หัวข้อ : Pureblood สายเลือดแห่งความตาย ตอนที่ 4(ตอนต่อจาก [everything I do] ข้อความ :
<4>
ทั่วทั้งปราสาทได้รับการทำความสะอาดแม้แต่ซอกมุมเล็กๆ ฟีลซ์ซึ่งปกติไม่เคยเป็นมิตรต่อนักเรียนทุกๆคนยิ่งทำท่าราวกับพร้อมที่จะหักคอหากมีนักเรียนคนใดบังอาจเดินอยู่บนระเบียงโดยที่มีโคลนเปรอะเปื้อนรองเท้าอยู่โดยไม่รั้งรอหรือเสียเวลาขออนุญาตต่ออาจารย์ใหญ่ เด็กนักเรียนทุกคนก็ดูเคร่งเครียดไปด้วย โดยเฉพาะเนวิล ลองบัตท่อมซึ่งในชั่วโมงเรียนวิชาแปลงร่างเขาใช้คาถาสลับที่ผิดพลาดทำให้หูของตัวเองไปติดอยู่ที่ต้นกระบองเพชรแทน
ลองบัตท่อม ขอให้เธอพยายามซ่อนตัวเองให้มิดชิดและเงียบที่สุดตลอดเวลาที่นักเรียนจาก
เดิร์มสแกรงก์มาอยู่ที่นี่ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพูดเสียงดังลั่น
เฮอร์ไมโอนี่หอบหนังสือจนเต็มอ้อมแขนแล้วเดินตรงไปที่ริมทะเลสาบเหมือนทุกครั้ง เธอจัดแจงปูแผ่นรองนั่งก่อนจะหยิบหนังสือขึ้นมาเปิดออกอ่านอย่างตั้งใจ เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองบรรยากาศรอบๆเป็นบางครั้งราวกับพักสายตาก่อนจะก้มหน้าลงอ่านหนังสือต่อ เสียงนุ่มๆทักขึ้นเบาๆ
ได้ยินมาว่าเป็นคนฉลาด แต่ไม่คิดว่าจะมีความขยันและใฝ่รู้ขนาดนี้ด้วย เฮเดสยืนอยู่ข้างตัวของ
เฮอร์ไมโอนี่พลางส่งรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรให้ เด็กสาวทำสีหน้าไม่พอใจอันเนื่องมาจากการถูกขัดจังหวะการอ่านของเธอเล็กน้อยก่อนตอบ
ข่าวลือบางทีก็เป็นแค่ข่าวลือ เธอตอบ เหมือนข่าวเหลวไหลจากริต้า สกีตเตอร์นั่นไง
ท่าทางเธอจะไม่ชอบอ่านหนังสือพิมพ์นะ เฮเดสเลื่อนตัวมานั่งข้างๆเฮอร์ไมโอนี่ เด็กสาวขยับตัวหลีกเล็กน้อย
ก็ไม่เชิง เพียงแต่ไม่ชอบก็เท่านั้น เธอยักไหล่ มีแต่เรื่องไร้สาระ
ฉันเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ว่าแต่เธอกำลังอ่านหนังสืออะไรอยู่อย่างนั้นหรือ เฮเดสทำท่ามองไปที่หนังสือ เฮอร์ไมโอนี่ปิดมันลงก่อนตอบ
การใช้เวทมนต์ชั้นสูง และการแก้คำสาบ
นั่นมันหนังสือของพวกปีหกไม่ใช่หรือ เฮเดสพูดแล้วยิ้ม แต่จะว่าไปมันก็เป็นหนังสือที่น่าสนใจเล่มหนึ่งเลยทีเดียว เฮอร์ไมโอนี่มองหน้าเขา
หรือว่าเธออ่านมันจนจบแล้ว เธอถาม เฮเดสพยักหน้า
แน่นอน ฉันอ่านมันจบตั้งแต่วันแรกๆที่มาที่นี่แล้ว เขาตอบพร้อมกับยิ้มเมื่อเห็นท่าทีของเฮอร์ไมโอนี่ที่เปลี่ยนไป
นั่นดีมากเลยนะ นักเรียนที่นี่ส่วนมากไม่ค่อยอ่านหนังสือล่วงหน้าเท่าไหร่นักหรอก เท่าที่ฉันรู้ก็มี
เซดริก ดิกอรี่ เท่านั้นที่ชอบการอ่าน เธอวางหนังสือลงบนผ้าปูรองนั่ง
แล้วเธอเคยอ่านหนังสือเกี่ยวกับพวกสิทธิหรืออะไรทำนองนั้นหรือเปล่า เธอถาม เฮเดสส่ายหน้า
ไม่เคย ทำไมหรือ
คือฉันอยากจะทำอะไรบางอย่างน่ะ จะว่ายังไงดีล่ะ คิดว่าที่โรงเรียนของพวกเธอคงจะไม่มีเอลฟ์ประจำบ้านใช่ไหม เฮอร์ไมโอนี่ถาม เฮเดสส่ายหน้า
ไม่มีหรอก
วิเศษ เฮอร์ไมโอนี่ร้องออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจ คือที่นี่น่ะพวกเราพ่อมดมักจะมีคนรับใช้เป็นเอลฟ์ แต่พวกมันมักไม่ได้รับการเหลียวแลหรือแม้แต่ค่าจ้างก็ไม่เคยได้รับ
นั่นแย่มาก เฮเดสพูด เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มอย่างถูกใจ
ใช่ มันแย่มากจริงๆ ฉันก็เลยจัดตั้งชมรมหนึ่งขึ้นมา เป็นชมรมที่ปกป้องคุ้มครองสิทธิของพวกเอลฟ์น่ะ
เป็นความคิดที่วิเศษที่สุด เฮเดสกล่าวเฮอร์ไมโอนี่หน้าบาน เธอคงมีสมาชิกหลายคนแล้วสิตอนนี้
จะว่าไป ฉันมีสมาชิกจริงๆแค่สามเท่านั้น เฮอร์ไมโอนี่พูดเสียงเบาๆ ส่วนใหญ่ทุกคนจะทำท่าเยาะเย้ยความคิดนี่ บางคนก็หัวเราะใส่หน้าฉันด้วยซ้ำไม่เว้นแม้แต่รอนหรือแฮร์รี่
นั่นหยาบคายมาก เฮเดสร้องออกมาด้วยท่าทางโกรธๆ ทำไมไม่มีคนเข้าใจในความคิดดีๆแบบนี้เลยนะ แล้วถ้าฉันจะขอสมัครเป็นสมาชิกชมรมของเธอบ้างจะได้หรือไม่เกรนเจอร์
ด้วยความยินดีอย่างยิ่งเลย เฮอร์ไมโอนี่หยิบเหรียญส.ร.ร.ส.อ.ของเธอออกมา สองซิกเกิ้ลสำหรับค่าธรรมเนียมแรกเข้า ถูกใช่ไหม เธอส่งเหรียญให้กับเฮเดส เขารับมันมาติดไว้ที่อกเสื้อของเขา
มันถูกเกินเสียด้วยซ้ำสำหรับความคิดที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ เขาลูบที่ติดเสื้อเบาๆ แล้วน้องสาวของฉันเขาสนใจเรื่องนี้ไหม
ดูท่าทางเหมือนกับว่าเธอจะไม่ค่อยสนใจกับมันก็จริง แต่ออโรร่าก็ช่วยซื้อเข็มกลัดนี่ด้วยท่าทางที่เต็มใจมากกว่าคนอื่นนะ เฮอร์ไมโอนี่ตอบ เฮเดสหัวเราะเบาๆ
นั่นล่ะ น้องสาวของฉันล่ะ ไม่เคยสนอกสนใจกับคนอื่นอย่างจริงจัง
อย่างนั้นหรือ เฮอร์ไมโอนี่มองดูเด็กชายนิ่ง เธอรู้สึกไม่ค่อยพอใจในคำพูดของเขาขึ้นมาเสียเฉยๆ เด็กสาวลงมือเก็บหนังสืออย่างเงียบๆ เฮเดสมองดูกิริยาของเธอ รอยยิ้มพาดที่มุมปากเรียวบาง
อันที่จริงฉันมีอะไรบางอย่างที่อยากจะให้เธอดู เขาพูดขึ้น เฮอร์ไมโอนี่ชะงัก
อะไรเหรอ
ของเก่าแก่หายากมาก ฉันได้มันมาจากหอคอยอีกด้านของฮอกวอตส์ตอนไปเดินสำรวจวันแรก เธอคงไม่อยากดูหรอก ใช่ไหม เขาพูดเหมือนดักคอเด็กสาว เฮอร์ไมโอนี่เม้มปากน้อยๆ
แล้วต้องมีอะไรมาแลกเปลี่ยนหรือเปล่าล่ะ เธอถาม เฮเดสเลิกคิ้วสูง
แลกเปลี่ยนอะไรกัน ฉันไม่ใช่คนแบบนั้น เขาพูด เฮอร์ไมโอนี่ทำสีหน้าเยาะน้อยๆ
ใครจะไปรู้ล่ะ คิดว่าพวกสลิธีรินจะมีนิสัยแย่ๆเหมือนกันหมด เธอนึกถึงหน้ามัลฟอยขึ้นมา ถ้าเป็นเขาคงไม่มีทางให้เธอได้ดูหรือได้รับของจากเขาโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนแน่นอน เฮอร์ไมโอนี่ยิ้มน้อยๆให้กับตัวเอง แต่นั่นก็เป็นนิสัยแย่ๆที่เหมาะกับเขามากที่สุด เธอนึก
กำลังหัวเราะเยาะฉันอยู่อย่างนั้นหรือ เฮเดสถาม เฮอร์ไมโอนี่รีบปฏิเสธทันที
เปล่า ฉันเพียงแต่นำอะไรที่มันน่าขำขึ้นมาได้น่ะ เธอมองดูอีกฝ่าย
แล้ว อะไรกันล่ะที่เธออยากจะให้ฉันดูน่ะ เธอพยายามที่จะซ่อนความรู้สึกอยากรู้ไว้ เฮเดสแอบอมยิ้มขณะที่ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อคลุม แล้วทำท่าราวกับดึงอะไรบางอย่างออกมา เขากำมันไว้แน่นราวกับสิ่งที่อยู่ในมือนั้นเป็นของที่มีค่าหายาก
ขยับเข้ามาใกล้อีกสักนิดสิ ฉันไม่อยากให้คนอื่นเห็นโดยเฉพาะพวกอาจารย์ มันไม่มีอันตรายอะไรหรอกน่ะ เขารีบพูดเมื่อเห็นสีหน้าที่ไม่ไว้วางใจของเฮอร์ไมโอนี่ เด็กสาวขมวดคิ้วก่อนจะค่อยๆขยับตัวเข้าไปใกล้ๆเขา เฮเดสค่อยๆยื่นมือที่กำไว้ออกมาแล้วจ่อไปตรงหน้าของเธอก่อนจะค่อยๆคลายมือที่กำไว้ออกช้าๆ ไอละอองสีฟ้าเรืองแสงฟุ้งกระจายออกมาทันที เฮอร์ไมโอนี่อุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อสูดลมหายใจเอาไอละอองเข้าไปจนเต็มปอด
อะไรกันน่ะ เธอพยายามพ่นลมหายใจแรงๆจนดูเหมือนจาม แต่แล้วจู่ๆราวกับโลกทั้งโลกเกิดการบิดเบี้ยว เฮอร์ไมโอนี่มองดูใบหน้าของเฮเดสที่ตอนนี้กำลังยิ้มกว้างขณะที่จ้องมองดูเธอ
เป็นอะไรไปอย่างนั้นหรือ เกรนเจอร์ เขาถามแต่ดูเหมือนเสียงของเขาจะเบาหวิวราวกับสะท้อนอยู่ในหัวของเฮอร์ไมโอนี่ เด็กสาวพยายามพยุงตัวเองไม่ให้ล้ม
นาย ทำ อะไร เธอพยายามเค้นเสียงถาม แต่คำพูดที่ผ่านลำคอออกมาช่างแผ่วเบาราวกระซิบ
แค่อยากจะครอบครองเธอเท่านั้น เกรนเจอร์ เฮเดสตอบ เขาอ้าแขนออกรับร่างที่อ่อนปวกเปียกซึ่งค่อยๆเซล้มลงไว้ก่อนที่จะกระแทกกับพื้น เขากอดเธอเอาไว้ในอ้อมแขนก่อนจะค่อยๆโน้มหน้าของตัวเองลงไป
นั่น แกกำลังจะทำอะไร! เสียงตวาดดังขึ้นจากทางด้านหลัง เฮเดสยิ้มให้กับตัวเองก่อนจะหันไปมอง มัลฟอยกำลังวิ่งตรงเข้ามาด้วยสีหน้าที่แสดงถึงความโกรธจัด
เกรนเจอร์เป็นลม ฉันก็เลยเข้ามาช่วย เขาตอบแต่มัลฟอยกลับส่งเสียงในลำคอก่อนจะดึงร่างที่ไร้สติของเฮอร์ไมโอนี่ออกมาจากอ้อมแขนของเฮเดส เขาก้มลงมองดูใบหน้าที่ซีดขาวดวงตาปิดสนิทอย่างเป็นห่วง
เกรนเจอร์ เขาเรียกเธอเบาๆ แต่ไม่มีปฏิกิริยาใดๆจากเธอ มัลฟอยเงยหน้าขึ้นมองดูเฮเดส
แกทำอะไรเกรนเจอร์
ฉันเปล่า เฮเดสปฏิเสธ อย่างที่บอก ฉันเห็นเธอกำลังเป็นลมเลยเข้ามาช่วยไว้เท่านั้น
แต่ฉันเห็นแกเดินเข้ามาหาเกรนเจอร์ แล้วกำลังส่งอะไรให้เธอดูก่อนจะล้มลงไป มัลฟอยพูดเสียงดัง ดวงตาสีซีดจ้องเขม็งที่ใบหน้าของเฮเดสอย่างเอาเรื่อง เสียงหัวเราะดังมาจากอีกฝ่าย
ดูนายเป็นห่วงเป็นใยพวกเลือดสีโคลนจากกริฟฟินดอร์คนนี้เสียเหลือเกินนะ สนใจเธอคนนี้มากอย่างงั้นหรือ
ฉันไม่ได้สนใจพวกเลือดสีโคลน! มัลฟอยหน้าแดงก่ำขณะที่ตอบโต้ ฉันแค่ไม่อยากให้แกทำอะไรที่เป็นเหตุให้พวกเราต้องเสียคะแนนบ้านต่างหาก มัลฟอยชะงักกิริยาที่เกรี้ยวกราดลงทันทีที่ได้ยินเสียงเดินดัง
ก่อกแก่กใกล้เข้ามา เด็กชายเหลือบตามองข้ามไหล่ของเฮเดสไป มูดดี้กำลังเดินขโยกเขยกออกมาจากปราสาทและตรงรี่มายังพวกเขา
พวกเธอกำลังทำอะไรกันอยู่ ดวงตาสีฟ้ากลอกกลิ้งกลับไปกลับมาราวกับกำลังสำรวจดูเด็กทั้งสอง
เด็กนั่นเป็นอะไรไป อย่าบอกฉันนะว่าพวกเธอกำลังวางแผนสกปรก เขาพูดเสียงเครียด มัลฟอยหน้าแดงขึ้นเล็กน้อย
เกรนเจอร์เป็นลมไปครับศาสตราจารย์มูดดี้ และพวกเรากำลังจะพาเธอไปที่ห้องพยาบาล เฮเดสตอบ
มูดดี้มองดูเขาราวกับไม่เชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
งั้นจะมัวรออะไรกันอยู่ รีบๆพาเธอไปเสียสิ เขาพูดห้วนๆ มัลฟอยอุ้มร่างที่อ่อนระทวยของเฮอร์ไมโอนี่กระชับไว้ในอ้อมแขนอย่างระวัง เขาส่งสายตาอาฆาตแค้นไปยังเฮเดสแว่บหนึ่งก่อนจะก้าวเดินออกไปโดยมีแม้ดอายยืนมองตาไม่กระพริบ
ส่วนเธอ เก็บหนังสือพวกนี้แล้วนำไปส่งให้พวกกริฟฟินดอร์ด้วย เขาหันมาสั่งเฮเดสก่อนจะหมุนตัวเดินขโยกเขยกกลับเจ้าปราสาทไปเสียงขาไม้ชะงักกึกก่อนเจ้าของร่างจะหันขวับกลับมามอง
มีอะไรน่าขำอย่างงั้นเรอะ ไทม์คีปเปอร์ มูดดี้ถามเสียงเครียด เฮเดสส่ายหน้า
ไม่มีครับ เขาตอบ แค่คิดถึงเรื่องอะไรสนุกๆขึ้นมาได้เรื่องหนึ่งเท่านั้น
เรื่องอะไรของเธอ แม้ดอาย มูดดี้เดี้ยวตัวกลับมาตาสีฟ้าหมุนกลับมาด้านหน้าแล้วจ้องนิ่งที่เด็กชาย ผมสีดำที่ยาวปลิวไสวไปตามแรงลม รอยยิ้มที่เย็นเยือกฉาบบางๆที่มุมปาก
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับการสวมรอยของผีร้ายในปราสาทริมทะเลสาบแห่งหนึ่งในยุโรบเหนือน่ะครับ บรรยากาศของมันเหมือนที่นี่มากๆ เขาจ้องหน้ามูดดี้กลับอย่างไม่มีที่ท่าว่าจะเกรงกลัวก่อนจะหยิบไม้กายสิทธ์ขึ้นมาแล้วโบกสะบัด หนังสือของเฮอร์ไมโอนี่เลื่อนมารวมกันก่อนจะลอยเข้ามาที่แขนของเขา เฮเดสเก็บไม้กายสิทธิ์ก่อนจะส่งยิ้มให้กับมูดดี้อีกครั้ง
ผมต้องขอตัวก่อนนะครับ ศาสตราจารย์ พอดีมีการบ้านที่จะต้องส่งพรุ่งนี้ เขาหัวเราะเบาๆก่อนจะหมุนตัวเดินกลับเข้าไปในปราสาท แมดอาย มูดดี้มองตามหลังเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าและแววตาที่ยากแก่การเข้าใจก่อนจะเดินไปอีกด้านของปราสาท
******************************
มัลฟอยยืนมองดูมาดามพอมพรีย์ที่กำลังสาละวนกับการตรจร่างกายของเฮอร์ไมโอนี่ที่นอนหลับสนิทแน่นิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ม่านบังตาถูกเลื่อนคลุมรอบเตียง เสียงของหล่อนดูเคร่งเครียดดังออกมา
นี่ดูไม่เหมือนคนที่เป็นลมเลยสักนิด มันคล้ายๆกับคนที่หมดสติเพราะโดนวางยามากกว่า มาดามพอมพรีย์บ่น มัลฟอยขมวดคิ้ว
โดนวางยาอะไรอย่างนั้นหรือครับ เขาถาม มาดามพอมพรีย์ส่ายหน้า
ยังไม่รู้เหมือนกัน เธอตอบก่อนจะเลื่อนม่านบังตาออก ก่อนจะหยิบอ่างบรรจุน้ำล้างมือและถาดยาออกมา
ให้อยู่ได้แค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นนะ และห้ามทำอะไรที่เป็นการรบกวนคนไข้ด้วย ไม่อย่างนั้นฉันจะโยนเธอออกไปนอกห้องทันที มาดามพอมพรีย์ขู่ก่อนจะเดินจากไป มัลฟอยค่อยๆขยับตัวเข้าไปใกล้ๆเฮอร์ไมโอนี่ เขาลูบแก้มของเธอเบาๆ
เกรนเจอร์ เสียงเรียกแผ่วเบา แต่ไม่มีเสียงใดๆดังรอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มที่ปิดสนิท มัลฟอยก้มหน้าลงจูบเธอด้วยท่าทางที่อ่อนโยน
ไอ้เจ้านั่นมันทำอะไรกับเธอ เขาลูบเส้นผมที่กระจายเต็มที่นอนขณะกระซิบถาม ลืมตาตื่นขึ้นมาบอกกับฉันสิ เสียงผ่อนลมหายใจดังออกมาจากร่างที่นอนหลับสนิท
ฉันจะไม่มีวันให้อภัยกับทุกคนที่ทำร้ายเธอ เกรนเจอร์ เอาไว้ให้ฉันรู้ก่อนเถอะว่าเจ้านั่นมันต้องการอะไรจากเธอกันแน่ เด็กชายยืดตัวขึ้น มาดามพอมพรีย์กระแอมเบาๆเป็นเชิงเตือน
ฉันต้องกลับไปก่อน แล้วจะรีบมาหาเธอในตอนเช้านะ เด็กชายมองใบหน้าที่กำลังหลับสนิทนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินออกจากห้องไป
*/*/*/*/*
เช้าวันรุ่งขึ้น มัลฟอยรีบเร่งฝีเท้าเพื่อที่จะไปยังห้องพยาบาลก่อนที่คนอื่นๆจะทันได้ตื่นมารวมกันที่ห้องอาหาร เขาทำสีหน้าแปลกใจเมื่อพบเตียงที่เฮอร์ไมโอนี่นอนเมื่อคืนว่างเปล่า เด็กชายหันซ้ายหันขวาก่อนจะเดินไปหามาดามพอมพรีย์ที่ห้องทำงาน
ผมมาเยี่ยมเกรนเจอร์ครับ มัลฟอยพูดสั้นๆ มาดามพอมพรีย์เงยหน้าขึ้นจากกองเอกสารที่เธอกำลังเขียนอยู่
มิสเกรนเจอร์ออกไปตั้งแต่เช้าตรู่แล้ว ฉันห้ามก็ไม่ฟังป่านนี้คงไปนั่งอยู่ในห้องอาหารรวมแล้วกระมัง
มัลฟอยยืนนิ่งฟังอย่างงงๆก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกมาโดยลืมกล่าวคำขอบคุณกับมาดามพอมพรีย์ไปเสียสนิท เขาเดินอย่างเร็วตรงกลับไปยังห้องอาหารรวม เสียงหัวเราะที่คุ้นหูดังออกมาจากหัวมุม มัลฟอยหยุดชะงักทันที
ถ้าอย่างนั้น ผมคงต้องขอตามคุณไปที่ห้องสมุดด้วย เฮอร์ไมโอนี่
ด้วยความยินดี มาดามพินซ์เองคงจะดีใจที่ยังมีนักเรียนสนใจการอ่านอยู่แบบนี้ เสียงเฮอร์ไมโอนี่ตอบ มัลฟอยกำมือแน่นก่อนจะโผล่พรวดเข้าไป เฮเดสและเฮอร์ไมโอนี่หันมามอง
อ้อ คุณมัลฟอย เฮเดสเอ่ยทัก มัลฟอยจ้องมองดูเฮอร์ไมโอนี่โดยไม่แม้แต่จะใส่ใจเหลือบมองดูคนที่ทักทายเขา ริมฝีปากบางเม้มแน่น
ไม่คิดว่าเธอจะหายได้เร็วแบบนี้นะ เกรนเจอร์ เขาพูดเสียงห้วนๆ เฮอร์ไมโอนี่ทำสีหน้าแปลกใจ
ฉันเองก็ไม่คิดว่าเธอจะเป็นห่วงฉันแบบนี้เหมือนกัน มัลฟอย น้ำเสียงที่แข็งกระด้างอย่างที่แม้เวลาอยู่ต่อหน้าแฮร์รี่เฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่เคยใช้กับเขา
ฉันไม่ได้เป็นห่วงเธอ แค่สงสัยเท่านั้นเอง
อ้อ คงคิดว่าฉันแกล้งใช่ไหม อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะมีนิสัยเสียๆแบบเธอสิ มัลฟอย เฮอร์ไมโอนี่ตอบก่อนจะหันไปทางเฮเดส
พวกเราไปห้องอาหารกันดีกว่า คุณเฮเดส ฉันหิวแล้ว เธอเดินนำหน้าออกไปโดยไม่หันกลับมามองดูมัลฟอยที่กำลังยืนนิ่งอึ้งตะลึงงันกับท่าทางที่ดูเหินห่างของเธอ เฮเดสยิ้มเยาะขณะที่เดินตามหลังเด็กสาว
เดี๋ยว!! มัลฟอยร้องเรียก เฮเดสหันหลังกลับมา
มีอะไรอีกอย่างนั้นหรือ คุณมัลฟอย
แก ทำอะไรกับเกรนเจอร์ มัลฟอยตะคอก เฮเดสหัวเราะเบาๆ
เปล่านี่ ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยสักนิด เขายื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆมัลฟอย
เธอหันมาสนใจฉันเองต่างหาก เฮเดสถอยหลังออกไปสองสามก้าวก่อนจะส่งสายตาที่เย้ยหยันมาให้
มัลฟอยก่อนจะเดินจากไป เด็กชายผิวซีดกัดฟันแน่น
ฉันไม่เชื่อและไม่มีวันเชื่อว่าเกรนเจอร์จะเปลี่ยนใจไปในชั่วข้ามคืน มัลฟอยจ้องตามหลังเฮเดสด้วยสายที่เคียดแค้นก่อนจะตัดสินใจก้าวเดินตามหลังคนทั้งคู่ไป
*/*/*/*/*
สองสามวันมานี่ดูเดรโกแปลกๆไปนะ มีอะไรกันอย่างนั้นหรือ แพนซี่ พาร์กินสันเอ่ยถามแครบและกอยล์ที่กำลังส่งขนมปังเข้าปากแบบชิ้นต่อชิ้น
ไม่รู้สิ กอยล์ตอบเสียงอู้อี้ แต่ดูเขาจะหงุดหงิดอารมณ์เสียง่ายด้วย ระวังอย่าเข้าไปกวนเขาเข้าเชียวนะ แพนซี่
ฉันเองก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งกับเขานักหรอก แต่ไอ้การที่มัลฟอยเสกคำสาบใส่คนบ้านฮัฟเพิลพัฟเมื่อวานนี้ทำให้พวกเราเสียคะแนนบ้านไปมากพอดูนะ แพนซี่พูด แครบส่ายหน้า
เจ้าหมอนั่นมันปากเสียเองต่างหาก เขาแก้ตัวให้เพื่อนก่อนจะหันไปแย่งขนมปังจากปากกอยล์ แพนซี่มองดูทั้งคู่อย่างระอาก่อนจะหันไปมองดูมัลฟอยด้วยสายตาที่เป็นห่วง
เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม เดรโก แพนซี่ถามอย่างเกรงๆ มัลฟอยละสายตาจากหน้าต่างที่เขากำลังเหม่อมองดูอยู่
อย่ามายุ่งกับฉัน แพนซี่ เขาพูดเสียงหนักจนเด็กสาวต้องถอยหลังออกห่าง มัลฟอยมองดูกิริยาของเพื่อนร่วมบ้านอย่างเบื่อๆก่อนจะลุกขึ้นและเดินออกจากห้องนั่งเล่นรวม เขาเดินตรงไปที่ทะเลสาบด้วยหวังว่าจะได้พบกับเฮอร์ไมโอนี่เหมือนเช่นทุกครั้ง เงาผมสีน้ำตาลพลิ้วโผล่พ้นออกมาจากพุ่มไม้ทำให้เด็กชายอมยิ้ม เขาค่อยๆย่องเข้าไปใกล้ๆ
เกรน...... เสียงที่ตั้งใจจะเรียกขาดหายไปในลำคอเมื่อเห็นว่าคนที่เขาตั้งใจจะลงมาพบในเวลานี้ไม่ได้นั่งอยู่คนเดียว เฮเดส กำลังเปิดหนังสือแล้วชี้นิ้วให้เฮอร์ไมโอนี่ดูข้อความที่สำคัญ เด็กสาวยิ้มอย่างดีใจก่อนจะลงมือจดบันทึก ราวกับรู้ ดวงตาสีดำสนิทเหลือบมองมาทางเขา รอยยิ้มจางๆฉาบที่มุมปาก
มีอะไรติดอยู่ที่ผมของเธอแน่ะ เฮเดสพูดด้วยเสียงที่ดังพอจะให้มัลฟอยได้ยิน เสียงเฮอร์ไมโอนี่อุทานเบาๆ
ตายล่ะ แย่จริงตรงไหนเหรอเฮเดส เธอทำท่ายกมือขึ้นปัดผมวุ่นวาย เฮเดสยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆกับเรือนผมของเธอแล้วเอื้อมมือหยิบเศษใบไม้เล็กๆบนผมของเด็กสาวออกด้วยท่าทางนุ่มนวลและเย้ยหยันมัลฟอยอยู่ในที
แค่เศษใบไม้น่ะ เขาพูดยิ้มๆ เฮอร์ไมโอนี่สางผมของเธอเบาๆ
ขอบคุณมาก ไม่คิดเลยนะว่าคนของสลิธีรินจะสุภาพแบบนี้เป็น
อันที่จริงจะว่าแบบนั้นมันก็ไม่เชิง เฮเดสพูด ผมเป็นแค่นักเรียนแลกเปลี่ยนเท่านั้น และบังเอิญที่หมวกคัดสรรส่งผมไปอยู่ที่นั่น
บางทีหมวกนั่นคงจะเก่ามากเกินไปเลยทำอะไรผิดพลาดไปบ้าง เฮอร์ไมโอนี่พูดยิ้มๆ เฮเดสมองหน้าของเด็กสาวแล้วทำท่าราวกับจะก้มลงไปหาเธอ มัลฟอยกำมือของตัวเองแน่นก่อนจะหมุนตัวหันหลังเดินกลับไปที่ปราสาท เขาฟาดมือเข้ากับกำแพงอย่างขุ่นแค้นใจ
ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ เกรนเจอร์ เขาพูดพลางฟาดกำปั้นไปที่กำแพงอีกครั้ง
ทำไมกัน ทำไม หรือสิ่งที่ฉันทำไปทั้งหมดนั่นมันไม่มีค่าเลยสำหรับเธอ มัลฟอยรัวกำปั้นใส่กำแพงปราสาทไม่หยุด
นั่นเธอกำลังทำอะไรของเธอกันน่ะ เสียงเสียงเรียบเย็นดังขึ้น ออโรร่ายืนกอดหนังสือมองมาทางเขาด้วยสายตาที่นิ่งราวกับก้นทะเลสาบ มัลฟอยกัดฟันแน่น
เรื่องของฉัน เขาตอบอย่างฉุนเฉียว ออโรร่าเอียงหน้ามองดูมือที่แตก เลือดไหลซึมออกมาตามรอยแผลที่แยกปริออก
นั่นมันก็ใช่ แต่ฉันกลัวว่ากำแพงปราสาทมันจะแตกยับมากกว่ามือของเธออีกน่ะสิ ออโรร่าพูดเรื่อยๆ มัลฟอยสะบัดหน้าเงยขึ้นมองดูเธอ
นั่นมันเรื่องของพวกฉัน พ่อฉันเสียเงินบำรุงที่นี่ ฉันจะทำยังไงกับมันก็ได้ เขาตวาด ออโรร่าหัวเราะเบาๆในลำคอ
นิสัยเสียพอกันทั้งตระกูล เธอบ่นพึมพำก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ๆเขา
ไปหามาดามพอมพรีย์ดีกว่านะตอนนี้
ฉันไม่อยากไป
แต่แผลของเธอมันไม่ใช่น้อยๆเลยนะ ออโรร่าบอก มัลฟอยซุกมือของเขาไว้ในกระเป๋าเสื้อคลุมแล้วเบ้หน้าน้อยๆเมื่อแผลของเขาถูเข้ากับผ้าจนเจ็บ ออโรร่ามองดูกิริยาของเขาอย่างนึกขำ
อันที่จริงมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉันหรอกนะ แต่กลัวว่าแผลของเธอมันจะอักเสบรุนแรงจนต้องตัดมือทิ้ง ดูท่าทางคงต้องตัดทั้งสองข้างด้วยกระมัง เธอทำท่าครุ่นคิดจริงจังจนมัลฟอยหน้าเสีย
ก็ได้ เขาพูดห้วนๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินกระแทกเท้าออกไปออโรร่าหัวเราะเบาๆขณะที่มองตามหลังเขา
นิสัยเหมือนเด็กๆ เธอพูดอย่างขันๆก่อนจะเดินตามหลังเขาไปห่างๆโดยไม่ให้มัลฟอยรู้ตัว
*/*/*/*/*
จาก : moony (อดีต lupin) of Lorien - 18/10/2006 18:12
|