|
หัวข้อ : forbidden 10-12 ข้อความ : Chapter 10 หลังจากมื้อเย็นผ่านไป มาร์คกับริคโค่ และพวกของเชนอีกหกคนก็มารวมตัวกันที่ห้องนั่งเล่นที่ตอนนี้ถูกแปรสภาพเตรียมไว้สำหรับฉลองวันคริสต์มาส ต้นสนใหญ่ตั้งอยู่ที่มุมห้องข้างเตาผิง ตอนนี้ถูกมะรุมมะตุ้มด้วยเร็น นาธานและริคโค่ มือทำงานกันไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน แต่มาร์ค เชนและเรียว สามคนที่กำลังตกแต่งห้องอยู่แต่งานไม่ค่อยจะไปถึงไหนเพราะมัวแต่มองกลับไปที่ต้นสน ส่วนไมล์กับยูอิจิก็เอาไฟประดับออกมาตกแต่งกันไป มองอีกสองกลุ่มไปแล้วหัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ยูจีน...ตอนนี้นายยังคิดเรื่องเชนกับนาธานอยู่รึเปล่า ไมล์ถามเรื่อยๆมือก็ทำงานไปด้วย อืม...ก็คิดอยู่นะ เขาบอกพลางส่งเครื่องมือให้ไมล์ไปด้วย ไมล์หันมาสบตาเขา แต่ด้วยหัวใจที่เปิดกว้างมากขึ้นเยอะ... เขาพูดต่อแล้วก็ยักคิ้วให้ชายหนุ่ม ไมล์ยิ้มแล้วหันกลับไปทำงานต่อ แล้วในสายตานายที่เป็นเพื่อนของพวกเขาล่ะ...นายคิดว่าไง ยูอิจิถามกลับ ไม่ใช่ว่าชั้นจะเข้าข้างเชนหรอกนะแต่ชั้นรู้จักเพื่อนชั้นดีกว่าใคร หมอนั่นรักเร็นมาก เขาไม่เคยมองใครอีกเลยตั้งแต่ได้พบกับเร็น ส่วนนาธานกับเรียวก็อย่างที่เห็นแหละ หวานกันออกจะตลอดเวลาขนาดนั้น น้องชั้นน่ะโชคดีที่ได้พบคนดีๆอย่างเชนกับนาธาน ยูอิจิพูดเศร้าๆ เมื่อนึกถึงตัวเอง สักวันนายก็ต้องได้เจอเหมือนกันแหละ อย่ากลัวที่จะรักใคร แต่จงกลัวที่จะไม่รู้จักรัก เคยได้ยินเปล่า ไมล์พูดพลางหลิ่วตาให้ ยูอิจิหัวเราะ เจ้าบทเจ้ากลอนก็ได้ด้วยนะ...แต่มันก็จริงอย่างว่าแหละ ไมล์มองใบหน้ายิ้มๆของยูอิจิอย่างมีความสุข อยากรักษารอยยิ้มของเขาไว้ให้คงอยู่แบบนี้ตลอดไป ยูอิจิมองสบตาสีฟ้าเข้ม ถูกตรึงไว้ด้วยความลึกซึ้งของแววตานั้น รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นและปลอดภัย ไมล์เปรียบเสมือนแสงแดดอบอุ่นในยามเช้า เหมือนที่พักพิงที่ปลอดภัย เมื่อมีไมล์อยู่ใกล้ๆเขาก็รู้สึกเข้มแข็งราวกับจะต่อสู้กับโลกทั้งโลกได้ ไมล์ไม่อยากละสายตาจากดวงตากลมโตสีน้ำตาลคู่นี้ไปเลย แต่เขาก็กลัวว่างานจะไม่เสร็จ จึงหันกลับไปทำงานต่ออย่างเสียไม่ได้ ยูอิจิเขินนิดๆ นิ่งคิดตามคำพูดของไมล์ เขาเคยกลัวที่จะรักใครซักคนอีกครั้ง เรื่องเลวร้ายครั้งนั้นทำลายหัวใจของเขาจนยับเยิน ตอนนี้พอกลับมาทบทวนดูอีกที สิ่งที่เขารู้สึกกับไบรอันในตอนนั้น เทียบไม่ได้เลยกับสิ่งที่เขารู้สึกในตอนนี้ ความรู้สึกห่วงใยของไมล์ทำลายกำแพงที่เขาสร้างขึ้นจนหมด ไมล์จะรู้มั้ยนะว่าตัวเองได้เข้าไปยืนในหัวใจของเขาเรียบร้อยแล้ว เรียว...จับดีๆ สิ เชนท้วง เมื่อกระดาษที่เขากำลังจะติด เอียงออกจากจุดที่เขาให้เรียวจับไว้ ชายหนุ่มทำเหมือนไม่ได้ยิน เพราะมัวแต่มองนาธาน พอคนรักของเขาหัวเราะ ตัวเขาก็ยิ้มไปด้วย เรียว!!! เชนเรียกเสียงดังขึ้น เรียวสะดุ้ง หันกลับมาหัวเราะเขินๆ แล้วรีบจับกระดาษให้เข้าที่ มาร์คหยิบของส่งให้เชน สายตาก็มองไปที่ริคโค่เช่นกัน ยิ้มนิดๆที่ได้เห็นชายหนุ่มแบบที่ไม่เคยเห็นมาก่อน พ่อคร๊าบบบบ!!! เชนเรียกเสียงอ่อนอกอ่อนใจ มาร์คหันมามองหน้าเขา ผมต้องการสีแดงนะครับ ไม่ใช่เขียว เขาบอกเลิกคิ้วอย่างยียวน มาร์ครีบหยิบเปลี่ยนให้ ทำหน้าเขินนิดๆ ผมว่าเรารีบๆติดให้เสร็จดีมั้ย แล้วจะได้ไปช่วยหวานใจของพวกเราแต่งต้นคริสต์มาส เชนพูดมองพ่อที เรียวที เรียวรีบพยักหน้าหงึกๆ มาร์คยิ้มนิดๆไม่พูดอะไร ด้วยความเห็นพ้องต้องกันของทั้งสามคน พวกเขาก็เร่งมือติดกระดาษประดับห้องด้วยความเร็วที่เป็นสถิติ ก่อนจะเดินมารวมกลุ่มกันที่รอบๆต้นสน เสร็จแล้วเหรอ เร็วดีจัง เร็นหันมาทัก อือฮึ เชนตอบแล้วเข้าไปกอดเอวเร็นไว้จากด้านหลัง เร็นทั้งตกใจทั้งเขินจนแก้มแดง เงยหน้าขึ้นจะท้วง แต่พอสบตาออดอ้อนของเชนเขาก็ใจอ่อน ความจริงเขาก็ชอบที่เชนแสดงออกถึงความรักต่อเขาแบบนี้ แต่มันก็เขินเหมือนกันถึงคนอื่นจะชินแล้วก็เถอะ นาธานกับเรียวหันมายิ้มให้กัน ความจริงก็เขินแทนเชนเหมือนกันแต่ก็ชินซะแล้ว นาธานประสานมือกับเรียวแน่น เรียวยิ้มแล้วเอากล่องของประดับมาถือไว้ให้ นาธานก็หยิบขึ้นไปแขวนตรงที่ๆเรียวบอก ยิ้มให้กันและกันอย่างหวานชื่น มาร์คมองทั้งสองคู่แล้วอมยิ้ม จูงมือริคโค่ไปนั่งที่โซฟาไม่อยากขัดจังหวะลูกๆ ริคโค่หน้าแดงนิดๆ แต่ก็เดินตามมาอย่างว่าง่าย มาร์คนั่งลงแล้วดึงชายหนุ่มให้นั่งลงข้างกาย ก่อนจะโอบเขามาแนบชิด นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้นที่บ้านผมมานานแล้ว...รู้มั้ย มาร์คเอ่ยขึ้นเบาๆ มันไม่ได้เป็นอย่างนี้ทุกปีหรอกหรือครับ ริคโค่หันมาสบตาชายหนุ่ม มาร์คส่ายหน้า ผมเพิ่งได้พบหน้านาธานเมื่อสี่ปีก่อน ตอนที่ผมตามแม่ของเขาไปอังกฤษ เพื่อจะพาเธอกับนาธานกลับมาอยู่กับผมอีกครั้ง เขาหัวเราะเบาๆ มันเป็นการกระทำที่โง่มาก...ผมทำด้วยอารมณ์ซะส่วนใหญ่ ตอนนั้นเชนกับผมก็ไม่ได้สนิทกันแบบนี้หรอก เราก็เพิ่งจะเข้าใจกันเมื่อตอนนั้นเหมือนกัน ริคโค่นึกไปถึงเมื่อสี่ปีก่อนแล้วเขาหน้าเจื่อนลง ตอนที่พี่ผมส่งคนไป...ใช่มั้ยครับ ทำหน้าเศร้าอีกแล้ว มาร์คดุ มือข้างที่โอบไหล่ริคโค่ยกขึ้นลูบไล้แก้มของชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา ก็เพราะเกิดเรื่องกับเชนนั่นแหละ พวกเราพ่อลูกถึงได้เข้าใจกัน ผมก็เหมือนยกภูเขาออกจากอกที่ไม่ต้องปิดบังความจริงจากพวกเขาอีกต่อไป ทุกๆคนก็มีความสุข ความจริงอะไรเหรอครับ ความจริงที่ว่าผมรักพวกเขามาก พวกเขาเป็นสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของผมน่ะสิ มาร์คบอกยิ้มๆ ผมไม่เข้าใจ... ริคโค่ขมวดคิ้วอย่างสงสัย เรื่องมันยาว...แล้วผมจะเล่าให้ฟังคราวหน้านะ แต่ตอนนี้...ยิ้มก่อนสิ ผมเคยบอกแล้วไงว่าชอบให้คุณยิ้มมากกว่า ริคโค่จึงยิ้มให้มาร์คอย่างที่เขาต้องการ มาร์คยิ้มประทับจูบที่หน้าผากของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน ดึงริคโค่ให้ซบลงกับไหล่ของเขา ริคโค่สอดแขนกอดเอวมาร์คอย่างที่อยากทำมาเนิ่นนาน รู้สึกอบอุ่นอย่างที่สุดในอ้อมกอดแข็งแกร่งของชายหนุ่ม หลังจากแขวนทุกอย่างที่ซื้อมาเสร็จเรียบร้อย เชนกันเร็น และเรียวกับนาธานก็จูงมือกันมานั่งรวมกลุ่มกับมาร์คและริคโค่ ไมล์กับยูอิจิช่วยกันเอาไฟประดับมาติดที่ต้นคริสต์มาส สองคนทำงานเข้าขากันเป็นอย่างดี เลยถูกสี่คนที่ทำงานเสร็จเรียบร้อยร้องแซวเป็นระยะๆ ไมล์ส่ายหน้าดิกๆที่โดนแซวผิดกับยูอิจิที่หัวเราะจนน้ำตาไหลเพราะเขาไม่ได้สนุกสนานอย่างนี้มานานแล้ว ไมล์ต่อไฟเสร็จเรียบร้อย เขากับยูอิจิก็กลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่นๆ มีเสียงร้องท้วงว่าให้เปิดไฟให้ดู ไมล์ส่ายหน้าพลางมองที่นาฬิกา ยังไม่ถึงเวลาเลย เขาบอกยิ้มๆ พยักหน้าให้เชน ชายหนุ่มถึงนึกขึ้นมาได้ ก้มลงกระซิบเบาๆที่หูของเร็นแล้วลุกขึ้นจูงมือเร็นเดินไปเอาของขวัญมากมายหลายกล่องออกมาตั้งเรียงไว้บนโต๊ะ มาร์คเองก็เอากล่องของขวัญที่เขาซ่อนไว้หลังโซฟาออกมาไว้วางรวมกัน ตอนนี้ทุกคนมองไปที่ไมล์เป็นตาเดียว ชายหนุ่มเดินไปหรี่ไฟในห้องให้สลัวลง กดรีโมทเปิดเครื่องเสียงที่ใส่แผ่นเพลงวันคริสต์มาสไว้ เพลงจิงเกิลเบลดังขึ้นพร้อมๆกับที่เขาเปิดไปที่ประดับอยู่ทั่วห้องขึ้น เสียงว๊าว!!! กับเสียงปรบมือดังขึ้นตามมาทันที ทั่วทั้งห้องนั่งเล่นกระจ่างสดใสไปด้วยดวงไฟดวงเล็กๆที่กำลังเต้นระบำระยิบระยับ เหมือนอยู่ท่ามกลางหมู่ดาวเลยทีเดียว เสียงระฆังจากโบสถ์ดังแว่วมาไกลๆ ทำให้ทุกคนรู้ว่าเที่ยงคืนแล้ว เมอร์รี่คริสต์มาส... ทุกๆคนที่อยู่ในห้องพูดขึ้นมาพร้อมๆกัน ใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข อบอวนไปด้วยความอบอุ่นของความเป็นครอบครัวเดียวกัน ทุกๆคนนั่งลงที่โซฟา เชนกับเร็นหยิบของขวัญกล่องเล็กๆผูกด้วยริบบิ้นสีเขียวเส้นใหญ่ออกมา แล้วยื่นให้กับมาร์ค จากพวกเราทุกคนครับคุณพ่อ เชนบอก มาร์ครับมาด้วยความตื้นตัน รีบแกะออกดู ในกล่องคือกระดุมข้อมือประดับด้วยพลอยสีเขียวเม็ดเล็กๆ สีเดียวกับตาเขา ขอบใจนะทุกๆคน เขาเอ่ยอย่างซาบซึ้ง นาธานหยิบอีกกล่องหนึ่งส่งให้ริคโค่ เมอร์รี่คริสต์มาสครับคุณริค ริคโค่ตกใจนิดๆ ผมเหรอครับ!!! ใช่ครับ เรียวบอกยิ้มๆ ชายหนุ่มยิ้มอย่างดีใจและซาบซึ้งในน้ำใจของทุกๆคน เขาแกะกล่องของขวัญอย่างทะนุถนอม สวยจัง... เขาอุทานแล้วหยิบเข็มกลัดเน็คไทออกมาจากกล่อง ขอบคุณนะ เร็นกับเชนหยิบของขวัญมาอีกคนละสองกล่อง ส่งให้นาธาน เรียว ไมล์และยูอิจิ จากพวกเราสองคนนะ เมอร์รี่คริสมาส นาธานกับเรียว ก็ส่งของขวัญของตัวเองให้อีกสี่คนที่เหลือเหมือนกัน ส่วนไมล์บอกว่าของขวัญของเขายังไม่เสร็จ ขอผลัดไปเป็นปีใหม่ เสียงเชนแซวกลับมาว่าคงเป็นสัญญาณติดตามตัวแน่ๆ ไมล์เลยยักไหล่เป็นคำตอบ ยูอิจิส่งของขวัญสองกล่องที่เขาเตรียมไว้ให้เร็นกับเรียว แล้วขอโทษที่ไม่ได้เตรียมไว้ให้อีกสามคนที่เหลือ เชน นาธานกับไมล์รีบบอกทันทีว่าไม่เป็นไร เอาล่ะ...ตาพ่อมั่งนะ มาร์คเอ่ยขึ้น สายตาของทุกคนมองมาที่เขาเป็นจุดเดียว มาร์คหยิบกล่องแรกให้เชน และบอกให้เขาเปิดดู เชนแกะกล่องออก หยิบของในกล่องออกมาอย่างแปลกใจ มันเป็นกุญแจดอกหนึ่ง ที่แกเคยบ่นว่าอยากได้ไงล่ะ มาร์คบอกยิ้มๆ มัสแตงค์สปอร์ตเปิดประทุนคันนั้นน่ะเหรอฮะ เชนถามอย่างดีใจสุดขีด กำกุญแจในมือไว้แน่น เดินมากอดมาร์ค ขอบคุณมากฮะพ่อ มาร์คลูบหัวลูกชายอย่างรักใคร่ พรุ่งนี้มันจะจอดรอแกอยู่ที่โรงรถนะ เขาบอกยิ้มๆ เชนหัวเราะแล้วเดินกลับมานั่งข้างเร็นตามเดิม แล้วนี่ก็ของลูกนาธาน มาร์คหยิบกล่องแบนๆส่งให้ นาธานแกะดูอย่างตื่นเต้น เขาเปิดฝากล่องออกแล้วอุทาน สวยจังเลยฮะคุณพ่อ เขามองกลับไปที่มาร์คอย่างซาบซึ้ง ให้เรียวใส่ให้สิ มาร์คบอกยิ้มๆ นาธานส่งกล่องให้เรียว ชายหนุ่มหยิบสร้อยคอทองคำขาวห้อยจี้มรกตทรงเหลี่ยมขนาดเท่าปลายนิ้วก้อยออกมา แล้วสวมให้นาธาน สวยมากเลยนาธาน เร็นบอก เหมาะกับนายที่สุดเลยแนท เรียวกระซิบเบาๆที่ข้างหู ขอบใจ เขากระซิบตอบ ก่อนจะหันไปบอกมาร์ค ขอบคุณฮะพ่อ แล้วนี่ก็ของเร็นกับเรียว มาร์คบอกแล้วส่งของขวัญให้ทั้งสองคน เร็นกับเรียวกล่าวขอบคุณแล้วรีบแกะออกดู ของเร็นเป็นสร้อยข้อมือประดับนิลและเพชรเม็ดเล็กสวยน่ารัก เหมาะกับข้อมือของเร็นมาก เชนหยิบมาใส่ให้โดยไม่ต้องบอก ส่วนเรียวได้เลสข้อมือทองคำขาวเหมือนกับซื้อมาให้เข้ากับสร้อยของนาธาน ทั้งสองกล่าวขอบคุณอีกครั้ง กล่องใหญ่นั่นของไมล์นะ แล้วนี่ของยู มาร์คชี้กล่องที่อยู่บนโต๊ะ แล้วส่งกล่องเล็กๆให้ยูอิจิ ของผมเหรอครับ!!! ยูอิจิถามอย่างตกใจ รับของขวัญมางงๆ ไมล์แกะของขวัญแล้วหัวเราะอย่างยินดี ขอบคุณมากนะครับ ในกล่องคือเครื่องมือชุดใหม่ครบชุด พร้อมอุปกรณ์ต่างๆที่เขาใช้ในการประดิษฐ์ ของเล่น ของเขาเป็นประจำ ยูอิจิแกะกล่องออก ข้างในเป็นเน็คไทผ้าไหมสีเรียบๆแต่ดูมีคลาส ขอบคุณมากครับ เขาบอก ตื้นตันใจจนพูดไม่ออก หลังจากแลกของขวัญกันเรียบร้อย ทั้งหมดอยู่คุยกันอีกพักหนึ่งเรื่องที่จะยกครอบครัวไปเที่ยวที่รีสอร์ทส่วนตัวกลางหุบเขาของมาร์ค หลังจากตกลงกันเป็นที่เรียบร้อยว่าจะออกเดินทางกันตอนสายๆ ก็มีคนเริ่มหาวเพราะเกือบจะตีหนึ่งแล้ว เชนกับเร็นขอตัวกันไปก่อนเป็นคู่แรก นาธานกับเรียวก็ตามไปเป็นคู่ที่สอง ไมล์ตรวจดูเรื่องไฟประดับอีกครั้งแล้วเขากับยูอิจิก็ขอตัวออกไปบ้าง จึงเหลือแต่เพียงมาร์คกับริคโค่เพียงสองคน ง่วงนอนรึยังริค มาร์คถามทำลายความเงียบขึ้น ก็นิดหน่อย มีอะไรรึเปล่าครับ ดื่มเป็นเพื่อนผมหน่อยนะ มาร์คบอก ลุกไปรินเครื่องดื่มแล้วเอามาส่งให้ริคโค่ ริคโค่รับแก้วมา นึกสงสัยหน่อยๆว่ามาร์คจะคุยเรื่องอะไรกับเขาอีก มาร์คจิบสก็อตในมือ ก่อนจะสบตาริคโค่ตรงๆ ผมอยากให้คุณบอกผมตามตรงเรื่องหนึ่ง คุณแน่ใจหัวใจตัวเองแค่ไหนริค ริคโค่นิ่งขึง ไม่คิดว่ามาร์คจะถามเรื่องนี้ ทำไมถึงถามแบบนี้ล่ะครับ ผมอายุสี่สิบกว่าแล้วนะริค ผมคงไม่มองหาใครอีกแล้ว ผมจริงจังกับเรื่องของคุณนะ เขาบอกเรียบๆ ริคโค่มองเขาอย่างลึกซึ้งแม้จะไม่ใช่คำบอกรัก แต่มันก็มีความหมายกับเขามาก ชายหนุ่มวางแก้วในมือลง จ้องแน่วแน่เข้าไปในดวงตาสีเขียวลึกล้ำ ตั้งแต่พบคุณครั้งแรกเมื่อสี่ปีก่อน ก็ไม่มีเลยซักวันที่ผมจะไม่รักคุณ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นระหว่างเรา ความรู้สึกของผมก็ไม่เคยเปลี่ยนแปลง และจะไม่มีวันเปลี่ยน เขาบอกอย่างจริงจัง มาร์คยิ้มวางแก้วลงเช่นกัน ยกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าคมสันอย่างนุ่มนวล ริคโค่ซุกไซร้ใบหน้ากับฝ่ามือของชายหนุ่ม รักความอ่อนโยนเวลาที่มาร์คสัมผัสเขาเหลือเกิน ในอนาคตไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมอยากให้คุณมั่นใจในตัวผม ผมอยากให้คุณรู้ว่าคุณจะเป็นคนสุดท้ายในชีวิตของผม มาร์คบอกอย่างจริงจังเช่นเดียวกัน ริคโค่ยิ้ม น้ำใสๆเอ่อคลอดวงตาสีทองงดงามก่อนจะไหลลงมาช้าๆ มาร์คปาดน้ำตาแห่งความยินดีออกอย่างอ่อนโยน ริคโค่โผเข้ากอดมาร์คไว้แน่น ความรักที่มีต่อชายหนุ่มไหลเข้าท้วมท้นใจจนแทบระเบิดด้วยความสุข สิ่งที่เขารอคอยมาแสนนาน ตอนนี้อยู่ในมือเขาแล้ว ดึกแล้วไปพักผ่อนเถอะ พรุ่งนี้เราต้องเดินทางอีก เดี๋ยวคุณจะเหนื่อยเกินไป มาร์คบอกเบาๆ ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือให้ชายหนุ่ม ริคโค่ยิ้มอายๆแล้ววางมือของเขาลงในมือใหญ่อบอุ่นของชายหนุ่ม มาร์คจูงริคโค่มาส่งที่หน้าห้องพักของเขา ริคโค่กำลังจะเปิดประตูแต่มาร์คดึงเขามากอดเสียก่อน อ๊ะ!!! เขาร้องอย่างตกใจ พริบตาเขาก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของมาร์คเสียแล้ว ราตรีสวัสดิ์ริค มาร์คพูดพร้อมกับยิ้มเจ้าเล่ห์ แล้วก้มลงมอบจุมพิตแสนหวานให้ร่างบอบบางในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว ริคโค่ตะลึงตัวแข็ง ก่อนจะโอนอ่อนเงยหน้ารับริมฝีปากของชายหนุ่ม ริมฝีปากที่สัมผัสเขาช่างร้อนแรง บดเบียดกระตุ้นเร้าอย่างเชี่ยวชาญ ริคโค่เผยอริมฝีปากรับปลายลิ้นร้อนที่แทรกเข้ามา มาร์คตวัดลิ้นซอกซอนลิ้มรสหวานชื่นจากชายหนุ่ม ทั้งหยอกเย้าทั้งเร้าอารมณ์ กระตุ้นให้เขาต้องตอบสนองไปตามแรงอารมณ์ที่มาร์คปลุกเร้าขึ้น จุมพิตที่อ้อยอิ่งยาวนาน ราวกับมาร์คมีเวลาชั่วชีวิตเพียงเพื่อจูบเขาเท่านั้น สัมผัสที่ริมฝีปากค่อยๆแผ่วเบาลงและผละออกช้าๆ ริคโค่รู้สึกเหมือนหัวเข่าของเขาแปรสภาพเป็นของเหลวไปแล้ว หากมาร์คไม่กอดเขาไว้เขาก็คงทรุดลงไปกับพื้นแน่ๆ มาร์คยิ้มอย่างอิ่มเอมใจที่เห็นริคโค่หน้าแดงกล่ำ หอบหายใจหนักหน่วง เขาแนบจุมพิตที่หน้าผากของชายหนุ่มอีกครั้ง ริคโค่ลืมตาเงยหน้าขึ้น แววตาของมาร์คช่างร้อนแรงด้วยความรู้สึก เขาเกรงว่าตัวเขาก็เช่นกัน มาร์คจับมือของริคโค่ขึ้นมาจุมพิตที่หลังมือของเขาอย่างอ่อนหวาน นี่แค่ตัวอย่างของสิ่งที่ผมสัญญาว่าจะมอบให้คุณตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ชอบรึเปล่าฮึ มาร์คบอกยิ้มๆ ริคโค่หน้าแดงไปถึงใบหู แค่ตัวอย่างเนี่ยนะ!!! แค่นี้ใจของเขาก็เต้นโครมครามแทบจะกระเด็นออกมานอกอกแล้ว ถ้ายิ่งกว่านี้ล่ะก็ คะ ครับ เขาตอบ เขินจนหน้าแทบลุกเป็นไฟ ดี ผมจะบอกว่านี่ยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของสิ่งที่ผมคิดจะทำเลยนะ มาร์คพูดหน้าตาย หา!!! เอ่อ ริคโค่อึ้งจนพูดต่อไม่ได้ มาร์คเอื้อมมือไปเปิดประตูให้ก่อนจะดันริคโค่ที่ทำท่ามึนๆให้เข้าห้องไป ฝันดีนะริค เขาพูดพร้อมหลิ่วตาให้ ปิดประตูห้องของชายหนุ่มอย่างเบามือ แล้วเดินยิ้มอย่างสบายอารมณ์กลับไปห้องของตัวเอง หลังจากประตูปิดลง ริคโค่ก็ทิ้งตัวพิงประตูอย่างหมดแรง เขาค่อยๆทรุดตัวลงนั่งแล้วหัวเราะเบาๆอย่างมีความสุข ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากที่บวมช้ำนิดๆจากจุมพิตร้อนแรงของชายหนุ่ม คนบ้า!!! เขาพึมพำ บอกเขาแบบนี้แล้วคืนนี้จะให้เขาหลับลงได้ไง!!! ไม่เอาแล้ว!!! ไปอาบน้ำอุ่นแล้วรีบนอนดีกว่า เพราะไม่ว่ามาร์คจะทำอะไร เขาก็ไม่ปฏิเสธชายหนุ่มแน่ๆอยู่แล้ว ริคโค่ยิ้มอายๆอีกครั้งกับสิ่งที่เขาคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นต่อไประหว่างเขากับมาร์ค ชายหนุ่มรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำและเตรียมตัวเข้านอนก่อนจะฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้ เชนเคาะประตูห้องเร็นแล้วเปิดเข้าไป เห็นเร็นนั่งหวีผมยาวๆของตัวเองอยู่หน้ากระจก เร็นส่งยิ้มผ่านกระจกมาให้ เร็วจัง...อาบน้ำรึเปล่าเนี่ย เร็นถามแล้วหัวเราะคิกคัก เชนยิ้ม ว่าแต่เขา นายเร็วกว่าชั้นซะอีก เขาเดินมาข้างหลัง ดึงหวีจากมือของเร็นมาหวีผมนุ่มๆให้ชายหนุ่มซะเอง จำสัญญาของเราได้รึเปล่า จำได้สิ...เรื่องตัดผมใช่มั้ย อือฮึ...อยากตัดรึเปล่า แล้วนายอยากให้ตัดรึเปล่าล่ะ ไม่อยาก...ชั้นรักทุกอย่างของนาย...เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอ เชนวางหวีลงบนโต๊ะ สองมือลูบไล้ผมนุ่มๆของเร็นอย่างหลงใหล สบตาของเร็นผ่านกระจก ชั้นอยากเอานายไปซ่อนไว้ในที่ๆ จะไม่มีใครเห็นนายจังรู้มั้ย ตอนนี้ชั้นหึงแม้กระทั่งแค่มีคนมองนายเท่านั้น เหมือนคนบ้าเลย เขาบอก ใบหน้าหล่อเหลาเป็นสีระเรื่อ เร็นยิ้มหวานหมุนตัวกลับมากอดเอวชายหนุ่มไว้แน่น ชั้นก็เหมือนกัน นายไม่ได้บ้าคนเดียวหรอก เชนคุกเข่าลงให้สายตาอยู่ระดับเดียวกัน ทั้งสองสบตากันนิ่ง ชั้นรักนายเร็น ชั้นก็รักนาย เร็นบอกเสียงหวาน ทั้งสองลุกขึ้นจูงมือกันเดินไปที่เตียง ล้มตัวลงนอนเคียงคู่กัน นอนเถอะดึกมากแล้ว ตอนแรกกะว่าจะไม่ให้นอนเลยนะเนี่ย เชนพูดหน้าตาย บ้า!!!...แล้วทำไมถึง...ไม่...ล่ะ เร็นถามแม้จะเขินจนแก้มแดง ก็นายยังเจ็บอยู่ใช่มั้ยล่ะ ชั้นกลัวว่าพรุ่งนี้นายจะเพลียแล้วก็อดเที่ยวน่ะสิ ที่รีสอร์ทสวยมากเลยนะ นายต้องชอบมากแน่ๆ จริงเหรอ!!! อยากเห็นเร็วๆจัง เร็นบอกอย่างตื่นเต้น งั้นก็มานี่สิ เชนดึงเร็นมากอดไว้แน่น หลับซะหวานใจของชั้น เขาบอกอย่างอ่อนหวาน เร็นถอนใจอย่างมีความสุขแล้วหลับตาลงซึมซับความอบอุ่นจากชายหนุ่ม ต่างก็กอดกันและกันแนบแน่น แล้วผล็อยหลับไปอย่างมีความสุขในอ้อมกอดแห่งรัก... เรียวจูงมือนาธานมาส่งที่ห้องนอน กดจูบที่หน้าผากบางแล้วกล่าวราตรีสวัสดิ์อย่างที่ทำทุกๆคืน เขาหันหลังกำลังจะผละจากไป แต่นาธานดึงเสื้อเขาไว้ก่อน เรียวหันกลับมา มีอะไรเหรอแนท เขาจ้องมองแก้มที่เป็นสีชมพูของคนรักอย่างต้องการค้นหาที่มา นาธานหลบตาคมกล้าของชายหนุ่มก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอีกครั้งอย่างแน่วแน่ เรียว...เอ่อ...คืน...คืนนี้อยู่กับชั้นได้มั้ย เขาบอกตะกุกตะกักอย่างเขินอาย เรียวอึ้งไปพักหนึ่งเมื่อนาธานพูดจบ แล้วก็ทำหน้าดีใจสุดขีด ได้แน่เหรอ...นายแน่ใจนะ นาธานพยักหน้า เรียวยิ้มกว้างไล้ข้อนิ้วกับแก้มแดงๆของนาธานอย่างแสนรัก นาธานเปิดประตูห้องแล้วจูงมือเรียวเข้ามา ทั้งคู่นั่งลงที่เตียงแล้วมองหน้ากันไปมา ต่างคนต่างเกร็งเหมือนทำอะไรไม่ถูก เอ่อ...แนท...ชั้นมีของอยากให้นายน่ะ เรียวทำลายความเงียบขึ้น เขารู้ว่าทั้งเขาและนาธานต่างเครียดด้วยกันทั้งคู่เลยดึงความสนใจของนาธานไปที่เรื่องอื่นก่อน เขาล้วงกล่องสี่เหลี่ยมแบนๆที่ซ่อนไว้ที่กระเป๋าหลังยื่นส่งให้ นาธานรับของขวัญมา มือเขาสั่นจนสังเกตได้ ชั้น...ก็มีเหมือนกัน เขาล้วงมือไปใต้หมอนหยิบกล่องลักษณะคล้ายๆกันมาส่งให้เรียว ทั้งสองคนมองของขวัญที่ให้แก่กัน แล้วเงยหน้าขึ้นสบตากัน ก่อนจะรีบแกะออกดู พอเปิดกล่องทั้งสองคนก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง หยิบของในกล่องขึ้นมาแล้วมองหน้ากันขำๆ ไม่อยากเชื่อว่าใจเราจะตรงกันขนาดนี้นะ นาธานพูดพลางหัวเราะ นั่นสิ... เรียวหัวเราะ ใส่ให้นะ เขาแบมือขอนาฬิกาจากนาธาน ชายหนุ่มส่งให้ เรียวค่อยๆบรรจงใส่ที่ข้อมือของเขา เวลาของชั้นจากนี้จะเป็นของนายคนเดียวเท่านั้นเรียวบอก นาธานยิ้มน่ารัก ยกนาฬิกาขึ้นดู สวยจัง ขอบใจนะเรียว มาสิชั้นใส่ให้นายมั่ง เขาบอก รับนาฬิกาจากเรียวแล้วสวมให้ชายหนุ่ม ชั้นจะรักนายมากขึ้นทุกๆเข็มวินาทีที่เดินไป ไม่มีวันหยุด เขาบอกอย่างอ่อนหวาน เรียวยิ้ม ก้มลงจุมพิตนาธานอย่างอ่อนโยนทว่าดูดดื่ม นาธานเงยหน้ารับสัมผัสอย่างเต็มใจ เรียวและเล็มริมฝีปากบาง แทรกปลายลิ้นร้อนแรงสู่อุ้งปากแสนหวานของคนรัก นาธานโอบแขนรอบลำคอแข็งแกร่งรั้งเรียวมาแนบชิดแทบไม่มีช่องว่าง เรียวกอดรัดร่างบอบบางไว้แน่น สองมือลูบไล้แผ่นหลังคนรักอย่างนุ่มนวล ชายหนุ่มผละจุมพิต ลากริมฝีปากลงสู่ลำคอหอมๆ นาธานเงยหน้าให้เรียวสัมผัสเขาได้มากขึ้น เรียวลากริมฝีปากกลับมาสู่ข้างแก้มเลยไปที่ใบหู ไซ้ปลายลิ้นที่หูของชายหนุ่มอย่างหยอกเย้า ทำเอานาธานขนลุกซู่ อาบน้ำด้วยกันนะ เรียวพูดด้วยเสียงแหบเครือบวกอ้อนนิดๆ นาธานหน้าแดงกล่ำ อายก็อายแต่ไม่อยากปฏิเสธเรียว ก็เขาเป็นคนที่เริ่มต้นชวนเรียวก่อน ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไง อยากถามเร็นก็เขิน กลัวเร็นอายด้วย อีกอย่างเกิดมาเขายังไม่เคยอาบน้ำกับใครมาก่อนเลย ได้สิ... เขาตอบเสียงสั่นๆ เรียวผละออกมองหน้าคนรักอย่างเข้าอกเข้าใจ นายกลัวใช่มั้ย เขาถาม มะ...ไม่กลัวหรอก...เพราะเป็นนาย... เรียวส่ายหน้ายิ้มๆ โกหกไม่เก่งเลยนะแนท!!! ไว้ใจชั้นนะ... เขาบอก ลุกขึ้นยืนข้างเตียง ส่งมือให้นาธานอย่างรอคอย นาธานรีบปัดความลังเลทิ้งไปจากใจ สอดมือเข้าประสานกับมือชายหนุ่ม แล้วเรียวก็จูงมือนาธานเดินไปที่ห้องน้ำ เรียวเดินไปเปิดน้ำอุ่นใส่ในอ่างอาบน้ำให้ไหลช้าๆ ไอน้ำกระจายตัวไปทั่วห้องให้ความอบอุ่น เขาเดินกลับมาหานาธานที่ยืนรออยู่หน้าอ่างล้างหน้า ชายหนุ่มหน้าแดงจัดอย่างเขินอาย พอเรียวแตะที่แขนให้หันมานาธานก็ถึงกับสะดุ้ง เรียวมอบรอยยิ้มแห่งความเชื่อมั่นให้คนรัก พอจะทำให้นาธานใจชื้นขึ้นนิดหน่อย เรียวค่อยๆดึงเสื้อของนาธานขึ้น ชายหนุ่มยกแขนอำนวยความสะดวกให้ แผ่นอกเปลือยเปล่าขาวนวลเนียนปรากฏแก่สายตาของเรียว เขาคุกเข่าลงปลดกระดุมกางเกงยีนส์แล้วค่อยๆรูดลงมาช้าๆพร้อมกับตัวข้างใน ราวกับจะทรมานร่างบอบบางตรงหน้า แล้วก็ลุกขึ้น มองไล่ไปมาจากบนลงล่างอย่างอ้อยอิ่ง นาธานเขินจนแทบจะเป็นสีชมพูไปทั่วร่าง สายตาร้อนแรงของเรียวราวกับจะแผดเผาเขาทุกๆที่ๆมองผ่าน ไม่ยุติธรรมเลย ที่นายยังอยู่เต็มยศแบบนี้ เขาบ่นเสียงสั่นพร่า เรียวขยับยิ้ม จับมือของนาธานมาวางที่เอวของเขา ไม่ต้องให้บอกซ้ำ นาธานเริ่มถอดเสื้อผ้าของเรียวบ้าง อย่างอ้อยอิ่งยิ่งกว่า แม้จะรู้ว่าเรียวหุ่นดี กล้ามเนื้อสวยงาม แต่เวลาที่มีเสื้อผ้าติดกายกับเปลือยเปล่า มันช่างต่างกันเหลือเกิน กล้ามเนื้อทุกส่วนของเรียวแข็งแกร่งจากการออกกำลังกาย หน้าอกกว้าง เอวสอบเพรียว ขายาวแข็งแรง นายสวยจัง...ถ้าชั้นเป็นจิตรกรคงจ้างนายไปเป็นนายแบบเปลือยให้วาดแน่เลย นาธานบอกยิ้มๆ ชั้นจะเปลือยให้นายเห็นคนเดียวเท่านั้นแหละ เรียวบอก เชยคางนาธานขึ้นสบตาสีเขียวที่เขาหลงใหล นายต่างหากที่สวยเหลือเกิน จนชั้นคิดว่าชั้นป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลกที่จะได้ครอบครองนาย เรียว... นาธานตื้นตันกับสิ่งที่เรียวบอกเขา แม้เรียวจะบอกรักเขาบ่อยๆ แต่ทุกครั้งก็ทำให้หัวใจเขาพองโตคับอกได้ทุกที มาเถอะ เรียวดันนาธานถอยหลังไปใต้ฝักบัว เอื้อมมือไปเปิดน้ำอุ่นให้ไหลออกมา หมุนตัวนาธานเข้าไปใต้ละอองน้ำ แล้วนายรองน้ำไว้ทำไมล่ะ นาธานถาม ยืนเฉยให้น้ำรดลงบนตัวเขาจนทั่ว นั่น...ไว้ทีหลัง เรียวบอกพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์ เอาสบู่มาสิ นาธานหยิบมาอย่างว่าง่าย มองเรียวที่เดินเข้าไปใต้ฝักบัว ให้น้ำรดตัวเขาจากศีรษะจรดเท้า แล้วหรี่น้ำให้เหลือเพียงเบาๆ เอาสองมือเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าผากขึ้นไปแล้วสะบัดหัวนิดๆ สิ่งที่เรียวทำสะดุดใจนาธานอย่างแรง มันดูเซ็กซี่เหลือร้ายในความรู้สึกของเขา ทั้งที่ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกันเขาไม่เคยเห็นว่าเรียวเซ็กซี่มาก่อนเลย เรียวเห็นนาธานยืนมองเขาแต่ไม่เดินเข้ามาซะที เลยดึงชายหนุ่มเข้ามาซะเอง ตะลึงในความหล่อของชั้นขนาดนั้นเลยเหรอ เขาถามติดตลก นาธานหน้าแดงกล่ำ ทุบอกเรียวดังปึ้ก!!! ที่แกล้งล้อเขา เรียวหัวเราะแย่งสบู่เหลวในมือของนาธานมาเทใส่มือ แล้วลูบไล้ไปตามเนื้อตัวเปลือยเปล่าของร่างขาวนวลตรงหน้า นาธานแบมือขอสบู่บ้างอย่างไม่ยอมน้อยหน้า เรียวเทให้พลางหัวเราะชอบใจ แล้วเอาขวดสบู่ไปวางไว้ที่เดิม สองมือนุ่มๆของนาธานลูบไล้แผ่วเบาไปตามลำตัวแข็งแกร่งของชายหนุ่ม ขณะที่สองมือใหญ่ของเรียวก็ลูบไล้ไปตามร่างบอบบางของนาธานเช่นกัน ฝ่ามือของเรียวให้ความรู้สึกนุ่มนวลอย่างไม่น่าเชื่อบนผิวเนียนของเขา การลูบไล้เชื่องช้าแผ่วเบาพาให้นาธานรู้สึกค่อยๆผ่อนคลายขึ้น เขาหลับตาลงเพื่อที่จะได้สัมผัสกับความอ่อนโยนที่ส่งผ่านมาจากฝ่ามือของเรียวได้ชัดเจนขึ้น มือของเขาก็ลูบไล้ไปตามตัวของเรียวตามใจปรารถนา เรียวมองใบหน้าที่กำลังหลับตาพริ้มของนาธานอย่างหลงใหล ขนตายาวงอนเปียกละอองน้ำทาบอยู่เหนือโหนกแก้มสีชมพู ริมฝีปากอิ่มที่กำลังเผยอน้อยๆอย่างยั่วใจเขาเป็นที่สุด เรียวก้มลงจุมพิตอย่างอดใจไม่ได้ นาธานลืมตาขึ้น มองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเรียว ชายหนุ่มยิ้มให้ หันหลังสิ เขากระซิบบอก นาธานหันไป เรียวหยิบสบู่เหลวมาเทใส่มืออีกครั้ง แล้วลูบไปตามแผ่นหลังนวลเนียนจนทั่ว คราวนี้เขาขยับเข้าแนบชิด สองมืออ้อมไปลูบไล้ด้านหน้าอีกครั้ง ไล่ตั้งแต่หน้าอกลงสู่หน้าท้อง นาธานตัวสั่นระริกเพราะสัมผัสของเรียวไม่แผ่วเบาอ่อนโยนอีกแล้ว มันเร่าร้อนและเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ชายหนุ่มอดกลั้นไว้ นาธานกัดฟันกลั้นเสียงครางเมื่อสองมือของเรียวลูบไล้ต่ำลงไปสู่ร่างที่กำลังตื่นตัวของเขา อืม...อา...เรียว... นาธานครางออกมาอย่างสุดกลั้น สองมือกำแขนของเรียวไว้แน่น เข่าของเขาเริ่มไม่มีแรงจนต้องเอนตัวพิงชายหนุ่มไว้ เขาสะดุ้งเมื่อสะโพกด้านหลังสัมผัสกับแก่นกายที่ลุกโลดของเรียว ชายหนุ่มขยับตัวเสียดสีกับสะโพกเพรียวที่แนบเข้ามา ความลื่นของสบู่ช่วยกระตุ้นให้นาธานขยับตาม สองมือของเรียวขยับเร็วขึ้น หนักหน่วงขึ้น นาธานเงยหน้าครางเสียงหวาน หอบหายใจถี่กระชั้น ร่างทั้งร่างสั่นไหวบิดเร่าตามแรงอารมณ์ที่เรียวปลุกเร้าขึ้นในกาย อือ...ดีจังแนท...ขยับอีก...อีก... เรียวบอกเสียงแหบโหย ระ...เรียว...ชั้นไม่ไหวแล้ว...อ๊า... ร่างกายของนาธานร้อนผ่าว ร่ำร้องหาการปลดปล่อย เรียวเอื้อมมือไปเปิดน้ำให้แรงขึ้น ชำระล้างสบู่ออกไปจากตัวพวกเขาสองคนจนหมด ก่อนจะปิดน้ำ หมุนตัวนาธานให้ชายหนุ่มยืนพิงผนัง นาธานหอบหายใจหนักหน่วง ดวงตาหรี่ปรือมองการกระทำของเรียวอย่างแปลกใจ แววตาของเรียวครุกรุ่นไปด้วยความปรารถนาที่ฉายชัด ชายหนุ่มคุกเข่าลง เงยหน้าขึ้นสบตาสีเขียวที่กำลังจ้องเขา ยิ้มนิดๆแล้วก้มลงครอบครองแก่นกายของนาธานด้วยอุ้งปากร้อนผ่าว เรียว!!!....อ๊า...อย่า!!!...เรียว...อื้อ... นาธานกระตุกเยือก ครวญครางเสียงหวาน สองมือจับศีรษะของเรียว พยายามจะดันออกแต่เหมือนกับเรียวดูดเรี่ยวแรงของเขาไปจนหมด เรียวเลียไล้ดูดดึงร่างแข็งขึงของนาธาน เร่งจังหวะจนนาธานร้องครางไม่เป็นภาษา สองมือขยุ้มผมเปียกๆของชายหนุ่มระบายความทรมานแสนหวานที่ได้รับ ความร้อนผ่าวในร่างพุ่งขึ้นราวกับลาวาในภูเขาไฟ แล้วเขาก็ระเบิดการปลดปล่อยออกไปอย่างสุดจะต้านทานการทรมานจากคนรัก เรียวถอนปากออก กลืนกินน้ำอุ่นๆที่นาธานปลดปล่อยออกมา มีบางส่วนไหลล้นออกมาทางมุมปาก ชายหนุ่มยกนิ้วโป้งขึ้นปาดออก นาธานยังคงหอบหายใจหนักๆ แดงกล่ำไปทั่วทั้งร่าง สองมือยังคงกำผมของชายหนุ่มเอาไว้ เรียวจับข้อมือของนาธาน พรมจูบที่ต้นขาด้านในของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน นาธานคลายมือที่กำผมของเรียวออก ก้มหน้าลงมองชายหนุ่มด้วยดวงตาสีเขียวที่ปรือปรอยด้วยความสุขสม เรียวยิ้มลุกขึ้นยืนโดยที่สายตาไม่คลาดไปจากกัน เรียวจับมือของนาธานวางที่อกของเขา ก้มลงจุมพิตชายหนุ่มอย่างดูดดื่ม นาธานได้ลิ้มรสชาติของตัวเองจากปลายลิ้นของเรียวที่แทรกเข้ามา นาธานตวัดลิ้นเกี่ยวพันกับชายหนุ่มอย่างใจกล้าขึ้น เขารู้สึกดีเหลือเกิน ไม่อยากเชื่อว่าจะมีความรู้สึกแบบนี้อยู่บนโลกใบนี้ด้วย สิ่งที่เรียวมอบให้เขานั้น ทำให้เขารู้สึกราวกับลอยคว้างอยู่บนปุยเมฆ เรียวถอนริมฝีปากออก กดจูบที่ฐานคอของนาธาน ดูดจนเป็นรอยแดง เขาเงยหน้าขึ้นแล้วลูบไล้รอยแดงๆนั้นเบาๆ พรุ่งนี้นายจะได้จำได้ไง เขาบอกยิ้มๆ เรียว นายยัง เอ่อ ชั้นต้องทำให้นาย อย่างที่นายทำให้ชั้นรึเปล่า นาธานถาม แก้มแดงกล่ำ ทำตามที่ใจนายต้องการสิ ชั้นเป็นทาสของนายแล้วนี่ เรียวบอกเสียงอ่อนเสียงหวาน นาธานยิ้มสั่นๆ ดึงให้เรียวมาสลับที่กับเขา เรียวยืนพิงผนังอย่างว่าง่าย นาธานเงยหน้าขึ้นจูบเขาเบาๆ แล้วลากริมฝีปากลงมาตามลำคอแกร่ง ต่อไปยังยอดอกทั้งสองข้างที่กำลังหดเกร็งของเรียว ลมหายใจของชายหนุ่มเริ่มหอบกระชั้น สัมผัสหยอกเย้าของนาธานแม้จะเป็นไปแบบกล้าๆกลัวๆ แต่ก็ทำให้เรียวแทบคลั่ง หน้าท้องของเรียวเกร็งรับสัมผัสจากปลายลิ้นของนาธานที่ลากต่ำลงมา สองมือกอบกุมรอบแก่นกายของเรียว ค่อยๆขยับจากช้าๆเป็นเร็วขึ้น เรียวหายใจถี่เร็ว ครางเสียงแหบ ทำให้นาธานยิ่งกล้าขึ้น ชายหนุ่มคุกเข่าลง ไล้ปลายลิ้นที่ส่วนปลายแข็งขึงของชายหนุ่ม เรียวแทบขาดใจด้วยความสุข แอ่นร่างให้นาธานครอบครองเขาได้มากยิ่งขึ้น ทั้งปากทั้งมือของนาธานทำงานไม่หยุดเพื่อมอบความสุขสันต์ให้เรียวอย่างที่เรียวมอบให้กับเขา พอ พอก่อนแนท อืม เรียวบอกเสียงกระท่อนกระแท่น ดึงนาธานขึ้นมาก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว เรียวก้มลงมอบจูบร้อนแรงให้นาธาน กอดรัดชายหนุ่มไว้แน่น ชั้นอยากเข้าไปในตัวนาย เขาบอกหอบๆ นาธานหน้าแดงเป็นรอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ เขาพยักหน้าอายๆ เรียวยิ้มเครียด บอกให้นาธานท้าวแขนกับกำแพง เขาคุกเข่าลงอีกครั้ง สองมือแหวกสะโพกของชายหนุ่มไล้เลียช่องทางคับแคบด้านหลังด้วยปลายลิ้นร้อนผ่าว นาธานเกร็งจนสั่นไปทั้งตัว กับความรู้สึกที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน เรียว อืม อา อย่า นาธานครวญครางเสียงสั่นพร่า เรียวส่งปลายนิ้วเข้าปากเลียจนเปียกชื้น แล้วแทรกปลายนิ้วเข้าสู่ช่องทางคับแคบด้านหลังของชายหนุ่ม ร่างบอบบางสั่นระริกกับสิ่งที่เรียวทำ ครวญครางไม่ขาดปาก เรียวแทรกนิ้วที่สองเข้าไปสร้างความเคยชิน โยกคลึงนิ้วทั้งสองไปพร้อมๆกัน เรียว ชั้นจะ ขาดใจอยู่แล้ว ทำอะไร ซักอย่างสิ นาธานร่ำร้องด้วยความรู้สึกพลุ่งพล่านที่เขาไม่เคยรู้จักมาก่อน เรียวถอนนิ้วออก กดดันร่างแข็งแกร่งแทนที่ นาธานกระตุกเยือกกับความเจ็บปวดและอึดอัดที่ไม่คุ้นชิน เรียวกัดฟันแน่น ค่อยๆดันร่างของเขาเข้าไปจนสุด แม้จะพยายามอ่อนโยนให้คนรักแล้ว แต่เขาก็รู้ว่านาธานจะต้องเจ็บมาก เพราะร่างบอบบางเกร็งแน่น อย่าเกร็งสิแนท เรียวบอกเสียงแหบ สองมืออ้อมมาด้านหน้าเกาะกุมร่างของนาธานอีกครั้ง ปลุกเร้าให้ร่างบอบบางร้อนรุ่มขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการบรรเทาความเจ็บปวดทางด้านหลัง นาธานน้ำตาไหล ส่งเสียงครวญครางไม่หยุด จังหวะเร่งกระชั้นจากมือเรียวปลุกเอาความร้อนผ่าวมาสู่เขาอีกครั้ง จนเขาเผยขยับตัวตามจังหวะมือของชายหนุ่ม การเสียดสีไม่ตั้งใจนำความรู้สึกแปลกใหม่มาสู่เขา ความเจ็บปวดและอึดอัดค่อยๆผ่อนคลายลง นาธานลังเลนิดๆแล้วขยับตัวอีกครั้ง อะ อืม แนท..นั่นดี ดีจัง เสียงกระเส่าสั่นของเรียว กระตุ้นให้นาธานใจกล้ามากขึ้น ชายหนุ่มขยับสะโพกอีกครั้งช้าๆ เรียวครางสั่นๆเริ่มขยับสวนทาง สองมือเร่งจังหวะขึ้นอีก เสียงครางแสนหวานและแหบห้าวดังประสานกันไม่หยุด ทั้งสองเคลื่อนไหวตามจังหวะของกันและกัน หมุนวนอยู่ในพายุแห่งความหฤหรรษ์ที่ร่วมกันสร้างขึ้น ความร้อนแรงของการร่วมรัก ฉุดกระชากความรู้สึกของคนทั้งคู่ให้หมุนคว้างราวกับยืนอยู่ท่ามกลางพายุหมุนลูกใหญ่ สองมือของนาธานยันกำแพงไว้สุดแรง เมื่อขีดสุดของอารมณ์มาถึง เขารู้สึกราวกับร่างกายจะแตกออกเป็นเสี่ยงๆ เขามาถึงจุดปลดปล่อยอีกครา เรียวปล่อยมือที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำอุ่นๆของชายหนุ่ม รั้งสะโพกของเขาเข้าหาอย่างแรงแล้วปลดปล่อยความปรารถนาเข้าไปในร่างอบอุ่นของนาธาน ทั้งสองหอบหายใจหนักหน่วง เรียวรั้งนาธานมาแนบชิด กดจูบที่หลังคอด้านหลังอย่างแสนรักหลายต่อหลายครั้ง นายเป็นไงบ้างแนท เรียวถามเสียงแหบเครือ พรมจูบไล่ไปตามหัวไหล่เปียกชื้น นาธานพูดไม่ออกได้แต่ส่ายหน้า หันมายิ้มอย่างเหนื่อยอ่อนให้คนรักเป็นการยืนยัน เรียวยิ้มจูบที่ขมับของนาธาน ตรึงสะโพกของชายหนุ่มไว้ค่อยๆถอนตัวออก นาธานสะดุ้งนิดๆแม้จะรู้สึกไม่ค่อยเจ็บแล้วก็ตาม เรียวเปิดฝักบัวแล้วหยิบลงมา ชำระล้างด้านหลังให้นาธานอย่างเบามือ เจ็บมากหรือเปล่า เขาถาม ก็แค่ตอนแรก หลังจากนั้นก็ เอ่อ ก็ นาธานอ้ำอึ้งอย่างเขินอาย ก็อะไรแนท เรียวถามยิ้มๆ ปิดน้ำแล้วเอาฝักบัวเก็บที่ หมุนตัวนาธานให้หันมา ว่าไงล่ะจ๊ะ เขาถามเสียงอ่อนเสียงหวาน ก็ รู้สึกดี อย่างไม่น่าเชื่อเลยน่ะสิ นาธานบอก หลบสายตาทะเล้นของเรียวที่จ้องมา ชั้นก็เหมือนกัน เรียวยิ้ม แช่น้ำอุ่นหน่อยนะ จะได้รู้สึกดีขึ้น เขาบอกแล้วช้อนร่างของชายหนุ่มขึ้นสู่วงแขน นาธานร้องท้วงเบาๆ เรียวหัวเราะชอบใจ นายเบาแค่นี้ ให้ชั้นอุ้มทั้งวันยังได้เลย เรียวอุ้มนาธานมาวางลงในอ่างน้ำที่รองน้ำอุ่นไว้ นาธานถอนใจอย่างเป็นสบายตัว มองเรียวที่เดินกลับไปล้างตัวที่ใต้ฝักบัวอย่างสงสัยนิดๆ พอชายหนุ่มเช็ดตัวเสร็จก็เดินออกไปเอาชุดนอนเข้ามาให้นาธาน ตัวเขาสวมเพียงกางเกงยีนส์ตัวเดิมของตัวเอง เขาเดินมานั่งลงข้างอ่างดึงมือของนาธานมาประสานกันแล้วพลิกหลังมือของชายหนุ่มมาจูบเบาๆ ทำไมไม่ลงมาด้วยกันล่ะ นาธานถามอย่างสงสัย เรียวส่ายหน้า ไม่ล่ะ ชั้นกลัวจะอดใจไม่ไหว เดี๋ยวนายจะพาลโกรธชั้นซะเปล่าๆ นาธานหน้าแดง นายน่ารักจัง อย่าชมเหมือนชั้นเป็นเด็กซี่ เรียวบอกงอนๆ นาธานหัวเราะ ก่อนจะปรับสีหน้าเป็นจริงจัง ชั้นรักนายเรียว เรียวยิ้มจุมพิตที่หลังมือนาธานอีกครั้ง ชั้นก็รักนายแนท ตลอดไป นาธานยิ้มรับ ก่อนจะขยับลุกขึ้น ชั้นง่วงแล้วล่ะ เขาบอกพร้อมกับหาว เรียวยิ้มจูงมือนาธานออกมา เอาผ้าเช็ดตัวให้แล้วช่วยชายหนุ่มสวมชุดนอน ก่อนจะเดินจูงมือกันออกไป ทั้งคู่นอนลงบนเตียงแล้วกอดกันไว้แน่น ความรักความอบอุ่นถูกถ่ายทอดไปสู่กันและกันโดยไม่ต้องมีคำพูด แล้วต่างก็ผล็อยหลับไปอย่างมีความสุข ############################################## Chapter 11 เช้าวันรุ่งขึ้น เชนกับเร็นตื่นตั้งแต่เช้าเป็นคู่แรก ด้วยความที่เชนอยากเห็นรถที่ตัวเองได้เป็นของขวัญจากมาร์คมาก ชายหนุ่มจูงมือเร็นที่ยังรู้สึกง่วงๆอยู่เพราะถูกชายหนุ่มปลุกแต่เช้า ให้เดินเร็วๆไปที่โรงรถ รถมัสแตงค์เปิดประทุนสีดำมันปลาบจอดเด่นเป็นสง่าอยู่ที่โรงรถ เชนเห็นเจ้าม้าป่าทันทีที่เดินเลี้ยวหัวมุมทางเดินมา ชายหนุ่มร้องเสียงดังวิ่งไปลูบกระโปรงหน้ารถอย่างยินดี เจ้าม้าป่าสีดำคันนี้แหละที่เขาอยากได้นักหนาตั้งแต่เห็นมันจอดอยู่ในโชว์รูมเมื่อหลายเดือนก่อน เร็นยิ้มที่เห็นเชนทำตัวเหมือนเด็กได้ของเล่นที่ถูกใจ เชนกวักมือเรียกชายหนุ่มให้เดินเข้ามา เปิดประตูข้างคนขับให้ พร้อมกับโค้งให้เร็นอย่างสวยงามจนชายหนุ่มหัวเราะคิกคัก เชิญครับ ไปขับเจ้าม้าป่าเล่นกันนะ เชนบอก เร็นโค้งรับก้าวขึ้นรถ เชนปิดประตูแล้ววิ่งอ้อมมาอีกข้างแล้วเอาสองมือท้าวที่ประตูแล้วยันตัวกระโดดข้ามเข้ามานั่งอย่างสวยงาม เร็นหัวเราะ นี่ๆ นายนี่นะทำเป็นคึกแต่เช้าเชียว ไม่ดีเหรอ หรืออยากให้ชั้นคึกแบบอื่น เชนยิ้มเจ้าเล่ห์ พลางยกมือเร็นขึ้นมาจูบ เร็นเขินจนแก้มแดง บ้า!!! ทะลึ่ง เขาเอามือข้างที่ว่างทุบไหล่ชายหนุ่มแก้เขิน เชนหัวเราะในคอ งั้นเอาไว้ไปที่รีสอร์ทก่อนแล้วกันนะ ชั้นจะทำเรื่องทะลึ่งที่นายบอกให้ไม่ได้นอนทั้งคืนเลย เขาหัวเราะอย่างร่าเริง เร็นรัวสองมือทุบเขาด้วยความเขินสุดๆ จนเชนต้องคว้าสองมือเล็กๆไว้ไม่ให้ทำร้ายเขา ก้มหน้าลงจูบริมฝีปากสีกุหลาบยั่วใจของเร็นอย่างรวดเร็ว เชนจูบชายหนุ่มอย่างดูดดื่มอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะผละออก ยกมือขึ้นแตะนิ้วโป้งที่ริมฝีปากล่างของเร็นเบาๆ แค่นี้ก่อนนะ ก่อนที่เราจะไม่ได้ไปขับรถเล่นกัน เชนยิ้มกว้างที่เห็นเร็นทำตาปรือจากแรงจุมพิต หันกลับมาสตาร์ตรถ เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มขึ้น เชนยิ้มหันมามองคนรักตัวน้อยที่นั่งหน้าแดงอยู่ข้างๆ พร้อมนะ เขาถาม เร็นยิ้มหวานแล้วพยักหน้า เชนเข้าเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งพามัสแตงค์สีดำพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว มาร์คปล่อยม่านให้ปิดลงตามเดิม พร้อมกับส่ายหน้าอย่างเอ็นดู เจ้าลูกชายเขานี่ก็บ้าเห่อเหมือนกัน อุตส่าห์ตื่นแต่เช้าทั้งที่ไม่เคยตื่นเร็วแบบนี้มาก่อน ชายหนุ่มยิ้มแล้วเดินออกจากห้องของตัวเองไป มาร์คกำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ที่โซฟา ตอนที่ริคโค่เดินเข้ามา อรุณสวัสดิ์ครับ ชายหนุ่มปิดหนังสือพิมพ์ อรุณสวัสดิ์ริค หลับสบายมั้ย เขาถามพลางตบที่โซฟาข้างตัว เหมือนกับจี้ใจดำของริคโค่เพราะแก้มของเขาเป็นสีระเรื่อขึ้น ชายหนุ่มเดินมานั่งที่ข้างๆมาร์คตามที่เขาต้องการ แต่ไม่ยอมตอบคำถาม มาร์คยิ้มนิดๆที่ได้แกล้งชายหนุ่มแต่เช้า ว่าไงล่ะริค ก็สบายมั้งครับ ริคโค่ตอบอุบอิบ รู้ดีว่าชายหนุ่มแกล้งถาม มาร์คหลุดหัวเราะพรืดออกมา ริคโค่หันมาค้อนควับ คุณชอบแกล้งผมอยู่เรื่อยเลย เขาบ่น ก็เวลาคุณทำแก้มป่องแล้วน่ารักนี่ มาร์คบอกยิ้มๆ แต่ก่อนอื่นนะริค เขาหยุดให้ริคโค่หันมาสบตากับเขา แล้วชี้ที่แก้มตัวเอง ริคโค่เขินจนแก้มแดง มาร์คเลิกคิ้วเป็นการกระตุ้น เขายิ้มอายๆเอียงหน้าเข้าไปหอมแก้มมาร์คเบาๆ ชายหนุ่มหัวเราะ เชยคางริคโค่ขึ้น ห้ามอายเวลาอยู่กับผมรู้มั้ยริค คุณไม่ต้องเก็บความรู้สึกของคุณไว้คนเดียวอีกแล้ว แสดงให้ผมรู้สิ แล้วผมจะตอบแทนคุณด้วยสิ่งเดียวกัน มาร์คบอกอย่างจริงจัง ริคโค่ซาบซึ้งในสิ่งที่มาร์คบอกเขา ชายหนุ่มยิ้มหวานมอบจุมพิตที่ตัวเขาปรารถนาให้มาร์ค เป็นจุมพิตแห่งความต้องการที่เขาทำด้วยความตั้งใจของตัวเองเป็นครั้งแรก หลังจากผละจุมพิตที่อ่อนหวาน เขาก็กอดชายหนุ่มไว้ ซบหน้าลงกับไหล่แข็งแกร่ง มาร์คยิ้มกอดกระชับริคไว้แนบหัวใจ รู้สึกว่าเวลาเดินช้าไม่ทันใจเขาเอาเสียเลย เขาอยากเร่งเวลาที่จะไปรีสอร์ทให้มาถึงเสียเดี๋ยวนี้เลย ยูอิจิตื่นขึ้นอย่างสดชื่นในเช้าวันนี้ ชายหนุ่มลากกระเป๋าเสื้อผ้ามาไว้ใกล้ประตูห้อง ก่อนจะออกจากห้องไป เท้าไวเท่าความคิด เงยหน้าขึ้นอีกทีเขาก็มายืนอยู่หน้าห้องไมล์แล้ว นี่เขาอยากพบไมล์ขนาดนี้เลยเหรอ ยูอิจิคิดเขินๆ เขาเคาะประตูห้องของชายหนุ่มได้ยินเสียงในห้องร้องบอกให้เข้าไปได้ เขาเปิดประตูเข้าไป มองเห็นไมล์ยืนอยู่ที่โต๊ะทำงานของเขา ยูอิจิกลืนน้ำลายฝืดคอ ก็ไมล์ใส่แค่กางเกงยีนส์ตัวเดียวกับผ้าขนหนูพาดคอ ผมสีน้ำตาลทองที่ตอนนี้ดูเข้มกว่าปรกติเปียกลู่จากการสระผม ชายหนุ่มหันมาเห็นเขายืนอยู่ที่ประตูห้องก็ชะงักแล้วยิ้มให้ ไงยูจีน ชั้นนึกว่าเป็นเชนซะอีก ยูอิจิหน้าแดงอย่างช่วยไม่ได้ เมื่อเห็นไมล์อยู่ในสภาพเกือบเปลือยแบบนี้ กล้ามเนื้อเป็นมัดๆที่แขนกับหน้าอก กับหน้าท้องเป็นลอนจากการออกกำลังกาย ผิดกับเขาลิบลับ ทำอะไรอยู่เหรอ เขาถามแล้วเดินเข้ามาหาชายหนุ่ม ไมล์มองแก้มสีชมพูของคนตรงหน้าอย่างสงสัยแต่ก็ไม่พูดอะไร เตรียมอะไรนิดหน่อย เขาบอกหยิบเข็มกลัดเล็กๆเท่ากระดุมที่ยูอิจิเดาว่าเป็นเครื่องส่งสัญญาณติดตามตัว เก็บเข้ากล่องเล็กๆ แล้วหยิบนาฬิกาที่เขาเคยเห็นชายหนุ่มใส่เก็บไว้อีกกล่องหนึ่ง ทำไมเข็มกลัดมีสองสีล่ะไมล์ ยูอิจิอดถามไม่ได้ ไมล์ยิ้มที่เห็นยูอิจิสนใจ สีทองมีตัวเปิดปิดสัญญาณไว้ติดต่อกันได้ ส่วนสีเงินเป็นลำโพงกับเครื่องส่งสัญญาณอย่างเดียวน่ะ ยูอิจิพยักหน้าเข้าใจ นายนี่เก่งชมัด เขาชม ขอบใจ ไมล์ตอบ เขินนิดๆที่ถูกชม นั่งก่อนสิ มีอะไรรึเปล่าถึงได้มาหาชั้นแต่เช้าเชียว ยูอิจินั่งลงที่เก้าอี้ มองไมล์ที่เดินไปมาหยิบนั่นเตรียมนี่อย่างสบายใจ ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากมาดูว่านายตื่นรึยัง ก็แค่นั้นแหละ เป็นห่วงชั้นหรือไง ไมล์แกล้งแหย่ ก็ใช่น่ะสิ ขอบใจนะที่ไม่ได้เล่าเรื่องเมื่อวานให้ใครฟัง ชั้นไม่อยากให้เร็นกับเรียวเป็นห่วง ไมล์แทบไม่ได้ฟังว่าชายหนุ่มพูดว่าอะไร ตั้งแต่ได้ยินว่า ใช่ แล้ว เขายิ้มกว้างอย่างดีใจ โชคดีนะที่หันหลังให้ชายหนุ่ม เขาคิดเขินๆ แค่คำพูดไม่กี่คำของยูอิจิเขาก็ดีใจแทบลอยได้แล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นหรอก ไมล์บอกโดยไม่หันมา ยูอิจิกลืนน้ำลายฝืดคออีกครั้ง เขามองไล่ตั้งแต่ช่วงไหล่กำยำ แผ่นหลังตึงแน่นไปจนถึงเอวสอบเพรียวไม่กล้ามองต่ำกว่านั้น หน้าแดงจัดกับความคิดที่แว่บเข้ามาในสมอง จนต้องเอามือมาปิดหน้าไว้ ไมล์ เอ่อ นายไปใส่เสื้อเหอะนะ ไมล์หันกลับมาเห็นยูอิจิเอามือปิดหน้าก็ยิ่งสงสัยเข้าไปอีก ทำไมล่ะยูจีน แล้วนายเป็นอะไรไปน่ะ เปล่าไม่ได้เป็น นายไปใส่เสื้อซักทีสิ ยูอิจิตอบเสียงอู้อี้มาจากใต้ฝ่ามือ ไมล์เดินมาคุกเข่าดึงมือของเขาออก ยูอิจิเงยหน้าขึ้นมาสบตาสีฟ้าเข้มที่มีแววค้นคว้า แล้วรีบก้มหน้าหลบตาชายหนุ่มทันที แต่เหมือนคิดผิดเพราะสายตาของเขาปะทะเข้ากับแผงอกแข็งแกร่งของชายหนุ่มแทน ยูจีน!!! ไม่สบายรึเปล่า ไมล์ถามอย่างเป็นห่วงกับท่าทีแปลกๆของชายหนุ่ม ชั้นไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้นแหละ ยูอิจิรีบบอก แล้วลุกขึ้นดึงไมล์ขึ้นมาด้วย พลางจับชายหนุ่มให้หมุนตัวไปแล้วดันหลังของชายหนุ่มไปที่ห้องนอน ไปใส่เสื้อสิ นี่นายไม่หนาวหรือไงนะ เขาแกล้งบ่น ก็ได้ๆ นายไม่เป็นไรแน่นะ ไมล์เดินไปแต่โดยดีแต่ยังไม่วายหันมาถาม แน่สิ ยูอิจิรีบบอก พอชายหนุ่มลับตาไปเขาก็ถอนใจดังเฮือก ไมล์นะไมล์ทีเรื่องอื่นล่ะรู้ไปซะหมด ทีเรื่องนี้ล่ะก็ทำไมถึงได้บื้อนัก ดูท่าจะไม่รู้เลยแฮะว่าทำเอาเขาใจสั่นขนาดไหน ยูอิจิคิดพลางส่ายหน้าขำๆ ไมล์เดินกลับมาใส่เสื้อยืดแขนยาวคอเต่าสีเทาเรียบร้อย มือถือแจ็คเก็ตหนังสีดำมาด้วย เขาพาดแจ็คเก็ตไว้ที่เก้าอี้ เดินไปเปิดตู้เล็กๆที่ด้านหลังโต๊ะทำงาน หยิบสายหนังอะไรซักอย่างออกมา ยูอิจิมองอย่างสนใจ ไมล์คาดสายหนังสีดำเข้าที่ตัวแล้วติดล็อค ยูอิจิจึงพอจะมองออกว่าสิ่งนั้นคืออะไร มันดูคล้ายสายคาดปืนที่พวกตำรวจใส่กันแต่ไม่ใช่ ไมล์ นั่นมัน ไม่ต้องตกใจหรอกยูจีน นี่คือหน้าที่ของชั้น ไมล์บอกยิ้มๆ ชั้นเป็นบอดี้การ์ดของเชน ต้องพกมีดด้วยเหรอ แค่กันไว้ก่อนเท่านั้น แล้วแต่สถานะการณ์ ไมล์บอก หยิบมีดด้ามเล็กๆเสียบเข้าที่ซองของสายหนังที่อยู่แนบลำตัวข้างละสามด้าม แล้วหยิบแจ็คเก็ตมาสวมทับหันกลับมาก็เห็นยูอิจิยืนจ้องเขาเขม็ง อย่ามองแบบนั้นสิ ชั้นไม่เป็นไรหรอกน่า ไมล์เดินเข้ามาใกล้ๆ สบตาหวาดหวั่นของยูอิจิ แล้วจับไหล่ของเขาไว้ ชั้นรู้วีธีที่จะใช้มันดียูจีน ชั้นรู้ แต่มันก็อันตรายใช่มั้ย ยูอิจิถามเสียงสั่นๆ ไม่ทั้งหมดหรอก เพราะยังมีพวกBGที่ทำหน้าที่ป้องกันอยู่แล้ว หน้าที่ชั้นคือปกป้องเชนเท่านั้น ยูอิจิยิ้มออก ค่อยยังชั่วหน่อย เขาถอนใจนิดๆ โทษทีนะ ชั้นวิตกจริตไปหน่อย ไมล์ยิ้มกว้าง ไม่เป็นไรหรอก ชั้นดีใจจะตายที่นายเป็นห่วงชั้นขนาดนี้ รู้เหมือนกันเหรอ ยูอิจิพึมพำ เรียบร้อยแล้วใช่มั้ย งั้นออกไปกันเถอะ ไปสิ ชั้นจะออกไปคุยกับพวกBGซักหน่อย ไปด้วยกันนะ ไมล์ชวน ยูอิจิพยักหน้า ไมล์หยิบกระเป๋าใส่อุปกรณ์แล้วเดินนำชายหนุ่มออกจากห้องของตัวเองไป อือ นาธานรู้สึกตัวตื่นก็รู้สึกว่าอ้อมแขนที่กอดเขาอยู่กระชับแน่นขึ้นทันที ชายหนุ่มยิ้มทั้งที่ยังไม่ลืมตา ซุกตัวเข้าใกล้เรียวมากยิ่งขึ้น รู้สึกว่าเรียวจูบลงบนศีรษะของเขา ชายหนุ่มจึงลืมตาแล้วเงยหน้าขึ้น ยินดีต้อนรับสู่เช้าวันแรกในอ้อมกอดของชั้น เรียวบอกยิ้มๆ อรุณสวัสดิ์เรียว ตื่นนานรึยัง นาธานถามเสียงง่วงๆ ซักครึ่งชั่วโมงได้แล้วล่ะ แล้วทำไมไม่ปลุกชั้นล่ะ ให้ชั้นนอนอยู่ได้ นาธานต่อว่า ก็ชั้นอยากมองนายตอนหลับนี่ เรียวบอก แล้วนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ชั้นตื่นขึ้นมาแล้วมีนายอยู่ในอ้อมแขน ชั้นก็อยากให้มันเป็นแบบนี้นานๆน่ะสิ นาธานแก้มเป็นสีชมพู ชั้นก็เหมือนกันแหละ เรียวยิ้มก้มลงหอมแก้มนุ่มๆของนาธานอย่างหลงใหล จริงสิ นี่กี่โมงแล้วเนี่ย นาธานถาม เรียวมองนาฬิกา เกือบแปดโมงแล้วล่ะ จริงเหรอ!!! งั้นเราก็ต้องรีบแล้วสิ ป่านนี้ทุกคนตื่นกันหมดแล้วล่ะ นาธานร้องอย่างตกใจ รีบลุกขึ้นแล้วก็สะดุ้ง อู๊ย!!! อย่ารีบลุกซี่ เจ็บมากรึเปล่า เรียวรีบลุกขึ้น จับตัวนาธานไว้อย่างเป็นห่วง ไม่มากหรอก เจ็บนิดเดียวเอง นาธานบอก ยิ้มดีใจที่เรียวเป็นห่วง อย่าเคลื่อนไหวเร็วๆนะ เรียวบอกแล้วลุกขึ้นเดินอ้อมเตียงมา อุ้มพานาธานไปที่ห้องน้ำ เรียว!!! นาธานร้องอย่างตกใจ แต่ก็ยอมให้เรียวอุ้มไปแต่โดยดี เขาวางชายหนุ่มให้ยืนที่หน้ากระจก ให้ชั้นช่วยมั้ย เรียวถามพลางยิ้มเจ้าเล่ห์ ไม่เอาหรอก เดี๋ยวชั้นจะไม่ได้อาบ นาธานหัวเราะที่เรียวทำท่าผิดหวัง งั้นชั้นกลับห้องไปจัดการตัวเองนะ เดี๋ยวจะมารับนายลงไป ตกลงมั้ย ตกลง นาธานบอกแล้วโน้มคอเรียวลงมา จูบชายหนุ่มเบาๆที่ริมฝีปาก สำหรับค่ำคืนแสนหวานที่นายมอบให้ชั้น เขาบอกเสียงหวาน เหมือนกันแหละ เรียวยิ้มกว้าง เดี๋ยวเจอกันนะแนท เขาบอกแล้วเดินออกจากห้องน้ำไป นาธานถอดชุดนอนออกได้ยินเสียงเรียวปิดประตูห้องนอน ชายหนุ่มอดยิ้มกับตัวเองไม่ได้ เขากับเรียวเป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว นาธานเงยหน้ามองภาพตัวเองในกระจก รอยแดงๆที่หน้าอกของเขาที่เรียวมทำไว้บอกได้ดีถึงค่ำคืนอันเร่าร้อนของพวกเขา นาธานคิดอย่างเขินอาย อดที่จะยกมือขึ้นลูบรอยนั้นไปมาไม่ได้ เขาถอนใจอย่างมีความสุขแล้วหมุนตัวเดินไปเปิดน้ำอุ่นจากฝักบัวอาบน้ำอย่างแสนจะสุขใจ มาร์คกำลังสั่งให้คนรับใช้ขึ้นไปลำเลียงกระเป๋าเสื้อผ้าของทุกๆลงมาใส่รถ พอดีกับที่นาธานและเรียวเดินจูงมือกันลงมา อรุณสวัสดิ์ครับคุณพ่อ คุณริค ทั้งสองคนทักทาย อรุณสวัสดิ์ มาร์คยิ้มให้ อรุณสวัสดิ์ ริคโค่เห็นทั้งสองคนนั่งลงที่โซฟาแล้วจึงถาม หิวกันรึยังล่ะ ก็นิดหน่อยน่ะฮะ เรียวบอก ยิ้มใส่ตานาธานเหมือนจะบอกความนัยอะไรบางอย่าง นาธานตีแขนนายตัวดีแก้เขิน พร้อมกับหันมาบอกริคโค่ ผมยังไม่ค่อยหิวฮะ แล้วคนอื่นๆหายไปไหนกันหมดล่ะฮะ เขาถามกลับ เชนกับเร็นออกไปลองรถใหม่ ส่วนไมล์กับยูเห็นยืนคุยกับพวกBGอยู่ข้างนอกแน่ะ มาร์คตอบแทน จังหวะนั้นเองทั้งสี่คนก็ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามา เรียวกับนาธานรีบลุกไปดูที่หน้าต่าง ทันได้เห็นของขวัญของเชนพอดี โอ้โห!!! สวยจังเลย เรียวอุทาน นั่นสิ นาธานพูดแล้วทั้งคู่ก็เดินกลับมานั่งที่เดิม เชนคงดีใจมากเลยนะฮะ ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ มาร์คพูดปนหัวเราะ ครู่หนึ่งจากนั้น เชนก็จูงมือเร็นเดินเข้ามาท่าทางตื่นเต้นไม่หาย ไมล์กับยูอิจิเดินคุยกันตามมา ยังไม่ทันที่สองคนแรกจะนั่งลง สองคนที่นั่งอยู่ก่อนก็ร้องแซว บ้าเห่อของใหม่!!!! อะไรของพวกนายเล่า!!! เชนร้องโต้ ทำท่าเขินนิดๆ ทุกๆคนก็เลยหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน ที่เห็นเชนทำหน้าบูดพร้อมกับบ่นพึมพำ เอาล่ะมากันครบแล้วก็ไปทานอาหารเช้ากันแล้วจะได้ออกเดินทาง มาร์คลุกขึ้นพร้อมกับดึงมือริคโค่ให้ตามไปด้วย สามคู่ที่เหลือต่างมองพ่อของตัวเองกับริคโค่แล้วยิ้มให้กันก่อนจะเดินตามออกไป รถโฟร์วีลคันใหญ่สามคันวิ่งตามกันมาสู่ลานจอดรถหน้าบ้านพักหลังใหญ่ที่อยู่บนเนิน ที่ล้อมรอบด้วยภูเขาสูง แม่บ้านและคนรับใช้ที่ถูกส่งมาล่วงหน้า ต่างลงมายืนต้อนรับเจ้านายที่กำลังลงจากรถอย่างพร้อมหน้า ว๊าว!!! สวยจังเลย อย่างที่นายบอกเปี๊ยบ เสียงใสๆของเร็นดังมาก่อนที่เจ้าตัวจะลงจากรถเสียอีก ชอบใช่ม๊า เชนถามพลางโอบไหล่หวานใจให้เดินขึ้นบันไดขึ้นไปบนบ้าน สวยมากเลยนะเรียว อากาศสดชื่นจัง นาธานพูดดึงมือเรียวตามพี่ชายไป ใจเย็นๆก็ได้ สงสัยจะลืมเจ็บแล้วแฮะ เรียวบอกคนรักยิ้มๆ แต่ท้ายประโยคพึมพำเบาๆ ชอบมั้ยยูจีน ไมล์ถามเดินไปเปิดท้ายรถดึงกระเป๋าออกมาสะพาย ชอบสิ สวยมากเลยล่ะ ถ้าชั้นมีเงินคงจะหาซื้อแบบนี้ไว้มั่ง สงบและเป็นส่วนตัวดี ยูอิจิตอบ เขาหันไปรอบๆแล้วสูดหายใจเข้าลึกๆ ชอบใจกับอากาศสดชื่นของขุนเขา มาชั้นช่วย ชายหนุ่มแย่งกระเป๋าใส่กีตาร์มาช่วยถือ แล้วรีบเดินหนีไป เพราะไมล์ทำท่าจะแย่งคืน ไมล์หัวเราะแล้วเดินตามชายหนุ่ม ไปรวมกลุ่มกับทุกคนที่ระเบียงชั้นบน เป็นไงริค ชอบบ้านพักของผมมั้ย มาร์คถาม สวยมากครับ อากาศดีมากเลย ริคโค่หันมายิ้มตอบ มีเสียงเรียกชายหนุ่มทั้งสองที่มัวแต่เดินคุยกันมาจากบนระเบียง สองคนหันมายิ้มให้กันแล้วรีบเดินขึ้นไปสมทบกับพวกลูกๆที่รออยู่ จะแบ่งที่พักกันยังไงล่ะ เสียงเรียวถาม หลังใหญ่นี่มีสี่ห้องนอน เดินถัดไปหน่อยโน่นก็สี่เหมือนกัน แล้วหลังที่มีชั้นเดียวนั่นคุณอเล็กซ์กับคุณฟิลล์จองไปแล้ว เชนบอกทุกคน งั้นเอางี้นะ คุณพ่อกับคุณริค แล้วก็ชั้นกับเรียวพักที่นี่ แล้วนายกับเร็น ไมล์กับยูจังก็พักหลังนั้นละกัน นาธานบอกกึ่งถามความเห็น ตกลง ทุกคนต่างเห็นด้วย ตกลงกันเรียบร้อยแล้วนะ เอ้าเดี๋ยวพักผ่อนกันซักหน่อยก่อนแล้วก็ออกไปตลุยเที่ยวกันตามใจเลย มาร์คบอกอย่างอารมร์ดี แล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายกันเอาข้าวของของตัวเองไปเก็บในบ้านพัก เร็นเก็บของเสร็จก็เดินไปที่บ้านพักหลังใหญ่ ตรงเข้าครัวไปทำของว่างเพื่อไปปิกนิกกันริมลำธารที่เชนบอก เขาเพิ่งจะผูกผ้ากันเปื้อนเสร็จกำลังรวบผมอยู่ นาธานกับเรียวก็เดินออกมาสมทบ เฮ้ พ่อครัวใหญ่เข้าครัวอีกแล้วเหรอ เรียวแซวน้องชาย พูดมากจริงเชียว มาก็ดีแล้ว เอาผักไปล้างซะ เร็นหันมาค้อนพี่ชายพร้อมกับสั่งเสร็จสับ เรียวพ่นลมหายใจพรืดแต่ก็เดินไปทำตามคำสั่งแต่โดยดี นาธานหัวเราะคิกคัก แต่ละคนแพ้ทางเร็นกันทั้งนั้นตั้งแต่เชน เรียว จะมีก็แต่ไมล์ล่ะมั้งที่ไม่ค่อยสะทกสะท้านเท่าไหร่ ให้ช่วยมั้ย นาธานถาม อ๊ะๆ ไม่ต้องๆ แค่นี้ถ้าเรียวทำไม่ได้ก็อดกินไปเถอะ เร็นแลบลิ้นไปทางพี่ชาย เรียวได้แต่เหล่ตามองเพราะไม่กล้าเถียง เดี๋ยวจะอดกินของอร่อย ทำอะไรกันเนี่ย เสียงมาร์คถามขึ้น ชายหนุ่มเดินเข้ามาพร้อมกับริคโค่ นี่เร็นทำอาหารได้ด้วยเหรอ ริคโค่ถามอย่างประหลาดใจ ยิ่งกว่ากุ๊กชื่อดังอีกนะฮะคุณริค เดี๋ยวชิมดูก็รู้ นาธานบอกยิ้มๆ เร็นใส่ผ้ากันเปื้อนแล้วน่ารักดีนะ พ่อไม่เคยเห็นเลย มาร์คพูดมองเร็นด้วยสายตาชื่นชม แล้วลูกชายตัวดีของพ่อไปอยู่ซะที่ไหนล่ะเนี่ย เรียกผมรึเปล่าฮะ เสียงเชนดังมาจากประตูแล้วเจ้าตัวก็โผล่หน้าหล่อๆเข้ามา ตรงรี่เข้าไปกอดเร็นทันที หนีมาอยู่นี่เอง ชั้นหาจนทั่วบ้านเลย ทำไมไม่รอก่อนล่ะ เร็นทุบชายหนุ่ม ปล่อยสิ!! บ้าเหรอคนเยอะแยะ!! เขาพูดรอดไรฟัน ทำไมล่ะก็ชั้นไม่อายนี่ เชนกระซิบตอบ เจ้าบ้า!!! ถ้าไม่ปล่อยงั้นคืนนี้ก็อด เร็นขู่ฟ่อ เชนรีบปล่อยอย่างตัวเร็นรวดเร็ว (กลัวว่าจะอดจริงๆ อิ อิ) เขาชูแขนยอมแพ้ ปล่อยแล้วจ้า อย่าลืมที่พูดก็แล้วกันนะ ส่งยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ให้หวานใจ เร็นหน้าแดง ดี ห้ามเข้าใกล้ชั้นในระยะสองเมตรเข้าใจมะ ค้อนนายตัวดีขวับ แล้วหันไปทำงานต่อ สมน้ำหน้า นาธานแกล้งว่า เชนหัวเราะแล้วยักไหล่ ไง พวกลูกๆจะไปไหนกันก่อนล่ะ มาร์คถามขึ้น ก็ว่าจะเดินสำรวจแถวๆนี้แหละฮะ เดินเลาะริมลำธารไปตรงที่มันเป็นขั้นๆใกล้กับทางขึ้นเขาน่ะฮะ แล้วก็ปิกนิคกัน เชนบอก พ่อไปกับพวกเรามั้ยฮะ มาร์คหันมามองริคโค่ ว่าไงริค แล้วแต่คุณสิครับ ริคโค่ตอบเขินๆ ก็น่าสนแฮะ พ่อเองก็ไม่ได้เที่ยวแบบนี้มานานแล้วด้วย มาร์คบอก ดีฮะคุณพ่อ ไปกันเยอะๆ สนุกกันให้เต็มที่เลย นาธานพูดยิ้มๆ เสียดายนะฮะที่เจอโรมกับคุณลีน่าไม่มาด้วย เชนบ่น ป่านนี้สองคนนั่นคงสวีตกันไปถึงไหนๆแล้วล่ะ ไปไร่องุ่นของครอบครัวของลีน่าเพื่อแนะนำตัวนี่นา ไม่แน่นะตอนนี้อาจวางแผนแต่งงานกันไปเรียบร้อยแล้วก็ได้ นั่นสิฮะ เชนพูดแล้วหัวเราะ นี่เชน แล้วไมล์กับยูจังล่ะ นาธานถามอย่างสงสัย เอ ไม่รู้สิ เชนทำท่ามีลับลมคมนัย บอกมานะ เรียวถามบ้างอย่างสงสัย ก็ไม่มีอะไรนี่ แค่สองคนนั่นเขาติดกันไปหน่อยเท่านั้นเอง เชนบอก เดี๋ยวพวกเขาก็มาแล้วน่า อย่าห่วงกันไปเลย เขายักคิ้ว พร้อมกับยิ้มนิดๆ ที่นี้ล่ะไมล์จะได้เลิกเหงาซักที เสร็จรึยังไมล์ ยูอิจิถามมาจากประตูห้อง ไมล์เงยหน้าขึ้นจากของที่จัด เสร็จพอดี เขายิ้มแล้วลุกขึ้นหยิบกล้องถ่ายรูปมาคล้องคอ คว้าเป้เปล่าติดมือไปด้วย เดินมาหยิบกีต้าร์แล้วเดินออกจากห้องมาพร้อมกับยูอิจิ นายเอาเป้ไปทำอะไร ยูอิจิถามอย่างสงสัย ใส่เสบียงเขาบอกยิ้มๆ หน้าที่ชั้นทุกทีแหละ ยูอิจิหัวเราะอย่างสดใส นานแล้วนะที่ชั้นไม่ได้มาเที่ยวแบบนี้ ตั้งแต่ อย่าไปคิดถึงมันเลยนะยูจีน ปัจจุบันกับอนาคตสำคัญกว่าเป็นไหนๆ ไมล์ขัดขึ้นเสียงอ่อนโยน ยูอิจิหันมาสบตาสีฟ้าจริงใจของชายหนุ่ม เขายิ้มอย่างซาบซึ้งพร้อมกับพยักหน้า จริงของนาย ขอบคุณนะไมล์ที่ให้กำลังใจชั้น รีบไปเถอะ ป่านนี้เจ้าเชนได้เผาพวกเราจนเกรียมแล้วแน่ๆ มิน่าชั้นถึงรู้สึกร้อนวาบๆ ยูอิจิทำหน้าเป็น แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะกันอย่างสนุกสนาน ทั้งสองคนก้าวเข้ามาในห้องครัวพอดีกับที่เชนกำลังพูดอะไรบางอย่าง พอทุกคนหันมาเห็นพวกเขาเข้าก็หยุดกึกกันหมด แล้วก็ระเบิดหัวเราะขึ้นมาพร้อมๆกัน ไม่เว้นกระทั่งมาร์คกับริคโค่ ยูอิจิทำหน้าเอ๋อสุดขีด ส่วนไมล์ก็ส่งสายตาพิฆาตใส่เพื่อนรัก พลางดันหลังยูอิจิให้เดินเข้ามาในห้องส่งกีต้าร์ให้ยูอิจิถือแทนเขา ปาเป้เปล่าใส่เชนพลางพูดรอดไรฟัน ฝากไว้ก่อนเถอะเพื่อน อย่าลืมมาเอาคืนนะ เชนพูดแล้วหัวเราะ เอาเป้มาสิจะได้ใส่ขนม ไม่ใช่นาย เร็นรีบบอกเสียงแข็งที่เห็นเชนขยับตัว ไมล์ต่างหาก นายอยู่นั่นแหละดีแล้ว ชายหนุ่มบอกงอนๆ ไมล์พูดแบบไม่มีเสียงว่า สมน้ำหน้า คว้าเป้จากมือชายหนุ่มแล้วหัวเราะ หลบหมัดของเชนที่เหวี่ยงมาใส่ แล้วเดินมาส่งเป้ให้เร็น ชายหนุ่มรับมาเอาขนมใส่เข้าไปแล้วรูดซิปปิดกระเป๋า เอาล่ะเรียบร้อย เสบียงเสร็จหมดแล้ว เร็นบอก ไปกันเลย ทุกคนพูดพร้อมๆกัน มาร์คเดินไปหิ้วตะกร้าใบหนึ่งแล้วเดินมาจูงมือริคโค่ออกไปก่อน เรียวหิ้วตระกร้าอีกใบที่เหลือเดินออกไปกับนาธาน ไมล์สะพายเป้ใส่ขนมเรียบร้อย เชนก็โยนแพ็คเบียร์ให้ ชายหนุ่มรับมาเห็นสายตาของเพื่อนบอกนัยให้เขาออกไปก่อน ไมล์ทำท่าตะเบ๊ะแล้วเดินออกไปพร้อมยูอิจิ เหลือแต่เชนกับเร็นที่กำลังดูความเรียบร้อยของครัวอยู่ เร็น เชนยืนพิงเคาน์เตอร์ในครัวมองตามชายหนุ่มไปมา เร็นหันมามอง นายโกรธชั้นจริงๆเหรอ เร็นหันไปแอบยิ้ม อยากแกล้งนานกว่านี้แต่เห็นหน้าจ๋อยๆแล้วสงสารแฮะ ก็นายอยากหน้าไม่อายนี่ ก็ชั้นรักนายนี่ จะให้ทำไงล่ะ เขาพูดเสียงอ่อย เร็นถอนใจนิดๆ เดินกลับมาโอบรอบคอชายหนุ่มไว้ ชั้นรู้ว่านายรักชั้น แต่ชั้นเขินนี่เวลาคนเยอะๆถึงแม้จะเป็นคนในครอบครัวก็เถอะ เร็นหอมแก้มชายหนุ่มอย่างเอาใจ ชั้นก็รักนาย แต่มันก็ต้องเก็บอาการมั่งสิ เชนยิ้มกว้าง ค่อยยังชั่วหน่อย กอดเร็นเข้ามาแนบชิด ชั้นนี่ทำตัวเป็นเด็กกว่านายอีกเนอะ เร็นหัวเราะคิกคัก อิงแอบอยู่ในอ้อมกอดอบอุ่นของชายหนุ่มอย่างมีความสุข เชนก้มหน้าลงสูดกลิ่นหอมๆจากซอกคอร่างบางอย่างแสนรัก เฮ้ๆๆ จะให้พวกเรารอถึงเมื่อไหร่คร๊าบ ท่านทั้งสอง เสียงไมล์ตะโกนมาจากตรงระเบียงด้านนอก เชนกับเร็นผละออกจากกัน สบตากันแล้วหัวเราะ เร็นส่งตะกร้าใบสุดท้ายให้เชนหิ้ว แล้วทั้งสองคนก็เดินจูงมือกันออกจากบ้านไป ขบวนนักเดินทางทั้งแปดเดินกันไปแวะถ่ายรูปกันไป โดยมีไมล์เป็นตากล้องเหมือนเคย ยูอิจิช่วยหิ้วเบียร์ ส่วนริคโค่แย่งเอากีตาร์ไปช่วยถือ ความสนุกสนานแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นมานานมากแล้วในความทรงจำของมาร์ค ชายหนุ่มมองพวกลูกๆที่เที่ยวเล่นด้วยความสนุกสนานอย่างมีความสุข แรงกระชับจากมือที่เขาเกาะกุมอยู่ทำให้เขาหันมาสบตาสีทองเปล่งประกายสดใส คุณดูผ่อนคลายมากเลยนะครับ ผิดกับตอนที่อยู่บริษัทอย่างกับคนละคน ริคโค่บอกยิ้มๆ ตอนนี้ผมมีความสุขที่สุดในโลกก็ว่าได้ มาร์คยิ้มตอบ จนผมกลัวว่า มันจะเป็นแค่ความฝัน ริคโค่ปล่อยมือที่ถูกกุมไว้ เปลี่ยนมาเป็นโอบเอวชายหนุ่มแทน ผมเองก็เคยกลัวเหมือนกัน แต่เมื่อวานตอนที่คุณจูบผม นั่นทำให้ผมรู้ว่ามันเป็นความจริง เป็นคุณจริงๆที่โอบกอดผมอย่างอ่อนโยน ผมสามารถสัมผัสถึงตัวตนของคุณได้จริงๆ มาร์คโอบไหล่ชายหนุ่มเข้ามาชิด ขอบคุณนะริค พูดจบก็กดจูบที่ขมับของริคโค่ ทำไมถึงกลัวล่ะครับ ผมไม่เคยเห็นคุณกลัวอะไรเลย ริคโค่ถาม มาร์คหัวเราะในคออย่างมีเลศนัย ดูท่าคุณต้องไม่เคยแอบถามประวัติของผมจากเจอโรมแน่ๆ ใครจะกล้าถามล่ะครับ ริคโค่เอ่ยพลางค้อนชายหนุ่ม คุณสองคนเคยมีความลับกันซะที่ไหน ขืนผมถามคุณก็รู้น่ะสิ เขาบ่น รู้อะไรล่ะ ก็รู้ว่าคุณเป็นรักแรกพบของผมน่ะสิ ริคโค่เผลอตอบออกมา แล้วก็รู้สึกตัวหน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาทันที มาร์คหัวเราะ กดจูบที่ขมับของชายหนุ่มอีกครั้ง เพราะความน่ารักของคนข้างๆ เชนกับนาธานต่างพยักหน้าให้คนอื่นมองดูพ่อของเขากับริคโค่ที่เดินแนบชิดกัน ยิ้มแย้มแจ่มใสอย่างมีความสุข เชนเองก็แทบจะไม่เคยเห็นพ่อของเขาเป็นแบบนี้มาก่อน เขาดีใจเหลือเกินที่ริคโค่ช่วยเปลี่ยนพ่อของเขาจากคนที่เย็นชาเคร่งเครียดอยู่เสมอ ให้กลับมาผ่อนคลายและยิ้มแย้มแจ่มใส ดูหนุ่มกว่าเดิมอีกด้วย ทั้งแปดคนเดินชมธรรมชาติกันอย่างเพลิดเพลินจนมาถึงที่ที่เชนบอกเอาไว้ ลำธารลดหลั่นเป็นน้ำตกเล็กๆสองชั้น มีลานหินกว้างใต้ร่มไม้เป็นที่จะปิกนิคอย่างพอเหมาะพอเจาะ พวกเขาช่วยกันเอาผ้าที่เตรียมมาปูบนลาน เอาอาหารที่เตรียมมาออกมาวาง แล้วลงมานั่งล้อมวงกัน เชนเอาเบียร์กับน้ำกระป๋องทั้งหลายที่เตรียมมาไปแช่น้ำในลำธารตรงที่น้ำไหล น้ำเย็นเจี๊ยบเลย แบบนี้แป๊บเดียวก็ได้ที่แล้วล่ะ เชนบอกพลางถูมือไปมา น่าทานมากเลยนะเนี่ย เร็นนี่เก่งจังแฮะ ชั้นน่ะไม่ได้เรื่องเลยเรื่องทำอาหาร ริคโค่ชม ก็เข้าครัวกับแม่ตั้งแต่เด็กแล้วนี่ฮะ เรียวบอกพลางขยี้หัวน้องชายอย่างเอ็นดู ไมล์ บรรเลงเพลงตามธรรมเนียมได้แล้ว เชนร้องบอก ไมล์ส่งกล้องถ่ายรูปให้ยูอิจิที่นั่งอยู่ข้างๆ รับกีต้าร์มาจากริคโค่ ทุกคนปรบมือให้อย่างพร้อมเพรียง เขาก้มศีรษะขอบคุณแล้วเริ่มเล่น เสียงเพลงTake Me Home, County Road ดังขึ้นจากไมล์ เชนร้องคลอ คนอื่นๆปรบมือตามจังหวะอย่างสนุกสนาน เร็นหยิบแซนวิชขึ้นมา ส่งให้เชนกัดแล้วตัวเองก็กัดจากชิ้นเดียวกัน ริคโค่มองแล้วยิ้มอย่างเอ็นดูหยิบแซนวิชมาส่งให้มาร์คบ้าง ชายหนุ่มทำท่าเหมือนจะกัดจากมือของเขา ริคโค่รีบส่ายหน้าด้วยความเขิน มาร์คหัวเราะแล้วรับแซนวิชที่ชายหนุ่มส่งให้ ริคโค่หยิบของตัวเองมากัดคำแรกแล้วยกนิ้วให้เร็น ทำเอาเร็นยิ้มแก้มแทบปริ เรียวกับนาธานนั้นไม่ต้องห่วงเพราะต่างก็หยิบมากินจนเกือบหมดชิ้นแรกอยู่แล้ว (เติมพลังซะหน่อย เพราะเมื่อคืนใช้ไปเยอะ อิ อิ) ไมล์ร้องจนจบเพลงและได้เสียงปรบมือเกรียวกราว ยูอิจิรีบส่งแซนวิชให้ไมล์ ก็โดนแซวจากน้องทั้งสองคนของเขา ยูอิจิยิ้มเขินๆหยิบของตัวเองมากินบ้างทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้กับเสียงแซว เชนเดินไปหยิบน้ำกับเบียร์ที่แช่อยู่ ร้องถามว่าใครจะเอาบ้าง เรียวเดินตามมาช่วยถือ ชายหนุ่มเดินกลับมาส่งกระป๋องเบียร์ให้พ่อของเขากับไมล์ ส่งน้ำผลไม้ให้คนอื่นที่เหลือ อ้าว ชั้นไม่ได้เบียร์ด้วยเหรอ ยูอิจิท้วงยิ้มๆ ชั้นด้วย เรียวรีบบอกบ้าง เลยโดนเชนเขกหัวเบาๆ นายยังอายุไม่ถึงเฟ้ย อดซะ เชนบอกเสียงเข้ม เรียวเลยบ่นอุบอิบ เชนทำท่าจะเดินกลับไปเปลี่ยนให้แต่ยูอิจิร้องท้วงไว้ ไม่เป็นไรเชน ที่มือนั่นก็ได้ เชนยิ้มแล้วส่งให้ ดื่มกับชั้นก็ได้นะ ไมล์บอกเบาๆ ขอบใจ ทุกคนเปิดกระป๋องแล้วยกขึ้นชนกันแล้วร้องเชียร์สอย่างพร้อมเพรียง ยูอิจิรีบถอยไปถ่ายรูปให้ ไมล์เริ่มร้องเพลงต่อ เขาเลือกเพลงเร็วๆทำนองสนุกสนานมาเล่น ทำให้ทุกคนเพลิดเพลินเป็นอย่างมาก ตอนนี้ไม่มีใครกลัวหนาวแล้วต่างก็ถอดรองเท้าพับขากางเกงลงไปลุยน้ำเล่นในลำธารอย่างสนุก เพราะน้ำตื้นแค่ครึ่งแข้งเท่านั้น ตอนนี้บนลานหินก็เหลือแต่ไมล์กับยูอิจิที่ยังนั่งอยู่ มองพวกเพื่อนๆและน้องๆของเขาเดินลุยน้ำเล่นกันแล้วหัวเราะอย่างมีความสุข นายไม่ลงไปเล่นกับเขาล่ะ ไมล์ถามตอนนี้เขาเกากีต้าร์เล่นไปเรื่อยเปื่อยเพราะร้องเพลงที่นึกออกไปหมดแล้ว ไม่ล่ะ ก็นายยังไม่ไปเลยนี่ อยู่เป็นเพื่อนชั้นเหรอ ขอบใจนะ เอ้าอยากฟังเพลงอะไรจะร้องให้ฟัง ไมล์ยิ้มแก้มแทบปริ อืม Love will Keep Us Alive ละกัน ให้พวกที่เล่นน้ำอยู่นั่นแหละ ยูอิจิบอกยิ้มๆ ใครจะเชื่อเนี่ย เจ้าของบริษัทอันดับหนึ่งกับโปรแกรมเมอร์มือหนึ่ง มาเล่นเป็นเด็กๆแบบนี้ พูดจบเขาก็หัวเราะเบาๆ นั่นสินะ ไมล์พูดปนหัวเราะ แล้วก็เริ่มเล่นเพลงที่ยูอิจิบอกเขาทันที ตอนแรกเขาก็มองพวกที่เล่นน้ำกันอยู่นั่นแหละ แต่เสียงหัวเราะใสๆของคนข้างตัวทำให้เขาอดหันมามองไม่ได้ เห็นยูอิจิยิ้มแย้มอย่างมีความสุขแบบนี้เขาเองก็พลอยสุขใจไปด้วย ไมล์ไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอจ้องมองยูอิจิอยู่นาน จนชายหนุ่มหันมาทางเขา ยูอิจิจ้องเข้าไปในดวงตาสีฟ้าเข้มของไมล์แล้วเขาก็ลืมหมดทุกสิ่งที่กำลังจะพูด ความรู้สึกเดียวที่เขาสัมผัสได้คือความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาทางดวงตาของชายหนุ่ม เสียงเดียวที่ได้ยินก็คือเสียงเพลงที่ไมล์กำลังร้องอยู่ราวกับไมล์กำลังร้องเพลงนี้เพื่อเขา ดวงตาของทั้งคู่ถูกตรึงอยู่ด้วยกันราวกับมีเพียงพวกเขาเท่านั้น เร็นหันมาเห็นเข้าพอดีจึงเรียกทุกคนเบาๆให้ดูทั้งคู่ เชนทำท่าบอกให้ทุกคนเงียบ เขาจะเข้าไปแกล้งแต่เร็นส่ายหน้าดิกๆ งั้นรอให้จบเพลงก่อนก็ได้ แหมบทจะหวานขึ้นมาเจ้าไมล์ก็ทำได้เหมือนกันนะเนี่ย เชนหัวเราะเบาๆ ทุกๆคนก็เลยลุยน้ำเล่นกันต่อ มาร์คแย่งกล้องมาจากมือของเชนแล้วให้ทุกคนไปโพสท่าถ่ายรูปกัน แล้วส่งกล้องคืนให้ เชนทำท่าเหมือนนึกอะไรขึ้นมาได้ ย่องเบาๆมาที่ริมน้ำแล้วถ่ายรูปของไมล์กับยูอิจิที่กำลังอยู่ในภวังค์ไปหลายรูป แล้วก็โดนเร็นลากกลับมา ชายหนุ่มหัวเราะอย่างสนุกที่ได้แกล้งเพื่อนรัก มดไต่กีต้าร์นายแล้วเพื่อน เสียงของเชนปลุกทั้งคู่ออกจากภวังค์ ยูอิจิหน้าแดงจัดรีบก้มหน้าหลบตาทุกคนด้วยความเขิน ไมล์อยากจะทุบเพื่อนรักซักที แต่ก็รังแต่จะทำให้ยูอิจิอายมากขึ้น สายตาทุกคู่ที่พุ่งมาที่เขากับยูอิจิก็ทำเอาไมล์เขินหน้าแดงขึ้นมาบ้าง เขารีบเปลี่ยนเรื่องทันที เลิกเล่นน้ำกันแล้วเหรอ เชนหัวเราะเสียงดัง ส่วนคนอื่นๆเอาแต่อมยิ้ม เลิกแล้ว ก็เริ่มจะหนาวๆกันแล้วนี่ เขาตอบหลังจากกลั้นหัวเราะได้ เร็นตีแขนชายหนุ่มดังเพี๊ย!!! แกล้งคนอื่นได้ล่ะหัวเราะเขา เดี๋ยวโดนแก้แค้นบ้างชั้นจะหัวเราะเป็นภาษาญี่ปุ่นเลย คร๊าบผม ไม่แกล้งแล้วก็ได้ เชนรับคำ แล้วดึงเร็นลงมานั่งด้านหน้าเขาโอบเอวเล็กๆไว้ไม่ยอมปล่อย เร็นเอนตัวพิงชายหนุ่มอย่างมีความสุข ทั้งแปดคนนั่งคุยกันไปกินของว่างที่เร็นทำกับขนมที่เตรียมมาจนหมด กว่าจะเก็บของและทำความสะอาดสถานที่เสร็จก็เกือบจะห้าโมงเย็นแล้ว พวกเขาเดินกลับที่พักกันช้าๆเก็บเกี่ยวช่วงเวลาที่มีความสุขให้คุ้มค่าที่สุด เมื่อมาถึงบ้านพัก แม่บ้านก็เตรียมเตาบาร์บีคิวกับจัดสถานที่ตรงระเบียงบ้านหลังใหญ่ให้เป็นเหมือนงานปาร์ตี้เล็กๆ ทุกๆคนต่างก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำเตรียมตัวมาดินเนอร์กัน ไมล์กับยูอิจิเดินคุยกันไประหว่างที่เดินไปบ้านพัก ชั้นขอโทษแทนเชนด้วยนะ หมอนั่นก็เป็นแบบนี้แหละ ไมล์เอ่ยขึ้น ไม่เห็นต้องขอโทษเลย ชั้นไม่ถือหรอก ยูอิจิหันมามองชายหนุ่ม นายไม่พอใจเหรอ เปล่านะ!!! ชั้นคิดว่านายต่างหากที่อาจจะไม่ชอบ ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่ ไมล์รีบตอบ ยูอิจิหันกลับไปมองข้างหน้า นายเคยบอกชั้นเองว่าให้ชั้นลืมอดีต แล้วก้าวไปข้างหน้า ชั้นก็กำลังทำอยู่นี่ไง ตอนนี้กลับเป็นนายต่างหากที่ยังกังวลกับอดีตของชั้น เขาพูด น้ำเสียงไม่อาจปิดปังความเสียใจได้ คนอย่างชั้นคงเป็นได้แค่เพื่อนนายเท่านั้นใช่มั้ย ยูอิจิเร่งฝีเท้าจะเดินหนีไป ไมล์คว้าแขนชายหนุ่มไว้ในทันที ยูจีน!!! ชั้นไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ ยูอิจิก้มหน้าซ่อนน้ำตาที่กำลังเอ่อขึ้นมา คำว่าเพื่อนเคยเป็นสิ่งที่เขาต้องการจากไมล์มากที่สุด แล้วทำไมตอนนี้คำว่าเพื่อนที่ออกจากปากของไมล์จึงทำให้เขาเจ็บปวดใจขนาดนี้ ยูจีน ชั้นขอโทษ ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายต้องเสียใจ ไมล์พูดอย่างรู้สึกผิดเพราะคิดว่าเขาไปพูดสะกิดแผลเก่าของยูอิจิขึ้นมาอีก ยูอิจิก้มหน้านิ่ง น้ำตาไหลออกมาช้าๆ รู้สึกเกลียดตัวเองที่แปดเปื้อน เกลียดคนที่ทำให้เขาต้องเป็นแบบนี้ เกลียดเสียจนไม่อยากให้ใครมาแตะต้องตัวเขา เขากระชากแขนออกจากมือใหญ่ของไมล์ทันที อย่ามาแตะต้องชั้นเลย เขาบอกด้วยน้ำเสียงขมขื่น ไมล์ตกใจกับท่าทีของยูอิจิ เขาคว้าข้อมือทั้งสองข้างของชายหนุ่มเอาไว้แน่น ไม่ยอมให้หนีไป ปล่อยชั้นนะไมล์ ปล่อย ไม่ปล่อย ไมล์ขัดขึ้นเสียงดุดัน พูดกับชั้นสิยูจีน ไหนนายบอกว่าเราเป็นเพื่อนกันไง ไม่!!! ยูอิจิร้องราวกับเจ็บปวด ดิ้นรนให้ตัวเองหลุดจากมือของไมล์ แต่ชายหนุ่มก็จับเขาไว้แน่น ไมล์ไม่อยากทำให้ชายหนุ่มต้องเจ็บตัวจากแรงของเขา จึงดึงชายหนุ่มเข้ามากอดไว้แทน ยูอิจิยิ่งดิ้นรนหนักขึ้น แต่ยิ่งดิ้นไมล์ก็ยิ่งกอดเขาแน่นเข้า ความอบอุ่นจากอ้อมกอดของไมล์ทำให้ยูอิจิรู้สึกราวกับถูกปลอบประโลม น้ำตาของเขาไหลออกมาเปียกเสื้อของไมล์เป็นวงใหญ่แต่ไมล์ก็กอดเขาเอาไว้ไม่ยอมปล่อย ยูอิจิค่อยๆสงบลงช้าๆ น้ำตาไหลเงียบๆไม่มีแม้แต่เสียงสะอื้น แต่ไมล์รู้สึกราวกับใจของเขาโดนมีดกรีด สองมือของเขาลูบหลังลูบหัวของร่างบอบบางในอ้อมแขนอย่างปลอบโยน ปากก็พร่ำพูดแต่คำว่าขอโทษ ยูอิจิเงยหน้านองน้ำตาขึ้น เมื่อวานนายบอกชั้นว่า วันหนึ่งชั้นจะได้พบคนดีๆ อย่างที่น้องชั้นพบ เขาหยุดจ้องตาไมล์อย่างแน่วแน่ ตอนนี้ชั้นพบแล้ว คนที่ดีที่สุดคนนั้น ไมล์รับรู้ว่ายูอิจิกำลังพูดถึงตัวเขาเอง ตอนที่ชั้นพูด ชั้นไม่ได้หมายถึงตัวเองเลยแม้แต่น้อยนะยูจีน ชั้นรู้ นายให้ชั้นเป็นได้แค่เพื่อนเท่านั้น น้ำตาที่หยุดไหลไปแล้วไหลลงมาอาบแก้มอีกครั้ง เพราะชั้นสกปรก แปดเปื้อน ไม่มีค่าเลย ไม่จริง!!! ชั้นไม่เคยคิดแบบนั้นนะยูจีน ไมล์พูดอย่างตกใจ นายพูดได้มั้ยล่ะว่านายไม่สนใจอดีตของชั้น ไม่สนใจว่าชั้นเคยโดนสามคนนั่นข่มขืน ไม่ อื้อ ไมล์ก้มลงยุติคำพูดของชายหนุ่มด้วยริมฝีปากอย่างแผ่วเบา เพียงเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเอ่ยสิ่งใดที่เป็นการทำร้ายตัวเองอีก แต่สัมผัสอ่อนนุ่มของริมฝีปากบางทำให้ความตั้งใจของเขาแตกเป็นเสี่ยงๆ ไมล์สัมผัสกลีบปากนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างอ่อนโยน ร่างแข็งทื่อด้วยความตกใจของยูอิจิค่อยๆโอนอ่อนรับสัมผัสของเขา ไมล์ผละออกช้าๆ ประคองใบหน้าของชายหนุ่มให้สบตากับเขา สำหรับชั้น นายไม่เคยสกปรก ไม่เคยแปดเปื้อน นายมีค่ากับชั้นมากที่สุดรู้มั้ยยูจีน ยูอิจิเห็นแววตาจริงใจของไมล์ สัมผัสอ่อนโยนของไมล์และคำพูดของเขา แววตาของไมล์นำพาความอบอุ่นไหลเข้าท่วมท้นหัวใจเขา ยิ่งทำให้เขารู้สึกรักไมล์ ใช่นี่แหละความรักที่เขาตามหาแสนนาน ความรักของไมล์ ชั้น ขอโทษ ยูอิจิเอ่ยเบาๆอย่างรู้สึกผิด ไมล์ส่ายหน้า ต่อไปนี้อย่าพูดแบบนี้อีกนะ จำไว้ว่าชั้นให้ความสำคัญกับนายมาก ชั้นไม่อยากให้นายเห็นว่าชั้นเหมือนกับเจ้าพวกนั้น ไม่มีทางเหมือนเด็ดขาด ยูอิจิรีบขัดเสียงแข็ง ไมล์ยิ้ม ชั้นอยากให้นายค่อยๆปรับตัว ให้นายค่อยๆเคยชินกับการมีชั้นอยู่ข้างนาย นี่ชั้นใจเย็นมากเกินไปเหรอเนี่ย เขาเอ่ยอย่างล้อเลียน ยูอิจิหัวเราะทั้งน้ำตา ขอโทษที่ชั้นใจร้อนกว่านายนะ ไมล์ปาดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน ชั้นอยากบอกนายว่าไม่ว่าไม่ว่าความสัมพันธ์ระหว่างเราจะเปลี่ยนไปยังไง ความเป็นเพื่อนของเราจะยังคงอยู่เสมอ เพราะงั้นนายเลิกกังวลกับคำๆนี้ได้แล้วนะ ตกลงมั้ย ยูอิจิพยักหน้า ยิ้มให้ไมล์อย่างสดใส ไมล์ยิ้มจูบที่หน้าผากของชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน ไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวคนอื่นจะรอนาน เขาบอก จูงมือยูอิจิเดินเข้าบ้านพัก ส่งยูอิจิเข้าห้องของเขา ตัวเขาเองก็กลับเข้าห้องพักอย่างสบายใจเพื่ออาบน้ำเตรียมตัวไปปาร์ตี้บาร์บีคิวตอนค่ำเช่นกัน ################################################# Chapter 12 หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ ทุกๆคนก็เริ่มมารวมตัวกันที่ระเบียง เสียงคุยและเสียงเพลงที่เปิดคลอเบาๆดังขึ้นทั่วบริเวณ ตอนที่ไมล์กับยูอิจิเดินมาถึง ทุกคนก็มาพร้อมกันหมดแล้วแม้แต่อเล็กซ์และฟิลล์ ขาดก็แต่มาร์คกับริคโค่เท่านั้น ไมล์เดินมารวมกลุ่มกับเชน เรียว อเล็กซ์และฟิลล์ที่ยืนคุยกันอยู่ ส่วนยูอิจิเดินไปหานาธานกับเร็นที่ยืนอยู่หน้าเตาบาร์บีคิว เร็นเงยหน้ามองญาติผู้พี่ ยูจัง...มีอะไรรึเปล่าทำไมตาแดงๆ ล่ะ เขาถามอย่างสงสัย ยูอิจิสบตาน้องชายก่อนจะบอกตรงๆ มีเรื่องไม่เข้าใจกับไมล์นิดหน่อย แต่เคลียร์กันแล้วล่ะ ไมล์น่ะเหรอ!!! แปลกจัง นาธานเอ่ย ทำท่าครุ่นคิด ไม่มีอะไรหรอก ชั้นแค่คิดมากไปเองน่ะ ยูอิจิรีบยิ้มเป็นการยืนยัน ต้องเรื่องที่เชนล้อยูจังกับไมล์เมื่อเย็นแน่เลย...ใช่มั้ย เร็นถามพลางมองไปที่เชน ไม่เอานะเร็น อย่าไปโกรธเชนเลย ถ้าไม่เพราะเชน ชั้นกับไมล์ก็คงไม่เข้าใจกันแบบนี้หรอก ฮ๊า!!! งั้นยูจังกับไมล์ก็... เร็นยิ้มกริ่ม ทำหน้าทะเล้น เข้าใจกันดีแล้ว ยูอิจิต่อประโยคของน้องชาย หน้าแดงนิดๆ ยกมือขึ้นบีบจมูกเร็นเบาๆ ห้ามคิดลึก เร็นกับนาธานหัวเราะที่เห็นยูอิจิเขินจนแก้มเป็นสีชมพู ดีจังนะยูจัง...เอ่อชั้นก็ติดที่เรียวเรียกเหมือนกัน ขอเรียกเลยนะ นาธานบอกยิ้มๆ ได้อยู่แล้ว ยูอิจิยิ้มตอบ แล้วทั้งสามคนก็ช่วยกันปิ้งบาร์บีคิวกันไป คุยกันไปอย่างสนุกสนาน ซึ่งความจริงแล้วก็คือ การนินทาคนรักของพวกเขานั่นแหละ พ่อกับคุณริคหายไปไหนกันนะเนี่ย เชนบ่นขึ้นมาหลังจากยืนคุยกันได้ซักพัก ผมเห็นเดินลงไปข้างล่างนะครับ ฟิลล์บอก แอบไปสวีตกันแน่ๆเลยล่ะ สงสัยจะอิจฉาพวกเรา เรียวพูดยิ้มๆ ไมล์...ขอบใจสำหรับ ของเล่น ของนายด้วยนะ ใช้การได้ดีมากเลย อเล็กซ์เอ่ยชม จริงเหรอครับ อยู่ในภูเขาก็ไม่มีปัญหาเหรอครับ ไมล์ถาม อาจเป็นเพราะมีเสาสัญญาณก็ได้นะ เอาไว้ชั้นจะลองเอาไปใช้ในห้องใต้ดินดู ขอบคุณครับคุณอเล็กซ์...แต่ผมว่าสัญญาณคงบอดเพราะมันเป็นคลื่นวิทยุ ไมล์ทำท่าครุ่นคิด ก็ลองดูก่อนแล้วกัน อเล็กซ์บอกพลางตบไหล่ไมล์ อาหารมาแล้วจ้า เสียงหวานๆของเร็นร้องมา ทำเอาห้าหนุ่มอดอมยิ้มในความน่ารักของเร็นไม่ได้ เร็น นาธานกับยูอิจิช่วยกันถือจานใส่บาร์บีคิวจานใหญ่มาวางไว้ที่โต๊ะ คุณพ่อกันคุณริคล่ะ นาธานถาม ลงไปข้างล่าง ยังไม่ขึ้นมาเลย เชนตอบ เอางี้...ไมล์...นายเอากีต้าร์มาเล่น ระหว่างที่รอก็แล้วกัน ไมล์พยักหน้าแล้วเดินไปหยิบกีต้าร์ในบ้านมา เชนเดินไปปิดเครื่องเสียง เอ้าขอเพลงกันได้เลยครับท่านทั้งหลาย เชนหยิบช้อนมาทำเป็นไมค์ แล้วโค้งราวกับว่าตัวเองเป็นพิธีกร ทุกคนหาที่นั่งแล้วปรบมือกันอย่างพร้อมเพรียง ไมล์มองสบตากับยูอิจิแล้วเริ่มบรรเลงเพลงที่เขาคิดไว้ เสียงผิวปากแซวดังมาจากปากเชนทันทีที่ท่อนแรกของเพลง More Than Words ดังขึ้น ทุกคนช่วยกันร้องคลออย่างสนุกสนาน เพื่อรอมาร์คและริคโค่ที่ไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหน (นั่นสิ...แล้วเขาหายไปไหนกันล่ะ) ก่อนหน้าที่ทุกคนจะมารวมตัวกัน มาร์คกลับเข้าห้องพักไปล้างหน้าล้างตาเรียบร้อย เขาก็เดินมาที่หน้าประตูห้องของริคโค่ ลังเลเล็กน้อยแล้วเคาะประตู สักครู่หนึ่งริคโค่ก็เดินมาเปิดประตู เขาแปลกใจนิดๆที่เห็นว่าเป็นมาร์ค มีอะไรหรือครับ ออกไปเดินเล่นข้างนอกกับผมได้มั้ย มาร์คถาม ริคโค่พยักหน้า ออกจากห้องแล้วปิดประตูเดินเคียงคู่กันไปกับชายหนุ่ม ริคโค่สงสัยว่าอะไรทำให้มาร์คดูเคร่งขรึมขึ้นมาอีก มาร์คพาเขาเดินออกมาภายนอก สวนกับอเล็กซ์และฟิลล์ที่กำลังจะขึ้นบันไดมาพอดี มาร์คพยักหน้าให้ทั้งสองคนแล้วจูงมือริคโค่เดินไปยังสวนหย่อมด้านล่าง เป็นอะไรไปครับ ไม่สบายหรือเปล่า ริคโค่จับมือมาร์คมากุมไว้ด้วยความเป็นห่วง เปล่าหรอก มาร์คยิ้ม ผมแค่คิดอะไรนิดหน่อย เรื่องอะไรหรือครับ ผมถามได้มั้ย ก็เรื่องเชนกับเร็น แล้วก็เรื่องของเรา มาร์คพาริคโค่มานั่งลงที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ ผมคิดว่าเชนคงไม่อยากอยู่ห่างจากเร็นอีกแล้ว แต่ถ้าจะให้เร็นมาอยู่ที่นี่ เชนก็คงไม่สบายใจที่เร็นต้องอยู่ห่างจากครอบครัว คุณรู้จักลูกชายของคุณดีกว่าใคร แล้วคุณคิดว่าเชนจะทำยังไงครับ ริคโค่ถามยิ้มๆ แม้ว่าตั้งแต่เจ็ดขวบ เขากับผมจะไม่ค่อยสนิทกันอย่างที่ควรจะเป็น แต่เขาเหมือนผมมากจนน่าตกใจทั้งวิธีคิดและการกระทำ อันนี้เจอโรมบอกผมเอง เชนคงยอมไปอยู่ที่อังกฤษเพื่อที่เร็นจะได้อยู่กับครอบครัว มาร์คพูดด้วยน้ำเสียงเหงาๆไม่รู้ตัว จนริคโค่สะท้อนใจ ยกมือชายหนุ่มมาแนบแก้มตัวเอง มาร์คมองการกระทำของริคโค่แล้วยิ้มกว้าง ดึงชายหนุ่มมากอดไว้แนบอก นานมากแล้วที่ผมอยากจะโอบกอดลูกด้วยแขนคู่นี้ อยากใกล้ชิดเฝ้าดูพวกเขาเติบโตขึ้นเป็นผู้ใหญ่ด้วยตัวผมเอง อยากบอกว่าผมรักพวกเขามากแค่ไหน แต่ผมก็ทำไม่ได้ มาร์คพูดด้วยเสียงพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ ทำไมล่ะครับ ริคโค่ถามเสียงอ่อนโยน อยากให้มาร์คเล่าให้เขาฟังอีกเพราะเขาอยากรู้ ทุกๆอย่างที่เกี่ยวกับชายที่เขารักมากที่สุดคนนี้ มาร์คลูบผมนุ่มๆของริคโค่ไปมาแล้วพูดต่อ ก็เพื่อพวกเขาทั้งคู่ สำหรับเชนก็เพื่อปกป้องเขาจากแม่ของเขาเอง เพราะอาการป่วยของเธอทำให้เธอลงมือทำร้ายเชน ตอนนั้นผมแทบคลั่ง อยากเจ็บแทนลูกเหลือเกินแต่ผมก็ช่วยอะไรเชนไม่ได้เลย โชคดีที่เชนแค่กระโหลกร้าวไม่เป็นอะไรมากกว่านั้น ตั้งแต่นั้นผมก็ฆ่าความรู้สึกของตัวเอง ฝากเชนให้เจอโรมช่วยดูแลและกลายเป็นพ่อที่เย็นชาในสายตาของเขา ส่วนนาธานกับแม่ของเขาผมก็ไม่อยากเสี่ยงอีก พอภรรยาผมขู่ว่าจะฆ่าทั้งสองคน ผมก็บังคับให้แม่ของนาธานแต่งงานกับคนของผมคนหนึ่ง แล้วให้เขาคอยรายงานความเป็นไปของสองแม่ลูกให้ผมรู้ จนคนของผมตายไป แล้วเธอก็แต่งงานใหม่พาลูกของผมไปอยู่ที่อังกฤษด้วย ผมถึงได้ตามไปเพื่อจะเอาตัวนาธานกลับมา... มาร์คหยุดเล่าเมื่อรู้สึกถึงความเปียกชื้นที่อกเสื้อ ชายหนุ่มเชยคางของริคโค่ขึ้นมา ผมทำสิ่งที่เลวร้ายกว่าที่คุณคิดไว้ใช่มั้ยริค...คุณเริ่มเสียใจที่มารักคนอย่างผมหรือยัง ความเสียใจชัดเจนอยู่ในน้ำเสียงของเขาที่ถามออกมา ริคโค่น้ำตากลบดวงตา กอดมาร์คแน่นขึ้น ซบหน้าลงกับอกของชายหนุ่มอีกครั้ง ผมรักคุณ...มันไม่มีทางเปลี่ยนได้ตลอดชีวิต เขาพูดเสียงเครือ ยกมือขึ้นปาดน้ำตาแล้วเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีมรกต ผมไม่มีวันเสียใจที่รักคุณ ยิ่งมารู้แบบนี้ผมยิ่งรักคุณมากขึ้น มากจนผมไม่รู้จะทำยังไงดีแล้ว เขายกมือขึ้นลูบไล้ใบหน้าด้านข้างของมาร์คอย่างอ่อนโยน ระบายมันออกมาเถอะครับ ผมอยากช่วยบรรเทาความเจ็บปวดให้คุณ อยากสัมผัสให้ถึงจิตวิญญาณของคุณ ให้ผมได้โอบกอดคุณไว้จนกว่าความเจ็บปวดเหล่านั้นไม่สามารถทำร้ายคุณได้อีก ริคโค่พูดออกไปทั้งหมดจากความรู้สึกแท้ๆในใจของเขา สัมผัสแรกของน้ำอุ่นๆ ที่ปลายนิ้วของริคโค่ ทำให้ชายหนุ่มตกใจอย่างคาดไม่ถึง ดวงตาสีเขียวที่สบกับดวงตาสีทองของเขาแวววาวไปด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน ไม่มีครั้งไหนเลยในชีวิตที่ริคโค่จะรู้สึกว่ารักคนคนหนึ่งได้มากขนาดนี้ ความรักของเขาสื่อถึงจิตใจของมาร์ค ความรักของเขาสามารถที่ให้ชายที่มีจิตใจเข้มแข็งเด็ดเดี่ยวที่สุดเท่าที่เขาเคยรู้จัก หลั่งน้ำตาแห่งความตื้นตันออกมาได้ ส่วนมาร์คนั้นเล่า ไม่เคยมีใครทำให้เขารู้สึกเป็นที่รักได้มากเท่ากับที่ริคมอบให้ ความรักของริคที่ให้เขา โอบล้อมเขาเอาไว้ที่ใจกลางของความอบอุ่นอ่อนโยน ถ้อยคำอ่อนโยนของริคเปรียบเหมือนการปลดปล่อยเขาจากสิ่งที่เขาไม่เคยให้อภัยแก่ตนเองเลย เขารู้สึกเต็มตื้นในหัวใจจนมันล้นออกมาเป็นน้ำตา น้ำตาที่เขาไม่เคยให้ใครได้เห็น ความเจ็บปวดที่เขาไม่เคยให้ใครได้ร่วมแบ่งเบา ความผิดบาปในใจที่มีแค่ริคเพียงคนเดียวเท่านั้นที่สามารถปัดเป่ามันออกไปจากหัวใจเขาได้ ริคโค่ยืนขึ้นก้าวเข้าไปยืนที่ด้านหน้าของชายหนุ่มและเป็นฝ่ายที่โอบกอดเขาไว้แนบหัวใจของตน มาร์คโอบเอวของริคโค่ไว้แน่น ชายหนุ่มกอดมาร์คนิ่งๆอยู่อย่างนั้นพักใหญ่ มาร์คขยับตัวออกจากอ้อมแขนอันอบอุ่น ริคก้มลงสบตากับชายหนุ่ม แล้วก็ถูกดึงลงมานั่งคร่อมตักของมาร์คอย่างรวดเร็ว มาร์ค!!! เขาร้องอย่างตกใจ รีบโอบแขนรอบคอชายหนุ่มไว้เป็นหลักยึด มาร์คยิ้มอย่างอ่อนโยน ประสานสายตากับริคโค่ ยกนิ้วขึ้นจรดริมฝีปากบาง และลูบไล้ไปตามแนวริมฝีปากล่างอย่างแผ่วเบา ลากเลยไปที่ท้ายทอยแล้วโน้มคอชายหนุ่มลงมาจนกระทั่งสัมผัสถึงความอ่อนนุ่มจากริมฝีปากของชายหนุ่ม หัวใจของริคโค่เต้นรัว แรงดุนดันจากมาร์คทำให้ต้องเผยอริมฝีปากต้อนรับเขาอย่างเต็มใจ ริมฝีปากสองคู่หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว ปลายลิ้นเกี่ยวกระหวัดลิ้มรสความหวานชื่นจากกันและกัน ริคโค่ได้รับรู้รสแห่งความปรารถนาของชายหนุ่ม เขารู้สึกร้อนรุ่มราวกับเป็นไข้ มือหนึ่งแทรกไซร้เข้าไปในกลุ่มผมดกหนา อีกมือเกาะกุมที่หัวไหล่ นิ้วเกร็งจิกลงไปบนกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง มาร์คยังคงควบคุมตัวเองได้ดียิ่ง รับรู้ถึงการตอบสนองเร่าร้อนของร่างบอบบางที่แนบชิด เขาผ่อนแรงค่อยๆผละออกจากกลีบปากนุ่ม ริคโค่หายใจแรง ใบหน้าแดงกล่ำ มาร์คมองแล้วอดที่จะแนบริมฝีปากลงบนริมฝีปากบางอีกครั้งไม่ได้ ริคโค่ลืมตาขึ้นสบตามาร์คด้วยแววตาอ่อนเชื่อม ไม่ยุติธรรมเลย ที่คุณยังดูเหมือนสบายๆ ทั้งที่หัวใจผมเต้นกระหน่ำอย่างนี้ ผมน่ะเหรอ มาร์คเอ่ยเสียงแหบ งั้นฟังนี่ก่อนสิ เขาจับมือริคทาบที่ตำแหน่งหัวใจที่เต้นกระหน่ำของตัวเอง ยังไม่รู้อีกเหรอว่าคุณมีผลกับผมแค่ไหนฮึ ริคโค่ยิ้มหวานเมื่อสัมผัสถึงแรงเต้นรัวที่ฝ่ามือ แล้วไม่เล่าต่อเหรอครับ มาร์คส่ายหน้า เอาไว้เล่าต่อคืนนี้ เขายิ้มเจ้าเล่ห์ ริคโค่หน้าแดงกล่ำขึ้นมาทันทีที่เข้าใจความหมายของชายหนุ่ม มาร์คหัวเราะหึ หึ ริคตวัดสายตามาจ้องตาชายหนุ่ม คุณแกล้งผมอีกแล้ว เขาต่อว่า เปล่า ผมพูดจริง คืนนี้นะริค มาร์คพูดเสียงนุ่ม เอ่อ คือ ผมไม่บังคับใจคุณ ในสิ่งที่คุณไม่ต้องการหรอกน่า มาร์คพูดราวกับอ่านใจเขาออก ผมรู้ครับ ที่ผมจะถามน่ะ คือ จะให้ไปห้องคุณหรือว่าห้องผมล่ะ ริคโค่ถามแล้วก็หน้าแดงขึ้นไปอีก มาร์คหัวเราะออกมาอย่างเต็มที่ นี่เขาตามริคไม่ทันเหรอเนี่ย ให้ตายเถอะ!! ห้องผม เขาตอบ จูบริคเร็วๆทีหนึ่ง ผมว่าเรากลับไปสมทบกับพวกนั้นได้แล้วล่ะ ก่อนที่ลูกๆผมจะยกพลออกมาตามหาพวกเรา เพราะคิดว่าคุณจะถูกผมทำมิดีมิร้าย เขาบอกยิ้มๆ ก็เกือบไปล่ะ ริคโค่พึมพำกับตัวเอง แต่อยู่ใกล้แค่นี้มีเหรอมาร์คจะไม่ได้ยิน แบบนี้มันน่าจะทำจริงๆซะเลยดีมั้ยเนี่ย มาร์คช่วยริคโค่ให้ลงยืนบนพื้น ก่อนจะจับมือของเขามาคล้องกับแขนของตัวเอง แล้วพาริคโค่เดินกลับไปที่งานปาร์ตี้ที่ป่านนี้ทุกคนคงสงสัยกันแย่แล้ว ว่าพวกเขาสองคนหายไปไหนกัน... พวกลูกๆของเขากำลังร้องเพลงกันอย่างสนุกสนาน แม้แต่อเล็กซ์และฟิลล์ก็พลอยเป็นไปด้วย มาร์คกับริคโค่หยุดมองอยู่ตรงบันไดครู่ใหญ่ จนไมล์เงยหน้ามาเห็นเข้า เขาจึงพยักหน้าให้ทั้งกลุ่มหันไป มาร์คจึงจูงมือริคเดินเข้ามารวมกลุ่ม ทุกๆคนเลยพากันแซวพวกเขายกใหญ่ ริคหน้าแดงแล้วแดงอีก จนมาร์คต้องแกล้งทำหน้าดุๆใส่ทุกๆคน ถึงได้เลิกแซว ทานกันเถอะฮะ เดี๋ยวจะเย็นหมด เร็นรีบบอก ดึงเชนให้นั่งลงข้างๆ ทุกคนลงมือกินบาร์บีคิวกันไปคุยกันไปอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งอิ่มกันถ้วนหน้า ไมล์เอากีต้าร์มาเล่นอีกครั้ง คราวนี้ทั้งพวกของเชนและมาร์คต่างก็ร่วมวงร้องเพลงกันเป็นที่สนุกสนาน จนปาเข้าไปสี่ทุ่มนั่นแหละ คอนเสิร์ตย่อยๆถึงได้เลิกราแล้วต่างคนต่างก็แยกย้ายกันกลับเข้าบ้านพัก... เรียวเดินมาที่บ้านพักอีกหลังเพราะญาติผู้พี่ของเขาบอกก่อนจะแยกย้ายเข้าบ้านพักว่าให้มาหา เขาเดินเข้าบ้านมาก็พบไมล์กับเชนนั่งคุยกันอยู่ ไงเรียว มาหายูจังเหรอ เชนถามขึ้นเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามา ใช่ ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร เรียวทำหน้างงๆ เร็นเข้าไปรออยู่แล้วล่ะ ห้องนั้น ไมล์บอกชี้ไปที่ห้องทางซ้ายมือ อย่าคุยกันนานนะ เชนเตือนยิ้มๆ เรียวหรี่ตามองอย่างล้อเลียน แล้วเดินไปเคาะประตูห้องแล้วเปิดเข้าไป เห็นเร็นกำลังนอนหนุนตักของยูอิจิอยู่บนเตียง พี่ชายเขาเงยหน้าขึ้นยิ้มให้ พยักหน้าให้เขานั่งลงบนเตียง อ้อนอะไรยูจังอีกล่ะ เจ้าตัวยุ่ง เรียวนั่งลง ตีขาเร็นเบาๆ เร็นพลิกศีรษะมาแลบลิ้นใส่พี่ชาย อิจฉาล่ะซี่ เน๊อะยูจัง ยูอิจิลูบผมยาวๆของเร็นด้วยความเอ็นดู เอาล่ะ ทั้งสองคน ชั้นอยากให้พวกนายตั้งใจฟังเรื่องที่ชั้นจะบอกพวกนายต่อไปนี้นะ ยูอิจิพูดด้วยน้ำเสียงมั่งคงเด็ดเดี่ยว เร็นลุกขึ้นนั่งขัดสมาธิตรงหน้ายูอิจิ เรียวก็ขยับเข้ามาใกล้ๆ ยูอิจิสบตาน้องทั้งสองตรงๆ มันไม่ใช่เรื่องที่น่าฟังเท่าไหร่หรอกนะ เขายิ้มฝืนๆ เรื่องนี้มันเกิดขึ้นเมื่อสองปีก่อน สายตาของเขาพลันว่างเปล่าเมื่อนึกถึงความหลังที่เจ็บปวด ตอนนั้นชั้นเรียนอยู่ปีสุดท้าย ชั้นเกิดไปชอบคนคนหนึ่งเข้า เขาชื่อไบรอัน หน้าตาดี นิสัยดีและป๊อบปูล่ามาก เป็นควอเตอร์แบล็คของทีมฟุตบอลของมหาวิทยาลัย ชั้นแอบชอบเขาอยู่เงียบๆ จนวันหนึ่งเขาก็เข้ามาตีสนิทกับชั้น ความรู้สึกของชั้นมันเหมือนกับฝันไป เหมือนเขาจะรู้ว่าชั้นชอบเขา ซึ่งชั้นก็ไม่เคยเอะใจเลยซักนิดว่าทำไม ทั้งที่ก่อนหน้านั้นเขาไม่เคยรู้จักชั้นมาก่อน ในกลุ่มของเขามีเพื่อนของเขาสองคนที่ชั้นไม่ชอบคือบิลกับเจอรี่ เพราะพวกนั้นชอบมองชั้นแปลกๆ ชั้นไม่เคยรู้เลยว่ามันเป็นแผนของพวกเขาสามคน วันที่ชั้นได้ล่วงรู้ความเลวของพวกเขามันก็สายไปแล้ว เสียงของเขาเริ่มเครือจากการสะกดกลั้นน้ำตาที่กำลังคลอหน่วย เรียวเอื้อมมือมาจับมือของพี่ชาย บีบแน่นอย่างให้กำลังใจ เร็นมีสีหน้าตกตะลึงแต่ก็รีบกุมมือของพี่ชายไว้เช่นกัน ยูอิจิสบตาของน้องชายทั้งสองคน ก่อนจะเล่าต่อ คืนนั้นชั้นกับพวกของเขากลุ่มใหญ่ไปเที่ยวผับกัน ชั้นยอมรับว่าชั้นเมานิดๆ เลยไม่ทันสังเกตว่าเพื่อนๆของเขาค่อยๆหายไปทีละคนจนกระทั่งเหลือแค่ชั้นและพวกเขาสามคน ไบรอันพาชั้นที่กำลังมึนกลับบ้านและเพื่อนสองคนของเขาก็ตามมาด้วย ชั้นไม่ได้ดูทางเลยจนไบรอันเลี้ยวรถเข้าไปที่อู่ซ่อมรถที่ไม่คน ชั้นตกใจมากแต่จะหนีก็หนีไม่ได้แล้ว รับรู้ในทันทีว่าทั้งหมดที่เขาทำคือสิ่งที่หลอกลวง ชั้นเจ็บปวดที่สุดในชีวิต พยายามขอร้องไม่ให้เขาทำแต่เขาก็เอาแต่หลบตาชั้น บิลกับเจอรี่ลากชั้นลงมาจากรถ ชั้นทั้งดิ้นทั้งต่อสู้จนสุดชีวิต แต่ชั้นจะสู้อะไรกับนักกีฬาพวกนั้นได้ ไบรอันเดินตามมาเงียบๆเหมือนไม่อยากทำแต่ก็ไม่ขัดขวางเพื่อนทั้งสองของเขา พวกเขาจับชั้นกดลงกับพื้น แล้วพวกเขาก็... พอแล้วยูจัง... เร็นน้ำตาไหลพราก โผเข้ากอดพี่ชายแน่น ยูอิจิก็น้ำตาไหลเช่นกัน แต่ก็ยังลูบหลังน้องชายอย่างปลอบโยน แววตาเรียวแข็งกร้าวด้วยโทสะ ขบกรามแน่นจนเป็นสัน ไม่น่าแปลกใจเลยว่าทำไมพี่ชายของเขาถึงได้ต่อต้านพวกเขาในตอนแรก ยูอิจิปาดน้ำตาที่ไหลแล้วสูดจมูก หลังจากนั้น พวกเขาก็ขับรถพาชั้นมาส่งในเมือง ชั้นเดินไปเรื่อยๆด้วยสภาพจิตใจและร่างกายที่บอบช้ำแสนสาหัส จนหมดแรงนั่งลงหน้าตึกๆหนึ่ง ชั้นไม่ทันสังเกตว่ามันเป็นคลีนิคเล็กๆที่เปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง จนกระทั่งคุณหมอของคลีนิคออกมาเจอชั้นเข้า ก็เลยลากชั้นเข้าไปตรวจและรักษา คุณหมอใจดีมากท่านไม่ถามอะไรสักคำจนชั้นเล่าให้ฟัง ท่านให้คำปรึกษาและแนะนำกับชั้น ชั้นถึงผ่านมันมาได้ จากนั้นชั้นก็ด็อปเรียนเพราะทนเห็นหน้าคนพวกนั้นไม่ได้ ถึงฟื้นฟูสภาพจิตใจของตัวเองขึ้นมาได้ ชั้นก็กลายเป็นคนที่ไม่ไว้ใจใคร มองโลกในแง่ร้าย เพื่อนๆก็ค่อยๆถอยห่างจากชั้นไปทีละคน ชั้นปิดกั้นตัวเองไม่ยอมให้ใครเข้ามาใกล้ชิดอีกเลย พอพวกนั้นจบไปชั้นก็กลับไปเรียนจนจบ ชีวิตของชั้นก็เงียบเหงามาตลอดจนพวกนายมาเนี่ยแหละ เขาจบคำบอกเล่าด้วยรอยยิ้ม คุณลุงรู้เรื่องนี้รึเปล่า เรียวถามเสียงเรียบ ไม่รู้หรอก...ไม่มีใครรู้นอกจากชั้น...และพวกเขา ทำไมยูจังไม่แจ้งตำรวจล่ะ เร็นเงยหน้าขึ้นถามเสียงเครือ พวกเขาสามคนน่ะ คนหนึ่งเป็นลูกนักการเมือง อีกคนเป็นลูกชายคนเดียวของผู้กำกับการตำรวจ ยูอิจิเช็ดน้ำตาให้เร็น แล้วชั้นจะเอาอะไรไปสู้กับเขาได้ล่ะ พวกนั้นมันเลวจริงๆ เรียวเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน แล้วหลังจากนั้นล่ะ จากนั้นชั้นก็ไม่ค่อยได้ไปไหนนอกจากมหาวิทยาลัย ก็เลยไม่เจอพวกนั้นอีกเลย ยกเว้นเมื่อสองวันก่อน เขาเสริมในใจ ที่ชั้นเล่าเรื่องนี้ให้นายสองคนฟัง ก็เพื่ออยากให้พวกนายรู้ว่าความรักมันไม่ได้มีแต่ด้านที่สวยงามแต่เพียงด้านเดียว มันก็มีด้านที่เจ็บปวดด้วย ชั้นอยากให้เรื่องของชั้นเป็นสิ่งเตือนใจของพวกนาย แล้วยูจังไม่เป็นไรแล้วใช่มั้ย เร็นถามอย่างห่วงใย ยูอิจิยิ้ม ใช่ ชั้นไม่เป็นไรแล้ว เพียงแต่ชั้นไม่เคยรู้เลยว่าชั้นเหงามากแค่ไหน จนพวกนายมาเนี่ยแหละ เขาถอนใจนิดๆ ความเหงาเป็นเพื่อนแท้ของชั้นมานานแล้ว แต่พวกนายก็ขจัดมันให้หมดไป รู้มั้ย เขายกมือขึ้นลูบศีรษะของน้องชายทั้งสองคน ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ชั้นถามเรื่องไมล์ได้ป่ะ เร็นถาม ตาเป็นประกาย ยูอิจิทำหน้าไม่ถูกที่อยู่ดีๆ เร็นก็ถามขึ้นมา แก้มเป็นสีระเรื่อขึ้นมาทันที ก็ ไม่มีอะไรนี่ เราก็เป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน จริงน่ะ แต่ชั้นว่าไมล์เขาออกจะเป็นห่วงเป็นใยยูจังมากเกินเพื่อนนา เร็นเอ่ยทำหน้าล้อเลียน ชั้นก็ว่างั้นเหมือนกัน เรียวเลิกคิ้ว บอกมาซะดีๆนะยูจัง อะไรกันเล่า พวกนายนี่ ยูอิจิก้มหน้าหลบตาน้องชายทั้งสองด้วยความเขิน ก็ได้ บอกก็บอก เขาค้อนทั้งสองคนวงใหญ่ เพราะท่าทางของทั้งคู่จะไม่ยอมให้เขาบ่ายเบี่ยงแน่ ไม่รู้สิ ชั้นเองก็ไม่เคยรู้สึกกับใครแบบที่รู้สึกกับไมล์มาก่อนแม้แต่กับไบรอัน นี่อาจจะเป็นสิ่งที่ชั้นตามหามาตลอดก็ได้ คำตอบของความรักที่นาธานเคยถามชั้น ชั้นก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไประหว่างชั้นกับไมล์ แต่มิตรภาพที่เขามอบให้ชั้นเป็นสิ่งที่มีค่ามาก และชั้นก็อยากจะรักษามันเอาไว้ตลอดไป ดีจังนะยูจัง ไมล์เป็นคนดีนะเขาไม่เป็นอย่างคนคนนั้นแน่ๆ เร็นเอ่ยอย่างมั่นใจ จริงด้วย ชั้นดีใจด้วยนะยูจัง เรียวสนับสนุนคำพูดของเร็น ขอบใจนะ เห็นทีชั้นต้องเรียกความมั่นใจกลับคืนมามากๆหน่อยแล้ว แต่ยังไงชั้นก็เชื่อว่าไมล์หวังดีกับชั้นและจะไม่ทำให้ชั้นเสียใจแน่ๆ ยูอิจิพูดอย่างเชื่อมั่นในตัวไมล์เช่นกัน เอาล่ะ ชั้นรบกวนพวกนายเท่านี้แหละ ไปนอนกันได้แล้ว ก่อนที่คนดีของพวกนายจะแห่กันมาทุบประตูห้องชั้น เขาพูดพลางยิ้มกวนๆให้น้องชายทั้งสองคน สองพี่น้องหัวเราะพลางพยักหน้าหงึกๆอย่างเห็นด้วย ลุกขึ้นจากเตียงแล้วเดินไปที่ประตู ราตรีสวัสดิ์นะยูจัง สองพี่น้องหันมายิ้มให้ก่อนจะออกไป ราตรีสวัสดิ์ ยูอิจิบอกตามหลังก่อนที่ประตูจะปิดลง ล้มตัวลงนอนแล้วถอนหายใจอย่างสบายใจที่ได้เล่าเรื่องราวอันขมขื่นของเขาให้น้องทั้งสองคนฟัง มันง่ายกว่าที่เขาคิดไว้เยอะ และเขาก็ไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดมากเท่ากับในอดีต เขารู้สึกเหมือนกับว่าตัวเขาในอดีตได้หายไปแล้ว ยูอิจิคนใหม่ คนที่มองโลกในมุมที่กว้างขึ้น ด้วยหัวใจที่เปิดกว้างมากขึ้นคือเขาในตอนนี้ ทิ้งเรื่องราวที่เจ็บปวดไว้ข้างหลัง ต่อไปนี้เขาจะมองแต่ปัจจุบันและอนาคตเท่านั้น อดีตเขาจะเก็บมันไว้เป็นบทเรียนที่จะผลักดันให้เขายืนขึ้นใหม่ได้อย่างเข้มแข็ง เสียงเคาะประตูห้องดึงเขาให้หลุดจากภวังค์ความคิด ยูอิจิยิ้ม เขาเดาได้เลยทีเดียวว่าใครจะยืนอยู่หน้าประตู จึงรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูทันที ไง เอ่อ ชั้นเข้าไปได้เปล่า ไมล์ถามอย่างเกรงใจ ได้สิ ยูอิจิเปิดประตูออกกว้างให้ไมล์ก้าวเข้ามา กะแล้วว่านายต้องมา เขาพูดยิ้มๆ ไมล์เดินไปนั่งที่ปลายเตียง นายก็รู้นี่ว่าชั้นเป็นห่วง แต่ดูเหมือนจะเสียเวลาเปล่าแฮะ เขายิ้มกว้าง หน้าตาสดใสขนาดนี้ คงไม่มีอะไรให้ชั้นห่วงแล้วมั้ง ยูอิจิเดินมานั่งข้างๆ เขายิ้มอย่างสดใส ได้เล่าแล้วชั้นเองก็สบายใจ ชั้นกลัวไปเองแท้ๆ สองคนนั่นเป็นผู้ใหญ่กว่าที่ชั้นคิดไว้เยอะ ชั้นก็หวังว่าเรื่องของชั้นคงจะเป็นข้อคิดให้ชีวิตของพวกเขาได้นะ ไมล์จับมือยูอิจิมากุมไว้ ชั้นอยากรักษารอยยิ้มแบบนี้ของนายเอาไว้ตลอดไปเลย รู้มั้ย พูดเหมือนนายจะอยู่กับชั้นตลอดไปงั้นแหละ ยูอิจิหัวเราะ ก็ถ้าเป็นไปได้ ไมล์สบตายูอิจิอย่างจริงจัง หรือไม่ก็จนกว่านายจะไม่ต้องการให้ชั้นอยู่ ขอบคุณนะไมล์ ยูอิจิเอ่ยอย่างตื้นตัน มันคงไม่มีวันนั้นหรอก ไมล์ยิ้มไล้ข้อนิ้วกับแก้มนุ่มๆของยูอิจิเบาๆ ก่อนจะเชยคางชายหนุ่มขึ้น ชั้นก็หวังว่าจะเป็นอย่างนั้น เขาแตะริมฝีปากที่หน้าผากของยูอิจิอย่างแผ่วเบาทะนุถนอม หักห้ามใจเอาไว้เพราะถ้าขืนเขาสัมผัสยูอิจิมากกว่านี้ เขาเกรงว่าจะห้ามใจตัวเองไม่อยู่ นายพักผ่อนเถอะนะ ชั้นไม่กวนแล้วล่ะ ยูอิจิแอบลอบยิ้ม เพราะรู้ว่าไมล์ทำเพื่อเขา นี่ยิ่งทำให้เขารู้สึกรักไมล์มากขึ้นไปอีก ไมล์ลุกขึ้นเดินไปที่ประตูห้อง ยูอิจิไม่ยอมปล่อยมือเดินตามมาส่งเขา ไมล์เปิดประตูออก ยูอิจิกระตุกมือของเขาไว้ ไมล์จึงหันมา ยูอิจิ รีบเขย่งขึ้นหอมแก้มไมล์ฟอดใหญ่ ฝันดีนะไมล์ เขาบอกพร้อมกับดันไมล์ให้พ้นประตู ยิ้มเขินๆให้ชายหนุ่มก่อนจะปิดประตูลง ไมล์ยืนมองประตูห้อง ยิ้มกว้างอยู่คนเดียว ยกมือขึ้นลูบแก้มที่โดนโขมยหอมไปมา ก่อนจะหัวเราะอย่างยินดีแล้วเดินกลับห้องของตัวเองไป ฝันดีเหรอ ชั้นฝันดีแน่ๆยูจีน เขาคิดอย่างมีความสุข ย้อนไปนิดตอนที่เรียวกับเร็นออกมาจากห้องของยูอิจิ เรียวเดินมากล่าวราตรีสวัสดิ์กับเชนและไมล์แล้วรีบกลับบ้านพักของตัวเองไปทันที สามคนมองตามยิ้มๆเพราะรู้ว่าเรียวจะรีบไปหานาธาน ไมล์มองไปที่ห้องของยูอิจิอย่างเป็นห่วง เร็นหันมาเห็นเข้าพอดี ไปสิไมล์ เป็นห่วงยูจังใช่ม๊า เร็นแซวยิ้มๆ ไมล์หันมายิ้ม จะดีเหรอ ตอนนี้ยูจีนอาจอยากอยู่คนเดียวก็ได้ ชั้นกลัวว่าตัวเองจะยุ่งกับเขามากเกินไป มันจะกลายเป็นก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขา แหม ยูจีน เร็นพึมพำ เรียกพี่เขาซะน่ารักเชียว แล้วถ้ายูจังเขาอยากให้ยุ่งล่ะ เร็นถามยิ้มเจ้าเล่ห์ ไมล์มองอย่างไม่ค่อยไว้ใจรอยยิ้มของเร็นเท่าไหร่ จริงรึเปล่า เร็นยิ้มกว้างขึ้น นายก็ลองไปถามยูจังเอาเองสิ พูดจบเขาก็หัวเราะ ดีใจที่แกล้งไมล์ได้ เชนรีบเข้ามาห้ามทัพแม้จะรู้ว่าไมล์ไม่โกรธก็เถอะ ไปสิไมล์ ลุยเลยเพื่อน ไมล์หัวเราะ นี่ชั้นไม่ได้ไปออกรบนะเฟ้ย ที่รีบไล่ชั้นเนี่ยก็เพราะอยากอยู่กันสองคนล่ะสิ เขาได้โอกาส รีบแซวกลับ เพื่อนเขาหัวเราะที่ถูกรู้ทัน ส่วนเร็นก็หน้าแดงขึ้นมาทันที ไปก็ได้ คืนนี้พวกนายอย่าเสียงดังก็แล้วกัน ฮ่าๆๆๆ เขาพูดแล้วก็รีบเดินไปที่ห้องยูอิจิทันที ทิ้งให้คนสองคนยืนหน้าแดงอยู่กลางห้อง เจ้าบ้า!! เชนพูดตามหลังเพื่อนไปด้วยความเขิน ไมล์บ้า!!! เร็นว่าบ้างแล้วหันมาทำตาเขียวใส่เชน นี่ไปบอกเขาตอนไหนน่ะ ไม่ได้บอกซักหน่อย หมอนั่นรู้เองต่างหาก เชนรีบแก้ตัว โธ่ เร็นจ๋า หมอนั่นอยู่กับชั้นมาตั้งแต่เด็ก แค่มองปราดเดียวเขาก็รู้หมดแล้วล่ะ เขาทำตาออดอ้อน เร็นทำแก้มป่องมองเชนอย่างไม่ค่อยเชื่อ เชื่อก็เชื่อ ครั้งนี้ยกให้ครั้งนึงแล้วกัน เชนลอบถอนใจเบาๆ แล้วรีบจูงมือเร็นเข้าห้องของตัวเองทันทีไม่เปิดโอกาสให้เร็นได้ท้วง นายจะอาบน้ำก่อนมั้ย เขาถาม เดินไปเปิดตู้หยิบผ้าขนหนูออกมา ไม่ล่ะ เมื่อเย็นชั้นอาบแล้ว เร็นบอกนั่งลงที่เตียง งั้นชั้นขออาบก่อนนะ เชนยิ้มแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป เร็นทิ้งตัวลงนอนหงายบนเตียง เรื่องเมื่อสองคืนก่อนทำให้เขารู้สึกอย่างกับอยู่ในความฝัน ถึงแม้ว่าทั่วๆไปแล้ว สิ่งต่างๆระหว่างเขากับเชนจะดูไม่เปลี่ยนแปลงไป แต่เขากับเชนต่างก็รู้ดีว่าแววตาที่พวกเขาใช้มองกันมันเปลี่ยนไปแล้ว มันลึกซึ้งขึ้น เต็มไปด้วยความรักมากขึ้น เรื่องที่ยูจังเล่าให้เขาฟังทำให้เขารู้จักโลกมากขึ้น เขาสงสารพี่ชายที่ต้องเจอเรื่องเลวร้ายแบบนั้นในขณะที่เขาช่วยอะไรไม่ได้เลย แต่ดูเหมือนว่าพี่ชายของเขาจะดูสบายดี พวกเขาก็คงทำได้เพียงให้กำลังใจแก่ยูจังเท่านั้น คนที่จะช่วยยูจังได้ดีกว่าก็คงเป็นไมล์ล่ะมั้ง ถ้าเป็นไมล์ล่ะก็เขาคงฝากพี่ชายไว้ด้วยได้ เร็นคิดแล้วยิ้มอย่างมีความสุข เสียงผิวปากอย่างสบายใจของเชนลอยมาเข้าหู เร็นยิ้มลุกขึ้นจากเตียงเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบเสื้อคลุมอาบน้ำออกมาแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าออกใส่เสื้อคลุมแทนแล้วเดินเข้าไปในห้องน้ำ เร็นค่อยๆ ย่องไปที่อ่างอาบน้ำที่เชนนอนแช่อยู่ คุกเข่าทางฝั่งที่เชนวางศีรษะพิงขอบอ่าง ก้มลงมองใบหน้าหล่อเหลาที่ดวงตากำลังปิดสนิทของเชน ก่อนจะก้มลงจุมพิตที่หน้าผากของชายหนุ่มเบาๆ เชนยิ้มทั้งที่หลับตา เขารู้ว่าเร็นเดินเข้ามาตั้งแต่ประตูเปิดแล้ว เขาเองก็ฝึกมาเหมือนกับไมล์เหมือนกันนี่ พอเร็นลูบมือนุ่มๆลงบนไหล่เขา เชนก็จับมือชายหนุ่มไว้ มาทำอะไรฮึ เดี๋ยวก็เปียกหมดหรอก นายจะตัดผมรึเปล่า เร็นถามลูบมือไปบนผมยาวๆที่เปียกชื้นของเชนที่ตอนนี้ยาวเลยไหล่ของชายหนุ่มไปแล้ว เชนลืมตาขึ้นสบกับดวงตาสีนิลที่ก้มมองลงมา ถ้านายไม่อยากให้ตัดก็ไม่ตัดหรอก เร็นยิ้มหวาน งั้นเราสองคนก็ไม่ต้องตัด นะ ตกลงจ้ะ เชนบอกเสียงหวาน เร็นหัวเราะคิกคัก จ้องเข้าไปในดวงตาสีมรกตของชายหนุ่ม ค่อยๆ ก้มหน้าลงแตะกลีบปากนุ่มลงบนริมฝีปากได้รูปของชายหนุ่มอย่างอ่อนหวาน เขาสัมผัสริมฝีปากของชายหนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างหยอกเย้า เป็นการยั่วอารมณ์ของเชนให้กระเจิดกระเจิง สัมผัสอ่อนหวานของเร็นทำให้เชนแทบจะทนไม่ได้ ตั้งแต่รู้อะไรอะไรมากขึ้น เร็นก็ชอบแกล้งยั่วเขาอยู่เรื่อย และเขาก็ชอบมากซะด้วยสิเพราะมันเป็นเครื่องยืนยันว่าถึงความรักของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี เขาปล่อยมือที่จับมือของเร็นอยู่มารั้งท้ายทอยของชายหนุ่มให้อยู่เฉยๆแทน เพื่อเขาจะได้เสาะแสวงหาความหวานปานน้ำผึ้งจากอุ้งปากของชายหนุ่มได้อย่างถนัดถนี่ กว่าเขาจะถอนริมฝีปากออก เร็นก็หน้าแดงกล่ำไปหมด เชนปล่อยมือที่รั้งท้ายทอยของชายหนุ่มออก ได้ยินเสียงถอนหายใจหนักๆของเร็น เขาก็ยิ้มกว้าง จะอาบไปถึงเมื่อไหร่เนี่ย เร็นถามปนหอบนิดๆ ลุกไปยืนพิงเคาน์เตอร์หน้ากระจก เชนคว้าผ้าเช็ดตัวมาแล้วลุกขึ้น เอาผ้าพันรอบเอว เหลือบมองเร็นก็เห็นว่ากำลังจ้องเขาเขม็ง เขาอมยิ้ม บีบน้ำออกจากผมยาวๆของตัวเองแล้วเดินมาที่หน้ากระจก เร็นหยิบผ้าขนหนูผืนเล็กมาถือไว้ ชั้นช่วย เขาบอกกับชายหนุ่ม เชนจับเอวเร็นแล้วอุ้มขึ้นมานั่งที่เคาน์เตอร์ ก้มหัวให้ชายหนุ่มช่วยเช็ดผมให้ สองมือของเขาก็โอบเอวชายหนุ่มไว้ เพิ่งสังเกตว่าเร็นเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดคลุมอาบน้ำแล้ว การที่เร็นยกมือขึ้นเช็ดผมให้เขาทำให้สาบเสื้อเปิดออก หน้าอกขาวนวลเนียนเลยปรากฏแก่สายตาของเขา เชนกลืนน้ำลายลงคอเพราะสิ่งที่เห็นนั้นยั่วใจเขาจนยากจะห้ามใจ เขาค่อยๆก้มลงจูบลงไปที่เหนือหน้าอก ดูดจนเป็นรอยแดง ก่อนจะไล้ลิ้นเลียรอยนั้นเบาๆ เร็นสะดุ้ง เชน!! ทำอะไรน่ะ Kiss Mask เชนตอบหน้าตาเฉย เงยหน้าขึ้น ปัดผมยุ่งๆจากการเช็ดของชายหนุ่มให้พ้นใบหน้า ไปเถอะ ไม่ต้องเช็ดแล้ว ไม่เอา หวีผมก่อนสิ หัวนายอย่างกับสิงโตแน่ะ เร็นบอกเขา แก้มแดงปลั่งจากคำพูดของชายหนุ่ม เชนเงยหน้ามองตัวเองในกระจกด้านหลังของเร็นแล้วหัวเราะ จริงของนายแฮะ เร็นหยิบหวีมาหวีผมของชายหนุ่มไปด้านหลัง เสร็จแล้วก็วางหวีไว้ที่เดิม นายดูเหมือนพวกเจ้าพ่อในหนังเลย เขาหัวเราะคิกคัก เชนเหลือบมองกระจก แล้วก้มลงสบตาที่เปล่งประกายวิบวับของเร็น ไม่เห็นเหมือนเลย เขายิ้มเจ้าเล่ห์ เพราะว่าชั้นหล่อกว่าตั้งเยอะ พูดจบก็จับแขนเร็นโอบรอบคอเขา สองมือช้อนใต้สะโพกแล้วยกตัวชายหนุ่มขึ้น เร็นร้องเบาๆ รัดขารอบเอวของชายหนุ่มโดยอัตโนมัติกันตก ชายหนุ่มอุ้มเร็นมาถึงเตียงแล้วนั่งลงที่ขอบเตียง เชยคางเร็นขึ้น ชั้นรักนาย เขาบอกก้มหน้าลงแนบจุมพิตที่รุนแรง เรียกร้อง สองมือกอดรัดเร็นไว้แน่นจนแทบจะเป็นคนเดียวกัน เร็นเผยอริมฝีปากตอบรับจุมพิตของเชนอย่างเต็มใจ สูดลมหายใจเขา รับปลายลิ้นร้อนแรงของเขา ตอบสนองกลับด้วยความเร่าร้อนดุจเดียวกัน รู้สึกถึงสองมือของเขาที่โลมลูบไปทั้วแผ่นหลังลงสู่สะโพกผ่านเนื้อผ้าของเสื้อคลุม ความร้อนที่แผ่จากมือของเชน ปลุกให้เขาร้อนรุ่มไปทั้งกาย เชนกระตุกสายรัดเสื้อคลุมของเร็นออก ดึงชุดออกจากตัวของเร็นโยนทิ้งไป เขายิ้มนิดๆทั้งที่ยังจูบกันอยู่ ที่ได้รับรู้ว่าภายใต้เสื้อคลุม ไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากร่างเปลือยเปล่าของชายหนุ่ม เขาลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกขาวนวลเนียน หยุดขยี้ที่ยอดอกทั้งสองข้าง เรียกเสียงครางอู้อี้จากชายหนุ่ม ลากไล้เลยไปที่ฐานสะโพกด้านหลังกดย้ำเบาๆ ทำให้ร่างบางกระตุกเยือก ร่างกายสั่นระริก ก่อนจะลูบไล้ที่สะโพกทั้งสองข้าง นิ้วหนึ่งแทรกผ่านรอยแยกสะโพกด้านหลังไล้เบาๆที่ปากทางคับแคบ เร็นกระตุกไปทั้งร่าง ต้องผละจุมพิตออก แล้วเงยหน้าครางเสียงหวาน ลมหายใจหอบกระชั้น เชนกดจุมพิตลงมาตามลำคอหงายเงยสู่แผ่นอก ลากปลายลิ้นสู่ยอดอกดูดเลียเบาๆ เรียกเสียงครางไม่ขาดสาย มือข้างที่ว่างอยู่ของเชนค่อยกอบกุมส่วนอ่อนไหวของชายหนุ่ม กระตุกมือช้าๆอย่างยั่วเย้า อือ เชน อา อย่า เร็นร่ำร้อง สองมือเกาะบ่าชายหนุ่มไว้แน่น ร่างทั้งร่างร้อนรุ่ม ราวกับยืนอยู่ท่ามกลางเปลวไฟ อย่าอะไรหือเร็น อย่าทำ หรือว่า อย่าหยุด เชนถามเสียงหวาน เร็นลืมตาปรือปรอยขึ้นจ้องเข้าสู่ดวงตามีไฟปรารถนาสีเขียวลุกไหวอยู่ มือของเชนกำลังปลุกเร้าเขา เร็วขึ้น แรงขึ้น อย่า อย่าหยุด อา เชน แรงกว่านี้สิ เขาเอ่ยเสียงแหบโหยด้วยปรารถนา เชนยิ้มเครียด พลิกตัวเร็นลงนอนหงายบนเตียง จูบไซร้ตั้งแต่ซอกคอหอมๆไล่ต่ำลงสู่หน้าท้อง ที่หดเกร็งรับจุมพิตของเขา เร็นบิดตัวหนีเพราะรู้ว่าชายหนุ่มกำลังจะทำอะไร แต่เขายึดสะโพกของเร็นไว้แน่นหนา เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มเมื่อเห็นว่าร่างบางกำลังดิ้นรนหาการปลดปล่อย ก่อนจะก้มลงครอบครองแก่นกายไหวระริกของชายหนุ่ม เร็นรีบยกมือขึ้นปิดเสียงครางของตัวเอง อีกมือขยุ้มผ้าปูที่นอนเอาไว้แน่น ความรู้สึกนี้มันยิ่งกว่าครั้งแรกที่เชนทำให้เขา ทั้งร้อนรุ่มทั้งเสียวซ่านแทบขาดใจ อุ้งปากร้อนผ่าวของเชนกำลังผลักดันเขา กระตุ้นเขาไปสู่สิ่งที่เขาต้องการ เชนเอื้อมมือมาดึงมือที่เร็นใช้ปิดปากออก หยุดการกระทำชั่วคราว อย่ากลั้นเสียงสิเร็น ชั้นรักเสียงครางของนายรู้มั้ย เดี๋ยว คนอื่น ได้ยิน เร็นพูดเสียงกระท่อนกระแท่น ช่างคนอื่นเป็นไร เชนยิ้มกว้าง เขาจะได้รู้ว่าชั้นกับนายรักกันแค่ไหน มีความสุขแค่ไหนไงล่ะ บ บ้า!!! อื้อ อ๊า อา เร็นร้องเสียงหลง เมื่อเชนก้มลงครอบครองเขาต่อ ร่างทั้งร่างกระตุกเยือก ไม่อาจข่มกลั้นอารมณ์ที่เกิดขึ้นได้อีกต่อไป เชน ชั้นไม่ เชน!!! เร็นเรียกชื่อชายหนุ่มด้วยเสียงครางกระเส่า เชนถอนปากออกเปลี่ยนเป็นใช้มือแทน เร่งทั้งจังหวะและความเร็วจนกระทั่งร่างบางทนไม่ไหว เร็นครางแทบไม่เป็นภาษา ร่างแอ่นโค้ง กระตุกเยือกอยู่หลายครั้งจึงสงบลง หายใจแรงอย่างเหนื่อยหอบ เร็นลืมตาขึ้นเห็นเชนกำลังเลียมือของตัวเองที่เปื้อนสิ่งที่เขาปลดปล่อยออกมา เขาหน้าแดงแปร๊ดรีบลุกขึ้นดึงมือชายหนุ่มไว้ บ้าเหรอ!! เลียได้ไงเล่า เขาว่าเสียงขุ่นปนเขิน เชนหัวเราะ ไม่เห็นเป็นไรเลย ทีคราวก่อนชั้นยัง เขาพูดไม่จบเพราะเร็นเอามือมาปิดปากเขาไว้ก่อน พร้อมกับค้อนวงใหญ่ เขาจับมือเร็นออกจากปาก ดึงชายหนุ่มเข้ามากอดไว้ แล้วจุมพิตริมฝีปากบางอย่างมันเขี้ยว พลิกตัวลงนอนดึงให้เร็นขึ้นมาทาบทับเขาทั้งตัว ผมยาวๆของเร็นสยายลงมาระที่แผ่นอกกว้างของเขา เชนคิดว่าเร็นคงตกใจ ลังเล นี่เป็นครั้งแรกที่เขาทำเหมือนให้เร็นเป็นผู้นำ เขาเห็นสีหน้าเหมือนทำอะไรไม่ถูกของชายหนุ่ม ก่อนจะหายไปในวินาทีที่ริมฝีปากของพวกเขาได้พานพบกัน เขารับรู้ถึงมือทั้งสองข้างของเร็นที่ลูบไล้ไปทั่วกล้ามเนื้อหน้าอกอย่างอยากรู้อยากเห็น เชนสอดปลายลิ้นแทรกลึกเข้าในอุ้งปากแสนหวาน แลกปลายลิ้นกันอย่างเร่าร้อน สองมือของเร็นลูบไล้แผ่วเบาลงสู่หน้าท้องแบนราบเต็มไปด้วยมัดกล้าม เชนเลื่อนมือลงขยับตัวเร็นให้ช่วงล่างของชายหนุ่มสัมผัสกับแก่นกายแข็งขึงของเขา แต่เร็นเองที่เป็นฝ่ายขยับกายเสียดสีเบาๆ กับเขา แต่ในที่สุดเชนก็ต้องเป็นฝ่ายที่สะบัดหน้าหนีให้พ้นจากริมฝีปากแสนหวานเสียเอง เร็นจ๋า ช้าๆลงหน่อยสิ!!! เร็นไม่สนใจ เงยหน้าขึ้นยิ้มหวาน ทำไมล่ะ หรือว่านายไม่ชอบ เขาถามพร้อมกับขยับตัวอีก เชนกัดฟันกรอดเพื่อข่มอารมณ์ มันก็ชอบอยู่หรอก แต่ว่า แทนที่เร็นจะหยุด เขากลับเลื่อนตัวลงต่ำ ลดมือลงไปหาร่างที่ลุกโลดของเชนแทน เร็นจ้องหน้าของชายหนุ่ม เชนหลับตา หายใจรัวแรง สีหน้าเคลิบเคลิ้ม เร็นกระชับมือแน่นขึ้น ชอบสัมผัสที่ทั้งนุ่มเนียนมือและแข็งแกร่งในคราวเดียวกัน เขาขยับมือขึ้นลงช้าๆราวกับต้องการทรมานชายหนุ่ม เชนครางเบาๆ กับสัมผัสแผ่วเบาแต่แสนทรมานที่ได้รับ เขาลืมตาขึ้นจ้องมองการกระทำของเร็นด้วยดวงตาปรือปรอยก็พบกับสายตายั่วเย้าของเร็นที่จ้องมองเขาอยู่แล้ว เร็นส่งยิ้มหวานๆ มาให้ก่อนจะทำสิ่งที่เชนต้องครางเสียงแหบโหย เร็นเลียไล้ส่วนปลายอย่างหยอกเย้าก่อนจะครอบครองแก่นกายของชายหนุ่มเข้าสู่อุ้งปากอบอุ่น มือขยับอย่างรวดเร็วไม่หยุด เชนเกร็งไปทั้งร่าง เขาอ้าปากหอบหายใจราวกับขาดอากาศ นี่ยิ่งกว่าที่เขาคิดไว้ มากยิ่งกว่ามาก ทั้งปลายลิ้นทั้งมือที่ปลุกเร้าของเร็นทำให้เขาแทบจะขาดใจเพราะความสุข ร เร็น มานี่เถอะ นะ เขาบอกเสียงเว้าวอน เร็นถอนริมฝีปากและละมือจากสิ่งที่ทำอยู่เลื่อนตัวขึ้น โดนเชนรวบตัวเข้ามาสู่อ้อมกอด ร่างสองร่างแนบชิดไม่มีช่องว่าง เชนบดจูบร้อนแรงลงบนริมฝีปากบาง สองมือรั้งสะโพกของชายหนุ่มให้คร่อมร่างของเขา นิ้วแรกสอดแทรกสร้างความคุ้นชินก่อน ค่อยเพิ่มนิ้วที่สองเข้าไป เร็นครางในคอราวกับลูกแมว ร่างกายร้อนรุ่มราวกับเป็นไข้ เชนผละจุมพิต ถอนนิ้วออกก่อนจะแทรกกายเข้าสู่ช่องทางคับแคบทางด้านหลังจนสุด เร็นกัดฟันกลั้นเสียงคราง สองมือท้าวลงที่ไหล่ของชายหนุ่ม เผลอจิกลงไปสุดแรง สองมือของเชนรั้งสะโพกของเร็นสร้างจังหวะเคลื่อนไหวให้ชายหนุ่ม จนเร็นเริ่มเคลื่อนไหวได้เอง เสียงหอบหายใจของคนทั้งสองดังประสานกันจนเป็นหนึ่งเดียว ผมยาวๆของเร็นสยายลงมาปกคลุมร่างเขาราวกับม่านไหมสีดำที่กำลังส่ายไหวไปตามการเคลื่อนไหวของชายหนุ่ม ใบหน้าหวานๆตอนนี้แสดงสีหน้าทั้งเจ็บปวดทั้งมีความสุขระคนกัน ซึ่งมันยิ่งกระตุ้นอารมณ์ของเขามากขึ้นไปอีก เชนกัดฟันแน่นยกสองมือขึ้นประคองใบหน้าของเร็นไว้ในอุ้งมือ เร็นยิ้มอย่างเหนื่อยอ่อน โยกร่างตามความปรารถนา เร็น ชั้น จะไม่ไหวแล้ว เร็วอีกสิ เชนบอก หอบฮักแทบทนไม่ไหวเมื่อเร็นทำตามที่เขาบอก ชั้น ก็เหมือนกัน เร็นบอกเสียงเครือ เขาเองก็แทบทนไม่ไหวเช่นกัน เชนละมือจากใบหน้าของชายหนุ่มลงมาจับสะโพกของเขาให้อยู่นิ่งๆ ก่อนจะกระแทกร่างขึ้นอย่างแรง แล้วระเบิดความสุขสมเข้าไปในร่างอบอุ่นของเร็น อ๊า เชน เชน เร็นครางเป็นชื่อของชายหนุ่มไม่หยุดก่อนที่ตัวเขาเองก็มาถึงจุดปลดปล่อยที่แสนงดงามอีกครั้ง แล้วฟุบลงกับอกของชายหนุ่มอย่างหมดแรง เชนรู้สึกพร่าพรายราวกับหัวใจจะหยุดเต้น นี่มันยิ่งกว่าที่เขานึกฝัน ตอนนี้เขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรงแม้แต่จะยกแขนขึ้นกอดเร็น หายใจหอบแรงจนตัวของชายหนุ่มที่ฟุบอยู่บนตัวเขาขยับขึ้นลงตามจังหวะจากแรงดันของหน้าอก เร็นเองก็นอนนิ่งราวกับหมดสติ เชนรวบรวมกำลังขึ้นอีกครั้ง ปัดผมยุ่งๆของเร็นของจากใบหน้าหวาน เร็น เร็น เขาเรียกชายหนุ่มอย่างแผ่วเบา แต่เร็นกลับตอบเขาด้วยการถอนใจอย่างสุขสมแทน เชนลูบศีรษะที่ซุกซบอยู่กับเขาเบาๆ นายเป็นไงบ้าง เร็นขยับตัวอย่างเกียจคร้าน เอาสองมือมาประสานที่หน้าอกของเชนแล้วตั้งปลายคางไว้บนนั้น นัยน์ตาหรี่ปรือ เป็นประกายวิบวับ นายไม่เคยบอกชั้นเลย ว่ามันจะเป็นอย่างนี้ เชนยิ้ม อย่างไหนล่ะ เขาเลิกคิ้ว ก็วิเศษที่สุด น่าตื่นตะลึง และยอดเยี่ยมยิ่งกว่าครั้งก่อนตั้งเยอะ เร็นบอกเขา ตาเป็นประกาย เชนหัวเราะจนเร็นต้องยกใบหน้าขึ้นหนีแรงกระเพื่อมของหน้าอกของชายหนุ่ม จริงอย่างยิ่ง ทุกประการที่นายพูด เขาลูบหน้าผากชื้นเหงื่อของชายหนุ่มอย่างแสนรัก เหนื่อยมากมั้ย เร็นส่ายหน้าเป็นคำตอบ แล้วเจ็บอีกรึเปล่า เขาถามอีก เร็นก็ส่ายหน้าอีก ขอบคุณนะสำหรับคืนอันแสนหวานที่นายมอบให้ชั้น เชนยิ้มอ่อนโยนลูบไล้ใบหน้าหวานๆอย่างหลงใหล ชั้นก็เหมือนกัน เร็นเอ่ยเสียงหวาน ไปล้างตัวกันเถอะ เขาบอกพร้อมกับยันตัวขึ้น เชนยิ้มเจ้าเล่ห์ ลุกขึ้นตาม รั้งเอวชายหนุ่มเอาไว้ เร็นสะดุ้งเล็กน้อยจากการเสียดสี ชั้นยังไม่ได้บอกเลยว่าจะนอนแล้วน่ะ เชน!!! เร็นจับไหล่ของชายหนุ่มไว้แน่น เมื่อเชนเริ่มขยับตัวไปที่ขอบเตียง เขากอดรัดไปรอบคอของชายหนุ่ม กดใบหน้าลงกับซอกคอเพื่อกลั้นเสียงคราง เชนดึงขาทั้งสองข้างของเร็นให้โอบไปรอบเอวเขา สองมือช้อนใต้สะโพกแล้วลุกขึ้นพาเร็นไปห้องน้ำทั้งอย่างนั้น เสียงชายหนุ่มครางอู้อี้อยู่กับอกเขาทำให้เชนยิ้มกว้างขึ้น พลางเร่งฝีเท้าไปสู่ห้องน้ำ แล้วเขาก็ทำตามสัญญาที่เคยบอกเร็นไว้ ว่าจะไม่ให้นอนเลยตลอดทั้งคืน ยามที่คนคู่หนึ่งกำลังค้นหาค่ำคืนแสนหวานกันอยู่นั้น ริคโค่กำลังเดินกลับไปกลับมาในห้องของตัวเองอย่างระงับอาการตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่ เขาฟังเสียงภายนอกอย่างตั้งใจ เมื่อได้ยินเสียงเรียวกลับมาและขอตัวเข้าห้องไปแล้ว เขาจึงเดินมาที่ประตูห้อง สูดหายใจเข้าลึกก้มลงสำรวจตัวเอง เขาสวมเสื้อคลุมทับชุดนอนเอาไว้อีกตัว เพราะเกรงว่ามันจะดูเป็นการจงใจจนเกินไป เขาพยักหน้าน้อยๆอย่างพอใจแล้วเปิดประตูห้องออกไปแล้วยืนพิงประตูเอาไว้ มาร์คมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องของตัวเอง พยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้เพราะสีหน้าของริคโค่นั้น อย่างกับนักโทษกำลังจะเดินไปหลักประหารก็ไม่ปาน มาร์คส่ายหน้านิดๆ ก่อนจะเดินมาหยุดที่ตรงหน้าของชายหนุ่ม เป็นอะไรไปล่ะหือ คนเก่ง มาร์คเอ่ยอย่างหยอกเย้า ริคโค่ยิ้มแห้งๆ ผมตื่นเต้นจะแย่อยู่แล้ว เขาสารภาพ มาร์คหลุดหัวเราะพรืดออกมาจนริคโค่มองเขาตาขุ่น โทษทีนะ ไปกันเถอะ เขาดึงมือริคโค่ให้เดินตามมาที่ห้องของตัวเอง เพียงแค่ความอบอุ่มจากมือของมาร์คก็มากพอจะปัดเป่าความกังวลใดๆให้ออกไปจากใจของเขาได้ ริคโค่ลอบยิ้มขณะที่เดินตามชายหนุ่มมาอย่างว่าง่าย มาร์คปิดประตูแล้วเดินมาหาริคโค่ที่ยืนหน้าแดงอยู่กลางห้อง เขากระตุกสายรัดเอวของเสื้อคลุมที่ชายหนุ่มสวมออก ชายหนุ่มรีบคว้ามือของเขาไว้ก่อนที่เขาจะถอดเสื้อคลุมออกจากร่างบางได้ มาร์คครับ เอ่อ..คือว่าผม ริคโค่พูดติดๆ ขัดๆ นี่มาร์คจะไม่ให้เขาตั้งตัวเลยอย่างนั้นหรือ มาร์คซ่อนยิ้ม ผมว่าคุณใส่เสื้อเยอะเกินไปหน่อยสำหรับชุดนอนนะ เขาเอ่ยยิ้มๆ สองมือถอดเสื้อคลุมของริคโค่ออกโดยไม่สนใจแรงยับยั้งจากมือของชายหนุ่ม เขาโยนเสื้อคลุมของริคโค่ไปพาดไว้กับเก้าอี้นวมข้างหน้าต่าง เดินกลับมาที่เตียงแล้วเลิกผ้าห่มขึ้น หยิบหมอนตั้งขึ้น แล้วขึ้นไปนั่งตรงกลางเตียงเอนตัวพิงหมอนอย่างสุขสบาย ริคโค่มองการกระทำของชายหนุ่มอย่างงงสุดขีด เขาเดาไม่ออกเลยสักนิดว่ามาร์คคิดจะทำอะไร เลยเอาแต่จ้องหน้าชายหนุ่มอยู่อย่างนั้น มานี่สิริค มาร์คเรียกอย่างอ่อนโยน ตบที่นอนข้างตัวเขาเบาๆ ริคโค่เดินมายืนข้างเตียงอย่างกับคนที่ตกอยู่ในภวังค์ จนมาร์คต้องเป็นฝ่ายดึงชายหนุ่มลงมาเสียเอง เขาโอบริคเข้ามากอดไว้แนบชิด กดศีรษะของชายหนุ่มให้ซุกอยู่กับอกกว้าง แล้วดึงผ้าห่มมาคลุมร่างของพวกเขาสองคนจนถึงเอว ริคโค่ตัวแข็งในตอนแรก แต่ก็โอนอ่อนและผ่อนคลายมากขึ้นเมื่ออยู่ในวงแขนอบอุ่นของมาร์ค เขาสอดแขนโอบรอบเอวของชายหนุ่มแล้วขยับตัวให้อยู่ในท่าที่สบายขึ้น ผมบอกคุณแล้วไม่ใช่เหรอว่าจะไม่บังคับในสิ่งที่คุณไม่เต็มใจให้ มาร์คเอ่ยถามเบาๆ ครับ ผมขอโทษ ริคโค่ตอบพลางซุกเข้าหาความอบอุ่นของชายหนุ่มมากขึ้น ไม่เป็นไรหรอก มาร์คจุมพิตที่หน้าผากของชายหนุ่มเบาๆ แล้วยิ้มนิดๆ อยากฟังเรื่องของผมต่อใช่มั้ย ผมเล่าถึงไหนแล้วล่ะ ตอนที่คุณไปตามนาธานที่อังกฤษครับ อืมใช่ จากนั้นผมก็ . แล้วมาร์คก็เล่าเรื่องของเขาต่อจากที่เล่าค้างเอาไว้ให้ริคโค่ฟัง ####################################################### จาก : กระทู้เฉพาะกิจ - 29/07/2005 03:24 |