Topic : fic lotr : Once
Guest Voice : เสียงฝีเท้าย่ำไปบนใบไม้ที่แห้งกรอบดังก้องไปทั่วทิวไม้สีเข้มครึ้ม บรรยากาศรอบข้างเปลี่ยววิเวกและเงียบสงัดจนเด็กหนุ่มสามารถได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจเข้าออกของตัวเองได้อย่างชัดเจน เม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นบนหน้าผากได้รูปอย่างประปราย ในขณะที่แขนข้าของเขาเริ่มเมื่อยล้า ดวงตาสีเทาเข้มเริ่มพร่ามัว เห็นภาพเงาต้นไม้เบื้องหน้าโบกกิ่งก้านไปมาราวกับมีชีวิต เด็กหนุ่มผมดำเริ่มเข่าอ่อนและเซลงบนพื้นหญ้า เขารู้สึกว่าความมืดเริ่มเข้าปกคลุมผืนป่า และก่อนที่สติสุดท้ายจะสูญสิ้นไปเขาได้ยินเสียงไพเราะอย่างที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนดังแว่วมาเป็นภาษาพราย เด็กหนุ่มถูกเลี้ยงดูขึ้นมาโดยพวกพรายจึงรู้ได้ว่า บทเพลงนั้นคือเสียงแห่งเอลเบเรตต์

กลิ่นใบไม้อ่อนจางกระทบกับปลายจมูกยามเมื่อดวงตาสีเทาค่อยๆลืมขึ้นอย่างอิดโรย วี่แววแห่งความเหนื่อยอ่อนยังคงไม่หายไปใบหน้า หากแต่สติของเด็กหนุ่มเริ่มกลับคืนมาจนเกือบเป็นปกติแล้ว เขาได้ยินเสียงฮัมเพลงเบาๆดังมาและจำได้ทันทีว่าเสียงนั้นเป็นเสียงที่เขาได้ยินก่อนที่จะหมดสติไป เด็กหนุ่มรีบหันไปมองต้นเสียงทันที ข้างต้นไม้ที่ออกดอกเป็นสีขาวบริสุทธิ์ปรากฎร่างเพรียวร่างหนึ่งยืนหันหลังอยู่ เรือนผมสีทองยาวสลวยลงมาถึงกลางหลังหากแต่มีบางส่วนถักรัดไว้เปียบาง เด็กหนุ่มกลืนน้ำลายอย่างยากเย็นเมื่อร่างตรงหน้ากลับตัวมาพร้อมกับเดินมาที่เขา
“เด็กน้อยเอ๋ย เจ้ารู้สึกตัวแล้วหรือ เจ้าเกือบตายเพราะพิษของต้นบารานดิลเสียแล้วรู้ไหม?”
เสียงใสเสนาะหูดังขึ้นจากเจ้าของร่างผมทองขณะที่นั่งลงข้างเด็กหนุ่ม
“ข้าไม่ใช่เด็กนะ บัดนี้อายุของข้าย่าง 16แล้ว เป็นผู้ใหญ่เต็มตัว”
เด็กหนุ่มเถียงและทำหน้าไม่พอใจเมื่อดวงตาสีฟ้าสวยคู่นั้นส่อแววขำเมื่อมองมาที่เขา เด็กหนุ่มสังเกตเห็นใบหูแหลมปลายมนของร่างเพรียวจึงรู้ได้ว่าคนตรงหน้าเขามีเชื้อสายของพรายป่า
“งั้น.. ข้าก็ต้องขอโทษด้วยสุภาพบุรุษน้อย แต่อย่างไรเมื่อเทียบกับข้าแล้ว ท่านก็ยังเปรียบเสมือนต้นกล้าอันเยาว์ที่ผ่านมาไม่กี่วสันตฤดูเท่านั้น”
เด็กหนุ่มได้ยินดังนั้นก็รู้สึกฉงน ใบหน้าของพรายตรงหน้าดูอย่างไรก็ไม่น่าจะอายุมากกว่าเขา โครงหน้าได้รูปล้อมกรอบด้วยเรือนผมสีอ่อนกับผิวขาวเนียนที่ไร้ริ้วรอยใดๆ ทำให้เขาสามารถคาดเดาอายุของร่างเพรียวได้เลย
“แล้วท่านอายุเท่าไรล่ะ”
เด็กหนุ่มถามออกมาตรงๆแต่ร่างเพรียวหัวเราะเบาๆไม่ยอมตอบ เด็กหนุ่มรู้สึกใจเต้นตึกดังเมื่อเห็นร่างเพรียวมีทีท่าพอใจ
“เรื่องนั้นข้าคงต้องขอเก็บไว้เป็นความลับ แต่ข้าอยู่มานานตั้งแต่ครั้งแมกไม้และทิวป่าแห่งนี้ยังคงความเขียวชอุ่มและมีชีวิตชีวาก่อนจะถูกอำนาจชั่วแห่งความมืดของเซารอนเข้าปกคลุม”
เมื่อเอ่ยถึงนามแห่งความมืด ดวงตาสีฟ้าคู่นั้นดูหม่นลงชั่วครู่ ร่างเพรียวเงยหน้าขึ้นอีกครั้งพร้อมกับยิ้มอย่างเป็นมิตร
“ข้าชื่อเลโกลัส”
พรายหนุ่มกล่าวขึ้นในที่สุด
“แล้วท่านล่ะ?”
เด็กหนุ่มพยายามยันตัวลุกขึ้นโดยมีเลโกลัสช่วยประคอง
“ข้าชื่อ อารากอน บุตรแห่งอาราธอน”
ใบหน้าของพรายหนุ่มฉายแววแปลกใจขึ้นครู่หนึ่ง
“อ้อ… ที่แท้ท่านก็คือทายาทแห่งไอซิลดูร์ที่ใครๆต่างพากันกล่าวขวัญถึง”
เลโกลัสกล่าว เขาหยุดชั่วขณะราวกับจมอยู่ในความคิด
“ดีนะ ที่ข้าช่วยท่านไว้ หากท่านเป็นอะไรไปล่ะก็ ข้าคงไม่รู้จะอธิบายต่อลอร์ดเอลรอนได้อย่างไร”
พรายหนุ่มกล่าวกับตัวเองน้ำเสียงนุ่มดูอ่อนลงเล็กน้อย
“เหตุใดท่านถึงช่วยข้า เลโกลัส ปกติพวกพรายจะพยายามอยู่ห่างจากมนุษย์ไม่ใช่หรือ?”
อารากอนถามอย่างสงสัย พรายหนุ่มยิ้มบางๆให้
“ข้าสัมผัสถึงกลิ่นอายของริเวนเดลล์ที่ซึมซาบอยู่ในตัวท่าน..”
น้ำเสียงของเลโกลัสแม้ไม่เน้นหนักแต่ดูราวกับมีสิ่งใดซ่อนเร้นอยู่ แต่อารากอนยังเยาว์เกินกว่าจะเข้าใจ
“ดวงดาวบอกข้าว่า ท่านคือสหายแห่งพราย”

ผ่านมาหลายราตรีทีเดียวที่ดวงจันทร์กลมโตทอแสงสว่างนวลไปทั่วท้องฟ้า ตั้งแต่อารากอนมารักษาตัวอยู่ในป่าเมิร์กวูดกับเลโกลัส เด็กหนุ่มยังไม่แข็งแรงพอที่จะเดินทางกลับไปยังริเวนเดลล์ได้ อีกทั้งอาจต้องผจญกับพวกออร์กที่ดักซุ่มอยู่ตามแนวชายป่า อารากอนจึงต้องอยู่กับเลโกลัสและคอยช่วยเลโกลัสทำลายพิษแห่งความมืดที่ซึมลึกสู่รากของต้นบารานดิล

แม้จะดูง่ายแต่ก็มีอันตรายเพราะต้องคอยระวังไม่ให้ผลสีแดงของต้นบารานดิลมีรอยร้าว หากแตกขึ้นมาพิษของมันจะกระจายไปทั่ว ที่ต้องทำลายพิษที่รากนั่นเพราะรากของมันจะชอนไชไปทั่วบริเวณและจะแผ่ฟุ้งละอองพิษขึ้นสู่ผิวดิน ผู้ที่โดนพิษจะค่อยๆหมดแรงและจะถูกสูบวิญญาญ์ไปในที่สุด ถือเป็นวิธีการของเจ้าแห่งความมืดโดยแท้ ในกรณีของอารากอนก็เช่นกัน โชคดีที่เลโกลัสมาช่วยเขาไว้ได้ทัน

เลโกลัสบอกกับอารากอนเพียงว่า เขามาอยู่ที่นี่เพื่อทำลายพิษเหล่านี้ให้สิ้นซาก ยิ่งนับวันเด็กหนุ่มก็รู้สึกว่าความรู้สึกที่อยากให้เลโกลัสคอยอยู่ข้างกายเขาก็ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เด็กหนุ่มปรารถนาที่จะสัมผัสเรือนผมนุ่มสลวยนั้นยามพรายหนุ่มหลับไหล

From : rogolas - 15/03/2002 23:07

Guest Voice : โอ้ ว้าว ย้อนไปยาม ทั้ง 2 ยังเอ๊าะ น่าติดตามจริงๆ
ความรัก เกิดขึ้นที่ไหนน๊อออออออ

From : Zerbirus - 15/03/2002 23:11

Guest Voice : ข้าเจ้าสังหรณ์ประหลาด ^^;;
ท่านเซียนจ๋า....
“ข้าสัมผัสถึงกลิ่นอายของริเวนเดลล์ที่ซึมซาบอยู่ในตัวท่าน..”
น้ำเสียงของเลโกลัสแม้ไม่เน้นหนักแต่ดูราวกับมีสิ่งใดซ่อนเร้นอยู่ แต่อารากอนยังเยาว์เกินกว่าจะเข้าใจ
<---เนี่ย....^^;;
น่าสนใจจังเลย^^
รอลุ้นๆๆฮับ^0^


From : ตะน็อค - 16/03/2002 00:03

Guest Voice : rough draft


รุ่งอรุณทอแสงสีทองไปทั่วผืนฟ้ากว้าง หากมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ลอดผ่านต้นไม้หนาทึบในป่าเมิร์กวูดลงมายังผืนดินได้
“เลโกลัส ท่านมาดูตรงนี้หน่อยสิ”
อารากอร์นร้องเรียกพรายหนุ่มเมื่อเขาพบร่องรอยบางอย่างบนโคลนดินที่เปียกชื้น เลโกลัสรีบเข้ามายังบริเวณที่เด็กหนุ่มก้มสำรวจอยู่ เลโกลัสกลั้นหายใจไปชั่วครู่เมื่อสายตาอันแหลมคมเช่นพรายของเขาสะดุดเข้ากับรอยเท้าแปลกประหลาดจำนวนหนึ่ง รอยนั้นจมลึกหายไปในโคลน มีร่องรอยทิ้งไว้พาดไปมาอย่างสะเปะสะปะ
“ออร์ค …”
เลโกลัสกล่าวขึ้นเบาๆ ทำให้อารากอร์นเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
“ออร์คอย่างนั้นหรือ พวกมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มันควรจะอยู่ในเขตของมอร์ดอร์สิ”
เลโกลัสพยักหน้าแล้วเอื้อมมือดึงกริชที่เหน็บไว้ข้างตัวส่งให้อารากอร์น
“เก็บมันเอาไว้ พรายช่างเป็นผู้ตีมันขึ้น จงใช้มันป้องกันตัวเองจากพวกออร์ค!!!”
อารากอร์นก้มลงมองกริชในมือ เขาค่อยๆชักมัดออกจากปลอกหนัง ใบมีดส่องประกายวามวับยามต้องกับแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์จนเขาต้องหรี่ตาลง ด้ามจับแกะสลักประดับพลอยสีเม็ดเล็กๆไว้อย่างวิจิตรงดงาม และมีคำจารึกเป็นภาษาพราย
“แล้วท่านล่ะ มอบสิ่งนี้ให้ข้าแล้วท่านจะเอาอะไรป้องกันตัว?”
เลโกลัสส่งยิ้มให้จนเด็กหนุ่มผมดำรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา
“ข้าถนัดใช้ธนูมากกว่า ท่านเก็บไว้เถอะ ถือว่าเป็นของขวัญจากข้า”
ร่างเพรียวลุกยืนขึ้นแล้วเดินไปรอบๆ สายตาระแวดระวังภัยและหาร่องรอยของพวกออร์คเพิ่มเติม เด็กหนุ่มผมดำมองกริชเล่มงามในมือ เขาลูบด้ามจับของมันอย่างทะนุถนอม

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~
“ถอยไปอารากอร์น!!!!!!!!!!”
เสียงพรายหนุ่มตะโกนขึ้น กว่าอารากอร์นจะรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าเขาถูกผลักออกมาอยู๋ด้านข้างเสียแล้ว ลูกธนูของเลโกลัสตรงเข้าปักกึ่งกลางหน้าผากของออร์คตัวที่โผล่มาทางด้านหลังของอารากอร์นอย่างแม่นยำ มันล้มลงขาดใจตายทันที แต่..

“เลโกลัส!!!!”
อารากอร์นร้องเตือนเมื่อเห็นออร์คอีกตัวเงื้อดาบยาวเข้าหาร่างเพรียว พรายหนุ่มจึงไหวตัวก้มหลบได้ทันแต่ไม่อนิจจา เขาไม่ทันนึกถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ใบมีดยาวเป็นซี่หยักของออร์คฟันเข้าที่ผลสีแดงของต้นบารานดิลด้านหลัง ท่ามกลางความตกใจของอารากอน ละอองแดงจากผลบารานดิลร่วงลงปกคลุมตัวออร์คทันที เลโกลัสกระโดดถอยตัวออกมา แต่ก็ไม่อาจหนีพ้นรัศมีละอองพิษ เขาสูดไอของมันเข้าไปเล็กน้อย อารากอร์นรีบกลั้นหายใจแล้วถลาตัวเข้าไปดึงร่างเพรียวออกมาให้ไกลจากบริเวณนั้นทันที

“เลโกลัส!!!”
อารากอร์นพยายามเรียกชื่อพรายหนุ่มแต่ร่างเพรียวในอ้อมแขนหมดสติไปเสียแล้ว เขาจึงรีบแบกร่างเพรียวขึ้นบ่าแล้วหาทางวิ่งออกไปให้พ้นบริเวณอันตรายให้เร็วที่สุด
เด็กหนุ่มวิ่งมาจนถึงที่พักแรมของพวกเขาจึงค่อยๆวางร่างไร้สติของเลโกลัสลง หยดน้ำผุดขึ้นประปรายบนหน้าผากเนียน ใบหน้าของพรายหนุ่มขาวซีดไร้สีเสือดฝาด เขาหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ อารากอร์นรีบหาเศษผ้ามทาซับเหงื่อให้เลโกลัส แล้ววิ่งไปหาแงน้ำเพื่อนำน้ำมาต้มเคี่ยวกับสมุนไพร
“เลโกลัส ดื่มนี่เสียหน่อยสิ”
เขาพยายามกรอกยาเข้าปากของพรายหนุ่มแต่ เลโกลัสสำลักยาออกมาจนเกือบหมด อารากอร์นเริ่มใจหายเมื่อร่างเพรียวไม่ยอมกินยา พรายหนุ่มหอบหายใจพร้อมส่งเสียงครางอย่างทรมาน เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจยกชามยาขึ้นกรอกปากตัวเอง แล้วก้มลงประกบริมฝีปากของตนเข้ากับร่างเพรียว ปล่อยให้ตัวยาค่อยๆรินผ่านจากเขาไปส่าพรายหนุ่ม อารากอร์นรู้สึกเกร็งไปทั่วร่างเมื่อรับรู้รสขมเฝื่อนของยาและรสสัมผัสของร่างเพรียวไปในขณะเดียวกัน ในที่สุดเลโกลัสก็หอบหายใจช้าลงเรื่อยๆ ใบหน้าเริ่มมีซีเลือดขึ้นแม้จะยังคงดูอิดโรย อารากอร์นโอบกอดร่างเพรียวไว้แน่นจนกระทั่งผลอยหลับไป

อารากอร์นสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อ ร่างเพรียวในอ้อมแขนเพ้ออะไรบางอย่างออกมาฟังไม่ได้ศัพท์ พรายหนุ่มยังไม่ยอมลืมตาขึ้น จนอารากอร์นรู้สึกหนักใจ เขานึกโทษตัวเองที่ไร้ความสามารถไม่สามารถปรุงยาดีๆมารักษาร่างเพรียวตรงหน้าได้
“เลโกลัส ท่านอย่าตายนะ”
ดวงตาสีเข้มเห็นหยาดน้ำใสหยดลงต้องใบหน้าของเลโกลัส เขายกมือขึ้นปาดดูจึงรู้ว่าใบหน้าของเขาชื้นแฉะ นานเท่าไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้ร้องไห้ เด็กหนุ่มคิดขณะมองเลโกลัส เด็กหนุ่มเผลอไล้ปลายนิ้วสัมผัสริมฝีปากบางที่แดงด้วยฤทธิ์ไข้อย่างไม่รู้ตัว เลโกลัสส่งเสียงครางเบาๆลอดลำคอออกมาก่อนที่จะถูกเด็กหนุ่มประกบแนบชิด ขณะนั้นเอง ดวงตาสีฟ้าก็ค่อยๆลืมขึ้น อารากอร์นชะงักไปชั่วครู่แต่แล้วก็รู้สึกว่าร่างเพรียวกำลังจูบตอบเขา และปล่อยให้ลิ้นของเขาซอกซอนลึกเข้าไปภายใน มือเรียวบางค่อยๆยกขึ้นโอบรอบลำตัวยามเขาสัมผัส อารากอร์นดันตัวเลโกลัสลงให้สัมผัสกับผืนดินแล้วทาบทับลงไป อารากอร์นลูบไล้ไปตามผิวกายเย็นจนร่างเพรียวครางภาษาพรายออกมาเป็นระยะ เสียงของเขาไพเราะเพราะพริ้งดุจเครื่องดนตรี เด็กหนุ่มซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวเนียนตามอารมณ์ปรารถนาพร้อมเอื้อมมือไปปลดสายเข็มขัดเบื้องล่าง….

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~
เปลือกตาบางค่อยๆลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ในขณะที่ความปวดร้าวแล่นไปทั่วร่างกาย เลโกลัสขยับตัวยันร่างของเขาขึ้นและมองไปรอบข้าง พรายหนุ่มรู้สึกแปลกในที่ผิวกายของเขาสัมผัสกับความเย็นของบรรยากาศรอบตัว เลโกลัสเกอบส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าอยู๋ในสภาพที่ไร้อาภรณ์ปกปิด และรู้สึกราวมีเหล็กกล้ามาทับไว้ที่แผ่นอกเมื่อเห็นร่างที่นอนอยู่ด้านข้าง พรายหนุ่มขบริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด
เขารู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น แม้จะอ้างว่าสิ่งที่ทำลงไปเป็นเพราะผลของต้นบาลานดิลแต่พรายหนุ่มรู้ดีว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาไม่อาจยับยั้งกิเลสของตนเองได้ เลโกลัสจิกเล็กลงไปในกำมือแน่น
พรายหนุ่มไม่อาจอภัยให้ตนเองที่พ่ายแพ้ต่อความอ่อนแอของตัวเองจนหาประโยชน์เอากับเด็กหนุ่มผู้สมควรจะเป็นถึงกษัตริย์ของเผ่าพันธุ์อันกล้าหาญ
“อือ… เลโก…”
ร่างเพรียวใจหายวาบเมื่อยินเด็กหนุ่มส่งเสียงครางออกมาขณะพลิกตัว เลโกลัสมองให้แน่ใจอีกทีว่าอารากอร์นมิได้รู้สึกตัวตื่นขึ้น ดวงตาสีฟ้าฉายแววเศร้าและหม่นหมอง
“ข้าขอโทษ… อารากอร์น”
พรายหนุ่มก้มลงจูบแก้มร่างที่หลับไหลเบาๆ

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~
“เลโกลัสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เสียงร้องตะโกนดังไปทั่วป่าก้องกังวานไปทั่ว อารากอร์นร้องเรียกชื่อของพรายหนุ่มอย่างหัวเสีย เมื่อเขาตื่นขึ้นมาก็พบว่าที่นอนด้านข้างมีแต่ความว่างเปล่า เขามองร่างเพรียวรอบๆแต่ก็ไม่พบ แม้แต่ข้าวของของเลโกลัสก็หายไปด้วย

“เลโกลัสสสสสสสส!!!! ท่านออกมานะ!!!!”
เขาหมุนตัวไปรอบแต่ได้ยินเพียงเสียงใบไม้แห้งแกรกกราก เด็กหนุ่มทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการตามหาตลอดวัน
“ทำไมท่านหลบหน้าข้า..”
อารากอร์นพึมพำอย่างสิ้นหวัง หรือว่าเลโกลัสจะโกรธที่เขากระทำล่วงเกิน เด็กหนุ่มรู้สึกสับสนและเสียใจ ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักๆก็ดังขึ้น พวกออร์คไม่ต่ำกว่า 5 ตัวกำลังพุ่งเข้ามาเล่นงานเขา พวกมันตามเสียงตะโกนของเขามา
อารากอร์นดึงกริชออกมา เขารู้แล้วว่าจะระบายความปวดร้าวนี้ออกได้อย่างไร

~*~*~*~*~~*~*~*~**~*~

From : rogolas - 19/03/2002 23:07

Guest Voice : Part2 : Away
รุ่งอรุณทอแสงสีทองไปทั่วผืนฟ้ากว้าง หากมีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ลอดผ่านต้นไม้หนาทึบในป่าเมิร์กวูดลงมายังผืนดินได้
“เลโกลัส ท่านมาดูตรงนี้หน่อยสิ”
อารากอร์นร้องเรียกพรายหนุ่มเมื่อเขาพบร่องรอยบางอย่างบนโคลนดินที่เปียกชื้น เลโกลัสรีบเข้ามายังบริเวณที่เด็กหนุ่มก้มสำรวจอยู่ เลโกลัสกลั้นหายใจไปชั่วครู่เมื่อสายตาอันแหลมคมเช่นพรายของเขาสะดุดเข้ากับรอยเท้าแปลกประหลาดจำนวนหนึ่ง รอยนั้นจมลึกหายไปในโคลน มีร่องรอยทิ้งไว้พาดไปมาอย่างสะเปะสะปะ
“ออร์ค …”
เลโกลัสกล่าวขึ้นเบาๆ ทำให้อารากอร์นเงยหน้าขึ้นสบตาเขา
“ออร์คอย่างนั้นหรือ พวกมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มันควรจะอยู่ในเขตของมอร์ดอร์สิ”
เลโกลัสพยักหน้าแล้วเอื้อมมือดึงกริชที่เหน็บไว้ข้างตัวส่งให้อารากอร์น
“เก็บมันเอาไว้ พรายช่างเป็นผู้ตีมันขึ้น จงใช้มันป้องกันตัวเองจากพวกออร์ค!!!”
อารากอร์นก้มลงมองกริชในมือ เขาค่อยๆชักมีดออกจากปลอกหนังสัตว์ ใบมีดคมปลาบส่องประกายวามวับยามต้องกับแสงสะท้อนจากดวงอาทิตย์จนเขาต้องหรี่ตาลง ด้ามจับแกะสลักประดับพลอยสีเม็ดเล็กๆไว้อย่างวิจิตรงดงาม และมีคำจารึกบางๆในภาษาพราย
“แล้วท่านล่ะ มอบสิ่งนี้ให้ข้าแล้วท่านจะเอาอะไรป้องกันตัว?”
เลโกลัสส่งยิ้มให้จนเด็กหนุ่มผมดำรู้สึกได้ชัดว่าใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา
“ข้าถนัดใช้ธนูมากกว่า ท่านเก็บไว้เถอะ ถือว่าเป็นของขวัญจากข้าแล้วกัน”
ร่างเพรียวขยับลุกยืนขึ้นแล้วเดินไปรอบๆ สายตาระแวดระวังภัยและหาร่องรอยของพวกออร์คเพิ่มเติม เด็กหนุ่มผมดำมองกริชเล่มงามในมือ งานฝีมือเปี่ยมด้วยความประณีตบรรจง แต่ที่ทำให้มันหาค่ามิได้ เป็นเพราะของสิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยู่เคียงข้างพรายหนุ่มมาตลอดและที่สำคัญร่างเพรียวมอบมันให้กับเขา อารากอร์นกวาดตามองแล้วลูบด้ามจับของมันอย่างทะนุถนอม

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~
“ถอยไปอารากอร์น!!!!!!!!!!”
เสียงพรายหนุ่มตะโกนขึ้น ทว่ากว่าอารากอร์นจะรู้สึกตัวอีกทีก็พบว่าเขาถูกผลักออกมาอยู่ด้านข้างเสียแล้ว เลโกลัสรั้งสายธนูแล้วยิงเข้าใส่ศัตรู แผ่นหลังกระทบถูกลำต้นของบารานดิลเมื่อเสียการทรงตัว ลูกธนูของเลโกลัสตรงเข้าปักกึ่งกลางหน้าผากของออร์คตัวที่โผล่มาทางด้านหลังของอารากอร์นอย่างแม่นยำ มันล้มลงขาดใจตายทันที แต่..

“เลโกลัส!!!!”
อารากอร์นร้องเตือนเมื่อเห็นออร์คอีกตัวพุ่งเข้ามา มันแสยะฟันสีเหลืองแหลมคมแล้วเงื้อดาบยาวเข้าหาร่างเพรียว เสียงของอารากอร์นทำให้พรายหนุ่มไหวตัวก้มหลบได้ทัน ลูกธนูที่อยู่ในมือแทงเข้าที่กลางลำตัวของออร์ค แต่อนิจจาเขาไม่ทันนึกถึงสิ่งที่อยู่เบื้องหลัง ใบมีดยาวเป็นซี่หยักของออร์คฟันเข้าที่ผลสีแดงของต้นบารานดิลด้านหลัง ท่ามกลางความตกใจของอารากอน ละอองแดงจากผลบารานดิลร่วงลงปกคลุมตัวออร์คทันที เลโกลัสแม้จะพยายามกระโดดถอยตัวออกมา แต่ก็ไม่อาจหนีพ้นรัศมีละอองพิษ เขาสูดไอของมันเข้าไปเล็กน้อย อารากอร์นรีบกลั้นหายใจแล้วถลาตัวเข้าไปดึงร่างเพรียวออกมาให้ไกลจากบริเวณนั้นทันที

“เลโกลัส!!!”
อารากอร์นพยายามเรียกชื่อเขย่าร่างพรายหนุ่ม แต่ร่างเพรียวในอ้อมแขนหมดสติไปเสียแล้ว เขาจึงรีบแบกร่างเลโกลัสขึ้นบ่าแล้วหาทางวิ่งออกไปให้พ้นบริเวณอันตรายให้เร็วที่สุด

พิษของต้นบารานดิลยังคงกระจายติดตามเสื้อผ้าอยู่ เด็กหนุ่มจึงต้องกระโจนลงธารน้ำทันทีเมื่อเขาวิ่งไปถึง กระแสน้ำแตกกระเซ็นชะล้างผงสีแดงที่เกาะติดตามเนื้อผ้าออกไป อารากอร์นประคองเลโกลัสไว้ แล้ววักน้ำลูบไล้ใบหน้าที่ขาวซีดเพื่อให้พิษกระจายออก พรายหนุ่มส่งเสียงครางออกมาเบาๆเมื่อกระแสน้ำเย็นสัมผัสถูกผิวกายใต้อาภรณ์
เด็กหนุ่มขึ้นจากน้ำแล้วแบกร่างของเลโกลัสวิ่งลงเนินเล็กๆมาจนถึงที่พักแรม เขาหอบหายใจหนักก่อนจะค่อยๆวางร่างไร้สติของเลโกลัสลง หยดน้ำผุดขึ้นประปรายบนหน้าผากเนียน ใบหน้าของพรายหนุ่มขาวซีดไร้สีเสือดฝาด เขาหายใจถี่ขึ้นเรื่อยๆ อารากอร์นรีบหาเศษผ้ามาซับเหงื่อให้เลโกลัส แล้ววิ่งไปเทน้ำจากโถเพื่อนำมาต้มเคี่ยวกับสมุนไพร
“เลโกลัส ดื่มนี่เสียหน่อยสิ”
เขาพยายามกรอกยาเข้าปากของพรายหนุ่มแต่ เลโกลัสสำลักยาออกมาจนเกือบหมด อารากอร์นเริ่มใจหายเมื่อร่างเพรียวไม่ยอมกินยา พรายหนุ่มหอบหายใจพร้อมส่งเสียงครางอย่างทรมาน เด็กหนุ่มจึงตัดสินใจยกชามยาขึ้นกรอกปากตัวเอง แล้วก้มลงประกบริมฝีปากของตนเข้ากับร่างเพรียว ปล่อยให้ตัวยาค่อยๆรินผ่านจากเขาไปส่าพรายหนุ่ม อารากอร์นรู้สึกเกร็งไปทั่วร่างเมื่อรับรู้รสขมเฝื่อนของยาและรสสัมผัสของร่างเพรียวไปในขณะเดียวกัน ในที่สุดเลโกลัสก็หอบหายใจช้าลงเรื่อยๆ ใบหน้าเริ่มมีซีเลือดขึ้นแม้จะยังคงดูอิดโรย อารากอร์นบรรจงปลดเสื้อผ้าที่เปียกชื้นของเขาทั้งคู่ออกเพื่อนำไปผิงไฟ เขาดึงผ้าห่มออกมาจากถุงเป้ของเลโกลัสแล้วห่มรอบร่างที่นอนสั่นเทาอยู่
“หนาว….”
เลโกลัสเพ้อออกมาเป็นภาษาพรายด้วยพิษไข้ ริมฝีปากบางซีดไร้เลือดฝาด อารากอร์นจึงตัดสินใจโอบกอดร่างเพรียวไว้แน่นจนกระทั่งผลอยหลับไป

อารากอร์นสะดุ้งตื่นขึ้นเมื่อ ร่างเพรียวในอ้อมแขนเพ้ออะไรบางอย่างออกมาฟังไม่ได้ศัพท์ พรายหนุ่มยังไม่ยอมลืมตาขึ้น จนอารากอร์นรู้สึกหนักใจ เขานึกโทษตัวเองที่ไร้ความสามารถไม่สามารถปรุงยาดีๆมารักษาร่างเพรียวตรงหน้าได้
“เลโกลัส ท่านอย่าตายนะ”
ดวงตาสีเข้มเห็นหยาดน้ำใสหยดลงต้องใบหน้าของเลโกลัส เขายกมือขึ้นปาดดูจึงรู้ว่าใบหน้าของเขาชื้นแฉะ นานเท่าไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้ร้องไห้ เด็กหนุ่มคิดขณะมองเลโกลัส เด็กหนุ่มเผลอไล้ปลายนิ้วสัมผัสริมฝีปากบางที่แดงด้วยฤทธิ์ไข้อย่างไม่รู้ตัว ปลายจมูกได้รูปของเด็กหนุ่มไล้สัมผัสไปตามแก้มเนียน เลโกลัสส่งเสียงครางเบาๆลอดลำคอออกมาก่อนที่จะถูกเด็กหนุ่มประกบแนบชิด ขณะนั้นเอง ดวงตาสีฟ้าก็ค่อยๆลืมขึ้น อารากอร์นชะงักไปชั่วครู่แต่แล้วก็รู้สึกว่าร่างเพรียวกำลังจูบตอบเขา และปล่อยให้ลิ้นของเขาซอกซอนลึกเข้าไปภายใน มือเรียวบางค่อยๆยกขึ้นโอบรอบลำตัวยามเขาสัมผัส อารากอร์นดันตัวเลโกลัสลงให้สัมผัสกับผืนดินแล้วทาบทับลงไป อารากอร์นลูบไล้ไปตามผิวกายเย็นจนร่างเพรียวครางภาษาพรายออกมาเป็นระยะ เสียงของเขาไพเราะเพราะพริ้งดุจเครื่องดนตรี เด็กหนุ่มซุกไซ้ใบหน้าลงกับซอกคอขาวเนียนตามอารมณ์ปรารถนา เขาเรียกชื่อของพรายหนุ่มหลายครั้ง ผ้าห่มผืนบางถูกเสยออกเมื่อเด็กหนุ่มเลื่อนกายแนบสัมผัสผิวของร่างเพรียวด้านล่างอย่างใกล้ชิดเขาหวังเหลือเกินว่าจะสามารถถ่ายทอดความอบอุ่นไปยังร่างเพรียวได้บ้างไม่มากก็น้อย….

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~
เปลือกตาบางค่อยๆลืมขึ้นอย่างยากลำบาก ในขณะที่ความปวดร้าวแล่นไปทั่วร่างกาย เลโกลัสขยับตัวยันร่างของเขาขึ้นรู้สึกเจ็ปแปลบไปทั่วร่าง เขาขบริมฝีปากล่างแล้วมองไปรอบข้าง พรายหนุ่มรู้สึกแปลกในที่ผิวกายของเขาสัมผัสกับความเย็นของบรรยากาศรอบตัว เลโกลัสเกือบส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อรู้ว่าร่างของเขาอยู๋ในสภาพที่ไร้อาภรณ์ปกปิด และรู้สึกราวมีเหล็กกล้ามาทับไว้ที่แผ่นอกเมื่อเห็นร่างที่นอนอยู่ด้านข้าง แขนของอารากอร์นพาดอยู่บนตัวเขา พรายหนุ่มขบริมฝีปากแน่นยิ่งขึ้นจนห้อเลือด
เขารู้ได้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น แม้จะอ้างว่าสิ่งที่ทำลงไปเป็นเพราะผลของต้นบาลานดิลแต่พรายหนุ่มรู้ดีว่าส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาไม่อาจยับยั้งกิเลสของตนเองได้ เลโกลัสจิกเล็กลงไปในกำมือแน่น
ขอบตาพรายหนุ่มร้อนผ่าวขึ้น เขาไม่อาจอภัยให้ตนเองที่พ่ายแพ้ต่อความอ่อนแอของตัวเองจนหาประโยชน์เอากับเด็กหนุ่มผู้สมควรจะเป็นถึงกษัตริย์ของเผ่าพันธุ์อันกล้าหาญ
“อือ… เลโก…”
ร่างเพรียวใจหายวาบเมื่อยินเด็กหนุ่มส่งเสียงครางออกมาขณะพลิกตัว เลโกลัสมองให้แน่ใจอีกทีว่าอารากอร์นมิได้รู้สึกตัวตื่นขึ้น ดวงตาสีฟ้าฉายแววเศร้าและหม่นหมองเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่เจ้าตัวพยายามจะสะกดไว้
“ข้าขอโทษ… อารากอร์น”
พรายหนุ่มพึมพัมในลำคอแล้วก้มลงจูบแก้มร่างที่หลับไหลเบาๆ

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~
“เลโกลัสสสสสสสสสสสสสสสสสสสสส!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
เสียงร้องตะโกนดังก้องกังวานไปทั่วป่า อารากอร์นวิ่งพลางร้องเรียกชื่อของพรายหนุ่มอย่างหัวเสีย เมื่อเขาลืมตาตื่นขึ้นมาก็พบว่าที่นอนด้านข้างมีแต่ความว่างเปล่า เขามองร่างเพรียวรอบๆแต่ก็ไม่พบวี่แวว แม้แต่ข้าวของของเลโกลัสก็หายไปด้วย เด็กหนุ่มใจหายวูบรู้สึกราวกับตนเองได้ร่วงลงจากท้องฟ้าลงสู่หน้าผาสูงชัน

“เลโกลัสสสสสสสส!!!! ท่านออกมานะ!!!!”
อารากอร์นตะโกนจนเสียงแหบแห้ง เขาหมุนตัวไปรอบแต่ได้ยินเพียงเสียงใบไม้แห้งแกรกกราก เด็กหนุ่มทรุดตัวลงกับพื้นด้วยความเหนื่อยอ่อนจากการตามหาตลอดวัน
“ทำไมท่านหลบหน้าข้า..”
อารากอร์นพึมพำอย่างสิ้นหวัง เขาซบหน้าลงกับฝ่ามือ หรือว่าเลโกลัสจะโกรธที่เขากระทำล่วงเกิน เด็กหนุ่มรู้สึกสับสนและเสียใจ ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าหนักๆก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระทบกันของอาวุธ พวกออร์คไม่ต่ำกว่า 5 ตัวกำลังพุ่งตรงเข้ามาเล่นงานเขา พวกมันตามเสียงตะโกนของเขามา
อารากอร์นดึงกริชที่ข้างเอวออกมา เด็กหนุ่มยิ้มกับตัวเองอย่างขมขื่น อย่างน้อยวัลลาร์ก็ยังเห็นใจเขา ตอนนี้เขารู้แล้วว่าจะระบายความปวดร้าวนี้ออกได้อย่างไร

~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~*~


From : rogolas - 20/03/2002 00:30

Guest Voice : กรี๊ดกร๊าด !!
ท่านเซียนจ๋า... แต่งต่อ(มาม่า)ไวๆ
เลโกลัสหอบผ้าหอบผ่อนหนีไปเสียแล้ว แบบนี้อารากอร์นจะไปแก้ตัวยังไงกะกษัตริย์ธรัลดูอิลล่ะนี่^^
ว่าแต่...สงสารออร์กง่ะ^^;; โผล่มาให้ยำแท้ๆ...

From : ตะน็อค - 20/03/2002 01:03

Guest Voice : จะอ่านต่อจะอ่านต่อ

From : เศษใบไม้ - 28/03/2002 15:58

Guest Voice : ทำไมทุเรศงี้วะ

From : ดาล - 09/11/2002 13:37

Guest Voice : ทำไมเจอแต่เรื่องแบบนี้นะ เป็นเรื่องจริงอ๊ะป่าวเนี่ย

From : ผู้เสียใจ - - - - 03/03/2003 12:12

Guest Voice : เฮ้ยยยยยย แต่งแบบนี้รับม่ายด้าย อารากอร์นของช้านนนนนนนนนนนน

From : อาร์แซน ลูแป็ง - 12/04/2006 12:45

Guest Voice : ทีแรกก็เข้าใจว่า มันเปงเรื่องที่ตัดมาจาก เดอะ ลอร์ด ตอนที่เขาเพิ่งรู้จักกัน อ่านไปอ่านมา ป่อยยยยยยยยยยยยยยย..........ไรเนี้ย..*.*


From : tokuyama - 19/07/2006 14:13

Guest Voice : ต่อๆๆๆๆๆๆๆ

From : เด็กเฮียแจ - - TVXQ_dongbang@hotmail.com - 28/01/2007 15:33
Homepage : http://siamzone.com

Guest Voice : อุบาทว์ว่ะ ทำเอาป่นปี้ ที่รักฉัน

From : 545 - 06/03/2007 18:20

Guest Voice : รับไม่ได้

From : อ้น้ - - เดเ - , ดเเ - 08/03/2007 16:41
Homepage : http://เดเ

Guest Voice : ชอบๆๆๆๆๆๆๆ เอากันจิงหรอ ฮู้ เอากันได้งัยเนี้ยแท่งกับแท่ง

From : ปอ - - 123 - , 123 - 08/03/2007 16:43
Homepage : http://123654

Guest Voice : แต่งสนุกดีนะ แต่..................อย่าทำกับเรื่องนี้ได้มั้ยยยยยยยย
โธ่ที่รักชั้น เปี้ยนไป๋

From : 99 - 17/04/2007 01:38

Guest Voice : เราก้องงอยุตั้งนานว่า เราดูในหนังไม่เห็นเป็นแบบนี้เลย ที่แท้ก้อ..

From : งง - 04/05/2007 14:43

Guest Voice : ทำไมแต่งทุเรศจัง เป็นเรื่องจริงรึ เปล่า

From : 3 - - - - , - - 08/05/2007 11:18
Homepage : http://-

Guest Voice : แต่งต่อค่ะ...

ไม่ต้องสนใจคำวิพากวิจาน ^O^

From : moon_light_pearl - 13/05/2007 15:25
Homepage : http://my.dek-d.com/nasumay

Any opinion to add? Click here ในข้อความตอบรับที่นี่ค่ะ
Name:
Email :
ICQ :
Web site:
Voice :


This Free service hosted by D'Server
The Ryo's GYM : Bodybuilding and Fitness guide