หัวข้อ : tin01
ข้อความ :
ติณนัย-มธุกร

ตอนที่ 1


แสงแดดอ่อนส่องยามเช้า เปลือกตาบางค่อย ๆ กระพริบปรับสายตา

เด็กหนุ่มร่างเล็กยันตัวขึ้นจากเตียงขาวสะอาด มือบางควานหานาฬิกาตามความเคยชิน

อ๊ะ!! เราวางไว้หัวเตียงนี่นา' นัยน์ตาหวานกวาดมองไปที่หัวเตียง

ไม่มีนาฬิกา และที่สำคัญนี่ไม่ใช่ห้องเขา!!

เด็กหนุ่มผวาลุกอย่างรวดเร็วจนตกเตียง

"อืม.....เสียงอะไรหนวกหู" เสียงทุ้มครางอยู่ในผ้าห่มผืนใหญ่

"เฮ้ย!!" ทั้งคู่ประสานเสียงกันเมื่อเห็นอีกฝ่าย

"นาย(เธอ) เป็นใคร!?" ถามพร้อมกันอีก

"นายเป็นใคร!? แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง!?"

ร่างเล็กลุกขึ้นยืนแล้วก็ทรุดลงนั่งอีกเมื่อเห็นว่าร่างกายไม่มีเสื้อผ้าปกปิดซักชิ้นเดียว

"ฉันต่างหากต้องถามเธอ เธอเป็นใครเข้ามาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง!?"

"นายถามฉันแล้วฉันจะรู้มั้ย!"

"แต่ฉันรู้..." เสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตู

"พ่อ!! นี่มันอะไรกัน!?"

ชายหนุ่มร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วก็ทรุดลงนั่งเช่นกันเมื่อก้มลงเห็นตนเองก็ไม้ได้สวมเสื้อผ้าเช่นกัน

"อะไรของแก ก็เมื่อคืนแกพาเจ้าหนูนี่มาที่บ้านบอกจะแต่งงานกันให้ลั่นบ้าน

ไอ้เจ้าหนูนั่นก็ไม่เห็นคัดค้านอะไรซักคำ..."

ชายสูงวัยนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ

"ผมน่ะเหรอ!?" เสียงเล็กแว๊ดขึ้นคว้าผ้าห่มมาห่อตัว

"ใช่สิ ถึงขนาดปลุกเลขากลางดึกให้ลุกขึ้นมาจัดทำเอกสารการแต่งงานเรียบร้อยอีกต่างหาก"

ชายสูงวัยผู้เป็นพ่อส่ายหน้าหน่าย ๆ

"ผมกับไอ้หนูเนี่ยนะ!?" ชายหนุ่มแว๊ดขึ้นบ้าง

"เออสิ นี่ไง..." ผู้เป็นพ่อส่งทะเบียนสมรสให้ลูกชายและลูกสะใภ้( ? ) ดู

ทั้งคู่เข้ามาคว้าเอกสารไปดูแล้วก็มองหน้ากันอย่างตะลึง

"เอาล่ะพ่อ เมื่อคืนผมจำเรื่องไม่ได้พ่อช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้น"

ชายหนุ่มนั่งลงกับโซฟารับแขกหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยพร้อมกับเด็กหนุ่มร่างเล็กที่จัดการเรื่องการแต่งกายเรียบร้อยเช่นกัน

"ก็เมื่อคืนแกเมาแอ๋กลับบมาบ้านพร้อมกับเจ้าหนูนี่โวยวายลั่นบ้านว่าจะแต่งงานกันโทรไปปลุกประวิชมากลางดึกกลางดื่นให้ทำทะเบียนสมรสให้แล้วสั่งให้เอาไปยื่นที่อำเภอแต่เช้าไม่อย่างนั้นแกจะไล่ออก"

"แล้วพ่อไม่ยับยั้งเลยเรอะ!?" ชายหนุ่มหน้าเสียนี่เขาเป็นขนาดนั้นเลยหรือ

"ฉันก็เห็นว่าดีแล้วที่แกแต่งงานกับไอ้หนูนี่

ดีกว่าแต่งกับสุวิมลที่คอยหลอกเอาเงินแกซะอีก"

"เดี๋ยวก่อนสิ... คุยอะไรกันถามผมบ้างสิ" เสียงเล็กแทรกขึ้นบ้าง

"ก็เธอเป็นคนเซ็นต์ชื่อเองไม่ได้มีใครบังคับเลยนะ ถึงจะเมาหน่อย ๆ

ก็เถอะ" ชายสูงวัยหันมาพูดด้วยใบหน้าเรียบ

"แล้วคุณก็เอาเรื่องเอาราวกับคนเมา!?" คิ้วเรียวขมวด

"เธอลองนึกสิฉันว่าเธอต้องนึกออกแน่ว่าเมื่อคืนเธอพูดอะไรทำอะไรไปบ้าง"

เด็กหนุ่มก้มหน้าทบทวน



เมื่อวานตอนเย็นเขาโดนไล่ออกจากบ้านเช่าเพราะไม่มีเงินจ่าย

แล้วก็....เขาไปนอนที่เก้าอี้ข้างร้านเหล้าแล้วไอ้หมอนี่ก็โผล่มาเมาแอ๋โวยวายว่าโดนแฟนนอกใจ

พอเห็นเขาเข้าก็ชวนเขาไปกินเหล้าเขาเองก็ไปกินเป็นเพื่อนเพราะประชดชีวิต

หลังจากนั้น.........

("เฮ้~ เธอก็น่ารักดีนี่นา มาเป็นแฟนช้านม้าย....."

"ถ้าคุณรวยผมเป็นให้ก็ได้" ใช่!!เขาตอบไปอย่างนั้น

"ถ้าอย่างนั้นไปจดทะเบียนกันเลยแต่งกันวันนี้เลยก็ด้าย~

ช้านมีเงินเป็นสิบล้านเลี้ยงเธอทั้งชีวิตได้สบาย...."

แล้วเขาก็ยอมตามนายนี่มา!!)

เด็กหนุ่มใบหน้าเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด

"ฉันแน่ใจว่าเธอจำได้... เธอไม่มีที่ไปไม่ใช่รึ

ฉันมีข้อตกลงบางอย่างกับเธอแลกกับให้เธออยู่ที่นี่ในฐานะประหนึ่งเจ้าของบ้านโดยไม่ต้องทำงานก็มีกินตลอดชีวิต"

ชายสูงวัยยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาหวานมองระแวง

"ข้อตกลงอะไร?"

"เธอจะต้องแสดงตัวเป็นภรรยาลูกชายฉันต่อไป

กีดกันผู้หญิงหิวเงินทั้งหลายที่เข้าใกล้ลูกชายฉัน"

"พ่อ!!~" ชายหนุ่มโวย

"แกเงียบเถอะน่า!!" หันมาดุลูกชาย "ว่าไง... เธอเองก็ไม่มีที่ไป

จะไปหางานทำเค้าก็คงไม่รับเธอหรอกแล้วฉันก็เชื่อว่าเธอคงไม่ไปถือขันขอทานหรอกนะ"

"............" ร่างเล็กคิดหนัก

"อีกอย่างป่านนี้ทะเบียนสมรสของเธอก็คงไปถึงฝ่ายกฎหมายของบริษัทแล้วล่ะมั้งแล้วทางบริษัทก็คงจะจัดการแฟกซ์ไปต่างประเทศให้จัดการให้เรียบร้อย"

"จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงก็ในเมื่อผมเป็นคนไทย

กฎหมายไทยผู้ชายแต่งงานกันไม่ได้" ร่างบางโวย

"ก็ทำไมจะไม่ได้ในเมื่อเจ้าติณถือสัญชาติอังกฤษ"

"ห๋า!!" เด็กหนุ่มหันไปมองหน้าคนนั่งข้าง

ที่จริงก็ดูคล้ายจะเป็นลูกครึ่งถ้าสังเกตดี ๆ

แต่เขามัวแต่สนใจอย่างอื่นจนไมได้มอง

"เจ้าติณนัยสามีเธอคนนี้เป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ

แม่มันหนีไปอยู่อังกฤษตั้งแต่ตอนท้องไม่บอกฉันซักคำจนใช้สัณชาติตามแม่มันเพราะหล่อนอ้างกับเจ้าหน้าที่จดทะเบียนว่าหล่อนจำไม่ได้ว่าท้องกับใคร

กว่าจะเจอตัวมันก็ไม่กี่ปีนี่มันถึงได้ใช้สัญชาติอังกฤษ"

ผู้เป็นพ่อสาธยาย

"ฝ่ายกฎหมายบริษัทเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ

ป่านนี้ทะเบียนสมรสของเธอคงจะเซ็นต์รับรองเรียบร้อยแล้ว"

"แล้วตรงไหนที่เป็นข้อตกลงคุณมัดมือผมชกเรียบร้อยแล้วอย่างนี้เนี่ยนะ"

เด็กหนุ่มโวยวาย

"อย่างน้อยเธอก็ได้สิ่งตอบแทน...."

ร่างเล็กเงียบนั่นสิถึงยังไงก็คงจะช้าไปแล้วที่จะแก้ไขอย่างน้อยตอนนี้ต้องพยายามเอาตัวรอดก่อนแล้วค่อยคิดการณ์ต่อไป

"....ตกลง..." คำตอบทำให้ชายสูงวัยยิ้ม

"ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีต้อนรับลูกสะใภ้ของฉัน มธุกร"

มือหนาย่นออกยื่นมาจับมือบางตกลงเงื่อนไข

"คุณรู้ชื่อผมได้ยังไง!?"

"ไม่ยากเลยสำหรับฉัน"

"พ่อไม่ถามผมบ้างล่ะ" ร่างสูงโวยขึ้นบ้าง

"ถ้าแกไม่ยอมฉันจะส่งแกกลับไปอยู่หอพักคนงานในอังกฤษ"

คำสั่งทำให้ติณนัยเงียบ

เขาเคยอยู่ที่นั่นมันเป็นที่ไม่พึงประสงค์เท่าไหร่นัก

เพราะฉะนั้นถ้าอยู่ที่นี่แล้วต้องอึดอัดใจซักหน่อยก็คงจะดีกว่า

ร่างสูงยืนขึ้นยื่นมาด้านหน้า

"ยินดีที่ได้รู้จักและฝากตัวด้วย... มธุกร"

"เรียกผมว่ากรก็ได้ ฝากตัวเช่นกัน" เด็กหนุ่มจับมือตอบ

------------------------------------------

ช่วงสายแดดเริ่มแรงมธุกรเดินออกมาดูหน้าบ้านด้วยความเบื่อหน่าย

เมื่อผู้ที่เรียกได้ว่าเป็นสามีกับพ่อสามีไปทำงานกันแล้วมธุกรก็จะอยู่คนเดียวภายในบ้านนอกจากคนรับใช้อีก 7-8 คนเท่านั้น

"ป้าอรทำอะไรเหรอครับ" เด็กหนุ่มเดินมาชะโงกดูหญิงแม่บ้านที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ข้างโรงรถ

"อ้าว!!~ คุณมธุกรลงมาถึงนี่ต้องการอะไรรึเปล่าคะ"

"ป้าเรียกผมว่ากรเฉย ๆ ก็ได้ครับเปล่าหรอกครับป้าผมแค่เบื่อ ๆ

ป้าอรทำอะไรเหรอครับให้ผมช่วยมั้ยครับ?"

"ป้าจะห่อกระถางต้นไม้น่ะค่ะ คุณท่านจะเอาไปเยี่ยมไข้พนักงานที่บริษัท

แต่ป้าไม่รู้ว่าจะเอาต้นอะไรให้เขาน่ะค่ะ" ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้ ๆ

แล้วก็เลือกต้นไม้ขึ้นมากระถางหนึ่ง

"ต้นนี้เป็นไงครับป้า ต้นคล้าเป็นไม้มงคลเชื่อกันว่าบ้านใดปลูกคล้าไว้

จะช่วยคุ้มครอง ปกปักรักษาให้มีความสงบสุข ช่วยให้แคล้วคลาดพิษภัย ศัตรู

และผู้มุ่งร้าย" หญิงวัยกลางคนยืนมองยิ้ม ๆ

"คุณกรนี่รู้จักต้นไม้ดีจังเลยค่ะ

ป้าไม่รู้จักซักอย่างคุณท่านบอกว่าให้เลือกให้ป้าว่าจะไปตามตาชิตคนสวนมาช่วยดูอยู่เชียว"

"ผมว่าถ้าบ้านนี้ปลูกไม้มงคลรอบบ้านก็จะดีนะครับ ผมเห็นมีหลายต้นอยู่ทางด้านโน้น"

พูดพลางพยักพยิดไปทางข้างบ้านและจัดแต่งกระถางต้นไม้ไปด้วย

จนเสร็จหญิงแม่บ้านก็ถือผ้ามาเช็ดมือให้ร่างบาง

"ป้าอรครับผมเช็ดเองก็ได้"

"ไม่ได้หรอกค่ะเดี๋ยวคุณติณรู้ว่าป้าใช้คุณทำต้นไม้ป้าต้องโดนไล่ออกตอนแก่แน่

ๆ " มธุกรปล่อยให้หล่อนเช็ดมือเขาต่อไป

"....ป้าอรครับ....." หญิงแม่บ้านเงยหน้ามอง

"ป้าอรไม่รังเกียจผมเหรอครับที่ผมเข้ามาเป็น......"

อรทัยยิ้มอ่อนโยนมือย่นลูบแก้มใสเบา ๆ

"คุณกรไม่เห็นน่าเกลียดตรงไหนเลยนี่คะ

ออกจะน่ารักนิสัยก็ดีวันนี้ยังใจดีมาช่วยป้าเลือกต้นไม้แล้วยังมาห่อให้ป้าอีก

เจ้านายทั่วไปเค้าไม่ทำกันหรอกค่ะ" เด็กหนุ่มยิ้มตอบ

"ไม่รู้ทำไมคุณท่านของป้าอรถึงได้ให้ผมมาแต่งงานกับลูกชายท่านนะครับ

ผู้หญิงดี ๆ มีมากมายแท้ ๆ "

"แต่ส่วนมากคนที่คุณติณไปเจอและหลงชอบไม่ใช่คนดีน่ะสิคะ

คนก่อนนี้ก็หลอกเงินคุณติณไปหลายแสนแล้ว"

ร่างเล็กตาโตจะอ้าปากถามต่อก็ได้ยินเสียงแตรรถดังรัว

รถคันใหญ่สีดำจอดเทียบข้างเด็กหนุ่ม

ติณนัยลงมาฉุดร่างเล็กเข้าบ้านอย่างรีบร้อน

"เดี๋ยว ๆ อะไรคุณติณลากผมเข้ามาทำไม!?"

"ป้าอร!! ป้าอร!!" เสียงทุ้มตะโกนเรียกหญิงรับใช้ให้ลั่น

"ค่ะ มาแล้วค่ะ"

"ป้า ผมต้องการให้ป้าเตรียมงานเลี้ยงให้ทันเย็นนี้สำหรับคน 50 คน

เดี๋ยวให้ภิรมณ์ขับรถให้ป้าไปซื้อของที่ตลาด"

พูดพลางส่งเงินให้อรทัยปึกหนึ่ง

"มธุกรเดี๋ยวเธอไปกับฉัน...

แต่ตอนนี้เธอต้องไปเปลี่ยนเอาไอ้กางเกงขาสั้นนี่ออก"

"เดี๋ยว!! ๆ จะให้ผมไปไหนแล้วทำไมต้องเปลี่ยน!?"

"เราจะต้องไปซื้อเสื้อผ้าให้เธอ

พ่อจะจัดงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของเราเย็นนี้เชิญพนักงานทั้งบริษัทเธอจะต้องแสดงตัวเป็นภรรยาฉัน

แต่ฉันจะให้คนที่เป็นภรรยาใส่กางเกงขาสั้นลงมาเจอแขกได้ยังไง"

พูดพลางดันหลังให้เด็กหนุ่มขึ้นไปบนห้อง

"แล้วจะเลี้ยงทำไม พ่อคุณไม่อายเขารึไงที่ลูกชายแต่งงานกับผู้ชายด้วยกัน"

ร่างสูงดันเขาเข้าห้องลื้อตู้เสื้อผ้าไม้ฟังเสียง

"พ่อฉันกล้ายืนข้อเสนอให้เธอแสดงตัวเป็นภรรยาฉันแล้วนึกว่าเขาจะไม่กล้าประกาศกับคนอื่นรึไงว่าเธอเป็นภรรยาฉัน"

ชายหนุ่มดึงเสื้อยืดตัวบางทีเดียวก็หลุดออกจากตัวร่างเล็กหันไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีฟ้าจะใส่แทนแต่ก็ยืนนึ่งเมื่อเห็นอกขาวเนียนนั้น

มธุกรรู้สึกเขินกับสายตานั้น

"ผมจะใส่เสื้อได้รึยัง!?"

ติณนัยรู้สึกตัวจึงได้ส่งเสื้อให้เด็กหนุ่มใส่เองและหยิบกางเกงออกมา

"พอ!! ๆ กางเกงผมถอดผมใส่เอง คุณออกไปรอผมแป๊บนึง"

มือเล็กคว้ากางเกงมาถือแล้วดันร่างสูงออกจากห้อง

"ฉันจะไปคอยที่รถ รีบลงมาเร็ว ๆ ล่ะ"

ติณนัยเดินลงบันไดพลางคิดถึงเด็กหนุ่ม

อกขาวเนียนสวยไร้รอยด่างดำแม้แต่น้อย ร่างสูงสะบัดศีรษะ

ไล่ความคิดนั้นเขาคิดอะไรอยู่นั่นเด็กผู้ชาย ใช่!!

เขาต้องนึกไว้นั่นเด็กผู้ชาย!!

สักครู่มธุกรก็เดินมาขึ้นรถที่จอดรออยู่

ร่างสูงรีบออกรถโดยทันทีที่ร่างเล็กปิดประตู

--------------------------------

มธุกรยืนกางแขนเป็นหุ่นให้พนักงานในร้านเสื้อลองชุดนั้นชุดนี้ที่เป็นที่สนุกสนาน

โดยมีชายหนุ่มนั่งมองอยู่ห่าง ๆ

"คุณติณนัยจะรับกี่ชุดดีคะ?" พนักขายสาวเดินเข้ามาถาม

"ที่ลองแล้ว ทั้งหมด...." พูดพลางยื่นบัตรเครดิตให้ เด็กหนุ่มมองตาค้าง

"คุณติน เอาแค่ชุดสองชุดก็พอแล้วเอาไปทำไมอีกเยอะแยะเปลืองเงิน"

เสียงเล็กค้านพลางเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ

"ก็เอาไปให้ใส่น่ะสิ ไอ้กางเกงขาสั้นที่เธอใส่อยู่บ้านนั่นน่ะโยนทิ้งไปซะ"

"แต่..........."

ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อจากนั้นก็มีเสียงเปิดประตูร้านเข้ามาซะก่อน

"อ้าว ติณนี่คะ ต๊าย~ พาใครมาคะเนี่ย

โธ่พอเลิกกับวลัยตกอับถึงกับต้องไปควงเด็กผู้ชายเชียวหรือคะ"

หญิงสาวสวยแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดควงชายหนุ่มผมยาวหน้าตาดีเดินเข้ามาทัก

วลัยจ้องหน้ามธุกรเหยียด ๆ

"แล้วนี่คุณจะไม่แนะนำให้วลัยรู้จัก 'ของเล่นใหม่' ของคุณเลยเหรอคะ?"

"กร นี่วลัย 'เพื่อนเก่า' ฉัน วลัย นี่มธุกร"

ร่างสูงแนะนำอย่างเสียไม่ได้

"โธ่ติณคะ บอกก็ได้ว่าเราเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แฟนวลัยไม่ว่าหรอกค่ะ นะคะ"

หันไปยิ้มกับชายหนุ่มที่ยืนข้าง ๆ

มธุกรรู้สึกหมั่นไส้หญิงสาวตรงหน้าตะหงิด ๆ มือบางกอดแขนแข็งแรงแนบตัว

"คุณติณไม่ชวนเขาไปงานคืนนี้ล่ะครับ ไหน ๆ

เราก็จัดงานกันทั้งทีแล้วเขาก็เป็น 'เพื่อนเก่า' ของคุณติณ

หรือจะให้เขาไปในฐานะ 'ของเก่า' ก็ได้ ดีซะอีกคนมาก ๆ จะได้สนุก"

นัยน์ตาหวานมองเยาะเย้ยหญิงสาวเต้นเร่า ๆ ชี้หน้าอยากด่า

"...จริงสิ! วลัยเย็นนี้ถ้าว่างเชิญที่บ้านนะจะมีงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของผมกับกร"

ติณนัยอึ้งอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้ออกปากชวน

มธุกรเขย่งหอมแก้มสากฟอดใหญ่ก่อนจะดึงแขนผู้เป็นสามีออกไป

เมื่อเข้าไปนั่งในรถติณนัยเกาะพวงมาลัยหัวเราะดัง

"ขำอะไรนักหนา!?" เสียงเล็กแว๊ด

"เพิ่งรู้ว่าเธอก็ขี้โมโหเอาเรื่องเหมือนกันแฮะ"

"ก็มันน่ามั้ยล่ะ..." มธุกรกอดอกหน้าบึ้งแก้มป่อง

ติณนัยหัวเราะเบาลงซบหน้ากับพวงมาลัยรถ เสียงค่อย ๆ เงียบลง

เงียบจนเด็กหนุ่มรู้สึกแปลกใจเมื่อหันมามองก็พบว่าคนข้าง ๆ เขาสะอื้นร้องไห้เบา

"คุณติณ~ "

"ก่อนนี้ฉันตั้งใจว่ากลางปีนี้ฉันจะขอเขาแต่งงานเพราะเห็นว่าคบกันมาก็นานแล้ว

ถึงกับไปหาซื้อแหวนหมั้นไว้ไม่ได้บอกเค้า

แต่แล้วฉันก็เพิ่งจะตาสว่างว่าเค้าไม่ได้ใยดีอะไรฉันเลยเพียงแค่เข้ามาหลอกให้ฉันรักหลอกเงินฉันไปให้คนรักของเขาเล่นการพนัน....

คำรักที่เคยบอกกันเคยแสดงต่อกันมันหลอกลวงทั้งเพ....

ฉันมันก็แค่ไอ้โง่ที่ติดกับเค้า...."

เด็กหนุ่มมองร่างสูงใจเสียอยากปลอบแต่ไม่รู้จะปลอบยังไง

นัยน์ตาหวานทอดมองสงสาร......

"คุณติณ~ ผมถามหน่อยได้มั้ย?"

"อะไร?" ชายหนุ่มค่อย ๆ ปาดน้ำตาเงยหน้ามอง

"คุณรู้ว่าเขามีคนรักอยู่แล้วคุณรู้สึกโกรธแค้นเขาบ้างมั้ย?"

"โกรธสิ... โกรธทั้งตัวเองโกรธทั้งผู้หญิงคนนั้น"

"ถ้าอย่างนั้นผมช่วยคุณแก้แค้นเอาคืนดีมั้ย?" รอยยิ้มหวานเจ้าเล่ห์

"เธอจะทำอะไร!?" คิ้วหนาขมวด

"เอาเถอะ คุณช่วยหาของให้ผมทีนะ ผมต้องการ............."

ติณนัยพามธุกรไปหาซื้อของตามที่ต้องการ

..........................................................................

ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว เหลือเพียงแสงรำไรและแสงสว่างของหลอดไฟในงานส่องสว่าง

อาหารถาดใหญ่ถูกยกมาเสิร์ฟเรื่อย ๆ

ติณนัยถือแก้วไวน์คุยกับแขกอย่างเป็นกันเอง

สูทสีขาวที่มองก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าบ่าวอยู่ตรงไหน

"เจ้าติณ เมียแกล่ะ?" ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาถามเบา ๆ

"อยู่ข้างบนยังไม่ลงมาเลย"

"คุณธวัช เจ้าสาวยังไม่ลงมาอีกหรือครับแขกบ่นว่าอยากเห็นหน้ากันแล้ว

ว่าเจ้าสาวสวยขนาดไหนถึงได้มัดใจคุณติณนัยให้รีบแต่งงานแบบสายฟ้าแลบแบบนี้"

แขกคนหนึ่งเดินเข้ามาทักผู้เป็นพ่อของติณนัย

"กำลังจะให้เค้าไปตามลงมานี่ล่ะครับ เจ้าติณไปพาเมียแกมาซิ"

ประโยคหลังหันไปพูดกับลูกชาย

ติณนัยเดินเข้าไปในตัวบ้านทันที

-------------------------------------

"กร... เสร็จรึยัง?" ชายหนุ่มเคาะประตูห้องถามเบา

"คุณติณลงไปรอผมที่บันไดนะ เดี๋ยวผมตามลงไปขอจัดการรองเท้านี่ก่อน"

เสียงตอบกลับมาทำให้ร่างสูงถอนหายใจเฮือก จะไปรอดมั้ยนะ

ติณนัยลงไปรอที่โคนบันไดตามที่บอก

เขาไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มจะทำอะไรแต่ควรเชื่อไว้ก่อนเพราะร่างเล็กสัญญาว่าจะร่วมมือกันทำให้วลัยรู้สึกเจ็บใจ

สายตาคมกวาดไปเห็นหญิงสาวยืนอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มหวานเย้ยหยัน

อยู่ ๆ ก็มีเสียงฮือฮาของแขกดังขึ้นทุกคนต่างมองไปที่บันไดโดยเฉพาะแขกที่เป็นผู้ชายต่างจ้องไม่วางตา

เมื่อติณนัยหันไปมองบ้างก็ตกตะลึง

มธุกรอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีขาวประดับมุกของแม่เขา

วิกผมดำถักพันกับดอกไม้สีขาวดอกเล็ก

แก้มแดงเนียนใสนัยน์ตาดูอ่อนโยนริมฝีปากสีชมพูอมแดงคลี่ยิ้มเชิญชวน

ร่างบอบบางก้าวลงมาคล้องแขนชายหนุ่มยิ้มหวาน

"คุณติน..." เสียงเล็กกระซิบเรียกเบา

"คุณติณ!!..."

เมื่อเสียงดังขึ้นร่างสูงจึงรู้สึกตัวพาเด็กหนุ่มเดินไปแนะนำต่อแขก

ติณนัยพาร่างเล็กไปแนะนำกับแขก ดูมธุกรจะเป็นที่สนใจมากเป็นพิเศษ

"คุณธวัช ลูกสะใภสวยมากนะ" ชายสูงวัยผู้เป็นเพื่อนสนิทมองยิ้ม ๆ

"เห็นแล้วรู้เลยว่าทำไมรีบแต่งงาน" ผู้เป็นภรรยาเสริม

"ขอบคุณครับ" ติณนัยออกรับแทนเด็กหนุ่ม

"ขอเชิญคู่บ่าวสาวบนเวทีหน่อยครับ"

พิธีกรประกาศเรียกขณะนั้นเองที่ชายหนุ่มสังเกตเห็นรอยยิ้มน่ากลัวบนริมฝีปากอิ่ม

มธุกรเดินขึ้นเวทีอย่างมั่นใจ

"เจ้าสาวสวยอย่างนี้น่าอิจฉาเจ้าบ่าวจริง ๆ นะครับทุกท่าน" หนุ่ม ๆ ข้างล่างเฮเห็นด้วย

"อยากให้เจ้าบ่าวพูดถึงเจ้าสาวหน่อยครับ"

ติณนัยรับไมค์มาแล้วหันไปมองคนข้าง ๆ

"ครั้งแรกที่รู้จักกันผมคิดว่าเค้าเป็นน้องที่น่ารัก เป็นเด็กดี

แต่วันนี้มันความรู้สึกผมมันไม่ใช่แค่นั้น......"

พูดแค่นั้นแล้วก็ส่งไมค์ให้มธุกร เด็กหนุ่มยิ้มเย็นก่อนที่จะพูดออกมา

"วันแต่งงานนับว่าเป็นวันที่วิเศษที่สุดของแต่ละคน

ก็แปลกอยู่ซักหน่อยที่มาฉลองแต่งงานเอาวันหลังจากที่จดทะเบียนไปแล้วแต่ก็ดีใจอยู่เหมือนกัน"

นัยน์ตาหวานเหลือบไปมองวลัย

"คุณติณเป็นคนหล่อคิดว่าคงกำลังโดนสาวสวยหลาย ๆ คนอิจฉาอยู่

ใครที่ได้คบกับเขาก็จะรู้ว่าเขาเป็นคนช่างเอาใจน่ารัก

สาวโสดหลายคนที่ได้อยู่ใกล้เขาแต่ไม่พยายามที่จะมัดใจเขาคงโง่เต็มทีและดีใจที่ตัวเองไม่ใช่คนโง่แบบนั้น

นับแต่วันที่รู้จักกันมาได้ยินมาว่าคุณติณมีเพื่อนสนิทมากอยากให้เธอได้มาร่วมอวยพรให้เรา

จะขอเชิญได้มั้ยคะคุณวลัย..."

เด็กหนุ่มออกปากชวนทำให้ทุกคนหันไปมองวลัยเป็นตาเดียวพร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบ

แต่ถึงจะกระซิบกระซาบก็ยังแว่วมาให้หล่อนได้ยินอยู่ดี

"จริงสินะคุณติณควงแม่คนนี้มาเกือบปี แต่จับคุณติณไม่ได้โง่จริง ๆ

ปล่อยให้เจ้าสาวคว้าไปได้"

"ก็น่าจะจับไม่อยู่มือหรอกนะ อย่าพูดถึงนิสัยเลยแค่หน้าตาก็แพ้กระจุยแล้ว"

"ดีแล้วล่ะที่คุณติณเลิกกับยัยนี่มาได้เห็นว่ากันว่านิสัยสุดจะทน

มีข่าวว่าแม่คนนี้ผลาญเงินคุณติณไปหลายนี่สมแล้วที่เค้าทิ้ง"

และคำนินทาอีกมากมายหญิงสาวทนไม่ไหวสะบัดหน้าเดินขึ้นเวที

"ฉันไม่มีอะไรจะอวยพรขอให้มีความสุขก็แล้วกัน"

พูดจบก็รีบลงจากเวทีดึงแขนแฟนหนุ่มกลับทันที

"แผนเธอเหรอ?" ร่างสูงก้มหน้าลงมากระซิบข้างหูเล็ก

"ใช่~ สะใจชะมัด" เสียงตอบเบาเช่นกัน ทั้งคู่หัวเราะกันจนพิธีกรตกใจ

"สงสัยจะรักกันมากนะครับคู่นี้" พิธีกรพูดยิ้ม ๆ

"เจ้าบ่าวหอมแก้มเจ้าสาวหน่อย" เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมาจากด้านล่าง

ทั้งคู่มองหน้ากันตาโพลง

"เจ้าบ่าวครับข้างล่างเรียกร้องแล้ว เชิญหน่อยครับ"

ติณนัยมองหน้าหวานเหมือนจะขออนุญาตซึ่งเด็กหนุ่มก็นิ่งอยู่ชั่วครู่จึงได้พยักหน้าตอบ

ปลายจมูดโด่งกดลงสูดกลิ่นแก้มหอม

มธุกรรู้สึกว่าชายหนุ่มจะแสดงได้ดีจนผิดสังเกต

"คุณติณเดี๋ยวช่วยขอตัวให้ผมด้วยนะ รองเท้ากัดเจ็บมาก"

เสียงเล็กกระซิบริมหู

"ขอโทษแขกทุก ๆ ท่านด้วยนะครับแต่ว่าเจ้าสาวของผมเธอไม่ค่อยสบายผมอยากให้เธอได้พักผ่อนคงจะต้องเสียมารยาทพาเธอไปพักก่อน"

ติณนัยหันไปบอกแขกที่มางานก่อนจะพาเด็กหนุ่มเข้าบ้าน

-----------------------------------------

เมื่อพ้นประตูร่างเล็กก็กระแทกตัวนั่งลงกับพื้นถอดรองเท้าส้นสูงคู่สวยโยนไว้ใกล้ ๆ ชั้นเก็บรองเท้า

"เป็นยังไงบ้าง?" เสียงทุ้มถามเป็นห่วง

"ก็เจ็บน่ะสิ ผู้หญิงเค้าต้องโดนอย่างนี้ทุกคนเลยรึไงน่ะนับถือจริง ๆ "

ร่างบางโอดครวญก้มดูแผลตัวเอง เนื้อพองหนังเปิดจนเลือดซิบแผลเหวอะ

"ไหนดูหน่อยซิ...." ติณนัยค่อย ๆ ใช้มือแตะที่แผลเสียงเล็กร้องดัง

ชายหนุ่มจึงเอาผ้าเช็ดหน้าไปชุบน้ำมา

"เจ็บหน่อยนะเดี๋ยวขึ้นไปทำแผลข้างบน" ฝ่ามือหนาค่อย ๆ

พันผ้าลงบนแผลมธุกรกัดฟันแน่นทนความเจ็บปวด ร่างสูงค่อย ๆ

อุ้มเด็กหนุ่มขึ้นไปบนห้อง

ติณนัยค่อย ๆ วางร่างเล็กลงบนเตียงพร้อมกับไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมานั่งที่พื้นด้านล่าง

"คุณติณ ผมทำเอง" มือบางแย่งก้อนสำลีกับแอลกอฮอล์

"เธอทำเองถนัดที่ไหนเล่า ฉันทำให้น่ะดีแล้ว ยกชายกระโปรงขึ้นหน่อย"

มธุกรยอมทำตามเลิกชายกระโปรงม้วนไว้ที่หัวเข่า

มือใหญ่จับข้อเท้าเล็กวางบนตักและค่อย ๆ ทำแผลจนเสร็จ

"ขอบคุณมาก"

"ไม่เป็นไร แล้วนั่นจะถอดมั้ย?" ร่างสูงชี้ไปที่วิกผมยาว

"ครับ....ถอด" ติณนัยลุกไปช่วยเด็กหนุ่มถอดกิ๊ปและดอกไม้ที่ติดผมออกเบา ๆ

"โอ๊ย!! "

"เป็นอะไร!?"

"กิ๊ปตัวนี้แกะไม่ออก"

"ไหนดูซิ" มือหนาพยายามดึงกิ๊ปออก

แต่เมื่อไม่ออกจึงได้จัดให้ร่างบางยืนในท่าที่สามารถถอดออกได้สะดวก

ใบหน้าหวานแทบชิดอกหนามือแข็งแรงดึงกิ๊ปออกเบา ๆ ด้วยกลัวเด็กหนุ่มจะเจ็บ

"ออกแล้ว...."

มธุกรเงยหน้าขึ้นจะขอบคุณแต่หน้าผากมนเฉียดจมูกโด่งไปไม่ถึงเซ็นนัยน์ตาสองคู่จ้องประสานกันอยู่นานใบหน้าเริ่มโน้มเข้าหากันแต่เกิดมีเสียงเฮที่สนามทำให้ทั้งคู่รู้สึกตัว

ร่างบางดีดตัวออกเขิน ๆ ชายหนุ่มเดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้มาส่งให้

"เดี๋ยวไปอาบน้ำซะ อย่าให้แผลโดนน้ำนะเดี๋ยวแผลจะเปื่อย"

มธุกรรับเสื้อผ้าไปและรีบเดินเข้าห้องน้ำรวดเร็ว

หลังปิดประตูมือเล็กแตะริมฝีปากบางใส

เขาเผลอตัวไปได้ยังไงถ้าไม่มีเสียงขัดขึ้นมาป่านนี้จะเป็นยังไง

หรือเพราะบรรยากาศพาไปถึงได้มีความรู้สึกเคลิบเคล้มไปกับสายตานั้น

เด็กหนุ่มสะบัดหัวไล่ความคิดแล้วจึงจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว

และเมื่อออกมาก็พบร่างสูงจัดการอาบน้ำเรียบร้อยแล้วเช่นกัน

ชายหนุ่มอยู่ในชุดนอนสีฟ้าอ่อนดูสบายตามากขึ้น

"เธอคงจะเหนื่อยนอนซะนะ อยากกินน้ำหรือนมอะไรมั้ย?"

ติณนัยจัดที่นอนให้มธุกร

"ไม่เป็นไรครับ แล้วคุณติณ...."

"เธอนอนเถอะ ฉันยังไม่ง่วง" ร่างสูงหันไปยืนกอดอกมองที่สวนด้านล่าง

เด็กหนุ่มล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยอ่อนถ้าเทียบระยะทางแล้วถือว่าเขาเดินหลายกิโลเลยในระหว่างที่ไปทำความรู้จักกับแขกที่มางานและไหนจะยังความล้าที่ต้องยืนบนรองเท้าส้นสูงที่ไม่เคยใส่อีก

นัยน์ตาหวานปิดลงอย่างรวดเร็วและในไม่นานลมหายใจก็สม่ำเสมอบ่งบอกว่าร่างบางหลับสนิทแล้ว

----------------------------------------

แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามาในห้องนอนกว้าง ดวงตากลมโตค่อย ๆ

กระพริบปรับสายตาท่อนแขนเรียวบางค่อย ๆ ยกบิดไปมาเรียกความสดชื่น

"อือ~ เมื่อย...." เสียงเล็กบ่นเบาค่อย ๆ

ลุกขึ้นเดินไปที่โซฟาข้างหน้าต่างเมื่อรู้สึกผิดสังเกต

"คุณติณ!!" มธุกรตกใจที่เห็นชายหนุ่มนอนกอดอกอยู่ที่โซฟาเส้นผมเปียกโชก

ร่างสูงค่อย ๆ ขยับเมื่อรู้สึกตัวตื่น

"อืม... เช้าแล้วเหรอ?" เสียงทุ้มงัวเงีย

"ทำไมคุณไม่ไปนอนที่เตียงล่ะ?"

"เห็นเธอนอนสบายถ้าฉันขึ้นไปนอนเธอก็จะตื่นไม่อยากปลุก"

"ตื่นก็นอนใหม่ได้ แล้วทำไมหัวเปียกแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก"

พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงจามก็ดังสนั่น

"สมองโอเว่อร์ฮีทนิดหน่อย"

ชายหนุ่มลุกเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัวปล่อยให้ร่างบางนั่งทำหน้างงอยู่ที่โซฟา

-------------------------------------

วันนี้พนักงานต่างก็แปลกใจที่เห็นเจ้านายนั่งจามเสียงดังมาตั้งแต่เช้า

"ว่าไงไอ้ลูกชาย เมียให้นอนนอกห้องรึไง..."

ธวัชเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ด้านหน้า

"พ่อมีอะไร?"

"ก็เห็นพนักงานบ่นกันว่าแกจามหนวกหูเลยมาดูอาการหน่อยว่าจะให้พักร้อนดีมั้ย"

"ใครพูดผมจะหักเงินเดือนให้หมด"

"เอาน่า ฉันมีข้อเสนอดี ๆ ให้แก ฉันจะพักงานแกซักเดือน"

"ไอ้ดี ๆ ของพ่อนี่มันคงจะดีกับผมเหลือเกิน พักงานผมเนี่ยนะ"

"ไม่ดีรึไง ฉันให้แกพักงานเดือนนึงพร้อมกับตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวกระบี่ด้วยนะ 2 ที่นั่ง"

".....ไม่ล่ะ..." ชายหนุ่มทำท่าเหมือนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมา

"งั้นแกจะเอายังไง?" มือหนาลูบปลายคางครู่หนึ่ง

"บ้านที่หัวหินดีกว่าเดือนนึง แล้วขอป้าอรไปด้วย"

"แกเอาแม่อรไปแล้วฉันจะอยู่ยังไงวะ"

"เด็ก ๆ มีเยอะแยะพ่อก็เรียกใช้เอาสิ"

"ไอ้เด็กพวกนี้สั่งมันก็เถียงตลอด" ผู้เป็นพ่อแย้ง

"เอาน่าพ่อ... เดือนเดียวเอง ทน ๆ เอาหน่อย"

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้ธวัชส่ายหน้าหน่าย ๆ

.......................................................................

มธุกรนั่งเล่นอยู่ริมสระน้ำ หญิงแม่บ้านเดินเข้ามาเสิร์ฟน้ำหวานเย็น ๆ

"ขอบคุณครับป้าอร" เด็กหนุ่มจิบน้ำหวานเย็นชื่นใจคนยกมาให้

"คุณกรไม่ลงเล่นน้ำเหรอคะ?"

"ได้เหรอครับ? ผมนึกว่าสระนี้ไว้โชว์ซะอีก"

"ได้สิคะ มีชุดว่ายน้ำอยู่ในตู้ที่ห้องเปลี่ยนทางโน้นน่ะค่ะ

มีทุกไซด์เลยท่านซื้อไว้เผื่อเพื่อน ๆ ของคุณติณเธอมาว่ายน้ำค่ะ"

มธุกรยิ้มดีใจวิ่งเข้าไปดูชุดเปลี่ยนเพื่อมาเล่นน้ำ

ติณนัยขับรถเข้ามาปิดประตูดังปัง

"ชิต คุณกรล่ะ?"

"คุณกรว่ายน้ำอยู่ที่สระครับ" หนุ่มใหญ่รับเสื้อสูทไปถือตอบคำ

"ว่ายน้ำ!?...."

"ครับ"

"แกไปเห็นมา?"

"ครับ" คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มฉุนเดินปึงปังไปที่สระน้ำ

เมื่อไปถึงเห็นมธุกรว่ายน้ำอยู่อย่างสบายใจจึงเข้าไปนั่งมองอยู่ที่ริมสระ

ใบหน้าหวานใสยิ้มแย้มผิวขาวนวลมีหยดน้ำเกาะพราวอกเนียนชุ่มน้ำแสงแดดส่องระยับ

ร่างบางปล่อยตัวลอยในน้ำเย็น

"ชอบมั้ย?" เสียงทุ้มถามทำให้มธุกรสะดุ้งแทบจมน้ำ

"...คุณติณมาเมื่อไหร่ครับ?"

"มาเมื่อกี้ ขึ้นมาเถอะว่ายน้ำอย่างนี้เด็ก ๆ เห็นมันไม่ดี"

ติณนัยลุกไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้

"เด็ก ๆ ที่ไหน? ผมเห็นมีแต่หลานป้าอรที่วิ่งเล่นกันอยู่ทางโน้น"

ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ก็ขึ้นจากน้ำมาห่มผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่

"เอาน่า เอาไว้ไปเล่นน้ำทะเลดีกว่า"

"ไปเล่นที่ไหนล่ะครับ ผมไปเองก็ไปไม่ถูกจะให้คุณติณพาไปคุณก็ติดงาน"

"โดนพักงานตั้งเดือนแน่ะ" ร่างสูงยิ้มขำ ๆ

"หา!! พักงาน!?"

"ฮ่ะ ๆ ล้อเล่นน่ะ พ่อบอกให้พาเธอไปเที่ยวซักเดือนนึงแล้วค่อยกลับมาทำงาน

เราจะไปหัวหินกัน"

"สองคนเหรอครับ?" ติณนัยมองหน้าหวาน

"เอาป้าอรไปด้วย..." ริมฝีปากบางใสยิ้มกว้าง

"ไปเถอะขึ้นไปแต่งตัวเดี๋ยวให้เด็ก ๆ มันจัดกระเป๋าให้"

มธุกรมัวแต่ยิ้มดีใจที่จะได้เที่ยวจนไม่ได้คิดถึงอะไรไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ด้านหลัง

-----------------------------------

เด็กหนุ่มเปิดกระจกรถรับลมทะเล

เส้นผมนุ่มปลิวไสวตามแรงลมริมฝีปากบางใสยิ้มแย้มเหมือนเด็กได้ของถูกใจขณะที่หญิงแม่บ้านนั่งโอดโอยอยู่ด้านหลังด้วยอาการเมารถ

"ป้าอรดูสิครับทะเลสวยมากเลย"

"ป้าเคยเห็นจนชินแล้วค่ะคุณกรแต่ที่ยังไม่ชินคือไอ้เรื่องเมารถนี่ล่ะ"

"ป้าอรเป็นอะไรมากมั้ยครับ?" มธุกรหันมาถามอย่างเป็นห่วง

"พอจะทนไหวค่ะ..."

-------------------------------

แลนด์โรเวอร์สีน้ำเงินเข้มจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ติดทะเลเด็กหนุ่มวิ่งลงจากรถอย่างรวดเร็ว

"คุณติณนี่บ้านคุณเหรอ?"

"บ้านเรา ชอบมั้ย?"

"สวยมากติดทะเลด้วยคงจะแพงมาก"

มธุกรวิ่งกลับมาช่วยอรทัยและติณนัยยกของเข้าบ้าน

"ไม่แพงเท่าไหร่หรอก ป้าอรจะเอาอะไรเพิ่มมั้ยครับ?"

ประโยคหลังหันไปถามแม่บ้าน

"พอแล้วล่ะค่ะ แค่ที่ซื้อมานี่ก็อยู่ได้สองเดือนอย่างสบาย ๆ แล้วที่เหลือก็แค่ของสด"

"ป้าอรพักก่อนก็ได้นะครับ ผมว่ากรคงยังไม่หิวคงอยากจะเล่นน้ำมากกว่า"

หันไปยิ้มกับร่างเล็ก

"ไปเล่นน้ำกันเถอะค่ะป้าจะทำกับข้าวไว้ให้"

มธุกรวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชั้นบนก่อนจะวิ่งไปที่ชายหาด

ติณนัยเดินไปหยิบลูกบอลมาเป่าลมและเดินตามไป

"คุณติณไม่ลงมาเล่นด้วยกันเหรอ?"

เจ้าของเรือนร่างขาวนวลหันมาถามขณะวิ่งลงไปได้ครึ่งตัว

"เธอเล่นไปเถอะฉันจะเป่าลมบอลไว้ให้"

มธุกรวิ่งลงน้ำไปพร้อมลูกบอลเป่าลมลูกใหญ่

ติณนัยนั่งมองเด็กหนุ่มเล่นน้ำอย่างมีความสุข



แสงแดดแรงจนคิดว่าถ้าให้ร่างเล็กเล่นน้ำต่อไปคงจะไม่สบายเป็นแน่ชายหนุ่มจึงตะโกนเรียกให้ร่างเล็กขึ้นจากน้ำ

"ยังสนุกอยู่เลย~" เสียงเล็กบ่นเบาแต่ก็ยอมขึ้น

ติณนัยหยิบผ้าขนหนูมาพันตัวให้

"สนุกอะไรแช่น้ำจนปากเขียวหมดแล้วเนี่ย"

มือหนาไล้ข้อนิ้วไปตามแนวปากบางใส

ใบหน้าหวานแดงระเรื่อหัวใจเต้นแรงหวั่นไหวกับรอยยิ้มและอาการของชายหนุ่ม

"...หิวแล้วครับ ไม่รู้ป้าอรมีอะไรให้กินบ้าง"

มือบางดันตัวให้ห่างออกจากร่างสูงวิ่งไปที่บ้านปล่อยให้ติณนัยยืนยิ้มกับอาการที่เขาได้เห็น

อย่างน้อยเขาก็แน่ใจว่าเขาไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียวว่าเห็นอาการเขินของเด็กหนุ่มร่างบาง

มธุกรกินอาหารกลางวันอย่างเอร็ดอร่อย

"คุณกรทานเยอะ ๆ นะคะป้ามีอีกเยอะเลย"

"ไม่ไหวแล้วครับป้า ผมอิ่มแล้วขืนกินอีกท้องแตกแน่เลย"

"กินเถอะผอมออกแบบนี้" ชายหนุ่มสนับสนุน

"นั่นสิคะคุณกรน่ะผอมเหมือนกับหนังหุ้มกระดูก"

"โธ่ป้าอร~ ผมกินจนกินไม่ไหวแล้ว" ร่างบางโอดครวญ

"กินอีกหน่อยเถอะ ผอม ๆ แบบนี้......ไม่ถนัด"

ท้ายประโยคเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

"อะไรนะคุณติณ!?"

"ไม่มีอะไรหรอกกินไปเถอะ..." เด็กหนุ่มกินต่อไปมองใบหน้าคมงง ๆ

"เดี๋ยวไม่ต้องไปเล่นน้ำแล้วนะแดดแรง"

"อ้าว~ แล้วจะให้ผมทำอะไรล่ะ?"

"เดี๋ยวจะพาไปดูของที่ตลาด"

พอได้ยินอย่างนั้นร่างบางยิ้มกว้างรีบกินให้อิ่ม



มธุกรรีบขึ้นรถเรียกชายหนุ่มให้ตามมาเร็ว ๆ

"เร็ว ๆ สิคุณติณ"

"จะรีบไปไหนตลาดไม่หนีหรอก" ติณนัยสตาร์ทรถหันมาพูดด้วยใจเย็น

"ไม่รีบเดี๋ยวตลาดก็วายหมดน่ะสิ"

"ก็เล่นน้ำนานเองนี่นาตั้งใจว่าสาย ๆ จะพาไปเดินตลาดก็เล่นน้ำซะจนเที่ยง"

ชายหนุ่มออกรถไปช้า ๆ

"ก็คุณติณไม่บอกผมล่ะผมก็เล่นน้ำเพลินน่ะสิ คุณติณน่ะผิดรู้มั้ย"

"ครับผิดครับ ขอยอมรับผิด" ร่างสูงยิ้มให้กับคนข้าง ๆ

มธุกรลากชายหนุ่มเดินดูมุมโน้นมุมนี้จนเหนื่อยมือถือของพะรุงพะรังของฝากคนที่บ้านทั้งนั้นไม่ได้ซื้อของตัวเองซักชิ้นจนเมื่อกลับมาถึงบ้านอรทัยตกใจกับกองของฝากกองใหญ่ที่จะขนกลับกรุงเทพฯ

...........................................................................

ยามค่ำแสงจันทร์ส่องสว่างมธุกรยืนมองพระจันทร์อยู่ที่เฉลียงเพลิน ๆ ก็เสียงประตูเปิดทำให้หันไปมอง

"อ้าวคุณติณ!! มีอะไรเหรอครับ?"

"เปล่า~ ง่วงนอนน่ะ" ติณนัยเดินมายืนข้าง ๆ เด็กหนุ่ม

"แล้วไม่ไปนอนล่ะครับ?"

"ก็จะนอนนี่ไง" ท่อนแขนแกร่งโอบไหล่บาง

"ก็ไปนอนสิครับ" ร่างบางขืนตัวออกจากอ้อมแขนที่เริ่มรัดแน่นเข้า

"งั้นไปนอนกันเถอะ" ร่างสูงอุ้มมธุกรเดินเข้าไปด้านในห้อง

"คุณติ๊นนนน!!" เสียงเล็กร้องดัง แผ่นหลังบางแนบพื้นที่นอนนุ่ม

"เดี๋ยวๆ!! คุณติณใจเย็นๆ!! " ริมฝีปากหนาซุกไซ้ซอกคอหอม

"เย็นแล้ว เย็นมาตั้งแต่คืนฉลองแต่งงานแน่ะ"

เสียงทุ้มดังเบาที่เนินอกขาวนวล

"คุณติน!! เรื่องแบบนี้เค้าต้องทำกับผู้หญิงนะ"

ร่างสูงเงยหน้ามองเด็กหนุ่มใบหน้าหวานแดงซ่าน

"ผู้ชายก็ได้..." รอยยิ้มเจ้าเล่ห์

"แล้วฉันก็อยากทำเรื่องนี้กับเธอไม่ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายฉันก็อยากทำเรื่องนี้กับเธออยู่ดี"

"คุ......"

ยังไม่ทันจบคำริมฝีปากบางก็ถูกปิดด้วยเรียวปากหนาร้อนแรงและอ่อนหวานในคราวเดียวกัน

คุณติณคะ..."

เสียงเรียกหน้าห้องทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าจากของหวานในอ้อมแขนอย่างอารมณ์เสีย

"อะไร!!"

"เชิญข้างนอกหน่อยค่ะ" ติณนัยหัวเสียลุกมาเปิดประตู

ร่างเล็กรีบคว้าเสื้อที่ตกไปอยู่ข้างเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้มาสวมอย่างรีบร้อน

"ลูกของตาดลคนดูบ้านน่ะค่ะ แกไม่สบายมากอยากจะขอยืมรถคุณติณพาไปหาหมอ..."

"อาการน่าเป็นห่วงมากมั้ย?"

"ไม่หรอกค่ะ แค่ไข้สูงหน่อยไม่น่าจะมีอะไรคิดว่าคงเป็นไข้หวัดมากกว่า"

มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบเงินออกมาให้ก้อนหนึ่ง

"ให้พาไปหาหมอ แล้วรถอีกคันล่ะ?"

"เสียค่ะ..." ร่างสูงเดินเข้าไปในห้องของตัวเองหยิบกุญแจส่งให้อรทัย

"ถ้าอาการไม่ดียังไงให้ทางหมอรักษาไปเลยจะออกค่ารักษาให้"

"ค่ะ ขอบคุณค่ะ"

หญิงรับใช้รีบเอากุญแจไปให้คนดูแลบ้านเพื่อพาลูกไปหาหมอทันที

"มีอะไรเหรอครับ?" มธุกรถามเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามา

"ลูกตาดลไม่สบายน่ะ มาขอยืมรถไปหาหมอ"

"อาการหนักเหรอครับ?"

"ไม่รู้สิ ไม่น่าจะหนัก ว่าแต่....." แขนแข็งแรงอ้อมมาโอบไหล่บาง

"ผมไปเข้าห้องน้ำหน่อยครับ"

เด็กหนุ่มรีบปลีกตัวออกมาขณะติณนัยยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง



"ป้าอรครับ.... ป้าอร...." มือบางเคาะประตูห้องเรียกเบา ๆ

"มีอะไรคะ?"

"ผมขอนอนด้วยได้มั้ย" อรทัยทำหน้าแปลกใจ

"ทำไมล่ะคะ?"

"ผมกลัวผี..." หญิงแม่บ้านหัวเราะเบา ๆ

"คุณกรกลัวผีหรือกลัวคุณติณแน่คะ" คำถามแกล้งเย้าทำให้ใบหน้าหวานแดงซ่าน

"คุณกรนอนห้องป้าไม่ได้หรอกค่ะ แต่คุณกรไปนอนห้องพักแขกอีกห้องที่อยู่ทางโน้นได้"

หญิงแม่บ้านเดินนำไปห้องพักอีกห้องนึงที่ว่างอยู่

ภายในห้องไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์มากเหมือนห้องเขามีเพียงเตียงใหญ่

และโต๊ะวางของเล็ก ๆ ที่หัวเตียงเท่านั้น

"ห้องนี้พักได้มั้ยคะ?"

"ได้ครับ ขอบคุณมากครับ"

เมื่อส่งเด็กหนุ่มถึงห้องแล้วอรทัยก็กลับห้องของตนบ้างแต่ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องผู้เป็นนายก็เดินมาถาม

"ป้าอรเห็นกรมั้ยครับ?"

"คุณกรไปนอนห้องด้านโน้นค่ะ"

"..........." ติณนัยเดินไปเคาะประตูห้องเบา ๆ

"กร... กร...."

"คุณติณมีอะไรครับ?" เสียงตอบกลับมาดังแต่ไม่ยอมเปิดประตู

"เปิดประตูหน่อยสิ"

"คุณติณมีอะไรล่ะ?"

"ทำไมไม่ไปนอนห้องโน้นล่ะ?"

"...ผมกลัวผี"

"ผีอะไร!? แล้วห้องนี้ไม่มีรึไง?"

"ผีคุณติณบ้า...." ได้ยินอย่างนั้นร่างสูงก็หัวเราะดัง

"ให้เวลาคุณกรแกหน่อยเถอะค่ะ คุณติณมีเวลาอีกตั้งเยอะ"

อรทัยบอกเสียงอ่อนโยน

ชายหนุ่มยิ้มปนขำเดินมาส่งหญิงรับใช้ที่ห้องแล้วเข้าไปนอนที่ห้องของตนบ้าง

ใช่เขายังมีเวลาให้มธุกรอีกมากตลอดชีวิตด้วยซ้ำไปจะรีบร้อนไปทำไม.....

...........................................................................

เสียงนกร้องดังเป็นเพลงธรรมชาติ

แสงแดดอ่อนสาดส่องเข้ามาทักทายร่างเล็กใต้ผ้าห่มที่กำลังบิดตัวหนีแสงสว่าง

เมื่อคืนกว่าเขาจะได้นอนต้องนั่งทำใจอยู่จนดึก

ริมฝีปากบางอ้าหาวกว้างบิดตัวไล่อาการเพิ่งตื่นให้รู้สึกสดชื่นขึ้น

"อรุณสวัสดิ์" เสียงทุ้มทักด้านหลังเมื่อเด็กหนุ่มเปิดประตูออกมา

ขณะจะหันไปมองเรียวปากหนาก็จูบลงบนริมฝีปากบางใสเบา ๆ ทักทาย

มือบางยันอกหนาให้ห่างตัวแต่แรงกอดนั้นมากกว่าแรงของเขามากจึงได้แต่ปล่อยให้ชายหนุ่มกอดอยู่เช่นนั้น

“…คุณติณตื่นเช้าจังนะครับ”

“แน่ล่ะสิ นอนไม่ค่อยหลับโดนใครบางคนทำเอาอารมณ์ค้าง”

ร่างสูงแกล้งพูดให้มือบางทุบลงบนแขนแกร่งหลายตุ้บ

“รีบไปอาบน้ำแต่งตัวนะ เดี๋ยวเราจะไปโรงพยาบาลกัน”

“ไปทำไมครับ?”

“ก็ไปเยี่ยมยัยแมวลูกตาดลไง”

ริมฝีปากบางใสยิ้มกว้างก่อนจะโดนขโมยจูบไปอีกที

“อื้อ…คุณติณ!!” นัยน์ตาหวานจ้องเป๋งไม่พอใจ

“เอาน่า ขอรางวัลพาไปหน่อยเดียวโกรธไปได้ ไปอาบน้ำซะเร็ว ๆ

ก่อนที่ฉันจะอาบให้”

ร่างเล็กรีบสะบัดตัววิ่งเข้าห้องน้ำก่อนที่ชายหนุ่มจะทำอย่างที่พูด

.......................................................................

“เป็นยังไงบ้างแมว?”

ติณนัยทักอารมณ์ดีขณะเดินนำเด็กหนุ่มเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย

“สวัสดีค่ะคุณติณ คุณกร” เด็กสาวยกมือไหว้

“หมอบอกว่าเป็นอะไรครับ?” มธุกรหันไปถามนายดลผู้พ่อ

“หมอบอกว่าปอดบวมน่ะครับ

ก็วันก่อนเพื่อนชวนไปเล่นน้ำก็ไปทั้งวันกว่าจะกลับก็ค่ำ

กลับมาถึงยังสระผมแล้วนอนเลยอีกก็เลยไม่สบายครับ”

“เหรอ? แล้วหมอบอกว่าจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่ล่ะ?”

“อีกซัก 2 อาทิตย์ก็กลับได้แล้วครับ”

ริมฝีปากบางยิ้มเบาใจที่เด็กสาวไม่เป็นอะไรมาก

“รีบ ๆ หายล่ะ คุณกรเค้ารอครูสอนทำกังสดาลเปลือกหอยอยู่”

ติณนัยเดินเข้ามาโอบไหล่บาง

“คุณกรอยากทำเหรอคะ?”

“อื้อ เห็นที่แขวนอยู่ที่หน้าต่างห้องแล้วสวยดี ถามลุงดลก็บอกว่าแมวทำ”

“ค่ะ หนูจะรีบหายแล้วจะเตรียมของให้คุณกรทำนะคะ” เด็กสาวพูดด้วยความยินดี

“ให้หายก่อนนะไม่อยากใช้แรงงานคนป่วย”

ได้ยินเสียงหัวเราะคนป่วยหัวเราะได้ร่างบางก็เบาใจ

เขาเป็นห่วงอยู่ว่าเด็กสาวจะไม่สบายมาก

“เอาล่ะไม่กวนคนป่วยดีกว่า

พยาบาลมาเกาะหน้าห้องแล้วเดี๋ยวจะโมโหเอาที่เรามากวนคนป่วย”

“กลับก่อนนะแมว รีบ ๆ หายล่ะ” มธุกรยิ้มลูบหัวเด็กสาวก่อนจะออกจากห้องไป

.......................................................................

ติณนัยขับรถพาร่างเล็กกลับบ้าน

“ดีนะครับที่มาหาหมอทัน”

“อืม…..” เสียงตอบรับสั้นทำให้ใบหน้าหวานหันไปมอง

“คุณติณเป็นอะไรครับ?”

“…กำลังคิดว่าจะพาเธอไปกินข้าวที่ไหนดี”

“จริงสิ เที่ยงพอดีเลยนี่นา”

“ไปกินอาหารจีนกันมั้ย?”

“ไม่ดีกว่าครับ เบื่อขนมจีบซาลาเปา อาหารจีนเลี่ยนด้วย”

“ดีสิเธอกินบ่อย ๆ จะได้อ้วน ๆ ตอนนี้ผอมไปหน่อย”

“ไม่เอาดีกว่าครับ กินข้างถนนนี่ก็ได้ครับ ไม่เปลือง”

“ไม่เอาฉันอยากกินของทะเล… จริงสิ!! ไปกินด้วยกันนะ”

ร่างบางทำหน้างงที่เห็นชายหนุ่มกลับรถไปอีกทางหนึ่ง

.......................................................................

รถแลนด์โรเวอร์สีน้ำเงินเลี้ยวเข้าไปในร้านอาหารริมทะเลร้านใหญ่

“คุณติณจะกินที่ร้านนี้เหรอครับ?”

“ใช่!! ร้านนี้ของทะเลสดดีนะ” ว่าแล้วก็เดินเข้าไปที่โต๊ะข้าง ๆ

เป็นร้านอาหารปลูกยื่นลงไปในทะเล ที่พื้นน้ำไกลออกไปหน่อยมีตาข่ายขึงไว้

ท่าน้ำมีโต๊ะวางอยู่พร้อมกับเตาย่าง

ติณนัยพาเด็กหนุ่มเข้ามานั่งได้สักครู่ก็มีพนักงานสาวเดินเอาเมนูเข้ามาให้

“เอายำคอหมูย่าง ต้มจืดลูกชิ้นปลา ปลาดุกฟู

น้ำจิ้มเผ็ดและไม่เผ็ดอย่างละถ้วย โค้กขวด”

ร่างสูงสั่งอาหารแล้วก็ส่งเมนูคืนให้ขณะที่พนักงานอีกคนเอาเบ็ดตกปลาและเหยื่อมาให้

“คุณติณจะทำอะไรครับ?”

“ที่ร้านนี้น่ะ อาหารทะเลเราต้องตกขึ้นมากินเองถ้าทำไม่เป็นจะมีพนักงานมานั่งทำให้เราย่างกินสดๆ ใช้เตาย่างนี่ไง” มือใหญ่ชี้ไปที่เตาย่างที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ

“ตกมันขึ้นมากินทั้งเป็น ๆ น่ะเหรอครับ?” มธุกรทำหน้าแหย ๆ

“ถ้าเธอไม่กล้าทำเดี๋ยวฉันทำให้ คอยกินแล้วกันอร่อยนะ”

ติณนัยเลือกเหยื่อสำหรับตกกุ้งแล้วเหวี่ยงเบ็ดลงไป

สักครู่ก็ได้กุ้งตัวใหญ่ติดขึ้นมา

ชายหนุ่มจัดการวางบนเตาย่างที่ร้อนได้ที่สักครู่ก็สุกหอม

“ลองกินสิ”

เด็กหนุ่มลองแกะกุ้งกินแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะอาหารทะเลสด ๆ

อร่อยจริง

“แล้วคุณติณไม่กินเหรอครับ?”

“เธอก็ป้อนสิ…” พูดยิ้ม ๆ

มือบางแกะเปลือกกุ้งออกจิ้มน้ำจิ้มส่งเข้าปากร่างสูงที่ยังคงตกกุ้งอยู่ต่อไป

“อ๋าาา~ “

“อะไร?”

“ยำคอหมูย่างเผ็ด”

“งั้นก็สั่งใหม่สิ”

“ไม่ต้องหรอกครับ เปลืองเดี๋ยวกินน้ำเอาก็หายเผ็ด”

“กินท้องแตกตายพอดี น้อง ๆ ….. ” หันไปเรียกพนักงานสาวที่เดินผ่านมา

“เอาคอหมูย่างจานใหม่นะ เอาเผ็ดน้อย ๆ หน่อย”

“คุณติณครับไม่ต้องหรอกผมกินอย่างอื่นก็ได้”

“ไม่ได้หรอก ที่สั่งมาเนี่ยเพราะเห็นว่ามันอร่อยอยากให้เธอได้ชิม

ถ้าสั่งมาแล้วเธอชิมไม่ได้จะมีความหมายอะไรล่ะ”

สักครู่ยำคอหมูย่างจานใหม่ก็มาเสิร์ฟ

คราวนี้เด็กหนุ่มกินได้โดยไม่ต้องกินคอหมูชิ้นนึงน้ำแก้วนึงเหมือนจานแรก

ส่วนมากร่างสูงจะเป็นคนตกและย่างให้คนข้าง ๆ กินมากกว่าที่จะกินเอง

จะได้กินก็ตรงที่ร่างบางขยันป้อนให้ชายหนุ่มได้ชื่นใจอิ่มใจมากกว่าอิ่มท้อง

ติณนัยและมธุกรกินอาหารมื้อนี้อย่างสนุกสนานจนอิ่มจึงได้กลับบ้านพัก

.......................................................................

“อร่อยใช่มั้ย?” ร่างใหญ่หันมาถามขณะขับรถกลับ

“ครับ วันหลังมากินอีกนะผมอยากตกบ้าง แต่ผมไม่ย่างนะ!!”

“ได้ ๆ ฉันย่างให้ได้ ถ้าเธอชอบเรามากันบ่อย ๆ ดีมั้ย?” ร่างบางยิ้มแป้น

เมื่อมาถึงบ้านร่างสูงก็ฉุดมือบางไว้ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไป

“อะไรครับ?”

“รางวัลล่ะ?”

“รางวัลอะไร?”

“ก็ที่พาไปวันนี้ไง”

ใบหน้าหวานแดงซ่านเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มเรียกร้องเอาอะไร

“ก็เมื่อเช้าให้ไปแล้วไง”

“นั่นมันส่วนของที่พาไปเยี่ยมยัยแมวต่างหาก ให้รางวัลมาซะดี ๆ ”

นิ้วมือหนาจิ้มที่แก้มตัวเอง

มธุกรทำหน้าลำบากใจอยู่ครู่หนึ่งก็หลับตาก้มไปจะหอมแก้มเป็นรางวัล

ฉับพลันติณนัยก็หันหน้ามาประกบริมฝีปากบางใสนั้นแน่น

ท่อนแขนแข็งแรงโอบรัดเอวบางไม่ให้ถอยหนี

“..!!..” ร่างเล็กดิ้นอยู่ครู่หนึ่งก็หยุดนิ่งอ่อนแรงลงทรุดในอ้อมแขนอุ่น

ร่างสูงค่อย ๆ ปล่อยริมฝีเรียวบางออกอย่างเสียดาย

“ขอรางวัลหน่อยเดียวเอง” เสียงทุ้มกระซิบข้างหูเล็กแดง

มือเล็กทุบแขนชายหนุ่มแรงรีบสะบัดตัวเดินเข้าบ้าน

ติณนัยเดินยิ้มตามเข้าไป

…………………………………………………………………………………..

“กร…..เปิดประตูหน่อยสิ” ติณนัยเคาะประตูเรียกเบา ๆ

“ไม่เปิดครับ อันตราย…. คุณติณก็ไปนอนสิมาเรียกทำไม”

“อันตรายอะไรไม่เห็นมีเลย”

“อันตรายผีบ้า”

“ผีบ้าเหรอ?” ร่างสูงแปลกใจที่ได้ยิน

“ผีคุณติณบ้ากาม” พอได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะออกมาเบา

“โธ่~ กร อย่าดื้อสิไปนอนกันเถอะ ฉันง่วงแล้วนะ”

“ไม่เอาหรอกคุณง่วงก็ไปนอนสิมายืนเคาะประตูอยู่ทำไม”

“ก็ฉันจะนอนนี่ไง”

“ก็ไปนอนห้องคุณสิ นี่ห้องผม”

“…………..” ครู่หนึ่งก็มีเสียงดังแกร๊กแล้วประตูก็เปิดออก

เด็กหนุ่มตกใจจากที่นั่งอยู่กลางเตียงกระโดดไปนั่งที่หัวเตียงทันที

“คุณเข้ามาได้ยังไง!?”

“ก็นี่มันบ้านฉัน~ ฉันก็ต้องมีกุญแจเป็นเรื่องธรรมดา”

“แต่นี่มันห้องผม สิทธิส่วนบุคคลที่ผมควรได้รับ”

“ใครว่า… ห้องเราอยู่ทางโน้นต่างหาก”

“งั้นถ้าคุณจะนอนห้องนี้ผมจะไปนอนห้องโน้น”

ร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงอย่างรวดเร็วแต่ก็แพ้ความไวของชายหนุ่มที่ฉุดข้อมือบางไว้แล้วดึงลงไปนอนกับที่นอนนุ่ม

แขนแข็งแรงท้าวคร่อมไว้ไม่ให้หนีหัวเราะเบา ๆ

“จะไปนอนห้องโน้นเหรอ? เดี๋ยวฉันพาไปก็ได้”

“ไม่เอา!! ผมไปเองได้คุณติณลุกสิ”

ร่างสูงทิ้งตัวใช้ข้อศอกยันไว้แทนมือยิ้ม ๆ

“มันลุกไม่ได้นี่นา…”

“ทำไมจะลุกไม่ได้ อย่ามาอิดออดนะลุกเลย” มือบางดันไหล่หนาทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยจะมีแรง ติณนัยทิ้งตัวลงทาบทับเด็กหนุ่มหนักเข้าไปอีก

“ก็มันลุกไม่ได้เธอล้มทับเจ็บเอว”

“เจ็บเหรอ!? เจ็บตรงไหนขอดูหน่อย”

ร่างบางลืมสถานการณ์พลิกตัวกลับนั่งทับดูว่าชายหนุ่มมีบาดแผลที่ไหนมือหนาเลื่อนยึดเอวบางไว้แน่นกว่าเดิมโดยที่เด็กหนุ่มไม่ทันรู้ตัว

“ไหนล่ะ? ไม่เห็นมีรอยอะไรเลย”

“ก็มันจะมีได้ยังไงล้มบนที่นอนอย่างนี้ เจ็บก็แปลกแล้ว”

มธุกรรู้สึกตัวว่าหลงกลชายหนุ่มเข้าแล้วสถานการณ์ตอนนี้อันตรายที่สุดกลายเป็นว่าเขาขึ้นมานั่งทับสะโพกชายหนุ่มไว้

“อ๊ะ!! ปล่อยเลยนะ!! ไอ้คนโกหก”

“ฉันโกหกที่ไหนล่ะ ฉันเจ็บจริง ๆ นะ”

“ทำหน้าอย่างนี้เนี่ยนะเจ็บ”

“ก็อย่างนี้แหล่ะที่เจ็บ แต่มันเจ็บแป๊บเดียวก็หายแล้ว”

“ปล่อยเลยคนผี….”

“ไม่ปล่อยหรอก….นิ่มออกอย่างนี้” ใบหน้าหวานแดงยิ่งกว่าเดิม

มือใหญ่จับแก้มนวลเนียนก้มลงจูบริมฝีปากบางใส

มธุกรดิ้นรนอยู่พักใหญ่ก็หยุดเคลิ้มไปกับรสจูบ ชายหนุ่มค่อยๆ คลายริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ เมื่อชิมรสหวานจนพอใจ

“หวานจังเลยกร…”

ร่างเล็กนัยน์ตาลอยเหม่อไปกับรสจูบหวานไม่รู้ตัวว่าฝ่ามือร้อนดึงเขาลงจูบอีกครั้งอ่อนโยนเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก

ชายหนุ่มพลิกตัวทับคนในอ้อมแขนไว้ถ่ายทอดรสจูบหวานล้ำมือหนาค่อย ๆ

ลูบลงใต้เสื้อตัวบางปลดกระดุมเสื้อชุดนอนสีฟ้าอ่อนหลุดลงอย่างง่ายดาย

เรียวแขนขาวยกขึ้นโอบลำคอแกร่งตอบรับ

“กร….” เสียงทุ้มกระซิบเรียกชื่อข้างใบหูเล็ก

นัยน์ตากลมหลับพริ้มกอดชายหนุ่มไว้แน่นนิ้วมือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกขาวเนียน

เสียงหวานครางเบาเมื่อนิ้วเรียวหนาเคล้นคลึงยอดอกสีชมพูเข้ม

ร่างเล็กหอบครางแผ่วเมื่อชายหนุ่มซุกไซ้ซอกคอหอมด้วยความหลงใหล

มือหนาลูบแผ่นอกเนียนนุ่มเบา ๆ

ลิ้นร้อนลากผ่านร่องอกบางเรื่อยชิมรสยอดอกสีชมพูนัยน์ตาหวานปิดแน่นมือยึดผ้าปูที่นอนกัดริมฝีปากกลั้นเสียงคราง

"กร อย่ากัดปากสิ..."

ติณนัยเงยหน้าขึ้นลูบแก้มใสใบหน้าหวานแดงซ่านหลบตาอาย ๆ

"ฮ่ะๆ เป็นอะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้น?"

ร่างสูงหัวเราะเบาเมื่อเห็นคนข้างใต้หน้าแดงจัดพยายามหลบสายตาเขา

"...คุณติณบ้า!!~" ชายหนุ่มหัวเราะถูกใจค่อย ๆ

ประกบจูบริมฝีปากบางใสอ่อนโยนแผ่วเบาอีกครั้ง

กางเกงนอนตัวบางหลุดออกไปกองข้างเตียง

ลิ้นร้อนลากไล้จากแผ่นอกไล่ลงมาถึงท้องและหยุดอยู่ที่สะดือร่างเล็กขดตัวงอหนีเรียวลิ้น

มือบางดึงเส้นผมสีน้ำตาลเข้มไว้แน่น

เมื่อแกล้งเด็กหนุ่มจนพอใจแล้วติณนัยก็ลากริมฝีปากผ่านหน้าท้องลงมาถึงจุดอ่อนไหว

ริมฝีปากร้อนเข้าครอบครองร่างบางช้า ๆ

มธุกรสะดุ้งสุดตัวร้องครางดังมือจิกยึดผ้าปูที่นอนดึงแทบจะขาด

เสียงหวานหอบหนักทิ้งตัวลงนอนหมดแรงเมื่อปลดปล่อยความปรารถนาของตนเข้าสู่ลำคอแกร่ง

แต่เรียวลิ้นร้อนยังไม่หยุดแค่นั้นลากไล้ลงมาช่องหลืบแคบด้านล่างสอดเข้าไปด้านในปากทางชุ่มน้ำ

ติณนัยขยับตัวขึ้นจูบริมฝีปากบางใสพร้อมกับสอดท่อนแขนแกร่งเข้าใต้ขาบางค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปช้า ๆ

"อ๊ะ!!... โอ้ย!!~ เจ็บ!! คุณติณหยุด!....หยุด.."

เสียงเล็กแผดลั่นน้ำตาใสเอ่อคลอหน่วย มือบางดันอกหนาสุดแขน คิ้วเรียวขมวด

"เจ็บเหรอ? เจ็บได้ยังไงก็........" ร่างเล็กยังคงสะอึกสะอื้น

ติณนัยสงสารผู้เป็นภรรยาจับใจค่อย ๆ

ถอนตัวออกสัมผัสส่วนอ่อนไหวแผ่วเบาปลุกปลอบ ริมฝีปากหนาจูบแก้มใสเบา

"ไม่เป็นไรนะ ฉันจะค่อย ๆ ทำ..."

นิ้วเรียวหนาลูบไล้ปากทางแคบก่อนที่จะกดเข้าไปช้า ๆ

"อ๊ะ!!..."

"ไม่เป็นไร อย่าเกร็งนะ....."

มธุกรพยายามผ่อนคลายมือยึดท่อนแขนแกร่งไว้แน่นแทน

"ดีมาก... อย่างนั้นล่ะคนเก่ง..." ร่างสูงจูบเรียวปากบางให้รางวัล

ติณนัยเพิ่มจำนวนนิ้วขึ้นเรื่อย ๆ

จนเห็นว่าร่างเล็กน่าจะพร้อมแล้วจึงได้ขยับตัวแทรกเข้าไปช้า ๆ อีกครั้ง

"อ๊ะ!!...." นัยน์ตาหวานเบิกโพลง

"ไม่เป็นไร... ทำแบบเมื่อกี้สิอย่าเกร็งนะ"

มธุกรโอบคอแกร่งหลับตาทำตามที่บอก

แม้จะพยายามผ่อนคลายแล้วแต่เขาก็ยังรู้สึกเจ็บอาจเป็นเพราะขนาดที่ต่างกันมาก

ติณนัยตัวโตสูงใหญ่แต่เขาตัวเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกันดูเหมือนจะเป็นพ่อกับลูกเลยก็ว่าได้

เมื่อแทรกตัวเขาไปได้จนสุดร่างใหญ่จึงได้หยุดนิ่งให้เด็กหนุ่มได้คุ้นเคยกับเขาก่อนจากนั้นก็ขยับช้าๆ มือหนาเคล้นคลึงส่วนอ่อนไหวปลุกเร้าอารมณ์ร่างเล็กอีกครั้ง

ติณนัยโหมเร่งขยับกายแรงขึ้นเมื่อความรู้สึกยากจะทนไหวเสียงหวานเล็กร้องครวญครางดังมือบางกอดไหล่กว้างแน่น

จนจุดท้ายสุดของห้วงปรารถนาของเหลวร้อนถูกปลดปล่อยสู่ภายนอก

เสียงหอบฮั่กดังไปทั่วห้อง

"กร... เป็นยังไงบ้าง?"

".........."

ไม่มีเสียงตอบมีเพียงเสียงหอบดังเด็กหนุ่มเหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะเอ่ยคำใดๆ ชายหนุ่มค่อย ๆ ถอนกายออกอย่างแผ่วเบาแต่ก็ยังสร้างความเจ็บปวดให้ร่างเล็ก

ท่อนแขนแกร่งโอบกอดคนข้าง ๆ ไว้ด้วยความรัก

"ง่วงหรือเปล่ากร?" ศรีษะเล็กสั่นไปมาอยู่ที่อกหนา

"ทำไมเหรอครับ?" เสียงถามยังเจืออาการหอบอยู่

"ฉันสงสัย"

"สงสัยอะไร?" ร่างสูงหันมองผู้เป็นภรรยา

"ก็ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้ว วันนั้นที่ตื่นมาเราก็......

แล้วทำไมเธอยังเจ็บ"

".............."

"หรือว่า วันนั้นเราไม่ได้มีอะไรกัน?"

ใบหน้าหวานแดงซ่านไม่ออกความเห็นก้มหน้าซุกอกหนา

"..........." เสียงทุ้มเงียบไป มือใหญ่ลูบแก้มใสเบา

"กร"

"...ครับ..."

"เธอโกรธรึเปล่า?"

"โกรธอะไร?"

"ก็โกรธที่ฉันฝืนใจเธอ...." ใบหน้าหวานก้มอายซุกอกอุ่นไม่ยอมสบตา

"....ก็ไม่ได้โกรธอะไรมากหรอกครับแค่อายนิดหน่อย..."

ติณนัยกอดร่างเล็กแน่นขึ้นเขากลัวว่ามธุกรจะเกลียดเขาแต่เขาก็รู้สึกรักเด็กหนุ่มเหลือเกิน

"คุณติณครับ"

"หือ?"

"คือ....."

"อะไร?" เสียงทุ้มถามเบา

"...คุณติณชอบมั้ยครับ?"

"..?..."

"...คือผมไม่รู้ว่าผมมีอะไรผิดปกติไปรึเปล่า

หรือว่ามีตรงไหนไม่เหมือนกับคนอื่นแล้วทำให้คุณติณไม่พอใจ

ไม่มีความสุขบ้างมั้ย...." ริมฝีปากหนาจูบหน้าผากมนเบา ๆ

มือเชยคางให้เงยหน้ามองเขา

"กร... ฉันมีความสุขมากที่ได้รักเธอได้เธอมาเป็นภรรยา

ไม่มีวินาทีไหนที่ฉันจะไม่มีความสุขเมื่อมีเธอเลยนะ

เธอไม่ได้มีอะไรผิดจากคนอื่นเลยตรงข้ามเธอกลับวิเศษกว่าใคร ๆ

เพราะฉันรักเธอไงล่ะ" เรียวปากหนาจูบเบาเปี่ยมไปด้วยความรัก

ริมฝีปากบางใสตอบรับจูบจากคนรัก ท่อนแขนบางโอบกอดคนรักแนบแน่น

..........................................................................

ยามเช้าแสงแดดอ่อน ๆ สาดเข้ามาทางหน้าต่าง

เด็กหนุ่มพยายามลุกจากที่นอนแต่ความปวดล้าตามร่างกายกลับไม่เป็นใจ

กว่าจะลุกนั่งได้ก็พอดีกับที่ติณนัยเดินเข้าห้องมา

"อ้าว~ ว่าจะมาปลุกอยู่พอดี เป็นยังไงบ้าง?"

"ก็ปวดเมื่อยนิดหน่อยครับ กำลังจะไปเข้าห้องน้ำ"

"เข้าห้องน้ำเหรอ?"

พูดจบร่างสูงก็อุ้มภรรยาเดินเข้าห้องน้ำไปไม่สนใจคำประท้วงของคนในอ้อมแขน

..........................................................................

"มีอะไรเหรอกร?" เสียงทุ้มถามเมื่อมธุกรวางหูโทรศัพท์

"ที่บ้านโทรมาน่ะครับบอกว่ามีเพื่อนโทรมาหา"

"เพื่อน? เพื่อนเธอน่ะเหรอ?"

"ครับ เพื่อนคนเดียวเขาคงจะมีอะไรทุกข์ใจอยู่ถึงได้จะมาหา

คุณติณจะว่าอะไรมั้ยครับ?"

"ว่าอะไร!? เพื่อนเธอก็เหมือนเพื่อนฉัน ฉันไม่ว่าอะไรหรอก"

ติณนัยเดินเข้ามาโอบไหล่บางยิ้มอ่อนโยนหอมแก้มใสเบา ๆ

..........................................................................

เด็กหนุ่มร่างเล็กบางเดินไปมาอยู่หน้าบ้านจนผู้เป็นสามีรู้สึกเมื่อยแทน

"กร ไปหาอะไรกินกันเถอะ"

"ไปทำไมล่ะครับ ป่านนี้ป้าอรจัดโต๊ะแล้ว"

"ฉันสั่งป้าอรแล้วว่าเราจะกินมื้อเช้ากันมื้อเดียวนอกนั้นจะไปกินกันข้างนอก"

"ไปกินทำไมล่ะครับเปลืองเงิน"

ร่างเล็กแก้มป่องไม่ชอบใจที่ชายหนุ่มมักจะไม่ค่อยสนใจค่าของเงินที่มีอยู่

"เปลืองนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ได้กินอาหารในบรรยากาศดี ๆ มันก็คุ้มนะ

เอาน่าถึงเธอจะคอยหรือไม่ค่อยเดี๋ยวเขาก็มาอยู่ดีแล้วเธอก็บอกป้าอรไว้แล้วนี่นา"

ได้ฟังอย่างนั้นมธุกรก็ยอมไปกินอาหารกับร่างสูง

จริงอย่างที่ว่ายืนรอตรงนี้หรือรอที่ไหนกฤษฎาก็จะมาหาเขาอยู่ดีแล้วเขาเองก็กำชับหญิงแม่บ้านไว้อย่างหนักแน่นแล้ว

มธุกรไปขึ้นรถชายหนุ่มอย่างว่าง่าย

.......................................................................

"อ๊ะ!! คุณติณจอดครับ!! จอด ๆ "

เสียงเล็กร้องดังเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่างข้างทาง

"มีออะไรกร?" ติณนัยจอดรถข้างทาง

"คุณติณถอยไปปั๊มเมื่อกี้ได้มั้ยครับ?"

"....มันก็ได้หรอกแต่จะไปทำไม?"

"เถอะน่า นะครับ นะ...."

ร่างสูงเลิกคิ้วสงสัยแต่ก็ถอยให้ตามคำขอของภรรยาที่น่ารัก

หากพอถอยเข้าปั๊มแล้วถึงได้เห็นบุคคลที่ร่างเล็กรออยู่ตั้งแต่เช้า

ฟังความแล้วคิดว่าผู้เป็นเพื่อนของเด็กหนุ่มคงจะมีปัญหาอยู่ไม่น้อยติณนัยจึงได้ชวนไปพักที่บ้านก่อน

เขาเองรู้สึกคุ้นหน้าชายหนุ่มคนนี้นักยิ่งคิดก็ยิ่งแน่ใจว่าเคยเห็น

แล้วก็ได้คำตอบเขาเคยเห็นคนคนนี้ไปทำข่าวเพื่อนรักของเขา!!

โลกช่างกลมจริงที่นักข่าวคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของผู้เป็นภรรยา

ร่างสูงมั่นใจว่าเพื่อนของเขาต้องมีความรู้สึกพิเศษกับคนข้าง ๆ

นี่ไม่น้อยไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมให้เข้าใกล้หรือแม้แต่จะยอมให้สัมภาษณ์อย่างนี้

..........................................................................

เมื่อขับมาถึงบ้านก็ให้แม่บ้านพาไปห้องพักที่ยังว่างอยู่

"กร... เธอรู้จักเขาได้ยังไงน่ะ?"

ติณนัยชวนเด็กหนุ่มนั่งคุยที่โต๊ะไม้ชั้นล่างเพื่อรอแขกเก็บกระเป๋า

"ก็ผมโตมากับพี่กฤษนี่ครับ" คิ้วหนาขมวดมุ่นไม่เข้าใจ

"ก็ผมกับพี่กฤษเคยอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเดียวกัน"

"ห๊ะ!! เธอน่ะเหรอเคยอยู่ที่แบบนั้น!? ไม่เห็นเคยบอกฉัน"

"ก็คุณติณไม่ถามผมก็คิดว่าคุณติณรู้ซะอีก

ผมกับพี่กฤษเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงมาด้วยกัน

พี่กฤษเรียนดีทางสถานเลี้ยงเด็กก็เลยส่งเรียน

ส่วนผมก็เรียนได้แค่พอสอบผ่าน แล้วพอเรียนจบม.

ปลายผมก็ออกมาหางานทำจนถูกไล่ออกจากงานจากบ้านเช่าจนคุณติณไปเจอนั่นล่ะ

แต่พี่กฤษเขาสอบชิงทุนไปเรียนต่างประเทศได้ก็เลยทำงานที่โน่นต่อเลยแล้วก็ส่งเงินมาให้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าให้เป็นทุนน้องรุ่นต่อไป"

"ถ้าอย่างนั้นเงินเดือนของเธอที่เบิกไปเมื่อตอนแต่งก็เอาไปให้ที่นี่น่ะสิ"

"ครับ" รอยยิ้มหวานทำเอาร่างสูงอ่อนใจ มือหนาโอบไหล่บางกดศีรษะเล็กซบอก

"ทีหลังก็บอกกันก่อนสิเรื่องแค่นี้ฉันให้เธอได้

ให้ได้มากกว่าที่เธอให้เองซะอีก"

"ผมไม่อยากรบกวนคุณติณ"

"รบกวนที่ไหนกัน เรื่องแค่นี้เอง"

รอยยิ้มหวานส่งมาดีใจที่ชายหนุ่มมีใจเมตตาและมีความรักให้กับเขาเต็มเปี่ยม

ริมฝีปากบางใสจูบสัมผัสเบาที่เรียวปากหนาแผ่วเบารวดเร็ว

"อะไร!? แค่เนี้ย!?" คิ้วเรียวขมวด ยังอยากได้อะไรมากกว่านี้อีกหรือ

ไม่ต้องรอให้ร่างบางถามติณนัยกดจูบอ่อนหวานบนเรียวปากนุ่มอบอุ่นอ่อนโยนรักใคร่ถ่ายทอดความรู้สึกรักสู่เด็กหนุ่มให้เคลิบเคลิ้มหวั่นไหว

"อืม...."

เสียงเล็กครางในลำคอมือบางยันอกหนาห่างให้รู้ถึงกาลเทศะว่าเขาไม่ได้อยู่กันเพียงสองคนในบ้าน

ร่างสูงจึงได้คลายจูบปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระก่อนจะกอดไว้เบา ๆ ด้วยความรัก

..........................................................................

หลังจากของว่างหลังอาหารเย็นทั้งสามคนก็นั่งคุยกันนานโดยส่วนมากมธุกรจะเป็นฝ่ายคุยให้กฤษฎาฟังถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างมีความสุขขณะที่อีกฝ่ายเพียงแต่รับฟังและยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น

"ดึกขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย? คุณติณพากรไปนอนเถอะครับ"

"แล้วพี่กฤษล่ะ?" เด็กหนุ่มมีสีหน้าเป็นห่วง

"เดี๋ยวพี่จะนั่งเล่นข้างล่างนี่ก่อน ยังไม่ง่วงน่ะ..."

มือบางลูบเส้นผมนุ่ม ติณนัยขอตัวพาภรรยาขึ้นห้องนอน

..........................................................................

"พี่กฤษคงจะกลุ้มมาก....."

เสียงเล็กบ่นเบาเดินไปยืนมองท้องฟ้าที่หน้าต่าง

"เธอก็อย่ากลุ้มไปเลย

ยังไงเราก็ทำอะไรไม่ได้ต้องปล่อยให้เขาตัดสินใจเองนั่นล่ะ"

"....ครับ...."

ร่างสูงลุกไปจูงมือบางมานั่งที่เตียงก่อนจะเดินไปปิดหน้าต่างและกลับมานั่งข้าง

ๆ ภรรยาอีกครั้ง

"ฉันรู้... เธอเป็นห่วงเขาแต่มันเป็นปัญหาของเขา.......อีกอย่าง...."

มธุกรมองอย่างสงสัย

"เธอห่วงเขามาก.... ฉันหึง...."

ได้ยินอย่างนั้นร่างเล็กก็หัวเราะออกมาเบา ๆ

"อ๊ะ!! คุณติณ!! ทำอะไร!?"

"ก็ทำแบบเมื่อคืนไง" ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์กดตัวคนรักลงกับเตียง

มือบางดันอกหนาไว้สุดแขน

"ไม่ได้นะ!! พี่กฤษอยู่ข้างล่าง"

"ฉันเห็นเขาออกไปยืนมองทะเลหลังบ้านโน่นแน่ะตอนปิดหน้าต่าง" ร่างสูงค่อย

ๆ พรมจูบลงบนซอกคอขาวจนเห็นเป็นรอย

"ยังไงก็ไม่ได้!! มีแขกมาพักด้วยจะทำได้ยังไง"

"ก็ทำไมจะไม่ได้สามีภรรยากันเรื่องแบบนี้มันเรื่องธรรมชาติ"

"ไม่ได้!! ป้าอรครับ...ป้าอร ตามหมอผีให้หน่อย" เสียงเล็กตะโกนดัง

"ตามมาทำไม?" ติณนัยทำหน้างง

"มาไล่ผีคุณติณบ้ากาม"

"หนอย.... ว่าสามีบ้ากามได้ไง"

มือใหญ่จั๊กจี๋เอวบางจนเด็กหนุ่มดิ้นหัวเราะดังน้ำตาไหล

"จะขอโทษรึยัง?"

"ขอโทษครับ ขอโทษ...." มธุกรหัวเราะจนเจ็บท้องไปหมด

"จะว่าอีกมั้ย?"

"ไม่ว่าแล้วครับ"

"ดี..." พูดจบก็ก้มลงกัดใบหูเล็กเบา ๆ

มือถอดเสื้อนอนสีฟ้าอ่อนของร่างบางออกโยนไปข้างเตียง

"อ๊ะ!! คุณติณ!! ผมขอโทษแล้วไง" เด็กหนุ่มโวยเสียงดัง

"ขอโทษก็ส่วนขอโทษสิ นี่ฉันลงโทษที่ว่าฉันเมื่อกี้ต่างหาก"

"คุณติณขี้โกงอ่ะ..." ร่างเล็กท้วง

"โกงที่ไหน เธอว่าฉันเป็นผีบ้ากามฉันก็จะเป็นผีอย่างที่เธอว่าไง

แต่คืนนี้ฉันจะเป็นผีลักซ่อนจะเล่นซ่อนหากับเธอ....ทั้งคืน...."

จบคำก็ก้มลงซุกไซ้ร่างบางไม่ฟังคำทัดทานอีกต่อไป

"คุณติณ!! ไม่เอานะ คุณติ๊ณณณณ..."

..........................................................................

เด็กหนุ่มลุกขึ้นบิดขี้เกียจช้า ๆ เมื่อรู้สึกถึงแสงแดดที่ส่องเข้ามา

ร่างบอบบางค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเตียง

“โอย… คุณติณบ้าปวดเมื่อยไปหมด…”

เสียงเล็กบ่นพลางเดินเข้าห้องน้ำชำระร่างกาย

มธุกรรู้สึกสดชื่นขึ้นหลังจากได้อาบน้ำเพราะเมื่อคืนกว่าเขาจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบเช้าแล้ว

แต่ก็แปลกว่าเขาได้นอนไม่กี่ชั่วโมงแต่กลับไม่รู้สึกเพลียเลย

แล้วก็รู้เหตุผล….

เขานอนยาวเลยต่างหากที่คิดว่าตอนเช้ากลับเป็นเวลาใกล้เที่ยงเสียนี่

อายก็อายคนที่นั่งตรงหน้าแต่จะลุกหนีก็เสียมารยาท

..........................................................................

ขณะที่ติณนัยพาภรรยาและเพื่อนเดินเที่ยวอย่างสนุกสนานก็กลับเจอคนคนหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะเจอ

ติณนัยทักทายอย่างคุ้นเคยแต่มธุกรยืนมองเฉย ๆ

ก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้จักเพราะชายสูงวัยตรงหน้านี้คือพ่อของเพื่อนสนิทของผู้เป็นสามี

หลังจากคุยกันไปมากฤษฎาก็ขอไปพักกับผู้ที่เพิ่งจะรู้จักทำให้มธุกรรู้สึกเสียใจและเป็นห่วง

แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยืนยันจะไปให้ได้จึงต้องตัดใจ

..........................................................................

“คุณติณครับ…”

เด็กหนุ่มสะกิดเรียกขณะยืนมองส่งกฤษฎาหลังจากมาเอาเสื้อผ้าที่หน้าบ้าน

“หือ?”

“เมื่อกี้ที่คุณลุงคนนั้นเรียกทินนี่ ใครเหรอครับ?”

“ก็ชื่อฉันไง” คำตอบทำเอานัยน์ตาหวานเบิกโพลง

“ห๋า!! คุณเนี่ยนะทินนี่”

“ก็ใช่สิ…”

ร่างบางระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังย่อตัวนั่งกุมท้องหัวเราะจนน้ำตาไหลอาบแก้มใสเป็นทาง

“ฮ่าๆๆๆๆ ชื่อน่ารักชะมัด ฮ่าๆๆๆ ”

“หนอย~ มาหัวเราะฉันเหรอ” ร่างสูงอุ้มคนรักขึ้นสูงทันที

“อ๊ะ!! คุณติณ ทำอะไร!?” เด็กหนุ่มตกใจหยุดหัวเราะในทันที

“ก็ลงโทษเธอน่ะสิ มาหัวเราะชื่อฉันได้ยังไง?”

รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎบนใบหน้า

“อ้าว!! ป้าอร…จะไปไหนครับ?”

ชายหนุ่มทักเมื่อเห็นหญิงรับใช้เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าแต่ยังไม่ปล่อยร่างเล็กลงจากอ้อมแขน

“คุณติณมาพอดีเลยค่ะ ป้ากำลังหาอยู่ทีเดียว

คือคุณท่านน่ะค่ะ…ท่านสั่งให้ป้ารีบกลับด่วนเลย”

“ทำไมเหรอครับ? คุณพ่อเป็นอะไร?”

ทั้งคู่แสดงสีหน้าเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด

“เปล่าหรอกค่ะ

ท่านไม่ได้เป็นอะไรแต่ว่าท่านจะต้องจัดงานเลี้ยงให้เพื่อนน่ะค่ะแล้วทางโน้นไม่มีใครทำได้เลย”

“เหรอครับ…. ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะให้เค้าไปส่งป้าที่บ้านนะ”

พูดพลางคลำหาโทรศัพท์

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ท่านส่งคนมารับป้าแล้วเดี๋ยวคงจะถึง”

ยังไม่ทันขาดคำก็มีเสียงบีบแตรที่หน้าบ้าน

“ป้าคงต้องรีบไปก่อนนะคะ อยู่กันสองคนคงลำบากกันหน่อยแต่ป้าจำเป็นน่ะค่ะ”

“ไม่เป็นไรครับป้า ป้ารีบไปเถอะเดี๋ยวคุณลุงจะโกรธเอา”

มธุกรยิ้มให้อ่อนโยน อรทัยยิ้มตอบแล้วก็คว้ากระเป๋าเสื้อผ้ารีบเดินออกไป

“เหลือเราสองคนล่ะนะ จะทำยังไงกับเรื่องอาหารล่ะ? ฉันทำไม่เป็นนะ”

ติณนัยหันไปปรึกษาร่างบางในอ้อมแขน

“ผมทำเป็นนะแต่แค่กับข้าวง่าย ๆ ”

“ไม่เป็นไรฉันกินง่ายอยู่ง่ายอยู่แล้ว” พูดจบก็เดินเข้าห้องต่อ

“อ๊ะ!! แล้วคุณติณจะอุ้มผมไปไหนเนี่ย? ปล่อยได้แล้ว…”

“ไม่ปล่อย…. จะอุ้มไปทำโทษ”

ใบหน้าหวานแดงจัดเมื่อร่างสูงพูดจบแล้วก้มลงจูบเบา ๆ ที่ซอกคอขาว

มือบางทุบอกหนาแก้เขิน

“บ้า~ คุณติณบ้า ผีลามก ปล่อยเลยนะ”

ปากเอ่ยปฏิเสธพัลวันแต่กลับไม่ดิ้นรนหลีกหนีมากมายอย่างที่พูด

คล้ายกับยอมรับถึงสภาพของภรรยาที่เป็นอยู่อย่างอาย ๆ

ที่จะยอมรับออกมาจริง ๆ

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


จาก : กระทู้เฉพาะกิจ - 29/07/2005 19:48

ข้อความ : สนุกมากเลยค่ะ จะเป็นกำลังใจให้ในการเขียนนะคะ

จาก : cake - - kirt_cake@hotmail.com - 30/09/2005 17:36

ข้อความ : สนุก
น่ะ
ค่ะ

จาก : any - 25/10/2005 15:43

ข้อความ : เมียมันเป็นกะเทยแปลงเพศง่ะ

จาก : หงิง - 14/11/2007 18:02

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ท่านคือ :
เมลล์ :
ICQ :
โฮมเพจ :
เขียนเลยค่ะ :


TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide | iRadio 1st Full format Internet Radio in Thailand