| หน้าแรก | หน้าแรกบอร์ด 1 | หน้าแรกบอร์ด 2 | บทความ | Down Load | เชื่อมโยง | Glossary | สมุดเยี่ยม |
|
หัวข้อ : ปัญหาเศรษฐกิจแทบทุกปัญหาจะมีปัญหาที่ดินรวมอยู่ ข้อความ : ปัญหาเศรษฐกิจแทบทุกปัญหาจะมีปัญหาที่ดินรวมอยู่ หลายคนคงไม่เชื่อ!! ก็ต้องลองคิดดู ผมอยากจะบอกว่า โลกเราที่เดือดร้อนกันมาจนถึงบัดนี้ เป็นเพราะเราต้องเสียภาษีต่าง ๆ หลากหลาย เพราะรัฐ ต้องหาทางเพิ่มฐานภาษี เพื่อเฉลี่ยกันไปให้คนในทุกภาคส่วนเสียภาษีเท่าเทียมกัน เราก็เลยต้องเสียภาษีเงินได้ ทำให้รายได้เราต่ำลง ภาษีมูลค่าเพิ่มทำให้ข้าวของแพง (ดีที่ยังเก็บแค่ 7 % แต่ก็ยังจะเพิ่มเป็น 10 % ถ้าเศรษฐกิจดี) ซึ่งก็เหมือน ๆ กับภาษีสรรพสามิต ภาษีสินค้าเข้า และอื่น ๆ ภาษีพวกนี้คือการเก็บจากการลงแรงลงทุนผลิตและค้า ทำให้รายได้ของเราลด แต่รายจ่ายเพิ่ม ทั้ง ๆ ที่การลงแรงลงทุนดังนี้ก่อผลดีแก่ส่วนรวม ไม่เห็นจะเกี่ยวกับที่ดินตรงไหน หลายคนอาจคิด นี่ละครับเรื่องสำคัญของทุกคน และความเป็นธรรม ความเดือดร้อนเป็นตายของผู้ยากไร้ ถ้าเราหันไปมุ่งเก็บภาษีจากที่ดิน ซึ่งรวมทั้งทรัพยากรธรรมชาติ และการทำความเสียหายแก่สิ่งแวดล้อม เราก็จะไม่ต้องเก็บภาษีจากการลงแรงลงทุนผลิตและค้า รายได้ของผู้ลงแรงลงทุนจะสูงขึ้น แต่ราคาข้าวของจะต่ำลง เกี่ยวกับที่ดินแล้วครับ และเกี่ยวข้องด้วยทุกลมหายใจเข้าออก เพราะทุกคนต้องอาศัยมีที่อยู่ ไม่ที่ใดก็ที่หนึ่ง อากาศก็สำคัญ แต่อากาศก็คือทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งรวมอยู่ในคำว่า ที่ดิน เราจะหายใจเอาอากาศเข้าปอดได้ก็ต่อเมื่อเรามีที่อยู่ในโลกนี้ และค่าเช่าที่ดินก็คิดกันตามทำเล เนื้อที่ และเวลา ทุกลมหายใจเข้าออก ถ้าไม่มีที่ดิน ทุกคนตาย ! แล้วใครหน้าไหนสร้างแผ่นดินนี้ขึ้นมา ? จึงจะถือสิทธิ์ยึดเอาเป็นของตนตลอดกาล ถึงลูกหลานเหลนลื่อ ฯลฯ หรือสามารถยกหรือขายสิทธิ์ให้ใครก็ได้ตามความพอใจ กฎหมายของแทบทุกประเทศให้สิทธิ์นี้ไว้โดยไม่เป็นธรรม มิใช่เพราะมันเป็นระบบที่ดี แต่เพราะเหล่าผู้อยู่ในวงอำนาจปกครองพยายามรักษาผลประโยชน์เช่นเดียวกันนี้ของตนไว้ ราคา/ค่าเช่าที่ดินที่เพิ่มสูงขึ้นตามจำนวนประชากร พัฒนาการของชุมชน และเทคโนโลยีการผลิตนั้น มิใช่เพราะเจ้าของที่ดินทำอะไร แต่เป็นเพราะผู้คนเข้ามาอยู่รวมกันเพื่อความสะดวกปลอดภัยและประโยชน์ในการทำมาหากิน กิจกรรมของทุกคนที่ร่วมกันทำโดยวิธีแบ่งงานกันแบบเป็นไปเองโดยสมัครใจ และการบริหารบริการ การให้ความปลอดภัยจากโจรกรรมและอัคคีภัย การสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะด้วยภาษีหรือเอกชนผู้ประกอบการที่หวังกำไร ต่างมีส่วนทำให้ที่ดินทั่วไปมีราคา/ค่าเช่าสูงขึ้น แต่เจ้าของที่ดินกลับเป็นฝ่ายได้ส่วนเพิ่มนี้ไปสบาย ๆ คนจนเสีย 2 ต่อ คือ เสียภาษี (ทางอ้อมเป็นอย่างน้อย) และเสียค่าเช่าสูงขึ้น ๆ แล้วก็มีเรื่องซ้ำเติมที่ร้ายแรงตามติดกันมา คือการเก็งกำไร แสวงหา และกักตุนที่ดิน มิใช่เฉพาะเศรษฐี คนทั่วไปที่พอมีเงินขึ้นมาก็จะขอมีที่ดินไว้ก่อนเพื่อ ความมั่นคงในชีวิต ที่ดินในชาติจึงเสมือนมีน้อยลง ราคาแพงขึ้น ที่ดินทำกินหาได้ยากขึ้น และผลเป็นลูกโซ่ คนงานก็หางานได้ยาก ทีนี้นายทุนเงินกู้และนายทุนผู้ประกอบการก็ได้โอกาสขูดรีดโก่งดอกเบี้ย กดค่าแรง ทั้งยังมีผู้แสดงตนเป็นนายหน้าหางานและอื่น ๆ สุดแต่จะคิดกันได้มาหลอกลวงรีดเลือดกับปูกันอีก คนจนผู้มีแต่แรงงานพื้นฐานจึงกลายเป็น ผู้ถูกฉกชิงตลอดกาล คนรวยก็มิใช่จะพ้นเดือดร้อน เพราะอาชญากรรมต่าง ๆ ย่อมเพิ่มทวีขึ้น เราเห็นกันหรือเปล่าว่าปัญหามันวนเวียนอยู่กับ ของแพง ค่าแรงต่ำ หางานยาก โดยไม่ทันคิดว่าปัญหาขั้นฐานรากคือที่ดิน วิธีแก้คือค่อย ๆ เพิ่มภาษีที่ดินจนในที่สุดสัก 30 ปีก็เท่ากับค่าเช่าตามที่ควรจะเป็น ขณะเดียวกันก็ค่อย ๆ ลด/เลิกภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีอื่น ๆ ทั้งหลายที่เก็บจากการทำงานและการลงทุนผลิตและค้า วิธีนี้จะทำให้การเก็งกำไรที่ดินหมดไป ที่ดินทำกินมีมากขึ้น ราคา/ค่าเช่าถูกลง แรงกดดันต่อการหางานในโรงงานจะลด เงินเดือนค่าจ้างก็สูงขึ้นเพราะไม่ถูกเก็บภาษีอีกด้วย สินค้าก็ราคาถูกเพราะไม่ถูกเก็บภาษีเหมือนกัน ซึ่งก็จะพลอยทำให้ความสามารถแข่งขันกับต่างประเทศสูงขึ้น ระบบของเราจะเรียกว่าเสรีวิสาหกิจได้อย่างไร ถ้ายังมีภาษีจากการทำงานและการลงทุน และที่ดินยังถูกผูกขาดอยู่. จากเว็บเศรษฐศาสตร์เพื่อความเป็นธรรม http://geocities.com/utopiathai ถ้าเปิดดูเว็บนี้ไม่ได้เพราะพลอยถูกปิดกั้นตามเว็บใหญ่ geocities.com ก็ให้ google.com ช่วยหา free anonymous proxy server ซึ่งมีอยู่มากในต่างแดนมาช่วยเปิดให้ได้ง่าย ๆ ครับ จาก : สุธน หิญ - 03/04/2008 06:35 |