หัวข้อ : Pureblood สายเลือดแห่งความตาย ตอนที่ 3(ตอนต่อจาก [everything I do] ข้อความ :
<3>
เช้าวันรุ่งขึ้นเฮอร์ไมโอนี่เดินไปที่ห้องสมุดเหมือนทุกครั้งก่อนจะไปรับประทานอาหารเช้า เธอทำหน้าประหลาดใจที่เห็นใครคนหนึ่งกำลังนั่งก้มหน้าอ่านหนังสืออย่างตั้งอกตั้งใจ เพราะในยามเช้าแบบนี้นอกจากเธอแล้วไม่มีนักเรียนคนใดในฮอกวอตส์ที่จะมาอ่านหนังสือก่อนอาหารเช้า เฮอร์ไมโอนี่ค่อยๆเดินอย่างระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียงรบกวน แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวและเงยหน้าขึ้นมามอง
อรุณสวัสดิ์ คุณเกรนเจอร์ ออโรร่าทักด้วยเสียงแผ่วราวกระซิบ เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มให้เธอเล็กน้อยก่อนจะหยิบหนังสือมาสามสี่เล่มแล้ววางลงบนโต๊ะอย่างระวัง
อรุณสวัสดิ์ คุณไทม์คีปเปอร์ เธอตอบพลางกางหนังสือออกอ่าน ออโรร่ามองดูเธอนิ่งจนเฮอร์ไมโอนี่ทนไม่ได้ต้องเอ่ยปากถามออกมา
ฉันมีอะไรผิดปรกติอย่างนั้นหรือ
เปล่า เพียงแต่ฉันกำลังคิดว่าที่เขาลือกันน่ะเป็นความจริง ออโรร่าตอบยิ้มๆ เฮอร์ไมโอนี่ทำหน้างงๆ
ใครลือเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือ
เรื่องที่ว่าเธอขยันมากที่สุดในบรรดานักเรียนในฮอกวอตส์น่ะสิ เด็กสาวตอบในขณะที่อีกฝ่ายพยักหน้าอย่างเข้าใจ
ก็แค่ฉันชอบค้นคว้า ชอบการอ่านเท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรแปลกหรอก เธอตอบอย่างไม่สนใจก่อนจะก้มหน้าลงอ่านหนังสือต่อ ออโรร่ามองดูหนังสือที่เฮอร์ไมโอนี่กำลังอ่าน
นั่นมันหนังสือของปี 5 นี่
แค่อ่านผ่านๆตาไว้ก่อนเท่านั้นน่ะ เฮอร์ไมโอนี่เงยหน้าขึ้นยิ้มๆ
แบบนี้เขาเรียกว่าอัจฉริยะมากกว่าคุณเกรนเจอร์ ออโรร่าเอ่ยชม เฮอร์ไมโอนี่ส่ายหน้าน้อยๆ
อันที่จริงฉันเองก็เคยผ่านช่วงที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยมาก่อนนะ เธอพูดแล้วนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายไม่รู้เรื่องเลยทำหน้าเจื่อนๆ
หมายถึงตอนที่คุณความจำเสื่อมน่ะเหรอ ออโรร่าถามเรื่อยๆในขณะที่มือเรียวบางเปิดหนังสือไปทีละหน้าอย่างช้าๆสายตาที่คมนิ่งไล่อ่านตามอย่างรวดเร็ว เฮอร์ไมโอนี่ทำหน้าแปลกใจ
เธอรู้ได้ยังไงกัน
หือม์ ออโรร่าทำท่าราวกับนึกขึ้นมาได้ก่อนจะพูดอย่างเร็ว
มีคนเล่าให้ฟังน่ะ รู้สึกว่าจะชื่อมิสบราวน์หรือยังไงนี่ล่ะ เธอตอบพลางปิดหนังสือที่อ่านจบแล้วก่อนจะเริ่มหยิบเล่มใหม่ขึ้นมาเปิดออกอ่าน เฮอร์ไมโอนี่มองดูกิริยาของเพื่อนใหม่อยู่อย่างเงียบๆ ออโรร่าอ่านหนังสือเร็วมาก ดูเหมือนเธอจะอ่านเพื่อศึกษาเรื่องราวต่างๆที่ผ่านไปมากกว่าจะหาความรู้เพิ่มเติม เด็กสาวไล่ตามองรายชื่อหนังสือที่วางตั้งเรียงรายไว้ไม่น้อยกว่าสิบเล่ม ส่วนใหญ่เป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของพ่อมดในสมัยต่างๆ เรื่องราวเหตุการณ์ก่อกบฏของพวกก็อบลิน หรือแม้แต่เรื่องเกี่ยวกับการทำลายล้างพ่อมดแม่มดในสมัยยุคกลางที่พวกมักเกิ้ลนิยมกระทำกัน ตลอดจนประวัติต่างๆของเหล่ามักเกิ้ลในช่วงสองสามร้อยปีที่ผ่านมา
ดูเหมือนเธอจะในใจประวัติศาสตร์มากกว่าเวทมนต์นะ ไทม์คีปเปอร์ เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้น รอยยิ้มฉาบบนปากที่มีสีแดงสด
กรุณาเรียกฉันว่าออโรร่าดีกว่า คุณเกรนเจอร์ เธอเงยหน้าขึ้น ที่เก่าของฉันน่ะไม่ค่อยมีเรื่องพวกนี้ให้อ่านเท่าไหร่นักหรอก ส่วนมากจะเน้นการสอนพวกเวทมนต์ด้านมืดมากกว่าด้วยซ้ำ สำหรับฉันมันน่าเบื่อแทบตาย เธอปิดหนังสือลงหลังจากที่อ่านจบแล้ว เฮอร์ไมโอนี่ทำตาโตอย่างสนใจ
สอนเวทมนต์ด้านมืด ทำได้ยังไงกันน่ะ เธอขยับตัวเข้าไปใกล้ๆเพื่อนสาวอย่างเร็วจนออโรร่านึกขำ
ไม่เห็นว่ามันจะน่าแปลกที่ตรงไหน ก็ที่นั่นน่ะรับเฉพาะเลือดบริสุทธิ์เท่านั้นวิชาที่สอนก็ต้องเป็นวิชาของพ่อมดแท้ๆ โดยเฉพาะคำสาป เหมือนพวกเดิร์มสแตรงก์ไง
พวกเดิร์มสแตรงก์อย่างนั้นเหรอ เฮอร์ไมโอนี่พูดทวนคำเบาๆ ออโรร่าพยักหน้าก่อนจะเริ่มเก็บหนังสือเฮอร์ไมโอนี่มองตามหลังเพื่อนใหม่ของเธอด้วยสีหน้าไตร่ตรองก่อนจะลุกขึ้นเก็บหนังสือของเธอบ้าง
ไปห้องอาหารกันเถอะคุณเกรนเจอร์ ออโรร่าพูดชวน
เรียกฉันว่าเฮอร์ไมโอนี่ก็ได้ เด็กสาวบอกก่อนจะเดินไปที่ห้องอาหารด้วยกัน
*/*/*/*/*
การเรียนในปีที่สี่ดูเหมือนจะยากขึ้นทุกวันจนแม้แต่เฮอร์ไมโอนี่เองยังรู้สึกเหนื่อยในบางครั้ง แต่ดูเหมือนออโรร่าจะไม่เป็นอย่างนั้น เธอดูสนุกสนานกับการเรียนที่ฮอกวอตส์มากโดยเฉพาะวิชาของแฮกริด เด็กสาวจะทำท่าตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้เข้าเรียนต่างจากพี่ชายของเธอที่ทำท่าราวกับเป็นมัลฟอยคนที่สอง เขาดูสำอางค์และทำท่าราวกับเป็นเจ้าชายเกือบตลอดเวลาจนทำให้มัลฟอยรู้สึกอยากจะสาปเขาให้กลายเป็นไส้เดือนวันละร้อยครั้ง
ฉันเกลียดไอ้ไทม์คีปเปอร์ที่สุด มากกว่าเจ้าพอตเตอร์ด้วยซ้ำ มัลฟอยบ่นกับแครบและกอยล์ในวันหนึ่ง ทั้งคู่มองหน้าเพื่อนของเขาที่กำลังโยนก้อนหินลงไปในทะเลสาบอย่างระบายอารมณ์
เขาทำอะไรให้นายเรอะ กอยล์ถามแล้วหดหัวลงทันทีอย่างรวดเร็วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าได้ถามคำถามที่ไม่เข้าท่าออกไป
ลองฉันเกลียด มันก็ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลว่าทำไมหรอกเจ้าโง่ มัลฟอยตะคอกก่อนจะนิ่งเมื่อเห็นใครคนหนึ่งกำลังเดินลงมาที่ทะเลสาบด้วยท่าทางสบายๆ
ฉันอยากอยู่ที่นี่คนเดียวสักพัก พวกแกกลับไปที่หอก่อน เขาพูดกับลูกน้องทั้งสองคนโดยที่สายตายังคงจับจ้องไปยังเด็กสาวที่กำลังเดินลงมา แครบและกอยล์มองหน้ากันอย่างงงๆจนมัลฟอยนึกรำคาญใจ
หรือจะต้องให้ฉันเสกคาถาโยนพวกแกกลับเข้าไป หา! เขาตวาดเสียงลั่นจนสมุนทั้งคู่สะดุ้งและรีบลนลานวิ่งกลับเข้าไปในปราสาท มัลฟอยมองดูอย่างเบื่อๆก่อนจะค่อยๆเดินช้าๆและเงียบๆตรงไปยังที่ที่เฮอร์ไมโอนี่นั่งเขาค่อยๆเดินอ้อมไปทางด้านหลังของเด็กสาวที่ดูเหมือนจะยังไม่รู้ตัวว่ามีคนเข้ามาใกล้ๆ เธอกำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสืออย่างสนอกสนใจ มัลฟอยค่อยๆกางแขนออกและโอบรอบตัวของเด็กสาวไว้อย่างเร็ว เฮอร์ไมโอนี่สะดุ้งสุดตัวและอ้าปากจะร้องออกมา แต่กลับโดนปากนุ่มๆของมัลฟอยประกบปิดเอาไว้เสียก่อน เด็กสาวนิ่งค้างอยู่ชั่วครู่ก่อนจะดิ้นอย่างแรง
ปล่อย เธอร้องออกมาทันทีที่มัลฟอยถอนริมฝีปากออก เขายิ้มน้อยๆดวงตาสีซีดจับจ้องที่ใบหน้าของเธอก่อนจะเลื่อนจมูกลงสูดกลิ่นหอมที่พวงแก้มของเด็กสาวเบาๆ
เรื่องอะไร เขาตอบ โอกาสดีๆแบบนี้หาไม่ได้ง่ายนักสำหรับฉัน
โอกาสที่ทุเรศมากกว่า เฮอร์ไมโอนี่พูดโกรธๆ จะปล่อยได้หรือยัง
ยัง มัลฟอยตอบด้วยน้ำเสียงกวนๆมือที่กอดยิ่งกระชับแน่นขึ้น
ไม่คิดถึงฉันบ้างเลยหรือไง เกรนเจอร์ เขาก้มหน้าลงถามเฮอร์ไมโอนี่เบาๆแต่เด็กสาวนิ่งเงียบจนเขากระชับวงแขนแน่นขึ้นไปอีก
ว่าไง
ไม่ เฮอร์ไมโอนี่ตอบห้วนๆอย่างโกรธๆทั้งที่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมัลฟอยกอดเธอไว้เช่นนี้
แต่ฉันคิดถึงเธอนะ มัลฟอยพูดต่อไปเรื่อยๆจนเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายนิ่งนานเข้าเขาจึงคลายอ้อมกอดออกช้าๆ
โกรธฉันเหรอ เขาถามเบาๆ เฮอร์ไมโอนี่เม้มปากน้อยๆ
แล้วมีใครบ้างจะไม่โกรธถ้าจู่ๆมีผู้ชายมาแอบกอดแบบนี้ เธอตอบเสียงห้วนๆ มัลฟอยหัวเราะ
จูบด้วย อย่าลืมสิ เขาพูดราวกับจะเตือนความจำ เด็กสาวหน้าแดง
ทุกเรื่องน่ะแหละ เธอตอบสวนไปทันทีก่อนจะเริ่มลงมือเก็บหนังสืออย่างรวดเร็ว มัลฟอยมองดูอย่างนึกน้อยใจ
คิดว่าเธอจะคิดถึงฉันบ้าง เขาพูดขึ้น เฮอร์ไมโอนี่ถอนหายใจ
ก็มีบ้าง แต่บางครั้งเธอทำตัวน่าเกลียดเองนี่
ฉันทำตัวน่าเกลียดตรงไหน เด็กชายถาม เฮอร์ไมโอนี่ตอบโดยไม่มองหน้าเขา
แกล้งแฮกริด หาเรื่องว่าแฮร์รี่กับรอน แล้วก็.....เธอชะงักค้างเมื่อมัลฟอยลุกพรวดพราดขึ้น
อ้อ ที่แท้ก็เป็นห่วงเจ้าพวกนั้น ในใจของเธอคงจะมีแต่ไอ้หน้าแผลเป็นกับไอ้หัวแดงเท่านั้น ใช่ไหมเกรนเจอร์ เขาถามเสียงดังราวกับตะคอก เฮอร์ไมโอนี่ถึงกับนิ่งแต่มัลฟอยกลับถือว่ากิริยานี้คือการยอมรับ เขากัดฟันกรอดก่อนจะเดินจากไปโดยไม่ยอมพูดอะไรสักคำ เด็กสาวอ้าปากค้างก่อนจะส่ายหน้าน้อยๆ
ทำไมกันนะมัลฟอย เธอคนที่แสนจะอบอุ่นและอ่อนโยนหายไปกับกาลเวลาแล้วหรือยังไงกัน น้ำตาใสๆไหลรินออกมาขณะที่เธอเก็บหนังสือต่อแล้วเดินกลับเข้าไปในปราสาท โดยไม่รู้ตัวว่ามีสายตาที่คมกริบเฝ้ามองดูเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ตลอดเวลา รอยยิ้มที่แสนร้ายกาจปรากฏขึ้นก่อนจะเลือนหายไปกับความมืดที่เริ่มโรยตัวลงมา
*/*/*/*/*
ในวันรุ่งขึ้นทุกคนพากันประหลาดใจเมื่อศาสตราจารย์มูดดี้ประกาศว่าเขาจะเสกคำสาปสะกดใจใส่นักเรียนทีละคน เฮอร์ไมโอนี่กล่าวแย้งแต่กลับถูกต่อว่าราวกับไล่เธอให้ออกไปจากห้องเรียน เด็กสาวยืนนิ่งอึ้งแล้วมองดูเพื่อนๆในชั้นเรียนที่โดนคำสาปคาถาทีละคนๆ ทุกคนดูตื่นเต้นระคนตกใจกลัว ยกเว้นออโรร่าที่มองดูราวกับว่าคาถาที่มูดดี้ร่ายใส่เพื่อนๆนั้นเป็นคาถาที่อ่อนหัดเสียเหลือเกิน เธอปฏิเสธที่จะเข้าร่วมด้วยเหตุผลที่ว่าเธอได้รับการเรียนการสอนมาแล้ว มูดดี้มองหน้าเด็กสาวราวกับเธอเป็นสิ่งประหลาดก่อนจะเรียกแฮร์รี่ให้เข้าไปทดสอบเป็นคนต่อไป เฮอร์ไมโอนี่กระซิบถามออโรร่าเบาๆ
เธอเรียนคาถาพวกนี้ด้วยเหรอ ออโรร่า
ใช่ ฉันเรียนตั้งแต่อยู่ปีหนึ่งแล้ว เด็กสาวตอบดวงตามองนิ่งอยู่ที่มูดดี้อย่างครุ่นคิด
แปลก เธอพูดเบาๆ เฮอร์ไมโอนี่มองหน้า
อะไรแปลกงั้นเหรอ
อ้อ เปล่าไม่มีอะไร ออโรร่าตอบแล้วหันไปให้ความสนใจกับเพื่อนๆที่กำลังทำท่าประหลาดๆต่อ
ถัดจากวิชาของมูดดี้เด็กๆก็เสียวสันหลังเมื่อเดินเข้าห้องของศาสตราจารย์มักกอนนากัลเพื่อเรียนวิชาการแปลงร่างต่อ เธอไล่สายตามองนักเรียนทุกๆคนเมื่อพวกเขาบ่นถึงปริมาณการบ้านที่เพิ่มขึ้น
ถ้าพวกเธอสามารถร่ายคาถาแปลงร่างเจ้าเม่นตัวนี้ให้เป็นหมอนปักเข็มได้อย่างดีเยี่ยมเหมือนมิส
เกรนเจอร์และมิสไทม์คีปเปอร์แล้ว ฉันอาจจะพิจารณาข้อเสนอของพวกเธอก็ได้ เธอตอบเสียงเข้มและเฉียบขาดจนทุกคนต้องหุบปากเงียบ
ในช่วงคาบบ่าย รอนและแฮร์รี่สนุกสุดขีดกับวิชาพยากรณ์ศาสตร์เมื่อศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์เอ่ยปากชมการบ้านของพวกเขาแล้วทั้งคู่ก็รู้สึกห่อเ***่ยวลงเมื่อโดนสั่งให้ทำการบ้านแบบเดิมอีกสำหรับสองเดือนหน้า
แล้วฉันจะหาอะไรร้ายๆสำหรับชีวิตฉันอีกล่ะ รอนบ่น
หลังวิชาประวัติศาสตร์เวทมนต์ที่ดูเหมือนจะมีออโรร่าและเฮอร์ไมโอนี่เท่านั้นที่จดเล็คเชอร์ได้ตลอดคาบเรียน วิชาของแฮกริดดูเหมือนจะเป็นวิชาที่ทุกคนดูหวาดกลัวไม่แพ้วิชาของมักกอนนากัล เขาสั่งให้เด็กนักเรียนทุกคนเฝ้าสังเกตุการเติบโตของสกรู๊ตปะทุไฟและเขียนรายงานส่ง
ฉันไม่ทำหรอก มัลฟอยพูดขึ้นเมื่อได้ฟังแฮกริดพูดจบ ฉันทนเห็นเจ้าพวกตัวประหลาดบ้าบอนี่ในชั่วโมงเรียนพอแล้ว ไม่มีทางที่ฉันจะออกมาทำรายงานอยู่กับเจ้าพวกตัวน่าขยะแขยงไม่มีสกุลนี่ต่อในตอนเย็นหรอก
แต่เธอต้องทำตามที่ฉันสั่ง แฮกริดพูด ไม่อย่างนั้นฉันจะทำตามอย่างที่ศาสตราจารย์มูดดี้......รู้จักตัวแฟเร็ตใช่ไหม มัลฟอย
พวกกริฟฟินดอร์หัวเราะลั่น มัลฟอยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาเหลือบสายตามองดูเฮอร์ไมโอนี่แม้จะรู้สึกดีขึ้นมาบ้างเล็กน้อยที่เด็กสาวไม่ได้หัวเราะไปกับพวกเพื่อนๆของเธอด้วยแต่นั่นก็ยังไม่ทำให้เขาคลายความน้อยใจที่มีต่อเธอให้ลดลงไปได้
ฉันจะแก้แค้นพวกมันให้ได้ คอยดู มัลฟอยคำรามเบาๆ
หลังวิชาของแฮกริด ทุกคนเดินกลับไปยังปราสาทแต่ก็ติดอยู่ที่ห้องโถงทางเข้า เพราะมีนักเรียนกลุ่มใหญ่กำลังยืนแออัดกันอยู่ ทุกคนกำลังรุมอ่านป้ายประกาศขนาดใหญ่ที่เพิ่งนำมาติดตั้งไว้ที่เชิงบันไดหินอ่อน รอนซึ่งมีตัวสูงที่สุดในกลุ่มเขย่งปลายเท้าแล้วมองข้ามหัวคนข้างหน้าก่อนจะอ่านข้อความในป้ายประกาศให้เพื่อนทั้งสองของเขาฟังการประลองเวทย์ไตรภาคี
ตัวแทนจากโรงเรียนโบซ์บาตงและเดิร์มสแตรงก์จะมาถึงเวลา 18.00 น.
ในวันศุกร์ที่ 30 ตุลาคมนี้ชั้นเรียนจะเลิกเร็วกว่าปกติครึ่งชั่วโมง
ให้นักเรียนนำกระเป๋าและหนังสือไปเก็บในหอนอนและมารวมกันหน้าปราสาทเพื่อต้อนรับแขกของเราก่อนงานเลี้ยงรับขวัญที่จะเริ่มขึ้นในตอนค่ำ
ยอดไปเลย วิชาปรุงยาเป็นวิชาสุดท้ายของวันศุกร์พอดี สเนปจะได้ไม่มีเวลาพอที่จะวางยาพวกเราทุกคน แฮร์รี่พูดอย่างดีใจ เพราะชั่วโมงที่แล้วสเนปได้ขู่พวกเขาไว้ว่าจะวางยาเด็กนักเรียนคนใดคนหนึ่งเพื่อทดลองยาแก้ที่พวกเขาปรุงขึ้น รอนหัวเราะก่อนจะเดินตามเพื่อนของเขาไป
อีกแค่อาทิตย์เดียวเอง เออร์นี่ มักมิลันพูด ฉันต้องรีบไปบอกเซดริก เสียงฝีเท้าวิ่งออกไปทันทีที่พูดจบ รอนหันมามองหน้าเพื่อนของเขา
เซดริก เจ้าโง่นั่นน่ะเหรอจะเป็นตัวแทนฮอกวอตส์ เขาพูดเสียงดัง
เขาไม่ได้โง่สักหน่อย เธอไม่ชอบเขาเพราะเขาเล่นควิดดิชชนะกริฟฟินดอร์ เขาเป็นพรีเฟ็คและเรียนดีมากด้วย เฮอร์ไมโอนี่พูด รอนทำหน้าย่น
เธอชอบเขาเพราะเขาหล่อ เขาพูดอย่างดูแคลน
ขอโทษ! ฉันไม่เคยชอบใครเพียงเพราะแค่ความหล่อ! เฮอร์ไมโอนี่ตอบด้วยเสียงโกรธๆก่อนจะเดินกระแทกเท้าจากไป
ดูเหมือนนักเรียนทุกคนจะพูดถึงแต่เรื่องการประลองเวทย์ที่เริ่มใกล้เข้ามา เฮอร์ไมโอนี่รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นออโรร่ามีท่าทางวางเฉยไม่สนอกสนใจเหมือนกับคนอื่นๆ เธอออกจะรำคาญเสียด้วยซ้ำเมื่อมีคนมาพูดเรื่องนี้กับเธอมากๆ
ดูเหมือนเธอจะไม่สนใจเรื่องการประลองเลยนะ ออโรร่า เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นในห้องสมุดของเช้าวันหนึ่ง ออโรร่าตอบโดยไม่เงยหน้าขึ้นมามอง
เห็นมาตั้งหลายครั้งแล้ว เธอชะงักคำพูดอย่างนึกขึ้นได้แล้วเงยหน้าขึ้นยิ้มให้กับเฮอร์ไมโอนี่ที่กำลังนั่งทำหน้าประหลาดใจ
ฉันหมายถึง ได้ฟังมาจากคนเก่าๆน่ะ แล้วยังหนังสือพวกนี้อีก เธอพูดต่ออย่างเร็ว
แต่ที่เธอพูดเมื่อกี้เหมือนกับว่าเธอเห็นมันมาหลายครั้งแล้วนะ เฮอร์ไมโอนี่แย้ง ออโรร่าอ้าปากจะตอบแต่ต้องชะงักแล้วมองจ้องไปทางด้านหลังเพื่อนของเธอ
อย่าไปสนใจคำพูดไร้สาระของน้องสาวฉันให้มากนัก คุณผู้หญิง เสียงทุ้มเบานุ่มดังขึ้น เฮอร์ไมโอนี่หันหน้าไปมอง เฮเดส ไทม์คีปเปอร์กำลังยืนยิ้มน้อยๆให้กับพวกเธอ
แล้วก็อย่าไปสนใจคำพูดที่หวานจนน่าเบื่อของพี่ฉัน เฮอร์ไมโอนี่ ออโรร่าพูดต่อประโยคพี่ชายของเธอ ดวงตาที่ดูมีชิวิตชีวากลับราบเรียบลงอีกครั้ง เฮอร์ไมโอนี่มองดูคนทั้งคู่อย่างงงๆระคนสงสัย
บางครั้งคำหวานก็สามารถสร้างสรรสิ่งที่ดีๆไม่ใช่หรือ ออโรร่า เขาเลื่อนเก้าอี้แล้วหย่อนตัวลงนั่งข้างๆเฮอร์ไมโอนี่ ออโรร่าเม้มปาก
แต่มักลงท้ายด้วยความพินาศ เธอตอบก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างเร็ว
จะไม่อยู่คุยกันก่อนหรือ คุณเกรนเจอร์ เฮเดสพูดเมื่อเห็นว่าเฮอร์ไมโอนี่กำลังขยับตัวเพื่อลุกขึ้นตาม
ออโรร่า
ฉันต้องรีบไปเข้าเรียน วิชาแรกเป็นวิชาแปลงร่างของศาสตราจารย์มักกอนนากัล ออโรร่าหันมาตอบแทนเพื่อนของเธอก่อนจะรีบดึงมือของเฮอร์ไมโอนี่ให้เดินตามออกไป เฮเดสยิ้มให้กับตัวเองขณะที่มองตามหลังเด็กสาวทั้งสอง
ยิ่งรัก ยิ่งหวงห่วงดูแลทะนุถนอม ยิ่งน่าทำลาย
จาก : moony (อดีต lupin) of Lorien - 13/10/2006 17:54
|