|
หัวข้อ : forbidden 13-15 ข้อความ : Chapter 13 เสียงนกร้องแว่วเข้ามาในห้วงสำนึกทำให้เขารู้สึกตัวตื่น เขากระพริบตาปริบๆเมื่อเห็นภาพของห้องที่ไม่คุ้นตา จึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเขาอยู่ที่ไหน ได้ยินเสียงหัวใจเต้นสม่ำเสมอที่ใต้หู รู้สึกถึงท่อนแขนข้างหนึ่งที่วางทาบอยู่ที่เอวกับมือใหญ่ที่วางทับมือของเขาอยู่ ริคโค่แย้มยิ้มอย่างเขินอาย ค่ำคืนแรกที่อยู่เคียงข้างแนบชิดกับความอบอุ่นของชายหนุ่มที่เขาใฝ่ฝันมานานแสนนานเหลือเกิน มันไม่ใช่เพียงแค่ความฝันอีกต่อไปแล้ว เพราะร่างกายอบอุ่นที่อยู่ข้างกายเขาขณะนี้คือเครื่องยืนยันเป็นอย่างดี เขาค่อยๆขยับตัวลุกขึ้นช้า ๆ ไม่อยากให้มาร์คตื่น เพราะเมื่อคืนพวกเขาสองคนนอนคุยกันอยู่จนดึก เขาลุกขึ้นนั่ง หันไปมองดูใบหน้ายามหลับไหลของชายหนุ่ม ดื่มด่ำกับทุกเหลี่ยมมุมของใบหน้าคมเข้มหล่อเหลา มาร์คดูอ่อนเยาว์ลงมากเมื่อไม่มีดวงตาสีเขียวเย็นชาตามแบบฉบับ เขาไม่แปลกใจอีกแล้วว่าเหตุใดมาร์คถึงมีดวงตาแบบนั้น หลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวที่ชายหนุ่มเล่าให้ฟังเมื่อคืน มาร์คดูไม่เหมือนคนที่อายุกว่าสี่สิบเลยแม้แต่น้อย นี่ถ้าไม่รู้มาก่อน แล้วมีคนมาบอกเขาว่ามาร์คกับเชนเป็นพี่น้องกัน เขาก็คงเชื่อ ริคโค่หัวเราะเบา ๆ กับความคิดของตัวเอง หันไปมองที่นอกหน้าต่างเห็นว่าฟ้าเพิ่งสางเท่านั้น ดวงอาทิตย์พึ่งทอแสงรำไรขึ้นตรงขอบฟ้า เขาหันกลับมาก้มลงแตะริมฝีปากที่แก้มของชายหนุ่มเบา ๆ แล้วลุกขึ้นจากเตียง หยิบเสื้อคลุมที่มาร์คถอดทิ้งไปเมื่อคืนมาสวม ก่อนจะค่อย ๆ ย่องไปที่ประตูที่เปิดออกไปสู่ระเบียง ลมหนาวพัดเข้ามาผ่านตัวเขาจนขนลุกซู่ไปหมด แต่เขาก็ยังคงก้าวออกไป เขาห่อไหล่ รู้สึกหนาวเล็กน้อยแต่ก็สดชื่น ตรงปลายขอบฟ้าเริ่มเป็นสีชมพูจากแสงอาทิตย์แล้วค่อย ๆ สว่างขึ้นเป็นลำดับดูงดงามจับใจ สำหรับเขา มาร์คคงเปรียบเหมือนแสงอาทิตย์ที่สามารถพลิกฟื้นหัวใจที่เหน็บหนาวของเขาให้กลับอบอุ่นขึ้นอีกครั้ง หากวันใดดวงอาทิตย์แห่งจิตใจของเขาขาดหายไปเขาก็คงไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้อีก ออกมายืนตากลมหนาวเดี๋ยวก็ไม่สบายไปหรอก เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหูพร้อม ๆ กับสองแขนบวกกับผ้าห่มผืนใหญ่ โอบกอดเขาจากด้านหลัง ผมทำให้คุณตื่นหรือครับ ริคโค่ถามยิ้ม ๆ คุณน่าจะนอนอีกหน่อยนะครับ เมื่อคืนก็นอนเสียดึก มันก็พร้อม ๆ กันแหละ มาร์คพูดเสียงดุ พอคุณตื่นผมก็รู้สึกตัวแล้ว คนอย่างผมน่ะนอนขี้เซาไม่ได้หรอก แต่กว่าจะฝึกได้แบบนี้ผมก็แทบจะเกลียดขี้หน้าเจอโรมไปเลยตอนนั้น ริคโค่หัวเราะคิก พลิกตัวกลับมากอดร่างกายแข็งแกร่งอบอุ่นของชายหนุ่ม รู้สึกทันทีว่ามาร์คกอดรัดเขาแน่นขึ้น ผมเดานะ ชายหนุ่มกระเซ้า คุณคงออกมาดูพระอาทิตย์ขึ้นล่ะสิ แน่ล่ะครับ ริคโค่ตอบเสียงกระเง้ากระงอด คุณก็รู้อยู่แล้วว่าผมชอบ โรแมนติกจัง มาร์คแหย่ งั้นเราก็มาดูด้วยกันนะ เขาพูดอย่างอ่อนโยน ครับ ดวงอาทิตย์แห่งใจของผม ริคโค่พูดต่อในใจ กอดกระชับชายหนุ่ม ซบหน้าลงกับแผ่นอกกว้างอย่างมีความสุข ดวงตาสองคู่จ้องตรงไปยังดวงอาทิตย์ที่กำลังลอยสูงขึ้นจากขอบฟ้า อรุณสวัสดิ์เรียว นาธาน ยูอิจิทักทั้งสองคนที่นั่งคุยกันอยู่ที่ระเบียงใหญ่หน้าบ้าน ไมล์ที่เดินตามมาก็เอ่ยทักเช่นกัน อรุณสวัสดิ์ ทั้งสองคนทักตอบ พลางโบกมือให้ทั้งคู่นั่งลงด้วยกัน คนรับใช้ยกนมแก้วใหญ่มาให้ไมล์แล้วเดินกลับเข้าครัวไป นายกินแต่นมจริงๆเหรอเนี่ย ยูอิจิถามมองนมแก้วโตอย่างทึ่งนิดๆ ไมล์พยักหน้า ไม่งั้นชั้นจะมีแต่กล้ามเหรอ เขาเลิกคิ้วล้อเลียนยูอิจิ แล้วยกนมขึ้นดื่ม เรียวกับนาธานหัวเราะ ยูอิจิค้อนชายหนุ่มที่ยังอุตส่าห์จำคำที่เขาเคยพูดไว้ได้อีก เสไปหยิบแก้วมารินกาแฟ แล้วยกขึ้นดื่มบ้าง แล้วเชนกับเร็นล่ะ นาธานถาม ยังไม่ตื่น มั้ง ไมล์ตอบพร้อมกับยักไหล่ นาธานถามเองกลับเขินเอง เพราะนึกเรื่องของทั้งสองคนขึ้นได้ เรียวมองแก้มแดงๆของคนรักแล้วกลั้นหัวเราะ ไม่ต้องไปห่วงสองคนนั่นหรอก เดี๋ยวก็มาเองแหละ เรียวไล้ข้อนิ้วกับแก้มร้อนๆของชายหนุ่ม นาธานเลยหันมายิ้มให้ มาร์คกับริคโค่เดินจูงมือกันออกมาสมทบกับพวกลูกๆ เชนกับเร็นล่ะ เขาถามพร้อมกับนั่งลงที่โต๊ะ เดี๋ยวก็มาฮะคุณพ่อ นาธานตอบแทนทุกคน มองสบตาพ่อยิ้มๆ แหม ไม่ยอมห่างกันเลยนะฮะ ก็เหมือนกับพวกลูกๆนั่นแหละ มาร์คยิ้ม รับแก้วกาแฟที่ริคโค่ส่งมาให้ เขาไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าชายหนุ่มกำลังหน้าแดง แล้ววันนี้จะไปไหนกันล่ะ มาร์คถาม เห็นคุณอเล็กซ์กับคุณฟิลล์บอกว่าจะพาพวกเราขึ้นเขาไปแคมป์ปิ้งกันหนึ่งคืนน่ะฮะ เรียวตอบ คุณพ่อกับคุณริคโค่ไปกับพวกเรามั้ยครับ ว่าไงริค ไหวมั้ย มาร์คหันมาถามชายหนุ่ม น่าสนุกดีเหมือนกันนะครับ แต่ว่าอุปกรณ์แคมป์ปิ้งเรามีพร้อมแล้วหรือครับ ไม่ครบเดี๋ยวเราออกไปซื้อก็ได้ มาร์คบอก ทั้งหกคนคุยกันถึงเรื่องจะไปแคมป์ปิ้งกันอย่างสนุกสนาน จนลืมนึกถึงอีกสองคนที่ยังคงไม่ปรากฏตัวไปเลย... อือ... เร็นเริ่มรู้สึกตัวตื่น เมื่อรับรู้ถึงสัมผัสของริมฝีปากที่ประทับลงบนลาดไหล่และสองมือที่ลูบไล้อยู่บนหน้าอกของเขา เขาลืมตาขึ้นทันใด พลิกตัวกลับมาในอ้อนกอดของเชน ตื่นแล้วเหรอจ๊ะที่รัก เชนถามเสียงหวาน เลียติ่งหูชายหนุ่มอย่างหยอกเย้า เร็นขนลุกซู่ อย่าสิ!!! เมื่อคืนยังไม่พออีกเหรอไง เขาถามเสียงกระเง้ากระงอด ได้เสียงหัวเราะของชายหนุ่มเป็นคำตอบ ไม่พอหรอก ไม่มีวันพอด้วย ทำไมล่ะทีเมื่อคืนนายยังบอกให้ชั้น...อื้อ เชนพูดไม่จบเพราะโดนเร็นเอามือปิดปาก ทะลึ่ง!!! ห้ามพูดนะ!!! เร็นแก้มแดงแปร๊ดเมื่อนึกถึงเรื่องเมื่อคืนของเขากับเชน ถ้าบ้านนี้สร้างด้วยกระดาษ มีหวังได้ไฟลุกพรึ่บ ไหม้ไปแล้วแน่ๆ เชนยิ้มใส่ดวงตาแสนงอนของคนรักตัวน้อย ทั้งที่ยังโดนปิดปากอยู่ ป่านนี้แล้วยังจะมาเขินอีก แต่ก็นั่นแหละ เมื่อคืนทั้งเขาทั้งเร็นก็ร้อนแรงพอๆ กัน พวกเขาต่างเป็นของกันและกันจนจำไม่ได้ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้ง สุดท้ายทั้งเขาและเร็นต่างก็แทบจะสลบคาอ่างอาบน้ำที่พวกเขาลงไปล้างตัว เกือบตีสามแล้ว ตอนที่เขาอุ้มเร็นกลับมาที่เตียง ชายหนุ่มหมดแรงหลับไม่รู้เรื่องเลย เขาก็เลยนอนกอดเร็นไว้ทั้งคืนเสื้อผ้าน่ะไม่ได้ใส่อยู่แล้ว เมื่อเช้าตอนตื่นขึ้นมาเห็นไหล่ขาวๆเต็มไปด้วยรอยฝากรักของเขา กับผมยุ่งๆ ที่แผ่สยายอยู่บนหมอนของเร็น เขาก็แทบจะอดใจไม่ไหว แต่ไอ้ที่ทำไปก็แค่อยากปลุกชายหนุ่มเท่านั้นเอง เชนรัดชายหนุ่มเข้ามาแนบชิด จนเร็นรู้สึกได้ถึงร่างที่กำลังตื่นของเขาที่แนบกับต้นขา เขาเห็นเร็นสูดหายใจเข้าลึก ก็ยิ้มกริ่ม เร็นเลยหยิกเข้าที่เอวให้อย่างหมั่นไส้ อู๊ย!!!! ชายหนุ่มสูดปากแล้วหัวเราะเสียงดัง ชั้นไม่ได้บอกว่าจะทำซักหน่อย เขาบ่น หลักฐานก็เห็นๆอยู่ ยังจะพูดดีอีก นายนี่ไม่รู้จักเหนื่อยบ้างหรือไง เร็นทำแก้มป่อง ก็ที่มันเป็นแบบนี้ก็เพราะนายนั่นแหละ ก็นายอยากน่ากินทำไมล่ะ เชนแตะริมฝีปากที่หน้าผากร่างบางเบาๆ รักนายจัง เร็นค้อนชายหนุ่มพร้อมกับยิ้ม ออดอ้อนเก่งแบบนี้จะให้เขาโกรธได้ไง สายแล้วนะ รีบไปอาบน้ำเถอะ เขาบอก ขมวดคิ้วนิดๆเพราะพอเขาขยับตัว ก็รู้สึกปวดเมื่อยไปหมด ไม่น่ายอมตามใจเชนเลยจริงๆ อยู่เฉยๆ จ้ะ เดี๋ยวเช้านี้ชั้นจะเป็นทาสรับใช้ให้นายเอง เพราะเมื่อคืนชั้นเป็นคนทำให้นายหมดแรง เชนบอกลุกขึ้นยืนข้างเตียงอย่างรวดเร็ว แล้วอุ้มเร็นจนตัวลอยเดินเข้าห้องน้ำไป เร็นไม่ร้องท้วงสักคำ โอบรอบคอชายหนุ่มอย่างยินดี เพราะตอนนี้จะให้เขาขยับก็คงขยับไม่ไหว อาบน้ำ แต่งตัว นายจะบริการชั้นหมดเลยใช่มั้ย เขาถามเสียงหวาน พะยะค่ะเจ้าหญิง เขาตอบล้อเลียน น่ารักมาก เร็นเอ่ย แล้วจุ๊บแก้มชายหนุ่มเป็นรางวัลหนึ่งที อย่ายั่วสิ...คนกำลังตั้งใจดีเชียว เดี๋ยวก็ตบะแตกกันพอดี เชนบ่นเบาๆ เร็นหัวเราะอย่างยั่วเย้า แล้วยืนนิ่งรอคอยการบริการจากชายหนุ่มโดยไม่บ่นอีกเลยสักคำ... ตอนที่เชนจูงมือเร็นมาที่ระเบียงใหญ่ของบ้านพักนั้น ไมล์กับเรียวกำลังขนเต็นท์ออกมาพอดี เฮ้!!! พวกนายทำอะไรกันน่ะ เชนทัก เร็นไปนั่งกับนาธานและยูอิจิ ตัวเขาเดินมาสมทบกับเพื่อนรัก ก็ขนอุปกรณ์สำหรับกางเต็นท์มาไว้ก่อนน่ะสิ ไมล์บอกยิ้มๆ เขาจะไปแคมป์ปิ้งกันวันนี้แล้วนะเพื่อน ลืมแล้วเหรอไง เขาเลิกคิ้วอย่างล้อเลียน ไม่ได้ลืมซักหน่อย เชนแก้ตัวอุบอิบ แล้วคุณพ่อล่ะ ลงไปเดินเล่นข้างล่างกับคุณริค นาธานตอบพี่ชาย คุณพ่อกับคุณริคก็ไปกับพวกเราด้วยนะ จริงเหรอ...การเปลี่ยนแปลงอย่างยิ่งใหญ่แฮะ เชนพยักหน้าหงึกๆ ถอดแจ็คเก็ตฝากเร็นไว้ แล้วรีบไปช่วยไมล์กับเรียวขนของ หลังจากแยกอุปกรณ์ของเต็นท์เป็นชุดๆ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ชายหนุ่มทั้งสามก็กลับมานั่งรวมกลุ่มกับหวานใจของพวกเขา นี่แล้วพวกเสบียงล่ะ เร็นถามขึ้น คุณพ่อสั่งให้แม่บ้านเตรียมเรียบร้อยแล้วจ้ะ นาธานบอก เดี๋ยวคุณอเล็กซ์กับคุณฟิลล์กลับมาจากซื้อของที่ยังขาดอยู่ เราก็ขนพวกนี้ขึ้นรถ แล้วก็เตรียมตัวออกเดินทางได้เลยล่ะ ไมล์บอกหันไปยิ้มกับยูอิจิ ค้างแค่คืนเดียว งั้นเอาเสื้อผ้าไปเปลี่ยนแค่ชุดเดียวก็พอมั้ง ยูอิจิถาม ทุกคนพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เต็นท์ที่มีอยู่นี่สามหลัง ไปซื้อมาเพิ่มอีกสอง งั้นก็ครบพอดี เชนพูดแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย เอาจริงง่ะ!!! ไมล์ถามเพื่อนหันไปมองยูจีนของเขาแว่บหนึ่ง จริงสิ!!...ชั้นกันเร็นหลังนึง เรียวกับนาธานหลังนึง คุณพ่อกับคุณริค คุณอเล็กซ์กับคุณฟิลล์คู่ละหลัง เชนหยุดพูดมองหน้าเพื่อนรักยิ้มๆ แล้วก็นายกับยูจังอีกหลังไง ไมล์หันไปมองยูอิจิ ก็เห็นว่าชายหนุ่มหน้าแดง เขายิ้มอย่างขอโทษ เพราะไม่รู้ว่ายูอิจิคิดยังไงกับการจับคู่ของเชน แต่ยูอิจิก็พยักหน้ากลับมาให้เขา ทำให้ไมล์ค่อยใจชื้นขึ้น อีกสองคู่ที่เหลือต่างอมยิ้มไปตามๆ กันที่เห็นการแลกเปลี่ยนสายตาของทั้งคู่ งั้นพวกเราก็ไปเตรียมเสื้อผ้ากันดีมั้ย แล้วก็ขนขึ้นรถอีกคันรอไว้เลยจะได้ไม่เสียเวลา เชนบอกอย่างกระตือรือร้น เดี๋ยวคุณพ่อกับคุณริคมาแล้วชั้นจะบอกท่านเอง นาธานบอกพี่ชาย แล้วลุกขึ้นจูงมือเรียวเข้าบ้านพัก งั้นเดี๋ยวชั้นไปเปิดรถไว้ให้นะ ไมล์บอกแล้วเดินไปหยิบกุญแจรถในบ้าน เขาเดินกลับออกมาก็เห็นยูอิจินั่งอยู่คนเดียว เชนกับเร็นคงกลับไปบ้านพักเหมือนกัน ยูจีน...มีอะไรอยากคุยกับชั้นรึเปล่า ไมล์ถามชายหนุ่มอย่างรู้ดี ยูอิจิยิ้มแล้วพยักหน้า เดินเคียงกันลงไปที่รถกับเขา สวนกับมาร์คและริคโค่ที่เดินขึ้นมาพอดี เขาบอกเรื่องที่พวกเขากำลังเตรียมตัวกับทั้งคู่ แล้วก็จูงมือยูอิจิเดินไปที่รถ เขากดรีโมทปลดล็อค แล้วเดินไปเปิดท้ายรถกะบะโฟร์วีล แล้วปีนขึ้นไปจัดที่จัดทางให้เรียบร้อย ยูอิจิปีนขึ้นมานั่งที่ด้านท้ายกะบะ เหม่อมองไปบนท้องฟ้า ไมล์มองชายหนุ่มอย่างเข้าอกเข้าใจ ยูจีนของเขายังคงกังวลเรื่องความใกล้ชิดกับใครซักคนอยู่แน่ๆ แม้จะรู้ว่าเป็นเขาก็ตาม แต่บาดแผลฝังใจของชายหนุ่มคงไม่เลือนหายไปง่ายๆ เขานั่งลงเคียงข้างยูอิจิ แล้วเอ่ยถาม ไม่สบายใจเรื่องที่ต้องนอนกับชั้นในเต็นท์หรือไง นายรู้ใจชั้นอีกแล้ว...โกรธหรือเปล่าที่ชั้นรู้สึกอย่างนั้น ยูอิจิถามเศร้าๆ สายตายังไม่ละจากท้องฟ้า โกรธทำไม ชั้นเข้าใจนายนะ เอาไว้ชั้นจะแก้ปัญหาเองก็แล้วกัน ยูอิจิหันกลับมาสบตาชายหนุ่ม ด้วยการนอนนอกเต็นท์ เขายิ้ม นายจะทำแบบนั้นเพื่อชั้น ชั้นรู้ ไมล์หัวเราะ ก็คงงั้นแหละ ชั้นไม่ให้นายทำแบบนั้นหรอกน่า ชั้นคงเป็นคนที่เห็นแก่ตัวเป็นบ้าที่จะปล่อยให้นายนอนหนาวอยู่ข้างนอกคนเดียวแบบนั้น ยูอิจิส่ายหน้า ในเมื่อชั้นเคยพูดแล้วว่าชั้นไว้ใจนาย ชั้นก็ไม่ควรคืนคำจริงมั้ย แต่ชั้นอยากบอกให้นายรู้ไว้ว่าถึงยังไง ความหวาดกลัวมันก็ยังคงอยู่ในใจชั้น วันหนึ่งชั้นจะปัดเป่าความหวาดกลัวของนายให้หายไปให้ได้ ต่อไปนี้นายไม่ได้สู้กับปีศาจในใจนายเพียงลำพังอีกแล้ว ชั้นจะร่วมต่อสู้ไปกับนายด้วย ไมล์จับมือของยูอิจิขึ้นมาจุมพิตที่หลังมืออย่างแผ่วเบา ชั้นจะปกป้องนายจากทุกๆสิ่งที่จะทำร้ายนายเอง ยูอิจิซาบซึ้งจนน้ำตารื้นขึ้นมา ขอบคุณนะไมล์ ขอบคุณที่เข้าใจ ไมล์ยิ้มอย่างอบอุ่น กระโดดลงจากท้ายกะบะ ยูอิจิกระโดดตามลงมา ทั้งสองคนจูงมือกันวิ่งกลับไปที่บ้านพักเพื่อเตรียมเสื้อผ้าของตัวเองบ้าง หลังจากอเล็กซ์กับฟิลล์กลับมาพร้อมกับเต็นท์และของที่ไปซื้อเพิ่ม ทั้งสิบคนก็ช่วยกันขนของคนละไม้ละมือขึ้นรถสองคัน ใช้เวลาแค่สิบห้านาทีทุกคนก็พร้อมจะออกเดินทาง ทั้งหมดขึ้นรถโดยคันหนึ่งอเล็กซ์เป็นคนขับ อีกคันเป็นฟิลล์ พวกเขาขับรถโฟร์วีลวิ่งไต่ทางขึ้นเขาลาดชันไปยังจุดตั้งแคมป์ อเล็กซ์กับฟิลล์จอดรถที่ลานกว้างแห่งหนึ่ง ทุกคนลงจากรถมาชื่นชมธรรมชาติอย่างชอบใจ มาร์คลงจากรถพร้อมกับริคโค่ มองดูพวกลูกๆของเขาเลือกหาที่ตั้งเต็นท์กันอย่างสนุกสนานแล้วยิ้ม นายเคยมาแล้วใช่มั้ยอเล็กซ์ เขาเอ่ยถามผู้ที่เป็นทั้งเพื่อนและลูกน้องคนสนิท ใช่ครับ มากับฟิลล์ก็สี่ห้าครั้งแล้ว อเล็กซ์ยิ้มกว้าง ไม่ยักรู้ว่าฟิลล์ชอบมาเที่ยวตามป่าตามเขาเหมือนนายด้วย มาร์คแซว ไม่ใช่โดนนายหลอกพามาหรอกนะ อเล็กซ์ชั้นไปช่วยพวกหนุ่มๆกางเต็นท์ก่อนนะ ฟิลล์ร้องบอก รีบขนของลงได้แล้ว เขาสำทับ คร๊าบๆเจ้านายคนใหม่ อเล็กซ์ร้องตอบ ได้รับรางวัลเป็นสายตาดุๆ ของอีกฝ่าย เดี๋ยวผมไปดูพวกเขานะครับ อยากศึกษาวิธีกางเต็นท์เหมือนกัน ริคโค่บอกกับชายหนุ่มทั้งสอง แล้วผละเดินไปกับฟิลล์ ครั้งแรกก็ทำนองนั้นแหละครับ อเล็กซ์ตอบเจ้านายเมื่อริคโค่กับฟิลล์เดินห่างออกไปแล้วพอควร ส่วนครั้งหลังๆ น่ะ พอผมชวนปุ๊บก็ไม่เคยปฏิเสธเลยซักครั้ง เหรอ มาร์คเลิกคิ้วสูง ทำไมล่ะ อเล็กซ์มองซ้ายมองขวา เขยิบเข้าไปใกล้เจ้านายอีกนิด ก็ผมพบว่าที่กลางป่าแบบนี้ มันช่วยให้เกิดอารมณ์โรแมนติกได้ง่ายน่ะสิครับเจ้านาย อเล็กซ์!!! นี่นาย มาร์คหัวเราะเสียงดัง นายกลายเป็นคนแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย โธ่เจ้านาย!!! เขาโอดครวญ มันเป็นกลยุทธครับ ไม่งั้นผมจะพิชิตใจหมอนั่นได้ไงล่ะ กลยุทธ!!! มาร์คตบไหล่เพื่อน ชั้นเชื่อๆ เขามองหน้าอเล็กซ์ ชายหนุ่มก็มองหน้าเขาแล้วต่างก็หัวเราะออกมาอย่างเต็มเสียง ฟิลล์หันกลับมาตามเสียงหัวเราะดังลั่นของทั้งคู่ ก่อนจะหันกลับไปทำงานในมือของตัวเองต่อ ด้วยสีหน้าพิศวง มีอะไรหรือครับคุณฟิลล์ ริคโค่ถามอย่างสงสัย ก็อเล็กซ์กับเจ้านายน่ะสิครับ ถ้าคุณเป็นผมคุณก็ต้องแปลกใจเหมือนกันแหละ ที่สองคนนั่นหัวเราะเสียงดังใช่มั้ยครับ ริคโค่ยิ้ม ผมแปลกใจจนชินแล้วล่ะครับ กลับดีใจเสียอีกที่ได้เห็นมาร์คอย่างที่คนอื่นไม่มีวันได้เห็น ฟิลล์ยิ้มตอบ นั่นสิครับ อเล็กซ์เองก็มีท่าทีผ่อนคลายและสนุกสนานร่าเริงแบบนี้เวลาที่อยู่กับผมเท่านั้นเหมือนกัน เขาหันกลับไปมองชายหนุ่มอีกครั้ง งานที่พวกผมทำมันอันตรายและเสี่ยงชีวิตอยู่แทบจะตลอดเวลา พวกเราต้องตื่นตัวและพร้อมรับสถานการณ์ล่วงหน้าอยู่เสมอ แทบไม่มีเวลาแม้แต่จะยิ้มด้วยซ้ำ งั้นตอนนี้พวกเราก็ต้องสนุกสนานให้เต็มที่สิครับ ริคโค่เอ่ย ใช่แล้วครับ ฟิลล์หัวเราะอย่างเห็นด้วย หลังจากที่ทุกคนกางเต็นท์ของตัวเองเสร็จเรียบร้อย พร้อมกับจัดที่ทางให้พร้อมสำหรับแคมป์ไฟตอนกลางคืนแล้ว อเล็กซ์ก็นำทุกคนไปเดินเที่ยวดูธรรมชาติรอบๆบริเวณ เดินจากจุดตั้งแคมป์มาได้สิบนาทีพวกเขาก็พบกับทุ่งดอกไม้ป่าสีสันสดใสที่ผลิบานท้าลมหนาว สวยจังเลย เร็นพูดแล้ววิ่งไปกลางทุ่ง มีนาธานกับเรียวเดินตามไปติดๆ เชนส่ายหน้ายิ้มๆ เดี๋ยวเถอะเร็น ขากลับได้หมดแรงแน่ๆ เขาคิดแล้วเดินตามหวานใจไป ไมล์ยิ้ม ยกกล้องขึ้นถ่ายรูปเก็บภาพความประทับใจไว้ ไม่ไปดูใกล้ๆเหรอยูจีน เขาหันมาถามยูอิจิที่ยืนอยู่ข้างตัว ไม่ล่ะ ชั้นชอบอยู่ข้างๆนายมากกว่า ยูอิจิคิดแต่ไม่ได้พูดออกไป เอากล้องมาสิไมล์ พวกเธอก็ไปสนุกกันเถอะ เดี๋ยวพ่อถ่ายรูปให้เอง เสียงมาร์คพูดมาจากด้านหลัง ไมล์หันไปส่งกล้องในมือให้ ขอบคุณครับ เขาเอ่ยแล้วจูงมือยูอิจิวิ่งตามเพื่อนๆไป พวกเขาทั้งหมดอยู่ถ่ายรูปที่ทุ่งดอกไม้ป่าครู่ใหญ่ ก่อนที่อเล็กซ์จะนำทางทุกคนตรงไปยังน้ำตก ผลจาการกรำศึกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา (อิ อิ) เร็นจึงเริ่มออกอาการล้าไปทั้งตัว เชนสังเกตเห็นคนแรก (ก็เดินอยู่ข้างๆนี่) รู้สึกนับถือเร็นอยู่หน่อยๆตรงที่ชายหนุ่มไม่ปริปากบ่นเลยสักนิด เขาหยุดเดินดึงเร็นให้หยุดเดินตามไปด้วย อะไรเหรอเชน เร็นถามอย่างสงสัย นายจะเดินไม่ไหวแล้วใช่มั้ย เขาถาม ขี่หลังชั้นไปเถอะ เร็นส่ายหน้า ไม่เอานะชั้นเขิน ไม่เป็นไรหรอกน่า อีกอย่างมันก็เป็นความผิดของชั้นเองด้วย เขาบอกจริงจัง ของนายคนเดียวซะเมื่อไหร่ ห้ามพูดแบบนี้อีกนะ เร็นเอ่ย ก็ชั้นเองไม่ใช่เหรอที่ร้องขอกับนายเมื่อคืน ถ้าจะมีใครผิดล่ะก็ต้องเป็นชั้นนั่นแหละ เชนดึงเร็นมากอดไว้ เอาล่ะๆไม่มีใครผิดก็ได้ แต่ยังไงชั้นก็จะแบกนายไปเอง นายจะได้พักแล้วก็ไม่เหนื่อยด้วย อย่าลืมว่าเรามีขากลับที่ต้องเดินอีกนะ เร็นยิ้มหวานรู้ดีว่าเชนเป็นห่วงเขามาก ก็ได้ นายเป็นคนแบกยังไม่อายเลย แล้วชั้นจะอายทำไม เชนหัวเราะแล้วหันหลังย่อตัวลง เร็นโอบรอบคอชายหนุ่มเอาขารัดเอวเขาไว้ เชนช้อนต้นขาของเร็นขึ้นแล้วยืดตัว ปรับตัวชายหนุ่มนิดหน่อยให้อยู่ในท่าที่ถนัดขึ้น นายตัวเบาอย่างนี้ ให้ชั้นแบกทั้งวันยังได้เลย เขาบอกแล้วเริ่มออกเดิน เร็นยิ้มอย่างเขินอาย จูบลงที่ไหล่กว้างของชายหนุ่มก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่นั้นอย่างมีความสุข ทุกคนที่เห็นภาพนั้นต่างก็อมยิ้มไปตามๆกัน เรียวบอกให้นาธานขี่หลังเขาบ้างจะได้แข่งกับเชน พร้อมกับบอกให้ไมล์แบกยูอิจิด้วย งั้นใครแบกคู่ของตัวเองไปถึงน้ำตกแล้วหยิบผ้าผืนนี้ได้ก่อน อเล็กซ์โบกผ้าเช็ดหน้าในมือไปมา เย็นนี้จะได้อยู่เฉยๆไม่ต้องช่วยทำงานดีมั้ย เขาตะโกนบอก เอาล่ะ ฟิลล์เดี๋ยวนายคอยให้สัญญาณนะ ชั้นเอาผ้าไปหาที่เหมาะๆผูกก่อนล่ะ อเล็กซ์บอกคู่หูแล้ววิ่งไปทันที ฟิลล์ส่ายหน้า ว่าไงครับเจ้านาย จะเล่นด้วยมั้ย เขาหันมาถามมาร์คกับริคโค่ มาร์คหันมาสบตาริคที่ทำหน้าเขินๆ ไม่ล่ะ ให้เด็กๆ เล่นกันเถอะ ชั้นแก่แล้ววิ่งไม่ไหวหรอก เขาหัวเราะ เสียงผิวปากเป็นสัญญาณของอเล็กซ์แว่วมา เชน เรียวและไมล์ที่มีหวานใจของตัวอยู่บนหลังก็มายืนเรียงแถวกัน ฟิลล์ให้สัญญาณออกตัว พวกเขาก็ออกวิ่งกันไปอย่างสนุกสนาน ฟิลล์ออกวิ่งตามหลังไปห่างๆ มีมาร์คกับริคโค่จูงมือกันเดินตามไป ตอนที่มาร์คกับริคโค่มาถึง ทุกๆคนก็นั่งรอพวกเขาอยู่แล้ว ผ้าเช็ดหน้าของอเล็กซ์อยู่ในมือของยูอิจิแสดงว่าคู่ของไมล์กับยูอิจิเป็นผู้ชนะน่ะสิ คู่นายได้เปรียบเรื่องความสูงนี่หว่า เชนบ่น อย่าลืมดิว่าเร็นตัวเบาที่สุด นายแบกน้ำหนักน้อยกว่าเพื่อนนะเฟ้ย ไมล์โต้กลับ สรุปแล้วคู่ชั้นเสียเปรียบสุดเลย แต่ก็ต้องยอมรับล่ะว่าไมล์แข็งแรงจริงๆ เรียวพูดบ้าง ขอบใจเรียว เห็นมั้ยเรียวยังยอมรับเลย ไมล์หันไปยักคิ้วให้เพื่อนรัก เออๆๆๆ ทีใครทีมันละกัน เชนยอมรับ แล้วพวกเขาสามคนก็ปล่อยหัวเราะออกมาพร้อมกันพลางตบหลังตบไหล่กันอย่างหยอกล้อ หิวหรือยังฮะคุณพ่อ คุณริค เร็นเอ่ยถาม เมื่อทั้งสองคนนั่งลง มีอะไรให้พ่อกินบ้างล่ะ มาร์คถามยิ้มๆ ก็แซนวิชเหมือนเดิมแหละฮะ นาธานบอก แล้วก็หยิบส่งให้ ทั้งสิบคนนั่งชมธรรมชาติกันไปกินแซนวิชกันไป นั่งพักผ่อนอยู่พักใหญ่จึงพากันเดินกลับไปที่จุดตั้งแคมป์ ระหว่างทางก็แวะเก็บกิ่งไม้แห้งเอาไว้ไปก่อกองไฟด้วย เมื่อทุกคนกลับมาถึงต่างก็แยกย้ายกันไปตามหน้าที่ที่แบ่งกัน อเล็กซ์กับฟิลล์รับหน้าที่ก่อกองไฟ พวกของเชนก็รับเป็นลูกมือของเร็นทำอาหารเลี้ยงทุกคน ส่วนคนที่ไม่ต้องทำอะไรเลย (ตัวจริง) ก็คือ มาร์คกับริคโค่ต่างหาก คนที่ชนะการวิ่งแข่งอย่างไมล์กับยูอิจิก็ช่วยเตรียมเครื่องดื่มแทน ท้องฟ้าที่เริ่มมืดลงอย่างรวดเร็วของหน้าหนาว ทำให้พวกเขาก่อกองไฟเร็วขึ้นกว่าที่กะเอาไว้ พวกเขายกอาหารมานั่งล้อมกองไฟที่ช่วยให้ทั้งแสงสว่างและความอบอุ่น นอกจากตะเกียงเจ้าพายุที่อเล็กซ์เตรียมมาแขวนไว้รอบๆ บริเวณ พวกเขากินอาหารกันไปคุยกันไป อเล็กซ์โดนรบเร้าให้เล่าเรื่องของเขาตอนเป็นหน่วยซีล ซึ่งชายหนุ่มก็เล่าแต่โดยดี เพิ่มเติมสีสันลงไปนิดให้เรื่องสนุกขึ้น ทำให้ฟิลล์แซวเขาบ่อยๆ ว่าเล่าเกินความเป็นจริง อเล็กซ์จึงแหย่ชายหนุ่มให้เล่าเรื่องของตัวเขาตอนที่เป็นสายลับตำรวจบ้าง ซึ่งฟิลล์ก็เล่าเรื่องแปลกๆ ตลกๆ ตอนที่เขาทำงานให้พวกของเชนฟังอย่างสนุกสนาน หลังจากทานอาหารมื้ออร่อยเรียบร้อยแล้ว เก็บล้างอุปกรณ์ต่างๆและเก็บเข้าที่ พวกเขาก็มานั่งล้อมวงรอบกองไฟอีกครั้ง พร้อมกับกีตาร์ซึ่งคราวนี้อเล็กซ์จะเป็นคนเล่นเอง รออีกซักหน่อยนะ เดี๋ยวพวกนายจะได้เห็นสิ่งที่พวกนายไม่มีวันลืมเลย แต่ ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา อเล็กซ์ยิ้มอย่างมีเลศนัยพร้อมกับยักคิ้วไปทางฟิลล์อย่างรู้กัน ใช่แล้ว ตอนนี้ฟังเพลงไปพลางๆ ก่อน หวังว่าเสียงนายคงจะไม่ทำให้นกตกต้นไม้กันหมดนะ เขาแซวคู่หู อเล็กซ์หรี่ตามองชายหนุ่มก่อนจะหัวเราะ แล้วก็เริ่มเล่นกีตาร์เป็นเพลงคันทรีเก่าๆ ด้วยท่วงทำนองสนุกสนาน คนที่เหลือก็ปรบมือตามจังหวะอย่างสนุก อเล็กซ์กับไมล์ผลัดกันเล่นเพลงตามคำขอของคนอื่นๆ จนเกือบเที่ยงคืนเสียงเพลงก็ซาลง ความเงียบค่อยๆ คืบคลานมาล้อมรอบตัวพวกเขา อเล็กซ์บอกให้ทุกๆ คนหลับตาฟังเสียงในความเงียบ เสียงแห่งสายลม เสียงของธรรมชาติรอบๆ ตัว เขาบอกให้ทุกๆ คนเงยหน้าขึ้น สูดลมหายใจลึกๆ แล้วก็ลืมตา บนท้องฟ้า เต็มไปด้วยหมู่ดาวน้อยใหญ่ส่องแสงระยิบระยับ เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่มีวันได้เห็นยามที่อยู่ในเมือง สีดำสนิทของท้องฟ้าราวกับจะดูดกลืนพวกเขาเข้าไป เหมือนพวกเขาล่องลอยเข้าไปท่ามกลางแสงระยิบระยับของมัน สวยจัง อย่างกับอยู่ในฝันแน่ะ เร็นพูดเบาๆ เชนเอนตัวลงนอนยืดแขนไปข้างหนึ่งแล้วดึงเร็นลงมาให้นอนหนุนแขนของเขา ใช่ ท้องฟ้าสีเดียวกับตาของนายเลย เขาพูด จุมพิตที่ขมับของร่างบางอย่างแสนรัก เร็นซุกตัวเข้าใกล้ชายหนุ่มดวงตาจดจ้องสู่ท้องฟ้า เรียวเห็นเชนนอนลงเขาก็เลยนอนลงบ้าง ดึงนาธานลงมาด้วย สวยจริงๆเลยนะ แต่ยังไงก็แพ้ดวงตาของนาย เรียวบอกปัดผมออกจากขมับของคนรักที่นอนซุกซอกไหล่ของเขา ปากหวานจริงนะ ขอบใจเรียว นาธานสบตาชายหนุ่มแล้วยิ้มหวาน แล้วทั้งคู่ก็มองกลับขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกัน ไมล์นอนลงเอาสองมือรองใต้ศีรษะ เยี่ยมจริงๆ ชั้นไม่คิดเลยว่าจะได้เห็นอะไรที่สวยแบบนี้ ยูอิจิยิ้ม แล้วนอนลงเอาอกกว้างของไมล์ต่างหมอน ถ้าชั้นไม่ได้มากับพวกนายนะ ชั้นคงเสียใจแย่เลย ไมล์ยิ้ม เอามือลูบไล้ใบหน้าของยูอิจิที่หันมาหาเขาอย่างอ่อนโยน ยูอิจิกอดแขนของไมล์ทาบมือของชายหนุ่มกับใบหน้าของตัวเอง ยิ้มให้เขาอย่างอ่อนหวาน มาร์คมองลูกๆของพวกเขาแล้วยิ้มอย่างเอ็นดู หันไปสบตาอเล็กซ์อย่างรู้กัน นอนลงมั้ยครับจะได้ไม่เมื่อยคอ เสียงริคโค่ถามเบาๆ มาร์คหันมายิ้มให้เขา เอาสิ ริคโค่เหยียดขาออกไปให้มาร์คนอนหนุนตักเขา มาร์คล้มตัวลงนอนอย่างสบาย ยกมือของริคโค่ขึ้นมาจุมพิตที่หลังมือ แล้วคุณไม่เมื่อยหรือไง ไม่หรอกครับ ริคโค่ยิ้มอายๆ เงยหน้าขึ้นมองไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง ดีจังนะครับ ที่ได้มาเห็นสิ่งที่สวยงามแบบนี้ ถ้าคุณไม่พาผมมาด้วย ผมคงไม่มีโอกาสได้เห็นแน่ๆ เขาพูดแล้วก้มลงมา ดวงตาประสานเข้ากับสายตาลึกซึ้งของมาร์คที่จ้องเขาอยู่ก่อนแล้ว อะไรหรือครับ เขาถามเขินๆ ผมว่าดวงตาของคุณสวยกว่าดวงดาวบนท้องฟ้ารวมกันเสียอีก มาร์คพูด ยกมือริคขึ้นจุมพิตอีกครั้ง ริคโค่ยิ้ม หลบตาชายหนุ่มอย่างเขินอาย ก่อนจะเลื่อนขึ้นสบตากับเขาอีกครั้ง แลกเปลี่ยนและถ่ายทอดความรักไปสู่กันและกัน อย่างไม่ต้องปิดบังความรู้สึกอีกต่อไป อเล็กซ์มองไล่ไปแต่ละคู่ที่กำลังสวีทกัน เห็นมั้ยล่ะเขาบอกแล้วว่ากลางป่าแบบนี้ มันเกิดอารมณ์โรแมนติกได้ง่าย แค่ต้องสร้างบรรยากาศนิดหน่อย ยิ้มอะไรอเล็กซ์ ฟิลล์กระซิบถามเบาๆ ไม่อยากรบกวนคนอื่น ไม่มีอะไรนี่ นายก็มานี่เถอะ เขาบอกแล้วเอนตัวลงพิงขอนไม้ด้านหลัง ยิ้มแบบนี้ไม่ค่อยน่าไว้ใจเลยนะ ฟิลล์บ่นแต่ก็เอนตัวลงพิงอกกว้างของชายหนุ่ม อเล็กซ์กอดร่างบอบบางของชายหนุ่มไว้แน่น ดูกี่ครั้งก็ยังทำให้สบายใจได้ทุกครั้งเลย จริงมั้ย เขาเปลี่ยนเรื่อง เรื่องอะไรจะให้ฟิลล์รู้แผนการเจ้าเล่ห์ของเขาล่ะ จริงของนาย ฟิลล์พูด ถอนใจอย่างเป็นสุขเหมือนทุกครั้งยามอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่ม อยู่อย่างนี้อีกซักพักนะ แล้วค่อยบอกให้พวกเขาแยกย้ายกันเข้านอน อเล็กซ์บอกยิ้มๆ แล้วนายกับชั้นก็ไปที่น้ำตกเหมือนตอนนั้นที่เรามากัน นะฟิลล์นะ เขาออดอ้อน ฟิลล์หน้าแดงด้วยความเขินเพราะนึกถึงคราวก่อนที่อเล็กซ์พาเขาไปที่น้ำตก ก็ได้ เขาตอบเบาๆ อเล็กซ์ยิ้มกว้าง คราวนี้ล่ะฟิลล์ นายจะต้องหลงใหลชั้นมากขึ้นอีกแน่ แต่ก่อนอื่นต้องไปกระซิบบอกมาร์คไว้ก่อน เดี๋ยวเกิดคิดจะไปที่เดียวกันเข้ามีหวัง หึ หึ ไม่อยากจะคิดเลยจริงๆ ################################################## Chapter 14 หนึ่งอาทิตย์ผ่านไปอย่างรวดเร็วในความรู้สึกของทุกๆ คนที่อยู่ที่รีสอร์ท และทั้งสิบคนก็จากที่นั่นมาด้วยความอาลัยอาวรณ์ เมื่อทุกคนกลับมาถึงบ้านต่างก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อนที่ห้องของพวกเขา เหนื่อยมั้ยเร็น เชนถามเมื่อเห็นคนรักเดินไปทิ้งตัวลงบนเตียง ไม่เหนื่อยหรอก แต่ไม่อยากกลับมาเลย เร็นพลิกตัวนอนหงาย เชนเดินมานั่งลงที่ขอบเตียง ปัดผมยุ่งๆ ออกจากใบหน้าหวานของคนรัก ถ้านายชอบไว้ปีหน้าเราก็ไปกันอีก ดีมั้ย เร็นสบตาสีเขียวที่มองลงมา จริงนะ จริงสิ นายอยากไปไหนชั้นก็จะพานายไปทุกที่แหละ เชนบอกยิ้มๆ แล้วก้มลงจูบเร็นเร็วๆ หนึ่งที หวานจังนะ เร็นยิ้มหวาน เขินจนแก้มเป็นสีชมพู เสียงเคาะประตูทำให้ทั้งสองคนหันไปมองอย่างแปลกใจ เชนเป็นคนลุกไปเปิดประตูเอง คุณเชนค่ะ คุณผู้ชายให้ไปพบที่ห้องสมุดค่ะ ท่านให้พาคุณเร็นไปด้วยค่ะ สาวใช้บอก ได้ เดี๋ยวชั้นลงไป เชนบอกแล้วปิดประตู คิ้วขมวดอย่างสงสัย มีอะไรเหรอ เร็นถามเมื่อเห็นหน้ายุ่งๆ ของเชน คุณพ่ออยากคุยกับเรา เชนบอก มาเถอะ เร็นลุกขึ้นเดินมาหาชายหนุ่มที่หน้าประตู เราเหรอ!! จะมีอะไรรึเปล่านะ อาจจะเป็นเรื่องของเราก็ได้ เชนบอกแล้วจูงมือคนรักเดินออกไป เข้ามาสิ มาร์คเอ่ยขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เชนกับเร็นเปิดประตูแล้วเดินเข้ามา มาร์คโบกมือให้ทั้งคู่นั่งลงที่โซฟา ยิ้มนิดๆ ที่เห็นทั้งสองคนทำหน้าหวาดๆ มาร์คเดินมานั่งลงฝั่งตรงข้าม พ่ออยากคุยเรื่องของทั้งคู่น่ะ เขาสบตาลูกชาย พ่ออยากรู้การตัดสินใจของแก เชนสบตาพ่ออย่างแน่วแน่ ผมจะไปอยู่ที่อังกฤษกับเร็นครับ เชน!!! เดี๋ยวก่อน เร็นท้วง เชนแตะนิ้วที่ริมฝีปากอิ่ม ชั้นตัดสินใจแล้ว ชั้นไม่อยากให้นายแยกจากครอบครัวตอนนี้ นายมีเวลาตัดสินใจเรื่องของเราจนกว่านายจะเรียนจบมหาวิทยาลัย พ่อก็คิดว่าแกต้องตัดสินใจแบบนี้ มาร์คพูดขึ้น บริษัทสาขาของเราก็มี แกก็ฝึกงานไปพลางๆ ก่อน ระหว่างที่อยู่ที่นั่นก็แล้วกัน เร็นสบตาเชนสลับกับมาร์ค ตื้นตันจนน้ำตารื้นขึ้นมา ขอบคุณมากเชน ขอบคุณมากฮะคุณพ่อ เชนดึงเร็นเข้ามากอดไว้ ชั้นบอกแล้วไง เพื่อนายชั้นทำได้ทุกอย่าง เร็นเช็ดน้ำตาก่อนจะหอมแก้มเชนฟอดใหญ่ รักนายที่สุดเลย เขากระซิบบอก เชนยิ้มแล้วกระชับอ้อมกอดแน่น มาร์คกระแอมเรียกความสนใจของทั้งคู่ เห็นแล้วมันก็น่าอิจฉาลูกชายของเขาเหมือนกันแฮะ มีแต่เชนเหรอที่ได้รางวัลน่ะ เขาพูดพลางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง เร็นหัวเราะ ก่อนจะลุกขึ้นเดินมาหา แล้วเขย่งขึ้นหอมแก้มมาร์คฟอดใหญ่เหมือนกัน ขอบคุณฮะคุณพ่อ ขอบคุณที่มีเชนและพาเชนไปอังกฤษเมื่อสี่ปีก่อน มาร์คหัวเราะ ลูบหัวเล็กๆ อย่างเอ็นดู เอาล่ะ พ่อไม่กวนแล้วไปพักผ่อนกันเถอะ เร็นเดินกลับไปหาเชนที่ลุกขึ้นยืน ขอบคุณอีกครั้งนะฮะพ่อ เขาเอ่ยแล้วจูงมือเร็นออกไป แต่ก่อนจะปิดประตู เชนสบตากับมาร์คแวบหนึ่ง วูบนั้นถ้าคิดไม่ผิดเขาเห็นแววตาเศร้าๆ ที่ฉายออกมาจากดวงตาสีเขียวเข้มของพ่อเขา นี่เขาเอาแต่ใจตัวเองมากไปหรือเปล่านะ การที่พ่อปล่อยให้เขาจากไปโดยไม่ท้วงสักคำ แถมยังสนับสนุนเสียอีก มันบอกเขาได้เป็นอย่างดีว่าพ่อรักเขามากแค่ไหน มาร์คทำงานอยู่อีกพักใหญ่จึงกลับขึ้นไปบนห้อง เขาปิดประตูห้องอย่างเบามือเมื่อเห็นริคโค่นอนหลับพิงหัวเตียงของเขาอยู่ เดินอย่างเงียบกริบมานั่งที่ขอบเตียง ริคหลับสนิทไม่รู้สึกตัวเลย เขามองใบหน้าสุขสงบของชายหนุ่มอย่างหวงแหน ไล้ข้อนิ้วกับแก้มเนียนใสเบาๆ ก่อนจะก้มลงแตะริมฝีปากกับริมฝีปากได้รูปอย่างแผ่วเบา ปลุกให้ริคโค่รู้สึกตัวขึ้นมา ริคโค่ปรือตาง่วงๆ ขึ้น ยิ้มนิดๆ เมื่อเห็นว่าใครเป็นคนปลุกเขา แอบจูบผมตอนหลับแบบนี้ ไม่ดีนะครับ เขาต่อว่ายิ้มๆ มาร์คยิ้มนิดๆ ก่อนจะซบลงกับอกของริคโค่ กอดเอวบอบบางของชายหนุ่มไว้แล้วถอนใจยาว เป็นอะไรไปครับ ริคโค่กอดมาร์คไว้แล้วถามด้วยความสงสัย ผมคุยกับเชนแล้ว มาร์คเอ่ยด้วยน้ำเสียงแปลกๆ แล้วเชนว่ายังไงครับ ริคโค่ถาม สองแขนโอบกอดมาร์คแน่นขึ้น เขาพอจะรู้แล้วว่าชายหนุ่มเป็นอะไร เชนจะไปอยู่ที่อังกฤษกับเร็น อย่างที่ผมเดาไว้ตั้งแต่แรก มาร์คบอก ถึงผมเองจะทำใจไว้แล้วและยอมรับการตัดสินใจของลูก แต่ผมไม่เคยรู้เลยว่าผมจะรู้สึกเหงามากขนาดนี้ เขาสารภาพตามตรง ผมเข้าใจครับ เมื่อคนที่เรารักต้องไปอยู่ไกลจากเรา มันก็ต้องรู้สึกเหงาเป็นธรรมดา ริคพยายามปลอบใจ สองมือลูบไล้ที่ไหล่ และสอดเข้าไปในกลุ่มผมหนานุ่มของชายหนุ่มอย่างปลอบโยน ริค ครับ อยู่กับผมนะ อย่าจากผมไปไหนเลย ผมจะอยู่กับคุณ ไม่มีวันจากคุณไปไหนเด็ดขาดครับ ริคโค่พูด น้ำตาเอ่อคลอ ขอบใจริค มาร์คพูดด้วยรอยยิ้ม คุณหลับซักพักดีมั้ยครับ ตื่นมาจะได้รู้สึกดีขึ้น ริคโค่แอบเช็ดน้ำตา พร้อมกับขยับตัว มาร์คกอดริคแน่นขึ้น อยู่แบบนี้แหละ ผมชอบความรู้สึกที่มีคุณอยู่กับผมแบบนี้ เขาขยับตัวขึ้นมาบนเตียง กอดริคไว้ไม่ยอมปล่อย ริคโค่ยิ้มเขินๆ แต่ก็ยอมให้มาร์คกอดอยู่แบบนั้น เขาเองก็โอบกอดชายหนุ่มไว้แน่น รู้สึกเป็นสุขที่สุดในชีวิตก็ว่าได้ สองวันต่อมา ยูอิจิก็ได้รับโทรศัพท์จากพ่อของเขาว่าจะกลับถึงบ้านวันรุ่งขึ้น เขาจึงขึ้นไปเก็บของเพื่อจะกลับบ้านของเขา ยูอิจิรู้สึกใจหายที่จะต้องจากทุกๆ คนที่นี่ไป แค่เวลาไม่กี่วันที่อยู่ที่นี่ เขาก็รู้สึกผูกพันกับทุกคนมากมายเหลือเกิน เมื่อไมล์ที่ออกไปธุระข้างนอกกลับมารู้เข้า จึงรีบขึ้นมาหาชายหนุ่มที่ห้องทันที นายจะกลับบ้านแล้วเหรอ ไมล์ถามทันทีที่เดินเข้ามาในห้องของยูอิจิ ยูอิจิหันมาสบตากับไมล์ แล้วหันไปเก็บของต่อ พ่อชั้นจะกลับมาพรุ่งนี้แล้วนี่ มันถึงเวลาที่ชั้นต้องกลับบ้านซักที เขาตอบโดยไม่หันมา นั่นสินะ นายต้องกลับบ้านของนาย ไมล์พูดเก็บซ่อนความรู้สึกโหวงเหวงในอก อย่าพูดเหมือนเราจะไม่ได้เจอกันอีกสิ ยูอิจิเอ่ย รูดซิปปิดกระเป๋าแล้วนั่งลงบนเตียง มานั่งนี่สิ เขาตบที่เตียงข้างๆ ตัว ไมล์เดินไปนั่งตามที่ยูอิจิต้องการ ชั้นไม่ได้พูดแบบนั้นสักหน่อย เขาแก้ตัว ช่วงอาทิตย์กว่าๆ มานี่ ชั้นมีความสุขมาก ชั้นดีใจจริงๆ นะที่ได้มาอยู่ที่นี่ แม้มันจะเป็นแค่ช่วงสั้นๆ แต่มันก็มีค่ากับชั้นมาก เพราะได้มารู้จักกับพวกนาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือตัวนายนั่นแหละไมล์ ชั้นก็ดีใจที่ได้รู้จักกับนาย ไมล์ยิ้ม งั้นชั้นไปหานายบ่อยๆ ได้เปล่า ยูอิจิหัวเราะ แล้วนายไม่ต้องเป็นบอดี้การ์ดให้เชนเหรอไง มันก็ต้องมีพักบ้างสิ ไมล์ย่นจมูก นะ ให้ชั้นไปเห็นหน้านายหน่อยไม่ได้เหรอ เขาทำเสียงอ้อน ยูอิจิยิ้มเขินๆ จับมือของไมล์ให้แปออกแล้ววางกระดาษใบเล็กๆ ใบหนึ่งลงไป เอานี่ไปด้วย ไมล์ยกกระดาษขึ้นมาดูแล้วหัวเราะ ในกระดาษแผ่นนั้นจดเบอร์โทรศัพท์ที่บ้าน กับอีเมล์ของชายหนุ่มเอาไว้ครบถ้วน แล้วอย่าลืมติดต่อไปล่ะ เขาพูด ส่วนเบอร์ที่นี่น่ะ เชนเอาให้ชั้นเรียบร้อยแล้ว นายจะไปเมื่อไหร่ ไมล์ถามเสียงขรึม ค่ำๆ ก็ได้ ยูอิจิบอก ให้ชั้นไปส่งนายที่บ้านนะยูจีน ชั้นก็อยากให้นายไปส่งอยู่แล้วล่ะ ยูอิจิยิ้มแล้วลุกขึ้นแล้วฉุดมือไมล์ให้ลุกขึ้นด้วย ไปลาคุณพ่อดีกว่า ไปเถอะไมล์ แล้วเขาก็ลากชายหนุ่มออกจากห้องพักไป หลังจากปาร์ตี้อำลาเล็กๆ ที่ทุกคนจัดขึ้นเพื่อเลี้ยงส่งยูอิจิ ไมล์ก็ขับรถพาเขากลับบ้าน ก่อนออกจากบ้านของเชนมา เร็นกับเรียวก็บอกกับยูอิจิว่าวันรุ่งขึ้นจะไปเยี่ยมคุณพ่อของเขาที่บ้าน ระหว่างทางจากบ้านของเชนไปที่บ้านของเขา ไมล์พูดน้อยมากเรียกได้ว่าแทบจะถามคำตอบคำจนยูอิจิสงสัยตะหงิดๆ ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับชายหนุ่ม ถึงได้ดูเครียดๆ อย่างไรก็ไม่รู้ พวกเขาลงจากรถที่ไมล์ขับมาจอดที่หน้าบ้าน ไมล์ช่วยหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าของเขาลงมากับกระเป๋าใส่เครื่องมือของตัวเองอีกใบหนึ่ง ยูอิจิไขประตูบ้านแล้วเปิดเข้าไป รีบกดรีโมทที่ไมล์ให้เขาเอาไว้ ก่อนสัญญาณในบ้านจะดังขึ้น เขารับกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเองมาแล้วเอาไปเก็บในห้องนอน ตอนที่ยูอิจิเดินออกมา ไมล์ก็เก็บอุปกรณ์ลงกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว เขาเงยหน้าขึ้นเมื่อยูอิจิเอาน้ำอัดลมกระป๋องมาส่งให้ งดแอลกอฮอล์นะ เดี๋ยวนายต้องขับรถกลับ ยูอิจิบอกแล้วนั่งลงที่โซฟา ขอบใจ ไมล์รับมา แล้วเปิดออกดื่ม เดินมานั่งข้างๆ ชายหนุ่ม นายเป็นอะไรไปน่ะ ดูเครียดจัง ยูอิจิอดถามความสงสัยของเขาไม่ได้ ไมล์ถอนใจ ไม่มีอะไรหรอก ต้องมีสิ หรือเป็นเรื่องที่บอกชั้นไม่ได้ ยูอิจิซ่อนความน้อยใจไว้ไม่มิด ไมล์จับมือของยูอิจิมากุมไว้ มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกยูจีน เขาสบตาสีน้ำตาลกลมโตที่จ้องมา เชนบอกชั้นเมื่อตอนเย็น ว่าเขาจะไปอยู่อังกฤษกับเร็น นานแค่ไหนไม่รู้แต่อย่างน้อยก็จนกว่าเร็นจะเรียนจบ ก็ดีแล้วนี่ เชนนี่น่ารักจังเลยที่ . ยูอิจิพูดไปแล้วก็นึกขึ้นได้ ถ้าเชนไป ไมล์ก็ต้องไปด้วยน่ะสิ!!! รู้แล้วใช่มั้ย ว่าชั้นกลุ้มเรื่องอะไร ไมล์ถามชายหนุ่ม พร้อมกับฝืนยิ้ม แล้ว แล้วเชนคิดจะไปเมื่อไหร่ ยูอิจิถามเสียงสั่นๆ บีบมือไมล์แรงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว ก็คงหลังจากรับปริญญาแล้ว น้องของนายกับนาธานจะกลับอังกฤษก็อีกหนึ่งอาทิตย์จากนี้ เชนคงตามไปทีหลัง ไมล์ตอบขรึมๆ นายต้องไปกับเชน แน่ล่ะ ก็นายเป็นบอดี้การ์ดของเขานี่นา ยูอิจิตอบสิ่งที่ถามเสียเอง ก็ดีแล้วนี่ นายคงจะไปทำงานที่นั่นใช่มั้ยล่ะ ดีจัง เขายิ้มให้ไมล์ด้วยรอยยิ้มสั่นๆ พลางดึงมือออกจากมือของไมล์ แต่ไมล์ไม่ยอมปล่อย ยูจีนอย่างทำแบบนี้สิ ทำแบบไหน ชั้น ไม่ได้ทำอะไรซักหน่อย ยูอิจิบิดมือจะให้หลุดจากการเกาะกุมของไมล์แต่ไมล์ก็จับข้อมือของเขาไว้แน่น ยูจีน ชั้นขอร้อง ไมล์พูดด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน ยูอิจิหยุดดิ้นรน หันมาสบตาสีฟ้าอ่อนโยนของไมล์ ก่อนจะโผเข้ากอดชายหนุ่มไว้แน่น ยูจีน ไมล์กระซิบด้วยเสียงที่ปวดร้าว ชั้นขอโทษ ขอโทษนะ ยูอิจิส่ายหน้าไปมาอยู่กับอกกว้างของไมล์ ทำไมต้องขอโทษด้วยล่ะ ชั้นเข้าใจดีนะไมล์ว่าเชนสำคัญกับนายมากแค่ไหน และนายมีหน้าที่ต่อเขายังไง ชั้นเข้าใจ เข้าใจดี เขาพูดไป น้ำตาเจ้ากรรมก็พาลจะไหลออกมา แต่เขาจะร้องไห้แบบนี้ไม่ได้ มีแต่จะทำให้ไมล์ลำบากใจมากขึ้นเท่านั้น ชั้นเคยสัญญากับตัวเองเอาไว้ ว่าจะคอยอยู่เคียงข้างเชนตลอดไป ชั้นไม่เคยคิดจะมีใครเลย จนกระทั่งมาพบกับนาย ไมล์กอดยูอิจิแน่นขึ้น ชั้นไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่หัวใจของชั้นจะแบ่งเป็นสองทางอย่างนี้ ทั้งเชนและนายต่างก็สำคัญกับชั้นทั้งคู่ ชั้นไม่อยากที่จะต้องเลือกเลย นายไม่จำเป็นต้องเลือก ยูอิจิพูดมาจากอกของชายหนุ่ม เพราะนายได้เลือกไปแล้ว ไมล์ ยูจีน ชั้น นายเลือกเชน เพราะนายทรยศคำสัญญาของตัวเองไม่ได้ นายเป็นคนอย่างนั้น . ไมล์พูดอะไรไม่ออกเลย ยูอิจิผละจากอ้อมกอดอบอุ่น สบตากับไมล์ตรงๆ และชั้นก็รักนายที่เป็นแบบนั้น คำบอกรักของยูอิจิกำลังสั่นไหวจิตใจเขาอย่างรุนแรง เขาที่เคยเป็นคนที่หนักแน่นมั่งคงมาตลอด กำลังถูกสั่นคลอนด้วยแววตาจริงจังของชายหนุ่มตรงหน้า ดวงตาสีน้ำตาลที่มองเขาด้วยความรัก ยูอิจิยกสองมือขึ้นทาบกับแก้มของไมล์ ก่อนจะยิ้มอย่างอ่อนโยน อย่าลังเลใจเลยไมล์ นายมีหน้าที่ของนายที่ต้องทำ ชั้นเองก็มีเหมือนกัน ชั้นไม่เข้าใจ ยูจีน ที่ผ่านมานายเป็นฝ่ายไล่ตามชั้น จับชั้นไว้ในความอบอุ่นอ่อนโยนของนาย แต่นับจากนี้ไป ชั้นจะเป็นฝ่ายไล่ตามนาย และจะจับนายด้วยความรักของชั้นบ้างล่ะ ยังไง ชั้นตัดสินใจแล้ว แต่ยังไม่บอกนายตอนนี้ดีกว่า ยูอิจิยิ้มอย่างมีเลศนัย ไว้ถึงวันนั้นนายก็จะรู้เอง นายแน่ใจนะ ไมล์ถามอย่างลังเล แน่สิ เชื่อมั่นในตัวชั้นหน่อย ไมล์ถอนใจ ได้ ชั้นจะจำไว้ ชั้นเชื่อในสิ่งที่นายตัดสินใจ ขอบใจนะ นายไปกับเชนอย่างสบายใจเถอะ ชั้นดูแลตัวเองได้ไม่ต้องห่วง ยูอิจิเอามือลง ชั้นขออะไรอย่างหนึ่งได้มั้ย คืนนี้นายอยู่ค้างที่นี่นะ ยูอิจิบอกแล้วก็แก้มแดงปลั่ง ยูจีน!!! ไมล์ตกใจแล้วคิดอยู่ครู่หนึ่ง อยู่ก็ได้แต่ชั้นจะนอนที่โซฟานะ ยูอิจิหัวเราะ กลัวชั้นจะปล้ำนายเหรอไง ตรงข้ามต่างหากล่ะ ไมล์คิดในใจ เอาอย่างนี้แหละ ไม่งั้นก็ไม่ค้าง เขาพูดอย่างจริงจัง ก็ได้ ยูอิจิกลั้นยิ้ม เดี๋ยวชั้นไปหาเสื้อผ้าให้นายเปลี่ยนนะ เขาลุกขึ้นเดินไปที่ห้องนอนของพ่อ ไมล์มองตามชายหนุ่มไปอย่างงงๆ แต่ก็อดยิ้มไม่ได้ โชคดีที่ยูจีนของเขาเข้าใจ แม้เขาจะคิดไม่ตกว่ายูอิจิจะทำอะไร แต่อย่างน้อยเขาก็รู้แล้วว่ายูอิจิรักเขา และเขาก็มีเวลาอีกเดือนกว่าๆ ก่อนจะถึงวันรับปริญญา เพื่อจะคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะดีที่สุดสำหรับพวกเขาทั้งสองคน หนึ่งอาทิตย์ที่ว่าผ่านไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน วันที่เร็น เรียว และนาธานจะต้องกลับอังกฤษก็มาถึง คืนก่อนกลับมาร์คจัดงานปาร์ตี้เลี้ยงส่งทุกคน แม้บรรยากาศจะดูสนุกสนานครื้นเครง แต่ก็แฝงไว้ด้วยความเหงาเศร้าของการจากลาด้วย มาร์คเชิญยูอิจิกับพ่อของเขามาด้วย เจอโรมกับเอลิน่าที่ตอนนี้หมั้นกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วก็มางานนี้เหมือนกัน และแน่นอน ริคโค่ก็อยู่ด้วย เชนกับเร็นจับมือกันอยู่ตลอดเวลา เพราะรู้ว่าถึงเวลาที่ต้องจากกันอีกครั้ง ถึงจะเป็นการจากแค่ชั่วคราวก็ตามแต่พวกเขาก็รู้สึกใจหายอยู่ดี เรียวกับนาธานมองทั้งคู่อย่างเข้าใจ และออกจะเห็นใจไมล์กับยูอิจิด้วย เรียวสังเกตเห็นญาติผู้พี่ของเขาไม่ร่าเริงอย่างที่แสดงออกมาจริงๆ แม้รอยยิ้มก็ออกจะฝืนๆ อยู่ ไมล์เองก็เงียบขรึมไปกว่าปรกติ หลังงานปาร์ตี้ พ่อของยูอิจิขอตัวกลับบ้านเพราะเขาต้องออกเดินทางไปทำงานที่ดูไบแต่เช้า ยูอิจิขอค้างที่บ้านเชนเพื่อจะได้ไปส่งน้องๆ พรุ่งนี้ด้วย แล้วพวกเขาต่างก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนที่ห้องของตนเอง เชนทิ้งตัวลงเคียงข้างคนรักหลังจากการร่วมรักอันรุนแรงและเร่าร้อนของเขากับเร็นจบลง คืนนี้มันรุนแรงและดุเดือดกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา คนรักของเขานอนหอบหายใจรัวแรง ผิวขาวๆ กลายเป็นสีชมพูระเรื่อไปทั้งตัว เขาเข้าใจดี คืนนี้เร็นเรียกร้องมากกว่าทุกๆ ครั้ง ราวกับจะจดจำประทับตราตรึงเขาไว้ด้วยทุกๆ อณูในร่างกาย ก่อนจะจากกันเพื่อพบกันใหม่ ...เป็นไงบ้าง...เร็น... เชนถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นเร็นยังคงนอนนิ่งไม่ไหวติง เร็นบิดร่างราวกับแมว อือ...ไม่เป็นไร... ก่อนจะพลิกตัวอย่างรวดเร็วขึ้นคร่อมทับเชนไว้ เฮ้!!!...เร็น...พรุ่งนี้นายต้องเดินทางนะ เชนร้องท้วง สองมือของเร็นยันที่แผ่นอกกว้าง ดวงตากลมโตสีดำสนิทจ้องแน่วแน่เข้าไปในดวงตาของเขา ผมยาวๆ สยายลงมาระกับตัวเขาราวกับม่านไหมสีดำ เร็นเหมือนจะพูดอะไรออกมา แต่ก็ไม่ ก่อนจะเม้มปากแล้วหลับตา ก้มหน้าลงจนเขามองเห็นแค่เพียงศีรษะของชายหนุ่มเท่านั้น เร็น... เชนเรียกอย่างอ่อนโยน แล้วเขาก็สัมผัสถึงหยดน้ำอุ่นๆ ที่แผ่นอกของเขา เร็นร้องไห้!!! ไม่มีเสียงสะอื้นใดๆ แต่ร่างที่กำลังสั่นบอกเขาได้ดีว่า เจ้าตัวกำลังอ่อนไหวเพียงไร เชนลุกขึ้น ขยับตัวเร็นให้อยู่บนตักเขา แล้วกอดชายหนุ่มไว้ ก่อนจะโยกตัวชายหนุ่มเบาๆ ลูบผมนุ่มๆ อย่างแสนรัก อย่าร้องไห้สิคนดี...ชั้นเคยบอกนายแล้วไงว่าชั้นทนเห็นไม่ได้ เร็นกอดรัดชายหนุ่มไว้แน่น ราวกับว่าเชนจะหนีหายไป น้ำตาไหลพรากไม่อาจกลั้นไว้ได้ แม้จะรู้ว่าเชนจะตามเขาไปอีกไม่นาน แต่ในความรู้สึกของเขานั้นไม่อยากจากกันเลยแม้แต่วินาทีเดียว ไม่เอาน่า...เราห่างกันแค่แป๊บเดียวเอง...หลังรับปริญญาชั้นก็จะไปอยู่กับนายแล้วไง...นิ่งซะนะคนดี สุดที่รักของชั้น เชนพูดอย่างอ่อนโยน ชั้นรู้... เสียงเร็นแหบเครือจากการร้องไห้ ขอโทษนะ เขาสูดจมูก ยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา ไหนดูซิ เชนประคองใบหน้างดงามไว้ในมือ เอานิ้วโป้งปาดน้ำตาให้อย่างเบามือ เป็นใบหน้ายามร้องไห้ที่น่ารักที่สุด ที่ชั้นเคยเห็นมาเลย เขาแตะริมฝีปากที่หน้าผากของเร็นอย่างแผ่วเบา บ้าเหรอ!! เร็นหัวเราะทั้งน้ำตา เชนลูบผมยาวๆ ของเร็นไปข้างหลัง ไปล้างตัวนะ จะได้เข้านอน เร็นพยักหน้า เชนจึงอุ้มชายหนุ่มเข้าห้องน้ำไป หลังจากเช็ดตัว ใส่ชุดนอนเรียบร้อย เชนก็อุ้มเร็นกลับมาวางที่เตียง เขานอนลงเคียงข้างคนรักแล้วดึงผ้าห่มมาห่มให้ เร็นซุกตัวเข้ามากอดเขาเอาไว้ ใบหน้างดงามยังคงไม่สดใสเหมือนทุกๆที เชนกอดรัดร่างบอบบางไว้แน่น แต่เขาก็ยังรู้สึกว่าพวกเขาใกล้ชิดกันไม่เพียงพอ ชั้นรักนาย...เชน เร็นกระซิบบอก ชั้นก็รักนาย เชนกระซิบตอบ จูบลงที่ศีรษะของชายหนุ่มที่ซบอยู่กับแผ่นอกกว้าง บอกอีกครั้งสิ รักนาย อีก รักนายคนเดียวเท่านั้น ความเปียกชื้นที่อกเสื้อของเชนทำให้เขาต้องกระชับอ้อมกอดรัดร่างบอบบางแน่นขึ้นอีก อย่าปล่อยมือจากชั้นนะเชน.... ไม่มีวันปล่อย....ตลอดชีวิต... เชนพูดอย่างหนักแน่น นอนซะที่รัก... คืนนั้น...เชนนอนฟังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของเร็น ที่ร้องไห้จนหลับไปในอ้อมกอดของเขาอยู่ค่อนคืน ไม่เคยคิดเลยว่าการจากกันอีกครั้งจะทำให้เขารู้สึกแทบทนไม่ได้อย่างนี้ แม้จะรู้ว่าอีกไม่นานก็จะพบกันอีก แต่เขาก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นเลย ชั้นจะไม่รักใครอีกแล้ว...นอกจากนาย เชนสาบานออกมาเบาๆ แม้เร็นจะไม่ได้ยินก็ตามแต่ตัวเขารู้ดีว่ามันเป็นอย่างนั้นทุกคำพูด แล้วเชนก็ผล็อยหลับไปด้วยใบหน้าที่อาบไปด้วยรอยยิ้ม... ไมล์กำลังจะปิดไฟหัวเตียงและล้มตัวลงนอนพอดี ก็มีเสียงเคาะประตูหน้าห้องเขาเบาๆ เขาสะบัดผ้าห่มออก เดินไปที่ประตูด้วยความสงสัย ใครครับ เขาถามออกไปก่อน ไมล์...ชั้นเอง เสียงแผ่วเบาตอบมา ยูจีน!!! ไมล์กระซิบอย่างตกใจ แล้วรีบเปิดประตูทันที เกิดอะไรขึ้น!!! นายเป็นอะไรหรือเปล่า!!! ยูอิจิสบตาชายหนุ่ม ขอเข้าไปได้มั้ย ไมล์ขมวดคิ้ว ก่อนจะดึงมือยูอิจิเข้ามาในห้อง เขาปิดประตูแล้วหันมา ยูอิจิยืนบิดนิ้วของตัวเองไปมา อย่างทำอะไรไม่ถูก กับการตัดสินใจของตัวเอง นายเป็นอะไรหรือเปล่ายูจีน ไมล์เดินเข้ามาใกล้ จึงเห็นว่ายูอิจิกำลังมือสั่น มีใครทำอะไรนายหรือเปล่า เขาจับไหล่ยูอิจิไว้ทั้งสองข้าง และรู้ว่ามันก็สั่นเช่นกัน หรือว่านายไม่สบาย ยูอิจิส่ายหน้า พยายามไม่มองแผงอกบึกบึนที่มองเห็นเพราะไมล์ไม่ได้ใส่เสื้อ ใส่แต่กางเกงนอนตัวเดียว ชั้นไม่ได้เป็นอะไร แล้วทำไมนายยังไม่นอนล่ะ... ไมล์ถามอย่างโล่งใจนิดๆ พายูอิจิไปนั่งที่ปลายเตียง ตัวเขาลากเก้าอี้มานั่งตรงหน้าชายหนุ่ม มีอะไรไม่สบายใจรึเปล่า ไม่มีหรอก... เขาหลบสายตาค้นคว้าที่จ้องมา ไมล์เลิกคิ้ว กุมมือที่สั่นน้อยๆ ของชายหนุ่มไว้ นายบอกชั้นได้ทุกเรื่องนะ ชั้นจะช่วยนายเอง คือ...ไมล์...ให้...ให้ชั้นอยู่กับนายคืนนี้ได้มั้ย เขาพูดออกไปแล้ว!!! แก้มสองข้างของเขาร้อนราวกับไฟ หัวใจเต้มโครมครามราวกับจะหลุดออกมานอกอก ไมล์อึ้งไปชั่วขณะ ยู ยูจีน ทำไม เป็นครั้งแรกที่ไมล์พูดตะกุกตะกักต่อหน้ายูอิจิ ได้รึเปล่า ไมล์ ยูอิจิถามอีกครั้ง ไมล์ปล่อยมือจากยูอิจิ แล้วเดินหนีไปยืนอยู่ที่โต๊ะทำงาน กำหมัดท้าวลงกับโต๊ะ นี่เขาไม่เข้าใจแม้แต่น้อยกับสิ่งที่ยูอิจิกำลังขอจากเขา ทำไมกัน หรือยูอิจิอยากจะทดสอบจิตใจของเขา ไมล์ ยูอิจิตกใจที่อยู่ๆ ไมล์ก็เดินหนีไป รู้สึกหวาดหวั่นใจขึ้นมา บอกชั้นหน่อยสิยูจีน ว่าทำไมนายถึงได้ขออะไรชั้นแบบนี้ ไมล์ถามเสียงเรียบโดยไม่หันมา นายโกรธ ยูอิจิพูดเสียงอ่อย ชั้นไม่ได้โกรธ ไมล์พยายามบังคับเสียงราบเรียบ แค่ไม่เข้าใจเท่านั้น ตอบชั้นได้มั้ยยูจีน ระหว่างที่ถาม ไมล์ก็รู้สึกว่ายูอิจิเดินมาหยุดอยู่ด้านหลังของเขา ยูอิจิวางมืออย่างแผ่วเบาบนแผ่นหลังแข็งเกร็งของไมล์ รู้สึกถึงการสะดุ้งเล็กน้อย ไมล์ ขอโทษ ชั้นขอโทษ เขาเอามือลง เมื่อไมล์ไม่พูดอะไรเขาจึงหันหลังจะเดินกลับออกไป สะกดกลั้นน้ำตาที่เอ่อขึ้นมา วินาทีต่อมา ยูอิจิก็ตกอยู่ในอ้อมกอดของไมล์ ที่กอดรัดเขาจากด้านหลัง ชั้นไม่ให้นายไป จนกว่านายจะบอกเหตุผลกับชั้น ไมล์พูดเสียงดุดัน ยูอิจิสูดหายใจเข้าลึก ชั้นอยากผูกพันกับนาย เขาพูดเสียงเครือ แต่ดูเหมือนว่านายจะไม่ต้องการ ไม่ต้องการเหรอ!!! ไมล์พูดอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ชั้นก็มีเลือดเนื้อ มีหัวใจนะยูจีน!!! ถ้าชั้นไม่ต้องการนายก็บ้าแล้ว!!! แล้ว ทำไม ใช่ ทำไม ทำไมต้องเป็นวันนี้ คืนนี้ล่ะ นายกำลังกลัวอะไรอยู่ ไมล์ถามเสียงอ่อนลง คลายวงแขนที่กอดรัดชายหนุ่มออกนิดหนึ่ง ยูอิจิหมุนตัวกลับมาแล้วกอดไมล์ไว้แน่น ชั้นกลัวการลาจาก ชั้นอยากได้ความมั่นใจจากนาย นายแค่กำลังอ่อนไหวเท่านั้นยูจีน ไมล์ลูบหลัง ลูบไหล่ชายหนุ่มอย่างปลอบโยน ชั้นรู้ว่านายต้องอดทน เก็บกดมันไว้ในใจตั้งแต่นายรู้ว่าชั้นจะต้องไป แต่แม้ว่าชั้นกับนายจะมีอะไรกันคืนนี้ ชั้นก็สร้างความมั่นใจให้นายไม่ได้อยู่ดี เชื่อเถอะ ไมล์พูดต่อ เมื่อเห็นว่ายูอิจิกำลังคิดตามที่เขาพูด ความมั่นใจมันต้องสร้างด้วยใจ ไม่ใช่ร่างกายนะยูจีน และอีกอย่างนะนายสำคัญกับชั้นมาก ชั้นอยากทะนุถนอมนายไว้นานๆ นายเข้าใจมั้ย ยูอิจิพยักหน้า ขอโทษนะไมล์...ชั้นนี่โง่จริงๆเลย...ชั้นทำให้นายไม่สบายใจมากขึ้นใช่มั้ย ไม่เป็นไรหรอก...ชั้นเองก็ต้องขอโทษนายเหมือนกัน...ที่ทำให้นายเป็นทุกข์ขนาดนี้...แต่ชั้นกลับช่วยอะไรนายไม่ได้เลย ไมล์พูดด้วยน้ำเสียงเสียใจลึกซึ้ง นายจะอยู่ที่นี่ก็ได้...ชั้นจะกอดนายไว้ทั้งคืนเลย... ยูอิจิเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่ม ชั้นอยู่ได้แน่นะ... ไมล์ยิ้ม แล้วจูงมือยูอิจิมาที่เตียงนอน เขานอนลงก่อนแล้วดึงยูอิจิลงมา โอบกอดชายหนุ่มไว้ในอ้อมกอดอบอุ่นของตัวเอง ยูอิจิเงยหน้าขึ้นสบตาไมล์อีกครั้ง ดวงตาลดลงมองริมฝีปากของชายหนุ่มก่อนจะมองกลับขึ้นไป ไมล์ยิ้มอ่อนโยน ก้มลงแตะริมฝีปากบางเบาๆ แต่ยูอิจิเงยหน้าขึ้นให้เขาสัมผัสความอ่อนนุ่มยวนใจนั้นมากขึ้น เขายอมตามใจ กดริมฝีปากสัมผัสอย่างลึกซึ้ง สองมือลูบไล้แผ่นหลังบอบบางอย่างเผลอไผล รู้สึกถึงมือของยูอิจิที่สอดขึ้นไปรั้งท้ายทอยเขา ยูอิจิเผยอริมฝีปากอย่างเต็มใจ ปลายลิ้นไล้ริมฝีปากล่างของไมล์อย่างยั่วเย้า ได้ยินเสียงชายหนุ่มสูดหายใจแรง แล้วปลายลิ้นร้อนก็สอดประสานกับปลายลิ้นของเขาอย่างอ่อนหวาน เขาครางในคอเบาๆ ไม่รู้สึกถึงสิ่งใดเลยนอกจากความร้อนปานไฟแผดเผาและความรักที่มีต่อไมล์ หากเขาไม่หยุดตอนนี้ เขาคงต้องทรยศความตั้งใจของตัวเองเป็นแน่ การตอบสนองอย่างอ่อนหวานของยูอิจิ เกือบจะทำลายการควบคุมตัวของเขาไปเสียแล้ว แต่จิตใต้สำนึกของเขานั่นเองที่รั้งเขากลับมา เขาตั้งใจแล้วไม่ใช่หรือว่าจะไม่มีวันทำตัวเหมือนคนที่เคยทำให้ยูอิจิต้องเจ็บปวด หากเขามีความสัมพันธ์กับยูอิจิทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองต้องจากไป เขาก็คงเลวร้ายไม่ต่างจากคนพวกนั้นเลย ไมล์ค่อยถอนริมฝีปากออก กดศีรษะของยูอิจิให้ซบกับแผ่นอกของตัวเอง ค่อยๆควบคุมลมหายใจให้กลับเป็นปรกติอีกครั้ง ยูอิจิระบายลมหายใจออก ได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำทั้งของเขาและของไมล์ เขากอดรัดแผ่นหลังแข็งแกร่งของชายหนุ่มแนบแน่น ซบลงกับอกกว้างอย่างยินดี หลับซะยูจีน ไมล์พูดเบาๆ ยูอิจิยิ้ม จูบลงที่หน้าอกของชายหนุ่ม ให้เสียงการเต้นสม่ำเสมอของหัวใจของไมล์กล่อมเขาสู่นิทรา เขารู้สึกสงบ เป็นสุข และถูกต้องเหลือเกินที่มียูอิจินอนอยู่เคียงข้างเขาแบบนี้ เขาอยากบอกชายหนุ่มเหมือนกันว่าเขาเองก็ไม่อยากจะจากชายหนุ่มไปเลย เพียงแต่หน้าที่ความรับผิดชอบเรียกร้องให้เขาต้องไป แล้วไมล์ผล็อยหลับไปหลังจากที่นอนฟังเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของยูอิจิอยู่นาน... ################################################ Chapter 15 เช้าวันรุ่งขึ้น มาร์คกับริคโค่ตื่นลงมารอพวกลูกๆ แต่เช้า โทรไปสั่งเลขาของพวกเขาไว้ว่าจะเข้างานตอนบ่าย แล้วก็นั่งจิบกาแฟกันไปรอพวกลูกๆ ของเขาไป นึกๆ แล้วก็ใจหายเหมือนกันนะครับ ริคโค่เอ่ยขึ้น เมื่อเขานั่งลงเคียงข้างมาร์คที่โซฟา นั่นสินะ ผมคงคิดถึงพวกเขาเอามากๆ เลย ทั้งเสียงหัวเราะทั้งความสดใสของพวกเขาด้วย มาร์ครำพึงเบาๆ แต่ก็ยังดีที่มีคุณอยู่กับผม เขาหยอดคำหวาน ริคโค่เขินจัด ทุบแขนชายหนุ่มเบา มาร์คหัวเราะ รวบตัวเขามากอดแล้วหอมแก้มของเขาอีกฟอดใหญ่ เขาก็เลยหน้าแดงมากขึ้นไปอีก อะแฮ่ม!!! แหมคุณพ่อฮะ หวานไม่เกรงใจพวกผมเลยน๊า เสียงนาธานดังมาจากด้านหลัง มาร์คกับริคโค่หันไปมองพร้อมกัน ก็พบนาธานกับเรียวยืนยิ้มกริ่มด้วยสีหน้าล้อเลียน ทั้งคู่เดินมานั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้าม ริคโค่หันไปส่งสายตากล่าวหาให้มาร์คหนึ่งที ก่อนจะหันกลับมาหาทั้งสองคนที่เอาแต่นั่งอมยิ้มไม่ยอมหุบ ตื่นเช้าจังเลยนะ เขาทักแก้เขิน ก็ยังช้ากว่าคุณพ่อกับคุณริคนะฮะ ผมอยากตื่นเร็วๆ จะได้มีเวลาอยู่กับคุณพ่ออีกเยอะๆ นาธานเอ่ยกึ่งอ้อนผู้เป็นพ่อ จริงเร้อ!!! ไม่ใช่ตื่นเต้นที่จะได้กลับบ้านไปหาแม่หรอกเหรอ มาร์คแกล้งถาม นั่นก็ด้วยฮะ นาธานหัวเราแหะๆ ที่พ่อรู้ทัน ก็ผมอยากรู้นี่นา ว่าน้องของผมจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ชั้นว่าน่าจะเป็นผู้หญิงนะ เรียวออกความเห็น พ่อก็คิดว่าน่าจะผู้หญิงเหมือนกัน มาร์คพยักหน้าเห็นด้วย ทั้งสี่คนนั่งคุยกันสักพักไมล์กับยูอิจิก็เดินเข้ามาสมทบ เร็นยังไม่ตื่นเหรอ ยูอิจิเอ่ยถามน้องชาย เดี๋ยวก็คงลงมา เรียวตอบ ยังไม่ทันขาดคำ เชนก็จูงมือเร็นลงบันไดมา โอ้โห!!! ไหงทุกคนตื่นเช้ากันจังล่ะเนี่ย เชนทักทายทุกๆ คนแล้วดึงเร็นให้นั่งลงที่ข้างกายเขา เอาล่ะ มากันพร้อมหน้าแล้วก็ไปทานอาหารเช้ากัน มาร์คเอ่ยขึ้น แล้วลุกขึ้นเดินนำขบวนพวกลูกๆ ไปที่ห้องอาหาร ไม่มีใครเอ่ยปากทักที่เห็นเร็นออกจะตาแดงนิดๆ และเงียบผิดปรกติ หลังจากรับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้วทั้งแปดคนก็เตรียมตัวไปสนามบินโดยมี เจอโรมที่ไปส่งเอลิน่าไปทำงานก่อนตามมาสมทบ ขับรถไปคันหนึ่งที่มีมาร์ค ริคโค่ เชน กันเร็นไปด้วยกัน อีกคันหนึ่งไมล์เป็นคนขับไป มียูอิจิ เรียวและนาธานเป็นผู้โดยสาร ไปถึงสนามบิน ตรวจเอกสารเรียบร้อยแล้ว ก็นั่งรอการเรียกขึ้นเครื่องบิน เร็นดึงเชนห่างออกมาจากคนอื่น ดึงให้ชายหนุ่มนั่งลงที่เก้าอี้ที่หันหน้าออกไปสู่ท่าจอดเครื่องบิน เขานั่งลงข้างๆ จับมือชายหนุ่มมากุมไว้แน่น เชนปล่อยให้เร็นทำตามใจ แม้ว่าเขาจะไม่อยากปล่อยให้เร็นกลับไป แต่เร็นก็ต้องกลับไปเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัย แล้วจะให้เขารั้งตัวชายหนุ่มไว้ได้อย่างไร ชั้นรู้นะว่านายจะทำทุกอย่างได้เพื่อชั้น เร็นเอ่ยขึ้นหลังจากนั่งเงียบอยู่นาน ชั้นเห็นแก่ตัวไปรึเปล่า ที่เรียกร้องจากนายมากขนาดนี้ นายไม่เคยเรียกร้องอะไรจากชั้นเลย...ทั้งหมดนี่ชั้นอยากทำเองต่างหาก เชนยิ้มนิดๆ บีบมือเล็กๆ ที่เกาะกุมกันไว้แน่นขึ้น นายแน่ใจแล้วเหรอ...เด็กอย่างชั้นเนี่ยนะ เร็นถาม สายตามองเหม่อออกไปที่เครื่องบินที่กำลังเคลื่อนตัวขึ้นไปบนท้องฟ้า จนป่านนี้แล้วน่ะนะ เชนส่ายหน้าก่อนจะดึงร่างบอบบางมากอดไว้แน่น ไม่เชื่อใจชั้นหรือไงฮึ เปล่านะ!!...นายพิสูจน์ให้ชั้นเห็นแล้วว่านายจิตใจมั่นคงแค่ไหน เร็นเอ่ยเสียงเบามาจากแผงอกของชายหนุ่ม ก็จริงล่ะนะที่นายยังเด็ก...แต่เด็กอย่างนายก็สามารถทำให้ชั้นรักแค่นายคนเดียวได้จริงมั้ยล่ะ เชนถาม มือก็ลูบผมนุ่มๆของเร็นเล่นไปมา วันนี้เร็นปล่อยผมอย่างที่เขาชอบด้วยสิ คำตอบของเชนทำให้เร็นอดที่จะน้ำตารื้นขึ้นมาไม่ได้ แต่เขาก็พยายามกลั้นไว้เพราะสัญญากับชายหนุ่มไว้แล้วว่าจะจากกันด้วยรอยยิ้ม เขาเงยหน้าขึ้นยิ้มอย่างสดใสให้คนที่เขารักที่สุด เชนยิ้มกว้าง นี่เป็นรอยยิ้มจริงๆ ครั้งแรกที่เขาได้เห็นจากเร็นตั้งแต่หลายวันที่แล้ว สบายใจแล้วนะ เขาถาม เอาผมยาวๆ ไปทัดหูให้เจ้าตัวอย่างเอ็นดู ขอโทษนะที่ทำให้นายต้องมากังวล ไม่เป็นไรหรอก อยากอยู่อย่างนี้อีกซักพักมั้ย เร็นพยักหน้า แล้วซบลงกับหน้าอกของเชนอีกครั้ง ชายหนุ่มหัวเราะเบาๆ กอดร่างบอบบางไว้แนบอกแล้วถอนใจอย่างมีความสุข เจ็ดคนที่เหลือต่างมองทั้งสองคนพลางหันมายิ้มให้กัน แล้วหาที่นั่งคุยกันอยู่ห่างๆ ไม่เข้าไปรบกวน คุณพ่อฮะ แล้วอย่าลืมที่สัญญานะฮะ นาธานเอ่ยขึ้นกับมาร์ค ไม่ลืมหรอก พ่อต้องไปหาลูกกับน้องคนใหม่ของลูกแน่ๆ เอาไว้ใกล้ๆ ที่แม่ของลูกจะคลอดแล้วพ่อจะโทรไปหาอีกทีนะ มาร์คลูบหัวลูกชายคนเล็ก เสียงประกาศเรียกให้ขึ้นเครื่องครั้งสุดท้ายดังขึ้น เชนลุกขึ้นจูงมือเร็นเดินกลับมาหาอีกเจ็ดคนที่รออยู่ พวกเขาทั้งหมดเดินไปที่ช่องที่จะเดินไปขึ้นเครื่องบิน โชคดีนะทุกคน ริคโค่เอ่ยขึ้น รักษาตัวนะ เดินทางปลอดภัยทุกๆ คน เจอโรมพูดบ้าง นาธานเดินมากอดพ่อแน่น แล้วพบกันนะฮะคุณพ่อ แล้วพบกัน มาร์คกอดตอบแน่น ฝากดูแลนาธานด้วยนะเรียว แน่นอนฮะคุณพ่อ เรียวยิ้มกว้าง พยักหน้าอย่างแข็งขัน นาธานเดินไปกอดเชนอีกคน ตามมาเร็วๆ นะพี่ชาย ชัวร์อยู่แล้ว เชนหัวเราะ ขยี้หัวน้องชายเล่นอย่างเอ็นดู ยูอิจิดึงน้องชายทั้งสองคนมากอด โชคดีนะ แล้วติดต่อกันบ้างล่ะ รักษาตัวด้วยนะยูจัง เร็นเอ่ยเสียงเครือ แล้วผละไปหาไมล์ ดูแลพี่ชายชั้นดีๆ นะไมล์ ครับผมเจ้าหญิง ไมล์ทำท่าตะเบ๊ะ ทำให้เร็นหัวเราะคิกคัก ก่อนจะเขย่งขึ้นหอมแก้มชายหนุ่มเบาๆ เร็นหันไปหาเชนที่กำลังจับมือกับเรียว สายตาสองคู่ประสานกัน ก่อนจะเดินเข้ามาหากัน รอชั้นก่อนนะ ไม่นานหรอก เชนดึงเร็นเข้ามากอดไว้แน่น ตามไปเร็วๆ นะ เร็นสำทับ แล้วเงยหน้าขึ้นจ้องเข้าไปในดวงตาสีเขียวมรกต ชั้นสัญญา เชนก้มลงสัมผัสริมฝีปากบางอย่างอ่อนโยน เร็นเงยหน้ารับสัมผัสนั้นอย่างเต็มใจ ลืมตาขึ้นสบตากันนิ่งนาน ก่อนที่เร็นจะค่อยผละออกจากอ้อมกอดแข็งแกร่ง สองมือเกาะกุมกันแน่นแล้วค่อยๆ คลายออก เขายิ้มอย่างอ่อนหวานแม้ว่าดวงตาจะปริ่มไปด้วยหยาดน้ำใสๆ รับรู้ถึงมือของนาธานที่โอบรอบไหล่ แต่ดวงตาทั้งสองคู่ไม่คลาดไปจากกัน ชั้นจะดูแลเร็นเอง ไม่ต้องห่วงนะ เรียวให้คำมั่นกับเชนก่อนจะเดินตามน้องชายและคนรักไป เชนยิ้มตอบรอยยิ้มอ่อนหวานของคนรัก ก่อนที่เร็นจะเดินพ้นสายตาของเขาไป ชั้นจะตามนายไปให้เร็วที่สุดเร็น ไม่นานหรอก เชนพูดในใจ คนที่เหลือยืนอยู่อีกครู่หนึ่งแล้วจึงแยกย้ายกันเดินทางกลับ เชนไปกับมาร์ค ริคโค่และเจอโรมเพื่อเตรียมเรื่องที่จะไปทำงานที่บริษัทสาขาที่อังกฤษ ส่วนไมล์ไปส่งยูอิจิที่บ้าน รถจี๊บโฟรวีลเคลื่อนเข้ามาจอดหน้าบ้านของเขา ยูอิจิเหลือบมองไมล์แวบหนึ่ง นายจะลงไปมั้ย เขาถามเสียงเบา ไมล์หันมาสบตาชายหนุ่ม ก่อนจะยิ้มนิดๆ แล้วถอดเข็มขัดนิรภัยออก ไปสิ ยูอิจิค่อยยิ้มออก ปลดเข็มขัดแล้วลงจากรถอย่างร่าเริง เขาเดินมาไขกุณแจเข้าบ้าน มีไมล์เดินตามมาพร้อมสีหน้าขบขัน ช่วยหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้าใบเล็กๆ ของยูอิจิมาด้วย ไมล์วางกระเป๋าลงทางหนึ่ง แล้วเดินมานั่งลงที่โซฟา พร้อมๆ กับที่ยูอิจิเดินออกจากห้องครัวเอาน้ำมาส่งให้ เขารับมาพร้อมกับเอ่ยขอบคุณเบาๆ ไมล์... ยูจีน... ทั้งสองคนพูดขึ้นพร้อมกัน ก็เลยมองหน้ากันแล้วหัวเราะ นายพูดก่อน ไมล์พูดขึ้น ก็ได้...คือว่าอาทิตย์หน้าเพื่อนชั้นเขาชวนไปงานปาร์ตี้เปิดผับใหม่ของเพื่อนเขาน่ะ ยูอิจิบอก แล้วนายก็เลยอยากให้ชั้นไปด้วย ไมล์ถามยิ้มๆ คือความจริงแล้วชั้นก็ไม่ค่อยอยากไปเท่าไหร่ แต่ขัดเพื่อนไม่ได้ก็เลยอยากให้นายไปเป็นเพื่อน เกรงใจนายเหมือนกันแหละ เพราะไอ้ผับที่ว่าเนี่ยมันเล่นดนตรีแบบที่นายไม่ค่อยชอบน่ะ เหรอ...แต่ถ้านายอยากให้ชั้นไปด้วย ชั้นก็จะไปเป็นเพื่อน ขอบคุณมากนะไมล์ ยูอิจิถอนใจเฮือกใหญ่อย่างโล่งอก จนไมล์อดขำไม่ได้ ยังไม่ได้บอกเลยว่ามีเงื่อนไข ไมล์เอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ อ๊า!!! มีด้วยเหรอ ยูอิจิแกล้งทำหน้าบ้องแบ๊ว อะไรล่ะบอกมาสิ ไมล์หัวเราะที่เห็นยูอิจิทำตาแป๋วได้ขนาดนั้น อืม...อะไรดีน๊า... เขาทำท่าคิดไม่ตก อย่าเล่นตัวน่า...บอกมาไม่งั้นไม่เลี้ยงข้าวกลางวันนะ ยูอิจิเร่งเร้า งั้นนิดเดียวก็แล้วกัน เขาพูดแล้วชี้ที่แก้มตัวเอง ยูอิจิเขินหน้าแดง แอบค้อนชายหนุ่มนิดหนึ่ง ก่อนจะทำตามที่ไมล์ต้องการ ไมล์หัวเราะที่ได้แกล้ง จับมือของยูอิจิมาจุมพิตที่หลังมือเบาๆ แล้วจะเลี้ยงอะไรชั้นล่ะ ไม่รู้สิ ต้องไปดูในตู้เย็นก่อน งั้นก็ไปสิ...เดี๋ยวชั้นจะช่วยทำด้วย นายเนี่ยนะ...ทำเป็นด้วยเหรอ ยูอิจิแกล้งเลิกคิ้ว อยากพิสูจน์มั้ยล่ะ ไมล์ท้าทาย ได้เลย...ไปในครัวกัน ยูอิจิลุกขึ้นยืน ไมล์ลุกตามแล้วก็จูงมือกันเข้าครัวไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มอย่างมีความสุข เชนเงยหน้าขึ้นจากแฟ้มเอกสารตรงหน้าเมื่อได้ยินเสียงผิวปากอย่างอารมณ์ดีของใครบางคนดังมาเข้าหู ครู่หนึ่งเจ้าของเสียงก็เดินเอ้อระเหยเข้ามาในห้องที่เขานั่งอยู่ อารมณ์ดีจริงนะเพื่อน เชนอดที่จะออกปากไม่ได้ ไมล์แค่ยักไหล่ก่อนจะนั่งลงตรงข้ามโต๊ะ เป็นไง งานของนาย ก็ไม่ยาก พ่อบอกชั้นว่าจะให้ชั้นไปอยู่แผนกประสานงานฝ่ายต่างประเทศน่ะ เชนบอกแล้วก้มหน้าลงอ่านเอกสารต่อ ส่วนชั้นก็คงไปเป็นผู้ช่วยนายเหมือนเดิม ท่านคงให้ปิดฐานะบอดี้การ์ดของชั้นไว้ใช่มั้ย อือฮึ ก็มันปลอดภัยกว่า อย่างที่นายรู้ เชนพลิกเอกสารในมืออย่างรวดเร็ว ว่าแต่นายเหอะ เรื่องยูจังน่ะจะว่ายังไง ก็ไม่ยังไงหรอก ไมล์ตอบเสียงขรึม เขาก็เข้าใจดีว่ายังไงชั้นก็ต้องไปกับนาย คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง นายยังไม่ค่อยแน่ใจใช่มั้ยล่ะ ว่ายูจังจะไม่เป็นไร? เชนปิดแฟ้มฉับ เงยหน้าขึ้นถามเพื่อนเสียงจริงจัง ชั้นรู้ว่าเขาเป็นทุกข์นะ ชั้นเองก็ไม่อยากจากเขาไป แต่ยังไงชั้นก็เลือกที่จะไปกับนาย ไมล์ตอบ ไมล์ ถ้า ชั้นบอกนายว่านายไม่ต้องไปกับชั้นก็ได้ล่ะ เชนถามอย่างจริงจังไม่เปลี่ยน ไมล์สบตาจริงจังของเพื่อนก่อนจะยิ้มมุมปากนิดๆ ยังไงชั้นก็จะไปกับนายอยู่ดี ชั้นสาบานกับตัวเองไว้แบบนั้น ชั้นถึงยังไม่อยากผูกมัดกับยูจีน ระหว่างที่ชั้นไม่อยู่ถ้าหากเขาได้พบคนที่รักเขาและมีสิ่งที่เขาต้องการมากกว่าชั้น ชั้นก็จะยอมรับและเข้าใจ แล้วก็คงต้องปล่อยให้เขาไป นายจะมาเสียสละความสุขส่วนตัวของนายเพื่อชั้นทำไมกัน นายมีชีวิตของนายเองนะไมล์ ชั้นไม่อยากเป็นสาเหตุให้นายต้องละทิ้งโอกาสของนายไป ไม่ว่านายเคยสาบานอะไรไว้ก็แล้วแต่ ชั้นขอคืนให้นาย ไมล์ยิ้มกว้าง ขอบใจนายมากนะเชน แต่นั่นเป็นปัญหาของชั้นเองที่จะหาวิธีว่าจะทำอย่างไรให้ดีที่สุดสำหรับเรื่องนี้ แล้วนายก็สบายใจได้ ชั้นคว้าโอกาสนั้นไว้แล้ว ต่อไปก็คือการทำให้ยูจีนเขามั่นใจในความรักของชั้นให้มากพอเท่านั้นแหละ นายแน่ใจนะ เชนถามอีกครั้ง แน่สิเพื่อน ไมล์ตอบ เชนยิ้มกว้างให้เพื่อนรักแล้วยื่นมือออกมา ไมล์จับมือเพื่อนรักทันใดอย่างไม่ลังเล คำขอบคุณของชั้นคงตอบแทนสิ่งที่นายทำให้ชั้นได้ไม่หมด เชนเอ่ยอย่างตื้นตัน ก็เพราะว่าเราเป็นเพื่อนกันไง ไมล์เอ่ย ใช่ เพื่อนรัก เชนยิ้ม แล้วก้มลงดูเอกสารตรงหน้าต่อ ยื่นแฟ้มที่อ่านเสร็จแล้วให้ไมล์ นี่เป็นพนักงานของฝ่ายต่างประเทศที่อังกฤษทั้งหมด ไมล์รับมาแล้วเปิดดูเงียบๆ ตามหน้าที่ของเขาคือต้องรู้จักคนที่เชนต้องติดต่อสัมพันธ์ด้วยทั้งหมด เพื่อที่จะได้รู้ว่ามีใครบ้างที่ไม่น่าไว้ใจ เขาเปิดดูไปตาก็เหลือบมองเพื่อนรักไปด้วย เห็นเชนเปิดเอกสารผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนอ่านผ่านๆ แต่ความจริงแล้ว อักษรทุกตัวในหน้าเหล่านั้นถูกบันทึกเข้าสมองของเชนอย่างรวดเร็วต่างหาก เพื่อนของเขาเป็นคนอ่านหนังสือได้เร็วมากนอกจากนั้นก็เรื่องเกี่ยวกับตัวเลข เชนคิดเลขในใจได้เร็วมากเหมือนกัน ไม่ว่าเลขจะเยอะขนาดไหนก็เถอะ ผิดกับเขาที่แพ้ตัวเลขทุกชนิดทีเดียว ความสามารถสองอย่างนี้ของเชนไม่ค่อยมีคนรู้นอกจากคนในครอบครัวเท่านั้น มีอะไร เอาแต่จ้องชั้นอยู่ได้ เชนถามขึ้นโดยไม่เงยหน้าขึ้นจากเอกสาร ความรู้สึกไวตามเคย ไมล์คิดยิ้มๆ เห็นนายอ่านอะไรทีไร ชั้นก็อดทึ่งไม่ได้สักที เชนยิ้มมุมปาก ยิ่งดูยิ่งเหมือนมาร์คเข้าไปทุกวัน มันเป็นพรสวรรค์เพื่อน ไมล์หัวเราะเบาๆ แล้วก็ก้มหน้าก้มตาอ่านแฟ้มตรงหน้าต่อไป พลางคิดว่าเย็นนี้ ถ้าเขาแวะไปหายูจีนอีกครั้งเนี่ย จะทำให้เจ้าตัวประหลาดใจหรือเปล่านะ แล้วรอยยิ้มเจ้าเล่ห์เล็กน้อยก็ผุดขึ้นที่ริมฝีปากของไมล์ อย่างไม่อาจปิดบัง คืนวันเสาร์ที่ไมล์กับยูอิจินัดกันไว้มาถึง ไมล์ขับรถคันที่เขาใช้อยู่ประจำไปรับชายหนุ่มที่บ้าน เนื่องจากเชนรู้เรื่องนี้จากไมล์ เขาจึงขอไปด้วยโดยอ้างว่าจะไปเที่ยวทิ้งทวน แต่ความจริงไม่อยากอยู่บ้านคนเดียวต่างหาก ไมล์ขับรถไปยังผับที่ว่า อยู่ในย่านที่พวกวัยรุ่นชอบมาเที่ยวกันที่พวกเขารู้จักดีแต่ก็ไม่ค่อยมาบ่อยนัก เขาหาที่จอดรถที่ด้านหน้า ซึ่งมีรถจอดมากพอสมควร ยูอิจิส่งบัตรให้ไมล์กับเชน แล้วเอาบัตรของตัวเองมาคล้องคอ แล้วก็พาทั้งสองคนเข้าไปในผับที่ค่อนข้างมืดสลัว ยูอิจิมองหาเพื่อนเมื่อเห็นแล้วก็พยักหน้าให้ทั้งสองคนเดินตามเขามา เฮ้ๆๆ!!! นึกว่านายจะไม่ยอมมาซะแล้วนะยู ทีเจทักอย่างร่าเริง พูดมากน่าทีเจ อ้อ นี่เพื่อนชั้น ไมล์กับเชน แล้วนี่ก็ทีเจนะ หวัดดี เพิ่งเคยเห็นหมอนี่พาเพื่อนมาด้วยนะเนี่ย ทีเจอดแซวเพื่อนไม่ได้ ยินดีที่รู้จัก ไมล์กับเชนทักตอบ อย่าสนใจเพื่อนบ้าบอของชั้นเลยนะ ยูอิจิส่งตาพิฆาตให้เพื่อนจอมกวน พวกนายนั่งนี่นะ ไม่ค่อยพลุกพล่านเท่าไหร่ เดี๋ยวชั้นจะไปดูพวกที่วงหน่อย ไม่รู้มากันครบยัง ทีเจบอกแล้วเดินไปทางเวทีที่มีพวกนักดนตรีกำลังจัดเวทีกันอยู่ นั่งสิ ยูอิจิบอกแล้วนั่งลง ทีเจเป็นมือกลองน่ะ จะเล่นเป็นวงแรก ที่นี่ก็ใช้ได้นี่นา เชนพูดขึ้น ชั้นล่างนี่ก็กว้างดี ชั้นบนก็ท่าทางจะกว้างเหมือนกัน ไมล์หันไปดูรอบๆก่อนจะหันกลับมา ค่อยยังชั่วที่พวกนายชอบ ยูอิจิยิ้ม แล้วแสงไฟก็ดับลง ก่อนสปอร์ตไลท์จะส่องไปที่เวที ขอต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ ขอบคุณที่มาเที่ยวร้านของผม แต่ผมได้ยินว่ามีบางคนโดนบังคับมานะ เสียงหัวเราะดังขึ้นทั่วไปหมด แต่ไม่เป็นไรครับ ร้านผมยินดีต้อนรับพวกท่านเสมอ เชิญทุกท่านรับฟังเพลงจากวงของทีเจ เพื่อนรักของผมได้เลยครับ เสียงปรบมือดังขึ้น เจ้าของร้าน เพื่อนของทีเจลงจากเวทีแล้วแสงไฟก็สว่างขึ้นอีกครั้ง พร้อมๆ กับที่ดนตรีบรรเลงขึ้น ทั้งยูอิจิ ไมล์และเชนต่างก็ฟังดนตรีและคุยกันอย่างสนุกสนาน โดยไม่รู้เลยว่ามีสายตาสองคู่กำลังจ้องมองพวกเขาด้วยความประสงค์ร้ายมาจากชั้นสอง โดยเฉพาะยูอิจิกับไมล์ รอดูจังหวะให้ดีจะเจอรี่ บิลสั่งกับเพื่อนที่ชั่วร้ายพอๆ กัน ได้เลย ตั้งแต่วันนั้นชั้นก็รอที่จะแก้แค้นพวกมันมานานแล้ว เจอรี่ถูมือไปมา แสยะยิ้มน่าเกลียด ชั้นจะตอบแทนพวกมันสองคนอย่างสาสม เดี๋ยวถ้าน้องหนูนั่นแยกตัวไปคนเดียวเมื่อไหร่ นายไปเอารถมารอชั้นด้านหลัง แล้วพวกเราก็จะได้สนุกกันเหมือนวันนั้นไง บิลพูดแล้วหัวเราะ ได้เลยเพื่อน เจอรี่หัวเราะบ้าง ทั้งสองคนรีบหลบไปให้พ้นสายตาของคนทั้งสามพร้อมกับซุ่มมองด้วยความมุ่งร้ายชัดแจ้ง เดี๋ยวชั้นขอตัวไปห้องน้ำหน่อยนะ ยูอิจิบอกแล้วลุกขึ้น ให้ชั้นไปด้วยมั้ย ไมล์ถามแล้วทำท่าจะลุกขึ้น นายเป็นบอดี้การ์ดของเชนนะ ไม่ใช่ของชั้น ยูอิจิว่ายิ้มๆ ไม่ต้องหรอก เขาบอกแล้วเดินไป เชนหัวเราะก๊าก ไงล่ะ ทำเป็นหวงไปได้ ห่วงต่างหาก เจ้าบ้า ไมล์แกล้งว่าแล้วหัวเราะ แต่ในใจรู้สึกสังหรณ์แปลกๆ เขามองตามยูอิจิไปด้วยความเป็นห่วงที่พุ่งขึ้นมาจับใจ หลังจากยูอิจิทำธุระส่วนตัวเรียบร้อยแล้ว ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ โดยไม่ทันรู้ตัวเขาก็ถูกรวบตัวจากด้านหลัง มือใหญ่ปิดปากเขาอย่างแน่นหนา โดนที่เขายังไม่ทันได้ร้องสักนิด ตัวเขาถูกอุ้มลอยไปทางทางออกด้านหลังอย่างรวดเร็ว เขาส่งเสียงร้องอู้อี้และออกแรงดิ้นสุดกำลัง จนปากของเขาพอจะหลุดจากมือที่ปิดอยู่ เขาจึงกัดเข้าไปเต็มแรง โอ๊ยยย!!! คนที่จับเขาร้องลั่น และปล่อยตัวเขาเป็นอิสระ เสียงนี้มัน!!! ไม่จริง!!! แต่มันเป็นเสียงที่เขาไม่มีวันลืมเด็ดขาด!!! พอเป็นอิสระ ยูอิจิก็พยายามจะหนีไป แต่ทางเดินมันแคบนิดเดียวคนที่จับเขาก็ยืนขวางทางอยู่ ส่วนอีกทางก็เป็นประตูที่เปิดออกไปข้างนอก ระหว่างที่เขาตัดสินใจจะหนีออกประตูไปนั้น ก็ถูกกระชากมากระแทกผนังเสียก่อน ยังฤทธิ์มากเหมือนเดิมเลยนะ เสียงน่ารังเกียจดังขึ้น ยูอิจิเบิกตาโพลงจ้องเข้าไปในดวงตาวาวโรจน์ดุจปิศาจร้ายของคนตรงหน้า สองมือของเขาถูกบีบและกดกับกำแพงด้านหลังจนเจ็บไปหมด แก!!! เขาถึงกับพูดไม่ออกเมื่อเห็นรอยยิ้มโหดร้ายของบิล ยังดีนี่ที่ยังจำได้ นายหนีไปไหนไม่รอดหรอกน้องหนู วันนี้ชั้นจะสนุกกับนายให้ยิ่งกว่าคืนนั้นเลยเชียว บิลพูดจบก็หัวเราะดังก้องอย่างสะใจ อย่ามาเรียกชั้นแบบนั้นนะไอ้สารเลว!!! ยูอิจิตะโกนใส่ จากความกลัวแปรเปลี่ยนเป็นความโกรธ เขาจะไม่มีวันยอมให้คนเลวพวกนี้ทำให้เขาแปดเปื้อนอีกเป็นอันขาด!!! ไม่ยอมอีกแล้ว!!! ปากดีจริงนะ ดวงตาของบิลเริ่มฉายแววโหด***ม คิดว่าไอ้ยักษ์ใหญ่นั่นจะมาช่วยหรือไงหา!!! จุ จุ จุ น้องหนูเอ๋ย ชั้นจะบอกให้นะ ว่าไอ้บ้านั่นมันต้องได้รู้แน่ แต่นั่นต้องหลังจากที่ชั้นจัดการกับนายแล้ว ในเมื่อมันอยากปกป้องนายนัก ชั้นก็จะขยี้ของที่มันหวงนักหวงหนาให้แหลกคามือ แล้วค่อยให้มันรู้ทีหลัง มันจะต้องได้รับความเจ็บปวดมากกว่าที่มันทำกับชั้นไว้เป็นร้อยเท่า บิลพูดจบก็ระเบิดหัวเราะออกมาอย่างสะใจ เมื่อมองเห็นใบหน้าซีดเผือดของคนที่อยู่ในกำมือ พวกแกมันเลว!!! เลวจนชั้นไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาด่าพวกแกดี!!! จากที่หน้าซีดตอนนี้หน้ายูอิจิแดงกล่ำด้วยความโกรธ ชั้นไม่ยอมให้พวกแกทำตามใจพวกแกหรอก ยูอิจิพูดจบก็พยายามดิ้นรนให้หลุดพ้นจากการจับกุมของบิล แต่ไม่มีประโยชน์ใดๆจากคนตัวเล็กๆ อย่างเขา บิลมองอาการดิ้นรนของเขาราวกับแมวที่กำลังเล่นอยู่กับหนูที่เป็นเหยื่อ แล้วบิลก็รวบมือของยูอิจิมาไว้เหนือหัวแล้วจับไว้ด้วยมือข้างเดียว อีกมือหนึ่งบีบสองแก้มของเขาจนเขาร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แล้วก็ก้มลงหมายจะจูบ แต่ยูอิจิกลับถ่มน้ำลายใส่หน้าอย่างรังเกียจ บิลผงะออกไปเอาหลังมือเช็ดหน้า ตาวาวด้วยความโกรธ ก่อนจะตวัดหลังมือตบหน้ายูอิจิเต็มแรงจนหน้าหัน เซไปกระแทกกับผนังด้านหลังอย่างแรง ก่อนจะกระชากตัวชายหนุ่มกลับมาแล้วอัดหมัดลุ่นๆ เข้าที่ลิ้นปี่ ยูอิจิจุกจนตัวงอ ท่ามกลางสติที่กำลังเลือนลาง บิลช้อนตัวของชายหนุ่มขึ้นบ่าแล้วพาออกมาข้างนอกร้านโยนตัวยูอิจิไว้ที่เบาะหลังรถเปิดประทุนที่เจอรี่ติดเครื่องรออยู่ แล้วขับออกไป เขาได้ยินเสียงหัวเราะของปิศาจร้ายสองตนที่ลอยมาเข้าหู แต่เขาทำอะไรไม่ได้เลย เรี่ยวแรงไม่มีแม้แต่จะให้ขยับตัว ยูอิจิน้ำตาไหลพราก นี่เขาต้องมาเจอเรื่องอย่างนี้ซ้ำซากอีกอย่างนั้นหรือ ทำไม!!! ทำไม!!! ไมล์!!! ชั้นมันสกปรก แปดเปื้อน ไม่มีหน้าไปพบนายอีกแล้ว ไมล์!!! ชั้นขอโทษ ที่ชั้นสู้พวกมันไม่ได้ ได้โปรด!!! พระเจ้า!!! ใครก็ได้!!! ช่วยผมด้วย!!! ผมไม่อยากทำให้คนที่ผมรักต้องมาเจ็บปวดเพราะผม!!! สิ่งสุดท้ายที่ยูอิจิมองเห็นก่อนที่ทุกสิ่งจะดับมืดลง คือใบหน้าของไมล์ยามที่ชายหนุ่มแย้มยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน นี่มันนานเกินไปแล้วนะ ไมล์ยกนาฬิกาขึ้นดูอย่างหงุดหงิด เกือบสิบนาทีแล้วที่ยูอิจิหายไป ชั้นก็ว่างั้น เชนมองหายูอิจิด้วยความเป็นห่วง เดี๋ยวชั้นไปดูที่ห้องน้ำดีกว่า ไมล์ผุดลุกขึ้น แต่เชนห้ามไว้ก่อน ชั้นไปเองดีกว่า นายไปให้ทีเจช่วยดีกว่านะ เชนสบตาเพื่อนรักอย่างเข้าใจแล้วผละไป ไมล์เข้าใจในทันทีว่าเชนหมายความว่ายังไง เขาเดินไปที่เวทีอ้อมไปด้านหลังของทีเจ แล้วสะกิดเพื่อนของยูอิจิแล้วพูดที่ข้างหูชายหนุ่ม ทีเจ ยูอิจิหายตัวไป ทีเจมือตีกลองไป พลางขมวดคิ้วหันมามองหน้าไมล์ ก่อนจะพยักหน้ารับรู้ เขาให้สัญญาณเพื่อนในวงให้หยุดเล่นดนตรีก่อนครู่หนึ่ง ทุกคนในผับต่างมองมาที่เวทีด้วยความสงสัย พลางบ่นกันระงม เดี๋ยวก่อนครับ ใจเย็นๆทุกท่าน ทีเจเดินมาหน้าเวที คือเพื่อนของผมคนหนึ่งหายตัวไป ใครพอจะเห็นมั่งมั้ยครับ แล้วทีเจก็อธิบายลักษณะกับการแต่งกายของยูอิจิให้ทุกคนฟัง เชนเดินมาที่ข้างเวทีแล้วส่ายหน้า ทำให้ไมล์หน้าเครียดขึ้นไปอีก เขาเดินไปข้างๆ ทีเจแล้วกระซิบบางอย่างที่ข้างหู ทีเจพยักหน้า เอาล่ะครับ ขออภัยเพื่อนๆ ด้วยนะครับ ถ้าใครเห็นอะไรแปลกๆ ก็ให้มาบอกกับเพื่อนผมคนนี้นะครับ เขาชี้มาที่ไมล์ เดี๋ยวพวกเราจะเล่นเพลงต่อ ใครอยากฟังเพลงอะไรก็ขอมาได้นะครับ ทีเจบอกก่อนจะเดินกลับไปที่ด้านหลัง ขอบใจ ทีเจ ไมล์เอ่ยแล้วเดินลงเวทีมาหาเชน ยินดีเสมอ ทีเจพึมพำตอบ ก่อนจะกลับไปตีกลองต่อ แม้ว่าเขาจะรู้สึกห่วงยูอิจิขึ้นมาตะหงิดๆ แต่ยังไงก็ต้องทำงานของตัวเองก่อน อีกอย่างท่าทางของไมล์จะเป็นห่วงยูอิจิมากกว่าเขาเสียอีก และดูจะพึ่งพาได้มากกว่าเขาอีกด้วย ถ้าจะมีใครตามหายูอิจิเจอล่ะก็ ก็คงต้องเป็นไมล์นี่แหละ ไม่เจอเหรอเชน!!! ไมล์ถามอย่างร้อนใจ ไม่!! เชนตอบสีหน้าเครียดพอกัน ขอโทษนะคะ เสียงหนึ่งดังขึ้น ไมล์กับเชนหันควับไปพร้อมกัน คือว่าชั้นคิดว่าชั้นเห็นคนที่คุณตามหานะคะ ที่ไหนครับ!!! ไมล์กำหมัดแน่นด้วยเกรงว่าเขาจะไปจับตัวผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขย่า ที่ด้านหลังน่ะคะ ชั้นเห็นว่ามีผู้ชายคนหนึ่งจับตัวเขาไป เธอรีบอธิบายต่อเมื่อเห็นชายหนุ่มทั้งสองขมวดคิ้ว คือชั้นเห็นเขาโดนผู้ชายตัวใหญ่เอามือปิดปากเขาแล้วก็ลากเขาไป คงจะเป็นทางออกด้านหลังน่ะค่ะ ไมล์รีบวิ่งไปทันที ขอบคุณนะครับ เชนรีบบอกกับเธอแล้ววิ่งตามเพื่อนรักไป ไมล์วิ่งไปตามทางเดินที่ว่าอย่างรวดเร็วจนมาถึงประตู เขาเปิดออกไปอย่างแรง แต่ไม่มีอะไรหรือใครอยู่ตรงนั้นเลย เจออะไรมั้ย เสียงเชนที่วิ่งตามมาถามขึ้น ไม่!!! ให้ตายสิ!!! มันเป็นใครกันนะ!!! จับยูจีนไปทำไม?!! ไมล์สบถอย่างหัวเสีย เป็นห่วงยูอิจิจับใจ ผมคิดว่าผมพอจะรู้นะว่าใครเป็นคนจับตัวยูไป เสียงของชายคนหนึ่งดังมาจากประตู ไมล์กับเชนหันควับไปอย่างระวังตัว พอไมล์เห็นหน้าของคนที่มาใหม่เข้า เขาก็พุ่งเข้าไปกระชากคอเสื้อของชายหนุ่มจนแทบจะขาดติดมือ แก!!! พวกแกเอาตัวยูอิจิไปไว้ที่ไหน!!! ไมล์กระชากเสียงถามอย่างเกรี้ยวกราด ไมล์!!! ใจเย็นๆ ก่อนเพื่อน เชนพูดเตือนชายหนุ่มเบาๆ ปล่อยเขานะ!!! เสียงหญิงสาวอีกคนดังขึ้นก่อนจะก้าวพรวดๆ เข้ามาอย่างไม่กลัวใบหน้าถมึงทึงของไมล์แม้แต่น้อย ไม่เป็นไรลิซ เขาไม่ทำร้ายชั้นหรอก ไบรอันพูดกับหญิงสาว แต่ดวงตาจ้องไมล์นิ่ง อย่าเพิ่งมั่นใจนัก!!! ไมล์ปล่อยมือจากคอเสื้อของไบรอันอย่างกระแทกกระทั้น บิลกับเจอรี่นัดผมมาที่นี่ แต่ตอนนี้พวกนั้นไม่อยู่แล้ว ไบรอันพูดขึ้น งั้นพวกมันก็เป็นคนจับยูจีนไปล่ะสิ ไมล์จ้องหน้าไบรอัน ก่อนจะหันไปหาเพื่อนรัก ไปเหอะเชน คุณรู้แล้วเหรอว่าพวกนั้นพายูไปที่ไหน ไบรอันพูดขึ้นอีก แล้วคุณรู้?!! ไมล์หันกลับมาแล้วเดินเข้ามาหาไบรอันอย่างเอาเรื่อง หญิงสาวที่ชื่อลิซก้าวเข้ามาขวางหน้าไบรอัน ทำเอาไมล์ชะงักกึก ลิซ เสียงไบรอันมีแววตักเตือนกลายๆ เธอถึงได้ถอยไป ผมพอจะเดาได้ และผมยินดีจะพาพวกคุณไปเพื่อช่วยยู ผมจะไว้ใจคุณได้ยังไง? ไมล์ถามกลับ นั่นก็แล้วแต่คุณ ไบรอันตอบ ทั้งคู่จ้องกันอยู่นานหลายอึดใจ ถ้าเป็นเรื่องของคุณยูล่ะก็ เชื่อเถอะว่าไบรอันเขาอยากช่วยคุณจริงๆ ลิซพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบ ไมล์หันไปมองหญิงสาวก่อนจะหันไปสบตากับเชน เมื่อเชนพยักหน้าให้ เขาก็หันมาสบตาไบรอันอีกครั้ง ได้ ผมเชื่อคุณ แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้ายูจีนมีอันตรายแม้แต่นิดเดียว เพื่อนของคุณสองคนไม่เหลือแน่ พวกเขาไม่ใช่เพื่อนของผมอีกต่อไปแล้วตั้งแต่วันนั้น พวกเขาไม่มีความหมายกับผมแม้แต่น้อย ไบรอันพูดอย่างจริงจัง ลิซ ขับรถชั้นกลับไปก่อนนะ แล้วชั้นจะไปหาหลังจากเสร็จธุระแล้ว เขาหันมาบอกกับแฟนสาว เธอสบตาแน่วแน่ของเขาชั่วครู่ ได้ ระวังตัวนะ เธอหันไปทางไมล์กับเชน พวกคุณก็เหมือนกัน ระวังตัวด้วยนะคะ ไบรอันส่งกุญแจรถให้ลิซ เธอเดินกลับไปทางเก่าที่ทุกคนออกมาแล้วปิดประตู ผมคงต้องแนะนำตัวเสียหน่อย ไบรอัน แคมป์เบล ไบรอันยื่นมือให้ไมล์ ไมล์ คาเมรอน ไมล์จับมือที่ยื่นให้ เชน แมคนีล เชนแนะนำตัวบ้าง ไบรอันเลิกคิ้วแล้วหัวเราะหึ หึ ว่าแล้วว่าพวกคุณต้องไม่ธรรมดา รีบไปกันเถอะ เขาเดินนำออกจากตรอกด้านหลังไปสู่ลานจอดรถ เชนนายกลับไปกับพวก BG นะ ชั้นจะไปกับไบรอัน ไม่เด็ดขาด!!! นายต้องเอาพวก BG ไปด้วยและชั้นก็จะไปด้วย เชนรีบท้วงขึ้น ไม่ได้!!! ถ้าพ่อนายกับพ่อชั้นรู้เข้าว่าชั้นพานายไปหาอันตราย ชั้นก็ ชั้นจะไปในฐานะเพื่อนของนายไม่ใช่เจ้านาย!! เชนรีบขัดก่อนที่เพื่อนรักจะเถียงเขาไปมากกว่านี้ ไมล์สบตามุ่งมั่นของเชนแล้วถอนใจอย่างยอมแพ้ ก็ได้ เฮ้อ!!! จะปิดพ่อได้มั้ยเนี่ย ช่างสิ รีบไปก่อนที่ยูจังจะแย่ดีกว่า ไมล์ไขกุญแจรถให้เชนขึ้นนั่งทางด้านหลัง ไบรอันนั่งด้านหน้าเพื่อบอกทาง เขาส่งหูฟังติดไมค์ให้เชนเพื่อให้คุยกับพวก BG ว่าให้ขับรถตามเขาไป ไบรอันบอกให้ไมล์ขับรถออกไปทางนอกเมือง ไมล์รีบขับออกไปอย่างรวดเร็วจุดหมายคือโมเต็ลราคาถูกชานเมืองแห่งหนึ่ง ที่ไบรอันบอกว่าไอ้พวกนั้นชอบพาผู้หญิงไปที่นั่น ไมล์ขับรถราวกับมีปิศาจไล่ตามหลัง แต่ใจเขานั้นมันบินไปก่อนหน้านี้แล้ว เขาได้แต่ภาวนาให้เขาไปทันก่อนที่จะเกิดอะไรขึ้นกับคนที่เขารักที่สุด ยูอิจิค่อยๆ รู้สึกตัวตื่นขึ้นในห้องที่เขาไม่คุ้นเคย สองมือของเขาถูกมัด ผูกไว้กับหัวเตียง เสื้อของเขาหายไปเหลือเพียงกางเกงยีนส์ติดกายเท่านั้น เขาลองขยับมือที่ถูกมัดแต่ก็แทบจะขยับไม่ได้เลย ความรู้สึกจุกจากการที่โดนบิลต่อยยังหลงเหลืออยู่ และเขาก็ยังรู้ว่าปากของเขาแตกเพราะเขาได้รสเลือดจากปลายลิ้น แหม เจ้าหญิงนิทราของเราไม่ต้องโดนเจ้าชายจุมพิตก็ตื่นได้ด้วยแฮะ เสียงที่เขาไม่อยากได้ยินดังขึ้นในห้อง ตามด้วยเสียงหัวเราะหยาบคาย ยูอิจิหันควับไปตามเสียง ก็เห็นบิลกับเจอรี่นั่งหัวเราะกันอยู่ที่โซฟา ในมือถือขวดเบียร์อยู่คนละขวด และบนโต๊ะก็มีขวดเบียร์เปล่าวางอยู่หลายขวด ได้เวลาสนุกแล้วว่ะ เจอรี่ บิลหันไปพูดกับเพื่อนแล้ววางขวดเบียร์ลง ก่อนจะเดินตรงมาที่ยูอิจิ เจอรี่หัวเราะ วางขวดของตัวเองลงแล้วถอดเสื้อออกโยนไว้ที่โซฟา ก่อนจะเดินตามบิลมา ยูอิจิจ้องมองคนทั้งสองด้วยความโกรธแค้น แต่ไม่มีสิ่งใดหลุดออกจากปากของเขา ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดอะไรกับคนพวกนี้ เขารู้ดี แล้วก็อย่างหวังให้เขาขอร้องหรืออ้อนวอน ไม่มีวันที่เขาจะพูดเด็ดขาด หึ หึ สายตาดีจริงๆ อย่างนี้สิถึงจะยิ่งสนุก บิลมองสายตาของยูอิจิ แล้วเงยหน้าขึ้นหัวเราะ จัดการเลยมั้ย เจอรี่ถามพลางถูมือไปมา เฮ้ย!!! เดี๋ยวก่อน นายเอาไอ้นั่นมาด้วยใช่มั้ย? บิลถามพลางแบมือออก เจอรี่หัวเราะ ล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกงส่งขวดสีน้ำตาลเล็กๆ ให้เพื่อน บิลรับมาแล้วเดินมานั่งที่ข้างเตียง ยูอิจิกระถดตัวหนีอย่างรังเกียจ เจอรี่เดินอ้อมมาอีกข้างหนึ่ง เอาสองมือจับหน้าของยูอิจิให้อยู่เฉยๆ ยูอิจิดิ้นรนสุดกำลังแต่ก็สู้แรงของทั้งสองคนไม่ได้ ในที่สุดบิลก็กรอกของเหลวในขวดใส่ปากเขาจนได้ แล้วบีบจมูกเขาไว้ทำให้เขาต้องกลืนมันลงไป แล้วพวกมันก็ปล่อยให้ยูอิจินอนหอบหายใจอยู่บนเตียง ทั้งคู่เดินไปหยิบเบียร์มาดื่มกันต่ออย่างใจเย็น พวกแกเอาอะไรให้ชั้นกิน!!! ยูอิจิตะโกนถามด้วยความโมโห ก็สิ่งที่จะทำให้นายสนุกกับพวกเราทั้งคืนยังไงล่ะ บิลทำเสียงกระเส่าตอบกลับมา แล้วทั้งสองคนก็หัวเราะอย่างหื่นกระหาย ยูอิจิตะลึงงัน พวกมันเอายาปลุกให้เขากินข้าไป อย่างนี้เขาไม่มีโอกาสได้ขัดขืนพวกมันแน่ เขาตวัดสายตากลับไปมองพวกมัน น้ำตาแห่งความแค้นใจไหลออกมาช้าๆ เขาขบริมฝีปากไปโดนแผลที่แตกทำให้เลือดไหลออกมาอีก แต่เขาไม่รู้สึกเจ็บปวดแม้แต่น้อย เพราะในใจเขาเจ็บปวดยิ่งกว่า เลือดที่ไหลออกจากบาดแผลในใจนั้นมากยิ่งกว่า เขาเจ็บปวดจนชาไปทั้งร่างราวกับร่างกายของเขาไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ นอกจากความเจ็บปวดที่รู้สึกอยู่ในตอนนี้ พวกมันกำลังรอเวลาให้ยาปลุกออกฤทธิ์ และยูอิจิก็พยายามฝืนความรู้สึกร้อนวูบวาบที่กำลังก่อตัวขึ้นที่ท้องน้อยของเขา มันกำลังแผ่กว้างขึ้นทุกขณะ ทั้งสองคนนั่งมองเขาราวกับเขาเป็นเหยื่ออันโอชะ ยูอิจิหลับตาลงไม่อาจทนมองสายตาหื่นกระหายที่กำลังโลมเลียร่างกายของเขาอยู่ได้ ความร้อนราวกับไฟกำลังลามเลียไปทั่วร่างของเขา จากท้องน้อยสู่หน้าอก ลามไปตามแขนขาจนเขาเกร็งกระตุกไปทั้งร่าง ทั้งสองคนเดินมาที่เตียงเมื่อไหร่เขาไม่รู้ เขาลืมตาขึ้นทันใดเมื่อรู้สึกว่ามีมือหนึ่งกำลังจะถอดกางเกงของเขาออก ไม่!!! ยูอิจิตะโกนลั่น สองขาเตะถีบเป็นพัลวัน จับไว้เจอรี่!!! บิลสั่ง เจอรี่จับขาของยูอิจิไว้ในทันที ทันใดนั้น!!! ประตูห้องก็เปิดออกโดยแรง!!! ไมล์ถีบประตูอย่างแรงจนประตูแทบจะหลุดออกไปทั้งบาน ตั้งแต่ได้ยินเสียงร้องของยูอิจิ เขาพุ่งพรวดเข้าไปในห้องโดยไม่ฟังคำทัดทานของเชนที่ให้รอพวก BG ก่อน หน้าตาของไมล์ตอนนี้ราวกับปิศาจ ทันทีที่เห็นภาพบนเตียง เขาก็พุ่งเข้าใส่ทั้งสองคนด้วยความเร็วปานสายฟ้า เจอรี่กระเด็นไปกระแทกผนังเป็นคนแรกจากแรงเตะของเขา บิลถูกกระชากขึ้นมาและทั้งหมัดทั้งเท้าก็ระดมเข้าใส่มันจนนับไม่ทัน มันกระเด็นไปกระแทกผนังอีกด้านโดยไม่มีเสียงร้องสักแอะเดียว ไมล์หันกลับมาหาเจอรี่ที่โงนเงนลุกขึ้น เขาตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อของมันขึ้นมา ชั้นเคยบอกแล้วใช่มั้ย!!! ว่าถ้าพวกแกแตะต้องยูจีนของชั้นอีก ชั้นจะขยี้พวกแกให้แหลกคามือ พูดจบเขาก็กระแทกหมัดลุ่นๆ ใส่ท้องของเจอรี่จนตัวโยนร้องโอ๊ก!!!ดังลั่น อีกมือของเขากำคอเสื้อของมันไว้ไม่ให้ทรุดลงไป ชีวิตของพวกแกมันไร้ค่าในสายตาของชั้นตั้งแต่แกแตะต้องเขาแล้ว ฆ่าพวกแกก็เหมือนฆ่ามดปลวกสำหรับชั้น แต่ไม่หรอก ชั้นยังไม่ให้พวกแกตายเร็วนัก!!! พวกแกต้องเจ็บตัวให้สาสมก่อน!!! เขารัวสองหมัดซ้อนใส่ท้องเจอรี่อีกครั้ง ได้ยินเสียงดังกร๊อบของกระดูกซี่โครงของฝ่ายตรงข้ามลั่นขึ้นมา เขาจึงปล่อยมือให้เจอรี่ทรุดลงไปกองกับพื้น เขาก้าวขึ้นไปยืนค่อมตัวเจอรี่ไว้ มันยกมือขึ้นห้ามพร้อมกับร้องเสียงหลงด้วยความหวาดกลัว ไม่ ได้โปรด พอแล้ว พอแล้ว ผมผิดไปแล้ว เจอรี่ร้องด้วยความกลัวตาย ไมล์จ้องคนที่นอนกองอยู่แทบเท้าเขาด้วยสายตาราวเพชฌฆาต ก่อนจะก้าวข้ามมันไปที่เตียง ยูอิจิเบิกตาโพลงจ้องไมล์ราวกับไม่เคยเห็นเขามาก่อน ไมล์หายใจแรงหน้าแดงกล่ำด้วยความโกรธเกรี้ยว กำลังพยายามสงบใจลง เขาเดินมานั่งข้างเตียง ดึงมีดออกมาตัดเชือกที่หัวเตียงแล้วดึงออกให้ยูอิจิ ทันทีที่มือเป็นอิสระ ยูอิจิก็โผเข้ากอดไมล์ไว้แน่นสุดกำลังที่มี ไมล์ ไมล์ ไมล์ เขากระซิบเรียกชื่อชายหนุ่มไม่หยุด ชั้นอยู่นี่แล้วยูจีน ไมล์ไม่กล้าจะกอดยูอิจิแน่นด้วยเกรงว่าเขาจะทำให้ยูอิจิเจ็บ จึงโอบชายหนุ่มไว้หลวมๆ แทน ไม่เป็นไรนะคนดี นายปลอดภัยแล้ว เขาเอ่ยเบาๆ อย่างปลอบโยน จูบที่ศีรษะของร่างบางอย่างโล่งใจ สองมือก็ลูบผมลูบหลังอย่างอ่อนโยน บอดี้การ์ดสองคนเดินเข้ามา ไมล์พยักหน้าให้พวกเขาหิ้วปีกเจอรี่ที่นอนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวดออกไป เชนโผล่หน้ามามองที่ประตูก่อนจะถอนใจอย่างโล่งอก แล้วเดินเข้ามา เป็นไง เขาถาม ไม่เป็นไร ไมล์ตอบสั้นๆ ชั้นบอกแล้วไงว่าไม่ให้นายเข้ามา เขาว่าเพื่อนเสียงดุ ก็นายจัดการเรียบร้อยแล้วนี่ เชนเถียง รีบออกไปก็แล้วกัน เขาบอกแล้วเดินออกจากห้องไป ยูจีน ไมล์เรียกชายหนุ่มอย่างอ่อนโยน ยูอิจิเงยหน้าขึ้น ดวงตาชุ่มไปด้วยน้ำตา ไปเถอะชั้นจะพานายกลับบ้านนะ ยูอิจิพยักหน้า ก่อนจะกระตุกเยือกไปทั้งร่าง นายเป็นอะไรรึเปล่ายูจีน ไม่ ไม่เป็นไร รีบไปเถอะ ยูอิจิหลบตาคมกริบของไมล์ ค่อยๆ พยุงตัวลุกขึ้นยืนโดยมีไมล์ช่วย ไมล์ถอดเสื้อแจ็คเก็ตให้ชายหนุ่มใส่ และกำลังจะพายูอิจิออกไป พลัน!!! สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นการเคลื่อนไหวจากทางหางตา!!! ให้ตายสิ!!! เขาลืมเจ้าตัวแสบนี่ไปได้ยังไงนะ!!! บิลฟื้นตัวขึ้นมา ลุกขึ้นคว้าขวดเบียร์แล้วเงื้อขึ้นหมายจะเขวี้ยงมาใส่ไมล์ ไมล์ดึงตัวยูอิจิเข้ามาใกล้อย่างปกป้องอีกมือหนึ่งชักมีดสั้นที่เขาพกมา จับเป้าหมายแล้วขว้างไป ปักเข้าที่แขนที่กำลังเงื้อขึ้นของบิลอย่างแม่นยำ ขวดเบียร์ในมือบิลตกลงพื้นแตกเสียงดัง!!! พอๆ กับเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของบิล บอดี้การ์ดสองคนพร้อมทั้งเชนวิ่งเข้ามาอย่างตกใจ ไมล์ส่งยูอิจิให้เชนก่อนจะย่างสามขุมเข้าไปหาบิลที่นั่งกุมแขนตัวเองอยู่ที่พื้น เขากระชากตัวมันขึ้นมาด้วยมือเดียว อีกมือจับแขนข้างที่มีมีดปักอยู่บิดอย่างแรง อ๊ากกกก!!!! บิลร้องดังลั่น จำไว้นะไอ้สวะ!!! ครั้งหน้าถ้าแกยังคิดจะแตะต้องยูจีนของชั้นอีกล่ะก็ มีดเล่มนี้ ไมล์กระชากมีดออกจากแขนของบิลอย่างไม่ปรานี เรียกเสียงลั่นร้องราวกับถูดเชือดจากปากของบิลอีกหน เขายิ้ม***มเกรียมอย่างสะใจ เอาคมมีดจ่อที่หน้าผากของบิล ทำให้มันตัวสั่นงันงกอย่างหวาดกลัว มีดเล่มนี้จะปักที่นี่!!! เขาเอามีดเคาะที่หน้าผากของบิล แล้วลากลงมาที่ลูกกระเดือก หรือไม่ก็ที่นี่!!! หรือไม่ก็ทั้งสองที่เลย!!! เขาเน้นคำพูดทุกคำด้วยเสียง***มเกรียม ดวงตาวาววับ บิลกลืนน้ำลายเอื้อก คนตรงหน้าของเขาดูน่ากลัวราวกับปิศาจ ระ ระ ระ รู้ แล้ว ไมล์ยิ้มน่ากลัว เอามีดเปื้อนเลือด เช็ดกับเสื้อของบิล แล้วเก็บเข้าที่ ก่อนจะผลักมันไปกระแทกผนังอีกครั้งแล้วหันหลังเดินจากมาโดยไม่หันไปมองอีกเลย ทิ้งมันไว้นั่นแหละ ถ้าไม่มีปัญญาไปจากที่นี่เอง ก็ปล่อยให้มันตายไปซะ ไมล์บอกกับ BG ทั้งสองคน ยูอิจิโผเข้ากอดเขาทันทีที่ไมล์เดินมาถึง เขากอดตอบแน่น แล้วทั้งหมดก็ออกจากห้องไป เชนนายไปกับพวก BG นะ ฝากส่งไบรอันด้วย ไมล์หันมาบอกเพื่อนรัก ไม่ต้องห่วง นายไปกับยูจังเถอะ เชนบอกแล้วเดินไปขึ้นรถของ BG ไบรอันที่ถูกสั่งให้รออยู่แต่ในรถ เปิดกระจกมาถามอย่างเป็นห่วง ยูเป็นไงบ้างครับ ปลอดภัย ไมล์ตอบ ยูอิจิเงยหน้าขึ้นมองไบรอันอย่างขอบคุณ ขอบคุณ...ไบรอัน ยินดีเสมอ ไบรอันยิ้มให้ชายหนุ่มอย่างจริงใจ ขอบคุณมากนะไบรอัน ไมล์เอ่ย ไบรอันพยักหน้าให้ แล้วรถก็เคลื่อนออกไป ไมล์ช้อนตัวยูอิจิขึ้นอุ้ม แล้วพาเดินไปที่รถของเขา วางชายหนุ่มที่เบาะหน้า แล้วปรับเบาะเอนลงให้ แล้วเขาก็ขึ้นนั่งประจำที่คนขับแล้วขับรถออกไป ส่วนวายร้ายสองคนจะเป็นยังไงก็ช่าง เขาไม่คิดจะสนใจ ###################################################### จาก : กระทู้เฉพาะกิจ - 29/07/2005 03:25 |