หัวข้อ : เรื่องราวของสเนปและแฮร์รี่ (ฟิคแนว วาย )
ข้อความ : “เรื่องราวของ สเนป กับ แฮร์รี่”


“ดูนี่ซิ แฮร์รี่”รอนร้องขณะที่มือชี้ไปตารางเรียนของเขา “วิชาปรุงยา สองคาบติดต่อกันวิชาแรกของเทอมนี้เลยเหรอนี่!”
เขาทำหน้าสยองขวัญก่อนจะแบะปากแล้วกระแทกตารางเรียนลงบนโต๊ะอาหารแก้วน้ำฟักทองสั่นตามแรงกระแทกจนแฮร์รี่จ้องเตือน
“เบาหน่อยเพื่อนเดี๋ยวเขาก็ได้ยินหรอก”
แฮร์รี่เหลือบสายตาขึ้นมองสเนปที่โต๊ะอาหารของอาจารย์ เขาพบว่าคนที่ทั้งคู่กล่าวถึงกำลังส่งสายตาที่เย็นชาและชิงชังมองตอบกลับลงมาแฮร์รี่ก้มหน้าลงพยายามให้ความสนใจกับอาหารตรงหน้าแทน เสียงบ่นของรอนยังคงมีอยู่เป็นระยะโดยมีเสียงดุของเฮอร์ไมโอนี่แทรกขึ้นมาเป็นบางช่วง แฮร์รี่ยกแก้วน้ำฟักทองขึ้นดื่มเขาหันไปมองเพื่อนรักของเขาที่กำลังวางแก้วน้ำลงเช่นเดียวกัน
“ไปกันหรือยัง ฉันยังไม่อยากโดนสเนปทำโทษตั้งแต่วันแรกของการเรียนนะ” รอนพยักหน้าก่อนจะหยิบขนมทรัยเฟิลอีกชิ้นหนึ่งใส่ปากแล้วรีบลุกขึ้นเดินตามแฮร์รี่ออกจากห้องอาหารอย่างเร็ว
“เร็วเข้ารอน” แฮร์รี่เตือนรอนที่กำลังยืนมองรูปของเซอร์ดาโคแกนซึ่งกำลังร้องท้าทายทุกคนที่เดินผ่านอยู่ เด็กชายผมแดงเอามือจิ้มไปที่รูปค่อนข้างแรงก่อนที่จะรีบเดินหนีออกมาอย่างเร็วโดยมีเสียงร้องตะโกนอย่างโกรธแค้นไล่หลังมาแฮร์รี่ส่ายหน้าอย่างระอา
“เดี๋ยวก็โดนสเนปหาเรื่องหักคะแนนหรอก” เขาพูด รอนเบ้หน้า
“สำหรับพวกเราน่ะ ต่อให้ช่วยชีวิตสเนปออกจากปากบาร์ซิลิสต์ เขาก็คงจะหักคะแนนเราข้อหาที่ไปอ้าปากงูกว้างเกินไปแน่” แฮร์รี่หัวเราะเบาๆทั้งคู่เปิดประตูคุกใต้ดิน อากาศที่เย็นยะเยือกแผ่เข้ามาครอบคลุมจนทั้งสองคนรู้สึกขนลุก
“เมื่อไหร่จะเปลี่ยนที่เรียนวิชานี้ซะทีนะ”รอนบ่น “ยังกับสุสาน”
“ที่นี่เป็นสุสานสำหรับคนที่มีนิสัยไม่ตรงต่อเวลา” เสียงเย็นๆดังขึ้นเบาๆที่ด้านหลังของทั้งคู่ แฮร์รี่และรอนสะดุ้งแล้วหันหน้าไปมอง สเนปกำลังยืนจ้องอย่างมุ่งร้ายอยู่ทางด้านหลังของพวกเขา รอยยิ้มที่เยือกเย็นปรากฏที่มุมปากบางซีดอย่างไม่ประสงค์ดี
“และวิชาปรุงยาจะไม่มีวันย้ายห้องเรียนแม้ว่าฉันจะตายไปแล้วก็ตาม” รอยยิ้มละลายหายไปจากมุมปาก
“หักกริฟฟินดอร์ 3 คะแนน ที่มาสาย” เขาสะบัดผ้าคลุมเดินผ่านเด็กทั้งคู่ไปที่โต๊ะของเขา
“ทำไมยังไม่รีบหาที่นั่ง” เขาพูดเสียงเรียบ แฮร์รี่และรอนรีบลนลานหาที่นั่งท่ามกลางเสียงหัวเราะเยาะของมัลฟอยและสมุน สเนปจ้องมองดูแฮร์รี่นิ่งอยู่สักพักก่อนจะเอ่ยปากสั่ง
“เปิดหนังสือหน้า 255 วันนี้เราจะทำน้ำยาละลายวัตถุกัน” เขาโบกไม้กายสิทธิ์ไปที่กระดานสูตรยาและวิธีทำปรากฏขึ้น
“รีบคัดลอกวิธีทำลงไป ใครที่เขียนเสร็จแล้วให้เตรียมตัวยาที่จะใช้ไว้บนโต๊ะเตรียมให้พร้อมใช้ทันทีนะ” สเนปพูดเนือยๆแต่แฝงไปด้วยความดุเมื่อกวาดสายตาไปทางกลุ่มนักเรียนกริฟฟินดอร์โดยเฉพาะเนวิล ลองบัตท่อม เด็กทุกคนต่างพากันรีบก้มหน้าก้มตาจดรายชื่อบนกระดานแล้วเริ่มจัดเตรียมตัวยากันอย่างวุ่นวาย สเนปเดินสะบัดผ้าคลุมไล่ดูที่ละคน เขาแทบจะเดินผ่านกลุ่มเด็กสลิธีรินไปเฉยๆ แต่ขณะเดียวกันกลับเดินจ้องไล่ไปตามโต๊ะแต่ละโต๊ะของเด็กกริฟฟินดอร์อย่างจ้องจับผิด
“อะไรกันนี่ลองบัตท่อม” เขาหยุดยืนตรงหน้าเนวิล ขณะที่จ้องมองเครื่องยาที่วางเรียงอยู่บนโต๊ะของเด็กชายตัวอ้วนกลมที่ตอนนี้กำลังหน้าซีดตัวสั่น
“นี่เขาเรียกว่าหั่นละเอียดงั้นหรือ” สเนปเขี่ยรากโรโดเดนดรอนที่ถูกเนวิลหั่นอย่างหยาบๆด้วยท่าทางรังเกียจ
“นี่มันเป็นการหั่นที่หยาบที่สุดตั้งแต่ฉันเคยเจอมา เธอคงไม่เคยรู้เรื่องความละเอียดกับความหยาบเลยซินะ” เขาจ้องเด็กชายที่เริ่มหน้าเสียน้ำตาคลอ
“หักกริฟฟินดอร์ 2 คะแนน” เขายิ้มเย็นเยือกก่อนเดินสะบัดผ้าคลุมไปที่เด็กคนอื่น แฮร์รี่เหลือบมองเนวิลในขณะที่มือของเขาหยิบค้างคาวใส่ลงไปในหม้อทั้งตัว
“นั่นเธอกำลังทำอะไร พอตเตอร์!” เสียงขู่คำรามดังขึ้นเบาๆข้างๆตัวเขา สเนปเดินมายืนด้านหลังของเด็กชายตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขาโบกไม้กายสิทธิ์ ค้างคาวแห้งลอยขึ้นมาจากหม้อยาของแฮร์รี่
“เธอได้อ่านยาที่ฉันเขียนบนกระดานอย่างละเอียดดีหรือเปล่า พอตเตอร์ ฉันเขียนว่าใส่ปีกค้างคาว ไม่ใช่ใส่ค้างคาวลงไปทั้งตัวแบบนี้” เขาสะบัดไม้ ค้างคาวแห้งกระเด็นหวือเฉียดหน้าแฮร์รี่ไปเล็กน้อยเด็กชายมองหน้าสเนปอย่างเคืองขุ่นขณะที่อีกฝ่ายมองกลับมาด้วยสายตาที่ชิงชังอย่างเห็นได้ชัด
“มีคำถามหรือ พอตเตอร์” สเนปพูดเสียงเย็น แฮร์รี่ส่ายหน้าช้าๆ
“ไม่มีครับ” เขาพูดเบาๆ สเนปเหยียดยิ้ม เขาใช้ไม้กายสิทธิ์เคาะเบาๆบนหม้อยาของแฮร์รี่ น้ำยาทั้งหมดหายวับไปทันที
“ไม่ต้องทำใหม่แล้ว เสียเวลาคนอื่น หัก 5 คะแนน” แฮร์รี่กัดปากของตัวเองแน่น สเนปมองหน้าของเด็กชายด้วยความรู้สึกสะใจก่อนเดินสะบัดผ้าคลุมใส่หน้าเขาแล้วเดินจากไป
“เจ้าก้อนเมือกแช่น้ำแข็ง” รอนร้องว่าสเนปอย่างไม่เกรงใจ เฮอร์ไมโอนี่ส่งสายตาดุมาที่เขาทันที รอนรีบหุบปากเงียบก่อนที่เด็กสาวจะได้ทันว่าอะไรเด็กทั้งสามรีบเดินเข้าห้องเรียนวิชาการแปลงร่างของศาสตราจารย์มักกอนนากัลอย่างเร่งรีบ
“อย่าคิดว่าเป็นเด็กในปกครองของฉันแล้วจะเข้าห้องเรียนสายได้ตามใจนะ” เสียงดุๆดังขึ้นที่หน้าห้อง เด็กทั้งสามเงยหน้ามอง ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกำลังส่งสายตาที่ดุมองลอดแว่นตามายังเด็กทั้งสาม
“ยังไม่รีบหาที่นั่งอีก” เธอพูดเสียงเครียดก่อนจะจะเริ่มลงมือสอน
“วันนี้เราจะเรียนคาถากำจัดสิ่งของกัน” เธอโบกไม้กายสิทธิ์ วิธีการร่ายคาถาและขั้นตอนปรากฏขึ้นทันที
“เราใช้คาถานี่ไนการกำจัดสิ่งของที่ไม่พึงประสงค์ เข่นขยะ ของที่เราไม่ต้องการ” เธอเว้นระยะเล็กน้อย
“แต่ฉันอยากจะให้พวกเธอจำเอาไว้อย่างหนึ่งว่าเราจะใช้คาถาบทนี้ก็ต่อเมื่อต้องการกำจัดสิ่งของเหล่านั้นจริงๆ เพราะเมื่อร่ายคาถาบทนี้ไปแล้วจะไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้อีก และที่สำคัญ” เธอกวาดตามองไปรอบๆ
“คาถานี่ไม่สามารถใช้กับสิ่งมีชีวิตได้เมื่อทำความเข้าใจกับมันแล้วขอให้ทุกคนหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมาแล้วเริ่มทำตามขั้นตอนที่เขียนไว้บนกระดาน” ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเดินดูตามโต๊ะของนักเรียนแต่ละคน เธอยิ้มอย่างพอใจให้กับเฮอร์ไมโอนี่ที่เด็กสาวสามารถทำให้เศษกระดาษกองโตบนโต๊ะหายไปได้อย่างหมดจดในขณะที่รอนทำได้เพียงครึ่งเดียวมิหนำซ้ำกระดาษที่หายไปยังปรากฏกลับมาเป็นสองเท่าของของเดิมอีกครั้ง
“ฉันหวังว่าเธอคงไม่ได้ช่วยแม่ของเธอในการกำจัดขยะนะ มิสเตอร์วีสลีย์” ศาสตราจารย์มักกอนากัลพูดเสียงเครียด รอนหน้าแดงแล้วพยายามโบกไม้กายสิทธิ์อีกครั้ง ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเดินไปทางเนวิลต่อ แฮร์รี่พยายามร่ายคาถาพร้อมโบกไม้กายสิทธิ์อย่างเคร่งเครียด แต่ดูเหมือนเศษกระดาษจะพอกพูนเพิ่มขึ้นแทนที่จะลดลง
“เก่งนี่แฮร์รี่” รอนกระซิบ “ฉันว่านายน่าจะตั้งโรงงานผลิตกระดาษเลยดีกว่านะ” แฮร์รี่หัวเราะเบาๆ เขาร่ายคาถาแล้วโบกไม้กายสิทธิ์เร็วๆอีกครั้ง เสียง ฟุ่บ เบาๆ กระดาษทั้งกองลุกเป็นไฟแทนทันที ศาสตราจารย์มักกอนนากัลร้องอุทานอย่างตกใจก่อนจะรีบโบกไม้กายสิทธิ์ดับไฟอย่างรวดเร็ว
“เธอคิดว่าเธอกำลังทำอะไร มิสเตอร์พอตเตอร์” เธอพูดเสียงเครียดหน้าแดงด้วยความโกรธ
“ไม่เคยตั้งใจเรียนในวิชาของฉันเลยนี่ถ้าเกิดไฟไหม้โรงเรียนจะทำยังไง” แฮร์รี่หน้าเสียทันทีไม่เป็นการดีแน่ๆถ้าทำให้ศาตราจารย์มักกอนนากัลโกรธแต่ก่อนที่เขาจะได้ทันทำอะไร
“กักบริเวณมิสเตอร์พอตเตอร์ โทษฐานที่ไม่มีความตั้งใจเรียน และคัดลอกบทคาถาตลอดจนวิธีการใช้มา ความยาว 2 ม้วนกระดาษส่งวันพุธนี้” แฮร์รี่เหน้าเสียทันที รอนทำหน้าเหลือเชื่อสุดๆกับอาจารย์บ้านของเขา นี่ถ้าเป็นสเนปกับพวกสลิธีรินล่ะก็ไม่มีทางที่เขาจะทำโทษนักเรียนบ้านของตัวเองแน่ๆเด็กชายแอบเบ้หน้าเล็กน้อยก่อนจะรีบทำท่าสนใจการเรียนต่อ
เสียงระฆังหมดคาบดังขึ้น เด็กๆต่างพากันกรูออกจากห้องเรียนแล้วรีบตรงไปยังห้องอาหารอย่างรวดเร็ว แฮร์รี่ รอนและเฮอร์ไมโอนี่ต่างพากันเดินเรื่อยๆไปตามทางระเบียงอย่างไม่เร่งร้อน เพราะบ่ายวันนี้พวกเขาไม่มีวิชาเรียน แฮร์รี่และรอนต่งคิดว่าพวกเขาน่าจะไปหาแฮกริด แต่เฮอร์ไมโอนี่คิดว่าแฮร์รี่น่าจะรีบไปทำรายงานของศาสตราจารย์มักกอนนากัลให้เสร็จเรียบร้อยก่อน
“น่าเฮอร์ไมโอนี่” รอนร้อง “กว่าจะส่งอีกตั้งสองวันแน่ะไม่เห็นต้องรีบร้อนเลยนี่นา” เฮอร์ไมโอนี่ทำตาเขียวใส่รอน
“ฉันเห็นเธอพูดแบบนี้ทุกครั้งที่โดนอาจารย์ทำโทษ แต่พวกเธอก็ไม่เคยทำทันทุกครั้งต้องเดือดร้อนฉันทุกทีเลย” คราวนี้แฮร์รี่กลับพยักหน้า
“ฉันเห็นด้วยกับเออร์ไมโอนี่นะรอน คราวนี้เราน่าจะรีบๆทำการบ้านให้เสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วค่อยไปหาแฮกริดกัน” รอนทำท่าจะเถียงแต่เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนแล้วเขาก็ได้แต่พยักหน้ารับแบบเสียไม่ได้
“งั้นไปทานอาหารกันเร็วๆเลยดีกว่า” เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างดีใจ

..............................................................................................................................................................................

แฮร์รี่ม้วนกระดาษรายงานของศาสตราจารย์มักกอนนากัลเก็บใส่กระเป๋าของเขา ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนังห้องนั่งเล่นรวมของกริฟฟินดอร์
“โอ้โฮ นี่เกือบจะทุ่มนึงแล้วนะเนี่ย” เขาพูดอย่างตกใจ เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้าขึ้นมองตาม
“ตายล่ะ เธอโดนกักบริเวณนี่นาแฮร์รี่” เด็กสาวพูดอย่างตกใจแฮร์รี่รีบเก็บการบ้านและหนังสือบนโต๊ะทั้งหมดลงกระเป๋าอย่างเร่งรีบแล้วทำท่าจะวิ่งขึ้นไปเก็บบนห้องนอน
“เดี๋ยวฉันเก็บให้ก็ได้” รอนร้องบอก “นายรีบไปดีกว่าเดี๋ยวอาจารย์มักกอนนากัลจอมเฮี้ยบโกรธแล้วจะยิ่งแย่” แฮร์รี่พยักหน้าก่อนจะรีบวิ่งออกจากห้องนั่งเล่นไป
“ขอบใจนะรอน เฮอร์ไมโอนี่” เขาหันกลับมาตะโกนก่อนที่จะก้าวออกจากช่องประตู
แฮร์รี่เคาะประตูไม้ห้องทำงานของศาสตราจารย์มักกกอนนากัลเบาๆ เสียงเรียกให้เขาเข้าไปดังตอบออกมาไม่ดังนัก แฮร์รี่เปิดประตูเดินตัวลีบเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าอาจารย์บ้านของเขา เธอกำลังก้มหน้าก้มตาตรวจการบ้านของเด็กนักเรียนด้วยท่าทางเคร่งเครียดอยู่พักใหญ่ เสียงเคาะประ***ังขึ้นเบาๆอีกครั้ง ศาสตารจารย์มักกอนนากัลเงยหน้าขึ้น
“มาแล้วหรือเซอเวอรัส” เธอพูดเบาๆแต่เคร่งขรึม แฮร์รื่สะดุ้งเบาๆสิ่งที่เขากลัวกำลังจะเกิดขึ้น
“เธอต้องไปช่วยงานศาสตราจารย์สเนป มิสเตอร์พอตเตอร์” เสียงอาจารย์บ้านของเขาดังขึ้น แฮร์รี่รู้สึกเหมือนกำลังโดนคำสั่งศาลตัดสินประหารชีวิต เขาเหลือบสายตามองสเนป รอยยิ้มที่เสแสร้งปรากฏที่มุมปากบางของเขา ขณะที่หันมามองเด็กชาย
“จะไปกันได้หรือยังล่ะ พอตเตอร์” เสียงทุ้มนุ่มเย็นพูดขึ้นเบาๆ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลมองสเนปลอดแว่นตาของเธอ
“แค่ช่วยงานเบาๆเท่านั้นนะ เซอเวอรัส” เธอพูดเหมือนเตือน สเนปกลับยิ้มบางๆ
“ครับ มิเนอร์ว่า แค่ช่วยงาน เบาๆ” เขาพูดย้ำก่อนจะหมุนตัวสะบัดผ้าคลุมเดินนำแฮร์รี่ออกไป
“มิสเตอร์พอตเตอร์” เสียงศาสตราจารย์มักกอนนากัลเรียกเบาๆแต่เคร่งขรึม แฮร์รี่หันหน้ากลับไปมอง
“อย่าทำตัวมีปัญหากับศาสตราจารย์สเนปนะ”
“ครับ” เขารับคำเบาๆก่อนที่จะรีบเดินตามสเนปออกไป

.....................................................................................................................................................................

แฮร์รี่เดินตามสเนปเข้าไปในห้องทำงานของเขา บรรยากาศของห้องเต็มไปด้วยความเย็นเยียบจนน่าขนลุก ขวดโหลดองสัตว์และขวดเก็บยาวางเรียงอยู่บนชั้นอย่างมีระเบียบ แฮร์รี่กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก สเนปเดินไปนั่งที่โต๊ะของเขาแล้วก้มหน้าลงอ่านหนังสือเล่มโต นิ้วขาวเรียวบางไล่ไปตามตัวอักษรที่ปรากฏอยู่บนหนังสือเขาหยิบปากกาขึ้นมาเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษก่อนจะยื่นมันส่งให้แฮร์รี่
“ฉันต้องการตัวยาเหล่านี้ เธอจะต้องจัดเตรียมให้ฉัน ให้เรียบร้อยด้วยนะ” สเนปเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ทรงสูงของเขา แฮร์รี่อ่านรายชื่อยาที่อยู่บนกระดาษเขาขมวดคิ้ว
“แล้วจะให้ผมหาจากที่ไหนล่ะครับ” เขาพูดเกือบจะเป็นเสียงห้วน สเนปเลิกคิ้วสูง
“เธอไม่มีตาหรือยังไง พอตเตอร์ หรือว่าไม่มีสมอง” สเนปพยักหน้าไปทางชั้นเก็บขวดยา
“หาโดยไม่ใช้เวทย์มนต์ช่วย เรื่องแค่นี้พอตเตอร์ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังคงทำได้ไม่ยาก” สเนปเหยียดรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความดูหมิ่นและรังเกียจให้กับแฮร์รี่ เด็กชายมองชั้นเก็บขวดยาก่อนจะทำหน้าเหมือนกลืนหนอนฟลอบเบอร์เข้าไปทั้งตัวก่อนที่จะเริ่มเดินไปไล่อ่านชื่อตัวยาตามขวดแต่ละใบ เขาเริ่มหยิบขวดยาบางขวดออกมาวางเรียงไว้เมื่อเริ่มไล่ไปได้ถึงแถวที่ 3 แต่
“เอ่อ อาจารย์ครับ” แฮร์รี่เรียกสเนปด้วยเสียงที่แผ่วเบา สนเปขมวดคิ้วมอง
“มีอะไร”
“คือผม..” แฮร์รี่มองไล่ขวดยาชั้นที่อยู่สูงขึ้นไปจนต้องแหงนหน้าขึ้นมอง ผมหยิบมันไม่ถึงครับ”
“ตรงนั้นมีโต๊ะอยู่พอตเตอร์” สเนปพูดอย่างไม่ใส่ใจ “ลากมันมาใช้ประโยชน์ซิ” แฮร์รี่มองดูโต๊ะที่วางอยู่ใกล้ๆตัว เห็นได้ชัดว่าสเนปต้องการแกล้งไม่ให้เขาใช้เวทมนต์ในการหยิบของเด็กชายค่อยๆลากโต๊ะไปด้วยความยากลำบากเพราะความหนักของมัน
“ระวังด้วยเดี๋ยวพื้นจะเป็นรอย” สเนปพูดยิ้มๆเมื่อเห็นท่าทางของแฮร์รี่ เด็กชายกัดฟันแน่นก่อนจะปีนขึ้นไปยืนบนโต๊ะแล้วรีบมองหาขวดยาอีก สอง สาม อย่างอย่างเร่งรีบ เขาต้องการทำงานให้เสร็จๆไปเพื่อที่จะได้ไปให้พ้นๆจากสเนป เด็กชายล้วงมือเข้าไปในช่องว่าระหว่างขวดแล้วลากขวดโหลใบใหญ่หนาหนักใบหนึ่งออกมา มันเลื่อนตามมือออกมาแล้วสะดุดร่องไม้ก่อนจะล้มคว่ำลง
“โอ๊ะ”
แฮรืรี่ร้องออกมาได้แค่นั้น ขวดยากลิ้งแล้วตกลงพื้น แฮร์รี่พยายามจะคว้ามันแต่กลับลื่นทั้งเด็กชายและขวดโหลต่างหล่นลงพื้นเสียงดังสนั่น สเนปผุดลุกขึ้นอย่างเร็วแล้วเดินรี่เข้ามาดู
“ทำไมซุ่มซ่ามแบบนี้พอตเตอร์” เขาร้องคำรามก่อนที่จะโบกไม้กายสิทธิ์กำจัดเศษแก้วที่แตกกระจายเกลื่อนพื้นแล้วก้มลงกระชากแขนเด็กชายให้ลุกขึ้นยืนด้วยอาการโมโหอย่างแรง เสียงดัง คว่าก เสื้อของแฮร์รี่ขาดเป็นแนวยาวตามแรงกระชาก เขานิ่วหน้า
“อาจารย์ครับผมเจ็บ” แฮร์รี่ร้องเสียงหลงเด็กชายยืนพิงโต๊ะพลางเอามือกุมไหล่พลางเบ้หน้าอย่างเจ็บปวด เสื้อคลุมตัวยาวสีดำขาดจนหลุดกองลงบนพื้น เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวในขาดเป็นทางยาวตั้งแต่หัวไหล่ไปจนถึงหน้าอก เลือดสีแดงไหลซึมออกมาจากผิวที่ขาวละเอียดของเขา เด็กชายลูบมันอย่างเร็ว สเนปจ้องมองดูด้วยสายตาแปลกๆ
“มานี่พอตเตอร์” เขาจับข้อมือของแฮร์รี่แล้วลากมาที่โต๊ะทำงานของเขา เด็กชายขืนตัวอย่างตกใจ
“ฉันจะทำแผลให้ไม่ได้ฆ่าเธอสักหน่อย” สเนปพูดเสียงเย็นปนรำคาญ แต่แฮร์รี่กลับทำหน้าเหมือนร้องไห้ คนอย่างสเนปเนี่ยนะจะมาทำแผลให้เขา เด็กชายคิดแล้วสะดุ้งสุดตัวเมื่อสเนปฉีกเสื้อของเขาออก
“อาจารย์จะทำอะไรครับ” เขาร้องถามเสียงหลง สเนปคว้าไหล่กลมบางของแฮร์รี่ไว้
“ก็จะทำแผลให้เธอไงล่ะ” เขาพูดเสียงต่ำแต่แหบพร่า แฮร์รี่พยายามบิดตัวหนีอย่างหวาดกลัวเมื่อมือที่ขาวซีดของสเนปลูบเบาๆไปบนปากแผลที่หน้าอกของเขาแล้วเริ่มเพิ่มน้ำหนักมือกดลงไป
“โอ้ย!” เด็กชายร้องเสียงดังด้วยความเจ็บก่อนจะสะบัดตัวหนี เขามองหน้าสเนปก่อนจะพูดอย่างเร็ว
“ผมขออนุญาตกลับก่อนนะครับ” เขารีบเดินตรงไปยังประตูห้องแต่
โครม !!!
ร่างของเด็กชายล้มลงทั้งยืน เขาพยายามจะลุกขึ้นแต่ก็ล้มลงไปอีกฉับพลันมือทั้งสองข้างเหมือนมีอะไรบางอย่างพันรัดแน่นอยู่เขาดิ้นรนพลิกตัวหงายขึ้น สเนปมายืนอยู่เหนือร่างของเขาแล้วในมือกำลังหมุนไม้กายสิทธิ์ด้วยอาการกระหยิ่มยิ้มย่อง
“จะรีบไปไหนกันพอตเตอร์” เขาพูดเสียงนุ่มเย็นก่อนจะดึงไหล่ของเด็กชายให้ลุกขึ้นแต่แฮร์รี่ดิ้นรนสุดแรงเขาเพิ่งสังเกตุเห็นมือของตัวเองถูกรัดด้วยเชือกหนังสีดำสนิทอย่างแน่นหนา
“อาจารย์จะทำอะไร” เสียงร้องถามด้วยความหวาดระแวงขณะที่พยายามดิ้นรนเพื่อหนีสเนปยิ้มเยือก
“ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก” เขาช้อนร่างเด็กชายไปวางพาดไว้บนโต๊ะทำงานของเขา ตอนนี้เชือกหนังที่รัดมือของแฮร์รี่คลายตัวออกเล็กน้อยแต่แทนที่เด็กชายจะหลุดออกจากพันธนาการกลับยิ่งตกใจมากยิ่งขึ้นเมื่อแขนทั้งสองข้างถูกเชือกหนังดึงขึ้นแล้วพันปลายของตัวมันเองกับขาโต๊ะที่เขานอนพาดอยู่ตอนนี้แฮร์รี่ไม่สามารถดิ้นรนหลบหนีได้อีกแล้ว เขาถูกมัดอยู่ในลักษณะ ขึงพืด บนโต๊ะทำงานของสเนป
“พอตเตอร์ผู้โด่งดังเวลาอยู่ในสภาพนี้แล้วน่าดูไม่เลว ว่ามั้ย” เสียงเต็มไปด้วยความปิติดังขึ้น แฮร์รี่มองดูสเนปที่กำลังยืนมองดูเขาด้วยสายตาที่แปลกไปจากที่เคยเป็น มือผอมเรียวซีดขาวค่อยๆลูบไล้ไปมาบนร่างกายที่ผอมบางของเด็กชายก่อนที่จะไปหยุดบริเวณปากแผลบนหน้าอกของแฮร์รี่ เขาสะดุ้งเมื่อน้ำหนักของมือกดลงไปบนปากแผล เลือดสีแดงเข้มไหลซึมออกมาทันที แฮร์รี่เม้มปากด้วยความเจ็บปวด
“จะร้องครวญครางออกมาก็ได้นะ” เสียงสเนปพูดเบาๆอย่างพอใจเมื่อเห็นอาการของเด็กชาย ไม้กายสิทธิ์สีดำสนิทของอาจารย์บ้านสลิธีรินจรดลงบนผิวขาวละเอียดของเด็กชาย มันถูกลากไปมาลงบนร่างเล็กๆผอมบางเบาๆ รอยแผลเหมือนถูกกรีดปรากฏขึ้นตามรอยที่ลากผ่านไป เลือดไหลซึมออกมาทันทีในทุกๆที่ที่ไม้กายสิทธิ์ของสเนปลากผ่าน ถึงตอนนี้แฮร์รี่ถึงกับต้องบิดตัวด้วยความเจ็บปวดพร้อมกับส่งเสียงร้องครางออกมาเบาๆ สเนปยิ้มอย่างพอใจขณะที่มองร่างขาวๆของเด็กชายซึ่งตอนนี้เริ่มมีริ้วรอยสีแดงกระจายอยู่เต็มไปทั่วร่าง เขาก้มหน้าลงไปที่ร่างของแฮร์รี่ช้าๆ
“ฉันจะทำความสะอาดแผลให้นะ พอตเตอร์” แฮร์รี่พยายามบิดตัวเพื่อหนีด้วยความหวาดกลัวแต่ต้องสะดุ้งเบาๆเมื่อลิ้นที่อุ่นลื่นลากไล้ไปบนแผลบริเวณที่หน้าอกของเขา เด็กชายกัดฟันแน่นอย่างอดกลั้นเมื่อถูกลิ้นไล่เลยจากแผลไปยังบริเวณอ่อนไหวสีชมพู
“อ...อาจารย์ครับ..” เสียงร้องออกมาเหมือนจะห้ามแต่กลับถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอแล้วมีเสียงครวญครางดังออกมาแทนเบาๆสเนปเงยหน้าขึ้น ดวงตาสีดำสนิทเป็นประกาย เขาเลื่อนตัวคร่อมร่างของเด็กชายไว้แล้วก้มหน้าลงไปที่ใบหน้าของแฮร์รี่ช้าๆ
“อาจารย์จะทำอะไร” แฮร์รี่ร้องถามเสียงแผ่วเบาแว่นตาของเขาถูกสเนปดึงออกไปแล้ววางมันไว้อีกด้านหนึ่งของโต๊ะ
“เดี๋ยวก็รู้” สเนปพูดเสียงอู้อี้เบาๆก่อนจะกดริมฝีปากบางซีดของเขาลงไปบนปากสีชมพูบางของเด็กชาย แฮร์รี่กำมือตัวเองแน่นก่อนที่จะเริ่มขยับปากตอบรับอย่างช้าๆ สเนปค่อยๆเลื่อนมือลงไปลูบไล้บนร่างกายของเด็กชายแล้วกดน้ำหนักมือลงบนรอยแผลไม่แรงนัก แฮรืรี่ถึงกับสะดุ้งแล้วบิดตัวน้อยๆก่อนจะส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ สเนปเงยหน้าขึ้นมองดูปฏิกิริยาของเด็กชายอย่างพอใจเขาผุดลุกขึ้นยืนทันที
“วันนี้พอแค่นี้ก่อน พอตเตอร์” ไม้กายสิทธิ์ในมือถูกโบกอีกครั้ง เชือกที่รัดข้อมือแฮร์รี่อยู่คลายตัวออกปล่อยให้เด็กชายเป็นอิสระ แฮร์รี่รีบลุกขึ้นนั่งทันทีเขามองดูสเนปที่กำลังร่ายคาถาซ่อมแซมเสื้อของเขาด้วยความรู้สึกที่ตัวของเขาเองก็ไม่เข้าใจอย่างเงียบๆ สเนปโยนเสื้อให้เขาก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้แล้วส่งสายตามายังเด็กชาย สายตาที่ชิงชังแต่แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างลงไปด้วย
“กลับไปได้แล้ว” เขาพูดเนิบๆอย่างชาเย็น แฮร์รี่ขยับตัวลงจากโต๊ะช้าๆ รอยแผลที่ปรากฏบนร่างเมื่อครู่เลือนหายไปหลายรอยแล้วตอนนี้ เด็กชายมองอย่างไม่เข้าใจ ตอนนี้เขากลับรู้สึกไม่อยากจะออกไปจากห้องทำงานของสเนปขึ้นมาเสียเฉยๆ
“เอ้อ” แฮร์รี่ขยับจะพูดแต่
“วันนี้พอแค่นี้ ถ้าเธอไม่พอใจวันหลังค่อยกลับมาอีก” สเนปพูดตัดก่อนจะเปิดหนังสือออกอ่านอย่างไม่สนใจเขาอีก แฮร์รี่มองดูอาจารย์ปรุงยาของเขาอย่างไม่เข้าใจก่อนจะหมุนตัวเดินออกห้อง เด็กชายเดินกลับหอนอนของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ประหลาด ความรู้สึกที่ตัวของเขาเองก็ไม่เข้าใจ เขาไม่แน่ใจว่าเขากำลังโกรธในสิ่งที่สเนปทำกับเขา หรือโกรธที่สเนปหยุดสิ่งที่กำลังทำกับเขากันแน่ เด็กชายก้าวผ่านช่องประตูหลังบอกรหัสผ่านแก่สุภาพสตรีอ้วนแล้ว
“แฮร์รี่”
“แฮร์รี่”เสียงรอนและเฮอร์ไมโอนี่ร้องเรียกขึ้นพร้อมๆกัน
“เป็นยังไงบ้าง” รอนรีบปรี่เข้ามาสำรวจร่างกายของแฮร์รี่เหมือนจะดูว่าอวัยวะของเขาอยู่ครบหรือไม่ เฮอร์ไมโอนี่มองหน้าของเขาอย่างห่วงใย
“เธอ เป็นปรกติดีนะ” ถามอย่างวิตก แฮร์รี่ยิ้ม
“ฉันไม่เป็นอะไร คือสเนปไม่ได้ทำอะไรฉันอย่างที่พวกเรากลัวหรอก” เขาตอบเบาๆ ก่อนที่หน้าจะเป็นสีชมพูขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ใช่สเนปไม่ได้ทำในสิ่งที่เพื่อนสองคนนี่กังวลจริงๆ แต่เขาทำสิ่งที่นอกเหนือจากความคาดหมายกว่านั้น
“เอ้อ ฉันขอตัวไปนอนก่อนนะ” แฮร์รี่พูดยิ้มๆก่อนที่จะเดินขึ้นไปยังห้องนอนของเขา รอนและเฮอร์ไมโอนี่มองหน้ากันอย่างสงสัย
“ฉันว่าเจ้าก้อนเมือกนั่นคงเสกคาถาใส่แฮร์รี่แน่ๆ หมอนั่นถึงดูไม่เดือนร้อนใจเท่าไหร่นัก”
“อย่าคิดบ้าๆน่ะรอน” เฮอร์ไมโอนี่ดุเบาๆ “มันอาจไม่มีอะไรจริงๆก็ได้” เธอมองตามแฮร์รี่ด้วยสีหน้าวิตกเล็กน้อยก่อนจะอ้าปากหาวน้อยๆ
“งั้นฉันไปนอนก่อนนะรอน ดึกมากแล้ว” เธอโบกมือให้รอนเด็กชายผมแดงพยักหน้าก่อนจะก้มลงเก็บหนังสือบนโต๊ะเพื่อเตรียมตัวขึ้นนอนเช่นเดียวกัน

................................................................................................................................................


แฮร์รี่รีบถอดเสื้อผ้าแล้วตรงเข้าห้องน้ำทันทีก่อนที่เพื่อนรักของเขาจะเข้ามา เด็กชายยืนมองรอยแผลบนหน้าอกของตัวเองผ่านกระจก เขายกมือขึ้นลูบมันเบาๆรอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากบางๆ
“สงสัยคงต้องหาเรื่องโดนกักบริเวณอีกหลายๆหนแล้วเรา”

...................................................................................................................................................


END




จาก : moony (อดีต lupin) of Lorien - 10/10/2006 19:48 เก็บกระทู้นี้ ไว้ในที่ส่วนตัวของคุณ

ข้อความ : อ่ะฮ๊า อย่างสเนปน่าจะ SM ไปเลยนะคร๊า
ไหนๆ ก็คุกใต้ดินแล้ว น่าจะมีแส้ กุญแจมือ อะไรเทือกนี้อยู่ > _ <~~

นู๋รี่ก็นะ ทำผิดบ่อยๆ สิจ๊ะ วันหลังป๋าเนปปี้อาจจะทำโทษแบบสุดพิเศษ ซุปเปอร์สเปเชี่ยล เลยก็ได้~~
โฮกกกกกก (วิ่งไปคว้าทิชชู่มารอง เลือดท่วม)

ให้ตาย เอาหื่นๆ กว่านี้ได้มั้ยคะ พี่มูนนี่ (บ้าไปแล้วจริงๆ = [] =)

จาก : Sakura Ninrina - 10/10/2006 20:07

ข้อความ : หึๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
งั้นคงต้องมีภาคสองแล้วมั้งเนี่ย
ทั้งๆที่เลิกแต่งฟิคแฮร์รี่ไปนาน

จาก : moony (อดีต lupin) of Lorien - 10/10/2006 21:51

ข้อความ : เอ่อ จะบอกอะไรให้ เราหาธีมของบอร์ดนี้ได้แล้วล่ะ

บอร์ดเกย์???

แต่ละคนจะชอบไทย จีน ฝรั่ง ยุ่น เกาหลี สีม่วงเข้าสายเลือดกันทั้งนั้น (แต่เรายังบลูบลัดเน่ะ เลือดเอสเจมันแรง กรี๊ดดด)

สังเกตจากกระทู้แรกที่เลือกอ่าน ss/hp

หึๆ ทำไมแฝดชั้นมันถึงหื่นงี้ (ได้ข่าวว่าเอ็งก็จิ้มอันนี้ทู้แรก)

ว่าแต่มันยังไม่ค่อยเรทเท่าไหร่เลยเนอะ น่าจะมีต่อว่าป่ะ เอาซัก nc 17 -21 กำลังดี งื่ออ สเนปไม่น่ารู้สึกคัวทันก่อนเลยอ๊ะ อ่ะโด่ จิ้นต่อเองก๊ะได้

จริงๆ แล้วถ้าถามถึงคุกใต้ดิน มันก้ต้องเหมาะกะกุญแจมืออยู่แล้วแหละ แถมบรรยากาศหม่นๆ มืดๆ ยัดเทียนให้อีกอันด้วย หึๆ ทีนี้แส้ โซ่อะไรอย่างที่นินว่าก็ไปจดการหากันเอาเองนะจ๊ะ กร๊าซซซ

อยากอ่านฟิค(วาย) อีกอ่ะ แต่งอีกๆๆ

จาก : J-Ne - 10/10/2006 23:32

ข้อความ : กรี๊ดกร๊าดดดดดดดดดดดด แฮรี่เอ่ออแฮรี่ ไอ้ที่บอกว่าต้องถูกกักบริเวนบ่อยๆหมายความว่าไง >A< 555+ ตอนอ่านทั่นแม่อยู่ข้างหลัง เฮ้ออออ แอบอ่านเกือบตาย น่าจะแรงกว่านี้น่ะเค๊อะ กร๊ากกกกกกกก อีโลหื่ลลลลล

จาก : kalo - 18/10/2006 20:20

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ลงนาม ::
ไปรษณีย์นกฮูก ::
เริ่มร่ายมนต์ได้ ::


This Free service hosted by D'Server