยเหมือนกำลังจะทำอย่างที่ปากพูด ใบหน้าแดงน้อยๆมองหน้าผมยิ้มๆ ไม่ต้องดัดจริตเขินหรอกมึง รีบๆไปเลยไปกูหมั่นไส้ว่ะเสียงพี่นัทแหย่อีก เออๆ.................ไปเถอะปอนด์ แถวๆนี้หมาเยอะ กัดใครเขาได้มันก็กัดเค้าไปทั่วพี่โจ้พูดพลางดึงมือผม ผมหยุดไว้เล็กน้อยหันมาชวนพี่ๆเขาไปด้วย เอ่อ...........พวกพี่ไม่ไปด้วยกันเหรอครับเสียงผมชวนทำให้พวกเขามองหน้ากันแล้วยิ้มๆอีกเหมือนกำลังคุยอะไรกันซักอย่างทางสายตาแล้วหันมาทางพี่โจ้ ไปเถอะ.............ไม่อยากไปขัดคอไอ้โจ้มัน ฝากด้วยแล้วกันเสียงพี่นัทหัวเราะในลำคอหยอกๆพี่โจ้แล้วหันมายิ้มให้ผม ผมยิ้มแห้งๆตอบไปอีกตามเคยแล้วเดินมาจากที่ตรงนั้นรู้สึกทำตัวไม่ถูกชอบกล พวกผมก็ขอตัว..............ไปล่ะพี่พลกับใหม่พูดพร้อมกับเดินตามหลังผมมา พี่ๆพยักหน้าเป็นเชิงตอบแล้วหันไปหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน เดินมาถึงที่จอดรถพลกับใหม่ก็ขอตัวทันที เฮ้ย..............ไปนะปอนด์.....................พี่โจ้ฝากปอนด์ด้วยนะครับใหม่พูดกับผมแล้วหันไปยิ้มให้พี่โจ้ ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวส่งให้ถึงบ้านแน่นอนเสียงพี่โจ้ยิ้มตอบแล้วหันมามองหน้าผม ไปนะปอนด์พลพูดก่อนไขกุญแจรถสตาร์ทเครื่อง อืมพรุ่งนี้เจอกัน บาย............ใหม่ผมลาสองคนนี่เสร็จสัพพวกเขาก็ออกรถไปทันที ไปกันแล้ว แล้วเราสองคนเอาไงล่ะเสียงพี่โจ้ถามพลางมองหน้าผมเหมือนขอความเห็น แล้วแต่พี่โจ้ครับ ผมไม่ค่อยรู้ที่หรอกพี่แนะนำด้วยแล้วกันผมพูดตามตรง งั้นเอางี้.................มีร้านดีๆอยู่ที่นึงเดี๋ยวพี่พาไป ปอนด์ขับรถตามมาแล้วกัน ดีครับว่าแล้วพี่โจ้ก็ตรงไปที่รถ ขับออกหน้าผมไปก่อนผมรีบขับตามไปทันที กว่าสี่สิบนาทีแล้วที่ผมขับรถตามพี่โจ้ออกมาจากมหาลัย รถของพี่โจ้ค่อยๆออกสู่ตัวเมืองทีละน้อยๆจนกระทั่งจอดที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งบรรยากาศดีมาก ผมขับเข้าจอดข้างๆพี่โจ้แล้วลอครถเรียบร้อยเดินตามพี่โจ้เข้าไปข้างใน พี่โจ้เลือกที่นั่งกลางน้ำสวยมาก รอบๆเห็นปลาเต็มไปหมด ตัวใหญ่ๆทั้งนั้น เป็นไงที่นี่พี่โจ้ถามในขณะที่ผมกำลังมองปลาตัวใหญ่ๆตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ ดีครับ ผมชอบ ดูเป็นธรรมชาติดี เห็นปอนด์ชอบพี่ก็ดีใจพี่โจ้พูดพลางหยักยิ้มมุมปากมองผมอย่างอ่อนโยนอีกแล้ว ทำให้ผมเริ่มจะหน้าแดงหน่อยๆแล้ว มานั่งก่อนเถอะ จะได้สั่งอาหารพี่เขาพูดพลางรับเมนูจากพนักงานมาให้ผม และของพี่โจ้อีกอัน เต็มที่เลยครับพี่โจ้..............วันนี้ผมไม่อั้น แน่นะ............. ครับผมยิ้มกว้างบอกเขาตามสบาย พี่โจ้ยังยิ้มหรี่ตาบอกผมอีกว่า พี่กินจุนะจะบอกให้เสียงเขาหัวเราะเบาๆในลำคอ เอาน่า...........เดี๋ยวถ้าพี่กินจนผมไม่มีเงินจ่ายเขา พี่ก็ช่วยผมล้างจานใช้เขาแล้วกันเสียงผมตอบเล่นๆทำให้ทั้งพี่โจ้ทั้งพนักงานที่รอจดเมนูคนนั้นหัวเราะเลย ฮะๆ..............เอาเป็นว่าพี่จะพยายามไม่ให้เราสองคนต้องล้างจานอย่างที่ปอนด์ว่าแล้วกันนะ สั่งเถอะครับ พี่เขายืนรอจนขาแข็งแล้วผมหัวเราะเบาๆมองหน้าพนักงานหญิงคนนั้นที่กำลังยิ้มหวานรอเราสองคน ไม่เป็นไรค่ะ เชิญตามสบายเลยค่ะ แล้วผมกับพี่โจ้ก็ช่วยกันสั่งอาหารสี่ห้าอย่างที่ท่าทางน่ากินๆรวมทั้งอาหารที่พี่โจ้แนะนำว่าอร่อย รอไม่นานก็ได้กินทันใจ ขนาดคนมากๆขนาดนี้เขายังทำได้ไวจนผมแอบชมอยู่ในใจ บางที่นะครับผมรอจนหายหิวแล้วยังไม่ได้กินเลย อื้อหือ................หน้าตาน่าทานทั้งนั้นเลยพี่โจ้ผมพูดพลางสูดกลิ่นอาหารยั่วน้ำลายตรงหน้า ท้องเริ่มร้องขึ้นมาทันที งั้นลงมือกันเลย พี่ก็หิวแล้วเหมือนกันพี่โจ้ยิ้มหวานตักอาหารที่เขาแนะนำว่าอร่อยใส่จานให้ผมก่อนเหมือนกำลังภูมิใจเสนอ ผมลองกินดูก็อร่อยจริงอย่างที่พี่เขาว่าทีนี้กินไม่หยุดเลยครับ กินกันไปก็คุยกันไปสนุกสนาน พี่โจ้เป็นคนคุยเก่งคุยสนุกขุดเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเล่าให้ผมฟังเรื่อยโดยเฉพาะเรื่องจี้ๆขำๆของเพื่อนๆเขา จนผมพลอยหัวเราะไปกับเขาไม่หวาดไม่ไหว บุคคลิกท่าทางและนิสัยขี้เล่นอย่างนี้ผมว่าคงมีสาวๆแอบปลื้มพี่โจ้เขาเป็นสิบแน่นอน ขนาดผมเป็นผู้ชายด้วยกันผมยังชอบเขาเลยทั้งตลกทั้งฮา แต่ผมแอบเห็นบ่อยครั้งที่พี่โจ้เขาชอบมองผมแบบหวานๆชอบกลพอผมหันมาพี่เขาก็แกล้งหลบสายตาไปงัดมุขเด็ดๆมาเล่าอีกเหมือนจะกลบเกลื่อนอย่างนั้นแหละ ไม่รู้สินะผมบอกความรู้สึกตัวเองไม่ถูกเหมือนกันตอนนั้นแต่มันให้ความรู้สึกที่เรียกว่า ดี.........อยากบอกไม่ถูกทีเดียว ตอนเย็นหลังจากออกจากร้านอาหารพี่โจ้ขับรถมาส่งผมถึงคอนโดทั้งๆที่ผมบอกว่าให้แยกกันเลยแต่พี่เขาก็ไม่ยอมจะมาให้ได้ผมเลยตามใจเขา แถมเขายังตามมาส่งถึงห้องอีกผมเลยชวนเขาเข้ามากินกาแฟก่อน เขาก็รับคำทันทีท่าทางดีใจอีกต่างหาก เชิญครับ ตามสบายเลยนะครับเดี๋ยวผมไปต้มน้ำก่อนผมเชิญให้เขานั่งที่โซฟาหน้าทีวีแล้วเดินเข้าไปในครัว พี่โจ้เปิดทีวีรอผมไปพลางอ่านหนังสือไปพลางอย่างอารมณ์ดี เมื่อน้ำเดือดผมก็ตะโกนออกมาจากในครัวพลางตักกาแฟใส่ถ้วย พี่โจ้น้ำตาลกี่ก้อนครับ ไม่ใส่ครับปอนด์เสียงเขาตอบระบายยิ้มหันมามองผมชงกาแฟต่อ ได้ครับ แปลกนะคิดว่าอย่างพี่โจ้นี่จะชอบหวานเยอะๆเสียอีกผมพูดไปก็ขำไปเมื่อนึกถึงบุคลิกของเขา ได้แล้วครับผมพูดพลางส่งให้เขาแล้วนั่งลงดูทีวีข้างๆ ทำไม....................พี่ทำให้ปอนด์รู้สึกอย่างนั้นเหรอเสียงเขาพูดยิ้มๆแต่แววตาจริงจังมากเลยจนผมอดประหม่าไม่ได้แกล้งทำเป็นดูทีวีต่อ ไม่รู้สิครับ อีกหน่อยปอนด์ก็จะรู้เองแหละว่าพี่เป็นคนจริงจังกว่าที่เห็นนะ ถึงปอนด์จะเห็นพี่อย่างนี้ๆก็เถอะ ยิ่งถ้ารักใครแล้วรักจริงด้วยนะจะบอกให้พี่โจ้พูดทำให้ผมแทบอึ้งเลยครับมองหน้าเขากลับทันที ยิ่งเห็นหน้าพี่โจ้ตอนนี้ยิ่งทำให้ผมพูดไม่ออก โอ้ยมันอะไรกันนี่ผมงงไปหมดแล้วเขาพูดเหมือนกำลังสารภาพรักกับสาวๆอย่างนั้นแหละแต่มันผิดตรงที่ว่าตอนนี้มันคือผม ผมรีบแกล้งยิ้มปนหัวเราะเบาๆกลบเกลื่อนทันทีหัวใจเต้นโครมครามไปหมด พี่โจ้ยิ้มเล็กๆเมื่อเห็นอาการของผมจิบกาแฟในมือต่อไปสายตาหันกลับไปจ้องทีวีเหมือนเก่าแต่ริมฝีปากเขานี่สิอมยิ้มอยู่ตลอดเวลา ผมเดาความรู้สึกตอนนั้นของเขาไม่ออกเหมือนกันว่าเขาคิดอะไรอยู่ หลังจากนั้นเราก็ดูทีวีกันต่อไปโดยไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย จนกาแฟหมดถ้วยพี่โจ้ก็ขอตัวกลับ ผมเดินไปส่งเขาหน้าห้องเราลากันตรงนั้น ก่อนที่ผมจะปิดประตูลงพี่โจ้ก็หันกลับมารั้งประตูไว้อีก ปอนด์..................เสียงเขาเรียกผมท่าทางจริงจังจนผมตกใจ อะไรครับ ที่พูดเมื่อกี้พี่พูดกับปอนด์นะ ฮะ....................ผมงงเลย รู้สึกชาวาบไปทั้งตัวเมื่อได้ยินสิ่งที่เขาพูด พี่อยากให้ปอนด์รับไว้พิจารณาด้วย พี่จะไม่ขอเอาคำตอบตอนนี้หรอกนะ อยากให้ปอนด์คิดนานๆคิดดีๆ ไม่อยากให้ปอนด์ลำบากใจแต่ขอให้รู้ไว้ว่าพี่จริงจังหลังจากพูดจบเขาก็เดินจากไปทั้งๆที่ผมยังยืนอึ้งอยู่หน้าประตู คืนนั้นผมนอนไม่หลับเลยนอนคิดทั้งคืน ไม่รู้ว่าจะรู้สึกยังไงกับพี่โจ้ดี พี่เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งทีเดียวแต่ผม..................ผมกลัว กลัวว่าถ้าผมรักพี่เขาผมจะผิดหวังอีกหรือเปล่า ความรักระหว่างผู้ชายกับผู้ชายมีน้อยคู่นักที่จะยั่งยืน ผมกลัวความรู้สึกนั้นและอีกอย่างคนๆนั้นก็ยังอยู่ในใจของผมตลอดเวลาผมไม่อาจลืมเขาได้เลยจริงๆ ความจริงผมก็ชอบนะความรักเนี่ย ลองคิดดูสิมันจะดีสักแค่ไหนที่มีคนมาบอกว่ารักเรา ชอบเรา แต่ความรู้สึกนี้มันเกิดง่ายก็ดับไปง่ายในความคิดผมนะ ผมเป็นคนคนหนึ่งนะที่แสวงหาคำว่ารักแท้ แล้วคุณล่ะชอบคำนี้หรือเปล่า เรื่องของพี่โจ้ผมยังไม่อยากจะตัดสินใจอะไร รอดูเขามากกว่านี้และนานกว่านี้ดีกว่าแน่ไม่แน่นะพี่โจ้อาจจะเป็นคนเดียวที่ใช่....................สำหรับผมก็ได้ วันรุ่งขึ้นผมพบพี่โจ้ที่คณะอีกเช่นเคย พี่โจ้ยังทำตัวปรกติเหมือนเดิมแต่ผมรู้สึกได้ดีว่าแววตาและรอยยิ้มของเขามันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว มันนุ่มนวล อ่อนโยนมากกว่าเก่าซึ่งผมก็ยอมรับว่าผมรู้สึกดีนะและตอนนี้ใครๆก็คงรู้แล้วว่าพี่โจ้มีความรู้สึกดีๆให้กับผมทั้งเพื่อนพี่เขา พลกับใหม่ก็พี่เขาแสดงออกมาโจ่งแจ้งเสียอย่างนั้น ผมได้ยินมาว่าสาวๆที่พี่เขาคบอยู่ตอนนี้พี่เขาปฏิเสธไปหมดแล้ว ผมควรจะดีใจใช่ไหมที่พี่เขาจริงจังกับผมขนาดนี้ผมควรจะตอบรับเขาดีไหมแล้วคนที่ผมไม่เคยลืมเขาล่ะ............................... วันนี้วันเสาร์ครับผมเลยถือโอกาสนอนตื่นสายเสียหน่อย กำลังนอนหลับอยู่เพลินๆเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ทีแรกผมตั้งใจว่าจะไม่รับแต่มันดังไม่หยุดเสียทีก็เลยรับก็รับ สวัสดีครับ................เสียงผมอู้อี้ๆในลำคอกรอกเสียงลงไปทั้งๆที่ตายังไม่ลืม ตื่นหรือยังครับ...............สายแล้วนะเสียงพี่โจ้นั่นเอง สดใสมาเชียว ยังครับ จะตื่นก็เพราะเสียงโทรศัพท์พี่นั่นแหละผมแกล้งเขานิดหน่อย อ้าวงั้นพี่ขอโทษแล้วกันเสียงเขาอ่อยลงท่าทางผิดหวัง ผมหัวเราะเบาๆในลำคอรีบบอกเขาไปว่า ผมล้อเล่นน่า................ว่าแต่มีอะไรรึเปล่าครับ เปล่าครับ แค่โทรมาบอกปอนด์ วันนี้พี่ต้องไปเที่ยวกับครอบครัว ดีแล้วนี่ครับ แหมแต่พี่อยากมาหาปอนด์มากกว่านี่ แต่น้องสาวตัวดีนี่สิร่ำร้องพี่ไม่ไปก็ไม่ยอม ดีแล้วหล่ะครับ ขอให้สนุกนะครับ ปอนด์จะไปกับพี่ไหม เดี๋ยวพี่ไปรับ สนุกนะทะเลแถวพัทยานี่แหละไม่ไกลด้วย ไปนะปอนด์ ไปนะเสียงเขาออดอ้อนมากเลยชวนผมจะให้ไปให้ได้ เอ่อ.............จะดีหรือครับเกรงใจพ่อแม่พี่โจ้.................พี่ไปแบบครอบครัวจะดีกว่า ไม่ต้องเกรงใจหรอก พ่อแม่พี่ใจดีรับรองท่านต้องชอบปอนด์แน่ๆ ไปนะปอนด์ เอาไงดี..................งั้นก็ได้ครับผมตัดสินใจไปจนได้เสียงเขาดีใจมาก ไชโย..............ปอนด์แต่งตัวรอนะเดี๋ยวพี่ไปรับ ฮะ....................เสียงสนทนาจบลงผมรีบลุกจากที่นอนทันที แล้วจัดการกับตัวเองให้เสร็จภายใน ยี่สิบนาทีจัดเสื้อผ้าเตรียมไปหนึ่งชุดแล้วรีบลงไปรอพี่โจ้ข้างล่าง ไม่กี่นาทีรถพี่เขาก็มา พี่โจ้แนะนำให้ผมรู้จักคุณพ่อคุณแม่ของพี่โจ้ ท่านท่าทางใจดีมากยิ้มแย้มทักผมด้วยอัทธยาศัยดี น้องสาวพี่โจ้ชื้อน้องจ๊ะเอ๋ อยู่ม.5น่าตาน่ารักมากแก้มนวลแดงผมยาวสลวยหน้าตาคล้ายพี่โจ้มากเลยทีเดียว ทันทีที่เจอกันเขายิ้มแป้นให้ผมน่ารักเชียว ลูกปอนด์บ้านอยู่เชียงใหม่เหรอจ๊ะ เห็นโจ้บอกแม่คุณแม่พี่โจ้ทักผมขึ้น ใช่ครับผมยิ้มนอบน้อมตอบท่านตามมารยาท คุณแม่ยิ้มแล้วถามผมต่ออีก เป็นคนเชียงใหม่งั้นรู้จัก พ่อเลี้ยงก้องเกียรติ กิจการดี มั้ยจ้ะ เอ๋คุณแม่รู้จักคุณพ่อผมด้วยเหรอครับผมเริ่มงงที่คุณแม่พี่โจ้รู้จักชื่อพ่อผม รู้จักสิเจ้าก้องเนี่ยเพื่อนแม่เองนะ งั้นก็คนกันเองทั้งนั้นน่ะสิเนี่ย นี่แม่ไม่ได้ไปเยี่ยมก้องเกียรติเขานานแล้วนะเนี่ยคิดถึงเหมือนกัน เคยไปตอนนั้นลูกปอนด์ยังเด็กอยู่เลยคงยังจำกันไม่ได้โจ้เขาก็ไปนะ จำได้มั้ยโจ้ นี่น้องปอนด์ไงที่โจ้ชอบเล่นด้วยตอนเด็กๆไง เห็นชมนักชมหนาว่าน้องเขาน่ารักจะให้แม่พาไปเที่ยวบ่อยๆคุณแม่พูดพลางมองหน้าพี่โจ้ เอ่อ................ผมพี่โจ้หน้าแดงมองหน้าผมใหญ่เลย อายล่ะสิเราเสียงคุณแม่แซวเล็กน้อย จ๊ะเอ๋เลยได้ทีล้อเลียนใหญ่เลย แหมพี่โจ้แค่นี้ทำเป็นอาย เห็นสาวกี่คนๆไม่เห็นเป็นแบบนี้เลยนี่ หยุดเลยเรา เดี๋ยวเถอะๆเสียงพี่โจ้ดุจ๊ะเอ๋ตาเขียวบอกให้เลิกล้อรีบใช้มือปิดปากน้องสาวทันที เสียงคุณพ่อคุณแม่หัวเราะกันใหญ่ในความน่ารักของลูกสาวและลูกชาย ผมมองแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้อยากมีพี่น้องกับเขามั่งคงจะสนุกพิลึก ทะเลาะกันบ้างดีกันบ้างแต่ก็ทำให้ชีวิตไม่ขาดรสชาติดีนะ พี่โจ้มีเพื่อนน่ารักๆแบบพี่ปอนด์ไม่เห็นแนะนำให้จ๊ะเอ๋รู้จักมั่งเลย พี่อะไรขี้งกเป็นบ้าเสียงจ๊ะเอ๋พ้อพี่เขาเล็กๆสายตาค้อนขวับๆ คนนี้พี่หวง แกห้ามยุ่งเด็ดขาดนะเสียงพี่โจ้พูดพลางแกล้งโอบไหล่ผมทำให้ผู้เป็นน้องสาวถึงกับอึ้งไปเลย ผมรีบเอาแขนพี่โจ้ออกทันทีใบหน้าเริ่มเป็นสีเรื่อ ดีนะที่คุณพ่อคุณแม่พี่เขาไม่ได้สนใจเรา อ๋อ.............อย่างนี้นี่เองเหรอเสียงจ๊ะเอ๋พูดยิ้มทั้งใบหน้าและนัยตาสายตาเจ้าเล่ห์สุดๆมองผมกับพี่โจ้เดาเรื่องราวไปก่อนหน้าแล้ว แต่เอเรื่องอย่างนี้ต้องแล้วแต่พี่ปอนด์เขานะ จริงมั้ยคะพี่ปอนด์จ๊ะเอ๋พูดพร้อมกับดึงแขนผมไปกอดเหมือนกำลังจะแกล้งพี่ชาย พี่โจ้ไม่ยอมดึงแขนผมกลับยื้อกันไปยื้อกันมาจนผมเวียนหัวเลยครับ ฮะๆ............พี่น้องคู่นี้ไม่ยอมลงให้กันจริงๆแต่ก็นะน่ารักไปอีกแบบ ไม่ถึงสองชั่วโมงเราก็ไปถึงบ้านพักตากอากาศของครอบครัวพี่โจ้ ที่นี่เป็นที่ส่วนบุคคลหาดสวย น้ำใสมากลมเย็นพัดโกรกดีทีเดียว ไม่ช้าคนขับรถก็ขนของขึ้นไปบนบ้านเรียบร้อยเราแบ่งห้องกันเอาของไปเก็บแล้วไปเจอกันหน้าบ้าน ผมพี่โจ้น้องจ๊ะเอ๋เดินเรียบหาดไปเรื่อยๆ ผมยอมรับว่าผมตื่นเต้นมากไม่ได้มาเที่ยวนานแล้วเคยมาครั้งเดียวกับคุณพ่อคุณแม่ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กได้มาหนนี้คิดว่าจะเล่นน้ำทะเลให้ชุ่มปอดไปเลย เป็นไงปอนด์ อากาศดีครับ น้ำใสด้วย พี่โจ้มาบ่อยเหรอครับที่นี่ผมถามพลางมองจ๊ะเอ๋ที่วิ่งนำหน้าพวกเราเก็บหอยวักน้ำเล่นอย่างสนุกสนานเหมือนกำลังมีความสุข กวักเรียกผมกับพี่โจ้ให้รีบเดินตามมาเป็นการใหญ่ เดือนนึงก็สองสามครั้งได้น่ะ เป็นนโยบายของคุณแม่กับยายจ๊ะเอ๋น่ะพี่กับคุณพ่อก็เลยต้องทำตัวให้ว่างตามไปด้วยฮะๆพี่โจ้พูดไปก็หัวเราะไปผมมองเขายิ้มๆฟังเขาพูดไปเรื่อยๆดูๆแล้วพี่โจ้นี่ไม่เป็นอย่างที่ผมคิดไว้เลย รักครอบครัวมากกว่าที่คิดแถมยังทำตัวน่ารักผิดคาดอีก ผมนะตอนอยู่กับคุณพ่อคุณแม่ก็เป็นแบบนี้แหละครับ ท่านชอบชวนผมไปนู่นมานี่บ่อยๆแต่อยู่แต่เฉพาะภาคเหนือนะครับไม่ค่อยได้ลงมาเที่ยวที่อื่นสักเท่าไหร่แต่ก็สนุกนะครับ รับรองถ้าพี่ไปเที่ยวผมจะอาสาเป็นไกด์พาเที่ยวให้ทั่วเชียวผมพูดแกมชวน จริงนะ พี่จะไปจริงๆนะปอนด์พี่โจ้พูดพลางถือโอกาสจับมือผมสองข้างด้วยท่าทางดีใจ ผมมองเขายิ้มๆแล้วค่อยๆดึงมือออกกลัวจ๊ะเอ๋เห็นพี่โจ้ก็ยอมปล่อยแต่โดยดีแล้วอมยิ้มเขินๆเป็นภาพที่ผมเห็นแล้วคิดว่าน่ารักมากเลยทีเดียว จริงสิครับ ชวนคุณแม่คุณพ่อน้องจ๊ะเอ๋ไปด้วยจะได้สนุกๆ คุณแม่จะได้เจอเพื่อนเก่าด้วยผมพูดกับเขาต่อต่างคนต่างเขินบรรยากาศมันเป็นใจมั้งครับ เอาสิเดี๋ยวพี่จะลองชวนดูรับรองท่านต้องไปแน่ๆพี่เขาพูดพลางหัวเราะในลำคอ ฮั่นแน่.................จะไปไหนกัน จ๊ะเอ๋ไม่ยอมนะ พี่ปอนด์เป็นของจ๊ะเอ๋แล้วพี่โจ้ห้ามชวนไปไหนตามใจชอบต้องขออนุญาตจ๊ะเอ๋ก่อนด้วยเธอพูดพลางดึงแขนผมให้ห่างจากพี่โจ้แล้วเข้ามาแทรกกลางกอดแขนผมแน่นเหมือนเด็กกำลังหวงของ ยายแสบ..............ใครเป็นของเธอฮะยายเด็กแก่แดด ปอนด์เขาเป็นของพี่ต่างหากพี่โจ้ก็ไม่ยอมแพ้น้องสาวรีบดึงแขนผมวิ่งหนีจ๊ะเอ๋ทันที อ๊า.....................พี่บ้ารอด้วย ปล่อยพี่ปอนด์นะเธอพูดพลางวิ่งไล่ตามเอาทรายไล่ปาพี่โจ้ใหญ่ ผมกับพี่โจ้หัวเราะด้วยความสนุกสนานวิ่งหนีจ๊ะเอ๋อย่างเร็วลงทะเลทันที แล้วเราสามคนก็เล่นน้ำกันต่อโชคดีที่วันนั้นแดดไม่ร้อนเลยเล่นกันสนุกกว่าจะเลิกก็ปาเข้าไปเย็นแล้ว ต่างคนต่างขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมาทานข้าวเย็นที่หน้าบ้าน มีปิ้งบาบีคิว ย่างของทะเลไปตามเรื่อง ผมรู้สึกสนุกมากบรรยากาศเป็นกันเองเหมือนได้มากับครอบครัวก็ไม่ปาน น้องจ๊ะเอ๋ยิ่งน่ารักชวนผมเล่นนู่นเล่นนี่พลอยทำให้ทุกคนสนุกสนานไปด้วยจนเวลาล่วงเลยไปเกือบสี่ทุ่มทุกคนจึงแยกย้ายกันขึ้นไปนอน พี่โจ้เรียกผมไว้ก่อนให้ผมไปเดินเล่นกับพี่เขาข้างล่างผมก็ตกลงเพราะตอนนั้นผมยังไม่ง่วงด้วย เราเดินกันไปโดยที่ไม่ได้พูดอะไรเดินไปเรื่อยๆรับลมเย็นแล้วพี่โจ้ก็เป็นคนเอ่ยทำลายความเงียบก่อน วันนี้พี่มีความสุขมากเลยรู้มั้ยพี่เขาพูดเริ่มเอื้อมมือมาจับมือผมผมเริ่มใจเต้นแรงแต่ก็ปล่อยให้พี่เขาจับไป ผมก็สนุกครับ ขอบคุณนะครับที่ชวนผมมาด้วยผมพูดปนอาการเขินๆ วันทั้งวันนี้ผมมีความรู้สึกที่ดีๆกับพี่โจ้อย่างมากและเริ่มประทับใจอะไรหลายๆอย่างในตัวเขา นอกจากความหล่อเท่ห์ที่เขามีเป็นคุณสมบัติติดตัวแล้ว นิสัยน่ารักๆของเขาก็ทำให้ผมเปิดใจยอมรับเขามากขึ้น รู้มั้ยที่พี่มีความสุขเพราะที่นี่มีปอนด์เขาพูดพลางฉุดแขนผมให้ผมหยุดเดินแล้วเอาสองมือโอบไหล่ให้ผมหันหน้ามาเผชิญริมฝีปากระบายยิ้มนุ่มนวลอ่อนโยนอย่างเห็นได้ชัด ผมหน้าแดงไปทั้งหน้ารู้สึกร้อนวูบวาบตรงที่พี่โจ้กำลังสัมผัสรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก ปอนด์น่ารักมาก...............คุณพ่อคุณแม่รวมทั้งยายจ๊ะเอ๋ชอบปอนด์กันทุกคน และพี่ก็....ริมฝีปากพี่โจ้ค่อยๆประทับลงมาที่หน้าผากของผมแผ่วเบานุ่มนวลเนิ่นนานผมหลับตาลงรับจูบของเขาอย่างไม่รังเกียจ ผม...................เอ่อ..................ผมผมเริ่มพูดอะไรไม่ออกเมื่อพี่โจ้ถอนจูบมองลึกเข้ามาในดวงตาผมอย่างมีความหมายและแสนจะอ่อนโยนอย่างที่สุด ปอนด์จะคบกับพี่ได้ไหมเสียงเขาหวานหูเชิงกระซิบสายตายังคงจับจ้องอยู่ที่ผมไม่เปลี่ยน ผมเริ่มอึกอักทำอะไรไม่ถูกเมื่อพี่โจ้ยิงคำถาม ความคิดสับสนเริ่มเข้ามาในหัว ผมจะตกลงคบกับเขาดีไหมกับพี่โจ้ที่แสนดีคนนี้..............ผมคิดไปก็มองหน้าเขาไปดวงตาผมจ้องลึกเข้าไปในคมของเขาตอนนี้หัวใจผมเต้นแรงมาก พี่โจ้มองตาผมเช่นกันเขายังไม่มีสีหน้ายิ้มแต่อย่างใดจนกระทั่งผมตอบเขาไปว่า ผม...............เสียงผมอึกอักในลำคอนิดหน่อย พี่โจ้บีบมือผมแน่นขึ้นเหมือนเขากำลุ้นกับคำตอบของผม ครับ..........................เสียงผมอ่อยลงนิดหน่อยแต่ก็ดังพอที่จะเห็นรอยยิ้มของคนตรงหน้า พี่โจ้ผวาเข้ามาสวมกอดผมเสียแน่นไปหมดด้วยความดีใจ ยกผมอุ้มขึ้นลอยไปลอยมาเหมือนผมเป็นของเบาหวิวจนกระทั่งเสียหลักล้มลงกับพื้นทราย พี่โจ้รีบเอามือมาประคองไม่ให้ผมเจ็บก่อนเราสองคนจะกระทบพื้น ตอนนี้พี่โจ้ทับอยู่บนตัวผมลมหายใจร้อนของเขาเป่ารดจนผมรู้สึกอุ่นสายตาจับจ้องใบหน้าผมไม่วางตาเขายิ้มกริ่มอย่างพอใจเมื่อเห็นผมเบี่ยงหน้าหลบสายตาคมของเขาอย่างอายๆ พี่ดีใจที่สุดเลยรู้มั้ยครับปอนด์สิ้นเสียงเขาก็ประทับจูบลงที่แก้มของผมสองทีจนผมหันมาสบตากับเขาอีก พี่โจ้อย่าครับผมห้ามเขาเล็กน้อยกับริมฝีปากที่กำลังรุกรานไปทั่ว พี่โจ้หยุดทันทีจ้องตาผมต่อ พี่รักปอนด์จะไม่มีวันทำให้ปอนด์เสียใจคำพูดของพี่โจ้ทำให้ผมเชื่อมั่นได้อย่างไม่สงสัยเพราะแววตาของเขาไม่ได้โกหกเลยแม้แต่น้อย รู้มั้ยผมเชื่อเขา..............แต่ผมกลับไม่เชื่อใจตัวเองไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ยังคางคาอยู่ในใจผมนี้ในวันข้างหน้ามันจะทำให้พี่โจ้เขาเสียใจหรือเปล่า............. ครับ..............ผมเชื่อผมพูดพร้อมรอยยิ้มสองมือลูบใบหน้าคมไปมาปลายนิ้วเล็กหยุดลงที่ริมฝีปากร้อนชุ่มชื้นที่กำลังใกล้เข้ามาเรื่อยๆแล้วประกบลงที่ริมฝีปากผมในที่สุด ทั้งเรียกร้อง นุ่มหวานปนไปด้วยรักอย่างเต็มเปี่ยมจากคนตรงหน้า ผมตอบรับเขาด้วยการไล้มือเบาๆโอบรอบต้นคอหนามือข้างหนึ่งขยุ้มเส้นผมนุ่มของพี่เขาเบาๆเมื่อพี่โจ้เริ่มสอดลิ้นควานลึกเข้าไปภายใน รู้มั้ยตอนนี้ผมอบอุ่นใจอย่างที่สุดเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของคนๆนี้ ไม่นานพี่โจ้ก็ถอนปากออกเขาไม่ล่วงเกินผมมากไปกว่านี้รู้มั้ยส่วนนี้ทำให้ผมชอบเขามากขึ้น ถ้าไม่หยุดตอนนี้พี่คงจะทำลายน้ำใจปอนด์เสียงเขาสั่นพร่าในลำคอประทับจูบเบาๆที่ดวงตากลมของผม ผมระบายยิ้มมองเขาตอบ เขาก็มองผมแล้วยิ้มเช่นกัน ขอบคุณครับคำสุดท้ายที่ผมพูดกับเขาก่อนที่พี่โจ้จะประคองผมลุกขึ้นเขาค่อยๆปัดทรายที่ตัวให้ผมก่อนที่จะละมาปัดของตัวเองแล้วเราสองคนก็จูงมือกันเดินกลับมายังที่พักอย่างเงียบๆโดยที่พี่โจ้ยิ้มแย้มและอารมณ์ดีตลอดเวลา พี่โจ้ส่งผมหน้าห้องจูบเบาๆที่ข้างแก้มผมหน้าแดงอีกรอบผลักเขาเบาๆให้กลับห้องตัวเองได้แล้ว พี่โจ้หัวเราะเบาๆในลำคอรอจนผมปิดประตูแล้วก็เดินกลับห้องไป(ห้องเราสองคนติดกันครับ) รุ่งเช้าก็เตรียมตัวเดินทางกลับ ตอนขากลับผมนั่งติดกับน้องจ๊ะเอ๋เพราะแกไม่ยอมจะขอนั่งข้างผมให้ได้พี่โจ้เลยอ่อนใจยอมตามใจน้องแต่กว่าจะยอมได้เนี่ยทะเลาะกันเสียหลายยก ก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับน้องจ๊ะเอ๋คงจะแกล้งพี่ชายตัวเองอีกตามเคย ระหว่างทางเราคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้จนกระทั่งผมผลอยหลับไป ตื่นมาอีกทีปรากฏว่าผมกำลังนั่งพิงไหล่พี่โจ้อยู่ผมตกใจเล็กน้อยเริ่มหน้าแดงก็นั่งกับจ๊ะเอ๋อยู่ดีๆกลายมาเป็นพี่โจ้ได้ไงเนี่ยแถมยังยิ้มให้ผมซะหวานอีกผมก็อายน่ะสิ หันไปมองจ๊ะเอ๋ จ๊ะเอ๋ก็หลับเหมือนกัน พี่โจ้จุ๊ปากไม่ให้ผมส่งเสียงแล้วพี่เขาก็ให้ผมพิงไหล่เขาเหมือนเดิมแต่เขาเอามือผมไปกุมตลอดทาง(ตอนนี้ผมหลับไม่ลงแล้วครับจนกระทั่งถึงคอนโด) ผมลาคุณพ่อคุณแม่พี่โจ้และจ๊ะเอ๋อีกคนก่อนหันมายิ้มให้พี่โจ้ พี่โจ้ก็ยิ้มตอบแล้วลากันตรงนั้น คุณแม่บอกว่าว่างๆก็ให้ไปเที่ยวที่บ้านนะท่านจะทำขนมอร่อยๆให้กินซึ่งผมก็รับปาก ผมเดินอารมณ์ดีขึ้นมาข้างบนเปิดประตูเข้าห้องตัวเองไปแล้วนั่งเล่นเอกเขนกอยู่บนโซฟาอย่างอารมณ์ดี สักครู่ผมก็เดินออกไปลับลมหน้าระเบียงพอดีหูแว่วได้ยินเสียงเพลงดังมาจากห้องข้างๆคนที่ผมคิดจะทักเขาเมื่อหลายวันก่อน เสียงเพลง.................แสดงว่าอยู่ผมคิดในใจ เป็นโอกาสดีที่ผมจะเข้าไปทำความรู้จักกับเขาแล้ว ว่าแล้วผมก็ไม่รอช้ารีบไปเคาะประตูห้องเขาทันที สวัสดีครับเสียงผมทักเขาก่อนที่เขาจะเปิดประตูเสียอีก สวัสดีครับ.................มีใครอยู่มั้ยครับเสียงผมเรียกอีกครั้งเมื่อเขายังไม่มาเปิดประตูผมกำลังจะเคาะอีกครั้งแต่แล้วประตูก็เปิดออก สวั............................ผมกำลังจะเอ่ยทักเขา แต่คนที่ผมเห็นก็ทำให้ผมตะลึงงันถึงกับอ้าปากค้าง คำพูดที่คิดจะพูดเหมือนมันติดอยู่ในลำคอทันทีผมตกใจมาก รู้มั้ยผมเจอใคร แม็ค.....................ผมอุทานในลำคอหน้าเสียทันที แม็คก็คือคนที่ผมไม่เคยลืมเขาเลยตั้งแต่เมื่อสามปีที่แล้วไม่น่าเชื่อเขาอยู่ใกล้ๆผมนี่เอง ตอนนี้ผมใจสั่นไปหมดแล้วไม่กล้ามองหน้าเขาด้วยซ้ำ ถ้าวิ่งหนีตอนนี้จะทันมั้ยแล้วทำเหมือนเราไม่เคยเจอกันมาก่อนผมคิดได้แค่นั้นจริงๆขืนอยู่ต่อหน้าเขาต่อไปผมคงจะร้องไห้เพราะตอนนี้ดวงตาผมเริ่มผ่าวร้อนขึ้นมาเสียแล้ว แม็คมองผมอย่างดุๆโกรธๆยังไงชอบกลแต่ดูเหมือนเขาไม่ตกใจเลยแม้แต่น้อยที่เห็นหน้าผม เอ่อ.............กลับล่ะ.................ขอโทษ..........เอ่อผมสับสนกับคำพูดของตัวเองอยู่เป็นนานสองนานจนกระทั่งเขาพูดขึ้นว่า เข้ามาก่อนสิว่าแล้วก็เปิดประตูกว้างเชิญผมเข้าไปในห้องเขา ผมยังลังเลไม่กล้าเข้าไปแล้วผมก็ไม่เข้าไปจริงๆ ผมยอมรับว่าตอนนั้นผมกลัวมากวิ่งหนีเขาไปดื้อๆรีบเข้าห้องตัวเองทันที ผมไม่ได้หันไปมองด้วยซ้ำว่าแม็คทำหน้ายังไงตอนที่ผมวิ่งหนีมา น้ำตาที่กลั้นไว้เมื่อครู่หลั่งไหลพรั่งพรูลงมาหยั่งกับสายฝน ผมค่อยๆทรุดตัวลงกับพื้นหลังพิงประตูนิ่ง ทำไมทั้งๆที่ผมกำลังจะลืมเขาได้แล้วแต่เขากลับมาปรากฏตัวอีกแถมอยู่ใกล้เสียจนผมคาดไม่ถึงตอนนี้ผมคิดถึงหน้าพี่โจ้เลย ฮือ.................ผมจะทำยังไงดีพี่โจ้.......................ผมคร่ำครวญอยู่อย่างนั้นเพราะตอนนี้ผมคิดได้แค่นี้จริงๆ +++++++++++++++++++++++++++ จาก : กระทู้เฉพาะกิจ - 29/07/2005 03:16 |