หัวข้อ : Former Times For Change SunKaDia : บทที่ 2
ข้อความ : "สิ่งที่เราลืมไปแล้ว...บางสิ่งเราก็ไม่ควรจดจำมัน...เพราะสิ่งนั้นอาจนำมาซึ่งความเจ็บปวด...ที่จะฝังรากลึกลงไปในจิตใจของเราตลอดกาลนาน"

------------------------------------

บทที่ 2 สู่โลกแห่งอดีตชาติ

แสดงแดดที่อบอุ่นสาดส่องลงมากระทบใบหน้าของเด็กสาวผมเงิน สายลมอ่อนๆพัดผ่านมายังร่างของเธอราวกับกำลังโอบกอดด้วยความทะนุถนอม

หมู่ต้นไม้น้อยใหญ่ต่างโยกไหวลำต้นไปมา พร้อมกับเสียงเรียกร้องอันสนุกสนานของเหล่าสรรพสัตว์ รวมทั้งเสียงน้ำตกที่กำลังไหลริน

...ทุกสิ่งทุกอย่าง...ราวกับว่าธรรมชาติยินดีกับการกลับมาของคนผู้หนึ่ง...ที่หายไปจากโลกแห่งนี้มานานแสนนาน...

"...ขอต้องรับกลับมา...ราชา..."

เสียงเอ่ยของหญิงสาวปริศนาที่ร้องเรียกยูในห้องนอน ดังเข้าที่โสตประสาทของเด็กสาวผมเงินที่ไม่ได้สติให้ตื่นขึ้น เด็กสาวผมเงินพึมพัมเบาๆ ก่อนที่ดวงตาสีเทาจะเบิกตาขึ้นในเวลาต่อมา

"...กลับมา?...อะไรกัน?..."

ผู้อยู่เบื้องหน้าคือหญิงสาวผู้มีผมสีทองยาว นัยน์ตาของเธอมีประกายสีทองที่เจิดจ้า สวมใส่ผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ในมือถือตะเกียงที่ยกชูขึ้นเหนือศีรษะเพื่อให้เห็นใบหน้าของยูได้อย่างชัดเจนมากขึ้น

หญิงสาวผู้นั้นยิ้มให้กับเธอด้วยความอ่อนโยน ในขณะที่เมื่อเด็กสาวผมเงินมองเห็นใบหน้าของผู้อยู่เบื้องหน้านั้นแล้ว กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด

"...คุณเป็นใคร?..."

คำกล่าวที่อยากถามมานาน ถูกเอื้อนเอ่ยออกมาทันทีเมื่อรับรู้ได้ว่า เสียงที่ร้องเรียกเธอว่า'ราชา'ในห้องนอนนั้น คือเสียงของหญิงสาวผู้อยู่เบื้องหน้าตนขณะนี้

...ซ่า~!...

ฉับพลัน สายลมอ่อนๆก็พัดมาอีกคราหนึ่ง ราวกับเวลาที่อยู่ ณ ที่นี้หยุดเดิน สายลมก่อตัวเป็นรูปร่างของหญิงงาม โอบกอดร่างของเด็กสาวผมเงินไว้อย่างรักใคร่และหวงแหนราวกับไม่อยากให้จากตนไปอีก

ในขณะที่หญิงสาวผมทองเอง ก็ปรากฏรอยยิ้มที่แสนยินดียิ่งอยู่บนใบหน้านั้น พร้อมๆกับที่ดวงไฟดวงน้อยที่อยู่ภายในตะเกียง วูบไหวราวกับหยอกล้อกับสายลมเมื่อครู่ที่พัดผ่านมา

" ...ทุกสิ่ง...แม้แต่ธรรมชาติก็ยังยินดีกับการกลับมาของท่าน..."

" ...ราชา...ท่านรู้หรือไม่ว่าท่านสำคัญต่อที่นี่เพียงใด?..."

...'ซันคาเดีย'...

เมื่อกล่าวจบ หญิงสาวผมทองก็ค่อยๆทรุดตัวลงเบื้องหน้าเด็กสาวผมเงิน มือซ้ายทาบไปที่อก มือขวายื่นไปหาเด็กสาว ก่อนที่จะเอ่ยวาจาออกมาด้วยความหนักแน่นและทรงพลังยิ่ง

...'ซันคาเดีย'...แสงแห่งความหวัง...ได้โชติช่วงขึ้นแล้ว...

" ...ข้าคือ ดัลลายะ มีหน้าที่นำพาท่านกลับเข้าสู่ห้วงแห่งอดีตกาล..."

" ...ข้าเป็นบุคคลหนึ่ง...ที่ท่านเคยรู้จักเป็นอย่างดีเมื่อครั้งก่อน..."

...บุคคล...ที่ทำตามคำสัญญาที่ได้ให้ไว้...

ท่ามกลางสายลมอ่อนๆที่พัดผ่าน...เส้นผมสีทองของหญิงสาวผู้นั้นปลิวไสวอย่างงดงาม...อาภรณ์สีน้ำเงินเข้มโบกสะบัดตามแรงลมน้อยๆ...หญิงสาวผู้มีนามว่า ดัลลายะ...คุกเข่าลงต่อหน้าเด็กสาวผมเงินธรรมดาผู้หนึ่ง...

...บัดนี้...เด็กสาวผมเงินผู้นั้น...หาได้เป็นคนธรรมดาอีกต่อไปไม่...

" ลุกขึ้นเถิด...ราชา... "

เจ้าของนัยน์ตาสีเทา มองบุคคลตรงหน้าด้วยความงุนงง...แน่นอน เธอไม่เข้าใจเลย ไม่ว่าจะเป็นการมาที่นี่โดย CD โปรแกรมที่ถูกส่งมาที่บ้าน...รวมทั้งหญิงสาวผมทองผู้มีนามว่าดัลลายะ...รวมทั้ง...

...การที่ตนคือ ราชา...

" ...ที่นี่...ที่ใหนกัน!?! "

ผู้เป็นเจ้าของนัยน์ตาสีเทาเอ่ยถามอีกครั้งหนึ่ง พร้อมๆกับที่เจ้าตัวเอื้อมมือไปแตะมือของดัลลายะที่ถูกส่งมาให้เมื่อครู่ ก่อนที่ยูจะค่อยๆลุกขึ้นยืนในเวลาต่อมา

" ...โลกทั้งโลกของที่นี่...คือ ซันคาเดีย...ซึ่งแปลว่า..."

" ...แสงสว่างแห่งทุกสรรพสิ่ง..."

...ซันคาเดีย?...แสงสว่าง?...เหมือนเคยได้ยินที่ใหนกัน!?!...

...

" ...ความมืดมิด...กำลังกลืนกินแสงสว่างไปจนหมดสิ้น..."

...

...เสียงใสปริศนาของเด็กสาวคนหนึ่งผู้อยู่ในความฝัน...เด็กสาวที่มีใบหน้าเหมือนเธอราวกับพิมพ์เดียว...เด็กสาวที่มีผมและนัยน์ตาสีดำมืดที่เย็นชา...เสียงของเธอผู้นั้นค่อยๆลอยมาตามสายลม...

...

"...ขอถามอีกครั้ง...เมื่อไม่มีแสงสว่างแล้ว...เจ้าจะสู้ข้าได้หรือไม่..."

" ...ข้าอยากรู้...เมื่อไม่มีแสงแห่งความหวังเช่นเจ้าแล้ว...ซันคาเดียจะอยู่รอดได้หรือไม่..."

" ...ไม่เกี่ยวกับการที่จะสู้ได้หรือไม่...ไม่เกี่ยวกับแสงสว่างและความมืด...ไม่เกี่ยวกับความหวังและซันคาเดีย..."

"...แต่มันอยู่ที่...ความต้องการเพียงสิ่งเดียว...คือการนำพาเจ้ากลับคืนมา..."

" ...กลับมาได้หรือเปล่า..."

...

...เสียงต่างๆที่อยู่ในความฝัน...การสนทนาระหว่างพี่น้องฝาแฝด...เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของแฝดคนพี่...สิ่งต่างๆนั้นค่อยๆฉายย้อนขึ้นมาในหัวของเธอ...ไม่ว่าจะเป็นภาพ...และเสียง...

...รวมทั้ง...ความรู้สึกเจ็บปวดอย่างที่สุดที่เธอได้รับเหมือนกับแฝดคนน้องนั้น...

...ความเจ็บปวดที่ถึงกับต้องร้องให้สะอึกสะอื้น...ความเจ็บปวดที่ต้องภาวนาไม่ให้เจ็บปวดแบบนี้อีกเป็นหนที่สอง...

...

" เจ้าถามข้ากี่ครั้งกัน...เจ้าถามข้ากี่ครั้งแล้ว...และคำตอบที่ได้ล่ะ...ไม่...เจ้าคิดได้อย่างไรกันว่าครั้งนี้ข้าจะให้คำตอบเป็นอื่น!?!"

"...และครั้งนี้...'ไม่'...อีกเช่นกัน..."

...

...ไม่อีกเช่นกันงั้นหรอ...

ทันใดนั้น เสียงใสของหญิงสาวอีกคนหนึ่งก็ดังขึ้นในหัวของเธอ...เป็นประโยคที่ฟังดูเศร้า...เศร้าจับใจ...เป็นประโยคที่เธอไม่เคยฟังมาก่อน...ค่อยๆแล่นเข้ามาในหัว

...

" ...ข้าน่ะ...ไม่อยากจะเป็น...ทั้งแสงสว่างแห่งความหวัง...ทั้งราชาแห่งแดนเหนือ...หากสิ่งที่ข้าเป็นนำมาซึ่งความเจ็บปวดของเจ้าถึงเพียงนี้..."

" ...ข้าขอไม่เป็นเสียดีกว่า...ข้าขอเป็นเพียงแค่ ประชาชนแห่งแดนเหนือธรรมดา...ขอเป็นเพียงแค่...น้องสาวเพียงคนเดียวของเจ้าก็เพียงพอ"

...

ฉับพลัน น้ำตาค่อยๆไหลลงมาอาบแก้มของยู เด็กสาวผมเงินทรุดฮวบลงกับพื้น มือทั้งคู่กอดร่างกายของตัวเองไว้ ร่างกายสั่นด้วยความรู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้ง

" ...ราชาอะไรกัน!?!...ฉันไม่อยากเป็น!?! และฉันจะไม่มีวันเป็น!!! "

ยูร้องบอกหญิงสาวผมทอง ในขณะที่ร้องให้สะอึกสะอื้นอยู่อย่างนั้น ในใจพร่ำร้องแต่บอกว่า...ไม่อยากเป็นอีกแล้ว...ราชา...ไม่อยากเป็นทั้งราชาและแสงแห่งความหวังของซันคาเดีย

...ไม่อยากจะเป็น...ทั้งแสงสว่างแห่งความหวัง...ทั้งราชาแห่งแดนเหนือ...

...ขอเป็นเพียงแค่ประชาชนแห่งแดนเหนือ...ขอเป็นเพียงแค่...น้องสาวเพียงคนเดียวของเจ้า...

เสียงใสของเด็กสาวคนนั้น...ที่เหมือนกับเสียงของเธอไม่ผิดเพี้ยน ดังย้อนขึ้นในหัวของเธอราวกับตอกย้ำ...ย้ำเตือน...

"...ไม่อยากเป็น!?! ไม่อยากเป็นราชาอะไรนั่นอีกแล้ว!?! " เด็กสาวผมเงินร่ำร้องอีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ดัลลายะถลาเข้าไปจับไหล่ของเด็กสาวผมเงินด้วยความตกใจ นัยน์ตาสีทองเบิกโพลงอย่างตกตะลึง

" ราชา! ราชา! ได้โปรด ฟังข้า!!! " หญิงสาวผมทองร้องเสียงดัง เพื่อให้เด็กสาวผมเงินได้สติแล้วฟังคำกล่าวของตนเอง

" ...ท่านคือราชา...ท่านจำเป็นที่จะต้องยอมรับว่าท่านคือใคร!?! "

สิ้นประโยค ยูสะบัดร่างของตนเองให้ออกจากการเกาะกุม ก่อนจะลุกขึ้นยืนและเช็ดน้ำตาของตนเองอย่างลวกๆ

" ไม่!!! ฉันไม่ยอมรับ!!! "

คำปฏิเสธเสียงแข็งดังลั่น ก่อนจะตามมาด้วยการวิ่งหนีออกไปในป่าข้างทางอย่างรวดเร็ว

" ราชา!!! "

ดัลลายะร้องเสียงหลงเมื่อเด็กสาวผมเงินวิ่งเข้าไปในป่าที่รายล้อมทั้งคู่อยู่ขณะนี้ แทนที่หญิงสาวจะวิ่งตามไป เธอกลับยืนนิ่งเสียเช่นนั้น นัยน์ตาสีทองของเธอสั่นคลอนวูบไหวอย่างประหลาด

...ราชา...หากแค่ตัวตนของท่าน...ท่านยังรับไม่ได้...สิ่งอื่นท่านจะรับได้อย่างไรกันเล่า?...

"...ข้ากลัวนัก...กลัวว่าคำสัญญาที่ถูกเอื้อนเอ่ยออกจากรีมฝีปากของท่าน...จะถูกลบเลือนไปตามกาลเวลา...โดยยากที่จะนำกลับมาได้"

ดัลลายะพึมพำกับตนเองด้วยเสียงแหบพร่า นัยน์ตาสีทองจ้องมองไปยังทิศที่เด็กสาวผมเงินนิ่ง ราวกับกำลังอ้อนวอนและตัดพ้อเสียเช่นนั้น

...คำสัญญา...ที่แลกมาด้วยการเสียสละ...ทั้งเวลา...ทั้งชีวิตของตัวท่านเอง...

ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!

เด็กสาวผมเงินวิ่งฝ่าป่าไปเรื่อยๆอย่างไร้จุดหมาย ในใจพร่ำบอกกับตนเองอยู่ตลอดเวลาว่า'ต้องออกไปให้ได้' แม้มือจะเต็มไปด้วยบาดแผลจากการถูกหนามอันแหลมคมของต้นไม้บางชนิดก็ตามที

" แฮ่ก...แฮ่ก "

เสียงหอบหายใจถี่ของเธอดังขึ้นแสดงถึงความเหน็ดเหนื่อยและโรยแรง หากแต่เท้าทั้งสองข้างที่มันควรจะถึงขีดจำกัดแล้ว กลับฝืนวิ่งต่อไปอีก

...วิ่ง...เพื่อหนีจากความจริงที่ได้พบเจอ...

ขณะที่กำลังพยายามวิ่งหนีสุดชีวิต วิ่งไปเรื่อยๆเพื่อหาทางออก นัยน์ตาสีเทาก็สะดุดกับแสงสว่างที่เล็ดลอดออกมาจากจุดหนึ่งท่ามกลางป่าไม้ที่ปกคลุมและมืดมิด

ยูหยุดวิ่งซักพักหนึ่ง ก่อนที่สายตาจะมองเห็นแสงสว่างอันนั้น เท้าทั้งคู่ออกวิ่งอีกครั้ง วิ่งไปเรื่อยๆจนพุ่งเข้าไปหาแสงสว่าง

...แสงสว่าง...เจิดจ้าขึ้นปกคลุมร่างของเธออีกคราหนึ่ง...

...

" วิ่งหนีไป!!! ราชา!!! "

...เสียงร้องให้วิ่งหนีตะโกนดังลั่น...

" อ๊ากกกกก!!!!! "

...เสียงร้องที่ดังขึ้นเพราะเจ็บปวดทรมาน...

" เจ้าทำอย่างนี้ได้ยังไง!?! เจ้าทำอย่างนี้ได้ยังไงกัน!?! "

...เสียงร้องที่ดังขึ้นราวกับกำลังตัดพ้อ...

" ข้าเกลียดเจ้า! เกลียดทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเจ้า!!! "

...เสียงร้องที่ดังขึ้นเพราะความโกรธความเกลียด...

" ...เราเป็นพี่น้องกันไม่ใช่หรอ?..."

และสุดท้าย...เสียงเอ่ยถ้อยคำที่เบาแสนเบา...หากแต่ทุกคำพูดได้เสียดแทงจิตใจของผู้ฟังอย่างมหาศาลยิ่ง...

ราวกับทุกๆประโยค...ทุกๆถ้อยคำ...ทุกๆน้ำเสียง...ทุกๆการสนทนา...มีพลังอำนาจปริศนาที่ทำให้ผู้ฟังถึงกับนิ่งอึ้ง

" ...ตัดใจน่ะตัดได้...แต่สายเลือดนั้น...มิอาจตัดขาดได้..."

" ...เจ้าตัดได้จริงหรือ?..."

เสียงเอ่ยคำถามเรียบๆ...คำกล่าวเรียบๆ...ที่ราวกับเป็นคำถามที่อยากให้ผู้ฟังรู้สึกตัว...ว่าคำพูดที่ตนได้กล่าวออกมานั้น ออกมาจากใจจริงของตนแน่แท้แล้วหรือไม่

...

หากเป็นข้า...ก็ไม่อาจตัดได้...ทั้งการตัดใจ...ตัดความสัมพันธ์...ตัดความผูกพันที่เคยมีเมื่อครั้งก่อน...

...ข้าไม่อาจตัดได้หรอก...ความเป็นพี่น้องนั้น...พี่น้อง...ยังไงก็ตัดกันไม่ขาด...

…พี่น้อง…

...

...ราชา...

...ราชา...

"...ราชา..."

เสียงเรียกเบาๆที่ข้างหูของหญิงสาวผมทอง ปลุกให้เด็กสาวผมเงินตื่นขึ้นจากนิทรารมณ์ นัยน์ตาสีเทาเบิกตาขึ้น กระพริบตาเล็กน้อยเพื่อปรับความชัดของสายตาให้หายจากอาการมึนงง

ภาพที่ปรากฏสู่สายตาของยู คือเพดานสีขาวนวลที่มีลายลูกไม้สีอ่อนๆ เธอนอนอยู่บนเตียงสี่เสาไม้สักที่มีลวดลายสวยงามยิ่ง การประดับประดาห้อง ไม่ว่าจะเป็นโคมไฟเพดาน ตู้โชว์ ชั้นวางหนังสือ ตู้ตั้งของ ล้วนตกแต่งด้วยวัสดุอย่างดีทั้งสิ้น

"...ฉันไม่ได้อยู่ในป่าบนเทือกเขางั้นหรอ?..." ยูถามเสียงเบา ก่อนจะค่อยๆลุกขึ้นมานั่ง โดยที่มีดัลลายะคอยพยุงช่วย

"...นี่คือถ้ำที่อยู่บนเทือกเขาแห่งนี้ ก่อนออกมาจากแดนเหนือข้าได้นำเอาห้องที่จำเป็นต้องใช้บางส่วนในคฤหาสน์ของท่านมาใว้ในลูกแก้ว เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน..."

หญิงสาวตอบ พลางจัดแจงจัดท่านั่งของเด็กสาวให้นั่งอยู่ในท่าที่สะดวกสบายที่สุด ก่อนที่ตนเองจะนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ข้างๆเตียง

" ...มีภาพหลายอย่างพุ่งเข้ามาในหัวฉัน...เสียง...การสนทนา...เสียงร้อง...เสียงตัดพ้อ...เสียงโกรธ...และเสียงที่อยู่ในความคิด..."

"...ไม่ประติดประต่อ...แต่ภาพพวกนี้ดูค้นหู...คุ้นตา ไปหมด...บอกฉันที...มันหมายความว่ายังไงกัน? "

ยูกล่าวเสียงอ่อน นัยน์ตาสีเทาจ้องไปหาหญิงสาวผมทองราวกับกำลังอ้อนวอน...ขอร้องให้ตอบคำถามตน

ดัลลายะถอนหายใจยาว ก่อนที่จะกล่าวตอบออกไปตามความสัตย์จริงว่า

"...กาลเวลาของภพชาติ...ทำให้ท่านไม่มีความทรงจำเหลืออยู่เลยแม้แต่น้อย..."

สิ้นประโยค คำกล่าวเรียบๆ สั้นๆ ที่ทำให้ยูเข้าใจโดยทันทีว่ามันหมายถึงอะไร

...สิ่งที่ฉายย้อนในหัวเธอบ่อยๆ...คือความทรงจำในอดีตนั่นเอง!?!...

" ท่านคือราชาแห่งเชรานย์...ราชาแห่งแดนเหนือ ซึ่งมีเชื้อสายแห่งสายเลือดบริสุทธิ์อันแสนเข้มข้นไหลเวียนอยู่ในร่างกายของตัวท่าน"

" ...ท่านคือแสงแห่งความหวังของซันคาเดีย หากท่านหมดหวังแล้ว...เท่ากับซันคาเดียหมดหวังซึ่งสิ่งใดๆ..."

...ได้โปรดราชา...

...หากไร้สิ้นซึ่งแสงสว่างแห่งความหวังแล้วไซร้...ซันคาเดียจะอยู่รอดได้อย่างไรกัน...

" ...แต่ฉันไม่ใช่ใช่ผู้กล้าอย่างในนิทานปรัมปรา อีกทั้งยังไม่มีความกล้า และไม่มีความมั่นใจว่าตนจะปกครองแดนเหนือที่ว่าได้หรือไม่!?!"

ยูร้องตอบไปจากใจจริง...ใช่...จะให้คนธรรมดาอย่างเธอมาเป็นผู้ปกครองประเทศๆหนึ่งได้อย่างไร...เธอเป็นเพียงแค่เด็กอายุสิบห้าปีที่ใฝ่ฝันอยากมีชีวิตตามปรกติสุข!

" ท่านหาได้ใช่ผู้กล้า...แต่ท่านก็มิใช่คนธรรมดา...ท่านมีพลังอันยิ่งใหญ่อยู่ในตัวของท่านเอง...พลังอันยิ่งใหญ่ที่เรียกว่า 'ความหวัง'...หากท่านมีสิ่งนี้แล้วไซร้"

"...ท่านก็หาได้กลัวสิ่งใดไม่..."

ประโยคสุดท้ายกล่าวจบด้วยรอยยิ้มของหญิงสาวผมทอง ที่ยิ้มให้เพื่อเป็นกำลังใจในการอยู่ที่โลกแห่งนี้อย่างยอมรับความเป็นจริง

...ยอมรับตัวตนของตนเอง...

...ยอมรับเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป...

...ยอมรับความทุกข์อันหนักอึ้งที่จะต้องแบกด้วยบ่าทั้งสองข้าง...

...ยอมรับน้ำตาที่รินไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด...

...ยอมรับความจริงที่จะต้องเผชิญ...

...และ...

...ยอมรับเรื่องราวในอดีตที่ขุ่นมัวของตนเอง...

...

ข้าบอกท่านหรือยัง?…ราชา…

...

"ขอให้ท่านเตรียมใจให้ดี...ก่อนจะไปพบเจอกับเหตุการณ์ที่เต็มไปด้วยความสุข...ความเศร้า...และอดีตทั้งหลายที่ท่านไม่อาจยอมรับมัน"

May 12 2007, 09:38 PM

เสียดายที่บอร์ดนี้ลงสีตัวหนังสือ ตัวหนาไม่ได้ ทำให้พวกเจ๊ๆอ่านแล้วจะงง = ="

จาก : RayChan - 21/10/2007 14:19 เก็บกระทู้นี้ ไว้ในที่ส่วนตัวของคุณ

ข้อความ :

อ่า ที่เมนต์ไปแล้วในกระทู้ที่แล้วก็จะไม่ขอพูดถึงนะ แต่บทนี้ก็ไม่มีอะไรจะเมนต์มาก
แค่เรื่องเครื่องหมายคำพูดอ่ะ ถ้าคนพูดเป็นคนเดียวกัน ใช้แค่ครั้งเดียวต่อกันไปเลยไม่ได้หรอ
มาขึ้นบรรทัดใหม่ พร้อมเครื่องหมายใหม่ มันชวนให้เข้าใจว่าเป็นคนละคนพูด ชวนให้สับสนนะ
แต่น้ำเสียงของบทพูดก็ให้อารมณ์ดีใช้ได้
จะว่าไปนัทใช้ ... เยอะไปหน่อย ตาลายเลย โฮ่~

ปล. ลงสีตัวอักษรไม่ได้ แต่ทำตัวหนาได้ ใส่ [ b] หน้าข้อความ (พิมพ์ติดกันนะ) แล้วปิดด้วย [/b] ((ตัวเอียงใช้ i ขีดเส้นใต้ใช้ u))

จาก : LinDFa - 29/10/2007 17:43

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ลงนาม ::
ไปรษณีย์นกฮูก ::
เริ่มร่ายมนต์ได้ ::


This Free service hosted by D'Server
TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide | iRadio 1st Full format Internet Radio in Thailand