หัวข้อ : เรื่องเล่าที่ฮ่องกง...(พริม+พลอย+ท่านอื่นก็เข้ามาฟังได้ค่ะ) ข้อความ : แหะๆ ตอนแรกก็ไม่คิดจะตั้งใดๆเลย กะว่าจะไปเล่าให้ฟังด้วยตัวเองง่ะ แต่ที่ผ่านมา มันก็นานมากแล้วเนาะ ก็ไม่มีโอกาสได้เจอพวกเธอเลย
แถมถ้าจะเล่า มันก็ยาว พวกเธอไม่มีเวลามาฟังกันหรอกเนาะ = = เห็นว่าอยากได้ รูป+ซีดีที่เค้าไปถ่ายมา จะไม่อธิบายอะไรเลยมันก็ขาดๆไป
เดี๋ยวซีดี ถ้าเจอกันตอนปิดเทิอม จะเอาไปให้นะ ส่วนเรื่องเล่านี่ เค้าขอลงไว้ให้อ่านที่นี่เลยละกัน
แหะๆ ที่ตั้งไว้แบบนี้ คือนัทกลัวเจ๊ๆจะหาว่า นัทอยากโชว์ ที่นัทไปฮ่องกงมาหรือเปล่า ซึ่งนัทก็กลัวจุดนี้ เลยตั้งแปะ(พริม+พลอย+ท่านอื่นๆ)ไว้แบบนี้ละกัน
ไม่ได้อยากหาความเป็นส่วนตัวใดๆเลย ฉะนั้นทุกๆคนสามารถเข้ามารับฟัง เรื่องที่นัทเล่าได้ เหมือนเรื่องเล่าตามปกติค่ะ^-^
...เริ่มเลยแล้วกัน...
กว่าจะขับรถจากขอนแก่นมาถึงกรุงเทพได้ ตื่นตั้ง ตี 3 ออกตี 4 พอมาถึงโครตจะดีใจ ประมาณว่า อีกไม่กี่ชั่วโมง ฉันจะได้ขึ้นเครื่องบินแล้ว! (โปรดเห็นใจ คนไม่เคยขึ้นเครื่องบินซักนิดค่ะ = =)
พอก้าวขึ้นเครื่องเท่านั้น (เครื่องที่นัทขึ้นเป็นของ ศรีลังกา) เจอแอร์โฮสของทางศรีลังกายืนอยู่ เท่านั้นล่ะ คิดในใจเลย " /me จะตายมั้ยเนี่ย ปะกิดปะเกิดก็ไม่ได้กับเขา"
เดินไปมันจะต้องผ่านแอร์โฮสอยู่ เห็นคนข้างหน้ายื่นบัตรที่นั่งให้แอร์โฮสดู เราก็เลยทำตาม แอร์โฮสตอบเรามาเป็นภาษาปะกิด(แบบรัวๆ) พร้อมผายมือไป ข้าพเจ้า พยักหน้าหงึกๆ(ทั้งๆที่ฟังไม่รู้เรื่อง เพราะคุณเธอพูดเร็วมั่กๆ= =) ก่อนจะเดินไปตามหมายเลขที่นั่งจนเจอ...
พอกำลังจะเครื่องกำลังจะออก พี่ชายนัทที่นั่งอยู่ข้างๆ หันมาสะกิดๆ "ครั้งแรกๆ ตื่นเต้นจัง" พอเครื่องขึ้น ก็เออ...ไม่เห็นจะแปลกตรงใหนเลยนี่ เสร็จแล้วก็มานั่งกดจอ ฟังเพลง+เล่นเกมส์+ดูหนัง จนแล้วจนรอดก็ไม่เห็นจะถึงฮ่องกงซะที เลยตัดสินใจหลับไปเลย
พอลงเครื่องกำลังจะลง ค่อยตื่นมาดูทิวทัศน์เมืองฮ่องกง โอ้โฮ!!! สวยมั่กๆ อยากเอากล้องมาถ่ายจัง(แต่มันอยู่ในกระเป๋าเดินทาง) คราวนี้ตอนที่เครื่องกำลังจะลงจอด แบบใจเต้นเลยอ่ะ! เพราะว่า มันบินอยู่เหนือน้ำไม่กี่เมตรเอง!!! สุดท้าย เพิ่งมารู้ว่าสนามบินที่นี่เขาสร้างมาถมทับน้ำทะเล(มั้งนะ ถ้าจำไม่ผิด)
ตอนที่เครื่องลงจอด (เขาก็ประกาศให้เราปรับนาฬิกา เพราะที่ฮ่องกงเวลาช้ากว่าเรา 1 ชม.) ก็ชื่นชมกับสนามบินของฮ่องกงซึ่งมันใหญ่มากๆ
เสร็จก็เดินไปขึ้นรถบัสที่ทางทัวร์เตรียมไว้ให้(รถบัสหรูหรากว่าที่คิดไว้อีกแฮะ เหอๆ) ก็ขับท่องออกไปเพื่อจะเข้าเกาะฮ่องกง
(เพราะสนามบินนี่อยู่อีกเกาะนึงจำชื่อไม่ได้และ) รู้สึกจะอีกสองชม.ก็จะถึงตัวเมืองและโรงแรม(เห็นไกด์ว่าระดับ6ดาว /meพยักหน้าหงึกๆ เพราะคำนวณราคาห้อง ตกคืนละ หมื่นฝ่าๆO[]0!!!)
ก่อนจะเข้าโรงแรมก็เย็นพอดี ไปกินข้าวกันที่ร้านอาหารไรไม่รู้(เขาไม่ได้บอกอ่ะ แต่นัทเดินตามไกด์ไป) ก่อนไปหยิบกล้องมาถ่ายบรรยากาศเมืองฮ่องกงยามค่ำคืน (เพิ่งสังเกตว่าคนที่นี่ เยอะมากกกกกก~~~)
บรรยากาศในห้องอาหาร เป็นอะไรที่ไม่มีใครคุย(เอาแต่กินลูกเดียว) เพราะไม่มีเวลาคุยเลย แบบทางร้านเนี่ย เวลามีอาหารใหม่มา แล้วถ้าอาหารเต็มโต๊ะอยู่ เขาก็จะยกจานอาหาร(ที่เรายังทานไม่เสร็จ)ออกไป แล้ววางอาหารจานใหม่ให้ทันที ((พวกเราที่นั่งร่วมก๊วนในโต๊ะเดียวกัน ซึ่งยังไม่รู้จักกันมาก่อน พร้อมใจกันโซ้ยลูกเดียว)) กินเสร็จก็สุดแสนจะอิ่ม!!!
พอออกมาจากร้านก็มายืนรอรถบัส ระหว่างที่รอนัทเหลือบไปเห็นแผงลอยที่ขายหนังสืออยู่อ่ะ ไปเจอ FMA เล่มใหนไม่รู้ รู้แต่ว่าเพิ่งออกใหม่ที่ฮ่องกง ยังไม่ทันได้ซื้อเลยต้องรีบขึ้นรถบัสก่อน
บรรยากาศที่โรงแรม โอ๊ววว~!!!หโรหรามั่กๆ รับบัตร(หรือกุญแจห้อง)ก็เดินไปขึ้นลิฟต์ด้วยความอยากเห็นหน้าตาห้องนอน
พอไปขึ้นลิฟต์ กดแล้วกดอีก ทำไมมันไม่ยักกะไปให้ซะที เผอิญไปเจอคนที่มาพักเหมือนกัน(คนชาติไรไม่รู้ ฮ่องกง+เกาหลี+จีน+ญี่ปุ่น อะไรเถือกๆนี้แหละ) เดินเข้ามาพอดี เขาก็เดินมากดลิฟต์และหยิบเอาบัตร(หรือกุญแจ) เสียบเข้าไปที่รูในลิฟต์ก่อนจะถอดออก พอถอดออกเท่านั้นล่ะ ลิฟต์เคลื่อนเลย!!!
ไอ้นัทได้แต่ก้มเก็บเศษแก้วตามพื้นทันที ยังไม่พอๆ! พอขึ้นไปที่ห้อง ก็เห็นรูที่เขาให้เสียบบัตร นัทกับพี่ชายก็เอาบัตรห้องมาเสียบและรูดออก แต่ห้องไม่ยักกะเปิดให้! ทำแล้วทำอีก ห้องก็ยังไม่เปิด นัทถามพี่ชาย "เฮียกงเล้ง ทำไมมันไม่เปิดให้เราอ่ะ ผิดห้องหรือเปล่า" เฮียก็บอกว่าไม่
เผอิญ แขกที่มาพักห้อง(อีกแล้ว) เดินมาเอาบัตรเสียบและถอดออก ประตูห้องเขากลับเปิดออกหน้าตาเฉย!!! นัทรีบบอกให้พี่ชายไปขอให้เขามาช่วยเปิดประตูให้ พี่ชายจึงไปถามเขาเป็นภาษาอังกฤษ
เขาเดินมาและเอาบัตรของพวกนัทเปิดประตู ประตูห้องดันเปิดเฉยครับ!!! /me งงเป็นไก่ตาแตก ไหงเราทำไม่เห็นเปิด แต่ก็ขอบคุณ แขกเขาซะยกใหญ่ (สุดท้าย มารู้ทีหลังว่า เวลารูดบัตรออก ต้องรูดช้าๆหน่อย ไอ้นัทเล่นไปรูดพรึ่บ! มันจะมาเปิดให้ก็แปลก)
พอเข้าไปวางของก็พากันออกมาสมทบกันที่หน้าโรงแรม เพราะตกลงกันไว้ว่าจะไปเดินช้อปปิ้งกันที่ย่านการค้า เลยไปถามไกด์ถึงเส้นทางไปและย่านการค้า พวกนัทเลยพากันเดินทะลุห้าง(ซึ่งติดกับโรงแรม) พอเข้าไปในห้าง
ไปเจอป้ายดูภาพยนต์ เอากล้องมาถ่ายเช่นเดิม พอลองเดินเข้าไปดูใกล้ๆ กลายเป็นหนังเรื่องที่ AF1 เขาแสดงกันอ่ะ!!! (ล่าท้าผีมั้ง) แบบงงเลย มาฉายที่ฮ่องกงได้ไงหว่า พอเดินออกมาจากห้าง ก็เจอ รถไฟฟ้าใต้ดินพอดี ก่อนจะไป เลยถามเด็กผู้ชายอายุประมาณ 15-16 ว่า" นาธานโร้ด อยู่ที่สถานีใหน"
ไอ้เด็กนั่นมันก็ชี้โบ้ชี้เบ้ที่ป้ายสถานีไปเรื่อยๆ ก่อนจะพากันเดินไปขึ้นรถไฟ นั่งมาประมาณครึ่งชั่วโมง คิดในใจ"ทำไมมันไม่ถึงซักที"
พอเดินออกมาก็รู้สึกแปลกๆ ว่าทำไมคนมันน้อยๆ เลยเดินไปถามทางคนที่ดูจะเป็นเจ้าหน้าที่ รู้สึกเขาจะบอกไม่รู้เรื่อง! เผอิญมีผู้หญิง อายุประมาณ 17-18 ปี เดินมาฟังพอดี
เขาเลยบอกให้ ซึ่งเขาพูดช้ามากทำให้เราเข้าใจ เขาบอกว่า "ที่นี่ไม่ใช่นาธานโร้ด! และที่นี่มันใกล้จะถึงจีนอยู่แล้ว!!! " ไอ้เราฟังแล้วอึ้ง พากันเดินไปซื้อตั้วกลับสถานีเดิม ในใจคิดแค้นไอ้เด็กนั่น "มันบอกสถานีเราผิด!!!"
สุดท้าย คืนนั้นก็ไม่ได้อะไรเลย นอกจากได้นั่งรถไฟใต้ดินที่ฮ่องกง กับประสบการณ์ที่รูสึกอยากฆ่าคน(มั่กๆ)
พรุ่งนี้เช้าก็ได้ไปกินข้าวที่ร้านอาหาร(แห่งใหม่)ซึ่งดีใจมาก เพราะถ้าเอาร้านเดิมนี่ /me อ้วกแน่ๆ เพราะต้องเร่งกินอย่างมากๆ และขึ้นรถเดินทางไปดิสนีย์แลนด์
ในส่วนของดิสนีย์แลนด์ ขอไม่เล่าละกันเพราะดูในรูปก็คงเห็นอยู่ = =
ระหว่าที่อยู่ดิสนีย์แลนด์ เขาจะให้เงินเรามา 170 เหรียญ ไว้เป็นอาหารกลางวันและอาหารเย็น
ตอนเย็นเขาก็จะปล่อยเราให้ไปหาอะไรกินที่ นาธานโร้ด เราก็เลยเดินหาร้านอาหารไป ชมร้านค้าไป เดินตั้งนานไม่เจอร้านอาหารซะที สุดท้ายก็เจอจนได้ เป็นร้าอาหาร บะหมี่!!!
พอเราเข้าไปนั่ง ไปเจอเมนูภาษาจีน(อึ้งไป10วิ) เลยตกลงสั่งมั่วๆกันไปก่อนกินได้ไม่ได้ค่อยมาว่ากันทีหลัง (ชามละ 10 เหรียญ ถูกมั่กๆ)
แต่ก่อนจะสั่ง ไปเจอคนที่อยู่ในร้านเขาเดินมาจ่ายเงินและทักเราว่า "มาเที่ยวฮ่องกงกันหรอคะ?" โอ๊ยยยย~เท่านั้นล่ะ สวรรค์มากๆ เลยขอให้เขาสั่งแทนเรา เป็นบะหมี่เกี๊ยว เหอะๆ
รสชาตินี่ เห็นไกด์บอกว่า คนที่นี่เขาจะไม่กินน้ำตาล ฉะนั้นน้ำตาลที่นี่จึงถูกมากกก 2 เหรียญเอง!!! จึงไม่ต้องพูดถึงว่ารสชาดจะเป็นยังไง จืดสิครับ!!!!!!
นั่งกินทั้งๆที่จืดๆไปนั่นแหละ ก่อนจะมาสั่ง น้ำเต้าหู้ (เผอิญ พนักงานเขาเดินไปหยิบเมนูภาษาอังกฤษมาให้) อู้ยยย~~อร่อยมากกกกก เหมือนไวตามิ้ลค์เลยอ่ะ 5เหรียญๆ!!! >[]<
เสร็จแล้วก็เดินไปย่านช็อปปิ้ง ไปเจอร้านขายเสื้อ bossini (เขียนถูกมั้ยหว่า) ได้เสื้อมาตัวนึง เป็นเสื้อกันหนาว 190 เหรียญ
ก่อนจะพากันนั่งแท็กซี่กลับโรงแรม ก็เลยยื่นบัตรโรงแรมมาให้เขา เขาก็เลยขับพาไปส่งที่โรงแรมถูก
ส่วนอีกทางครอบครัวนึงที่มาทัวร์ด้วยกัน เขาบอกว่า " Princ อะไรไม่รู้ Hotel " คนขับไม่รู้จัก ถามว่า หะ!!! เขาเลยบอกตามภาษาที่ไกด์บอก " ตายเก่ง เกาจิ๋ ม " มันพูดงี้จริงๆนะ!!! คนขับแท็กซี่ ร้องบอกเลย อ้อ~!!!
พรุ่งนี้เช้าจึงเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านเช่นเดิม
..............................................................................
นี่เป็น 90% ของทั้งหมดที่ได้เล่ามา ยาวววววววว~~จนเมื่อยมือ ที่เหลือเดี๋ยวไปเล่าให้ฟังในวันที่ได้เจอกันก็แล้วกัน^-^
--------------------------------------------------------------
โอ๊ยยยยยยยยยยย~ว่าแล้วก็ขึ้นไปเคร่งเครียดกับการอ่านหนังสือสอบต่อ จะบ้าตายยยยยยยย~!!!
--------------------------------------------------------------
ปล.คิดถึงทุกคนเลยยยยยยยยย~ ช่วงนี้ไม่ได้อยู่บอร์ดเป็นเดือนๆ(แถมไม่ได้มาลาบอร์ดด้วย) สอบเสร็จก็คงจะสาบยแล้วววววววววว~!!! ไปแล้วคร๊า~!!!
จาก : ^[]^-Yu-^[]^ - 19/09/2006 20:31
|