หัวข้อ : Former Times For Change SunKaDia : บทที่ 1 ฝันแห่งอดีตกาล
ข้อความ : ก่อนที่จะก้าวเดินไปในเส้นทาง...ตัดสินใจดีหรือยัง...เพราะหากตัดสินใจไปแล้ว...เราอาจไม่สามารถย้อนเดินกลับมาได้อีก"

------------------------------------

บทที่ 1 ฝันแห่งอดีตกาล

โตเกียว...มหานครแห่งความหวังและล้มเหลวของหลายผู้คน

" คุณหนูคะ!?! ลงมาทานข้าวได้แล้วค่ะ เดี๋ยวจะไปโรงเรียนสาย! " เสียงหญิงร่างท้วมวัยกลางคนตะโกนเรียกเด็กสาวผู้อยู่เบื้องบนห้อง ในคฤหาสน์อันหรูหราและกว้างใหญ่ของมหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่มาตั้งถิ่นฐานที่เมืองแห่งนี้

ภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยของประดับตกแต่งที่สวยงามมากมาย ทั้งการประดับประดาห้องที่ล้วนงดงามแทบไม่มีที่ติใดๆจนทำให้เราต้องอดคิดไม่ได้ว่า หากเราได้อยู่ในคฤหาสน์หลังงามนี้คงจะมีความสุขเป็นแน่

บริเวณรอบๆตัวบ้าน เต็มไปด้วยสวนดอกไม้และต้นไม้นานาพันธุ์ มีน้ำพุขนาดใหญ่อยู่ตรงใจกลางของบ้าน ข้างๆเป็นสวนแห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยต้นซากุระที่บานสะพรั่งอย่างงดงาม

...บนห้องนอน...

ภายในห้อง มีเตียงไม้สี่เสาอยู่ใจกลางของห้อง โต๊ะคอมพิวเตอร์ ตู้หนังสือสามตู้วางเรียงกัน และตู้โชว์ที่ตั้งสิ่งของประดับประดาสวยงาม

ยู ชาร์น เด็กสาวผู้มีผมและนัยน์ตาสีเทาผิดแปลกไปจากคนญี่ปุ่นทั่วไป นั่งจัดหนังสือใส่ในกระเป๋านักเรียนที่โต๊ะเขียนหนังสือ ด้วยสภาพที่สวมใส่ชุดนักเรียนเรียบร้อยแล้ว เธอหยิบเอาแว่นตาสายตาสวมใส่เป็นอย่างสุดท้าย เมื่อเธอเช็คสิ่งของเรียบร้อยดีแล้วก็รีบเดินลงมาข้างล่างในเวลาต่อมา

" ค่า~! มาแล้วค่ะป้าอิคาโนะ " เด็กสาวยิ้มด้วยความสดใสร่าเริงให้กับพี่เลี้ยงอาวุโสของเธอ เมื่อกอดอิคาโนะให้ชื่นใจแล้วก็เดินไปรับประทานอาหารที่โต๊ะไม้สักทรงกลมที่แสนหรูหรา

เด็กสาวนั่งทานข้าวคนเดียวเงียบๆ โดยที่โต๊ะไม้ทรงกลมนี้ออกจะดูใหญ่มากเสียเหลือเกินกับการกินข้าวแค่คนเดียวของเธอ ทำให้เด็กสาวดูว้าเหว่นักที่ต้องมานั่งทานข้าวเพียงคนเดียวท่ามกลางโต๊ะทรงกลมใหญ่ที่ไม่มีใครนั่งทานข้าวด้วยมานานแสนนาน

อิคาโนะกล่าวกับคุณหนูของเธอด้วยรอยยิ้มว่า'นายท่าน'จะกลับมาอีกสองเดือนหน้า ซึ่ง'นายท่าน' ที่เธอกล่าวถึงคือ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันที่เป็นพ่อเลี้ยงของเด็กสาวนี่เอง ด้วยความที่มีธุรกิจมากมายทำให้ต้องเดินทางไปดูงานที่ต่างประเทศบ่อยครั้ง นานๆครั้งถึงจะกลับมาให้เด็กสาวเห็นหน้า

ยูเดินไปขึ้นรถเก๋งสีดำราคาแพง ก่อนที่รถเก๋งคันนั้นจะเคลื่อนตัวออกไปจากคฤหาสน์อย่างนิ่มนวล จุดมุ่งหมายคือ โรงเรียนไฮสคูล เซนคิน ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับสูงที่มีแต่ลูกคนรวยมักเข้าเรียนเป็นประจำนั่นเอง

ในขณะที่เหล่าเด็กนักเรียนพากันเดินเข้าอาคารเรียนอยู่นั้น เด็กสาวผมเงินก็มาถึงเธอกล่าวขอบคุณชายวัยกลางคนที่เป็นผู้ขับมาส่งให้ ก่อนที่จะเดินเข้าโรงเรียนไป ท่ามกลางสายตาของเด็กที่อยู่ละแวกนั้นพากันมองเธอด้วยความสนใจอย่างยิ่ง บ้างก็กระซิบกระซาบกัน บ้างก็ชี้นิ้วมายังตัวของเธอ

ยูมักเจอเรื่องแบบนี้ทุกวันที่มาโรงเรียน แต่มันก็ยังดีกว่าที่เธอจะต้องอยู่บ้านคนเดียวโดยที่ไม่มีใครเป็นเพื่อนเลยซักคน

" ยู!?! " เสียงใสร้องเรียก เด็กสาวผมเงินหันไปตามคำเรียกแล้วก็ยิ้มกว้างด้วยความยินดียิ่งเมื่อเห็น คาซากิ มินามิ เด็กสาวหน้าตาดีผู้มีผมและนัยน์ตาสีดำขลับ ทั้งคู่ยิ้มให้กันเล็กน้อยก่อนที่จะจูงมือกันเข้าไปที่อาคารเรียน

" ยู ชาร์น ลูกเลี้ยงของมหาเศรษฐีชาวอเมริกันน่ะ เขาว่ากันว่ามรดกที่เธอจะได้รับนั้นคือมรดกทั้งหมดของมหาเศรษฐีคนนั้นเลยนะ แถมเรียนก็เก่ง ส่วน คาซากิ มินามิ เองก็ไม่น้อยหน้าเลย หน้าตาสวยซะจนเป็นถึงดาวโรงเรียน แถมตระกูลคาซากิเองก็ยังเป็นถึงเจ้าของโรงเรียนนี้ด้วย "

หนึ่งในเสียงกระซิบกระซาบกล่าวขึ้นคล้อยหลังเมื่อทั้งคู่ไปแล้ว คนหนึ่งมองด้วยสายตาชื่นชมยินดี ส่วนอีกคนมองด้วยสายตาแห่งความอิจฉาที่ตนเองไม่มีเหมือนเขา

เมื่อเลิกเรียนแล้ว ยูก็ยังไม่กลับบ้าน เธอบอกลามินามิแล้วเดินไปเรียนพิเศษต่อ ยูตั้งใจเรียนอย่างเคร่งเครียดเพื่อที่ตัวเองจะได้เป็นแพทย์อย่างที่ไฝ่ฝัน แม้จะเรียนได้ที่หนึ่งของสายชั้น เธอก็ยังเรียนอย่างหนักเหมือนเดิม

" เรียนเสร็จแล้วค่ะ ลุงโมอิ เดี๋ยวมารับหนูที่แถวๆที่เรียนเลยละกันนะคะ " ยูโทรไปบอกคนขับรถให้มารับตน เด็กนักเรียนต่างพากันเดินกลับบ้านจนเหลือเธอคนเดียว พลัน! สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นแมวน้อยตัวหนึ่งที่ขาของมันนั้นบาดเจ็บอยู่ ยูเดินเข้าไปหาเพื่อที่จะพามารักษาแต่ดูท่าเจ้าแมวน้อยกลับไม่เข้าใจความปราถนาดีของเธอ มันกลับเดินหนีเร็วมากขึ้น

" จะไปไหนล่ะเจ้าแมว! ขากะเผลกแบบนั้นน่ะ มาเร็วเดี๋ยวฉันจะพาเจ้าไปรักษาที่บ้าน " ยูร้องเรียกพลางวิ่งออกไปเรื่อยๆ เมื่อเธอวิ่งได้ซักพักหนึ่งเจ้าแมวน้อยก็โดดข้ามรั้วปีนขึ้นไปบนหลังคาบ้านหนีหายไป

" อ้าว! หนีไปซะแล้ว " ยูพึมพำเมื่อเจ้าแมวน้อยที่เธอไล่ตามได้หนีหายไป เมื่อเธอมองบริเวณรอบๆตัวก็พบว่าเธออยู่ในสถานที่ซึ่งไม่คุ้นเคย เนื่องมาจากที่เธอวิ่งเตลิดตามเจ้าแมวน้อยมาเป็นระยะเวลายาวนาน

" โอ้...เด็กผู้หญิง...โรงเรียนคุณหนูซะด้วย "

เสียงเอ่ยยานคางดังขึ้น พร้อมกับการปรากฏตัวของบุคคลในเงามือ ชายหนุ่มวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งแต่งตัวไม่ดูดีนัก เสื้อของเขาสกปรกดูซอมซ่อ ส่วนกางเกงยีนส์ขายาวนั้นก็มีรอยขาดวิ่นอยู่บ้าง ชายหนุ่มผู้นั้นมีมีดปลายแหลมขนาดเล็กอยู่ในมือ

" เอ๋ คุณเป็นใครกัน? " เด็กสาวผมเงินหันมาถามด้วยความตื่นตระหนก เธอจ้องไปที่มีดปลายแหลมของชายผู้นั้นด้วยความหวาดกลัว ในใจต่างพยายามคิดไปต่างๆนานาเพื่อให้ตนเองรอด

" ส่งกระเป๋าเงินมาซะดีๆ...ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่เด็กน้อย " ชายหนุ่มผู้นั้นค่อยๆย่างสามขุมเข้ามาหาเธอมากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับราชสีห์ที่เตรียมขย้ำเหยื่อ

" ไม่! ฉันไม่มีวันให้แกเด็ดขาด!!! " ยูร้องตวาดดังลั่น แม้ร่างกายเธอตอนนี้จะตัวสั่นด้วยความกลัวจับใจ เมื่อชายหนุ่มผู้นั้นได้ฟังคำตอบก็ค่อยๆยกมีดปลายแหลมขึ้นมาเลีย แสยะยิ้ม***ม และพุ่งเข้าไปหมายจะฟันใส่เธอในเวลาต่อมา

" งั้นก็แกอย่าอยู่เลย!!! "

พลัน! ในขณะที่ชายหนุ่มพุ่งเข้าไปหมายจะฟันเด็กสาวผมเงินซึ่งเธอยกแขนขึ้นมากำบังตัว หมัดหนักๆของบุคคลปริศนาผู้หนึ่งก็ซัดเปรี้ยงเข้าใส่ชายหนุ่มผู้นั้นอย่างรุนแรง!

เปรี้ยงงงงง~!!! โครมมมม~!!!

ชายหนุ่มวัยรุ่นถูกซัดเข้าที่ใบหน้าเต็มแรง ร่างของเขาถลาไปกับพื้นด้วยแรงกระแทกอันหนักหน่วง ก่อนที่สายตาแห่งความอาฆาตจะจ้องไปหาบุคคลปริศนาผู้นั้น

เด็กสาวคนหนึ่งยืนจังก้าอยู่ข้างๆเด็กสาวผมเงิน เธอสวมใส่ชุดพนักงานของร้านแห่งหนึ่ง เธอสวมหมวกแก็ปและแว่นตาดำบดบังใบหน้า แม้จะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ยูที่ยืนอยู่ใกล้ๆกลับมองเห็นเส้นผมของเธอที่ถูกมัดรวบไปทางด้านหลัง

สิ่งที่ทำให้ยูตกตะลึงเป็นอย่างมากคือ เส้นผมของเด็กสาวคนนั้น เป็นสิเงินแบบเดียวกับยูไม่มีผิดเพี้ยน ดวงตาของเธอเบิกกว้างด้วยความตกใจ ส่วนเด็กสาวที่เข้ามาช่วยยูไว้ค่อยๆเดินไปเตะที่ท้องของชายหนุ่มวัยรุ่นอีกรอบ พลางออกปากไล่ไม่งั้นตนจะโทรแจ้งตำรวจ

" ฝากไว้ก่อนเถอะ!!! "

ไม่ต้องให้ออกปากซ้ำ ชายหนุ่มวัยรุ่นก็รีบลุกขึ้นแล้วพาร่างที่สะบักสะบอมของตัวเองวิ่งหนีหายวับไปทันที

" ไอ้บ้า! ฉันไม่ใช่ที่รับฝากของนะเว้ย!!! " เด็กสาวคนนั้นโวยไล่หลังไปด้วยความหงุดหงิด

" ขอบคุณมากนะที่ช่วยฉันไว้ "

" อ๋อ ไม่เป็นไรหรอก เธอไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วน่ะนะ ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีช่วงนี้พวกจี้ ปล้น ฆ่า ตอนเย็นๆจะมีเยอะ "

เด็กสาวบอกก่อนที่จะหันมายิ้มให้ แต่ทันทีที่มองเห็นยูเต็มตา เธอก็ต้องตะลึงสุดขีด

" อืม แต่ยังไงฉันก็ขอบคุณเธอมากจริงๆ จริงสิ! เดี๋ยวฉันต้องกลับบ้านแล้วล่ะ ฉันอยากให้สิ่งตอบแทนเธอเล็กๆน้อยๆ มาหาฉันได้ทุกเมื่อเลยนะ ที่ในบัตรนี้น่ะ "

ยูไม่ได้สังเกตอาการของเด็กสาวคนนั้นเท่าไรนัก เธอกล่าวขอบคุณอีกรอบและยื่นบัตรที่อยู่ให้ ก่อนที่เธอจะวิ่งหายออกไปปล่อยให้เด็กสาวคนนั้นยืนตะลึงด้วยความสับสนอย่างรุนแรง
---------------------------------------------------------------------------
" โชคดีของคุณหนูจริงๆเลยนะครับ ที่เด็กสาวคนนั้นมาเห็นซะก่อน ไม่งั้นคุณหนูต้องแย่แน่ๆเลย " ชายวัยกลางคนผู้ขับรถกล่าวกับเด็กสาวผมเงินด้วยความยินดียิ่งที่คุณหนูอันเป็นที่รักของเขาไม่ได้เป็นอะไรมาก

" ค่ะ...โชคดีจริงๆ ที่ได้เจอเธอ "

ยูกล่าวเบาๆพร้อมกับยิ้มอย่างมีความสุข เธอสุขใจอย่างบอกไม่ถูกเลยที่ได้พบกับเด็กสาวคนนั้น แม้จะเพิ่งพบกันครั้งแรก หากแต่เธอกลับรู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่ใกล้ๆ

ความรู้สึกอบอุ่นอย่างแปลกประหลาดนี้...อาจเป็นเพราะเคยพบกันมาแต่ชาติปางก่อนแล้วกระมัง!?!

...ห้องนอน...

เด็กสาวผมเงินนั่งอ่านหนังสือที่โต๊ะด้วยความขะมักขะเม้น ในขณะที่สายตากวาดไปยังตัวหนังสือนั้น เสียงๆหนึ่งก็ดังก้องขึ้นในห้องนอนของเธอ

"...รา...ชา..."

ยูชะงักเล็กน้อย พลางหันไปมองรอบๆตัวเพื่อหาเจ้าของเสียงนั้นด้วยความประหลาดใจ เมื่อเสียงนั้นหายไปแล้วยูก็กลับไปอ่านหนังสือต่อ

"...ราชา..."

เสียงเดิมร้องเรียกอีกครั้ง ยูปิดหนังสือที่อ่าน ปิดโคมไฟตั้งโต๊ะ ก่อนที่จะนั่งเงียบเพื่อตั้งใจฟังเสียงปริศนาที่อาจจะดังขึ้นอีกครั้ง

...ใครกัน!?!...

"...มาเถิด...ราชา..."

เสียงปริศนาร้องเรียก แต่ครั้งนี้จู่ๆ ยูที่กำลังตั้งใจฟังเสียงของมันนั้นเธอกลับฟุบลงที่โต๊ะหนังสือในทันที

หวูบ

ร่างของเด็กสาวฟุบลงแนบโต๊ะเขียนหนังสือ พร้อมกับการเข้าสู่นิทรารมณ์ในเวลาต่อมา

"...ราชา..."

"...โปรดลืมตาขึ้นด้วยเถิด..."

เมื่อยูลืมตาขึ้น เธอก็พบว่าตนเองอยู่ในสถานที่ไร้ซึ้งสิ่งใดๆทั้งสิ้น มีเพียงความมืดมิดที่ปกคลุมโดยรอบเท่านั้น ร่างของเธอลอยเคว้งคว้างไปมากลางอากาศ ก่อนที่เธอจะถามออกไปด้วยเสียงอันดังว่า

" คุณเป็นใคร!?! ทำไมถึงเรียกฉันว่า ราชา!?! "

'เพราะท่านคือ ราชา อย่างไรเล่า'

เสียงเดิมกล่าวตอบ พร้อมกับแสงสว่างที่จ้าขึ้นบาดตาของยู และภาพต่างๆก็ค่อยๆฉายไปมาซ้ำๆอย่างไม่ประติดประต่อในดวงตาของเธอ

ท้องนภาอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ละอองหิมะสีขาวบริสุทธิ์ที่โปรยปรายลงมายังผืนดิน ทั่วทั้งดินแดนถูกปกคลุมด้วยสีขาว ป่าไม้สีเขียวและบ้านเรือนต่างๆถูกชะโลมด้วยสีขาวของหิมะ

กลางหุบเขาสูง หมู่บ้านเล็กๆแห่งหนึ่งตั้งอยู่โดยรอบคฤหาสน์สีขาวนวลแสนสวยที่เป็น สถาปัตยกรรมแบบยุโรป ซึ่งยิ่งใหญ่ดุจพระราชวังนั้น ผู้คนในหมู่บ้านต่างเทิดทูนบุคคลผู้อยู่ในคฤหาสน์แห่งนี้ดุจดั่งพวกเขาคือ 'ราชา' ของตน

ภายในคฤหาสน์ซึ่งมีกำแพงหินอ่อนสวยงามกั้นระหว่างหมู่บ้านและบุคคลที่อยู่ในคฤหาสน์ไว้ แทนที่จะมีละอองหิมะโปรยปรายดังเช่นหมู่บ้าน อากาศกลับเป็นเช่นฤดูใบไม้ผลิ

ต้นไม้สีเขียว และเหล่าดอกไม้ต่างพากันแข่งขันกันออกดอกสะพรั่งอย่างงดงาม พร้อมๆกับต้นซากุระที่อยู่ภายในสวนซากุระของทางคฤหาสน์นั้น ก็ออกดอกซากุระกันสะพรั่งทุกต้น

...ราวกับที่อยู่ภายในคฤหาสน์นั้น ลงอาคมเวทมนต์ประหลาดบางอย่างไว้เพื่อปรับฤดูกาลให้เป็นฤดูใบไม้ผลิตลอดปี...



...ภาพต่างๆที่เห็น...ช่างดูคุ้นตาอย่างน่าประหลาดนัก...



จู่ๆ ภาพคฤหาสน์สีขาวนวลแสนสวยใจกลางหุบเขาสูงดังกล่าว ก็ถูกภาพๆหนึ่งตัดมาแทนที่อย่างรวดเร็วในเวลาต่อมา

ภาพที่ถูกเข้ามาแทนที่...เทียบไม่ได้กับภาพครั้งก่อนหน้านี่เลยแม้แต่น้อย ภาพแรกคือสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความสวยงามยิ่ง...

หากแต่ภาพนี้...กลับเป็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความมืดมน...ว่างเปล่า

" ...ความมืดมิด...กำลังกลืนกินแสงสว่างไปจนหมดสิ้น..."

คำกล่าวเรียบๆที่แลดูเย็นชา...ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาเสียงดังก้องกังวาล พร้อมกับการปรากฏร่างของบุคคลสองคน ซึ่งโผล่ขึ้นมาท่ามกลางสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยความมืดมน

เด็กสาวสองคนผู้มีใบหน้าราวกับพิมพ์เดียวกัน คนหนึ่งเป็นเจ้าของผมสีเงิน ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นเจ้าของผมสีดำสนิท ทั้งคู่มีนัยน์ตาสีเทาและยืนประจันหน้ากันอยู่นั้น

"...ขอถามอีกครั้ง...เมื่อไม่มีแสงสว่างแล้ว...เจ้าจะสู้ข้าได้หรือไม่..."

เจ้าของเสียงเอ่ยที่แสนเย็นชา คือเด็กสาวผู้มีผมสีดำสนิท...ผู้มีศักดิ์เป็นพี่สาว...คำเอ่ยที่ฟังดูเย็นชาไร้หัวใจ...

...กำลังกรีดแทงจิตใจของคนผู้หนึ่งที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเลือดเย็น...

" ...ข้าอยากรู้...เมื่อไม่มีแสงแห่งความหวังเช่นเจ้าแล้ว...ซันคาเดียจะอยู่รอดได้หรือไม่..."

...ไร้สิ้นซึ่งความปราณี...แม้จะเป็นผู้มีสายเลือดเดียวกันก็ตาม...

" ...ไม่เกี่ยวกับการที่จะสู้ได้หรือไม่...ไม่เกี่ยวกับแสงสว่างและความมืด...ไม่เกี่ยวกับความหวังและซันคาเดีย..."

ผู้มีศักดิ์เป็นน้องสาวที่เงียบอยู่นานค่อยๆเอ่ยตอบ เสียงที่ถูกกล่าวออกมาแม้จะดูทรงพลัง...ทว่า...มันก็ดูเศร้าโศก...ราวกับกำลังร้องไห้อยู่เช่นกัน

" ...แต่มันอยู่ที่...ความต้องการเพียงสิ่งเดียว...คือการนำพาเจ้ากลับคืนมา..."

" ...กลับมาได้หรือเปล่า..."

เมื่อกล่าวจบ ผู้ฟังถ้อยคำกลับยิ้มและหัวเราะ...เยาะเย้ย...คำกล่าวที่จริงใจและหวังดีจากน้องสาวของตนเอง

" เจ้าถามข้ากี่ครั้งกัน...เจ้าถามข้ากี่ครั้งแล้ว...และคำตอบที่ได้ล่ะ...ไม่...เจ้าคิดได้อย่างไรกันว่าครั้งนี้ข้าจะให้คำตอบเป็นอื่น!?!"

"...และครั้งนี้...'ไม่'...อีกเช่นกัน..."

...และครั้งนี้...'ไม่'...อีกเช่นกัน...

...ไม่...

...ไม่กลับมา...

...ไม่สามารถกลับมาเป็นเหมือนเช่นวันวาน...

...ตลอดกาล...

...

------------------------------------
...

เด็กสาวผมเงินตื่นขึ้นจากนิทรา ดวงตาพร่าเลือนเพราะหยดน้ำตาที่ค่อยๆรินไหลอาบแก้มอย่างน่าประหลาด นัยน์ตาสีเทามองไปบริเวณรอบๆด้วยความงุนงง ยูเอื้อมมือแตะแก้มของตนเองเบาๆ พบว่าตนเองกำลังร้องให้ก็ประหลาดใจ

" ฉัน...ร้องให้? "

...ฝันประหลาด...แต่ราวกับว่ามันเกิดขึ้นจริง...

" ทำไม...ฉันถึงเหมือนคนในความฝันนัก...เด็กสาวที่มีใบหน้าและผมสีเงินเหมือนกับตัวฉันไม่มีผิด " ยูพึมพำด้วยความสงสัย เธอกุมมือแน่นเครียดๆ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน

...อีกทั้ง...ฉันยังรู้สึกเจ็บปวดที่จิตใจ...เหมือนกับเด็กคนนั้นอีกด้วย...

...หรือว่าเด็กสาวคนนั้น...คือตัวของฉัน!?!...

" คุณหนูคะ!?! คุณหนู!?! " เสียงร้องเรียกของพี่เลี้ยงอาวุโสดังขึ้นที่หน้าประตูห้อง หยุดความคิดต่างๆที่หมุนแล่นเต็มหัวของเด็กสาว ยูรีบลุกขึ้นเช็ดน้ำตา ก่อนจะพุ่งไปเปิดประตูให้กับอิคาโนะด้วยความรวดเร็ว

แกร๊ก!

เมื่อเปิดประตูให้ อิคาโนะก็ยื่นใบหน้าของตนเข้ามาข้างในห้อง พร้อมกับกล่องพัสดุใบหนึ่งอยู่ในมือ

" กล่องพัสดุนี่น่ะค่ะ เขาระบุชื่อคุณหนูเป็นผู้รับ " หญิงร่างท้วมยื่นกล่องพัสดุให้ด้วยรอยยิ้ม แต่เมื่อมองมาที่ใบหน้าของเด็กสาวที่มีริ้วรอยแห่งหยดน้ำตาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เธอก็ถลาเข้าไปหาคุณหนูของเธอทันที

" อ้าว? คุณหนู เป็นอะไรไปคะ ทำไมร้องให้!?! " อิคาโนะถามด้วยความตื่นตระหนก เธอจับมือของเด็กสาวมากุมไว้เพื่อปลอบโยน

" อ๋อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ! เผอิญเผลอหลับไป แล้วตอนตื่นขึ้นมาก็น้ำตาไหลนี่ล่ะค่ะ " ยูรีบบอก ก่อนจะฉีกยิ้มให้อย่างร่าเริงเพื่อไม่ให้พี่เลี้ยงอาวุโสเป็นห่วง

" ค่ะ แต่ถ้าคุณหนูมีอะไรไม่สบายใจรีบบอกดิฉันทันทีเลยนะคะ ดิฉันขอตัวลาล่ะค่ะ " หญิงร่างท้วมบีมมือของเด็กสาวผมเงินเบาๆ ก่อนจะเดินกลับออกไปข้างนอกห้อง

ยูถอนหายใจเครียดๆ เธอยังคิดไม่ตกเรื่องความฝันของตนเอง พลันสายตาก็จับจ้องไปที่กล่องพัสดุที่วางไว้บนโต๊ะ

...จะว่าไป...ใครส่งมาให้กันล่ะเนี่ย?...

ยูเดินไปสำรวจกล่องพัสดุดังกล่าว บริเวณรอบๆกล่องนั้นมีเพียงชื่อผู้รับเท่านั้น ไม่มีชื่อผู้ส่งเลย เธอจึงหยิบเอาคัตเตอร์มากรีดเปิดกล่องออก เผื่อบางทีอาจจะมีชื่อผู้ส่งอยู่ภายใน

ภายในกล่อง ไม่มีอะไรทั้งสิ้นนอกจากแผ่น CD แผ่นหนึ่งที่บรรจุในกล่องใส่แผ่นCDสีฟ้า เด็กสาวเอื้อมมือเข้าไปหยิบแผ่น CD ด้วยความงุนงง

…แผ่น CD อะไรกัน?…

ทันทีที่แตะตัวกล่อง แสงสว่างพลันสว่างวาบจนทำให้ยูต้องยกมือขึ้นมาบังแสง พอแสงสว่างคลายลงก็ปรากฏเป็นตัวหนังสือสีฟ้าลอยอยู่กลางอากาศ

'มาเถิด...ข้าขอนำพาท่านไปสู่ดินแดนแห่งความมหัศจรรย์ยิ่ง ข้าขอเชิญชวนท่านให้ออกเดินทางกับเรา'

'...แล้วท่านจะพบกับเส้นทางแห่งการผจญภัยอันน่าพิศวง...ที่ท่านต้องประทับใจ'

“ การเดินทางสู่ดินแดนมหัศจรรย์? ” เด็กสาวพึมพำด้วยความฉงน มองตัวหนังสือสีฟ้าที่ลอยกลางอากาศอย่างไม่เชื่อสายตา

“ แล้วจะไปยังไงกันล่ะ!?! ” ยูกล่าวเบาๆ ราวกับเจ้าตัวหนังสือสีฟ้าดังกล่าวจะรับรู้ มันค่อยๆเลือนหาย ก่อนจะโผล่เป็นข้อความใหม่ขึ้น

‘เปิดดูสิ…เปิดดูถึงภายในจิตใจของตัวข้า…เมื่อท่านยินยอมพร้อมใจแล้ว…ข้าจะเป็นผู้นำพาท่านให้ก้าวเข้าสู่โลกใบใหม่’

…จะว่าไป…แค่การเปิดดู CD ปริศนาที่ส่งมาให้เรา…มันก็ไม่น่าเป็นปัญหาอะไร เพราะหากเป็น CD ที่ซ่อนไวรัสมาด้วย เราก็กำจัดซะก็สิ้นเรื่อง…

…อีกอย่าง…เราอยากรู้ถึงความหมายที่แท้จริงของข้อความเชิญชวนนี้ด้วย…

คิดแล้วเด็กสาวผมเงินก็อมยิ้มอย่างไม่รู้ตัว ยูเดินไปหยิบเอาโน้ตบุ๊คส์วางโลกบนเตียงนอน ก่อนจะเปิดเอาแผ่นCDใส่เข้าไปในเครื่องอย่างรวดเร็ว

เมื่อ CD ถูกเปิดออกจากกล่องแล้ว ตัวหนังสือสีฟ้าที่ลอยเด่นอยู่กลางอากาศก็ค่อยๆเลือนหายไป เครื่องรันโปรแกรมของ CD ขึ้นมาบนหน้าจอ ปรากฏเป็นตัวหนังสือสีฟ้าแบบเมื่อครู่ตรงหน้าจอโน้ตบุ๊คส์

‘โปรดเตรียมตัวให้ดี…ภายใน 5 วินาที…’

…5 วินาที…จะเกิดอะไรขึ้น?…

…4…

…3…

…2…

…1…

…จะเกิดอะไรขึ้นกันแน่!?!…

…0…

พลันแสงสว่างก็จ้าขึ้น จนกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างจนมิด…ไม่เว้นแม้แต้ร่างกายของเด็กสาวผมเงิน ที่ไม่ได้ยืนอยู่ในห้องนอนของเธออีกต่อไป



‘ข้า…ดัลลายะ…มีหน้าที่นำพาท่านกลับเข้าสู่ห้วงแห่งอดีตกาล’



ประโยคดังกล่าวถูกเอื้อนเอ่ยมาตามสายลม…ท่ามกลางแสงสว่างที่เจิดจ้าจนไร้สิ้นซึ่งสิ่งใดๆ



‘…อดีตกาลนั้นล่วงเลยมานานแสนนาน…แต่มันกลับเรียกร้องนำพาตัวท่านให้หวนคืน…’


------------------------------------
Apr 25 2007, 08:56 PM

จาก : RayChan - 21/10/2007 14:16 เก็บกระทู้นี้ ไว้ในที่ส่วนตัวของคุณ

ข้อความ :

อ่านได้แค่นี้ เพราะเกิดอาการง่วงนอนแทรกซึม 55+

เอ่อ วิจารณ์ไรดีง่ะ เอางี้และกัน (ไม่ได้วิจารณ์มานานนนนนนนนนนนน สนิมเกาะ)

เอาเปนว่าวิจารณ์รวมเท่าที่อ่านคร่าวๆ ทั้งหมดก่อนนะ (แต่ถ้าจะเจาะลึกต้องรอก่อน)

เนื้อเรื่อง โอเคใช้ได้เรยนะ แต่เจ๊ว่า การดำเนินเรื่องดูน่าเบื่อไปบ้างอ่ะ

ไม่รุดิ อ่านแล้วไม่รู้สึกกระตือรือร้นที่จะอ่านบทต่อไป

ลองปรับเปลี่ยนวิธีการบรรยายให้เข้ากับเนื้อเรื่อง อาจจะเพิ่มรสชาติให้กับฟิคก็ได้นะ

แล้วเจ๊ว่า เนื้อเรื่องช่วงแรกๆก่อนที่จะอ้างอิงไปถึงรร.มาโฮระ (หรือเข้าเรื่องเนกิมะ)มันล่าช้า + ยืดเยื้อ เกินอ่ะ

ลองคิดกันเล่นๆดูว่า ถ้าเกิด เราบอกว่า เราแต่งเกี่ยวกับเรื่องๆใดสักเรื่อง แล้วมัวแต่ อารามภบท เนื้อเรื่องที่ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เราอยากแต่งเนี่ยะ มันอาจะทำให้เนื้อเรื่องน่าเบื่อ คนอ่านอาจจะคิดไปอีกได้ว่า อ้อ พอเริ่มเข้าเรื่อง (เนกิมะ) เมื่อไหร่ปุ๊บ....ไคลแมกซ์ของเรื่องแล้วนะ

กระชับเนื้อเรื่องเกริ่นนำอีกนิด จะดีมากๆ

ภาษาที่ใช้โอเคแล้ว แต่....(ไม่รุว่าเจ๊เปนคนเดียวป่าวนะ) ที่พออ่านเนื้อเรื่องแล้วชอบสะดุดกับคำว่า "ก็" ทุกครั้ง ...... ไม่รุสิ มันน่าจะเลี่ยงคำๆนี้ได้ไม่ใช่หรอ (แต่ถ้าคนอื่นไม่สะดุด ก็ข้ามมันไปเหอะ) ^^


เอ้อ.... นึกไม่ออกแล้ว หัวมันตัน เด๋วจะมาวิจารณ์ใหม่ 55+

บายๆๆ

ไปและ ^^




จาก : Mal*Her - 22/10/2007 00:02

ข้อความ : ขอบคุณมากค่ะT^T อ๊ากกกกกกกกกกกกกส์ ซาบซึ้งใจ

ลืมบอกกันไปเลย ว่าฟิคเนี้ย ไม่ต้องห่วงว่ามันยืดเยื้อกว่าจะเข้าเรื่องของเนกิมะ เพราะนัทแค่จะเอาตัวละครจากเนกิมะใส่ในฟิคแค่ 4-5 ตัวอยู่แล้ว(ออริ 90% แฟนฟิค 10%) น่ะค่ะ^^"a

ที่ทำอย่างนี้เพราะในบอร์ดเนกิมะแผนกแฟนฟิคชั่นมีคนอ่านมากกว่า นัทเลยต้องทำเป็นแฟนฟิคน่ะค่ะ

ขอบคุณมากๆค่ะเจ๊T^T /me นั่งจดคอมเมนต์

จาก : RayChan - 22/10/2007 09:59

ข้อความ : อ่าหุ ขอให้วิจารณ์ งั้นข้าเจ้าก็จะสนองให้ ณ บัดนี้เลยละกันนะขอรับ ^^

เสียงหญิงร่างท้วมวัยกลางคนตะโกนเรียกเด็กสาวผู้อยู่เบื้องบนห้อง
เบื้องบนห้อง มันฟังดูแปลกๆนานัท แค่ ผู้อยู่บนห้อง ผู้อยู่ในห้องนอนชั้นบน อะไรสักอย่างก็ได้

เด็กสาวนั่งทานข้าวคนเดียวเงียบๆ โดยที่โต๊ะไม้ทรงกลมนี้ออกจะดูใหญ่มากเสียเหลือเกินกับการกินข้าวแค่คนเดียวของเธอ ทำให้เด็กสาวดูว้าเหว่นักที่ต้องมานั่งทานข้าวเพียงคนเดียวท่ามกลางโต๊ะทรงกลมใหญ่ที่ไม่มีใครนั่งทานข้าวด้วยมานานแสนนาน
เดี๋ยวกิน เดี๋ยวทาน เลือกเอาซักอย่างดีกว่า จะว่าไปก็ใช้ซ้ำกันบ่อยเกิน มันฟังดูวกวนยังไงไม่รู้ ทำให้ประโยคมันดูกระชับกว่านี้ได้มั้ย แล้วก็คำว่าทาน ถ้าเป็นเราจะหลีกเลี่ยงคำนี้ ทาน แปลว่า ให้ ไม่ได้แปลว่า กิน ตามพจนานุกรมน่ะนะ แต่บางครั้งก็คิดว่า มันอาจจะย่อมาจากคำว่ารับประทาน เวลาเอามาพูดกันน่ะ ในเครื่องหมายคำพูดคงไม่เป็นไร ((แต่เราเขียนส่งครู คงจะไม่ใช้เลย))

จุดมุ่งหมายคือ โรงเรียนไฮสคูล เซนคิน ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับสูงที่มีแต่ลูกคนรวยมักเข้าเรียนเป็นประจำนั่นเอง น่าจะใช้คำว่า "มา"เข้าเรียน มากกว่า ใช้คำว่า "มัก" มันไม่เข้ากับประโยค

เด็กสาวผมเงินก็มาถึงเธอกล่าวขอบคุณชายวัยกลางคนที่เป็นผู้ขับมาส่งให้ ก่อนที่จะเดินเข้าโรงเรียนไป ท่ามกลางสายตาของเด็กที่อยู่ละแวกนั้นพากันมองเธอด้วยความสนใจอย่างยิ่ง
หลังมาถึงช่วยเว้นวรรคหน่อยหนู คนอ่านตาลายหายใจไม่ออก ฮ่าฮ่า แล้วก็ตกคำว่ารถรึเปล่า ที่จริงคำว่า "ที่เป็น" กับ "ที่" เนี่ย ตัดทิ้งไปก็ได้ อย่าใช้ให้ฟุ่มเฟือย
ท่ามกลางสายตาของเด็กในละแวกนั้นที่มองมายังเธอด้วยความสนใจ ดูอ่านลื่นกว่ามั้ย


ทั้งคู่ยิ้มให้กันเล็กน้อยก่อนที่จะจูงมือกันเข้าไปที่อาคารเรียน
เข้าไป "ใน" อาคารเรียน

เธอก็ยังเรียนอย่างหนักเหมือนเดิม
เอาคำว่า "อย่าง" ออก

เนื่องมาจากที่เธอวิ่งเตลิดตามเจ้าแมวน้อยมาเป็นระยะเวลายาวนาน
เนื่องจาก เธอวิ่ง.. บลา บลา บลา....

เท่าที่สังเกต นัทจะใช้จำว่า "ที่" เยอะมากก ไหนจะ "ซึ่ง" แล้วก็ตามด้วย "ที่"
แล้วก็ "ก่อนที่จะ" พวกนี้เจอบ่อยมาก แล้วมันทำให้ประโยคของนัทดูยืดเยื้อฟุ่มเฟือยไปหน่อย
ก็เลยสงสัยขึ้นมาว่า นัทอ่านทวนฟิคของตัวเองบ่อยหรือเปล่า
อยากให้อ่านทวนบ่อย ๆ น่ะนะ

แล้วก็.. สุดท้ายแล้วสำหรับบทนี้
คำว่า "นำพา" แปลว่า เอาใจใส่ ส่วนใหญ่จะได้ยินคำว่า "ไม่นำพา" คือไม่สน ไม่ใส่ใจ แต่ "นำพา" ที่นัทเอาใช้เนี่ยก็ใช่ว่าเห็นไม่บ่อย แต่มันผิดหลักการใช้ ฉะนั้น จะนำก็นำ ก็พาก็พา นำคือนำไป พาคือพามา มันสวนกันคนละทิศละทางเลยนะ

ส่วนเรื่องการบรรยาย มันเรียบไปหน่อย อารมณ์ของเรื่องเลยเหมือนกับเป็นเส้นตรง มันก็มีลงมีขึ้นเล็กน้อยแต่ก็แทบจะไม่รู้สึกอ่ะ จะเศร้าเราก็ไม่เศร้าตาม ตรงที่จะตื่นเต้น กลับรู้สึกเฉย ๆ บางทีนัทน่าจะให้เวลากับตรงจุดที่เน้น อย่างตอนเห็นที่ยูหันไปเห็นแมว นัทรีบบอกไปหน่อยว่าขามันเจ็บ มันก็เลยรู้สึก..ไม่เห็นจะมีอะไร ลองบรรยายลักษณะการเดินที่ผิดสังเกตของมัน หรือท่าทีอาการที่มันแสดงว่ากลัวยู อะไรทำนองนี้ หรือตอนที่เจอโจรมุมตึก ก็ลองบรรยายความรู้สึกที่ยูรู้สึก ความหวาดกลัว ที่ต้องเผชิญกับสถานการณ์แบบนั้นเพียงลำพัง อะไรอย่างนั้นน่ะ

เงิ่ม เริ่มปวดตา ขอพักซักแป๊บ เดี๋ยวมาอ่านต่อนะจ๊ะ

ปล. แหม๊ มาเฟียนี่เป็นคนดีจริง ๆ 55555+

จาก : LinDFa - 29/10/2007 17:03

ข้อความ : อ่านไปด้วยนิดเดียว (ตอนนี้นินอยู่โรงเรียน)

รู้สึกว่า... การบรรยายยืดเยื้อ ไม่น่าสนใจ อ่านไปเรื่อยๆ ไม่อะไรตื่นเต้น
ใช้ว่า " ก็ " เยอะเกินไป
ทั้งๆ ที่จริง บางประโยค ถ้านัทตัดออก มันก็ยังคงความหมายเดิมได้อยู่

นินสะกิดนิดนึง ตรงบรรทัดแรกๆ เลย

โตเกียว...มหานครแห่งความหวังและล้มเหลวของหลายผู้คน

หลายผู้คน.... นินว่ามันแปลกๆ นิดนึงอ่ะ - -
แต่ถ้านัทเห็นว่ามันดีอยู่แล้ว ก็ไม่เป็นไรนะ แค่มันแปลกๆ นิดนึงแค่นั้นเอง

.
.

" ภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยของประดับตกแต่งที่สวยงามมากมาย ทั้งการประดับประดาห้องที่ล้วนงดงามแทบไม่มีที่ติใดๆ"

บรรยายเยอะเกินไปหน่อยรึเปล่า
ตัดบางคำออก คนอ่านก็รู้นะว่าคฤหาสน์มันสวยจริงๆ

อาจจะเปลี่ยนเป็น

ภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยของประดับตกแต่งที่สวยงามมากมาย ทั้งการประดับประดาห้องแทบไม่มีที่ติ

.
.

" จนทำให้เราต้องอดคิดไม่ได้ว่า หากเราได้อยู่ในคฤหาสน์หลังงามนี้คงจะมีความสุขเป็นแน่ "

เรา.... คำว่าเราในที่นี้ นัทหมายถึงใคร??

ถ้าหมายถึงยู ยูก็อยู่ในบ้านหลังนั้นอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ
ไม่มีความจำเป็นจะต้องบอกว่า ถ้าหากเราได้อยู่.... นี่นา

หรือนัทหมายถึงคนอ่าน?

ถ้าหมายถึงคนอ่าน นินว่าไม่น่าจะพูดถึงนะ เพราะ... ยังไงดี มันแปลกๆ มั้ง
น่าจะลองเปลี่ยนดู

จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่า บุคคลที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้คงจะมีความสุขเป็นแน่


มันก็จะกลายเป็น

ภายในคฤหาสน์เต็มไปด้วยของประดับตกแต่งที่สวยงามมากมาย ทั้งการประดับประดาห้องแทบไม่มีที่ติ จนทำให้อดคิดไม่ได้ว่า บุคคลที่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนี้คงจะมีความสุขเป็นแน่

แบบนี้น่ะ ลองไปปรับปรุงดูนะ ^ ^

แล้วเดี๋ยวนินจะมาอ่านต่อตอนกลับบ้าน
ไม่ได้เข้าบอร์ดนานมากๆ มาวิจารณ์ตอนนี้ นัทจะยังอ่านอยู่มั้ยเนี่ย 55

จาก : Sakura_Ninrina - 15/02/2008 11:25

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ลงนาม ::
ไปรษณีย์นกฮูก ::
เริ่มร่ายมนต์ได้ ::


This Free service hosted by D'Server
TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide | iRadio 1st Full format Internet Radio in Thailand