หัวข้อ : Former Times For Change SunKaDia : บทที่ 3 ข้อความ : " แม้จะเป็นเพียงแค่สุนัขรับใช้...แต่ก็ซื่อสัตย์ต่อเจ้านายยิ่งกว่าสิ่งใด...ยังดีกว่าคนบางคน...ที่หักหลังแม้แต่ผู้มีพระคุณของตนเอง"
-----------------------------------
บทที่ 3 ความซื่อสัตย์อันไร้ค่า[ตอนต้น]
...
ท่ามกลางราตรีกาลที่มืดมิด มีเพียงแสงสีทองแห่งดวงจันทราที่เด่นเป็นประกายอยู่บนฟากฟ้า ให้เราได้แลเห็นถึงความงดงามยามค่ำคืนที่เงียบสงัด
ครึ่ก! ครึ่ก! ครึ่ก! ครึ่ก!
เสียงม้าเทียมที่วิ่งฝ่าพื้นถนนที่แสนขรุขระด้วยความรวดเร็ว ดังก้องไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงวิ่งของม้าที่ตามมาติดๆกัน
" เร็วกว่านี้อีกไม่ได้หรอ!?! อัลเบิร์ธ!?! " เสียงชายหนุ่มที่นั่งอยู่ภายในเกวียน ตะโกนถามชายหนุ่มผู้มีผมและนัยน์ตาสีนิลซึ่งเป็นคนขับ
" เร็วกว่านี้อีกไม่ได้! ขืนเร็วกว่านี้ม้าที่วิ่งมาเป็นเวลายาวนานและความเร็วสูงจะล้มลงไปทันที!!! " เจ้าของนามอัลเบิร์ธตะโกนตอบกลับไป
ฟ้าว!!! ฉัวะ!!!
จู่ๆ ลูกธนูปริศนาซึ่งถูกยิงมาจากทางด้านหลังของพวกเขานั้น พุ่งผ่านเข้ามาเฉี่ยวใบหน้าของชายหนุ่มผมสีนิลในเวลาต่อมา
" อุ๊บ!!! "
...ตามมากันแล้วหรอเนี่ย!?!...
"...เราควรจะหาทางตอบโต้มันบ้าง...ไม่ใช่เอาแต่หนีแบบนี้นะครับ..." เสียงเอ่ยเบาๆที่โรยแรงและหอบน้อยๆที่ดังขึ้นเป็นจังหวะตามมา
ภายในเกวียนที่มีผ้าใบติดอยู่ เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำเงินเข้มนอนกุมแผลของตนเองที่ท้องด้านขวา ในขณะที่โลหิตสีแดงสดนั้นก็ยังคงไหลออกมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยแม้แต่น้อย
" ลูซิเฟอร์!?!...เจ้ากำลังบาดเจ็บหนักนะ! ถ้าพวกเรามัวเสียเวลาต่อสู้ เจ้าจะเสียเลือดมากกว่านี้!!! "
หญิงสาวผมทองร้องปราม ในขณะที่เจ้าของนามได้แต่เหยียดยิ้มที่มุมปากสีซีดของตนเองเล็กน้อย นัยน์ตาสีฟ้าจ้องมองมายังมือขวาที่เกาะกุมบาดแผลของตนเอง
...ช่างน่าสมเพศ...
เขาคิดเช่นนี้ซ้ำไปซ้ำมา มือที่เกาะกุมอยู่ยกขึ้นมาที่เบื้องหน้าของตน แสงสว่างแห่งดวงจันทราสาดส่องมากระทบกับมือที่ชุ่มโชกไปด้วยเลือด
...ช่างน่าสมเพศจริงๆ...
...น่าสมเพศที่อ่อนแอนัก...ทั้งอ่อนแอและไร้สิ้นซึ่งพลังใดๆ...
ชายหนุ่มกำมือที่เปื้อนเลือดแน่น ดวงตาแข็งกร้าวขึ้นมาทันที แสงจันทร์สีนวลส่องมากระทบกับนัยน์ตาสีฟ้าที่ตอนนี้วาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่ากลัว
...ข้าอยากได้พลัง...
ฟ้าววววววววว~!!! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก! ฉึก!
เสียงแหวกอากาศพุ่งผ่านสายลมมาอย่างรวดเร็วจากทางด้านหลังอีกครั้ง ลูกธนูนับสิบเจาะทะลุผ้าคลุมที่บังอยู่จนฉีกขาด
ฉัวะ!!!
หนึ่งในลูกธนูจำนวนนั้นพุ่งเข้าเฉี่ยวไหล่ซ้ายของหญิงสาวผมทองไปอย่างรวดเร็ว โลหิตสีแดงสดกระฉูดออกมาจากปากแผล หญิงสาวรีบเอามือกุมหัวไหล่เอาไว้เพื่อลดความเจ็บปวด
" อุ๊บ!!! "
" โซฟิเลีย!?! " เด็กหนุ่มเจ้าของผมสั้นสีดำ นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มร้องขึ้นด้วยความตกใจ
ในขณะที่เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำเงิน ผู้มีนัยน์ตาสีฟ้าไร้อารมณ์ใดๆที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามค่อยๆลุกขึ้นนั่งยองๆ
ดวงตาจ้องทะลุผ่านรูของผ้า เห็นทหารขี่ม้าหลายคนขับตามกันมาเป็นขบวนแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่
"...ทหารจากพระราชวังตามกันมาเป็นขบวน...ในขณะที่เราขับฝ่าความมืด...เรามองเห็นบ้านเรือนหรือผู้คนบ้างหรือยัง?..."
เขาถามเรียบๆ เมื่อทั้งห้าได้ยินต่างพากันนิ่งอึ้ง เด็กหนุ่มผมสั้นสีดำลุกพรวดขึ้นชะโงกตัวไปหาชายหนุ่มผมสีนิลที่นั่งเป็นคนขับอยู่นั้น
" อัลเบิร์ธ!?! เจ้าเห็นอะไรบ้างมั้ย!?! "
เจ้าของนามหันขวับไปหาเด็กหนุ่มเล็กน้อย ก่อนจะหันกลับไปทางเดิมและกล่าวตอบเบาๆว่า
"...ไม่...ข้าไม่เห็นสิ่งใดเลยนอกจากความมืดยามราตรีและแสงแห่งจันทรา..."
เหมือนกับคำกล่าวที่คนกล่าวตั้งใจพูดให้ได้ยินกันเพียงแค่สองคน ดังฝ่าความเงียบเข้าไปในเกวียนนั้นด้วย
"...แบนิโต้...ในขณะที่เลือดของลูซิเฟอร์ไหลออกมาโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเมื่อไร่...โซฟิเลียก็ถูกลูกธนูเฉี่ยวไหล่จนเลือดโชกไปอีกคน...อีกทั้ง..."
"...เราเดินทางฝ่าความมืดมาเป็นระยะเวลายาวนาน...ไม่พบสิ่งใด...แม้แต่สิ่งมีชีวิตตัวเล็กๆเช่นแมลง..."
ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้ากล่าวลอยๆ โซฟิเลียหันขวับไปถามด้วยความสงสัยมาเป็นเวลายาวนาน
" เจ้าต้องการจะพูดสิ่งใดกันแน่...รีเบล!?! "
สิ้นประโยค เจ้าของนามปรายตามองเล็กน้อย ก่อนที่สายตาจะจับจ้องไปที่เหล่าทหารซึ่งขี่ตามมาอยู่นั้น
" ข้าเพียงแต่ต้องการพูดว่า...โอกาสรอดของเรามีหรือไม่...หากสู้กับพวกมันตอนนี้ แม้ว่าจะเป็นทหารชั้นต่ำ ทว่ากลับมีเป็นจำนวนมาก...อีกทั้ง เรายังมีผู้บาดเจ็บที่กำลังสูญเสียเลือดถึงสองคน..."
"...โอกาสรอดของเรา...มีหรือไม่...โซฟิเลีย!?! "
รีเบลถามกลับเรียบๆ ตอนนี้ดวงตาเขาที่เคยเฉยเมยกลับสั่นคลอนวูบไหวอย่างประหลาด ก่อนที่ชายหนุ่มจะขยับริมฝีปากเอ่ยประโยคหนึ่งที่ทำให้ทุกคนต่างพากันนิ่งอึ้ง
"...หากเราซึ่งเป็นเมื่อก่อน...ที่เรายังมีเกียรติยศและศักด์ศรี...ที่เรายังคงเป็น'อัศวินวิหกอัคคี'...หนึ่งใน'อัศวินวิหก'ผู้เป็นอัศวินเคียงบ่าเคียงไหล่...อัศวินคู่พระทัยของกษัตริย์แห่งพามิน..."
"...พระราชา พามินลา...พระราชาที่พวกเราซื่อสัตย์และเคารพเทิดทูนตลอดมา...ทว่า...พระองค์กลับทอดทิ้งพวกเรา...ลั่นวาจาว่าเป็นกบฏต่อผืนแผ่นดิน..."
...ใช่...เราซึ่งเป็นอัศวินผู้ใกล้ชิดที่สุดของพระองค์...บุคคลที่รักและเคารพเทิดทูนพระองค์อยู่สุดหัวใจ...บุคคลที่ซื่อสัตย์และจงรักภักดีต่อพระองค์ยิ่งกว่าผู้ใด...
...เพียงแค่พระองค์ลั่นวาจาเพียงคำเดียว...สิ่งที่เราได้กระทำมาตลอดเพื่อพระองค์...ความซื่อสัตย์และความจงรักภักดี...กลายเป็นสิ่งไม่มีค่า...ที่มิได้อยู่ในสายพระเนตรของพระองค์เลยแม้แต่นิดเดียว...
"...เจ้าต้องเข้าใจ...ถ้าไม่ใช่เพราะพวกความมืดลอบเข้ามาที่พระราชวังในคืนนั้น...ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันใช้พลังควบคุมพระองค์...นัยน์เนตรก็คงมิได้มืดบอด...คอยรับคำสั่งจากพวกมัน...กลายเป็นหุ่นเชิด...ที่พรั่งพร้อมไปด้วยทหารและข้าราชบริพารไว้เตรียมสำหรับสู้ศึกเป็นแน่..."
อัลเบิร์ธออกความเห็นบ้าง แม้ในส่วนตัวแล้วก็มีความน้อยใจและเสียใจไม่แพ้กัน...เจ็บใจ...ที่เราซื่อสัตย์ต่อคนๆหนึ่งยิ่งชีวิต...เขากลับมองเห็นเป็นสิ่งไร้ค่า
...พวกความมืดที่ลอบเข้ามา...ข้าไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด!...
ชายหนุ่มประกาศกร้าวในใจ ดวงตาสีนิลก็วาวโรจน์ขึ้นมาอย่างน่ากลัว ภายในดวงตาที่ดำมืดนั้น กำลังฉายย้อนไปถึงเหตุการณ์ของคืนซึ่งเป็นตัวต้นเหตุของเรื่อง
ในค่ำคืนที่เงียบสงบ เบื้องล่างของผืนแผ่นฟ้ายามราตรี คือพระราชวังของกษัตริย์แห่งพามิน แม้จะเป็นพระราชวังที่ดูไม่หรูหราและยิ่งใหญ่นัก แต่การตกแต่งภายนอกก็ดูงดงามและมีความประณีตยิ่ง
ทหารต่างพากันเดินตรวจตราทั้งภายในและภายนอกพระราชวัง ทหารที่ยืนรักษาการณ์อยู่ที่ประตูทางเข้าของพระราชวัง สอดส่ายตาหาผู้บุกรุกที่อาจจะประสงค์ร้ายต่อกษัตริย์ของตน
"...แย่จังนะ...หิมะที่ตกลงมาทำให้มองไม่ถนัดเอาซะเลย..." หนึ่งในนั้นบ่นพึมพำขึ้นมาลอยๆ ในขณะที่ตนเองก็ยื่นมือออกไปรองรับละอองสีขาวบริสุทธิ์ที่ทยอยตกลงมากจากน่านฟ้า
" เอาน่ะ อย่าเพิ่งหงุดหงิดนักเลยท่าน เดี๋ยวก็ได้เวลาเปลี่ยนเวรแล้ว" ทหารอีกนายกล่าวยิ้มๆ เพราะพวกเขาเองก็ทนยืนเฝ้าประตูมานานเต็มทนแล้วเหมือนกัน
ตุบ!
เสียงฝีเท้าคู่หนึ่งของบุคคลปริศนาดังขึ้นเบาๆข้างๆป่าข้างทางที่อยู่ไม่ไกลจากกำแพงของพระราชวังมากนัก รอยรองเท้าคู่นั้นดูจะเป็นหลักฐานได้อย่างดียิ่ง
ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!
ทันใดนั้น เสียงการลงน้ำหนักที่พื้นดินก็ดังขึ้นอีกหลายครั้ง รอยเท้าของคนที่ยืนเหนือหิมะอีกสี่คน อยู่เบื้องหลังรอยเท้าคู่แรก
"...ท่านหญิง...ท่านแน่ใจแล้วหรือ...ว่าท่านจะไปคนเดียว? " เสียงของชายหนุ่มเอ่ยถามขึ้นด้วยความฉงน
สิ้นประโยคคำถาม ในที่ซึ่งไม่มีสิ่งใดเลยนอกจากรอยเท้าทั้งห้าคู่ และคลื่นลมของหิมะที่รุนแรง กลับปรากฏเป็นบุคคลปริศนาคนหนึ่งผู้ซึ่งใส่ผ้าคลุมตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้ายืนอยู่เหนือรอยเท้าคู่แรก
"...ความมืด...เป็นพลังให้กับข้านะ...อีกทั้งพระราชวังของพามินนั้นก็เห็นจะมิต้องคร้ามเกรงมากนัก..."
เสียงเอ่ยคำกล่าวของบุคคลภายใต้ผ้าคลุม คือเสียงของเด็กสาวที่ดูอายุราวสิบห้าปี ก่อนที่เธอจะเอ่ยคำพูดขึ้นมาอีกครั้ง
"...เข้าไปในพระราชวังเงียบๆดุจสายลมของหิมะยามราตรีนี้...จับได้ก็เห็นจะเป็นผู้มีฝีมือเป็นแน่..."
เด็กสาวใต้ผ้าคลุมเอ่ยเรียบๆ มือขาวที่ยื่นออกมาจากผ้าคลุมสีเทานั้นรองรับละอองหิมะเอาไว้อย่างถนุถนอม
...หิมะ...สวยงามจริง...
...แต่ตอนนี้...ข้าเกลียดนัก...
ทันใดนั้นมือขาวที่แบรองรับละอองหิมะ ตอนนี้กลับกำแน่นราวกับจะบีบให้แหลกคามือเสียอย่างนั้น
"...ละอองหิมะที่ขาวบริสุทธิ์และสวยงาม...คืนนี้จะชุ่มโชกไปด้วยเลือดของผู้คน..."
เธอกล่าวเรียบๆ ก่อนที่จะเหยียดยิ้มที่มุมปากอย่างนึกสนุกที่การกระทำของเธอต่อไปนี้คือ เกมส์ ที่ตนพร้อมจะเล่นด้วยความสนุกสนาน
...หวูบ...
ทันใดนั้น ร่างของเด็กสาวสวมผ้าคลุมก็ค่อยๆจางหายไป เหลือเพียงรอยรองเท้าที่เหยียบย่ำอยู่บนผืนของหิมะเท่านั้นเอง
"...นั่นอะไรน่ะ?..." ทหารที่เฝ้าประตูอยู่เอ่ยขึ้นด้วยความสงสัย เมื่อสายตามองไปเห็นรอยเท้าของคนเดินที่ค่อยๆเดินเข้ามาหาพวกตนเรื่อยๆ
"...รอยเท้าคนเดินนี่นา?...ท่าทางมีพิรุธ ข้าว่าน่าจะส่งสัญญาณเตือนภัยให้ฝ่ายในรับรู้จะดีกว่า!?!"
ทหารอีกนายไม่ไว้ใจ มือเคลื่อนไปหยิบสร้อยคอที่อยู่ภายในเกราะเหล็กของตนออกมา พบเป็นแตรเล็กๆสีน้ำตาลเข้มห้อยอยู่
" อย่าดีกว่านะ?...เพราะเสียงแตรนั่นน่ะดังเหลือเกิน "
"...เอ๋!?!..."
ฟ้าว!!! ฉัวะ!!!
ของมีคมพุ่งผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว ตัดผ่านลำคอของทหารเฝ้าประตูในเวลาต่อมา ศีรษะของทหารนายนั้นค่อยๆร่วงหล่นลงไปยันผืนดิน เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดออกมาจากส่วนลำตัวของเขา พื้นดินที่เป็นสีขาวบัดนี้กลับเต็มไปด้วยสีแดง
" อ๊ากกกกกกก!!!!!!!!! " ทหารอีกนายร้องลั่นด้วยความตกใจกลัวสุดชีวิต เขาออกวิ่งหนีไปอีกทางทันทีที่เห็นภาพโหดร้าย ทว่า...
ฉัวะ!!!
เสียงของมีคมตัดผ่านอากาศอีกครั้ง ก่อนจะตามมาด้วยเสียงล้มลงเบาๆของส่วนศีรษะและส่วนตัวของทหารนายนั้น
" ขืนปล่อยให้ส่งเสียง...แผนการก็เสียหมดสิ"
สิ้นคำพูด เด็กสาวสวมผ้าคลุมก็ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้าประตูทางเข้าพระราชวัง มือขวาถือเคียวสีดำเล่มใหญ่ที่ตอนนี้เปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือด ส่วนผ้าคลุมสีเทานั้นก็มีรอยเลือดกระเซ็นติดอยู่
ไม่กี่นาทีต่อมา ทั่วทั้งพระราชวังก็เต็มไปด้วยความโกลาหล เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงม เลือดของทหารกำลังไหลนองไปทั่วพระราชวัง
" พระราชา! โปรดเสด็จกลับเข้าห้องบรรทมเถิดพระเจ้าค่ะ!!! " อัลเบิร์ธกราบทูลพระราชาพามินลา ที่กำลังตื่นตระหนก พระองค์พยักพระพักตร์ก่อนที่จะเสด็จออกไปกับทหารรักษาพระองค์ทั้งสิบคนด้วยความเร่งรีบ
" ระวังนะพวกเจ้า!!! มันล่องหน!!! จับเสียงฝีเท้าและเสียงการลงอาวุธให้ดี!!! "
ชายหนุ่มประกาศดังลั่น เหล่าทหารทั้งหลายที่ยืนอยู่บริเวณนั้นต่างพยักหน้ารับ มือที่กำดาบแทบไม่มีแรงเมื่อกำลังใจนั้นได้หดหายลงไป...มีเพียงความกลัวที่อยู่ภายในจิตใจเท่านั้นเอง
" รีเบล!!! ทางเจ้าล่ะเป็นยังไงบ้าง!?! " ชายหนุ่มตะโกนถามถึงบุคคลที่อยู่ภายในห้องปีกซ้าย ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าวิ่งเข้ามาพร้อมกับทหารบางส่วน
" มันมาทางฝั่งข้าแล้ว บ้าชะมัด! ข้าหยุดการเคลื่อนไหวของมันไม่ได้เพราะข้าไม่เห็นรูปร่างของมัน " รีเบลกล่าวด้วยความร้อนรน
ฟ้าว~!!!!!!!!!!!!!! ครืน~!!!!!!!!!!
ประตูจากห้องทางปีกซ้ายถูกโลมกระโชกจนเปิดออก ภายในห้องที่เต็มไปด้วยศพของทหารหลายนาย เลือด แล้วยังมีกลุ่มไอดำมืดสนิทอยู่กลางห้อง
"...ห้องนี้มีหลายคนดีนี่...จะได้ไม่ต้องตามฆ่าให้เมื่อย..." เสียงของเด็กสาวเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบ
นัยน์ตาของอัลเบิร์ธเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง เขาตกใจไม่ว่าจะเป็นทั้งเสียงของผู้บุกรุกที่ไม่น่าจะเป็นเพียงแค่เด็กสาว หากแต่รวมไปถึงจิตสังหารที่รุนแรงที่ออกมาจากไอดำมืด และ...
...นัยน์ตาสีเทาที่เจิดจ้าขึ้นอย่างน่ากลัวซึ่งอยู่ตรงกลางของไอดำมืดนั้น...
"...จิตสังหาร...น่ากลัวอะไรขนาดนี้..." ชายหนุ่มผมสีนิลพึมพำเบาๆ เขาไม่เคยเจอคนที่มีจิตสังหารรุนแรงขนาดนี้มาก่อนเลย
ฟ้าว!!!!!!!!!!!! ฉัวะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น ราวกับเป็นสัญญาณแห่งความตายของทหารผู้ไร้ฝีมือทั้งหลาย ศีรษะของทหารหลายนายที่อยู่ภายในห้อง ถูกตัดขาดภายในเวลาไม่กี่วินาที!
ในขณะที่ทั้งรีเบลและอัลเบิร์ธก้มตัวหลบคลื่นอากาศมรณะได้อย่างฉิวเฉียดด้วยสันชาตญาณ
" อัลเบิร์ธ ข้าไม่เข้าใจว่าทำไมกลุ่มอัศวินวิหกถึงไม่มาคุ้มครององค์ราชา " รีเบลถามด้วยความหงุดหงิด เพราะกลุ่มอัศวินวิหกมีถึงสี่ลุ่ม กลุ่มหนึ่งมีผู้มีฝีมืออย่างน้อยกลุ่มละห้าคน แต่ทำไมตอนนี้กลับมีเพียงแค่สองคน!?!
" พวกเขาไปต้านผู้บุกรุกที่บุกเข้ามาทั้งสี่ฝั่งอีกน่ะสิ!" ชายหนุ่มกล่าวตอบ ขณะที่นัยน์ตายังคงจ้องไปที่กลุ่มไอดำนั้นด้วยความโกรธแค้นที่ฆ่าทหารของตนไปหลายร้อยนายแล้ว
"...เอ๋?...งั้นก็แสดงว่าข้าไม่ได้บุกเข้ามาคนเดียวน่ะสิ...ช่างไม่ไว้ใจกันเลยนะ" เด็กสาวที่ได้ยินดังนั้นเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ ในเมื่อตนบอกแล้วว่าจะเข้ามาคนเดียว แต่ทั้งสี่คนก็ไม่ได้เชื่อฟังเลยแม้แต่น้อย
"พวกท่านคงเป็นอัศวินที่มีฝีมือมาก ถึงขนาดหลบคมเคียวของข้าได้...ข้าขอให้รางวัลแก่พวกท่าน...หวังว่าคงจะยินดีค่ะ..."
สิ้นคำพูด ไอดำทะมึนนั้นก็ค่อยๆปรากฏเป็นเด็กสาวสวมผ้าคลุมสีเทาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดทั่วทั้งตัว ใบหน้าส่วนหนึ่งมีเลือดกระเซ็นติดอยู่เช่นกัน ในมือถือเคียวสีดำใหญ่ยักษ์อันน่ากลัวไว้ด้วยมือขวาเพียงข้างเดียว
"ขอทราบนามของพวกท่าน ก่อนจะเริ่มประมือค่ะ"
"บอกทำไม? เพราะในเมื่อเจ้าทำให้พวกข้าเห็นตัวตนรูปร่างของเจ้าแล้ว...นั่นก็ถึงเวลาตายของเจ้า!"
ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้า พุ่งเข้าไปหาเด็กสาวสวมผ้าคลุม มือหนึ่งชูนาฬิกาสีทองเหนือศีรษะของตัว หมายที่จะยื่นไปยังเบื้องหน้าของเด็กสาวผู้นั้น
"...เวลาตายของข้า?...คิก...ช่างน่าขันนัก..."
หวูบ...เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!
เด็กสาวสวมผ้าคลุมย่อตัวลง หันด้ามเคียวขึ้นมา ก่อนที่จะกระแทกด้ามเคียวเข้าที่ท้องของรีเบลเต็มแรง!
โครม!!!!!!!!!!!
ร่างของเขาปลิวมากระแทกกับกำแพงของพระราชวัง ความรุนแรงของการกระแทกด้ามเคียวทำให้กำแพงหนาชั้นดีของพระราชวังนั้นถึงกับบุบเป็นรอยร้าว ชายหนุ่มทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความเจ็บปวด จนเผยให้เห็นแขนซ้ายมีปลอกแขนที่เป็นรูปนกสีแดงเพลิง
"มิน่า พวกท่านคงจะเป็นอัศวินวิหกอัคคี หนึ่งในอัศวินวิหกของพระราชาพามินลา...ที่มีฝีมือแกร่งกล้านัก"
...ทำไมนาฬิกาของรีเบลถึงทำอะไรไม่ได้?...เพราะสามารถเร่งความเร็วให้กับตัวเอง แล้วทำให้คู่ต่อสู้เคลื่อนไหวช้าลงได้แท้ๆ!?!...
...หรือว่า...พลังของเด็กคนนี้เหนือขึ้นไป...ไม่เกี่ยวกับหลักความเป็นจริง...
...แต่เพราะพลังที่มีอยู่อย่างเหนือธรรมชาติ...และพลังที่มีอยู่อย่างมหาศาล!?!...
" ...อย่าเหม่อสิท่าน?..." เสียงเด็กสาวเอ่ยขึ้นข้างหูของอัลเบิร์ธ เขาหันขวับด้วยความรวดเร็วก่อนจะกระเด้งตัวให้ออกห่างจากเธอให้มากที่สุด
" ท่านเป็นอัศวินระดับสูง น่าจะรู้ว่าพระราชาประทับอยู่ที่ห้องไหนของพระราชวัง?" เธอถามด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก
" เจ้าคิดได้ยังไงกันว่าอัศวินอย่างข้าจะเอ่ยปากบอกถึงที่ประทับของพระราชา บอกไปเจ้าก็ปลงพระชนม์พระองค์น่ะสิ!"
...เรื่องอะไรจะทรยศ!!!...
" เปล่า?...ข้าไม่ได้จะปลงพระชนม์พระองค์ซะหน่อย ข้าแค่อยากจะกราบทูลกับพระองค์นิดๆหน่อยๆเท่านั้นเองนะ"
"...ยอมบอกข้ามา...ดีกว่าจะต้องตายอย่างทรมาน..."
เธอกล่าวเสียงต่ำ ฉับพลัน ไอดำมืดที่อยู่รอบตัวของเธอก็ค่อยๆขยายออกแผ่ไปเป็นบริเวณกว้างอย่างรวดเร็ว!
...จิตสังหาร...รุนแรงถึงขนาดปรากฏเป็นไอความมืดเลยหรอเนี่ย!?!...
"...หึ...ข้ารู้ว่าท่านคงจะไม่ยอมบอกแน่..."
สิ้นคำพูด เธอหันศีรษะไปยังเหล่าทหารทั้งหลายที่ยังคงเหลืออยู่เพียงเล็กน้อย พวกเขาต่างพากันตัวสั่น หน้าซัดเซียวด้วยความตกใจกลัวอย่างที่สุด
...ใช่...อัศวินอย่างท่านไม่มีทางบอกข้าแน่...แต่คิดหรอว่าทหารพวกนี้จะไม่ยอมบอกข้า...
"...ข้าให้โอกาสพวกเจ้า ใครคนใดที่สามารถบอกที่ประทับขององค์ราชาได้...ข้าจะไว้ชีวิตมันคนนั้น!!! "
ทันใดนั้นเอง อัลเบิร์ธก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ เขาไม่คิดว่าเด็กสาวผู้นี้จะใช้ไม้นี้ในการตามหาพระราชา!?!
เหล่าทหารที่ได้ยินต่างพากันได้โอกาสที่ตัวเองจะมีชีวิตรอด...แน่นอน...ใครล่ะจะยอมตายง่ายๆกัน!?! พวกเขาเองก็ยังคงมีครอบครัวให้ต้องดูแล
" อย่าไปเชื่อมัน!!! มันหลอกเจ้า!!! มันจะฆ่าพวกเจ้าทันทีที่ได้รับคำตอบ!!! " ชายหนุ่มร้องเตือนด้วยความตื่นตระหนก หากแต่เด็กสาวเองก็เล่นจิตวิทยามาสู้เช่นกัน
"...ข้าให้โอกาสพวกเจ้า...นับหนึ่งถึงสาม...หากไม่มีใครเอ่ยปากบอกข้าจะฆ่ามันให้หมดนี่ล่ะ..."
...ซึ่งดูท่าว่าจะสู้ชนะเสียด้วย...
" พะ...พระราชา! พระราชาเสด็จไปประทับที่ห้องบรรทม!!! "
หนึ่งในทหารคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา เมื่อเหล่าทหารเห็นดังนั้นก็ร้องกล่าวกันขึ้นมาบ้าง ชายหนุ่มผมสีนิลก็ตกตะลึง ในขณะที่ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าค่อยๆลุกขึ้นมานั่งพิงกำแพง
" พวกเจ้า!!! หุบปากเดี๋ยวนี้นะ!!! "
เมื่อได้รับคำตอบเป็นที่น่าพอใจ เด็กสาวก็หันกลับไปหาอัลเบิร์ธด้วยรอยยิ้มหยันที่มุมปากอย่างผู้มีชัย
"...ท่าทางของท่านดูตื่นตระหนกขนาดนี้ได้...แสดงว่าทหารพวกนี้ไม่ได้กล่าวเท็จแต่อย่างใด..."
"...งั้นข้าก็จะให้รางวัลตอบแทนแก่พวกเจ้า..."
...ครืน!!!!!!!!!!!!!...
สายลมโหมกระหน่ำเข้ามาภายในห้อง พร้อมๆกับที่ไอความมืดของตัวเธอแผ่นกระจายไปทั่วห้องทันที...จิตสังหารที่รุนแรงขนาดนี้น่าจะเป็นคำตอบในของรางวัลได้อย่างชัดเจน!?!
...ความตายยังไงล่ะ...รางวัลตอบแทน...
ฉัวะ!!! ฉึก!!! ฟ้าว!!! ฉัวะ!!! ฉัวะ!!! ฉึก!!!
ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมโดยรอบ เสียงแหวกอากาศที่พุ่งผ่านไปมา เสียงการลงคมดาบที่ดังขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน ก่อนจะตามมาด้วยเสียงทิ้งตัวของร่างอันไร้ลมหายใจที่ล้มตายกันระนาว
ตึง!!! โครม!!! ตุบ!!!
เมื่อสิ้นเสียงใดๆแล้ว ความมืดมิดที่ถูกแผ่ขยายออกก็ค่อยๆกลับคืนมาสู่ร่างกายของเด็กสาวอีกครั้ง แสงไฟที่มีอยู่ในห้องค่อยๆถูกจุดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เผยให้เห็นสภาพศพที่เกลื่อนอยู่บนพื้นและคราบเลือดที่กระเซ็นไปทั่วห้อง
หวูบ
สายลมอ่อนๆที่พัดมาจากภายนอกประตู พัดผ่านร่างที่ไร้วิญญาณของเหล่าทหาร อัศวินหนุ่มแห่งวิหกอัคคี ไปยังร่างของเด็กสาวสวมผ้าคลุมที่ยืนตระหง่านอยู่ใจกลางห้อง มือขวาถือเคียวยักษ์สีดำทะมึนอย่างน่ากลัว
เมื่อจัดการสิ้นซากแล้ว เธอก็ค่อยๆก้าวข้ามผ่านศพเหล่านั้นออกไป โดยที่ไม่ได้สนใจอัศวินทั้งสองอีกต่อไป
คนๆนี้
ฆ่าคนได้ราวกับผักปลา
โดยไม่รู้สึกอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว!?!
ย๊ากกกกกกกกกก~!!!!!!!!!!! ชายหนุ่มผมสีนิลคิดได้ดังนั้นก็ชักดาบซามูไรน้ำงามออกจากฝัก ก่อนจะพุ่งเข้าไปหาเธอด้วยความรวดเร็ว
หวูบ
เด็กสาวหันศีรษะกลับมายังต้นตอของเสียง วินาทีนั้นเองชายหนุ่มก็โผล่มายังด้านหลังของเธอและฟันดาบขึ้นจากล่างไปยังด้านบน
ฟุ่บ!
เธอเอี้ยวตัวออกห่างจากคมดาบเล็กน้อย ก่อนที่จะแบมือออก ปรากฏเป็นคลื่นวงกลมสีดำอยู่เหนือฝ่ามือ ก่อนที่เธอจะเหวี่ยงซัดเอาคลื่นดำนั่นเข้าที่ท้องของชายหนุ่มจนกระเด็นออกไป
ตูม!!! ฟุ่บ!!! ฟุ่บ!!!
อัลเบิร์ธที่ถูกซัดมาจนกระเด็น ก่อนที่จะไปกระแทกกับกำแพงเขาก็ปรับร่างกาย ใช้เท้ารับการกระแทกที่กำแพงนั้น ก่อนที่จะดีดตัวพุ่งออกไปอีกครั้ง โดยที่ครั้งนี้มีรีเบลร่วมวงด้วย
กริ๊ก!!! กริ๊ก!!!
ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีนิลชูนาฬิกาสีทองไปยังเบื้องหน้าของเขาและอัลเบิร์ธ ก่อนที่จะชูออกไปนั้นเขาปรับเปลี่ยนเวลาของนาฬิกาสีทองไปด้วย
ฟ้าว!!!!!
ผลของการปรับนาฬิกาสีทอง ความเร็วของทั้งคู่จึงเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่า ร่างของพวกเขาทั้งสองโผล่มายืนคนละข้างกับร่างของเด็กสาวในเวลาไม่กี่วินาที
ครั้งนี้แหละ!
ข้าจะขอหยุดการเคลื่อนไหวของเจ้าซะ!!!
ด้วยนาฬิกาของรีเบล
จะทำให้เจ้าหยุดการเคลื่อนไหว!!!
ทั้งคู่คิดในใจ อัลเบิร์ธเงื้อดาบขึ้นเหนือศีรษะ ส่วนรีเบลก็เอื้อมมือไปปรับนาฬิกาของตนเอง โดยที่เด็กสาวผู้นั้นไม่ทันได้รู้สึกตัว
ย๊ากกกกกกก!!!!!!!
เสียงตะโกนก้อง พร้อมกับการโจมตีที่เป็นสิ่งสุดท้ายที่จะต่อกรกับศตรู
ทว่า
มันควรจะเป็นเช่นนั้นไม่ใช่หรือ?
เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!!!!!
สมกับเป็นการประสานพลังจริงๆ
ทำเอาข้าตกใจแทบแย่ที่จู่ๆก็โผล่มาข้างๆ
เสียงใสกล่าวเรียบๆ ผ้าคลุมสีเทาโบกสะบัดไปโดยรอบ ร่างกายของเธอมีม่าวงกลมสีดำล้มรอบรับการป้องกันของทั้งคู่ไว้ได้ทันเวลา
แต่เสียใจด้วย
ที่ความพยายามของท่านสูญเปล่า
ฉัวะ!!!!!!!!!!!!!
Jun 7 2007, 10:34 PM
จาก : RayChan - 21/10/2007 14:22
|