|
หัวข้อ : tom5 ข้อความ : แผนร้าย ของจิม ไม่บ่อยครั้งนักที่สุดยอดนายแบบทอม แม็คกิลล์ จะได้มีโอกาสนั่งมองแสงสีตามถนนหนทางในยามค่ำคืน เพราะทุกครั้งที่ขึ้นรถเขามักจะผล็อยหลับไปภายในเวลาไม่นาน ขึ้นอยู่กับจิมว่าจะใช้เวลาพูดคุยบอกรายละเอียดของงานวันถัดไปให้เขานานแค่ไหน วันไหนเห็นเขาเหนื่อยมากจิมจะบอกให้นอนพักเลยโดยไม่ชวนคุย จะบอกแต่เพียงสั้นๆ ว่าพรุ่งนี้มีงานเช้าหรือบ่ายเท่านั้น วันนี้เขาไม่รู้สึกเหนื่อยเลยเพราะช่วงบ่ายมีงานถ่ายซ่อมปกหนังสือแค่หนึ่งช็อต ช่วงเย็นถึงหัวค่ำได้รับเชิญไปโชว์ตัวในงานเลี้ยงฉลองความสำเร็จและต้อนรับการกลับบ้านของด๊อกเตอร์หนุ่มลูกชายตระกูลไฮโซชื่อดัง งานนี้เขาไม่ได้ถูกเชิญให้มาเดินแบบเพราะเจ้าภาพมีเพื่อนนายแบบจากอังกฤษมาเดินให้ แต่ได้รับการขอร้องให้ช่วยขึ้นไปแจมเป็นคู่กับนายแบบและนางแบบ 2 รอบโดยไม่ต้องเปลี่ยนชุด ซึ่งมันก็ไม่ได้ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อย กลับรู้สึกได้ Relax และมีโอกาสได้รู้จักกับเพื่อนร่วมอาชีพเดียวกันจากต่างประเทศ นั่งอยู่ในรถนานกว่าสิบนาทีแล้วและทอมก็ไม่ได้หลับ แต่ตั้งแต่ขึ้นรถมาจิมพูดคุยกับเขานับคำได้ และที่พูดก็เป็นเพราะเขาถาม "พรุ่งนี้มีงานหรือเปล่าจิม.." เป็นครั้งแรกตั้งแต่ทำงานด้วยกันมาที่ทอมต้องเป็นฝ่ายเอ่ยถามตารางงานเอง ทอมถามย้ำเพราะอีกฝ่ายนั่งเหม่อออกไปนอกรถ "เอ่อ.. ฉันลืมบุ๊คไว้ที่บ้านน่ะ ถ้าจำไม่ผิดคิดว่ามี 2 งานช่วงบ่ายนะ เดี๋ยวกลับไปดูให้อีกที" นั่งนิ่งกันไปอีกชั่วครู่ทอมก็อดรนทนไม่ไหว เพราะจิมผิดปกติไปอย่างเห็นๆ ไม่คุยเรื่องงานก็ไม่แปลก แต่นี่ไม่พูดคุยหยอกล้อ ไม่กระเซ้า ไม่แม้แต่จะจับมือเขาไว้อย่างที่เคยทำบ่อยครั้งในเวลากลางคืน จิมชอบจับมือเขาบีบโดยอ้างว่าเป็นการถ่ายทอดพลังให้ ซึ่งมันก็ทำให้เขารู้สึกดีจริงๆ และหลายครั้งที่ไม่ใช่แค่จับอย่างเดียวแต่ยกขึ้นจูบเอาดื้อๆ เพราะนึกว่าเขาหลับสนิทแล้ว "เป็นอะไรอ่ะ จิม.." "หือ.. เปล่านี่" "โกหก ทำไมไม่พูดอะไรเลย คิดอะไรอยู่ หรือว่า นายกำลังคิดหาวิธีจัดการกับแม็กกี้" "ใช่.. ก็นายห้ามไม่ให้ใช้วิธีรุนแรงกับเด็กอีก จนป่านนี้ฉันก็ยังคิดไม่ออกว่าจะหาวิธีนุ่มนวลจัดการกับเด็กยังไง" ทอมขยับเข้าไปกระแซะเอาใจเมื่อสำนึกขึ้นได้ว่าเป็นปัญหาส่วนตัวของเขาแท้ๆ แต่กลับต้องให้จิมช่วยจัดการให้ "ไม่เป็นไรหรอกจิม.. มีเวลาอีกตั้ง 3 อาทิตย์ ค่อยๆ คิดก็ได้" จิมพยักหน้าให้โดยไม่กล่าวอะไร เอนศีรษะพิงพนักและหลับตา ทอมอึ้งไปก่อนจะขยับตัวออกห่างและกระเถิบไปนั่งพิงประตูอีกด้านโดยไม่พูดอะไรอีก เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจิมจึงหมางเมินและเย็นชาขนาดประชิดถึงตัวแล้วยังไม่ยอมสวมกอด ไม่แม้แต่จะยกมือขึ้นโอบไหล่เหมือนที่เคยทำทุกๆ ครั้งจนเป็นเรื่องปกติวิสัย "ไง! ลุง พักร้อน 1 เดือน สมบูรณ์ขึ้นเยอะเลยนะ" จิมกล่าวทักนายแก้วคนสวนที่ลากลับบ้านต่างจังหวัดไปนานกว่าหนึ่งเดือนตามคำสั่งของทอม เป็นพระคุณครับที่เจ้านายกรุณาเรียกผมกลับมา ผมอยู่ไม่ค่อยเป็นสุขเลยกลัวถูกเจ้าหนูแม็กเลื่อยขาเก้าอี้ จิมหัวเราะลั่น กิริยาท่าทีผิดกับตอนอยู่ในรถเป็นคนละคน ทอมเห็นแล้วอดหมั่นไส้ไม่ได้ ผละขึ้นตึกไปโดยไม่ทักทายและพูดจากับใคร เอ่อ.. คุณทอมคงจะเหนื่อยซีนะครับ ทำงานหนักทุกวันอย่างนี้ผมเป็นห่วงสุขภาพจริงๆ ไม่ต้องห่วงหรอกลุง วันนี้คุณทอมของลุงไม่ได้เหนื่อยหรอก เขาแค่หงุดหงิดเท่านั้น จิมทักทายและสั่งงานนายแก้วให้ดูแลงานทุกอย่างเหมือนเดิม โดยให้เด็กชายเป็นแค่ลูกมือช่วยงานเล็กๆ น้อยๆ เมื่อวิธีใช้เด็กทำงานอย่างหนักไม่ได้ผล เขาจำเป็นต้องเปลี่ยนวิธีใหม่ แต่ก็ไม่ได้เร่งรัดหาวิธีจัดการอย่างที่ทอมเข้าใจ ตั้งใจจะปล่อยให้เจ้าหนูพักผ่อนสบายๆ สักระยะ เพราะผลงานสุดท้ายที่เขาทำไว้ ยังรู้สึกละอายใจทุกครั้งที่นึกถึง สองวันเต็มๆ ที่เด็กชายนอนซมไม่สามารถลุกจากเตียงได้ เนื่องจากฝ่ามือทั้งสองข้างเป็นแผลระบมและอักเสบจนไข้ขึ้น เขาต้องปฐมพยาบาลเด็กชายด้วยตัวเอง ไม่กล้าพาไปหาหมอเพราะอาการป่วยครั้งนี้ต่างจากครั้งที่แล้ว จะให้เขาบอกหมอว่าเด็กไปทำอะไรมาจึงมีสภาพเช่นนี้ จิมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อไฟในห้องสว่างขึ้น เทพบุตรทอมนอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงนอนของเขา แม้จะอยู่ในท่าที่ผ่อนคลายและดูเหมือนกำลังหลับสบาย หากแต่สีหน้ากลับส่อแววไม่สบอารมณ์อย่างเห็นได้ชัด จิมทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ทอมรู้ว่าเขาอารมณ์ไม่ดีแต่ไม่รู้ว่าเรื่องอะไร จะให้เขาอารมณ์ดีและเอ็นจอยอยู่ได้ยังไง ในเมื่อบรรยากาศในงานเลี้ยงของกลุ่มไฮโซคืนนี้มีเหตุการณ์ที่ขัดตาขัดใจเขาอย่างมาก และคนที่ทำให้เขาเสียความรู้สึกก็เป็นเทพบุตรสุดรักของเขาเอง เริ่มจากการที่ทอมแนะนำเขากับเจ้าของงานรวมถึงกลุ่มหนุ่มสาวไฮโซ..ไฮซ้อ..ทั้งหลายว่าเขาเป็นผู้จัดการส่วนตัว ทอมยกย่องและชมเขาต่อหน้าแขกในงานว่าที่มีชื่อเสียงและเป็นนายแบบชื่อดังในวันนี้ได้ก็เพราะเขา ฟังดูแล้วน่าภูมิใจไม่น้อยแต่เปล่าเลย.. ความรู้สึกของเขาในคืนนี้แทบไม่เหลือศักดิ์ศรีในตัวเอง ไม่อยากเชื่อเลยว่าไม่มีใครสักคนจดจำหรือคลับคล้ายว่าเขาเคยเป็นนายแบบมาก่อน การแนะนำของทอมยิ่งทำให้สายตาของกลุ่มไฮโซในงานคืนนี้ มองเขาเป็นแค่ลูกจ้างหรือผู้ติดตามของทอม แม็คกิลล์ สุดยอดนายแบบชื่อดังเท่านั้น จิมรู้สึกเหมือนตัวเองแปลกปลอมและเป็นส่วนเกินของคนในงาน ในขณะที่ทอมได้รับการยกย่องถูกล้อมหน้าล้อมหลัง นอกจากในฐานะนายแบบที่มีชื่อเสียง ทอม แม็คกิลล์ ยังเป็นนายแบบหนุ่มที่มีชาติตระกูลเป็นที่ยอมรับของกลุ่มไฮโซมานานแล้ว เพราะทอมเป็นลูกชายคนเดียวของท่านทูตจอห์น แม็คกิลล์ อดีตกงศุลใหญ่สหรัฐฯ ประจำประเทศไทยเมื่อ 15 ปีก่อน จิมปลีกตัวออกมานั่งจิบไวน์เงียบๆ อยู่มุมห้อง และเพื่อไม่ให้เขาดูเหมือนหมาถูกเจ้าของทิ้ง เขาจำเป็นต้องทำทีเป็นนั่งคุยโทรศัพท์ เริ่มตั้งแต่เช็คคิวงานล่วงหน้าให้ทอมถึง 2 อาทิตย์และคุยสัพเพเหระกับเพื่อน แต่ระหว่างพูดคุยสายตาของเขาไม่ได้ละจากทอมเลย ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาต้องจับจ้องเอาไว้เหมือนหมาหวงเจ้าของยังไงยังงั้น หวง...!!.. ใช่..เขาหวงทอม จะไม่ให้รู้สึกหวงได้ยังไงในเมื่อรอบกายของทอมคืนนี้มีแต่หนุ่มสาวไฮโซที่กำลังหิวโซในเรื่องเซ็กซ์ทั้งนั้น จิมรู้สึกฉุนและไม่สบอารมณ์อย่างมากเมื่อเห็นด็อกเตอร์หนุ่ม เจ้าภาพของงานพร้อมด้วยเพื่อนนายแบบหนุ่มตาน้ำข้าวร่างบึ๊ก ตามประกบทอมซ้ายขวาจนสาวๆ ที่ล้อมรอบอยู่ไม่สามารถแทรกเข้าแทนที่ได้ โดยเฉพาะด็อกเตอร์หนุ่มที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเขา ไม่ต้องพูดคุยด้วยแค่เห็นก็รู้แล้วว่าเป็นเกย์ เพื่อนนายแบบตาน้ำข้าวถ้าเดาไม่ผิดก็คงเป็นคู่ขา สายตาของเจ้าด๊อกหนุ่มที่มองทอมหวานเยิ้มแทบจะหยด มือไม้ป่ายเปะปะไปทั่ว คนหนึ่งโอบไหล่ คนหนึ่งกอดเอว เขาหัวเสียและไม่พอใจกับภาพที่เห็นอย่างมาก ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมคนที่เขาโกรธกลับกลายเป็นทอม อาจเป็นเพราะแทนที่จะหาทางเลี่ยงและลุกหนี ทอมกลับนิ่งเฉยยอมให้สองเกย์หนุ่มขี้หลีนั่งแทะโลมเหมือนพึงพอใจ เขาพยายามสะกดกลั้นอารมณ์ไว้จนมีโอกาสได้สบตากับทอม จึงพยักหน้าให้ความหมายว่ากลับบ้านได้แล้ว ซึ่งทอมก็เข้าใจรีบลุกขึ้นขอตัวกลับแต่โดยดี ไม่ดื้อดึงขออยู่ต่อเหมือนบางงาน จิมไม่สบอารมณ์อย่างมากถึงขนาดตลอดทางที่นั่งรถกลับบ้านอย่าว่าแต่จะพูดคุยเล่นเลย แม้แต่คิวงานของวันรุ่งขึ้นที่เขาต้องแจ้งให้ทอมรับรู้เป็นกิจวัตรทุกวันเขา ยังไม่อยากเอ่ยถึง ไอ้ด๊อกหนุ่มและคู่ขาบังอาจสวมกอดและหอมแก้มทอมตอนขอตัวลากลับเท่านั้นเขาก็รู้สึกโกรธมากแล้ว แต่ที่โกรธและหัวเสียจนพูดอะไรไม่ออกก็เพราะทอมปฏิบัติตอบกลับไปแบบเดียวกัน โกรธฉันเรื่องอะไรเหรอ จิม.. จิมสะดุ้งมัวแต่นั่งเหม่อและตกอยู่ในภวังค์จนไม่รู้ว่าเทพบุตรของเขารู้สึกตัวตอนไหน หันมาก็เห็นนอนท้าวแขนทำหน้าละห้อยอยู่ บอกซี.. ฉันทำอะไรให้นายโกรธ ในงานเลี้ยงใช่มั้ย จิมสั่นศีรษะปฏิเสธ สำนึกได้ว่าจริงๆ แล้วเขาไม่มีสิทธิที่จะโกรธ ไม่จริง นายโกรธฉัน นายโกรธที่ฉันปล่อยให้นายนั่งอยู่คนเดียวใช่มั้ย ก็นายคุยโทรศัพท์ตลอดเลยอ่ะ มองไปทีไรก็ไม่ยอมวางสายซะที จิมหัวเราะกับคำตอบที่ทอมเฉลยให้ตัวเอง ไม่ใช่เหรอ.. ถ้างั้นเพราะอะไรล่ะ พูดซี... จิมมี่.. ทอมผุดลุกขึ้นนั่ง เริ่มอารมณ์ฉุนขึ้นตามนิสัย อยากรู้จริงๆ หรือ ทอม.. ทอมพยักหน้า จิมจึงบอกเหตุผลที่ทำให้เขาไม่พอใจและหงุดหงิด ทอมอ้าปากค้างนึกไม่ถึงว่าเรื่องเล็กๆ และไร้สาระเช่นนี้จะทำให้จิมโกรธเขามากจนไม่ยอมพูดด้วย ให้ตายเถอะ จิม.. นายคิดอะไรอยู่ รู้หรือเปล่าว่าดร.อลงกรณ์กับโจเป็นเกย์และเขาก็เป็น..เอ่อ..คนรักกันน่ะ" จิมแค่นหัวเราะ ฉันรู้ อ๊ะ ! รู้เหรอ.. รู้แล้วโกรธเรื่องอะไร ถ้าเป็นสาวๆ นั่งเบียดอยู่ข้างฉันก็ว่าไปอย่าง แต่จะว่าไปแล้วนายไม่เคยใส่ใจเลยไม่ใช่เหรอว่าฉันจะยืนสังสรรค์อยู่ท่ามกลางหนุ่มหรือสาว ทำไมคืนนี้ต้องสนใจด้วย จิมอึ้งไป ...ถูกของทอม... ทำไมเขาต้องสนใจด้วย ที่ผ่านมาเขาไม่เคยใส่ใจทอมทุกฝีก้าวขนาดนี้ งานเลี้ยงกึ่งโชว์ตัวแบบนี้ บางครั้งเขาปล่อยให้ทอมอยู่ในงานคนเดียวด้วยซ้ำ เขาแค่ไปส่งหรือไปรับเท่านั้น มาในระยะหลังโดยเฉพาะช่วง 3-4 เดือนที่ผ่าน มา ทอมมีงานมากและเหนื่อยจากงานทุกวัน จนเขาต้องให้ความเอาใจใส่และดูแล ทอมใกล้ชิดมากขึ้น ห่วงใยและใส่ใจดูแลทุกๆ เรื่อง ในแต่ละวันภาระและหน้าที่ของเขาจะสิ้นสุดลงก็ต่อเมื่อทอมเข้านอนแล้ว ระยะหลังนี้ จิมยอมรับว่าเขามีความสุขเวลาได้อยู่ใกล้ชิดทอม จนบางครั้งลืมไปเลยว่าเขาอยู่ในฐานะลูกจ้าง ทุกวันนี้เขาแทบไม่อยากรับเงินเดือนจากทอม เพราะทุกเรื่องที่เขาทำให้ทอมวันนี้ ไม่ได้ทำตามหน้าที่แล้วแต่ทำด้วยใจ ถ้าเขาไม่ได้ทำงานนี้ก็คงไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้ชิดทอม เมื่อไม่มีโอกาสได้อยู่ใกล้ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่มีความสุข แต่เหมือนสิ่งสำคัญบางอย่างในชีวิตขาดหายไป ความรู้สึกที่เขามีให้ทอมในวันนี้จะเป็นความรู้สึกใดไปไม่ได้นอกจากความรัก ใช่!.. เขารักทอม ไม่ใช่ในฐานะลูกจ้างกับนายจ้าง ไม่ใช่ในฐานะเพื่อนหรือพี่ชาย... เขาเชื่อว่าทอมรับรู้และเข้าใจความรู้สึกที่เขามีให้ ทอมไม่ใช่หนุ่มน้อยที่ยังอ่อนต่อโลก ก่อนที่เขาจะมาร่วมงานด้วย ทอมเป็นนายแบบหนุ่มเสน่ห์แรงเปลี่ยนสาวควงไม่ซ้ำหน้า มาในระยะหลังลดความเป็นเพลย์บอยลง หันมามุ่งมั่นเรื่องงาน ทอมรักงานเป็นชีวิตจิตใจ ตั้งใจเดินไปสู่จุดสูงสุดแล้วต้องทำให้ได้ แต่ถึงจะรับรู้ความรู้สึกของเขาทอมก็ไม่สามารถสนองตอบ กลับรู้สึกดีกับเขาแค่เพียงในฐานะเพื่อนและพี่ชายเท่านั้น "จิม.. จิม.." ทอมกระซิบเรียกเมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งอึ้งไปนาน "เอ่อ.. ขอโทษนะ ทอม.." จิมลุกขึ้นยืน "จริงของนาย ทำไมฉันต้องโกรธด้วย ฉันไม่มีสิทธิจะรู้สึกอย่างนั้น ฉันเป็นแค่ลูกจ้างของสุดยอดนายแบบทอม แม็คกิลล์ หน้าที่ของฉันคือจัดคิวการทำงานและคอยอำนวยความสะดวกทุกๆ เรื่องให้นายเท่านั้น นอกเหนือจากนั้นฉันไม่ควรเข้าไปยุ่ง ที่จริงแล้วคืนนี้ฉันควรจะรออยู่ในรถ ไม่ควรสะเออะเข้าไปในงานด้วยซ้ำ สังคมชั้นสูงแบบนั้นมันไม่เหมาะกับคนชั้นต่ำอย่าง " "พอแล้ว หยุดได้แล้วจิม.." ทอมลุกพรวดขึ้นเอามือปิดปากผู้จัดการคู่ใจของเขาไว้ เพราะไม่อาจทนฟังต่อไปได้ "ทำไมต้องตัดพ้อขนาดนี้ด้วย ฉันไม่เคยคิดว่านายเป็นลูกจ้างเลยนะ นายโกรธฉันเรื่องนี้ด้วยใช่มั้ย ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้นายเสียความรู้สึกนะจิม.. ฉันขอโทษ " ทอมปล่อยมือออกยืนเผชิญหน้ากับจิม "นายไม่ใช่ลูกจ้าง เพราะฉะนั้นนายมีสิทธิจะคิดยังไงกับฉันก็ได้ ถ้ามันทำให้นายมีความสุข แต่สำหรับคืนนี้ฉันแค่ไม่เข้าใจเท่านั้นว่านายห่วงอะไรกับเกย์สองคนที่นั่งประกบฉัน ทั้งๆ ที่พวกเขาเป็นคู่ขากัน ถ้านั่งอยู่คนเดียวก็ว่าไปอย่าง" อีกครั้งที่จิมแค่นหัวเราะ ทอมยังไม่รู้จักนิสัยของผู้ชายที่มีรสนิยมรักร่วมเพศว่ามีหลากหลายขนาดไหน เขาเองก็ไม่เคยคิดว่าจะต้องมาศึกษาและทำความรู้จักกับพฤติกรรมของคนกลุ่มนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะความรู้สึกและความต้องการของตัวเองเริ่มแปลกๆ ไป จริงๆ แล้วเขาไม่อยากจัดตัวเองอยู่ในกลุ่มรักร่วมเพศ เพราะนอกจาก ทอมแล้วเขาไม่เคยรู้สึกหวั่นไหวหรือเกิดจิตพิศวาสกับชายหนุ่มคนไหนเลยไม่ว่าจะหน้าตาดีขนาดไหนก็ตาม เขายังพอใจที่จะมีเซ็กส์กับผู้หญิงเหมือนผู้ชายธรรมดาทั่วๆ ไป "เป็นคู่ขากันแล้วยังไง ทอม.. นายไม่ได้เห็นอย่างที่ฉันเห็น ไม่รู้หรอกว่าทั้งสีหน้าและสายตาของเจ้าด๊อกและคู่ขาของมันแทบจะกลืนกินนายเลยทีเดียว และการที่นายแสดงกิริยาเหมือนยอมรับและไม่รังเกียจ รับรองได้เลยว่านายจะต้องได้รับเชิญไปงานเลี้ยงของเจ้าด๊อกอีกหลายงานจนกว่าหมอนั่นจะได้กลืนกินนายสมใจ" "จะบ้าหรือจิม.. นี่ฉันอยู่ในสายตาของนายตลอดเวลาเลยยังงั้นเหรอ ไม่อยากเชื่อเลย.. ฉันไม่ใช่เด็กหนุ่มไร้เดียงสานะ ฟันหญิงมานับไม่ถ้วนแล้วฉันรู้ว่าฉันทำอะไรอยู่ ขอบใจที่เป็นห่วง แต่ไม่ต้องจับจ้องฉันทุกฝีก้าวแบบนี้ ฉันดูแลตัวเองได้" "ขอโทษนะทอม.. ฉันไม่เคยจับจ้องนายแบบนี้มาก่อน เพิ่งจะมีงานเลี้ยงคืนนี้เท่านั้นที่ฉันรู้สึกผิดปกติตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าไปในงาน ฉันไม่เคยห่วงเวลานายอยู่กับผู้หญิง แต่กับผู้ชายประเภทนี้ฉันห่วง นายไม่แสดงทีท่ารังเกียจพวกเขาก็เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว แต่ก็ควรสงวนเนื้อตัวไว้บ้างไม่ใช่เปิดโอกาสให้จับต้องตามสบาย ป่านนี้เจ้าด๊อกนั่นคงเก็บไปนอนฝันหวานแล้ว" "พอแล้ว จิมมี่.. พอซะที หยุดแสดงความเห็นในเรื่องไร้สาระได้แล้ว ที่นายพูดมาทั้งหมดนี่ฉันชักไม่แน่ใจแล้วว่า นายห่วงหรือหวงฉันกันแน่ " "ทำไมฉันจะต้องสงวนเนื้อตัวอะไรนักหนา ถ้าร่างกายของฉันทำให้คนที่ได้พบเห็นหรือได้สัมผัสแล้วมีความสุข ก็ถือว่าฉันได้บุญไปด้วย ใครอยากจะจับต้องอยากสัมผัสก็จับไป ฉันมี Limit ของฉัน นายเองก็น่าจะรู้ดี ฉันไม่เคยหวงตัวกับนายเลยไม่ใช่เหรอ.. แต่ฉันก็ให้เท่าที่จะให้ได้เท่านั้น เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงว่าใครจะมากลืนกินฉันได้ง่ายๆ ถ้าฉันจะยอมให้ใครกลืน ฉันไม่ลืมหรอกว่านายอยู่หัวแถว นายต้องเป็นคนแรกของฉันเลยจิม.. ไม่ต้องห่วงนะ" ทอมสวมกอดจิมเอาใจและคิดว่านี่เป็นคำพูดปลอบประโลมที่ดีที่สุดแล้ว หารู้ไม่ว่าเป็นคำปลอบโยนที่ทำให้หัวใจของจิมแหลกสลายไม่มีชิ้นดี จิมอึ้งไปพูดอะไรไม่ออก ต้องใช้ความพยายามอย่างสูงข่มความเจ็บปวดให้คลายลงด้วยการยกแขนขึ้นสวมกอดและลูบหลังทอมไปมา ดูแล้วเหมือนทอมกำลังถูกเขาปลอบ แต่เปล่าหรอกเขากำลังปลอบใจตัวเองต่างหาก "ลืมที่ฉันพูดทั้งหมดในคืนนี้ซะทอม.. ฉันจะไม่วุ่นวายเรื่องส่วนตัวของนายอีก พรุ่งนี้มีงาน 10 โมงเช้า นายควรพักผ่อนได้แล้ว" จิมคลายอ้อมกอดจากเทพบุตรของเขา ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาใกล้ชิด ทอมในลักษณะนี้ เขาจะไม่สัมผัสหรือจับต้องทอมด้วยความเสน่หาอีกต่อไป เขาจะไม่ยอมเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่จ้องจะกลืนกินทอม เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเขายืนอยู่หัวแถวของคนพวกนั้น ไม่รู้เลยจริงๆ "กู๊ดไนท์ ทอม.. ฉันจะปลุกนายตอน 2 โมงครึ่ง " จิมเดินไปที่ประตู ชะงักเมื่ออีกฝ่ายร้องเรียก "จะไปไหน จิม.. นี่ห้องนายไม่ใช่เหรอ.." จิมหันกลับมาฝืนยิ้มให้ "ฉันคอแห้งน่ะ จะลงไปหาอะไรดื่มหน่อย ไปพักผ่อนได้แล้วนะทอม.. ดึกมากแล้ว" จิมก้าวออกจากห้องในขณะที่ทอมยืนนิ่งไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเอง เขาน่าจะดีใจที่จิมยอมปล่อยวางไม่วุ่นวายเรื่องส่วนตัวของเขาอีก แต่ทำไมความรู้สึกตอนนี้ถึงเจ็บลึกๆ ชอบกล + + + ส า ย ใย รั ก + + + จิมกระดกเหล้าผ่านเข้าลำคอทีเดียวหมดแก้ว ทั้งๆ ที่รู้สึกมึนและหัวหมุนจนนั่งทรงตัวแทบจะไม่อยู่แล้ว ทำไมคำปลอบโยนที่เฉือนหัวใจประโยคนั้นยังไม่เลือนออกไปจากโสตประสาทเขาซะที .นายห่วงหรือหวงฉันกันแน่... ถ้าฉันจะยอมให้ใครกลืนกิน ฉันไม่ลืมหรอกว่านายอยู่หัวแถว นายต้องเป็นคนแรกของฉันเลยจิม ไม่ต้องห่วง ให้ตายเถอะ!.. นึกไม่ถึงเลยว่าความจริงใจที่เขามีให้ทอมตลอดเวลาที่ผ่านมา สำหรับ ทอมแล้วเขาไม่ได้วิเศษและแตกต่างไปจากชายหนุ่มที่มีพฤติกรรมรักร่วมเพศคนอื่นๆ ที่เข้ามารุมล้อมทอมเลย เขาถูกทอมจัดอันดับให้อยู่หัวแถวด้วยซ้ำ ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดีเหลือเกิน... จิมรินบรั่นดีใส่แก้วที่วางเรียงกัน 5 ใบ เขาไม่ใช่คอทองแดงแต่ก็เคยเป็นนักดื่มตัวยง ก่อนมาทำงานกับทอมเขาดื่มเกือบทุกวันแต่ไม่เคยดื่มจนเมา หลังจากมารับหน้าที่เป็นผู้จัดการส่วนตัวให้สุดยอดนายแบบผู้นี้เขาก็เลิกดื่ม จะดื่มเฉพาะเวลาไปงานส่วนตัวแต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น งานไหนมีทอมไปด้วยเขาจะไม่ดื่มเลย " .ฉันเคยหลงคิดว่านายอาจมีใจให้ฉันบ้าง นายทำให้ฉันมีความหวังจนพร้อมที่จะรอ นานแค่ไหนฉันก็จะรอ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าฉันคิดไปคนเดียว ฉันเพิ่งรู้ว่าทุกครั้งที่ฉันกอดและสัมผัสนาย ความรู้สึกของนายตอนนั้นคือ การทำบุญ " ถ้าร่างกายของฉันทำให้คนที่ได้เห็นหรือได้สัมผัสแล้วมีความสุข ก็ถือว่าฉันได้บุญไปด้วย จิมรู้สึกสมเพชกับสภาพของตัวเองในเวลานี้ ถ้าทอมตัดเยื่อใยเขาด้วยการบอกว่าพบคนที่ชอบพอและถูกใจแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายเขาจะไม่เสียใจเท่านี้เลย "คุณจิมครับ.. คุณจิม.." "อืมม์.." จิมขานรับด้วยน้ำเสียงอ้อแอ้เมื่อได้ยินเสียงเรียกเบาๆ ด้านหลัง หันไปก็พบเจ้าหนูแม็กกี้ยืนมองตาปริบๆ "แม็กกี้เหรอ.. ว่าไง.. ดึกป่านนี้แล้วทำไมยังไม่นอน.." "ผมลุกมาเข้าห้องน้ำครับ เห็นไฟเปิดอยู่เลยเดินมาดู ดึกมากแล้วนะครับ ยังนั่งดื่มอยู่อีกเหรอ.." "หึ.. ไม่ใช่เรื่องของเด็ก กลับไปนอนซะไป" "แล้วคุณล่ะครับจะนอนหรือยัง ถ้าจะนอนแล้วเดี๋ยวผมช่วยพาคุณไปส่งที่ห้องก่อนครับ" แม็กกี้กล่าวอย่างมีน้ำใจเพราะเห็นคุณจิมเมามากแล้ว แต่เมื่อถูกย้ำให้กลับไปนอนอีกครั้งด้วยสายตาและน้ำเสียงของคนเมาที่กำลังไม่สบอารมณ์ เจ้าหนูก็รีบหันหลังวิ่งกลับเข้าห้องทันที + + + ส า ย ใย รั ก + + + เที่ยงคืนกว่าแล้ว .. แม็กกี้ขยับตัวขึ้นนั่ง ลุกขึ้นมาเข้าห้องน้ำกลางดึกทีไร นอนต่อไม่หลับทุกที แม็กเปิดไฟที่หัวเตียงและหยิบสมุดบันทึกใต้หมอนขึ้นมาเปิดดู เวลาที่ว่างจากงานแม็กจะนั่งเขียนบันทึกถึงแม่และพ่อ บางทีก็เปิดอ่านและดูรูปเฉยๆ ทุกครั้งที่มองดูรูปคุณทอมในสมุดบันทึกของตัวเอง แม็กไม่เคยรู้สึกว่าเป็นคนอื่นเลยนอกจากพ่อ.. แต่ทำไมเวลาอยู่ใกล้คุณทอมตัวจริงกลับรู้สึกเหมือนเป็นคนอื่น อยู่ที่นี่นานกว่า 5 สัปดาห์แล้ว แม็กไม่เคยมองหน้าคุณทอมเต็มตาเลยสักครั้ง ตั้งแต่คุณทอมชักสีหน้าไม่พอใจและจ้องแม็กด้วยสายตาขุ่นเคืองในวันแรกที่พูดคุยตกลงกัน ตั้งแต่วันนั้นมาแม็กไม่กล้ามองหน้าและสบตากับคุณทอมอีกเลย ได้แต่แอบมองอยู่ไกลๆ ถ้ามองก็แค่แว่บเดียวส่วนใหญ่จะก้มหน้ารับคำสั่งมากกว่า แต่ตั้งแต่อยู่ที่นี่คุณทอมเคยสั่งงานด้วยตัวเองแค่ครั้งเดียว คือตอนที่ให้ไปหากุญแจกลางสนามในวันที่ฝนตก " .แม่ครับ เหลืออีกแค่ 20 วันเท่านั้นผมก็จะได้พิสูจน์ความจริงแล้ว ผมจะอดทนจนถึงวันนั้นให้ได้ " แม็กกี้สะดุ้งเมื่อเสียงเคาะประตูดังขึ้น รีบเก็บสมุดบันทึกไว้ใต้หมอนและลุกขึ้นไปเปิดประตู "คุณจิม.." แม็กเอ่ยเรียกด้วยความแปลกใจมากกว่าตกใจ ไม่อยากเชื่อเลยว่าคุณจิมยังนั่งดื่มเหล้าอยู่จนถึงเวลานี้ นี่มันผ่านมาชั่วโมงกว่าแล้วที่แม็กออกไปเข้าห้องน้ำ "ยังไม่ขึ้นไปนอนอีกเหรอครับ" "อืมม์ แม็กกี้.." จิมยืนโงนเงนไปมาทรงตัวแทบไม่อยู่ แม็กกี้รีบเข้ามาช่วยประคอง กลิ่นเหล้าโชยคลุ้งจนหนุ่มน้อยต้องเบือนหน้าหนี "ผมจะพาคุณขึ้นไปนอนนะครับ" ร่างเล็กก้าวเท้าจะเดินออกจากห้อง แต่ร่างสูงใหญ่กลับเดินเข้าไปในห้องและรั้งเด็กชายตามเข้าไปด้วย "อ๊ะ! คุณจิมจะไปไหนครับ ห้องคุณอยู่ข้างบน" "ฉันจะนอนนี่ ขอฉันนอนด้วยคนนะ แม็กกี้.." จิมล้มตัวลงนอนเหยียดยาวบนเตียงนอนของเด็กชาย หลับตาพึมพำฟังไม่ได้ศัพท์ แม็กกี้ยืนเกาหัวไม่รู้จะทำยังไงดี จะวิ่งไปปลุกน้าเอ๊ดดี้ก็เกรงใจ ยืนนิ่งอยู่ชั่วครู่ก็นึกขึ้นได้ว่าจะต้องทำให้คุณจิมสร่างเมาก่อน จิมเบือนหน้าหนีและใช้มือปัดผ้าออกด้วยความรำคาญ แต่แม็กกี้ไม่ยอมแพ้พยายามเอาผ้าชุบน้ำเช็ดหน้าให้ ถึงจะเมามากแต่จิมก็ยังพอมีสติ เขารู้ว่าเด็กชายพยายามจะช่วยให้เขาสร่างเมา "คุณจิม.. คุณจิมครับ ค่อยยังชั่วหรือยัง" "อืมม์ " จิมลืมตาขึ้นก็พบหนุ่มน้อยนั่งคุกเข่าอยู่ข้างเตียงจ้องมองเขาอยู่ "คุณจิมรู้สึกตัวแล้ว ผมจะพาขึ้นไปบนห้องนะครับ" เด็กชายลุกขึ้นยืนพยายามประคองจิมขึ้นจากที่นอน แต่กลับถูกอีกฝ่ายสวมกอดและรั้งเข้าไปซบที่ลำตัว "อู๊ยย!!! คุณจิมปล่อยซี ไปนอนที่ห้องคุณเถอะ สบายกว่านอนตรงนี้" "ขอนอนด้วยคนนะ แม็กกี้.. เธอรังเกียจฉันเหรอ" "ผมเปล่ารังเกียจ ก็ได้ครับ ถ้าคุณอยากจะนอน ผมจะออกไปนอนข้างนอก ปล่อยซีครับ คุณจิม.." ร่างเล็กพยายามยันตัวขึ้น แต่ถูกจิมกอดแน่นไม่ยอมปล่อย "อืมม์ ฉันอยากให้เธอนอนด้วย นอนด้วยกันที่นี่นะ แม็กกี้.." จิมขยับเด็กชายนอนลงข้างๆ โดยให้อยู่ด้านในติดผนังห้อง เจ้าหนูขยับจะลุกขึ้นก็ถูกเขาดันให้นอนลง "อื้อ.. อย่าดื้อซี แม็กกี้.. บอกให้นอนก็นอนซี" แม้จะอยู่ในอาการมึนเมา แต่น้ำเสียงของจิมชัดถ้อยชัดคำจนหนุ่มน้อยต้องยอมนอนนิ่งๆ ตามคำสั่ง "ดีมาก.. แม็กกี้.. รู้มั้ยว่านายเป็นเด็กที่น่ารักมาก ถ้าเป็นไปได้ฉันอยากจะช่วยให้นายสมหวัง" แม้จะรู้สึกยินดีที่คุณจิมเริ่มจะเห็นใจ แต่ตอนนี้แม็กกี้อยากจะลุกขึ้นเพราะรู้สึกอึดอัดมาก เตียงเล็กแค่ 3 ฟุตไม่เหมาะที่จะนอนสองคนคนซะหน่อย คุณจิมตัวใหญ่นอนคนเดียวก็เกือบจะเต็มแล้ว ที่แย่กว่านั้นก็คือ อยู่ใกล้คุณจิมตอนนี้แม็กหายใจไม่ออกเพราะกลิ่นเหล้าคละคลุ้งไปหมด ปกติทุกครั้งที่เข้าใกล้คุณจิมหรือแค่คุณจิมเดินผ่าน แม็กจะได้กลิ่มหอมอ่อนๆ บ้าง หอมฉุนบ้าง ล้วนแต่เป็นกลิ่นที่ดึงดูดให้เข้าใกล้ แต่ตอนนี้กลิ่นเหล้ากลบกลิ่นน้ำหอมจนหมดแล้ว "คุณจิมครับ เตียงมันเล็กเกินไปนอน 2 คนไม่ได้หรอก คุณจะนอนไม่สบายนะครับ" "ฉันไม่ต้องการความสบายทางกายหรอก แม็กกี้.. ขอแค่สบายใจก็พอ" จิมขยับตัวนอนตะแคงหันหน้าเข้าหาเด็กชาย ผ้าเย็นชุบน้ำทำให้เขาสร่างเมาขึ้นมาก สีหน้าลำบากใจของเจ้าหนูทำให้จิมรู้สึกขันและผ่อนคลายความทุกข์ใจลง เขาเอื้อมมือเสยผมหนุ่มน้อยไปมาด้วยความรู้สึกเอ็นดู "รู้มั้ยอะไรมั้ย แม็กกี้.. นายเป็นเด็กดีและน่ารักมาก ไม่ได้เกเรและจอมแสบอย่างที่ฉันคิดไว้ตอนแรกเลย" แม็กนอนนิ่งไม่ตอบอะไร รู้งี้..ไม่ทำให้สร่างเมาดีกว่า ปล่อยให้หลับไม่มีสติไปก็จบเรื่องแล้ว ขณะที่มือกำลังเสยผมเด็กชายไปมา ใบหน้าหล่อเหลามีเสน่ห์ชวนฝันของ ทอม แม็คกิลล์ ก็ฉายซ้อนขึ้นมาดื้อๆ อารมณ์ที่รู้สึกผ่อนคลายลงเมื่อครู่กลับเจ็บปวดขึ้นมาอีก ในเมื่อทอมไม่ได้มีความรู้สึกลึกซึ้งเป็นพิเศษกับเขาเลยแม้เพียงสักนิด เขาก็จะไม่หวังหรือรอคอยอะไรอีก จิมพิศมองเด็กชายตรงหน้าอย่างครุ่นคิด อารมณ์และนิสัยของเจ้าหนูแม็กกี้เหมือนทอมมาก แม้หน้าตาจะไม่ละม้ายคล้ายคลึง แต่อาจเป็นเพราะถอดแบบมาจากแม่ เขาอยากบอกเจ้าหนูเหลือเกินว่า .ไม่ต้องพิสูจน์ความจริงหรอก แม็กกี้.. ถ้าเชื่อมั่นว่าแม่ไม่มีใครจริงๆ แล้วล่ะก็ นายจะเป็นลูกใครได้ล่ะ นอกจากเทพบุตรที่ฉันหลงรักจนถอนใจไม่ขึ้นแล้ว แต่เขารับนายเป็นลูกไม่ได้หรอก และด้วยหน้าที่ของฉัน ฉันจำเป็นต้องปกป้องเขา "ยังอยากพิสูจน์ความจริงกับคุณทอมอยู่หรือเปล่า แม็กกี้.." เด็กชายพยักหน้ารับ จิมก็ขยับเข้าไปกระซิบข้างหู "ฉันช่วยได้นะ ถ้านายผ่านการทดสอบอีกครั้งในคืนนี้" "ทดสอบอะไรเหรอ.. อ๊ะ ! คุณจิมอย่าทับผมซี ผมอึดอัด" แม็กกี้ใช้สองมือยันหน้าอกจิมไว้ เพราะอีกฝ่ายเล่นขยับเข้ามาเบียดจนหายใจแทบไม่ออกแล้ว "ไม่ยากเย็นเลยแม็กกี้.. ไม่ต้องเหนื่อยหรือใช้กำลังเหมือนครั้งก่อนๆ ฉันจะหาทางช่วยให้นายได้พิสูจน์ความจริงเร็วขึ้นโดยไม่ต้องผ่านการทดสอบอะไรอีก" "พูดเหมือนคุณทอมไม่รู้เรื่องการทดสอบครั้งนี้ คุณจะหักหลังคุณทอมมาช่วยผมเหรอ.." "ใครบอกล่ะ หือ.." จิมยอมรับว่านอกจากเจ้าหนูแม็กจะเป็นเด็กดีและน่ารักแล้วยังฉลาดและทันคนด้วย "คุณทอมเป็นคนที่ทำให้ฉันคิดแผนนี้ขึ้นมาได้ต่างหาก เขาไม่เชื่อหรอกว่านายจะสามารถผ่านการทดสอบนี้ได้ และเมื่อไม่ผ่านนายก็ต้องเก็บเสื้อผ้าออกจากบ้านแม็คกิลล์ทันทีเช่นกัน" แม็กกี้ใจหาย.. ทำไมคุณทอมถึงเกลียดชังแม็กมากขนาดนี้ คงอยากให้แม็กแพ้และรีบจากไปเร็วๆ หลงคิดว่าคุณทอมคงคลายความเกลียดชังลงบ้างแล้ว อุตส่าห์ให้ย้ายขึ้นมาพักบนตึก งานที่ได้รับมอบหมายก็เบาลงตั้งเยอะเพราะลุงแก้วกลับมาแล้ว วันๆ แม็กแทบจะไม่มีงานทำ หลายวันแล้วที่แม็กถูกน้าเอ๊ดดี้แย่งงานล้างรถไปเฉยเลย "ว่าไงล่ะ คิดอะไรอยู่ พร้อมจะรับการทดสอบหรือยัง หือ.." จิมเสยผมเด็กชายและจูบที่หน้าผากเบาๆ แม็กกี้พยายามกระเถิบหนีแต่หนีไม่ได้เพราะหลังชนผนังห้องแล้ว หัวใจเต้นแรง รู้สึกแปลกๆ กับการกระทำของคุณจิม และยิ่งแปลกมากขึ้นเมื่อถูกถามว่าพร้อมหรือยัง "คุณจะให้ผมทำอะไรครับ ผมจะพยายามเท่าที่ผมจะทำได้ แต่ขอเป็นพรุ่งนี้เช้าได้มั้ยครับ ตอนนี้ดึกมากแล้ว" "เฮ้!.. การทดสอบนี้ต้องทำเวลาดึกมากๆ แหล่ะ ดี.. ว่าไงล่ะ นายไม่มีทางเลือกอื่นนะแม็กกี้.. บอกแต่ว่าจะทดสอบหรือไม่ทดสอบเท่านั้น ถ้าไม่.. ฉันก็จะลุกขึ้นและออกจากห้องไปเดี๋ยวนี้เลย พรุ่งนี้เช้านายก็เก็บกระเป๋าเตรียมไว้ ฉันจะให้เอ๊ดดี้ไปส่งที่ท่ารถตอนสายๆ โอเค.." เด็กชายหน้าเสีย แต่ยังคงนอนนิ่งไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ดวงตาสีน้ำทะเลแสนสวยส่อแววกังวลและคิดหนัก คงกำลังชั่งใจว่าจะทดสอบดีหรือไม่ จิมผละจากเด็กชายลุกขึ้นยืน รู้สึกเหมือนห้องกำลังหมุนจนต้องทรุดตัวลงนั่ง เขาไม่ปฏิเสธเลยว่าตัวเองกำลังเมา ใช่เขาเมา.. เมาทั้งเหล้า.. เมาทั้งรัก.. "เอ่อ.. เดี๋ยวครับ คุณจิม.." แม็กกี้ตัดสินใจรับการทดสอบ คว้าชายเสื้อร่างสูงใหญ่ที่ทำท่าจะลุกขึ้น "ตกลงครับ ทดสอบก็ได้จะได้หมดเรื่องไป ถ้าผมแพ้พรุ่งนี้ผมก็จะไปจากที่นี่.." จิมหันมายิ้มและส่งสายตาที่มีความหมายลึกซึ้งให้ แต่เจ้าหนูคงไม่รับรู้และไม่เข้าใจความหมายใดๆ สีหน้าขณะนี้ส่อแววฉงน กล้าๆ กลัวๆ เพราะไม่รู้ว่าตัวเองจะถูกทดสอบอะไร "จะให้ผมทำอะไรล่ะครับ ผมพร้อมแล้ว" เด็กชายขยับตัวจะลุกขึ้นนั่งก็ถูกจิมผลักให้นอนลง "นอนลง แม็กกี้.. การทดสอบบทนี้เธอต้องนอนลง" จิมก้มลงจูบที่แก้มเนียนใสของเด็กชายเบาๆ แม็กกี้นอนนิ่งตาปริบๆ เพราะยังงงและตั้งตัวไม่ทัน แต่แล้วก็ต้องสะดุ้งเฮือกตัวสั่นด้วยความตกใจ เมื่อถูกริมฝีปากร้อนของร่างสูงใหญ่สัมผัสเบาๆ ที่ริมฝีปากตัวเอง สองมือยันหน้าอกจิมไว้และพยายามเบือนหน้าหนี . "คุณจะทำอะไร ไหนบอกว่าจะทดสอบไง.." "นี่แหล่ะคือการทดสอบ แม็กกี้.." จิมกระซิบข้างหูก่อนจะซุกไซ้ซอกคอเด็กชายด้วยอารมณ์ปรารถนาที่เริ่มก่อตัวขึ้น "ไม่นะ ไม่เอา ผมไม่ทดสอบแบบนี้ ปล่อยนะคุณจิม.. ปล่อยผม.." แม็กกี้ส่ายหน้าหนีไปมา และเริ่มส่งเสียงดังจนจิมต้องจับใบหน้าเด็กชายหันมาเผชิญหน้าด้วยเพื่อหาทางกล่อมให้ยอมรับให้ได้ก่อน หากไม่ยอมจริงๆ เขาก็จะไม่บังคับ "ฟังนะ แม็กกี้.. คุณทอมมอบหน้าที่ให้ฉันจัดการทดสอบนาย ด้วยวิธีไหนก็ได้ที่จะทำให้นายยอมแพ้และไปจากที่นี่ ครั้งนี้จะเป็นการทดสอบครั้งสุดท้ายหากนายชนะก็พิสูจน์ความจริงกับทอมได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ครบสองเดือน แต่ถ้าปฏิเสธไม่ยอมทดสอบก็อยู่ในเงื่อนไขเดิม คือปรับแพ้ทันที ตกลงจะยอมแพ้ใช่ไหม แม็กกี้.." เด็กชายพูดไม่ออกได้แต่ส่ายหน้าเพราะยังไม่หายสั่นจากอาการตกใจ จิมพยายามปลอบโยนให้หายกลัว ไม่ว่าเจ้าหนูจะยอมทดสอบหรือไม่ เขาได้ประโยชน์ทั้งขึ้นทั้งล่อง "ถ้าไม่อยากแพ้ก็ทำตามที่ฉันแนะนำซะ แม็กกี้.. รู้หรือเปล่าว่าฉันแอบเข้าข้างนายตั้งแต่แรกแล้ว เพราะฉันไม่เห็นว่าการพิสูจน์ความจริงจะเสียหายอะไร ไม่ว่าจะจริงหรือไม่จริง นายก็ต้องไปจากคุณทอมโดยไม่หวนกลับมาให้เขาเห็นหน้าอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ.." แม็กกี้พยักหน้าให้ เริ่มรู้สึกคลายความตกใจลงบ้างแต่หัวใจยังเต้นแรงอยู่ "ฉันถึงบอกว่าอยากช่วยให้นายชนะไง ฉันไม่ได้หักหลังทอม แค่แนะนำวิธีที่จะทำให้นายชนะได้ต่างหาก ฟังนะ แม็กกี้.. แค่อย่าตกใจและอย่ากลัวเท่านั้น การทดสอบครั้งนี้ก็จะผ่านฉลุย คุณทอมจะเป็นฝ่ายแพ้และนายก็จะได้พิสูจน์ความจริงเร็วขึ้นโดยไม่ต้องผ่านการทดสอบอื่นๆ อีก" เด็กชายตาปริบๆ ฟังด้วยสีหน้าครุ่นคิด จิมจึงรีบตัดบทเพื่อไม่ให้เจ้าหนูขอยอมแพ้โดยไม่ทดสอบเลย "ทำทุกอย่างตามที่ฉันบอก แม็กกี้.. แล้วการทดสอบจะผ่านไปด้วยดี" จิมถกเสื้อยืดเด็กชายขึ้นและจุมพิตผิวเนื้อนวลเนียนของเจ้าหนูซึ่งมีอาการสั่นขึ้นมาอีก "ไม่ต้องกลัว แม็กกี้.. นึกถึงตอนที่นายจะได้พิสูจน์ความจริงเข้าไว้" ร่างสูงใหญ่ขยับขึ้นไซ้ซอกคอหนุ่มน้อย กลิ่นกายเยาว์วัยของเด็กชายให้ความรู้สึกบริสุทธิ์และไร้เดียงสาจนอารมณ์ปรารถนาของจิมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ร่างเล็กนอนนิ่งไม่ดิ้นหนีแต่อาการสั่นรุนแรงขึ้น จนเขาต้องรีบรุกเพราะกลัวเจ้าหนูจะยกธงขาวยอมแพ้ซะก่อน แม็กกี้ใจหายวาบเมื่อถูกดึงกางเกงนอนออก ไม่สามารถอดทนกับการทดสอบ ด้วยวิธีนี้แล้ว พยายามจะขยับตัวลุกขึ้นก็ลุกไม่ได้เพราะถูกร่างสูงใหญ่นอนคร่อมไว้ แม็กกี้ร้องครางด้วยความกลัวจับใจเมื่อถูกคุณจิมจับต้องน้องชายตัวเล็ก "อือ คุณจิมผมกลัว ผมไม่เอาแล้ว.." จิมเอามือปิดปากเด็กชายไว้ไม่ให้พูดต่อ "อย่านะ แม็กกี้.. อย่าพูดออกมาเชียว ฉันไม่ให้นายยอมแพ้" จิมคว้าผ้าขนหนูผืนเล็กที่หัวเตียงมัดข้อมือสองข้างของเด็กชายไว้ พร้อมๆ กับกระซิบปลอบโยนไปด้วย "ฉันไม่ได้ทำร้ายนะ แม็กกี้.. แค่ไม่อยากให้ดิ้นหนี ไม่อยากให้ยอมแพ้" "อือ..ไม่เอา..ผมไม่อยากทดสอบแบบนี้ ผมกลัว.." จิมปิดปากเจ้าหนูไว้ก่อนจะโวยวายเสียงดังไปกว่านี้ และล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาขมวดเป็นก้อนยัดเข้าปาก "ถ้าพูดไม่ได้ก็ยอมแพ้ไม่ได้ด้วยใช่มั้ย แม็กกี้.. คราวนี้ก็ถึงเวลาทดสอบจริงแล้วนะ ไม่ต้องกลัว ไม่ต้องตกใจ ฉันไม่ทำให้เจ็บ.. เป็นเด็กดีนะ แม็กกี้.." "ฮือ.. ฮือ " แม็กกี้ร้องครางด้วยความกลัวจับใจ น้ำตาไหลพรากอาบแก้ม ทำไมคุณทอมให้คุณจิมใช้วิธีนี้ทดสอบกับแม็ก สู้ใช้ให้แม็กทำงานหนักจนตายเลยยังจะดีกว่า "ฮือ... แม่จ๋า... แด๊ดดี้.. ช่วยด้วย... ฮือ ๆๆ " ในขณะที่เด็กชายกำลังหวาดกลัวสุดขีดกับการกระทำที่คิดว่าทอมเป็นคนสั่งการ ทว่าเสียงร้องเรียกให้ช่วยที่ดังอยู่ในลำคอก็ไม่พ้นที่จะเรียกหาทอมเช่นกัน หากแต่เป็นคุณทอมในสมุดบันทึกผู้ซึ่งมีมโนภาพอยู่ในฐานะพ่อของเด็กชายตั้งแต่จำความได้แล้ว.. + + + ส า ย ใย รั ก + + + ทอมเอื้อมมือเปิดไฟที่หัวเตียงและลุกขึ้นนั่ง ตกใจเมื่อเห็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว ไม่อยากเชื่อเลยว่าเขานอนไม่หลับ แค่มีปากเสียงกับจิมนิดหน่อยเขาถึงกับนอนไม่หลับเลยหรือนี่ ทอมดับไฟเข้านอนตั้งแต่ 4 ทุ่มครึ่ง จริงๆ แล้วเขายังไม่อยากนอนแต่จิมบอกว่าพรุ่งนี้มีงานตอนสาย ปกติถึงไม่ง่วงแต่ถ้าหัวถึงหมอนเมื่อไร เขาสามารถหลับได้ภายในเวลาไม่กี่นาที แต่คืนนี้เขานอนไม่หลับเพราะสมองยังวนเวียนอยู่แต่เรื่องของจิม ทอมรู้สึกว่าตัวเองพูดรุนแรงหลายเรื่อง จิมนิ่งไปไม่ใช่เพราะเข้าใจที่เขาพูดหรือโกรธแต่คงเพราะเสียใจ เขาควรไปขอโทษและพูดคุยกับจิมใหม่อีกครั้ง เพราะขนาดเป็นคนพูดเองยังนอนไม่หลับ แล้วจิมล่ะ ป่านนี้ยังนอนตาค้างอยู่หรือว่าหลับปุ๋ยไปแล้ว ทอมตัดสินใจลุกจากเตียงไปปรับความเข้าใจกับจิมใหม่ แต่แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อไม่พบจิมในห้องนอน เขาเดินวนไปมาจนนึกขึ้นได้ว่าก่อนออกจากห้องจิมบอกว่าจะลงไปหาอะไรดื่ม แต่จะดื่มอะไรนานขนาดนี้ หรือว่า ออกไปข้างนอก ทอมผลุนผลันออกจากห้องนอนจิมกึ่งเดินกึ่งวิ่งลงบันไดมาก็พบไฟที่บาร์เปิดอยู่ ทอมโล่งอกเมื่อเห็นหลักฐานที่แสดงว่าจิมไม่ได้ออกไปหาอะไรดื่มข้างนอก แก้วเปล่าหลายใบวางเรียงรายอยู่พร้อมขวดบรั่นดีที่เหลือเพียงก้นขวด นี่หรือเครื่องดื่มที่ว่า.. นอกจากในงานเลี้ยงแล้วเขาไม่เคยเห็นจิมดื่มเหล้าในเวลาอื่นเลย แม้จะนั่งสรวลเสเฮฮาอยู่กับเพื่อนฝูง เต็มที่ก็จิบเบียร์เย็นๆ แค่ 2-3 แก้ว นี่เขาทำให้จิมโกรธและเสียใจมากถึงขนาดต้องดื่มเหล้าดับอารมณ์เชียวหรือ ทอมเดินหาจิมตามห้องต่างๆ เหลียวซ้ายแลขวากวาดสายตาไปทั่วบริเวณเผื่อว่าอาจจะนอนหลับไม่ได้สติอยู่ที่ไหนสักแห่งเพราะความเมา แต่หาจนทั่วก็ไม่พบ จึงออกไปชะโงกดูที่โรงรถให้แน่ใจอีกครั้งก็พบว่ารถยังจอดอยู่ครบ 3 คัน แสดงว่าจิมต้องอยู่บริเวณไหนสักแห่งในบ้าน เขาเกือบจะกดสายในเรียกเอ๊ดดี้ด้วยความเคยชิน แต่นึกขึ้นได้ว่าดึกมากแล้ว จะพลอยทำให้คนรับใช้คนอื่นๆ ตื่นกันหมด ทอมเดินขึ้นไปสำรวจห้องพักชั้นบนทุกห้อง เมื่อไม่พบก็กลับลงมาชั้นล่างหาใหม่อีกครั้ง เขาเดินเข้าออกทุกห้องแม้กระทั่งห้องน้ำและห้องครัว เริ่มใจเสียเมื่อหาจิมไม่พบ "นายอยู่ไหนอ่ะ.." ทอมเป็นห่วงกลัวว่าจิมจะเมาหลับอยู่กลางสนามหรือที่ไหนสักแห่งในบ้าน เขาคนเดียวคงไม่มีปัญญาหาแน่ จึงตัดสินใจเดินไปปลุกเอ๊ดดี้ที่ห้องแทนการเรียกสายใน เนื่องจากโทรศัพท์ถูกติดตั้งไว้หน้าห้องนอนนายเอ๊ดและสาวใช้แวว ซึ่งทั้งคู่มีความน่าจะเป็นในการถูกเรียกใช้งานมากที่สุด แต่กว่าจะตื่นขึ้นมารับสายเขาเดินไปเรียกหน้าห้องจะเร็วกว่า ทอมเดินผ่านห้องครัวตรงไปที่เรือนคนรับใช้ซึ่งอยู่ด้านหลัง เขาหยุดชะงักเมื่อเดินผ่านห้องซึ่งอยู่สุดทางเดินถัดจากห้องครัว มันคือห้องพักคนรับใช้ซึ่งปกติจะปิดว่างไว้ แต่ตอนนี้กลายเป็นห้องพักของแม็กกี้ หนุ่มน้อยที่เขาแสนจะเกลียดชังจับใจโดยเฉพาะในช่วง 2 สัปดาห์แรกที่พักอยู่ที่นี่ แต่วันนี้ย่างเข้าสัปดาห์ที่ 6 แล้ว ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าความรู้สึกเกลียดชังอย่างรุนแรงคลายลงไปได้อย่างไรและตอนไหน แต่ถึงจะเกลียดน้อยลงเขาก็ยังอยากให้เด็กชายจากไปโดยไม่ต้องมาวุ่นวายขอพิสูจน์ความจริงที่แสนจะเลวร้ายนั้น ทอมยืนนิ่งอยู่หน้าห้อง ชั่งใจว่าควรจะปลุกเจ้าหนูแม็กขึ้นมาถามดีมั้ย เผื่อว่าเด็กอาจจะเห็นจิมนั่งดื่มเหล้าอยู่และได้พูดคุยอะไรกันบ้าง ทอมทำท่าจะเคาะประตูแต่แล้วก็เปลี่ยนใจเดินผละจากไปเพราะเห็นว่าดึกมากแล้วที่สำคัญเขาไม่อยากพูดคุยกับเด็กชายโดยไม่จำเป็น ที่ผ่านมาเขาพยายามเลี่ยงไม่พูดคุยด้วย ส่วนใหญ่ให้จิมออกหน้าแทน + + + ส า ย ใย รั ก + + + ทอมผละมาที่ประตูทางออก ก็ต้องชะงักอีกครั้งเมื่อได้ยินเหมือนเสียงร้องของเด็กชายดังแว่วออกมา เขาถอยกลับมายืนหน้าห้อง สงสัยเจ้าหนูคงจะฝันร้ายกระมัง นึกถึงสิ่งที่เขาและจิมกระทำกับเด็กที่ผ่านๆ มาแล้วมันก็น่าอยู่หรอก เสียงเงียบไปชั่วครู่ก่อนจะดังแว่วออกมาอีก ครั้งนี้เขาได้ยินถนัดว่าเป็นเสียงร้องครางออกจากลำคอเหมือนเด็กชายกำลังหวาดกลัวสุดขีด ให้ตายเถอะ !.. ไม่เข้าใจความรู้สึกตัวเองเลยว่าทำไมเขาต้องใส่ใจด้วย พักเรื่องจิมไว้.. เข้าไปปลุกเจ้าหนูให้ตื่นจากฝันร้ายก่อนคงไม่เสียเวลามากเท่าไร เร็วเท่าใจคิด... ทอมขยับลูกบิดประตูเมื่อพบว่าไม่ได้ล็อค จึงเปิดเข้าไปช้าๆ + + + ส า ย ใย รั ก + + + ทอมยืนตะลึงกับภาพที่เห็น!!! . คาดไม่ถึงว่าจะได้พบจิมในห้องเด็กชาย เขาควรจะดีใจแต่กลับตกใจจนหัวใจแทบหยุดเต้น !!!!.. เจ้าหนูแม็กกี้ในสภาพเกือบเปลือยมือถูกมัดไขว้หลัง มีผ้าเช็ดหน้าอุดปากไว้ เด็กอยู่ในท่านอนคว่ำ ส่วนจิมอยู่ในท่าคุกเข่าคร่อมร่างเล็กและกำลังจูบไซ้แผ่นหลังของเด็กชายที่นอนตัวสั่นอยู่ข้างใต้ จิมชะงักและตกอยู่ในอาการตะลึงเช่นกันเมื่อหันมาเห็นเขา โอ! พระเจ้า ทอมอธิบายความรู้สึกของตัวเองกับภาพที่เห็นตรงหน้าไม่ถูก เขาเดินเข้าไปหาในอาการที่ยังตะลึงอยู่ ในขณะที่จิมหายมึนเป็นปลิดทิ้งและยังหายจากอาการตะลึงได้เร็วกว่า รีบเผ่นแผล็วลงจากเตียงแทบไม่ทัน จิมอ้าปากจะอธิบายก็ถูกหมัดรุ่นๆ กระแทกเข้าที่หน้าจนถลาล้มลง ที่ล้มไม่ใช่เพราะแรงจากหมัดแต่เพราะฤทธิแอลกอฮอลล์ทำให้จิมคุมการทรงตัวไม่อยู่ ทอมตามมาคว้าคอเสื้อจิมลากออกจากห้อง "ฟังฉันอธิบายก่อน ทอม.." ทอมไม่ฟังคำแก้ตัวใดๆ ของจิม "ชั่วร้ายมากจิมมี่.. ไม่อยากเชื่อเลยว่านายกล้าทำเรื่องชั่วๆ แบบนี้ได้ แม็กกี้ไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ของนาย ออกไปหาที่ระบายตัณหานอกบ้าน ไป.. ออกไป.." "ฟังฉันก่อน ทอม.. ฉันไม่ได้ระบายอารมณ์นะ ฉัน.." "ไป.. ไปให้พ้น.." ทอมปิดประตูห้องนอนใส่หน้าจิม เขาโกรธและเสียใจจนพูดอะไรไม่ออก เรื่องจิมไว้จัดการทีหลัง ที่เขาต้องทำตอนนี้คือปลอบเจ้าหนูให้หายจากอาการตกใจก่อน ทอมเดินไปที่เตียง แม้จะเห็นว่าเป็นเขาเด็กชายก็ยังถดร่างหนีและส่งเสียงครางในลำคอด้วยความหวาดกลัว เขารีบดึงผ้าที่อุดปากออก เสียงครางที่ฟังไม่ได้ศัพท์จึงชัดถ้อยชัดคำขึ้น "ฮือ.. อย่า.. อย่าทำ.. ผมกลัวแล้ว.. ผมกลัว.." ทอมรีบแก้มัดที่มือให้และกล่าวปลอบไปด้วย "ไม่ต้องกลัวแม็กกี้.. ไม่ต้องกลัวนะ ฉันไล่เขาไปแล้ว " ทอมไม่รู้เลยว่าคำปลอบโยนของเขายิ่งทำให้เด็กชายหวาดกลัวมากขึ้น คำพูดของเขาไม่ต่างจากคำพูดของจิมเมื่อสักครู่เลย ไม่ต้องกลัวนะ แม็กกี้ ฉันไม่ทำให้เจ็บ เป็นเด็กดีนะ เด็กชายขยับตัวนอนหงายทันทีที่มือถูกแก้มัด เพียงแว่บเดียวที่ได้สบตากับทอมหนุ่มน้อยก็ผวาพร้อมกับอาการสะอื้น รีบคว้าหมอนปิดหน้าเพราะไม่รู้จะถอยหนีไปไหนได้อีก ทอมตกใจเมื่อเห็นอาการหวาดกลัวของแม็กกี้ แม้แต่เขา.. เจ้าหนูก็ไม่เชื่อใจ เขาจับมือเด็กชายบีบเบาๆ ก็ถูกสะบัดหนีหดมือเข้าใต้หมอน เขาดึงหมอนออกหนุ่มน้อยก็เบือนหน้าหนีเข้าผนังห้อง "แม็กกี้.. ฉันทอมนะ " เด็กชายส่ายหน้าน้ำตาไหลเป็นทางแต่ไม่มีเสียง เป็นครั้งแรกที่ทอมรู้สึกสงสารเจ้าหนูจนอยากปลอบโยนด้วยการสวมกอด แต่ก็ทำได้เพียงแค่ดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมร่างให้และกล่าวปลอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน "นอนนะแม็กกี้.. ไม่ต้องกลัวอะไรอีกแล้ว หมอนั่นจะไม่กล้าเข้ามารังแกเธออีก ฉันสัญญา " ทอมลุกขึ้นยืนเมื่อหนุ่มน้อยดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเหตุการณ์เลวร้ายที่จิมก่อขึ้นเมื่อครู่จะทำให้แม็กกี้หวาดกลัวเขาไปด้วย ถึงขนาดไม่กล้ามองหน้าหรือสบตา ทั้งๆ ที่เคยแอบเฝ้ามองเขาอยู่บ่อยๆ เวลาที่เขาแกล้งทำเป็นไม่รู้และไม่สนใจ ทอมชะงักขณะกำลังจะก้าวออกจากห้องเด็กชาย "คุณทอม... ผมขอทดสอบ..วิธีอื่นแทนได้มั้ย.. ให้ผมทำงานหนักแค่ไหนก็ได้" ทอมใจหายวาบ หันกลับไปก็พบเด็กชายโผล่หน้าออกจากผ้าห่มจ้องมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนน้ำตายังฉ่ำนองใบหน้าอยู่ เขากลืนน้ำลายลงคอเกือบจะมองหน้าเด็กชายไม่ติด เข้าใจแล้วว่าทำไมเจ้าหนูถึงกลัวเขาด้วย จิมนะจิม.. นายคิดจะรังแกเด็กโดยอ้างว่าเป็นการทดสอบ แผนของนายชั่วร้ายเกินกว่าที่ฉันคาดถึง ฉันผิดหวังในตัวนายมาก "โอเค!.. แม็กกี้.. นอนซะ ดึกมากแล้ว ไว้เราค่อยคุยกันพรุ่งนี้ กู๊ดไนท์ .. ไอ้หนู.." ทอมออกจากห้องเด็กชายโดยไม่ลืมกดล็อคประตูให้ รายต่อไปที่เขาต้องจัดการคือ เจมส์ เมเนนเดซ การ์เซีย ผู้จัดการแสนดีที่เขารู้สึกรักใคร่ชอบพอดุจเพื่อนสนิทและพี่ชาย แต่เวลานี้เขากำลังรู้สึกเกลียดชังชายหนุ่มผู้นี้จับใจ ที่บังอาจทำเรื่องเลวร้ายแบบนี้ในบ้านเขา คิดจะสนองอารมณ์ใคร่ของตัวเองกับเด็กชายวัยเพียง 12 ปีคนนี้ ทั้งๆ ที่รู้อยู่เต็มอกว่าเด็กอาจจะเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา ให้ตายเถอะ !.. ถึงเขาจะไม่ชอบไอ้หนูนี่และไม่คิดจะยอมรับ แต่เขาก็ไม่มีวันยอมให้จิมทำเรื่องชั่วร้ายแบบนี้กับเด็ก ทอมผลักประตูห้องอย่างแรงด้วยความโกรธ ผู้จัดการสุดแสบของเขาดูท่าจะสร่างเมาแล้วเพราะทั้งศีรษะและใบหน้าเปียกโชก น้ำจากเส้นผมหยดเป็นทางลงที่ลำตัวและพื้นห้อง จิมนั่งนิ่งอยู่ปลายเตียงเหมือนเตรียมพร้อมรอคำพิพากษาอยู่แล้ว ทอมถลาเข้าไปเปิดฉากก่อนทันที "เกิดอะไรขึ้นกับแม็กกี้ นายคิดจะทำอะไร จิม.. การที่ฉันไว้ใจและเชื่อใจให้นายจัดการปัญหาของฉันกับเด็กนั่น ไม่ได้หมายความว่านายมีสิทธิจะทำอะไรเด็กก็ได้ตามที่ใจต้องการ รู้มั้ยว่าฉันเสียความรู้สึกกับนายแค่ไหน.." "ฉันเสียใจ.. ฉันขอโทษ.." "แค่เสียใจและขอโทษ 4 คำ ก็จบยังงั้นเหรอ.. นายทำเรื่องที่ชั่วร้ายมากรู้ตัวหรือเปล่า จิม.. ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่า นายคิดจะระบายอารมณ์ใคร่กับเด็กโดยอ้างว่านี่คือการทดสอบ นายทำให้แม็กกี้เข้าใจว่าฉันเห็นด้วยกับสิ่งที่นายทำ นายทำได้ไง.. จิมมี่.. ทั้งๆ ที่เด็กนั่นอาจจะเป็น " ทอมไม่สามารถหลุดคำพูดออกมาได้ เขายอมรับว่ากลัว กลัวมากจริงๆ จิมนั่งก้มหน้านิ่งไม่แก้ตัวใดๆ กับเรื่องที่ตัวเองก่อ สมควรแล้วที่ทอมจะโกรธ เขาคิดแผนการเลวร้ายนี้ขึ้นมาด้วยอารมณ์ชั่ววูบ กะจะยิงนก 2 ตัวด้วยกระสุนนัดเดียว เขากำลังเสียใจและเคืองทอม จึงคิดจะหยอกกระเซ้าเจ้าหนูแม็กในฐานะที่อาจจะเป็นสายเลือดของคนที่เขารัก เขาไม่ได้คิดระบายอารมณ์ใคร่กับเด็กจริงๆ ด้วยวิธีนี้เขาเชื่อว่าเด็กชายจะต้องขอยอมแพ้ แต่กว่าจะยอมแพ้เขาก็ได้หยอกเย้าจนสนุกแล้ว แต่เอาเข้าจริงๆ เขากลับหยุดยั้งอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เผลอใช้กำลังบังคับเด็กชายจริงๆ ถ้าทอมไม่เข้าไปขัดจังหวะ ป่านนี้เขาอาจทำเรื่องที่เลวทรามชั่วช้าไปแล้ว "ฉันขอโทษ ทอม.. ฉันยอมรับว่ามันเป็นแผนที่ชั่วร้ายมาก แต่ฉันไม่ได้คิดจะทำอะไรจริงๆ แค่จะแกล้งให้เด็กยอมแพ้และไปจากนายเท่านั้น" "โกหก! จะให้เชื่อที่นายพูดเหรอ นายกำลังทำอะไรตอนที่ฉันเข้าไป หา!!!." ทอมคว้าคอเสื้อจิมกล่าวด้วยน้ำเสียงปวดร้าว "นายคิดแผนเลวทรามนี้ขึ้นมาได้ยังไง จิมมี่.. นายไม่คิดถึงใจเด็กว่าเขาจะเจ็บปวดแค่ไหนก็น่าจะนึกถึงใจฉันบ้าง ฉันให้นายจัดการหาวิธีทำให้เด็กไปจากที่นี่ ไม่ได้หมายความว่านายคิดจะทำอะไรก็ได้ ถึงฉันจะเกลียดและไม่ยอมรับเขาก็ไม่ได้หมายความว่าฉันจะยินยอมให้นายทำเรื่องเลวร้ายกับไอ้หนูคนนี้ " จิมนั่งนิ่งเหมือนยอมรับว่าตัวเองมีความคิดและการกระทำที่เลวร้ายจริงๆ มันทำให้ทอมยิ่งโกรธมากขึ้น "นายทำให้ฉันผิดหวังมาก จิม.. ถ้าฉันไม่คิดจะขอโทษนายก็คงไม่ได้พบเห็นเหตุการณ์ในคืนนี้ ฉันเพิ่งเห็นธาตุแท้ของนายวันนี้เอง หึ! น่าขำ นายว่าด๊อกเตอร์อลงกรณ์ กับโจอยากจะกลืนกินฉันยังงั้นเหรอ ต่อให้เป็นจริงอย่างที่ว่า สองคนนั่นก็ดีกว่านายหลายเท่าที่ไม่คิดจะกลืนกินเด็กชายที่ไม่มีทางสู้" จิมสะอึก สิ่งที่เขาทำกับเจ้าหนูแม็กกี้ทอมจะด่าว่าเขาเลวยังไงก็ได้ เขายอมรับผิดแต่โดยดี แต่การที่ทอมเปรียบเขากับเกย์ไฮโซคู่นั้น มันตอกย้ำความรู้สึกเจ็บปวดที่เขาได้รับจากคำพูดของทอมก่อนหน้านั้น ..ฉันไม่ลืมหรอกว่านายอยู่หัวแถว นายต้องเป็นคนแรกที่จะได้กลืนกินฉัน เมื่อครู่เขาเสียใจและน้อยใจกับคำพูดของทอมที่แสดงให้รู้ว่า นอกจากเขาจะไม่มีความหมายใดๆ เป็นพิเศษกับทอมแล้ว เขายังไม่ต่างจากเกย์หลายๆ คนที่ห้อมล้อมทอมด้วยความหวัง แต่โชคดีกว่าตรงที่ทอมจัดให้เขาอยู่หัวแถว หากแต่ครั้งนี้จิมรู้สึกฉุนและโกรธมาก ทอมเอาการกระทำของเจ้าด๊อกกับคู่ขาของมันมาเปรียบกับเขา ไหนจะสายตาของทอมที่จ้องมองเขาอยู่ขณะนี้ ช่างส่อแววเหยียดหยามและเย้ยหยันจนจิมหมดความอดกลั้น จิมลุกขึ้นยืนประจันหน้าเทพบุตรแสนรักด้วยความรู้สึกที่ปวดร้าว เขาผลักทอมล้มลงบนเตียงและตามลงไปคร่อมทับโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้ตั้งตัว "ปล่อยนะ จิม.. ทำบ้าอะไร" เป็นครั้งแรกที่ทอมถูกร่างสูงใหญ่ประชิดตัวในลักษณะนี้ จิมทาบทับอยู่บนร่างของเขา สัมผัสลมหายใจที่ร้อนผ่าวและกลิ่นเหล้าคละคลุ้งทำให้ทอมต้องเบือนหน้าหนี "ลุกขึ้นนะ ไอ้บ้า !!.. นายเมาก็นอนซะ ไว้เราค่อยคุยกันต่อพรุ่งนี้" จิมแค่นหัวเราะ "ด่าว่าให้พอใจเลย ทอม.. ก่อนที่ฉันจะทำอะไรบางอย่างให้สมกับที่เป็นคนบ้าและคนเลวในสายตาของนาย" "จะ.. จะทำอะไร ปล่อยนะ จิมมี่.. นายตัวหนัก ฉันอึดอัดนะ" จิมแค่นหัวเราะ ทอมร้องให้ปล่อยไม่ต่างจากเจ้าหนูแม็กเมื่อครู่เลย "จะทำอะไรงั้นเหรอ.. ก็ทำอย่างที่ทำกับแม็กกี้ไง แต่กับเจ้าหนู.. ฉันสาบานได้ว่าไม่ได้ตั้งใจจะเลยเถิดไปไกล เด็กตัวกะเปี๊ยกแค่นั้นจะกลืนกินเข้าไปได้ยังไง นายต่างหากที่ฉันต้องการ ทอม.. ในสายตาของนายฉันไม่ต่างจากเกย์คนอื่นๆ เลยไม่ใช่เหรอ นายยังยกให้ฉันอยู่หัวแถวเลยด้วยซ้ำ นายว่าฉันเลวกว่าเจ้าด๊อกและคู่ขาของมันซะอีก ฉันจะแสดงให้ดูว่าฉันจะกลืนกินนายยังไงถึงจะได้รสชาด" ทอมตาเหลือกไม่คิดว่าจะถูกจู่โจมในลักษณะนี้ เขารู้ว่าจิมทำเพราะกำลังโกรธและเสียใจไม่ใช่เพราะเสน่หา "ไม่นะ จิมมี่.. ปะ..ปล .." น้ำเสียงร้องห้ามของทอมขาดหายเพราะถูกจิมปิดปากแน่นสนิท จิมไม่ได้ปิดปากเขาด้วยมือแต่ด้วยริมฝีปาก "อื้อ อือ " ทอมได้แต่ร้องครางมือสองข้างถูกจิมล็อคไว้ ทอมมีรูปร่างสูงโปร่งสมส่วนอย่างชายชาตรีและสวยงามราวเทพบุตร เมื่อเปรียบกับจิมซึ่งมีความสูงกว่าเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายตัวใหญ่และล่ำกว่าซ้ำยังเป็นนักกีฬาเทควันโดสายดำด้วยแล้ว พละกำลังของทอมไม่มีทางสู้จิมได้ สถานการณ์ขณะนี้คือทอมหมดทางดิ้นรนเพราะจิมคร่อมทับเขาไว้ทั้งตัว ที่พอทำได้คือเบือนหน้าหนีไปมา แต่จิมก็สามารถประกบริมฝีปากตามไปมาไม่ยอมปล่อย ใบหน้าของทอมร้อนผ่าวสีหน้าแดงซ่านสลับกับซีดขาว พยายามสะบัดหน้าหนี หากแต่ลิ้นอุ่นของอีกฝ่ายก็ยังตามสอดแทรกและซอกซอนแผ่วหวานละมุน หนักหน่วงและรุนแรง รุกเร้าปะปนไปมาอย่างช่ำชอง สัมผัสที่ได้รับทำให้ทอมไร้เรี่ยวแรงผลักไส .นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาที่ได้รับสัมผัสเช่นนี้จากผู้ชายด้วยกัน มันไม่ใช่แค่การจูบลาหรือจูบทักทายกันธรรมดา แต่เป็นการจูบจริงและจูบอย่างดูดดื่มเหมือนที่หนุ่มสาวกระทำในขณะที่มีอารมณ์รักใคร่เสน่หาต่อกัน จิมพยายามจะจูบปากเขาหลายครั้งแต่ไม่เคยได้โอกาส ครั้งนี้เพราะความโกรธทำให้จิมใช้กำลังทำตามที่ใจต้องการจนได้ แม้จะรู้สึกโกรธและเสียใจหากแต่ในอารมณ์ส่วนลึก ทอมยอมรับว่ามันเป็นการจูบที่ดูดดื่มมาก มากจนเขานอนหลับตานิ่งเพราะเคลิ้มกับสัมผัสที่ได้รับจนไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นกับตัวเอง ทำไมจู่ๆ อีกฝ่ายก็ถอนริมฝีปากออกและพร่ำเรียกชื่อเขาด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก "ทอม.. ทอม.. ฉันขอโทษ ไม่เป็นไรนะ ทอม.. หายใจซี สูดหายใจลึกๆ.." จิมรั้งทอมขึ้นนั่งและลูบหลังไปมา สติและอารมณ์ที่กำลังล่องลอยเตลิดไปไกลถูกดึงกลับคืนมาในเสี้ยววินาที เมื่อร่างกายของทอมสั่นและเกร็งใบหน้าแดงก่ำจนเขาถอนริมฝีปากแทบไม่ทัน ให้ตายเถอะ ! ทอมไม่ยอมหายใจขณะถูกเขาจูบนานกว่า 1 นาที ไม่รู้ว่าตกใจจนลืมหรือจงใจทำเพื่อประชดเขา ทอมพยายามสูดหายใจเข้าปอดตามเสียงแว่วของจิม ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเขาถึงรู้สึกอึดอัดมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเพราะเขาไม่ได้หายใจหรอกหรือ.. "ขอโทษนะทอม.. ฉันขอโทษ" ทอมรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเมื่อร่างกายได้รับออกซิเจนตามปกติ ได้ยินเสียงพร่ำขอโทษไปมาอยู่ใกล้ๆ ลืมตาขึ้นก็พบจิมในสภาพโทรมสุดๆ นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า แค่สบตาด้วยทอมก็รับรู้ทุกอารมณ์ของอีกฝ่าย เข้าใจแล้วว่าเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับแม็กกี้ในคืนนี้เพราะเขาเป็นต้นเหตุ เพราะคำพูดของเขา "ฉันต่างหากที่ต้องขอโทษ ถ้าฉันไม่ทำให้นายเสียใจ นายก็คงไม่ลงไปนั่งดื่มเหล้า เหตุการณ์บ้าๆ นั่นก็คงไม่เกิดขึ้น" จิมซบหน้าลงกับตักและกอดขาทอมไว้ เขาได้แต่พร่ำบอกเสียใจกับการกระทำของตัวเองในคืนนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า เมื่อครู่กับแม็กกี้ และตอนนี้กับทอม เขาเคยสัญญากับทอมไว้ว่า ตราบใดที่ทอมไม่มีใจให้เขาจะไม่แตะต้องหรือเกินเลยทอมมากไปกว่าการกอดและจูบแบบทักทายธรรมดา แต่การกระทำเมื่อครู่นอกจากทอมจะไม่ยินยอมแล้ว มันยังทำให้ทอมช็อคจนหายใจไม่ออกไปชั่วขณะ ถ้าเขารู้สึกตัวช้ากว่านี้เทพบุตรสุดรักของเขาจะเป็นยังไง "ยกโทษให้ฉันด้วยทอม.. ฉันขอโทษ เรื่องที่เกิดกับแม็กกี้ ขอโทษที่ทำกับนาย " จิมเงยหน้าขึ้นจากตักน้ำตานองหน้า ทอมใจหาย ระยะเวลากว่า 2 ปีที่คบหากันมาวันนี้เขาเพิ่งเห็นจิมร้องไห้เป็นครั้งแรก "ลงโทษฉันซี ทอม.. ให้สมกับความผิดที่ฉันทำในคืนนี้ ไล่ฉันออกจากงานก็ได้" "จะบ้าเหรอจิม.. นายไม่เคยบกพร่องเรื่องงานเลย มีแค่เรื่องของแม็กกี้ที่นายทำเกินไป.. แค่นายยอมรับผิดและสัญญาว่าจะไม่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกก็พอแล้ว" จิมส่ายหน้า สำนึกในขณะนี้คือรู้สึกว่าตัวเองผิดและเลวร้ายมากจริงๆ กับการกระทำในคืนนี้ โดยเฉพาะเรื่องที่เกิดกับเด็กชายวัยเพียง 12 ปี ที่อาจจะเป็นสายเลือดของทอมด้วยซ้ำ "ฉันชั่วร้ายมากอย่างที่นายว่าจริงๆ ทอม.. ถ้านายไม่ลงโทษฉัน ก็ขอให้ฉันได้ลงโทษตัวเอง" จิมลุกขึ้นยืนเดินผละไปที่ตู้เสื้อผ้า ทอมใจหายเมื่อเห็นจิมเก็บเสื้อผ้าและของใช้จำเป็นบางอย่าง "จะทำอะไรอ่ะ เก็บเสื้อผ้าทำไม" "ฉันต้องไปจากที่นี่ คืนนี้เก็บไปแค่ที่ใช้ก่อน วันหลังค่อยมา ." จิมพูดไม่จบเพราะถูกทอมตามเข้ามากระชากกระเป๋าไปจากมือ และเขวี้ยงไปที่มุมห้อง "ไม่นะ ฉันไม่ให้ไป จะบ้าหรือเปล่า จิมมี่.. นายไปแล้วใครจะช่วยฉันเรื่องงาน ทำแบบนี้นอกจากจะชั่วร้ายแล้วยังเห็นแก่ตัวอีก นายมันไอ้ทุเรศ ถ้าคิดจะไปจริงๆ ชาตินี้ก็อย่ามามองหน้ากันอีก ฉันจะเกลียดนายชั่ว " จิมใจหายวาบ รีบเอามือปิดปากเทพบุตรแสนรักและรั้งตัวเข้ามาสวมกอด ได้ยินทอมบอกเกลียดด้วยอารมณ์โกรธยังรู้สึกแย่ขนาดนี้ ถ้าทอมเกลียดเขาจากใจจริงจะเจ็บปวดขนาดไหน ทุกวันนี้ทอมแค่ไม่ได้รู้สึกพิเศษกับเขาเท่านั้น แต่ยังมีความรักให้เขาในฐานะเพื่อนสนิทและพี่ชาย "ไม่นะทอม.. อย่าเกลียดฉัน ฉันไม่ได้คิดจะไปจากนาย แค่ขอกลับไปนอนที่คอนโดเท่านั้น เรื่องงานทุกอย่างยังเหมือนเดิม อย่าโกรธนะ ทอม.. ได้โปรด.." จิมปล่อยมือเมื่อกล่าวจบ ทอมยังมีสีหน้าบึ้งตึงไม่สบอารมณ์อยู่ ผมเผ้ายุ่งเหยิงปกระใบหน้า เขาใช้สองมือเสยเรือนผมชายหนุ่มเบาๆ "นายไม่ถือโทษ.. ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกผิดมากขึ้น ขอให้ฉันได้ลงโทษตัวเองด้วยการอยู่ห่างจากนายสักระยะ จนกว่าความรู้สึกของเราจะดีขึ้น เรายังเจอกันในเวลางานเหมือนเดิม ฉันจะมารับนายไปทำงานและส่งกลับบ้าน นายเข้านอนเมื่อไรฉันถึงจะกลับ โอเค.." ทอมหน้างอถึงจะเข้าใจเหตุผลแต่เขาก็ไม่เห็นด้วย เขาไม่ได้นอนอยู่ในบ้านหลังใหญ่นี้คนเดียวมานานมากแล้ว "ตามใจ.. ความจริงนอกเหนือจากเวลางาน นายจะอยู่ที่ไหนก็เป็นสิทธิของนาย ฉันจะไม่สนใจอีกแล้ว" จิมยิ้มให้อย่างอ่อนโยน แม้จะเป็นการอนุญาตแบบไม่เต็มใจ "ไม่สนใจหรือไม่รักฉันก็ไม่เป็นไรหรอก ทอม.. ขอแค่อย่าเกลียดก็พอ " ทอมอ้าปากจะเถียงแต่เปลี่ยนใจ . รู้ได้ไงว่าฉันไม่รักนาย ฉันแค่ไม่แน่ใจความรู้สึกที่ฉันมีต่อนายเท่านั้น เจ้าจิมบ้า กลางดึกคืนนั้นจิมเก็บเสื้อผ้ากลับไปนอนที่คอนโด ก่อนไปไม่ลืมนัดแนะเรื่องงานกับทอมโดยที่อีกฝ่ายนิ่งฟังด้วยสีหน้าบอกบุญไม่รับ. จาก : กระทู้เฉพาะกิจ - 29/07/2005 03:51 |