|
หัวข้อ : tin01 ข้อความ : ติณนัย-มธุกร ตอนที่ 1 แสงแดดอ่อนส่องยามเช้า เปลือกตาบางค่อย ๆ กระพริบปรับสายตา เด็กหนุ่มร่างเล็กยันตัวขึ้นจากเตียงขาวสะอาด มือบางควานหานาฬิกาตามความเคยชิน อ๊ะ!! เราวางไว้หัวเตียงนี่นา' นัยน์ตาหวานกวาดมองไปที่หัวเตียง ไม่มีนาฬิกา และที่สำคัญนี่ไม่ใช่ห้องเขา!! เด็กหนุ่มผวาลุกอย่างรวดเร็วจนตกเตียง "อืม.....เสียงอะไรหนวกหู" เสียงทุ้มครางอยู่ในผ้าห่มผืนใหญ่ "เฮ้ย!!" ทั้งคู่ประสานเสียงกันเมื่อเห็นอีกฝ่าย "นาย(เธอ) เป็นใคร!?" ถามพร้อมกันอีก "นายเป็นใคร!? แล้วฉันมาอยู่ที่นี่ได้ไง!?" ร่างเล็กลุกขึ้นยืนแล้วก็ทรุดลงนั่งอีกเมื่อเห็นว่าร่างกายไม่มีเสื้อผ้าปกปิดซักชิ้นเดียว "ฉันต่างหากต้องถามเธอ เธอเป็นใครเข้ามาอยู่ในห้องฉันได้ยังไง!?" "นายถามฉันแล้วฉันจะรู้มั้ย!" "แต่ฉันรู้..." เสียงหนึ่งดังขึ้นที่หน้าประตู "พ่อ!! นี่มันอะไรกัน!?" ชายหนุ่มร่างสูงลุกขึ้นยืนแล้วก็ทรุดลงนั่งเช่นกันเมื่อก้มลงเห็นตนเองก็ไม้ได้สวมเสื้อผ้าเช่นกัน "อะไรของแก ก็เมื่อคืนแกพาเจ้าหนูนี่มาที่บ้านบอกจะแต่งงานกันให้ลั่นบ้าน ไอ้เจ้าหนูนั่นก็ไม่เห็นคัดค้านอะไรซักคำ..." ชายสูงวัยนั่งลงที่เก้าอี้ตัวข้าง ๆ "ผมน่ะเหรอ!?" เสียงเล็กแว๊ดขึ้นคว้าผ้าห่มมาห่อตัว "ใช่สิ ถึงขนาดปลุกเลขากลางดึกให้ลุกขึ้นมาจัดทำเอกสารการแต่งงานเรียบร้อยอีกต่างหาก" ชายสูงวัยผู้เป็นพ่อส่ายหน้าหน่าย ๆ "ผมกับไอ้หนูเนี่ยนะ!?" ชายหนุ่มแว๊ดขึ้นบ้าง "เออสิ นี่ไง..." ผู้เป็นพ่อส่งทะเบียนสมรสให้ลูกชายและลูกสะใภ้( ? ) ดู ทั้งคู่เข้ามาคว้าเอกสารไปดูแล้วก็มองหน้ากันอย่างตะลึง "เอาล่ะพ่อ เมื่อคืนผมจำเรื่องไม่ได้พ่อช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้น" ชายหนุ่มนั่งลงกับโซฟารับแขกหลังจากอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยพร้อมกับเด็กหนุ่มร่างเล็กที่จัดการเรื่องการแต่งกายเรียบร้อยเช่นกัน "ก็เมื่อคืนแกเมาแอ๋กลับบมาบ้านพร้อมกับเจ้าหนูนี่โวยวายลั่นบ้านว่าจะแต่งงานกันโทรไปปลุกประวิชมากลางดึกกลางดื่นให้ทำทะเบียนสมรสให้แล้วสั่งให้เอาไปยื่นที่อำเภอแต่เช้าไม่อย่างนั้นแกจะไล่ออก" "แล้วพ่อไม่ยับยั้งเลยเรอะ!?" ชายหนุ่มหน้าเสียนี่เขาเป็นขนาดนั้นเลยหรือ "ฉันก็เห็นว่าดีแล้วที่แกแต่งงานกับไอ้หนูนี่ ดีกว่าแต่งกับสุวิมลที่คอยหลอกเอาเงินแกซะอีก" "เดี๋ยวก่อนสิ... คุยอะไรกันถามผมบ้างสิ" เสียงเล็กแทรกขึ้นบ้าง "ก็เธอเป็นคนเซ็นต์ชื่อเองไม่ได้มีใครบังคับเลยนะ ถึงจะเมาหน่อย ๆ ก็เถอะ" ชายสูงวัยหันมาพูดด้วยใบหน้าเรียบ "แล้วคุณก็เอาเรื่องเอาราวกับคนเมา!?" คิ้วเรียวขมวด "เธอลองนึกสิฉันว่าเธอต้องนึกออกแน่ว่าเมื่อคืนเธอพูดอะไรทำอะไรไปบ้าง" เด็กหนุ่มก้มหน้าทบทวน เมื่อวานตอนเย็นเขาโดนไล่ออกจากบ้านเช่าเพราะไม่มีเงินจ่าย แล้วก็....เขาไปนอนที่เก้าอี้ข้างร้านเหล้าแล้วไอ้หมอนี่ก็โผล่มาเมาแอ๋โวยวายว่าโดนแฟนนอกใจ พอเห็นเขาเข้าก็ชวนเขาไปกินเหล้าเขาเองก็ไปกินเป็นเพื่อนเพราะประชดชีวิต หลังจากนั้น......... ("เฮ้~ เธอก็น่ารักดีนี่นา มาเป็นแฟนช้านม้าย....." "ถ้าคุณรวยผมเป็นให้ก็ได้" ใช่!!เขาตอบไปอย่างนั้น "ถ้าอย่างนั้นไปจดทะเบียนกันเลยแต่งกันวันนี้เลยก็ด้าย~ ช้านมีเงินเป็นสิบล้านเลี้ยงเธอทั้งชีวิตได้สบาย...." แล้วเขาก็ยอมตามนายนี่มา!!) เด็กหนุ่มใบหน้าเครียดลงอย่างเห็นได้ชัด "ฉันแน่ใจว่าเธอจำได้... เธอไม่มีที่ไปไม่ใช่รึ ฉันมีข้อตกลงบางอย่างกับเธอแลกกับให้เธออยู่ที่นี่ในฐานะประหนึ่งเจ้าของบ้านโดยไม่ต้องทำงานก็มีกินตลอดชีวิต" ชายสูงวัยยิ้มเจ้าเล่ห์ นัยน์ตาหวานมองระแวง "ข้อตกลงอะไร?" "เธอจะต้องแสดงตัวเป็นภรรยาลูกชายฉันต่อไป กีดกันผู้หญิงหิวเงินทั้งหลายที่เข้าใกล้ลูกชายฉัน" "พ่อ!!~" ชายหนุ่มโวย "แกเงียบเถอะน่า!!" หันมาดุลูกชาย "ว่าไง... เธอเองก็ไม่มีที่ไป จะไปหางานทำเค้าก็คงไม่รับเธอหรอกแล้วฉันก็เชื่อว่าเธอคงไม่ไปถือขันขอทานหรอกนะ" "............" ร่างเล็กคิดหนัก "อีกอย่างป่านนี้ทะเบียนสมรสของเธอก็คงไปถึงฝ่ายกฎหมายของบริษัทแล้วล่ะมั้งแล้วทางบริษัทก็คงจะจัดการแฟกซ์ไปต่างประเทศให้จัดการให้เรียบร้อย" "จะเป็นอย่างนั้นได้ยังไงก็ในเมื่อผมเป็นคนไทย กฎหมายไทยผู้ชายแต่งงานกันไม่ได้" ร่างบางโวย "ก็ทำไมจะไม่ได้ในเมื่อเจ้าติณถือสัญชาติอังกฤษ" "ห๋า!!" เด็กหนุ่มหันไปมองหน้าคนนั่งข้าง ที่จริงก็ดูคล้ายจะเป็นลูกครึ่งถ้าสังเกตดี ๆ แต่เขามัวแต่สนใจอย่างอื่นจนไมได้มอง "เจ้าติณนัยสามีเธอคนนี้เป็นลูกครึ่งไทย-อังกฤษ แม่มันหนีไปอยู่อังกฤษตั้งแต่ตอนท้องไม่บอกฉันซักคำจนใช้สัณชาติตามแม่มันเพราะหล่อนอ้างกับเจ้าหน้าที่จดทะเบียนว่าหล่อนจำไม่ได้ว่าท้องกับใคร กว่าจะเจอตัวมันก็ไม่กี่ปีนี่มันถึงได้ใช้สัญชาติอังกฤษ" ผู้เป็นพ่อสาธยาย "ฝ่ายกฎหมายบริษัทเราทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเป็นพิเศษ ป่านนี้ทะเบียนสมรสของเธอคงจะเซ็นต์รับรองเรียบร้อยแล้ว" "แล้วตรงไหนที่เป็นข้อตกลงคุณมัดมือผมชกเรียบร้อยแล้วอย่างนี้เนี่ยนะ" เด็กหนุ่มโวยวาย "อย่างน้อยเธอก็ได้สิ่งตอบแทน...." ร่างเล็กเงียบนั่นสิถึงยังไงก็คงจะช้าไปแล้วที่จะแก้ไขอย่างน้อยตอนนี้ต้องพยายามเอาตัวรอดก่อนแล้วค่อยคิดการณ์ต่อไป "....ตกลง..." คำตอบทำให้ชายสูงวัยยิ้ม "ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีต้อนรับลูกสะใภ้ของฉัน มธุกร" มือหนาย่นออกยื่นมาจับมือบางตกลงเงื่อนไข "คุณรู้ชื่อผมได้ยังไง!?" "ไม่ยากเลยสำหรับฉัน" "พ่อไม่ถามผมบ้างล่ะ" ร่างสูงโวยขึ้นบ้าง "ถ้าแกไม่ยอมฉันจะส่งแกกลับไปอยู่หอพักคนงานในอังกฤษ" คำสั่งทำให้ติณนัยเงียบ เขาเคยอยู่ที่นั่นมันเป็นที่ไม่พึงประสงค์เท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นถ้าอยู่ที่นี่แล้วต้องอึดอัดใจซักหน่อยก็คงจะดีกว่า ร่างสูงยืนขึ้นยื่นมาด้านหน้า "ยินดีที่ได้รู้จักและฝากตัวด้วย... มธุกร" "เรียกผมว่ากรก็ได้ ฝากตัวเช่นกัน" เด็กหนุ่มจับมือตอบ ------------------------------------------ ช่วงสายแดดเริ่มแรงมธุกรเดินออกมาดูหน้าบ้านด้วยความเบื่อหน่าย เมื่อผู้ที่เรียกได้ว่าเป็นสามีกับพ่อสามีไปทำงานกันแล้วมธุกรก็จะอยู่คนเดียวภายในบ้านนอกจากคนรับใช้อีก 7-8 คนเท่านั้น "ป้าอรทำอะไรเหรอครับ" เด็กหนุ่มเดินมาชะโงกดูหญิงแม่บ้านที่กำลังก้ม ๆ เงย ๆ อยู่ข้างโรงรถ "อ้าว!!~ คุณมธุกรลงมาถึงนี่ต้องการอะไรรึเปล่าคะ" "ป้าเรียกผมว่ากรเฉย ๆ ก็ได้ครับเปล่าหรอกครับป้าผมแค่เบื่อ ๆ ป้าอรทำอะไรเหรอครับให้ผมช่วยมั้ยครับ?" "ป้าจะห่อกระถางต้นไม้น่ะค่ะ คุณท่านจะเอาไปเยี่ยมไข้พนักงานที่บริษัท แต่ป้าไม่รู้ว่าจะเอาต้นอะไรให้เขาน่ะค่ะ" ร่างเล็กเดินเข้าไปใกล้ ๆ แล้วก็เลือกต้นไม้ขึ้นมากระถางหนึ่ง "ต้นนี้เป็นไงครับป้า ต้นคล้าเป็นไม้มงคลเชื่อกันว่าบ้านใดปลูกคล้าไว้ จะช่วยคุ้มครอง ปกปักรักษาให้มีความสงบสุข ช่วยให้แคล้วคลาดพิษภัย ศัตรู และผู้มุ่งร้าย" หญิงวัยกลางคนยืนมองยิ้ม ๆ "คุณกรนี่รู้จักต้นไม้ดีจังเลยค่ะ ป้าไม่รู้จักซักอย่างคุณท่านบอกว่าให้เลือกให้ป้าว่าจะไปตามตาชิตคนสวนมาช่วยดูอยู่เชียว" "ผมว่าถ้าบ้านนี้ปลูกไม้มงคลรอบบ้านก็จะดีนะครับ ผมเห็นมีหลายต้นอยู่ทางด้านโน้น" พูดพลางพยักพยิดไปทางข้างบ้านและจัดแต่งกระถางต้นไม้ไปด้วย จนเสร็จหญิงแม่บ้านก็ถือผ้ามาเช็ดมือให้ร่างบาง "ป้าอรครับผมเช็ดเองก็ได้" "ไม่ได้หรอกค่ะเดี๋ยวคุณติณรู้ว่าป้าใช้คุณทำต้นไม้ป้าต้องโดนไล่ออกตอนแก่แน่ ๆ " มธุกรปล่อยให้หล่อนเช็ดมือเขาต่อไป "....ป้าอรครับ....." หญิงแม่บ้านเงยหน้ามอง "ป้าอรไม่รังเกียจผมเหรอครับที่ผมเข้ามาเป็น......" อรทัยยิ้มอ่อนโยนมือย่นลูบแก้มใสเบา ๆ "คุณกรไม่เห็นน่าเกลียดตรงไหนเลยนี่คะ ออกจะน่ารักนิสัยก็ดีวันนี้ยังใจดีมาช่วยป้าเลือกต้นไม้แล้วยังมาห่อให้ป้าอีก เจ้านายทั่วไปเค้าไม่ทำกันหรอกค่ะ" เด็กหนุ่มยิ้มตอบ "ไม่รู้ทำไมคุณท่านของป้าอรถึงได้ให้ผมมาแต่งงานกับลูกชายท่านนะครับ ผู้หญิงดี ๆ มีมากมายแท้ ๆ " "แต่ส่วนมากคนที่คุณติณไปเจอและหลงชอบไม่ใช่คนดีน่ะสิคะ คนก่อนนี้ก็หลอกเงินคุณติณไปหลายแสนแล้ว" ร่างเล็กตาโตจะอ้าปากถามต่อก็ได้ยินเสียงแตรรถดังรัว รถคันใหญ่สีดำจอดเทียบข้างเด็กหนุ่ม ติณนัยลงมาฉุดร่างเล็กเข้าบ้านอย่างรีบร้อน "เดี๋ยว ๆ อะไรคุณติณลากผมเข้ามาทำไม!?" "ป้าอร!! ป้าอร!!" เสียงทุ้มตะโกนเรียกหญิงรับใช้ให้ลั่น "ค่ะ มาแล้วค่ะ" "ป้า ผมต้องการให้ป้าเตรียมงานเลี้ยงให้ทันเย็นนี้สำหรับคน 50 คน เดี๋ยวให้ภิรมณ์ขับรถให้ป้าไปซื้อของที่ตลาด" พูดพลางส่งเงินให้อรทัยปึกหนึ่ง "มธุกรเดี๋ยวเธอไปกับฉัน... แต่ตอนนี้เธอต้องไปเปลี่ยนเอาไอ้กางเกงขาสั้นนี่ออก" "เดี๋ยว!! ๆ จะให้ผมไปไหนแล้วทำไมต้องเปลี่ยน!?" "เราจะต้องไปซื้อเสื้อผ้าให้เธอ พ่อจะจัดงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของเราเย็นนี้เชิญพนักงานทั้งบริษัทเธอจะต้องแสดงตัวเป็นภรรยาฉัน แต่ฉันจะให้คนที่เป็นภรรยาใส่กางเกงขาสั้นลงมาเจอแขกได้ยังไง" พูดพลางดันหลังให้เด็กหนุ่มขึ้นไปบนห้อง "แล้วจะเลี้ยงทำไม พ่อคุณไม่อายเขารึไงที่ลูกชายแต่งงานกับผู้ชายด้วยกัน" ร่างสูงดันเขาเข้าห้องลื้อตู้เสื้อผ้าไม้ฟังเสียง "พ่อฉันกล้ายืนข้อเสนอให้เธอแสดงตัวเป็นภรรยาฉันแล้วนึกว่าเขาจะไม่กล้าประกาศกับคนอื่นรึไงว่าเธอเป็นภรรยาฉัน" ชายหนุ่มดึงเสื้อยืดตัวบางทีเดียวก็หลุดออกจากตัวร่างเล็กหันไปหยิบเสื้อเชิ้ตสีฟ้าจะใส่แทนแต่ก็ยืนนึ่งเมื่อเห็นอกขาวเนียนนั้น มธุกรรู้สึกเขินกับสายตานั้น "ผมจะใส่เสื้อได้รึยัง!?" ติณนัยรู้สึกตัวจึงได้ส่งเสื้อให้เด็กหนุ่มใส่เองและหยิบกางเกงออกมา "พอ!! ๆ กางเกงผมถอดผมใส่เอง คุณออกไปรอผมแป๊บนึง" มือเล็กคว้ากางเกงมาถือแล้วดันร่างสูงออกจากห้อง "ฉันจะไปคอยที่รถ รีบลงมาเร็ว ๆ ล่ะ" ติณนัยเดินลงบันไดพลางคิดถึงเด็กหนุ่ม อกขาวเนียนสวยไร้รอยด่างดำแม้แต่น้อย ร่างสูงสะบัดศีรษะ ไล่ความคิดนั้นเขาคิดอะไรอยู่นั่นเด็กผู้ชาย ใช่!! เขาต้องนึกไว้นั่นเด็กผู้ชาย!! สักครู่มธุกรก็เดินมาขึ้นรถที่จอดรออยู่ ร่างสูงรีบออกรถโดยทันทีที่ร่างเล็กปิดประตู -------------------------------- มธุกรยืนกางแขนเป็นหุ่นให้พนักงานในร้านเสื้อลองชุดนั้นชุดนี้ที่เป็นที่สนุกสนาน โดยมีชายหนุ่มนั่งมองอยู่ห่าง ๆ "คุณติณนัยจะรับกี่ชุดดีคะ?" พนักขายสาวเดินเข้ามาถาม "ที่ลองแล้ว ทั้งหมด...." พูดพลางยื่นบัตรเครดิตให้ เด็กหนุ่มมองตาค้าง "คุณติน เอาแค่ชุดสองชุดก็พอแล้วเอาไปทำไมอีกเยอะแยะเปลืองเงิน" เสียงเล็กค้านพลางเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ "ก็เอาไปให้ใส่น่ะสิ ไอ้กางเกงขาสั้นที่เธอใส่อยู่บ้านนั่นน่ะโยนทิ้งไปซะ" "แต่..........." ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อจากนั้นก็มีเสียงเปิดประตูร้านเข้ามาซะก่อน "อ้าว ติณนี่คะ ต๊าย~ พาใครมาคะเนี่ย โธ่พอเลิกกับวลัยตกอับถึงกับต้องไปควงเด็กผู้ชายเชียวหรือคะ" หญิงสาวสวยแต่งตัวเปรี้ยวจี๊ดควงชายหนุ่มผมยาวหน้าตาดีเดินเข้ามาทัก วลัยจ้องหน้ามธุกรเหยียด ๆ "แล้วนี่คุณจะไม่แนะนำให้วลัยรู้จัก 'ของเล่นใหม่' ของคุณเลยเหรอคะ?" "กร นี่วลัย 'เพื่อนเก่า' ฉัน วลัย นี่มธุกร" ร่างสูงแนะนำอย่างเสียไม่ได้ "โธ่ติณคะ บอกก็ได้ว่าเราเคยเป็นแฟนกันมาก่อน แฟนวลัยไม่ว่าหรอกค่ะ นะคะ" หันไปยิ้มกับชายหนุ่มที่ยืนข้าง ๆ มธุกรรู้สึกหมั่นไส้หญิงสาวตรงหน้าตะหงิด ๆ มือบางกอดแขนแข็งแรงแนบตัว "คุณติณไม่ชวนเขาไปงานคืนนี้ล่ะครับ ไหน ๆ เราก็จัดงานกันทั้งทีแล้วเขาก็เป็น 'เพื่อนเก่า' ของคุณติณ หรือจะให้เขาไปในฐานะ 'ของเก่า' ก็ได้ ดีซะอีกคนมาก ๆ จะได้สนุก" นัยน์ตาหวานมองเยาะเย้ยหญิงสาวเต้นเร่า ๆ ชี้หน้าอยากด่า "...จริงสิ! วลัยเย็นนี้ถ้าว่างเชิญที่บ้านนะจะมีงานเลี้ยงฉลองแต่งงานของผมกับกร" ติณนัยอึ้งอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงได้ออกปากชวน มธุกรเขย่งหอมแก้มสากฟอดใหญ่ก่อนจะดึงแขนผู้เป็นสามีออกไป เมื่อเข้าไปนั่งในรถติณนัยเกาะพวงมาลัยหัวเราะดัง "ขำอะไรนักหนา!?" เสียงเล็กแว๊ด "เพิ่งรู้ว่าเธอก็ขี้โมโหเอาเรื่องเหมือนกันแฮะ" "ก็มันน่ามั้ยล่ะ..." มธุกรกอดอกหน้าบึ้งแก้มป่อง ติณนัยหัวเราะเบาลงซบหน้ากับพวงมาลัยรถ เสียงค่อย ๆ เงียบลง เงียบจนเด็กหนุ่มรู้สึกแปลกใจเมื่อหันมามองก็พบว่าคนข้าง ๆ เขาสะอื้นร้องไห้เบา "คุณติณ~ " "ก่อนนี้ฉันตั้งใจว่ากลางปีนี้ฉันจะขอเขาแต่งงานเพราะเห็นว่าคบกันมาก็นานแล้ว ถึงกับไปหาซื้อแหวนหมั้นไว้ไม่ได้บอกเค้า แต่แล้วฉันก็เพิ่งจะตาสว่างว่าเค้าไม่ได้ใยดีอะไรฉันเลยเพียงแค่เข้ามาหลอกให้ฉันรักหลอกเงินฉันไปให้คนรักของเขาเล่นการพนัน.... คำรักที่เคยบอกกันเคยแสดงต่อกันมันหลอกลวงทั้งเพ.... ฉันมันก็แค่ไอ้โง่ที่ติดกับเค้า...." เด็กหนุ่มมองร่างสูงใจเสียอยากปลอบแต่ไม่รู้จะปลอบยังไง นัยน์ตาหวานทอดมองสงสาร...... "คุณติณ~ ผมถามหน่อยได้มั้ย?" "อะไร?" ชายหนุ่มค่อย ๆ ปาดน้ำตาเงยหน้ามอง "คุณรู้ว่าเขามีคนรักอยู่แล้วคุณรู้สึกโกรธแค้นเขาบ้างมั้ย?" "โกรธสิ... โกรธทั้งตัวเองโกรธทั้งผู้หญิงคนนั้น" "ถ้าอย่างนั้นผมช่วยคุณแก้แค้นเอาคืนดีมั้ย?" รอยยิ้มหวานเจ้าเล่ห์ "เธอจะทำอะไร!?" คิ้วหนาขมวด "เอาเถอะ คุณช่วยหาของให้ผมทีนะ ผมต้องการ............." ติณนัยพามธุกรไปหาซื้อของตามที่ต้องการ .......................................................................... ดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าแล้ว เหลือเพียงแสงรำไรและแสงสว่างของหลอดไฟในงานส่องสว่าง อาหารถาดใหญ่ถูกยกมาเสิร์ฟเรื่อย ๆ ติณนัยถือแก้วไวน์คุยกับแขกอย่างเป็นกันเอง สูทสีขาวที่มองก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าบ่าวอยู่ตรงไหน "เจ้าติณ เมียแกล่ะ?" ผู้เป็นพ่อเดินเข้ามาถามเบา ๆ "อยู่ข้างบนยังไม่ลงมาเลย" "คุณธวัช เจ้าสาวยังไม่ลงมาอีกหรือครับแขกบ่นว่าอยากเห็นหน้ากันแล้ว ว่าเจ้าสาวสวยขนาดไหนถึงได้มัดใจคุณติณนัยให้รีบแต่งงานแบบสายฟ้าแลบแบบนี้" แขกคนหนึ่งเดินเข้ามาทักผู้เป็นพ่อของติณนัย "กำลังจะให้เค้าไปตามลงมานี่ล่ะครับ เจ้าติณไปพาเมียแกมาซิ" ประโยคหลังหันไปพูดกับลูกชาย ติณนัยเดินเข้าไปในตัวบ้านทันที ------------------------------------- "กร... เสร็จรึยัง?" ชายหนุ่มเคาะประตูห้องถามเบา "คุณติณลงไปรอผมที่บันไดนะ เดี๋ยวผมตามลงไปขอจัดการรองเท้านี่ก่อน" เสียงตอบกลับมาทำให้ร่างสูงถอนหายใจเฮือก จะไปรอดมั้ยนะ ติณนัยลงไปรอที่โคนบันไดตามที่บอก เขาไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มจะทำอะไรแต่ควรเชื่อไว้ก่อนเพราะร่างเล็กสัญญาว่าจะร่วมมือกันทำให้วลัยรู้สึกเจ็บใจ สายตาคมกวาดไปเห็นหญิงสาวยืนอยู่ด้านหลัง รอยยิ้มหวานเย้ยหยัน อยู่ ๆ ก็มีเสียงฮือฮาของแขกดังขึ้นทุกคนต่างมองไปที่บันไดโดยเฉพาะแขกที่เป็นผู้ชายต่างจ้องไม่วางตา เมื่อติณนัยหันไปมองบ้างก็ตกตะลึง มธุกรอยู่ในชุดกระโปรงยาวสีขาวประดับมุกของแม่เขา วิกผมดำถักพันกับดอกไม้สีขาวดอกเล็ก แก้มแดงเนียนใสนัยน์ตาดูอ่อนโยนริมฝีปากสีชมพูอมแดงคลี่ยิ้มเชิญชวน ร่างบอบบางก้าวลงมาคล้องแขนชายหนุ่มยิ้มหวาน "คุณติน..." เสียงเล็กกระซิบเรียกเบา "คุณติณ!!..." เมื่อเสียงดังขึ้นร่างสูงจึงรู้สึกตัวพาเด็กหนุ่มเดินไปแนะนำต่อแขก ติณนัยพาร่างเล็กไปแนะนำกับแขก ดูมธุกรจะเป็นที่สนใจมากเป็นพิเศษ "คุณธวัช ลูกสะใภสวยมากนะ" ชายสูงวัยผู้เป็นเพื่อนสนิทมองยิ้ม ๆ "เห็นแล้วรู้เลยว่าทำไมรีบแต่งงาน" ผู้เป็นภรรยาเสริม "ขอบคุณครับ" ติณนัยออกรับแทนเด็กหนุ่ม "ขอเชิญคู่บ่าวสาวบนเวทีหน่อยครับ" พิธีกรประกาศเรียกขณะนั้นเองที่ชายหนุ่มสังเกตเห็นรอยยิ้มน่ากลัวบนริมฝีปากอิ่ม มธุกรเดินขึ้นเวทีอย่างมั่นใจ "เจ้าสาวสวยอย่างนี้น่าอิจฉาเจ้าบ่าวจริง ๆ นะครับทุกท่าน" หนุ่ม ๆ ข้างล่างเฮเห็นด้วย "อยากให้เจ้าบ่าวพูดถึงเจ้าสาวหน่อยครับ" ติณนัยรับไมค์มาแล้วหันไปมองคนข้าง ๆ "ครั้งแรกที่รู้จักกันผมคิดว่าเค้าเป็นน้องที่น่ารัก เป็นเด็กดี แต่วันนี้มันความรู้สึกผมมันไม่ใช่แค่นั้น......" พูดแค่นั้นแล้วก็ส่งไมค์ให้มธุกร เด็กหนุ่มยิ้มเย็นก่อนที่จะพูดออกมา "วันแต่งงานนับว่าเป็นวันที่วิเศษที่สุดของแต่ละคน ก็แปลกอยู่ซักหน่อยที่มาฉลองแต่งงานเอาวันหลังจากที่จดทะเบียนไปแล้วแต่ก็ดีใจอยู่เหมือนกัน" นัยน์ตาหวานเหลือบไปมองวลัย "คุณติณเป็นคนหล่อคิดว่าคงกำลังโดนสาวสวยหลาย ๆ คนอิจฉาอยู่ ใครที่ได้คบกับเขาก็จะรู้ว่าเขาเป็นคนช่างเอาใจน่ารัก สาวโสดหลายคนที่ได้อยู่ใกล้เขาแต่ไม่พยายามที่จะมัดใจเขาคงโง่เต็มทีและดีใจที่ตัวเองไม่ใช่คนโง่แบบนั้น นับแต่วันที่รู้จักกันมาได้ยินมาว่าคุณติณมีเพื่อนสนิทมากอยากให้เธอได้มาร่วมอวยพรให้เรา จะขอเชิญได้มั้ยคะคุณวลัย..." เด็กหนุ่มออกปากชวนทำให้ทุกคนหันไปมองวลัยเป็นตาเดียวพร้อมกับเสียงกระซิบกระซาบ แต่ถึงจะกระซิบกระซาบก็ยังแว่วมาให้หล่อนได้ยินอยู่ดี "จริงสินะคุณติณควงแม่คนนี้มาเกือบปี แต่จับคุณติณไม่ได้โง่จริง ๆ ปล่อยให้เจ้าสาวคว้าไปได้" "ก็น่าจะจับไม่อยู่มือหรอกนะ อย่าพูดถึงนิสัยเลยแค่หน้าตาก็แพ้กระจุยแล้ว" "ดีแล้วล่ะที่คุณติณเลิกกับยัยนี่มาได้เห็นว่ากันว่านิสัยสุดจะทน มีข่าวว่าแม่คนนี้ผลาญเงินคุณติณไปหลายนี่สมแล้วที่เค้าทิ้ง" และคำนินทาอีกมากมายหญิงสาวทนไม่ไหวสะบัดหน้าเดินขึ้นเวที "ฉันไม่มีอะไรจะอวยพรขอให้มีความสุขก็แล้วกัน" พูดจบก็รีบลงจากเวทีดึงแขนแฟนหนุ่มกลับทันที "แผนเธอเหรอ?" ร่างสูงก้มหน้าลงมากระซิบข้างหูเล็ก "ใช่~ สะใจชะมัด" เสียงตอบเบาเช่นกัน ทั้งคู่หัวเราะกันจนพิธีกรตกใจ "สงสัยจะรักกันมากนะครับคู่นี้" พิธีกรพูดยิ้ม ๆ "เจ้าบ่าวหอมแก้มเจ้าสาวหน่อย" เสียงหนึ่งตะโกนขึ้นมาจากด้านล่าง ทั้งคู่มองหน้ากันตาโพลง "เจ้าบ่าวครับข้างล่างเรียกร้องแล้ว เชิญหน่อยครับ" ติณนัยมองหน้าหวานเหมือนจะขออนุญาตซึ่งเด็กหนุ่มก็นิ่งอยู่ชั่วครู่จึงได้พยักหน้าตอบ ปลายจมูดโด่งกดลงสูดกลิ่นแก้มหอม มธุกรรู้สึกว่าชายหนุ่มจะแสดงได้ดีจนผิดสังเกต "คุณติณเดี๋ยวช่วยขอตัวให้ผมด้วยนะ รองเท้ากัดเจ็บมาก" เสียงเล็กกระซิบริมหู "ขอโทษแขกทุก ๆ ท่านด้วยนะครับแต่ว่าเจ้าสาวของผมเธอไม่ค่อยสบายผมอยากให้เธอได้พักผ่อนคงจะต้องเสียมารยาทพาเธอไปพักก่อน" ติณนัยหันไปบอกแขกที่มางานก่อนจะพาเด็กหนุ่มเข้าบ้าน ----------------------------------------- เมื่อพ้นประตูร่างเล็กก็กระแทกตัวนั่งลงกับพื้นถอดรองเท้าส้นสูงคู่สวยโยนไว้ใกล้ ๆ ชั้นเก็บรองเท้า "เป็นยังไงบ้าง?" เสียงทุ้มถามเป็นห่วง "ก็เจ็บน่ะสิ ผู้หญิงเค้าต้องโดนอย่างนี้ทุกคนเลยรึไงน่ะนับถือจริง ๆ " ร่างบางโอดครวญก้มดูแผลตัวเอง เนื้อพองหนังเปิดจนเลือดซิบแผลเหวอะ "ไหนดูหน่อยซิ...." ติณนัยค่อย ๆ ใช้มือแตะที่แผลเสียงเล็กร้องดัง ชายหนุ่มจึงเอาผ้าเช็ดหน้าไปชุบน้ำมา "เจ็บหน่อยนะเดี๋ยวขึ้นไปทำแผลข้างบน" ฝ่ามือหนาค่อย ๆ พันผ้าลงบนแผลมธุกรกัดฟันแน่นทนความเจ็บปวด ร่างสูงค่อย ๆ อุ้มเด็กหนุ่มขึ้นไปบนห้อง ติณนัยค่อย ๆ วางร่างเล็กลงบนเตียงพร้อมกับไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมานั่งที่พื้นด้านล่าง "คุณติณ ผมทำเอง" มือบางแย่งก้อนสำลีกับแอลกอฮอล์ "เธอทำเองถนัดที่ไหนเล่า ฉันทำให้น่ะดีแล้ว ยกชายกระโปรงขึ้นหน่อย" มธุกรยอมทำตามเลิกชายกระโปรงม้วนไว้ที่หัวเข่า มือใหญ่จับข้อเท้าเล็กวางบนตักและค่อย ๆ ทำแผลจนเสร็จ "ขอบคุณมาก" "ไม่เป็นไร แล้วนั่นจะถอดมั้ย?" ร่างสูงชี้ไปที่วิกผมยาว "ครับ....ถอด" ติณนัยลุกไปช่วยเด็กหนุ่มถอดกิ๊ปและดอกไม้ที่ติดผมออกเบา ๆ "โอ๊ย!! " "เป็นอะไร!?" "กิ๊ปตัวนี้แกะไม่ออก" "ไหนดูซิ" มือหนาพยายามดึงกิ๊ปออก แต่เมื่อไม่ออกจึงได้จัดให้ร่างบางยืนในท่าที่สามารถถอดออกได้สะดวก ใบหน้าหวานแทบชิดอกหนามือแข็งแรงดึงกิ๊ปออกเบา ๆ ด้วยกลัวเด็กหนุ่มจะเจ็บ "ออกแล้ว...." มธุกรเงยหน้าขึ้นจะขอบคุณแต่หน้าผากมนเฉียดจมูกโด่งไปไม่ถึงเซ็นนัยน์ตาสองคู่จ้องประสานกันอยู่นานใบหน้าเริ่มโน้มเข้าหากันแต่เกิดมีเสียงเฮที่สนามทำให้ทั้งคู่รู้สึกตัว ร่างบางดีดตัวออกเขิน ๆ ชายหนุ่มเดินไปหยิบเสื้อผ้าในตู้มาส่งให้ "เดี๋ยวไปอาบน้ำซะ อย่าให้แผลโดนน้ำนะเดี๋ยวแผลจะเปื่อย" มธุกรรับเสื้อผ้าไปและรีบเดินเข้าห้องน้ำรวดเร็ว หลังปิดประตูมือเล็กแตะริมฝีปากบางใส เขาเผลอตัวไปได้ยังไงถ้าไม่มีเสียงขัดขึ้นมาป่านนี้จะเป็นยังไง หรือเพราะบรรยากาศพาไปถึงได้มีความรู้สึกเคลิบเคล้มไปกับสายตานั้น เด็กหนุ่มสะบัดหัวไล่ความคิดแล้วจึงจัดการอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว และเมื่อออกมาก็พบร่างสูงจัดการอาบน้ำเรียบร้อยแล้วเช่นกัน ชายหนุ่มอยู่ในชุดนอนสีฟ้าอ่อนดูสบายตามากขึ้น "เธอคงจะเหนื่อยนอนซะนะ อยากกินน้ำหรือนมอะไรมั้ย?" ติณนัยจัดที่นอนให้มธุกร "ไม่เป็นไรครับ แล้วคุณติณ...." "เธอนอนเถอะ ฉันยังไม่ง่วง" ร่างสูงหันไปยืนกอดอกมองที่สวนด้านล่าง เด็กหนุ่มล้มตัวลงนอนด้วยความเหนื่อยอ่อนถ้าเทียบระยะทางแล้วถือว่าเขาเดินหลายกิโลเลยในระหว่างที่ไปทำความรู้จักกับแขกที่มางานและไหนจะยังความล้าที่ต้องยืนบนรองเท้าส้นสูงที่ไม่เคยใส่อีก นัยน์ตาหวานปิดลงอย่างรวดเร็วและในไม่นานลมหายใจก็สม่ำเสมอบ่งบอกว่าร่างบางหลับสนิทแล้ว ---------------------------------------- แสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามาในห้องนอนกว้าง ดวงตากลมโตค่อย ๆ กระพริบปรับสายตาท่อนแขนเรียวบางค่อย ๆ ยกบิดไปมาเรียกความสดชื่น "อือ~ เมื่อย...." เสียงเล็กบ่นเบาค่อย ๆ ลุกขึ้นเดินไปที่โซฟาข้างหน้าต่างเมื่อรู้สึกผิดสังเกต "คุณติณ!!" มธุกรตกใจที่เห็นชายหนุ่มนอนกอดอกอยู่ที่โซฟาเส้นผมเปียกโชก ร่างสูงค่อย ๆ ขยับเมื่อรู้สึกตัวตื่น "อืม... เช้าแล้วเหรอ?" เสียงทุ้มงัวเงีย "ทำไมคุณไม่ไปนอนที่เตียงล่ะ?" "เห็นเธอนอนสบายถ้าฉันขึ้นไปนอนเธอก็จะตื่นไม่อยากปลุก" "ตื่นก็นอนใหม่ได้ แล้วทำไมหัวเปียกแบบนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก" พูดยังไม่ทันขาดคำเสียงจามก็ดังสนั่น "สมองโอเว่อร์ฮีทนิดหน่อย" ชายหนุ่มลุกเดินเข้าห้องน้ำไปจัดการธุระส่วนตัวปล่อยให้ร่างบางนั่งทำหน้างงอยู่ที่โซฟา ------------------------------------- วันนี้พนักงานต่างก็แปลกใจที่เห็นเจ้านายนั่งจามเสียงดังมาตั้งแต่เช้า "ว่าไงไอ้ลูกชาย เมียให้นอนนอกห้องรึไง..." ธวัชเดินเข้ามานั่งที่เก้าอี้ด้านหน้า "พ่อมีอะไร?" "ก็เห็นพนักงานบ่นกันว่าแกจามหนวกหูเลยมาดูอาการหน่อยว่าจะให้พักร้อนดีมั้ย" "ใครพูดผมจะหักเงินเดือนให้หมด" "เอาน่า ฉันมีข้อเสนอดี ๆ ให้แก ฉันจะพักงานแกซักเดือน" "ไอ้ดี ๆ ของพ่อนี่มันคงจะดีกับผมเหลือเกิน พักงานผมเนี่ยนะ" "ไม่ดีรึไง ฉันให้แกพักงานเดือนนึงพร้อมกับตั๋วเครื่องบินไปเที่ยวกระบี่ด้วยนะ 2 ที่นั่ง" ".....ไม่ล่ะ..." ชายหนุ่มทำท่าเหมือนคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบออกมา "งั้นแกจะเอายังไง?" มือหนาลูบปลายคางครู่หนึ่ง "บ้านที่หัวหินดีกว่าเดือนนึง แล้วขอป้าอรไปด้วย" "แกเอาแม่อรไปแล้วฉันจะอยู่ยังไงวะ" "เด็ก ๆ มีเยอะแยะพ่อก็เรียกใช้เอาสิ" "ไอ้เด็กพวกนี้สั่งมันก็เถียงตลอด" ผู้เป็นพ่อแย้ง "เอาน่าพ่อ... เดือนเดียวเอง ทน ๆ เอาหน่อย" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ทำให้ธวัชส่ายหน้าหน่าย ๆ ....................................................................... มธุกรนั่งเล่นอยู่ริมสระน้ำ หญิงแม่บ้านเดินเข้ามาเสิร์ฟน้ำหวานเย็น ๆ "ขอบคุณครับป้าอร" เด็กหนุ่มจิบน้ำหวานเย็นชื่นใจคนยกมาให้ "คุณกรไม่ลงเล่นน้ำเหรอคะ?" "ได้เหรอครับ? ผมนึกว่าสระนี้ไว้โชว์ซะอีก" "ได้สิคะ มีชุดว่ายน้ำอยู่ในตู้ที่ห้องเปลี่ยนทางโน้นน่ะค่ะ มีทุกไซด์เลยท่านซื้อไว้เผื่อเพื่อน ๆ ของคุณติณเธอมาว่ายน้ำค่ะ" มธุกรยิ้มดีใจวิ่งเข้าไปดูชุดเปลี่ยนเพื่อมาเล่นน้ำ ติณนัยขับรถเข้ามาปิดประตูดังปัง "ชิต คุณกรล่ะ?" "คุณกรว่ายน้ำอยู่ที่สระครับ" หนุ่มใหญ่รับเสื้อสูทไปถือตอบคำ "ว่ายน้ำ!?...." "ครับ" "แกไปเห็นมา?" "ครับ" คำตอบนั้นทำให้ชายหนุ่มฉุนเดินปึงปังไปที่สระน้ำ เมื่อไปถึงเห็นมธุกรว่ายน้ำอยู่อย่างสบายใจจึงเข้าไปนั่งมองอยู่ที่ริมสระ ใบหน้าหวานใสยิ้มแย้มผิวขาวนวลมีหยดน้ำเกาะพราวอกเนียนชุ่มน้ำแสงแดดส่องระยับ ร่างบางปล่อยตัวลอยในน้ำเย็น "ชอบมั้ย?" เสียงทุ้มถามทำให้มธุกรสะดุ้งแทบจมน้ำ "...คุณติณมาเมื่อไหร่ครับ?" "มาเมื่อกี้ ขึ้นมาเถอะว่ายน้ำอย่างนี้เด็ก ๆ เห็นมันไม่ดี" ติณนัยลุกไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาให้ "เด็ก ๆ ที่ไหน? ผมเห็นมีแต่หลานป้าอรที่วิ่งเล่นกันอยู่ทางโน้น" ถึงจะพูดอย่างนั้นแต่ก็ขึ้นจากน้ำมาห่มผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ "เอาน่า เอาไว้ไปเล่นน้ำทะเลดีกว่า" "ไปเล่นที่ไหนล่ะครับ ผมไปเองก็ไปไม่ถูกจะให้คุณติณพาไปคุณก็ติดงาน" "โดนพักงานตั้งเดือนแน่ะ" ร่างสูงยิ้มขำ ๆ "หา!! พักงาน!?" "ฮ่ะ ๆ ล้อเล่นน่ะ พ่อบอกให้พาเธอไปเที่ยวซักเดือนนึงแล้วค่อยกลับมาทำงาน เราจะไปหัวหินกัน" "สองคนเหรอครับ?" ติณนัยมองหน้าหวาน "เอาป้าอรไปด้วย..." ริมฝีปากบางใสยิ้มกว้าง "ไปเถอะขึ้นไปแต่งตัวเดี๋ยวให้เด็ก ๆ มันจัดกระเป๋าให้" มธุกรมัวแต่ยิ้มดีใจที่จะได้เที่ยวจนไม่ได้คิดถึงอะไรไม่ทันได้เห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ด้านหลัง ----------------------------------- เด็กหนุ่มเปิดกระจกรถรับลมทะเล เส้นผมนุ่มปลิวไสวตามแรงลมริมฝีปากบางใสยิ้มแย้มเหมือนเด็กได้ของถูกใจขณะที่หญิงแม่บ้านนั่งโอดโอยอยู่ด้านหลังด้วยอาการเมารถ "ป้าอรดูสิครับทะเลสวยมากเลย" "ป้าเคยเห็นจนชินแล้วค่ะคุณกรแต่ที่ยังไม่ชินคือไอ้เรื่องเมารถนี่ล่ะ" "ป้าอรเป็นอะไรมากมั้ยครับ?" มธุกรหันมาถามอย่างเป็นห่วง "พอจะทนไหวค่ะ..." ------------------------------- แลนด์โรเวอร์สีน้ำเงินเข้มจอดหน้าบ้านหลังใหญ่ติดทะเลเด็กหนุ่มวิ่งลงจากรถอย่างรวดเร็ว "คุณติณนี่บ้านคุณเหรอ?" "บ้านเรา ชอบมั้ย?" "สวยมากติดทะเลด้วยคงจะแพงมาก" มธุกรวิ่งกลับมาช่วยอรทัยและติณนัยยกของเข้าบ้าน "ไม่แพงเท่าไหร่หรอก ป้าอรจะเอาอะไรเพิ่มมั้ยครับ?" ประโยคหลังหันไปถามแม่บ้าน "พอแล้วล่ะค่ะ แค่ที่ซื้อมานี่ก็อยู่ได้สองเดือนอย่างสบาย ๆ แล้วที่เหลือก็แค่ของสด" "ป้าอรพักก่อนก็ได้นะครับ ผมว่ากรคงยังไม่หิวคงอยากจะเล่นน้ำมากกว่า" หันไปยิ้มกับร่างเล็ก "ไปเล่นน้ำกันเถอะค่ะป้าจะทำกับข้าวไว้ให้" มธุกรวิ่งไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ชั้นบนก่อนจะวิ่งไปที่ชายหาด ติณนัยเดินไปหยิบลูกบอลมาเป่าลมและเดินตามไป "คุณติณไม่ลงมาเล่นด้วยกันเหรอ?" เจ้าของเรือนร่างขาวนวลหันมาถามขณะวิ่งลงไปได้ครึ่งตัว "เธอเล่นไปเถอะฉันจะเป่าลมบอลไว้ให้" มธุกรวิ่งลงน้ำไปพร้อมลูกบอลเป่าลมลูกใหญ่ ติณนัยนั่งมองเด็กหนุ่มเล่นน้ำอย่างมีความสุข แสงแดดแรงจนคิดว่าถ้าให้ร่างเล็กเล่นน้ำต่อไปคงจะไม่สบายเป็นแน่ชายหนุ่มจึงตะโกนเรียกให้ร่างเล็กขึ้นจากน้ำ "ยังสนุกอยู่เลย~" เสียงเล็กบ่นเบาแต่ก็ยอมขึ้น ติณนัยหยิบผ้าขนหนูมาพันตัวให้ "สนุกอะไรแช่น้ำจนปากเขียวหมดแล้วเนี่ย" มือหนาไล้ข้อนิ้วไปตามแนวปากบางใส ใบหน้าหวานแดงระเรื่อหัวใจเต้นแรงหวั่นไหวกับรอยยิ้มและอาการของชายหนุ่ม "...หิวแล้วครับ ไม่รู้ป้าอรมีอะไรให้กินบ้าง" มือบางดันตัวให้ห่างออกจากร่างสูงวิ่งไปที่บ้านปล่อยให้ติณนัยยืนยิ้มกับอาการที่เขาได้เห็น อย่างน้อยเขาก็แน่ใจว่าเขาไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียวว่าเห็นอาการเขินของเด็กหนุ่มร่างบาง มธุกรกินอาหารกลางวันอย่างเอร็ดอร่อย "คุณกรทานเยอะ ๆ นะคะป้ามีอีกเยอะเลย" "ไม่ไหวแล้วครับป้า ผมอิ่มแล้วขืนกินอีกท้องแตกแน่เลย" "กินเถอะผอมออกแบบนี้" ชายหนุ่มสนับสนุน "นั่นสิคะคุณกรน่ะผอมเหมือนกับหนังหุ้มกระดูก" "โธ่ป้าอร~ ผมกินจนกินไม่ไหวแล้ว" ร่างบางโอดครวญ "กินอีกหน่อยเถอะ ผอม ๆ แบบนี้......ไม่ถนัด" ท้ายประโยคเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน "อะไรนะคุณติณ!?" "ไม่มีอะไรหรอกกินไปเถอะ..." เด็กหนุ่มกินต่อไปมองใบหน้าคมงง ๆ "เดี๋ยวไม่ต้องไปเล่นน้ำแล้วนะแดดแรง" "อ้าว~ แล้วจะให้ผมทำอะไรล่ะ?" "เดี๋ยวจะพาไปดูของที่ตลาด" พอได้ยินอย่างนั้นร่างบางยิ้มกว้างรีบกินให้อิ่ม มธุกรรีบขึ้นรถเรียกชายหนุ่มให้ตามมาเร็ว ๆ "เร็ว ๆ สิคุณติณ" "จะรีบไปไหนตลาดไม่หนีหรอก" ติณนัยสตาร์ทรถหันมาพูดด้วยใจเย็น "ไม่รีบเดี๋ยวตลาดก็วายหมดน่ะสิ" "ก็เล่นน้ำนานเองนี่นาตั้งใจว่าสาย ๆ จะพาไปเดินตลาดก็เล่นน้ำซะจนเที่ยง" ชายหนุ่มออกรถไปช้า ๆ "ก็คุณติณไม่บอกผมล่ะผมก็เล่นน้ำเพลินน่ะสิ คุณติณน่ะผิดรู้มั้ย" "ครับผิดครับ ขอยอมรับผิด" ร่างสูงยิ้มให้กับคนข้าง ๆ มธุกรลากชายหนุ่มเดินดูมุมโน้นมุมนี้จนเหนื่อยมือถือของพะรุงพะรังของฝากคนที่บ้านทั้งนั้นไม่ได้ซื้อของตัวเองซักชิ้นจนเมื่อกลับมาถึงบ้านอรทัยตกใจกับกองของฝากกองใหญ่ที่จะขนกลับกรุงเทพฯ ........................................................................... ยามค่ำแสงจันทร์ส่องสว่างมธุกรยืนมองพระจันทร์อยู่ที่เฉลียงเพลิน ๆ ก็เสียงประตูเปิดทำให้หันไปมอง "อ้าวคุณติณ!! มีอะไรเหรอครับ?" "เปล่า~ ง่วงนอนน่ะ" ติณนัยเดินมายืนข้าง ๆ เด็กหนุ่ม "แล้วไม่ไปนอนล่ะครับ?" "ก็จะนอนนี่ไง" ท่อนแขนแกร่งโอบไหล่บาง "ก็ไปนอนสิครับ" ร่างบางขืนตัวออกจากอ้อมแขนที่เริ่มรัดแน่นเข้า "งั้นไปนอนกันเถอะ" ร่างสูงอุ้มมธุกรเดินเข้าไปด้านในห้อง "คุณติ๊นนนน!!" เสียงเล็กร้องดัง แผ่นหลังบางแนบพื้นที่นอนนุ่ม "เดี๋ยวๆ!! คุณติณใจเย็นๆ!! " ริมฝีปากหนาซุกไซ้ซอกคอหอม "เย็นแล้ว เย็นมาตั้งแต่คืนฉลองแต่งงานแน่ะ" เสียงทุ้มดังเบาที่เนินอกขาวนวล "คุณติน!! เรื่องแบบนี้เค้าต้องทำกับผู้หญิงนะ" ร่างสูงเงยหน้ามองเด็กหนุ่มใบหน้าหวานแดงซ่าน "ผู้ชายก็ได้..." รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ "แล้วฉันก็อยากทำเรื่องนี้กับเธอไม่ว่าเธอจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชายฉันก็อยากทำเรื่องนี้กับเธออยู่ดี" "คุ......" ยังไม่ทันจบคำริมฝีปากบางก็ถูกปิดด้วยเรียวปากหนาร้อนแรงและอ่อนหวานในคราวเดียวกัน คุณติณคะ..." เสียงเรียกหน้าห้องทำให้ชายหนุ่มเงยหน้าจากของหวานในอ้อมแขนอย่างอารมณ์เสีย "อะไร!!" "เชิญข้างนอกหน่อยค่ะ" ติณนัยหัวเสียลุกมาเปิดประตู ร่างเล็กรีบคว้าเสื้อที่ตกไปอยู่ข้างเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้มาสวมอย่างรีบร้อน "ลูกของตาดลคนดูบ้านน่ะค่ะ แกไม่สบายมากอยากจะขอยืมรถคุณติณพาไปหาหมอ..." "อาการน่าเป็นห่วงมากมั้ย?" "ไม่หรอกค่ะ แค่ไข้สูงหน่อยไม่น่าจะมีอะไรคิดว่าคงเป็นไข้หวัดมากกว่า" มือหนาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงหยิบเงินออกมาให้ก้อนหนึ่ง "ให้พาไปหาหมอ แล้วรถอีกคันล่ะ?" "เสียค่ะ..." ร่างสูงเดินเข้าไปในห้องของตัวเองหยิบกุญแจส่งให้อรทัย "ถ้าอาการไม่ดียังไงให้ทางหมอรักษาไปเลยจะออกค่ารักษาให้" "ค่ะ ขอบคุณค่ะ" หญิงรับใช้รีบเอากุญแจไปให้คนดูแลบ้านเพื่อพาลูกไปหาหมอทันที "มีอะไรเหรอครับ?" มธุกรถามเมื่อเห็นชายหนุ่มเดินเข้ามา "ลูกตาดลไม่สบายน่ะ มาขอยืมรถไปหาหมอ" "อาการหนักเหรอครับ?" "ไม่รู้สิ ไม่น่าจะหนัก ว่าแต่....." แขนแข็งแรงอ้อมมาโอบไหล่บาง "ผมไปเข้าห้องน้ำหน่อยครับ" เด็กหนุ่มรีบปลีกตัวออกมาขณะติณนัยยืนยิ้มอยู่ด้านหลัง "ป้าอรครับ.... ป้าอร...." มือบางเคาะประตูห้องเรียกเบา ๆ "มีอะไรคะ?" "ผมขอนอนด้วยได้มั้ย" อรทัยทำหน้าแปลกใจ "ทำไมล่ะคะ?" "ผมกลัวผี..." หญิงแม่บ้านหัวเราะเบา ๆ "คุณกรกลัวผีหรือกลัวคุณติณแน่คะ" คำถามแกล้งเย้าทำให้ใบหน้าหวานแดงซ่าน "คุณกรนอนห้องป้าไม่ได้หรอกค่ะ แต่คุณกรไปนอนห้องพักแขกอีกห้องที่อยู่ทางโน้นได้" หญิงแม่บ้านเดินนำไปห้องพักอีกห้องนึงที่ว่างอยู่ ภายในห้องไม่ค่อยมีเฟอร์นิเจอร์มากเหมือนห้องเขามีเพียงเตียงใหญ่ และโต๊ะวางของเล็ก ๆ ที่หัวเตียงเท่านั้น "ห้องนี้พักได้มั้ยคะ?" "ได้ครับ ขอบคุณมากครับ" เมื่อส่งเด็กหนุ่มถึงห้องแล้วอรทัยก็กลับห้องของตนบ้างแต่ยังไม่ทันจะได้เข้าห้องผู้เป็นนายก็เดินมาถาม "ป้าอรเห็นกรมั้ยครับ?" "คุณกรไปนอนห้องด้านโน้นค่ะ" "..........." ติณนัยเดินไปเคาะประตูห้องเบา ๆ "กร... กร...." "คุณติณมีอะไรครับ?" เสียงตอบกลับมาดังแต่ไม่ยอมเปิดประตู "เปิดประตูหน่อยสิ" "คุณติณมีอะไรล่ะ?" "ทำไมไม่ไปนอนห้องโน้นล่ะ?" "...ผมกลัวผี" "ผีอะไร!? แล้วห้องนี้ไม่มีรึไง?" "ผีคุณติณบ้า...." ได้ยินอย่างนั้นร่างสูงก็หัวเราะดัง "ให้เวลาคุณกรแกหน่อยเถอะค่ะ คุณติณมีเวลาอีกตั้งเยอะ" อรทัยบอกเสียงอ่อนโยน ชายหนุ่มยิ้มปนขำเดินมาส่งหญิงรับใช้ที่ห้องแล้วเข้าไปนอนที่ห้องของตนบ้าง ใช่เขายังมีเวลาให้มธุกรอีกมากตลอดชีวิตด้วยซ้ำไปจะรีบร้อนไปทำไม..... ........................................................................... เสียงนกร้องดังเป็นเพลงธรรมชาติ แสงแดดอ่อนสาดส่องเข้ามาทักทายร่างเล็กใต้ผ้าห่มที่กำลังบิดตัวหนีแสงสว่าง เมื่อคืนกว่าเขาจะได้นอนต้องนั่งทำใจอยู่จนดึก ริมฝีปากบางอ้าหาวกว้างบิดตัวไล่อาการเพิ่งตื่นให้รู้สึกสดชื่นขึ้น "อรุณสวัสดิ์" เสียงทุ้มทักด้านหลังเมื่อเด็กหนุ่มเปิดประตูออกมา ขณะจะหันไปมองเรียวปากหนาก็จูบลงบนริมฝีปากบางใสเบา ๆ ทักทาย มือบางยันอกหนาให้ห่างตัวแต่แรงกอดนั้นมากกว่าแรงของเขามากจึงได้แต่ปล่อยให้ชายหนุ่มกอดอยู่เช่นนั้น คุณติณตื่นเช้าจังนะครับ แน่ล่ะสิ นอนไม่ค่อยหลับโดนใครบางคนทำเอาอารมณ์ค้าง ร่างสูงแกล้งพูดให้มือบางทุบลงบนแขนแกร่งหลายตุ้บ รีบไปอาบน้ำแต่งตัวนะ เดี๋ยวเราจะไปโรงพยาบาลกัน ไปทำไมครับ? ก็ไปเยี่ยมยัยแมวลูกตาดลไง ริมฝีปากบางใสยิ้มกว้างก่อนจะโดนขโมยจูบไปอีกที อื้อ คุณติณ!! นัยน์ตาหวานจ้องเป๋งไม่พอใจ เอาน่า ขอรางวัลพาไปหน่อยเดียวโกรธไปได้ ไปอาบน้ำซะเร็ว ๆ ก่อนที่ฉันจะอาบให้ ร่างเล็กรีบสะบัดตัววิ่งเข้าห้องน้ำก่อนที่ชายหนุ่มจะทำอย่างที่พูด ....................................................................... เป็นยังไงบ้างแมว? ติณนัยทักอารมณ์ดีขณะเดินนำเด็กหนุ่มเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย สวัสดีค่ะคุณติณ คุณกร เด็กสาวยกมือไหว้ หมอบอกว่าเป็นอะไรครับ? มธุกรหันไปถามนายดลผู้พ่อ หมอบอกว่าปอดบวมน่ะครับ ก็วันก่อนเพื่อนชวนไปเล่นน้ำก็ไปทั้งวันกว่าจะกลับก็ค่ำ กลับมาถึงยังสระผมแล้วนอนเลยอีกก็เลยไม่สบายครับ เหรอ? แล้วหมอบอกว่าจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่ล่ะ? อีกซัก 2 อาทิตย์ก็กลับได้แล้วครับ ริมฝีปากบางยิ้มเบาใจที่เด็กสาวไม่เป็นอะไรมาก รีบ ๆ หายล่ะ คุณกรเค้ารอครูสอนทำกังสดาลเปลือกหอยอยู่ ติณนัยเดินเข้ามาโอบไหล่บาง คุณกรอยากทำเหรอคะ? อื้อ เห็นที่แขวนอยู่ที่หน้าต่างห้องแล้วสวยดี ถามลุงดลก็บอกว่าแมวทำ ค่ะ หนูจะรีบหายแล้วจะเตรียมของให้คุณกรทำนะคะ เด็กสาวพูดด้วยความยินดี ให้หายก่อนนะไม่อยากใช้แรงงานคนป่วย ได้ยินเสียงหัวเราะคนป่วยหัวเราะได้ร่างบางก็เบาใจ เขาเป็นห่วงอยู่ว่าเด็กสาวจะไม่สบายมาก เอาล่ะไม่กวนคนป่วยดีกว่า พยาบาลมาเกาะหน้าห้องแล้วเดี๋ยวจะโมโหเอาที่เรามากวนคนป่วย กลับก่อนนะแมว รีบ ๆ หายล่ะ มธุกรยิ้มลูบหัวเด็กสาวก่อนจะออกจากห้องไป ....................................................................... ติณนัยขับรถพาร่างเล็กกลับบ้าน ดีนะครับที่มาหาหมอทัน อืม .. เสียงตอบรับสั้นทำให้ใบหน้าหวานหันไปมอง คุณติณเป็นอะไรครับ? กำลังคิดว่าจะพาเธอไปกินข้าวที่ไหนดี จริงสิ เที่ยงพอดีเลยนี่นา ไปกินอาหารจีนกันมั้ย? ไม่ดีกว่าครับ เบื่อขนมจีบซาลาเปา อาหารจีนเลี่ยนด้วย ดีสิเธอกินบ่อย ๆ จะได้อ้วน ๆ ตอนนี้ผอมไปหน่อย ไม่เอาดีกว่าครับ กินข้างถนนนี่ก็ได้ครับ ไม่เปลือง ไม่เอาฉันอยากกินของทะเล จริงสิ!! ไปกินด้วยกันนะ ร่างบางทำหน้างงที่เห็นชายหนุ่มกลับรถไปอีกทางหนึ่ง ....................................................................... รถแลนด์โรเวอร์สีน้ำเงินเลี้ยวเข้าไปในร้านอาหารริมทะเลร้านใหญ่ คุณติณจะกินที่ร้านนี้เหรอครับ? ใช่!! ร้านนี้ของทะเลสดดีนะ ว่าแล้วก็เดินเข้าไปที่โต๊ะข้าง ๆ เป็นร้านอาหารปลูกยื่นลงไปในทะเล ที่พื้นน้ำไกลออกไปหน่อยมีตาข่ายขึงไว้ ท่าน้ำมีโต๊ะวางอยู่พร้อมกับเตาย่าง ติณนัยพาเด็กหนุ่มเข้ามานั่งได้สักครู่ก็มีพนักงานสาวเดินเอาเมนูเข้ามาให้ เอายำคอหมูย่าง ต้มจืดลูกชิ้นปลา ปลาดุกฟู น้ำจิ้มเผ็ดและไม่เผ็ดอย่างละถ้วย โค้กขวด ร่างสูงสั่งอาหารแล้วก็ส่งเมนูคืนให้ขณะที่พนักงานอีกคนเอาเบ็ดตกปลาและเหยื่อมาให้ คุณติณจะทำอะไรครับ? ที่ร้านนี้น่ะ อาหารทะเลเราต้องตกขึ้นมากินเองถ้าทำไม่เป็นจะมีพนักงานมานั่งทำให้เราย่างกินสดๆ ใช้เตาย่างนี่ไง มือใหญ่ชี้ไปที่เตาย่างที่ตั้งอยู่บนโต๊ะ ตกมันขึ้นมากินทั้งเป็น ๆ น่ะเหรอครับ? มธุกรทำหน้าแหย ๆ ถ้าเธอไม่กล้าทำเดี๋ยวฉันทำให้ คอยกินแล้วกันอร่อยนะ ติณนัยเลือกเหยื่อสำหรับตกกุ้งแล้วเหวี่ยงเบ็ดลงไป สักครู่ก็ได้กุ้งตัวใหญ่ติดขึ้นมา ชายหนุ่มจัดการวางบนเตาย่างที่ร้อนได้ที่สักครู่ก็สุกหอม ลองกินสิ เด็กหนุ่มลองแกะกุ้งกินแล้วก็พยักหน้าเห็นด้วยเพราะอาหารทะเลสด ๆ อร่อยจริง แล้วคุณติณไม่กินเหรอครับ? เธอก็ป้อนสิ พูดยิ้ม ๆ มือบางแกะเปลือกกุ้งออกจิ้มน้ำจิ้มส่งเข้าปากร่างสูงที่ยังคงตกกุ้งอยู่ต่อไป อ๋าาา~ อะไร? ยำคอหมูย่างเผ็ด งั้นก็สั่งใหม่สิ ไม่ต้องหรอกครับ เปลืองเดี๋ยวกินน้ำเอาก็หายเผ็ด กินท้องแตกตายพอดี น้อง ๆ .. หันไปเรียกพนักงานสาวที่เดินผ่านมา เอาคอหมูย่างจานใหม่นะ เอาเผ็ดน้อย ๆ หน่อย คุณติณครับไม่ต้องหรอกผมกินอย่างอื่นก็ได้ ไม่ได้หรอก ที่สั่งมาเนี่ยเพราะเห็นว่ามันอร่อยอยากให้เธอได้ชิม ถ้าสั่งมาแล้วเธอชิมไม่ได้จะมีความหมายอะไรล่ะ สักครู่ยำคอหมูย่างจานใหม่ก็มาเสิร์ฟ คราวนี้เด็กหนุ่มกินได้โดยไม่ต้องกินคอหมูชิ้นนึงน้ำแก้วนึงเหมือนจานแรก ส่วนมากร่างสูงจะเป็นคนตกและย่างให้คนข้าง ๆ กินมากกว่าที่จะกินเอง จะได้กินก็ตรงที่ร่างบางขยันป้อนให้ชายหนุ่มได้ชื่นใจอิ่มใจมากกว่าอิ่มท้อง ติณนัยและมธุกรกินอาหารมื้อนี้อย่างสนุกสนานจนอิ่มจึงได้กลับบ้านพัก ....................................................................... อร่อยใช่มั้ย? ร่างใหญ่หันมาถามขณะขับรถกลับ ครับ วันหลังมากินอีกนะผมอยากตกบ้าง แต่ผมไม่ย่างนะ!! ได้ ๆ ฉันย่างให้ได้ ถ้าเธอชอบเรามากันบ่อย ๆ ดีมั้ย? ร่างบางยิ้มแป้น เมื่อมาถึงบ้านร่างสูงก็ฉุดมือบางไว้ก่อนที่จะเดินเข้าบ้านไป อะไรครับ? รางวัลล่ะ? รางวัลอะไร? ก็ที่พาไปวันนี้ไง ใบหน้าหวานแดงซ่านเมื่อรู้ว่าชายหนุ่มเรียกร้องเอาอะไร ก็เมื่อเช้าให้ไปแล้วไง นั่นมันส่วนของที่พาไปเยี่ยมยัยแมวต่างหาก ให้รางวัลมาซะดี ๆ นิ้วมือหนาจิ้มที่แก้มตัวเอง มธุกรทำหน้าลำบากใจอยู่ครู่หนึ่งก็หลับตาก้มไปจะหอมแก้มเป็นรางวัล ฉับพลันติณนัยก็หันหน้ามาประกบริมฝีปากบางใสนั้นแน่น ท่อนแขนแข็งแรงโอบรัดเอวบางไม่ให้ถอยหนี ..!!.. ร่างเล็กดิ้นอยู่ครู่หนึ่งก็หยุดนิ่งอ่อนแรงลงทรุดในอ้อมแขนอุ่น ร่างสูงค่อย ๆ ปล่อยริมฝีเรียวบางออกอย่างเสียดาย ขอรางวัลหน่อยเดียวเอง เสียงทุ้มกระซิบข้างหูเล็กแดง มือเล็กทุบแขนชายหนุ่มแรงรีบสะบัดตัวเดินเข้าบ้าน ติณนัยเดินยิ้มตามเข้าไป .. กร ..เปิดประตูหน่อยสิ ติณนัยเคาะประตูเรียกเบา ๆ ไม่เปิดครับ อันตราย . คุณติณก็ไปนอนสิมาเรียกทำไม อันตรายอะไรไม่เห็นมีเลย อันตรายผีบ้า ผีบ้าเหรอ? ร่างสูงแปลกใจที่ได้ยิน ผีคุณติณบ้ากาม พอได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะออกมาเบา โธ่~ กร อย่าดื้อสิไปนอนกันเถอะ ฉันง่วงแล้วนะ ไม่เอาหรอกคุณง่วงก็ไปนอนสิมายืนเคาะประตูอยู่ทำไม ก็ฉันจะนอนนี่ไง ก็ไปนอนห้องคุณสิ นี่ห้องผม .. ครู่หนึ่งก็มีเสียงดังแกร๊กแล้วประตูก็เปิดออก เด็กหนุ่มตกใจจากที่นั่งอยู่กลางเตียงกระโดดไปนั่งที่หัวเตียงทันที คุณเข้ามาได้ยังไง!? ก็นี่มันบ้านฉัน~ ฉันก็ต้องมีกุญแจเป็นเรื่องธรรมดา แต่นี่มันห้องผม สิทธิส่วนบุคคลที่ผมควรได้รับ ใครว่า ห้องเราอยู่ทางโน้นต่างหาก งั้นถ้าคุณจะนอนห้องนี้ผมจะไปนอนห้องโน้น ร่างเล็กกระโดดลงจากเตียงอย่างรวดเร็วแต่ก็แพ้ความไวของชายหนุ่มที่ฉุดข้อมือบางไว้แล้วดึงลงไปนอนกับที่นอนนุ่ม แขนแข็งแรงท้าวคร่อมไว้ไม่ให้หนีหัวเราะเบา ๆ จะไปนอนห้องโน้นเหรอ? เดี๋ยวฉันพาไปก็ได้ ไม่เอา!! ผมไปเองได้คุณติณลุกสิ ร่างสูงทิ้งตัวใช้ข้อศอกยันไว้แทนมือยิ้ม ๆ มันลุกไม่ได้นี่นา ทำไมจะลุกไม่ได้ อย่ามาอิดออดนะลุกเลย มือบางดันไหล่หนาทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยจะมีแรง ติณนัยทิ้งตัวลงทาบทับเด็กหนุ่มหนักเข้าไปอีก ก็มันลุกไม่ได้เธอล้มทับเจ็บเอว เจ็บเหรอ!? เจ็บตรงไหนขอดูหน่อย ร่างบางลืมสถานการณ์พลิกตัวกลับนั่งทับดูว่าชายหนุ่มมีบาดแผลที่ไหนมือหนาเลื่อนยึดเอวบางไว้แน่นกว่าเดิมโดยที่เด็กหนุ่มไม่ทันรู้ตัว ไหนล่ะ? ไม่เห็นมีรอยอะไรเลย ก็มันจะมีได้ยังไงล้มบนที่นอนอย่างนี้ เจ็บก็แปลกแล้ว มธุกรรู้สึกตัวว่าหลงกลชายหนุ่มเข้าแล้วสถานการณ์ตอนนี้อันตรายที่สุดกลายเป็นว่าเขาขึ้นมานั่งทับสะโพกชายหนุ่มไว้ อ๊ะ!! ปล่อยเลยนะ!! ไอ้คนโกหก ฉันโกหกที่ไหนล่ะ ฉันเจ็บจริง ๆ นะ ทำหน้าอย่างนี้เนี่ยนะเจ็บ ก็อย่างนี้แหล่ะที่เจ็บ แต่มันเจ็บแป๊บเดียวก็หายแล้ว ปล่อยเลยคนผี . ไม่ปล่อยหรอก .นิ่มออกอย่างนี้ ใบหน้าหวานแดงยิ่งกว่าเดิม มือใหญ่จับแก้มนวลเนียนก้มลงจูบริมฝีปากบางใส มธุกรดิ้นรนอยู่พักใหญ่ก็หยุดเคลิ้มไปกับรสจูบ ชายหนุ่มค่อยๆ คลายริมฝีปากออกอย่างช้า ๆ เมื่อชิมรสหวานจนพอใจ หวานจังเลยกร ร่างเล็กนัยน์ตาลอยเหม่อไปกับรสจูบหวานไม่รู้ตัวว่าฝ่ามือร้อนดึงเขาลงจูบอีกครั้งอ่อนโยนเต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ชายหนุ่มพลิกตัวทับคนในอ้อมแขนไว้ถ่ายทอดรสจูบหวานล้ำมือหนาค่อย ๆ ลูบลงใต้เสื้อตัวบางปลดกระดุมเสื้อชุดนอนสีฟ้าอ่อนหลุดลงอย่างง่ายดาย เรียวแขนขาวยกขึ้นโอบลำคอแกร่งตอบรับ กร . เสียงทุ้มกระซิบเรียกชื่อข้างใบหูเล็ก นัยน์ตากลมหลับพริ้มกอดชายหนุ่มไว้แน่นนิ้วมือใหญ่ลูบไล้ไปทั่วแผ่นอกขาวเนียน เสียงหวานครางเบาเมื่อนิ้วเรียวหนาเคล้นคลึงยอดอกสีชมพูเข้ม ร่างเล็กหอบครางแผ่วเมื่อชายหนุ่มซุกไซ้ซอกคอหอมด้วยความหลงใหล มือหนาลูบแผ่นอกเนียนนุ่มเบา ๆ ลิ้นร้อนลากผ่านร่องอกบางเรื่อยชิมรสยอดอกสีชมพูนัยน์ตาหวานปิดแน่นมือยึดผ้าปูที่นอนกัดริมฝีปากกลั้นเสียงคราง "กร อย่ากัดปากสิ..." ติณนัยเงยหน้าขึ้นลูบแก้มใสใบหน้าหวานแดงซ่านหลบตาอาย ๆ "ฮ่ะๆ เป็นอะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้น?" ร่างสูงหัวเราะเบาเมื่อเห็นคนข้างใต้หน้าแดงจัดพยายามหลบสายตาเขา "...คุณติณบ้า!!~" ชายหนุ่มหัวเราะถูกใจค่อย ๆ ประกบจูบริมฝีปากบางใสอ่อนโยนแผ่วเบาอีกครั้ง กางเกงนอนตัวบางหลุดออกไปกองข้างเตียง ลิ้นร้อนลากไล้จากแผ่นอกไล่ลงมาถึงท้องและหยุดอยู่ที่สะดือร่างเล็กขดตัวงอหนีเรียวลิ้น มือบางดึงเส้นผมสีน้ำตาลเข้มไว้แน่น เมื่อแกล้งเด็กหนุ่มจนพอใจแล้วติณนัยก็ลากริมฝีปากผ่านหน้าท้องลงมาถึงจุดอ่อนไหว ริมฝีปากร้อนเข้าครอบครองร่างบางช้า ๆ มธุกรสะดุ้งสุดตัวร้องครางดังมือจิกยึดผ้าปูที่นอนดึงแทบจะขาด เสียงหวานหอบหนักทิ้งตัวลงนอนหมดแรงเมื่อปลดปล่อยความปรารถนาของตนเข้าสู่ลำคอแกร่ง แต่เรียวลิ้นร้อนยังไม่หยุดแค่นั้นลากไล้ลงมาช่องหลืบแคบด้านล่างสอดเข้าไปด้านในปากทางชุ่มน้ำ ติณนัยขยับตัวขึ้นจูบริมฝีปากบางใสพร้อมกับสอดท่อนแขนแกร่งเข้าใต้ขาบางค่อยๆ แทรกตัวเข้าไปช้า ๆ "อ๊ะ!!... โอ้ย!!~ เจ็บ!! คุณติณหยุด!....หยุด.." เสียงเล็กแผดลั่นน้ำตาใสเอ่อคลอหน่วย มือบางดันอกหนาสุดแขน คิ้วเรียวขมวด "เจ็บเหรอ? เจ็บได้ยังไงก็........" ร่างเล็กยังคงสะอึกสะอื้น ติณนัยสงสารผู้เป็นภรรยาจับใจค่อย ๆ ถอนตัวออกสัมผัสส่วนอ่อนไหวแผ่วเบาปลุกปลอบ ริมฝีปากหนาจูบแก้มใสเบา "ไม่เป็นไรนะ ฉันจะค่อย ๆ ทำ..." นิ้วเรียวหนาลูบไล้ปากทางแคบก่อนที่จะกดเข้าไปช้า ๆ "อ๊ะ!!..." "ไม่เป็นไร อย่าเกร็งนะ....." มธุกรพยายามผ่อนคลายมือยึดท่อนแขนแกร่งไว้แน่นแทน "ดีมาก... อย่างนั้นล่ะคนเก่ง..." ร่างสูงจูบเรียวปากบางให้รางวัล ติณนัยเพิ่มจำนวนนิ้วขึ้นเรื่อย ๆ จนเห็นว่าร่างเล็กน่าจะพร้อมแล้วจึงได้ขยับตัวแทรกเข้าไปช้า ๆ อีกครั้ง "อ๊ะ!!...." นัยน์ตาหวานเบิกโพลง "ไม่เป็นไร... ทำแบบเมื่อกี้สิอย่าเกร็งนะ" มธุกรโอบคอแกร่งหลับตาทำตามที่บอก แม้จะพยายามผ่อนคลายแล้วแต่เขาก็ยังรู้สึกเจ็บอาจเป็นเพราะขนาดที่ต่างกันมาก ติณนัยตัวโตสูงใหญ่แต่เขาตัวเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกันดูเหมือนจะเป็นพ่อกับลูกเลยก็ว่าได้ เมื่อแทรกตัวเขาไปได้จนสุดร่างใหญ่จึงได้หยุดนิ่งให้เด็กหนุ่มได้คุ้นเคยกับเขาก่อนจากนั้นก็ขยับช้าๆ มือหนาเคล้นคลึงส่วนอ่อนไหวปลุกเร้าอารมณ์ร่างเล็กอีกครั้ง ติณนัยโหมเร่งขยับกายแรงขึ้นเมื่อความรู้สึกยากจะทนไหวเสียงหวานเล็กร้องครวญครางดังมือบางกอดไหล่กว้างแน่น จนจุดท้ายสุดของห้วงปรารถนาของเหลวร้อนถูกปลดปล่อยสู่ภายนอก เสียงหอบฮั่กดังไปทั่วห้อง "กร... เป็นยังไงบ้าง?" ".........." ไม่มีเสียงตอบมีเพียงเสียงหอบดังเด็กหนุ่มเหนื่อยอ่อนเกินกว่าจะเอ่ยคำใดๆ ชายหนุ่มค่อย ๆ ถอนกายออกอย่างแผ่วเบาแต่ก็ยังสร้างความเจ็บปวดให้ร่างเล็ก ท่อนแขนแกร่งโอบกอดคนข้าง ๆ ไว้ด้วยความรัก "ง่วงหรือเปล่ากร?" ศรีษะเล็กสั่นไปมาอยู่ที่อกหนา "ทำไมเหรอครับ?" เสียงถามยังเจืออาการหอบอยู่ "ฉันสงสัย" "สงสัยอะไร?" ร่างสูงหันมองผู้เป็นภรรยา "ก็ในเมื่อเราแต่งงานกันแล้ว วันนั้นที่ตื่นมาเราก็...... แล้วทำไมเธอยังเจ็บ" ".............." "หรือว่า วันนั้นเราไม่ได้มีอะไรกัน?" ใบหน้าหวานแดงซ่านไม่ออกความเห็นก้มหน้าซุกอกหนา "..........." เสียงทุ้มเงียบไป มือใหญ่ลูบแก้มใสเบา "กร" "...ครับ..." "เธอโกรธรึเปล่า?" "โกรธอะไร?" "ก็โกรธที่ฉันฝืนใจเธอ...." ใบหน้าหวานก้มอายซุกอกอุ่นไม่ยอมสบตา "....ก็ไม่ได้โกรธอะไรมากหรอกครับแค่อายนิดหน่อย..." ติณนัยกอดร่างเล็กแน่นขึ้นเขากลัวว่ามธุกรจะเกลียดเขาแต่เขาก็รู้สึกรักเด็กหนุ่มเหลือเกิน "คุณติณครับ" "หือ?" "คือ....." "อะไร?" เสียงทุ้มถามเบา "...คุณติณชอบมั้ยครับ?" "..?..." "...คือผมไม่รู้ว่าผมมีอะไรผิดปกติไปรึเปล่า หรือว่ามีตรงไหนไม่เหมือนกับคนอื่นแล้วทำให้คุณติณไม่พอใจ ไม่มีความสุขบ้างมั้ย...." ริมฝีปากหนาจูบหน้าผากมนเบา ๆ มือเชยคางให้เงยหน้ามองเขา "กร... ฉันมีความสุขมากที่ได้รักเธอได้เธอมาเป็นภรรยา ไม่มีวินาทีไหนที่ฉันจะไม่มีความสุขเมื่อมีเธอเลยนะ เธอไม่ได้มีอะไรผิดจากคนอื่นเลยตรงข้ามเธอกลับวิเศษกว่าใคร ๆ เพราะฉันรักเธอไงล่ะ" เรียวปากหนาจูบเบาเปี่ยมไปด้วยความรัก ริมฝีปากบางใสตอบรับจูบจากคนรัก ท่อนแขนบางโอบกอดคนรักแนบแน่น .......................................................................... ยามเช้าแสงแดดอ่อน ๆ สาดเข้ามาทางหน้าต่าง เด็กหนุ่มพยายามลุกจากที่นอนแต่ความปวดล้าตามร่างกายกลับไม่เป็นใจ กว่าจะลุกนั่งได้ก็พอดีกับที่ติณนัยเดินเข้าห้องมา "อ้าว~ ว่าจะมาปลุกอยู่พอดี เป็นยังไงบ้าง?" "ก็ปวดเมื่อยนิดหน่อยครับ กำลังจะไปเข้าห้องน้ำ" "เข้าห้องน้ำเหรอ?" พูดจบร่างสูงก็อุ้มภรรยาเดินเข้าห้องน้ำไปไม่สนใจคำประท้วงของคนในอ้อมแขน .......................................................................... "มีอะไรเหรอกร?" เสียงทุ้มถามเมื่อมธุกรวางหูโทรศัพท์ "ที่บ้านโทรมาน่ะครับบอกว่ามีเพื่อนโทรมาหา" "เพื่อน? เพื่อนเธอน่ะเหรอ?" "ครับ เพื่อนคนเดียวเขาคงจะมีอะไรทุกข์ใจอยู่ถึงได้จะมาหา คุณติณจะว่าอะไรมั้ยครับ?" "ว่าอะไร!? เพื่อนเธอก็เหมือนเพื่อนฉัน ฉันไม่ว่าอะไรหรอก" ติณนัยเดินเข้ามาโอบไหล่บางยิ้มอ่อนโยนหอมแก้มใสเบา ๆ .......................................................................... เด็กหนุ่มร่างเล็กบางเดินไปมาอยู่หน้าบ้านจนผู้เป็นสามีรู้สึกเมื่อยแทน "กร ไปหาอะไรกินกันเถอะ" "ไปทำไมล่ะครับ ป่านนี้ป้าอรจัดโต๊ะแล้ว" "ฉันสั่งป้าอรแล้วว่าเราจะกินมื้อเช้ากันมื้อเดียวนอกนั้นจะไปกินกันข้างนอก" "ไปกินทำไมล่ะครับเปลืองเงิน" ร่างเล็กแก้มป่องไม่ชอบใจที่ชายหนุ่มมักจะไม่ค่อยสนใจค่าของเงินที่มีอยู่ "เปลืองนิด ๆ หน่อย ๆ แต่ได้กินอาหารในบรรยากาศดี ๆ มันก็คุ้มนะ เอาน่าถึงเธอจะคอยหรือไม่ค่อยเดี๋ยวเขาก็มาอยู่ดีแล้วเธอก็บอกป้าอรไว้แล้วนี่นา" ได้ฟังอย่างนั้นมธุกรก็ยอมไปกินอาหารกับร่างสูง จริงอย่างที่ว่ายืนรอตรงนี้หรือรอที่ไหนกฤษฎาก็จะมาหาเขาอยู่ดีแล้วเขาเองก็กำชับหญิงแม่บ้านไว้อย่างหนักแน่นแล้ว มธุกรไปขึ้นรถชายหนุ่มอย่างว่าง่าย ....................................................................... "อ๊ะ!! คุณติณจอดครับ!! จอด ๆ " เสียงเล็กร้องดังเมื่อสังเกตเห็นอะไรบางอย่างข้างทาง "มีออะไรกร?" ติณนัยจอดรถข้างทาง "คุณติณถอยไปปั๊มเมื่อกี้ได้มั้ยครับ?" "....มันก็ได้หรอกแต่จะไปทำไม?" "เถอะน่า นะครับ นะ...." ร่างสูงเลิกคิ้วสงสัยแต่ก็ถอยให้ตามคำขอของภรรยาที่น่ารัก หากพอถอยเข้าปั๊มแล้วถึงได้เห็นบุคคลที่ร่างเล็กรออยู่ตั้งแต่เช้า ฟังความแล้วคิดว่าผู้เป็นเพื่อนของเด็กหนุ่มคงจะมีปัญหาอยู่ไม่น้อยติณนัยจึงได้ชวนไปพักที่บ้านก่อน เขาเองรู้สึกคุ้นหน้าชายหนุ่มคนนี้นักยิ่งคิดก็ยิ่งแน่ใจว่าเคยเห็น แล้วก็ได้คำตอบเขาเคยเห็นคนคนนี้ไปทำข่าวเพื่อนรักของเขา!! โลกช่างกลมจริงที่นักข่าวคนนี้เป็นเพื่อนสนิทของผู้เป็นภรรยา ร่างสูงมั่นใจว่าเพื่อนของเขาต้องมีความรู้สึกพิเศษกับคนข้าง ๆ นี่ไม่น้อยไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมให้เข้าใกล้หรือแม้แต่จะยอมให้สัมภาษณ์อย่างนี้ .......................................................................... เมื่อขับมาถึงบ้านก็ให้แม่บ้านพาไปห้องพักที่ยังว่างอยู่ "กร... เธอรู้จักเขาได้ยังไงน่ะ?" ติณนัยชวนเด็กหนุ่มนั่งคุยที่โต๊ะไม้ชั้นล่างเพื่อรอแขกเก็บกระเป๋า "ก็ผมโตมากับพี่กฤษนี่ครับ" คิ้วหนาขมวดมุ่นไม่เข้าใจ "ก็ผมกับพี่กฤษเคยอยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเดียวกัน" "ห๊ะ!! เธอน่ะเหรอเคยอยู่ที่แบบนั้น!? ไม่เห็นเคยบอกฉัน" "ก็คุณติณไม่ถามผมก็คิดว่าคุณติณรู้ซะอีก ผมกับพี่กฤษเป็นเด็กกำพร้าที่ถูกเลี้ยงมาด้วยกัน พี่กฤษเรียนดีทางสถานเลี้ยงเด็กก็เลยส่งเรียน ส่วนผมก็เรียนได้แค่พอสอบผ่าน แล้วพอเรียนจบม. ปลายผมก็ออกมาหางานทำจนถูกไล่ออกจากงานจากบ้านเช่าจนคุณติณไปเจอนั่นล่ะ แต่พี่กฤษเขาสอบชิงทุนไปเรียนต่างประเทศได้ก็เลยทำงานที่โน่นต่อเลยแล้วก็ส่งเงินมาให้ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าให้เป็นทุนน้องรุ่นต่อไป" "ถ้าอย่างนั้นเงินเดือนของเธอที่เบิกไปเมื่อตอนแต่งก็เอาไปให้ที่นี่น่ะสิ" "ครับ" รอยยิ้มหวานทำเอาร่างสูงอ่อนใจ มือหนาโอบไหล่บางกดศีรษะเล็กซบอก "ทีหลังก็บอกกันก่อนสิเรื่องแค่นี้ฉันให้เธอได้ ให้ได้มากกว่าที่เธอให้เองซะอีก" "ผมไม่อยากรบกวนคุณติณ" "รบกวนที่ไหนกัน เรื่องแค่นี้เอง" รอยยิ้มหวานส่งมาดีใจที่ชายหนุ่มมีใจเมตตาและมีความรักให้กับเขาเต็มเปี่ยม ริมฝีปากบางใสจูบสัมผัสเบาที่เรียวปากหนาแผ่วเบารวดเร็ว "อะไร!? แค่เนี้ย!?" คิ้วเรียวขมวด ยังอยากได้อะไรมากกว่านี้อีกหรือ ไม่ต้องรอให้ร่างบางถามติณนัยกดจูบอ่อนหวานบนเรียวปากนุ่มอบอุ่นอ่อนโยนรักใคร่ถ่ายทอดความรู้สึกรักสู่เด็กหนุ่มให้เคลิบเคลิ้มหวั่นไหว "อืม...." เสียงเล็กครางในลำคอมือบางยันอกหนาห่างให้รู้ถึงกาลเทศะว่าเขาไม่ได้อยู่กันเพียงสองคนในบ้าน ร่างสูงจึงได้คลายจูบปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระก่อนจะกอดไว้เบา ๆ ด้วยความรัก .......................................................................... หลังจากของว่างหลังอาหารเย็นทั้งสามคนก็นั่งคุยกันนานโดยส่วนมากมธุกรจะเป็นฝ่ายคุยให้กฤษฎาฟังถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าอย่างมีความสุขขณะที่อีกฝ่ายเพียงแต่รับฟังและยิ้มเล็กน้อยเท่านั้น "ดึกขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย? คุณติณพากรไปนอนเถอะครับ" "แล้วพี่กฤษล่ะ?" เด็กหนุ่มมีสีหน้าเป็นห่วง "เดี๋ยวพี่จะนั่งเล่นข้างล่างนี่ก่อน ยังไม่ง่วงน่ะ..." มือบางลูบเส้นผมนุ่ม ติณนัยขอตัวพาภรรยาขึ้นห้องนอน .......................................................................... "พี่กฤษคงจะกลุ้มมาก....." เสียงเล็กบ่นเบาเดินไปยืนมองท้องฟ้าที่หน้าต่าง "เธอก็อย่ากลุ้มไปเลย ยังไงเราก็ทำอะไรไม่ได้ต้องปล่อยให้เขาตัดสินใจเองนั่นล่ะ" "....ครับ...." ร่างสูงลุกไปจูงมือบางมานั่งที่เตียงก่อนจะเดินไปปิดหน้าต่างและกลับมานั่งข้าง ๆ ภรรยาอีกครั้ง "ฉันรู้... เธอเป็นห่วงเขาแต่มันเป็นปัญหาของเขา.......อีกอย่าง...." มธุกรมองอย่างสงสัย "เธอห่วงเขามาก.... ฉันหึง...." ได้ยินอย่างนั้นร่างเล็กก็หัวเราะออกมาเบา ๆ "อ๊ะ!! คุณติณ!! ทำอะไร!?" "ก็ทำแบบเมื่อคืนไง" ชายหนุ่มยิ้มเจ้าเล่ห์กดตัวคนรักลงกับเตียง มือบางดันอกหนาไว้สุดแขน "ไม่ได้นะ!! พี่กฤษอยู่ข้างล่าง" "ฉันเห็นเขาออกไปยืนมองทะเลหลังบ้านโน่นแน่ะตอนปิดหน้าต่าง" ร่างสูงค่อย ๆ พรมจูบลงบนซอกคอขาวจนเห็นเป็นรอย "ยังไงก็ไม่ได้!! มีแขกมาพักด้วยจะทำได้ยังไง" "ก็ทำไมจะไม่ได้สามีภรรยากันเรื่องแบบนี้มันเรื่องธรรมชาติ" "ไม่ได้!! ป้าอรครับ...ป้าอร ตามหมอผีให้หน่อย" เสียงเล็กตะโกนดัง "ตามมาทำไม?" ติณนัยทำหน้างง "มาไล่ผีคุณติณบ้ากาม" "หนอย.... ว่าสามีบ้ากามได้ไง" มือใหญ่จั๊กจี๋เอวบางจนเด็กหนุ่มดิ้นหัวเราะดังน้ำตาไหล "จะขอโทษรึยัง?" "ขอโทษครับ ขอโทษ...." มธุกรหัวเราะจนเจ็บท้องไปหมด "จะว่าอีกมั้ย?" "ไม่ว่าแล้วครับ" "ดี..." พูดจบก็ก้มลงกัดใบหูเล็กเบา ๆ มือถอดเสื้อนอนสีฟ้าอ่อนของร่างบางออกโยนไปข้างเตียง "อ๊ะ!! คุณติณ!! ผมขอโทษแล้วไง" เด็กหนุ่มโวยเสียงดัง "ขอโทษก็ส่วนขอโทษสิ นี่ฉันลงโทษที่ว่าฉันเมื่อกี้ต่างหาก" "คุณติณขี้โกงอ่ะ..." ร่างเล็กท้วง "โกงที่ไหน เธอว่าฉันเป็นผีบ้ากามฉันก็จะเป็นผีอย่างที่เธอว่าไง แต่คืนนี้ฉันจะเป็นผีลักซ่อนจะเล่นซ่อนหากับเธอ....ทั้งคืน...." จบคำก็ก้มลงซุกไซ้ร่างบางไม่ฟังคำทัดทานอีกต่อไป "คุณติณ!! ไม่เอานะ คุณติ๊ณณณณ..." .......................................................................... เด็กหนุ่มลุกขึ้นบิดขี้เกียจช้า ๆ เมื่อรู้สึกถึงแสงแดดที่ส่องเข้ามา ร่างบอบบางค่อย ๆ ยันตัวลุกขึ้นจากเตียง โอย คุณติณบ้าปวดเมื่อยไปหมด เสียงเล็กบ่นพลางเดินเข้าห้องน้ำชำระร่างกาย มธุกรรู้สึกสดชื่นขึ้นหลังจากได้อาบน้ำเพราะเมื่อคืนกว่าเขาจะได้นอนก็ปาเข้าไปเกือบเช้าแล้ว แต่ก็แปลกว่าเขาได้นอนไม่กี่ชั่วโมงแต่กลับไม่รู้สึกเพลียเลย แล้วก็รู้เหตุผล . เขานอนยาวเลยต่างหากที่คิดว่าตอนเช้ากลับเป็นเวลาใกล้เที่ยงเสียนี่ อายก็อายคนที่นั่งตรงหน้าแต่จะลุกหนีก็เสียมารยาท .......................................................................... ขณะที่ติณนัยพาภรรยาและเพื่อนเดินเที่ยวอย่างสนุกสนานก็กลับเจอคนคนหนึ่งที่ไม่คิดว่าจะเจอ ติณนัยทักทายอย่างคุ้นเคยแต่มธุกรยืนมองเฉย ๆ ก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้จักเพราะชายสูงวัยตรงหน้านี้คือพ่อของเพื่อนสนิทของผู้เป็นสามี หลังจากคุยกันไปมากฤษฎาก็ขอไปพักกับผู้ที่เพิ่งจะรู้จักทำให้มธุกรรู้สึกเสียใจและเป็นห่วง แต่ในเมื่ออีกฝ่ายยืนยันจะไปให้ได้จึงต้องตัดใจ .......................................................................... คุณติณครับ เด็กหนุ่มสะกิดเรียกขณะยืนมองส่งกฤษฎาหลังจากมาเอาเสื้อผ้าที่หน้าบ้าน หือ? เมื่อกี้ที่คุณลุงคนนั้นเรียกทินนี่ ใครเหรอครับ? ก็ชื่อฉันไง คำตอบทำเอานัยน์ตาหวานเบิกโพลง ห๋า!! คุณเนี่ยนะทินนี่ ก็ใช่สิ ร่างบางระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังย่อตัวนั่งกุมท้องหัวเราะจนน้ำตาไหลอาบแก้มใสเป็นทาง ฮ่าๆๆๆๆ ชื่อน่ารักชะมัด ฮ่าๆๆๆ หนอย~ มาหัวเราะฉันเหรอ ร่างสูงอุ้มคนรักขึ้นสูงทันที อ๊ะ!! คุณติณ ทำอะไร!? เด็กหนุ่มตกใจหยุดหัวเราะในทันที ก็ลงโทษเธอน่ะสิ มาหัวเราะชื่อฉันได้ยังไง? รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎบนใบหน้า อ้าว!! ป้าอร จะไปไหนครับ? ชายหนุ่มทักเมื่อเห็นหญิงรับใช้เก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าแต่ยังไม่ปล่อยร่างเล็กลงจากอ้อมแขน คุณติณมาพอดีเลยค่ะ ป้ากำลังหาอยู่ทีเดียว คือคุณท่านน่ะค่ะ ท่านสั่งให้ป้ารีบกลับด่วนเลย ทำไมเหรอครับ? คุณพ่อเป็นอะไร? ทั้งคู่แสดงสีหน้าเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด เปล่าหรอกค่ะ ท่านไม่ได้เป็นอะไรแต่ว่าท่านจะต้องจัดงานเลี้ยงให้เพื่อนน่ะค่ะแล้วทางโน้นไม่มีใครทำได้เลย เหรอครับ . ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวผมจะให้เค้าไปส่งป้าที่บ้านนะ พูดพลางคลำหาโทรศัพท์ ไม่ต้องหรอกค่ะ ท่านส่งคนมารับป้าแล้วเดี๋ยวคงจะถึง ยังไม่ทันขาดคำก็มีเสียงบีบแตรที่หน้าบ้าน ป้าคงต้องรีบไปก่อนนะคะ อยู่กันสองคนคงลำบากกันหน่อยแต่ป้าจำเป็นน่ะค่ะ ไม่เป็นไรครับป้า ป้ารีบไปเถอะเดี๋ยวคุณลุงจะโกรธเอา มธุกรยิ้มให้อ่อนโยน อรทัยยิ้มตอบแล้วก็คว้ากระเป๋าเสื้อผ้ารีบเดินออกไป เหลือเราสองคนล่ะนะ จะทำยังไงกับเรื่องอาหารล่ะ? ฉันทำไม่เป็นนะ ติณนัยหันไปปรึกษาร่างบางในอ้อมแขน ผมทำเป็นนะแต่แค่กับข้าวง่าย ๆ ไม่เป็นไรฉันกินง่ายอยู่ง่ายอยู่แล้ว พูดจบก็เดินเข้าห้องต่อ อ๊ะ!! แล้วคุณติณจะอุ้มผมไปไหนเนี่ย? ปล่อยได้แล้ว ไม่ปล่อย . จะอุ้มไปทำโทษ ใบหน้าหวานแดงจัดเมื่อร่างสูงพูดจบแล้วก้มลงจูบเบา ๆ ที่ซอกคอขาว มือบางทุบอกหนาแก้เขิน บ้า~ คุณติณบ้า ผีลามก ปล่อยเลยนะ ปากเอ่ยปฏิเสธพัลวันแต่กลับไม่ดิ้นรนหลีกหนีมากมายอย่างที่พูด คล้ายกับยอมรับถึงสภาพของภรรยาที่เป็นอยู่อย่างอาย ๆ ที่จะยอมรับออกมาจริง ๆ ++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ จาก : กระทู้เฉพาะกิจ - 29/07/2005 19:48 |
|
ข้อความ : สนุกมากเลยค่ะ จะเป็นกำลังใจให้ในการเขียนนะคะ จาก : cake - - kirt_cake@hotmail.com - 30/09/2005 17:36 |
|
ข้อความ : สนุก
น่ะ ค่ะ จาก : any - 25/10/2005 15:43 |
|
ข้อความ : เมียมันเป็นกะเทยแปลงเพศง่ะ จาก : หงิง - 14/11/2007 18:02 |