หัวข้อ : Former Times For Change SunKaDia : บทที่ 4
ข้อความ : " แม้จะเป็นเพียงแค่สุนัขรับใช้...แต่ก็ซื่อสัตย์ต่อเจ้านายยิ่งกว่าสิ่งใด...ยังดีกว่าคนบางคน...ที่หักหลังแม้แต่ผู้มีพระคุณของตนเอง"

บทที่ 4 ความซื่อสัตย์อันไร้ค่า[ตอนกลาง]

ฉัวะ!!!!!!!!!!!!!

ฉูด!!!!!!!!!

เสียงการลงคมเคียวอันหนักหน่วง เสียงโลหิตสีแดงสดพุ่งกระฉูด เลือดสีแดงกระเซ็นไปทั่วบริเวณ

" ลูซิเฟอร์!!!!!!!!!!!! "

เสียงเอ่ยนามดังก้อง เมื่อภาพตรงหน้าที่เขาเห็นคือ เด็กหนุ่มเจ้าของผมสีน้ำเงินเข้ม นัยน์ตาสีฟ้า พุ่งตัวเข้ามารับคมเคียวแทนอัลเบิร์ธและรีเบล

เคียวยักษ์สีดำกรีดเนื้อบริเวณท้องของเด็กหนุ่มเป็นทางยาว เด็กสาวใส่ผ้าคลุมเงยหน้าขึ้นมองด้วยความตกใจเล็กน้อยเมื่อเป้าหมายพลาดไปโดนบุคคลอื่นเข้า

ภายใต้ผ้าคลุมสีเทา นัยน์ตาสีเทาจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความแปลกใจ เธอลดเคียวยักษ์ลง พร้อมๆกับที่ลูซิเฟอร์ตกลงมากระแทกกับพื้นด้วยความเจ็บปวดทรมานอย่างที่สุด

"...ทำไมท่านถึงเข้ามารับเคียวของข้าแทนท่านผู้นั้นด้วย?..."

เธอกล่าวถามเสียงเรียบ เด็กหนุ่มค่อยๆเงยหน้าขึ้นมา ก่อนที่จะพยายามตอบด้วยความลำบาก แม้เสียงจะแหบพร่าและเหงื่อโทรมกาย แม้สีหน้าที่ดูเจ็บปวดรวดร้าวกลับฝืนยิ้มออกมาจากใจจริงของตน

"...เพราะท่านอัลเบิร์ธเป็นผู้มีพระคุณของข้า...ช่วยนำพาเด็กเร่ร่อนอย่างข้าเข้ามารับใช้พระราชา...จนทำให้ข้าเป็นถึงหนึ่งในอัศวินวิหกอัคคี...ชีวิต...ข้าสามารถตอบแทนท่านเขาได้อย่างเต็มใจ..."

"...เจ้าคงไม่เข้าใจหรอก...แม้กับคุณค่าของชีวิตคนๆหนึ่ง...เจ้ากลับฆ่าได้อย่างไม่รู้สึกอันใด..."

"...สังหารได้หลายร้อยศพโดยปราศจากน้ำตา..."

"...ปลิดชีพหลายผู้คนโดยปราศจากหัวใจ..."

"...ในขณะที่ผู้คนส่งเสียงร้องขอชีวิต...เสียงร้องที่ดังขึ้นเพราะความเจ็บปวด...ก่อนจะสิ้นลมหายใจ..."

"...เจ้าจ้องมองคนเหล่านั้นด้วยสายตา...ด้วยหัวใจ...ที่เย็นชาและไร้สิ้นซึ่งความเมตตาปราณีอย่างที่มนุษย์เป็น..."

ลูซิเฟอร์กล่าวถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาจากจิตใจ ช้าๆ...ชัดๆ...ด้วยเสียงที่แหบพร่า แม้ลมหายใจจะหอบถี่ขึ้นเรื่อยๆ แม้หน้าตาและริมฝีปากจะเริ่มซีดเพราะการขาดเลือด...แต่สิ่งเดียวที่เขามีอยู่ตลอดเวลาขณะกล่าวคือ...รอยยิ้ม...

"...กายเจ้ายังเป็นมนุษย์ครบถ้วนทุกประการ..."

"...หากใจเจ้าคือปีศาจร้ายที่ไร้จิตใจ..."

"...แล้วเจ้าจะมาเข้าใจถึงการกระทำของข้าได้อย่างไร...ต่อให้ข้าอธิบายให้เจ้าฟังซักเพียงใด...มันเป็นเพียงแค่ลมปากที่ผ่านเข้าไปในโสตประสาทและออกมาสู่โลกภายนอก...ก่อนที่จะจางหายไปอย่างไร้คุณค่า..."

เด็กหนุ่มค่อยๆกล่าวต่อไปเรื่อยๆท่ามกลางความเงียบ เขาจ้องมองไปยังเด็กสาวสวมผ้าคลุมด้วยรอยยิ้ม...รอยยิ้มแห่งความภาคภูมใจของการเป็นคน...

...การเป็นคนที่มีจิตใจ...

"...ใช่...ถึงข้าจะเป็นปีศาจร้ายในคราบของมนุษย์...แต่การสังหารผู้คนมากมายนี้ก็ไม่ได้เห็นข้าจะต้องทุกข์ร้อน เพราะคนพวกนี้ไม่เกี่ยวดองกับข้า..."

"...คนพวกนี้หาได้ใช่พี่น้องหรือญาติมิตร...เหตุใดข้าถึงต้องทุกข์ร้อนกับชีวิตของพวกเขา?..."

เธอกล่าวตอบเรียบๆ เมื่อกล่าวจบ เด็กหนุ่มก็กล่าวโพล่งขึ้นไปอีก ประโยคที่ทำให้เธอต้องถึงกับนิ่งอึ้ง

"...ถึงคนพวกนี้จะไม่เกี่ยวดองกับเจ้า! แต่ข้าเชื่อนัก..."

"ถึงแม้ว่าบุคคลตรงหน้าเจ้าคือพี่น้องร่วมสายเลือด...ที่ยืนอยู่ฝ่ายตรงข้ามกับตัวเจ้าเอง...เจ้าก็ยินดีที่จะสังหารได้อย่างเลือดเย็น!!! "

คำประณามของเด็กหนุ่มที่ตะโกนก้องด้วยโทสะ นัยน์ตาสีเทาเบิกตาโพลงด้วยความตกใจที่ไม่คาดคิดว่าเขาจะให้คำตอบได้แทงใจตนได้ขนาดนี้

"...ใช่..."

"...ใช่...คำกล่าวของท่านถูกอีกครั้ง...ท่านอัศวินผู้หาญกล้า...ข้าคือปีศาจร้ายที่ฆ่าได้แม้กระทั่งพี่น้องของข้าเอง..."

...ปีศาจร้าย...ที่ฆ่าได้แม้กระทั่งน้องสาวของตนเอง...

คำกล่าวเรียบๆดังออกจากริมฝีปากของเธออีกครั้งหนึ่ง หากแต่ครั้งนี้เสียงของมันกลับดูวังเวงและเศร้าสลด...ในขณะนัยน์ตาสีเทานั้นดูสั่นคลอนอย่างประหลาด...ก่อนที่จะหายไปกับความมืดภายใต้ผ้าคลุมสีเทานั้น

"...ในเมื่อข้ารู้ที่กระทับของพระราชาพามินลา...ข้าขอลาจากพวกท่านไปแต่เพียงเท่านี้...ขอบคุณกับคำตอบที่ถูกใจข้า..."

"...ข้า...เรน...ขออวยพรให้ท่านทั้งหลายอยู่รอดต่อไปจนกว่าจะพบกันอีกครั้งหนึ่ง...ทว่า...ครั้งนั้นข้าอาจไม่ใจดีอีกแล้วก็เป็นได้..."

คำกล่าวถ้อยคำสุดท้ายค่อยๆจางหายไปพร้อมกับร่างของเธอ ทิ้งไว้ให้อัศวินวิหกอัคคีนั่งนิ่งกับการหายไปของเธอ

"...เรน...เด็กคนนั้นคงจะมีความเป็นมนุษย์...มีจิตใจซ่อนอยู่ก็เป็นได้..." อัลเบิร์ธกล่าวขึ้นทันที ในขณะที่ช่วยกันพยุงตัวลูซิเฟอร์ขึ้นมา

" ท่านรู้ได้ยังไงกัน!?! " รีเบลถามด้วยความแปลกใจ เพราะคนตรงหน้าที่เพิ่งหายไปนั้นคือปีศาจที่ฆ่าคนได้ราวกับผักปลาแท้ๆ

"...ดวงตาไงล่ะครับ...คำกล่าวสุดท้ายของเธอ...ปรากฏดวงตาที่ดูโศกเศร้าอย่างที่สุด...ดวงตาอันโศกเศร้านี้คงจะถูกปิดตายอยู่ในความมืดมิดมาช้านานแล้ว..." ลูซิเฟอร์กล่าวตอบเบาๆ

เด็กหนุ่มล้มลงนอนกับพื้นพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อครู่นี้เขานึกว่าจะได้ขึ้นสวรรค์แล้วซะอีก รีเบลก้มลงทำแผลให้เขา ในขณะที่อัลเบิร์ธออกวิ่งไปหาพระราชาพามินลา

" โอ๊ย!!!!! เจ็บครับ! " ลูซิเฟอร์ร้องดังลั่นเมื่อรีเบลจับแผลดูอาการ เจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าไร้อารมณ์กำลังแสดงสีหน้าเอือมระอาเล็กน้อย พลางเอ่ยปามถาม

"...อยากทำตัวเป็นพระเอก พุ่งเข้าไปรับคมเคียวเองทำไมล่ะ?..." สิ้นคำถาม แทนคำตอบของเด็กหนุ่มคือการหัวเราะแหะๆเบาๆ รีเบลนั่งปฐมพยาบาลไปได้ครู่หนึ่งก็ถามขึ้นมาอีก

"...ว่าแต่?...เจ้าโผล่มาได้ยังไงเนี่ย?..."

...นั่นสินะ...โผล่มาได้ยังไงกัน???...

ห้องประทับของพระราชาพามินลาตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงลมหายใจเขาออกด้วยความตื่นตระหนกของเหล่าทหารรักษาพระองค์ที่ดังขึ้นเป็นจังหวะ

พระเนตรจ้องไปยังประตูทางเข้าที่ดูหรูหราและสวยงามอย่างไม่วางตา พระหัตถ์กำพระแสงไว้แน่นเพื่อเป็นอาวุธป้องกันองค์จากภัยร้าย

ไม่กี่อึดใจรอ สายลมก็โหมกระหน่ำพัดเข้าใส่จนประตูเปิดออกดังสนั่น ไร้ผู้ปรากฏตัวใดๆ ทหารรักษาพระองค์จ้องมองไม่กระพริบตา เหงื่อเม็ดเล็กๆผุดขึ้นยังใบหน้า มือกำดาบแน่นเตรียมพร้อมที่จะสู้ศึก

เปรี้ยง!!!!!!!!!!!! โครม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!!

ทหารทั้งสิบนายถูกคลื่นพลังบางอย่างกระแทกออกไปคนละทิศคนละทาง ส่วนหนึ่งพุ่งกระเด็นออกไปทางกระจก ส่วนหนึ่งกระเด็นออกนอกห้องทางประตู ส่วนหนึ่งกระแทกผนังจนทะลุออกนอกห้องไป

เหลือไว้แค่เพียงพระราชาพามินลาที่ประทับด้วยความตื่นตระหนกอยู่นั้น เมื่อกำจัดทหารทั้งสิบนายให้ออกไปพ้นทางแล้ว ก็ปรากฏเป็นเด็กสาวสวมผ้าคลุมสีเทาที่มีเลือดเปรอะเปื้อน ถือเคียวสีดำมืดอยู่ในมือ เธอค่อยๆเยื้องย่างเข้ามาหาพระองค์

"...ขอพระองค์อย่าเพิ่งตกพระทัย...ข้ามาเพื่อต้องการกราบทูลบางสิ่งบางอย่างเพื่อให้พระองค์ตัดสินพระทัย..."

" เจ้าต้องการสิ่งใดจากข้ากัน? ทั้งๆที่ข้าเป็นเพียงแค่กษัตริย์แห่งดินแดนเล็กๆเท่านั้น เหตุใดเจ้าถึงต้องบุกพระราชวังของข้า!?! "

พระราชามีพระราชดำรัสถามด้วยความแปลกพระทัย เรนยิ้มน้อยๆที่มุมปากก่อนที่จะกราบทูลด้วยเสียงอันราบเรียบของเธอ

" ข้าขอยอมรับว่าราชวงศ์ของพระองค์เป็นราชวงศ์ที่ปกครองดินแดนเล็กๆ...หากแต่พามินนี้มีผู้มีฝีมือภายในประเทศโดดเด่นเหนือดินแดนอื่นๆ ซึ่งถึงแม้จะมีทหารและไพร่พลมากมาย ก็ไม่อาจสู้กองกำลังที่มีฝีมือเทียบเท่าพันคนได้จากพามินเพียงหยิบมือเดียว"

" หากเจ้าต้องการผู้มีฝีมือ ข้ายินดีที่จะมอบให้เจ้า แล้วเจ้าต้องการสิ่งใดจากข้ากัน? "

"...ท่านเดียคา...พ่อมดซึ่งเป็นผู้สั่งการทั้งหมดในกองทัพฝ่ายความมืด...ต้องการอัศวินวิหกทั้งสี่ไว้เพื่อการศึก...รวมทั้งดินแดนของพามินซึ่งมีความอุดมสมบูรณ์ไว้ใช้เป็นเสบียงสำหรับสู้ศึก..."

"ทั้งหมด...ทั้งดินแดนของพามิน...ทั้งผู้คน...ทั้งสรรพยากร...รวมถึง...บัลลังค์แห่งพามิน...ฝ่ายข้าต้องการทั้งหมด...เช่นนี้แล้วพระองค์จะมอบให้ได้หรือไม่?..."

" ไม่มีทาง!!! ให้ผู้คนยังพอว่า แต่นี้ต้องการทุกสิ่งของพามิน ข้าไม่มีทางทำเช่นนั้นแน่!!! " พระองค์ลั่นวาจาดังก้อง สิ้นคำตรัส เรนยิ้มมุมปากอย่างมีชัย

"...งั้นข้าก็ไม่มีสิ่งใดต้องกราบทูลพระองค์อีกต่อไป...เพราะยังไงนี่ก็คือสิ่งที่ข้าได้คำนวณเอาไว้ตอนต้นอยู่แล้ว..."

จบคำกล่าว เด็กสาวก็ยื่นมือซ้ายออกข้างลำตัว ค่อยๆปรากฏเป็นความมืดสีดำรวมตัวกันเป็นวงกลมขนาดย่อมอยู่เหนือฝ่ามือ ก่อนที่เธอจะค่อยๆดินเข้าไปหาพระราชา

"...พระราชาพามินลา...นับจากนี้พระองค์จะอยู่ในบงการของข้า...พระองค์จะกลายเป็นฝ่ายความมืดของพวกเรา..."

วู่ม!!!!!!!! ฟ้าว!!!!!!!!!!!!

ความมืดที่อยู่เหนือฝ่ามือค่อยๆลอยขึ้น คลื่นลมอันรุนแรงพัดไปทั่วห้องบรรทม ในขณะที่เจ้าวงกลมสีดำนั้นค่อยๆขยายเป็นวงกว้าง

"...ตราบจนผู้มีพลังแห่งแสงสว่างอันแข็งแกร่งและมหาศาลยิ่งผ่านมา...ราชาแห่งแดนเหนือ...จะสามารถปลดพันธนาการแห่งความมืดของข้าได้..."

...จนกว่าจะถึงเวลานั้น...พระองค์จะช่วยสร้างกองทัพแห่งความมืดที่ทรงพลัง...เมื่อราชาแห่งแดนเหนือผ่านมา...ทุกสิ่งก็เสร็จสมบูรณ์...

วงกลมความมืดขยายแผ่นกระจายไปทั่วห้อง จนกลืนกินทุกสิ่งทุกอย่างไว้ในความมืดมิด เมื่อความมืดค่อยๆจางหายไปจนกลับสู่สภาพปกติ พระราชาพามินลาที่ประทับนิ่งนัยน์เนตรที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อน ค่อยๆกลายเป็นสีดำทะมึน

ปัง!!!!!!!!!!!!

" พระราชา!!!!!!!!! "

อัลเบิร์ธที่เปิดประตูออกโดยแรง เหงื่อพร่างพรายเต็มใบหน้าเพราะออกวิ่งมาแต่ไกล เสียงหอบที่ถี่ดังขึ้น นัยน์ตาสีนิลจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยความตกใจ

" พระราชา!!! เจ้า...เจ้าทำอะไรพระองค์!?! " ชายหนุ่มตะโกนถามด้วยความแตกตื่น แทนคำตอบเรนยิ้มอย่างมีชัย เธอหันศรีษะกลับไปหาชายหนุ่มในเวลาต่อมา

"...พระราชาพามินลา...ตกอยู่ในความมืดของข้า...นับจากนี้ พระองค์จะกลายเป็นคนของฝ่ายความมืด..."

"...หากต้องการให้พระองค์กลับมาคงเดิม...จงตามหาราชาแห่งแดนเหนือ...เด็กสาวอายุสิบห้าผู้มีผมสีเงินและนัยน์ตาสีเทา...เธอคือผู้เดียวที่มีพลังแห่งแสงสว่างมหาศาลเทียบเคียงกับข้า..."

"...โปรดจำไว้ให้ดี...ท่านอัศวินวิหกอัคคี...ราชา...คือผู้เดียวที่สามารถปลดพันธนาการแห่งความมืดของข้าได้...จงตามหาเธอ...ก่อนที่ทุกสิ่งจะสายเกินไป..."

"...นี่คือความปราถนาดีจากข้า...ท่านอัศวิน..."

และประโยคสุดท้ายที่เอื้อนเอ่ยจากริมฝีปากเธออีกครั้ง ก่อนที่ร่างของเธอจะค่อยๆอันตรธานหายไป ทิ้งไว้เพียงคำพูดที่ดังก้องในหัวของชายหนุ่ม

...ราชาแห่งแดนเหนือ!?!...

หลังจากนั้น พระราชวังก็กลับเข้าสู่สภาพปกติ เหล่าอัศวินวิหกทั้งหลายต่างรวมตัวกันเพื่อประชุม ขาดแค่เพียงอัศวินวิหกพสุธาที่ไม่มาประชุม

มีการซ่อมแซมพระราชวัง และเตรียมจัดพิธีศพให้ทหารอย่างสมเกียรติ ในขณะที่เหล่าอัศวินวิหกอัคคีเดินทางจะไปประชุม ทหารภายในพระราชวังก็เดินมาล้อมรอบตัวพวกเขา

"...พวกเจ้ามาทำอะไรกัน?..." รีเบลถามสีหน้าแปลกใจ เมื่อทหารต่างพากันถืออาวุธครบมือ หนึ่งในทหารเหล่านั้นตอบอย่างกล้าๆกลัวๆ

"...พระราชา...มีพระกระแสรับสั่งว่าให้จับกุมอัศวินวิหกอัคคี...ในฐานที่เป็นกบฏต่อแผ่นดินครับท่าน!"

" พวกเจ้าจะบ้าหรอ!?! "

แบนิโต้ร้องเสียงหลง แต่เมื่อเค้าเห็นแววตาของเหล่าทหารพวกนี้แล้วต้องกลืนคำพูด ทหารพวกนี้ล้วนแล้วแต่ทำเพราะคำสั่งทั้งนั้น

วินาทีนั้น เหล่าทหารก็พุ่งตัวเข้ามาโจมตีทั้งหกทันที พวกเขาพากันหลบและสวนโจมตีกลับไปแบบนิ่มๆ

" แบนิโต้! เจ้าไปพาลูซิเฟอร์ที่รักษาตัวออกมาเดี๋ยวนี้!!! แล้วพวกเจ้าไปนำเอาเกวียนของทางหลวงมารับพวกเข้าให้เร็วที่สุด!!! " โซฟิเลียตะโกนลั่น ก่อนที่จะชักดาบสีดำสนิทขึ้นมาด้วยความรวดเร็ว

" ฝ่าออกไปนอกพระราชวังให้ได้!!! หนีออกจากพระราชวังให้เร็วที่สุด!!! " ในขณะที่เธอตะโกนบอกแบนิโต้ เหล่าทหารต่างพากันหลั่งไหลเข้ามารุมมากขึ้นเรื่อยๆ รีเบลที่เห็นโซฟิเลียตั้งท่าต่อสู้บางอย่างจึงหยุดการโจมตี เมื่อเห็นดังนั้น อัลเบิร์ธจึงหยุดบ้าง

"...ไครส์เอ๋ย...จงร่ายรำท่ามกลางดอกซากุระที่เบ่งบาน..." โซฟิเลียพึมพำเบาๆ ก่อนที่จะถีบเท้าพุ่งตัวออกจากพื้นด้วยความรวดเร็ว

" ระบำซากุระ!!!!!!!!!! " สิ้นคำประกาศ ร่างของหญิงสาวผมทองก็ปรากฏเป็นหลายคนโดยรอบ และโจมตีใส่เหล่าทหารจนกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง

เปรี้ยง!!!!!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!! โครม!!!!!!!!!!!!!!

"แฮ่ก...แฮ่ก"

แบนิโต้วิ่งออกไปสุดชีวิต เขาพุ่งผ่านห้องต่างๆด้วยความเร็ว จนทหารหลายนายที่เดินตรวจตราไปมาพบเข้าจึงร้องเรียกและพากันพุ่งเข้ามาหมายจับตัว

"นั่น!!! ท่านแบนิโต้นี่นา!?! " เสียงร้องเรียกทั้งหลายต่างพากันตะโกนลั่น เด็กหนุ่มปรายตามองไปโดยรอบพบเหล่าทหารวิ่งเข้ามาหาเขาเรื่อยๆ จึงชักปืนขึ้นมาหนึ่งกระบอก

...ขอโทษด้วยนะ...แต่ข้าต้องรีบจริงๆ!...

" กระสุนทะลวง!!! "

ปัง!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

ลูกกระสุนหนึ่งลูกพุ่งแหวกอากาศด้วยความรวดเร็ว มันพุ่งผ่านร่างของทหารนายหนึ่งไปโดยที่ทหารนายนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอมันพุ่งมาถึงกำแพง กระสุนก็ระเบิดออกดังลั่น

ตูม!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

กำแพงพระราชวังเป็นรูวงกลมขนาดย่อม พร้อมๆกับที่กระสุนนัดเดิมพุ่งตรงต่อไปชนกับกำแพงอีกชั้นหนึ่ง แล้วก็ชนกับกำแพงชั้นต่อไป

ตูม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!! ตูม!!!!!!!!!!!!!!

เมื่อกระสุนลูกนั้นเจาะทะลุกำแพงได้ซักพักหนึ่งแล้ว มันก็ค่อยๆเลือนลายหายไปเป็นอากาศธาตุในเวลาต่อมา แบนิโต้เห็นดังนั้นจึงโดดขึ้นและเอาขาข้างหนึ่งถีบกำแพง ดีดตัวออกจากวงล้อมของเหล่าทหารอย่างรวดเร็ว

แบนิโต้วิ่งออกไปจนผ่านกำแพงที่เป็นรูกว้างไปได้ซักพักหนึ่งเขาก็หันมาแล้วหันกระบอกปืนมายังเหล่าทหารที่พากันวิ่งเข้ามาอยู่นั้น

หวูบ...กริ๊ก!!!

เด็กหนุ่มปลดแม็กกระสุนชุดนั้นออก ก่อนที่จะหยิบเอาแม็กกระสุนอีกชุดหนึ่งซึ่งเรียงรายอยู่กับเข็มขัดสีน้ำตาลเข้มของเขา ซึ่งมีแม็กทั้งหมดสิบชุด เมื่อเขาเปลี่ยนแม็กได้แล้วก็เล็งปืนมายังรูกำแพงด้วยความรวดเร็ว

"...กระสุนกำแพงมนตรา..."

ปัง!!!!!!!!!!!

ลูกกระสุนสีฟ้าอ่อนพุ่งออกจากปากกระบอก แหวกม่านอากาศก่อเกิดเป็นสายลม พุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็ว มันพุ่งไปยังรูกำแพงแล้วระเบิดออก ก่อนที่จะมีม่านสีฟ้าบางๆปิดทับรูกำแพงนั้นเพื่อกั้นไม่ให้เหล่าทหารเข้ามาได้

ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ! ตุบ!

แบนิโต้หันกลับไปและออกวิ่งอีกครั้ง เสียงหอบที่เริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ เสียงฝีเท้าที่ดังก้องมาตามทาง เหงื่อที่พร่างพรายอยู่บนใบหน้า สีหน้าที่เคร่งเครียด เท้าทั้งสองข้างของเขายังคงออกวิ่งด้วยแรงทั้งหมดที่มีอยู่อย่างสุดชีวิต

...แม้พลังกายจะเต็มเปี่ยม...หากจิตใจ...แทบไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นสู้และก้าวเดินต่อไปข้างหน้าได้อีกแล้ว...

"...พระราชาพามินลา...พระองค์...พระองค์..."

เขาพึมพำกับตนเองด้วยเสียงอันแหบพร่า ก่อนที่จะหลับตาลงด้วยความเจ็บปวดเพื่อไม่ให้นึกถึงภาพต่างๆของตนเองที่กระทำมาตลอดเพื่อพระราชา ก่อนที่จะสะบัดหน้าและออกวิ่ง

" ลูซิเฟอร์!!!!!!! "

ปัง!!!!!!!!!!! โครม!!!!!!!!!

เพียงไม่กี่อึดใจรอ เสียงดังลั่นของแบนิโต้ก็ร้องขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงเปิดประ***้วยความรุนแรง จนทำให้ประตูที่เปิดออกกระแทกกับกำแพงเลยทีเดียว

" ครับ? ท่านแบนิโต้!?! " เด็กหนุ่มที่นั่งอยู่บนเตียงเอ่ยถามด้วยความงุนงง บริเวณท้องมีผ้าพันแผลล้อมรอบพันทับไปมาด้วยความแน่นหนา

" มากับข้า!!! เร็วเข้า!!! "

เสียงออกคำสั่งประกาศ พร้อมกับเอื้อมมือไปกระชากแขนของลูซิเฟอร์ให้ลุกขึ้นมากับตน เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มนั้นต้องพาร่างที่บาดเจ็บของตนเองให้ลุกวิ่งตามเขาไปอย่างยากลำบาก

" เกิดอะไรขึ้นครับ!?! ท่านแบนิโต้ พระราชวังเกิดอะไรขึ้น!?! "

ลูซิเฟอร์ร้องถามขณะที่ออกวิ่งตามเขาไป เด็กหนุ่มเจ้าของนามหันขวับมามองเล็กน้อยก่อนที่จะหันกลับไปทางเดิมแล้วค่อยๆเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เขาฟังตั้งแต่ต้น

"...เราคือกบฏ...ลูซิเฟอร์..."

"รีเบล!!!!!!!!!!!!!!!!!! หยุดการเคลื่อนไหว เดี๋ยวนี้!!!!!!!!!!"

อัลเบิร์ธร้องดังลั่น ชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าเอื้อมมือไปปรับนาฬิกาสีทอง แล้วชูขึ้นเหนือศรีษะท่ามกลางเหล่าทหารที่รายล้อม

แว่บ!!!!!!! วู่ม!!!!!!!!!!

นาฬิกาสีทองส่องแสงสว่างจ้า เมื่อแสงสว่างคลายลงเหล่าทหารนั้นก็แข็งเป็นหินเหมือนรูปปั้น โซฟิเลีย อัลเบิร์ธ แบนิโต้หยุดหอบเล็กน้อย ก่อนที่อัลเบิร์ธจะออกวิ่งไปข้างหน้า

" จะไปไหน!?!" โซฟิเลียร้องถาม ในขณะที่รีเบลหันมาตอบหญิงสาวผมทองก่อนที่จะออกวิ่งไปกับชายหนุ่มด้วยอีกคน

"...ไปหาพระราชายังไงล่ะ..."

ภายในห้องบรรทม พระราชาพามินลาซึ่งยังคงมีพระเกศาสีทอง หากแต่นัยน์เนตรที่เคยเป็นสีน้ำตาลอ่อนกลับกลายเป็นสีดำมืดสนิท เบื้องพระพักตร์พระองค์คือ หญิงชายทั้งห้าคนที่กำลังนั่งคุกเข่าอย่างนอบน้อม

"...พวกเราทำตามคำสั่งของท่านทุกอย่างค่ะ...ท่านหญิงใหญ่..."

หญิงสาวผู้มีผมและนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มกล่าวขึ้น เธอสวมชุดสีขาวสลับม่วง ในมือถือเคียวสีน้ำตาลเข้ม

"...ดีแล้ว...ตอนแรกข้ายังคิดอยู่...ว่าวิหกพสุธาอย่างพวกท่านที่กล้าทรยศต่อพระราชาพามินลาแล้วมาสวามิภักดิ์กับข้าจะไม่กล้าทำ..."

พระราชาพามินลาตรัส ซึ่งคำตรัสนั้นคือคำพูดของเด็กสาวผู้สวมผ้าคลุมสีเทา เจ้าของนาม'เรน'ที่บุกเข้ามาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนนี้

"...ท่านหญิงใหญ่มีคำสั่งใดที่จะให้พวกเรารับใช้หรือไม่?..."

ชายหนุ่มเจ้าของผมสั้นสีดำสนิท นัยน์ตาสีแดงเพลิงเอ่ยถาม'ท่านหญิงใหญ่'เจ้านายคนใหม่ของพวกตนบ้าง สิ้นคำถามร่างของพระราชาพามินลาก็แย้มพระสรวลน้อยๆ ก่อนจะเอ่ยพระกระแสรับสั่งที่ดังก้องกังวาน

"...ท่านครูเอลกับท่านคานิจ...ติดตามท่านอัลเบิร์ธเพื่อดูว่าเขาหนีไปยังสถานที่แห่งใด...ไม่จำเป็นกรุณาอย่าทำให้พวกเขาบาดเจ็บ...ส่วนท่านลูกิกับท่านไฮน์โปรดอยู่ที่นี่เพื่อดูแลพระราชวัง"

"...โปรดฟังอีกครั้ง...กรุณาอย่าทำให้พวกเขาบาดเจ็บ...เพราะพวกเขาคือตัวหมากสำคัญที่จะทำให้ข้าพบคนๆหนึ่ง..."

"...ใครครับ?..." ชายหนุ่มเจ้าของผมสั้นสีดำ นัยน์ตาสีแดงเพลิงเจ้าของนาม คานิจ ซามัว อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

ตัดไปยังห้องๆหนึ่ง เป็นห้องกว้าง ผนังเป็นสีเทาดูทึบ พื้นห้องปูด้วยกระเบื้องสีขาว แสงไฟสลัวอ่อนๆอยู่เหนือศีรษะของเด็กสาวผู้สวมผ้าคลุมตั้งแต่ศรีษะจรดปลายเท้า

เธอชูลูกแก้วสีดำสนิทซึ่งในลูกแก้วมีภาพของภายในห้องบรรทมอยู่นั้น ซึ่งครั้งนี้เธอสวมใส่หน้ากากซึ่งปกปิดใบหน้าครึ่งหนึ่ง เรนยิ้มเงียบๆก่อนที่จะเอ่ยตอบเขาเหล่านั้นอย่างนิ่มนวล

"...ราชาแห่งแดนเหนือ...คือบุคคลที่ข้าอยากพบเจอ..."

เปรี้ยง!!!!!!! โครม!!!!!!!!!

ประตูที่ถูกสลักอย่างประณีตบรรจงของห้องบรรทม ถูกซัดจนกระเด็นออกไปด้วยความรุนแรง ความสวยงามที่ตอนนี้ถูกแทนที่ด้วยเศษไม้ไร้คุณค่า ถูกเหยียบย่ำจากบุคคลสามคนที่ก้าวเดินเข้ามา

“พระราชาเพคะ! หม่อมฉันใคร่รู้ถึงเหตุผลที่พระองค์ออกพระกระแสรับสั่ง! ”

โซฟิเลียกราบทูลด้วยเสียงอันดังลั่น ฉับพลันสายตาก็มองไปเห็นเหล่าอัศวินวิหกพสุธาที่คุกเข่าอยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ เธอมองด้วยสายตาแห่งความสงสัยซึ่งเปี่ยมล้นอยู่นั้น

“…ท่านอยากทราบถึงเหตุผล?…งั้นข้าขอแนะนำให้ท่านหันไปถามท่านอัศวินวิหกอัคคีผู้นั้นจะดีกว่า…”

พระราชาพามินลากล่าวตอบพร้อมกับแย้มสรวลน้อยๆ โซฟิเลียหันขวับไปมองอัลเบิร์ธอย่างต้องการคำตอบ ในขณะที่ชายหนุ่มผู้ถูกกล่าวถึงมองพระเนตรของพระราชาด้วยความฉงน ก่อนที่เขาจะเข้าใจได้ในทันที

“ไม่ใช่…นี่ไม่ใช่พระราชาพามินลา!?! ” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ตะกุกตะกัก รีเบลหันไปมองเขาด้วยสีหน้าแปลกใจ

เรนที่รับฟังอยู่นั้นกล่าวตอบด้วยประโยคใบ้ เพียงไม่กี่ถ้อยคำชายหนุ่มเจ้าของผมสีนิลถึงกับเบิกตาโพลงเมื่อรับรู้ได้ทันทีว่าคนที่กำลังควบคุมพระราชาของตนอยู่คือใคร!?!

“…จงตามหาราชา…”

“ เธอ!?! เรน!?! ” เสียงเอ่ยประกาศดังก้อง เจ้าของนามที่ได้ยินถึงกับยิ้มด้วยความพอใจอย่างยิ้ง ก่อนที่จะหัวเราะอย่างสนุกสนาน

“ ท่านควรรู้ตั้งแต่แรกที่ท่านเจอข้าแล้ว! ท่านอัศวินวิหกอัคคี หากแต่ท่านกลับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น สมองท่านปกปิดความจริงที่ไม่ต้องการเห็นพระราชาผู้เคารพรักต้องกลายเป็นหุ่นเชิดของข้า! ”

“ เจ้า!!! ข้าจะฆ่าเจ้า!!! ” โซฟิเลียคำราม พร้อมกับพุ่งตัวเข้ามาจะโจมตี เรนหัวเราะดังลั่น พร้อมๆกับที่เหล่าอัศวินวิหกพสุธาเข้าขวางหิงสาวผมทองไว้

“ พวกเจ้า!?! ” รีเบลร้องลั่นเมื่อเห็นอัศวินวิหกพสุธาขัดขวางการกระทำของโซฟิเลียด้วยอาวุธครบมือ

“ พวกเรารับใช้ท่านหญิงใหญ่…ต่อจากนี้เราจะสวามิภักดิ์ต่อเธอแต่เพียงผู้เดียว มันผู้ใดที่เป็นศัตรูกับเธอ มันผู้นั้นคือศัตรูของเรา”

หญิงสาวผู้มีผมสีดำยาว นัยน์ตาสีแดงเพลิง เจ้าของนาม ครูเอล เอ่ยเรียบๆ มือขวาชูดาบสั้นสีน้ำตาลอ่อนให้โซฟิเลียดู

“ พวกเจ้าทรยศต่อพระราชาได้ยังไง!?! ” รีเบลร่ำร้องถามด้วยความเจ็บแค้น ในขณะที่เด็กหนุ่มผู้มีผมสีแดงเพลิง นัยน์ตาสีเขียวอ่อน เจ้าของนาม ลูกิ เอ่ยถามกลับนิ่มๆ

“ ทำไมพวกข้าถึงต้องตอบเจ้า? ”

“ย๊ากกกกกกกกกกก!!!!!!”

เสียงร้องตะโกนขัดจังหวะการสนทนาอันแสนอึมครึม ตามมาด้วยเสียงระเบิดดังสนั่น ผนังห้องบรรทมกลายเป็นรูวงกลมขนาดใหญ่ ก่อนที่จะมีม้าเทียมพุ่งผ่านเข้ามาหยุดข้างๆกลุ่มอัศวินวิหกอัคคีอย่างทุลักทุเล

เปรี้ยง!!!!!!!!!!! ตึง!!!!!!!! โครม!!!!!!!!!!!!!

“ ท่านอัลเบิร์ธครับ!!! โปรดขึ้นรถม้าเดี๋ยวนี้!?! ” ลูซิเฟอร์ชะโงกหน้าโผล่ออกมาจากเกวียน ทั้งสามจึงพากันขึ้นรถม้าด้วยความรวดเร็ว ทันใดนั้นครูเอลก็ปาดาบสั้นสีน้ำตาลอ่อนพุ่งเข้าไปใส่ลูซิเฟอร์

ฟ้าว!!!!!!!!!!! ฉัวะ!!!!!!!!!!!!

ดาบสั้นพุ่งผ่านเข้าไปในเกวียน เฉือนผิวหนังบริเวณท้องของลูซิเฟอร์อีกครั้งจนผ้าพันแผลที่พันอยู่ฉีกขาด ก่อนที่มันจะทะลุและปักอยู่ติดกับกำแพงห้อง

“อุ๊บ!!!!! ” เสียงร้องของเด็กหนุ่มดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงฝีเท้าม้าสองตัวที่วิ่งออกไปโดยมีอัลเบิร์ธเป็นคนขับ

อัศวินวิหกพสุธาต่างพากันขยับจะตามไป หากแต่คำสั่งที่ดังก้องกังวาลเอ่ยขัดขึ้นมา

“ ไม่ต้องตามไป…ปล่อยไปก่อน มีคนเจ็บอยู่ด้วยคนหนีไม่ได้นาน…”

ครึ่ก! ครึ่ก! ครึ่ก! ครึ่ก!

ท่ามกลางราตรที่เงียบสงบ มีรถม้าแห่งวังหลวงพุ่งทะยานออกจากเมืองด้วยความเร่งรีบ บุคคลผู้อยู่ในเกวียนต่างนั่งนิ่งด้วยความรู้สึกหลายอย่างที่ประดังเข้ามา

“…โปรดตามหาราชาแห่งแดนเหนือ…เธอคือผู้เดียวที่มีพลังแห่งแสงสว่างมหาศาลเทียบเคียงกับข้า…”

อัลเบิร์ธกล่าวเปิดสนทนาขึ้นท่ามกลางความเงียบ ทุกสายตาจ้องมองเขาด้วยความงุนงงก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยอีกประโยคขึ้นมา

“…ผู้เดียว…ที่สามารถปลดพันธนาการแห่งความมืดของข้าได้…”

“ นี่คือคำพูดของเธอตอนที่เธอใช้พลังควบคุมพระราชาพามินลา…พวกเจ้ามีความเห็นยังไงบ้าง?” ชายหนุ่มเจ้าของผมสีนิลถามผู้อยู่ในเกวียนโดยที่ไม่ได้หันไปหาเลยแม้แต่น้อย

“ ถ้าราชาคือแสงแสว่างมหาศาล…เทียบเคียงกับเธอ?…เธอก็คือความมืดมหาศาลที่มีพลังทัดเทียมราชา” โซฟิเลียกล่าวเบาๆด้วยสีหน้าครุ่นคิด

“…หากเป็นเช่นนั้น…ราชาแห่งแดนเหนือก็ไม่ใช่แค่ผู้เดียวที่สามารถปลดพันธนาการของเธอได้…”

“…หากมันรวมไปถึง…”

รีเบลหยุดประโยคไว้แค่นั้น ก่อนที่ทุกคนในเกวียนจะเบิกตาโพลงและกล่าวด้วยเสียงอันดังลั่น

“ ราชาคือผู้เดียวที่สามารถต่อกรกับเธอได้ด้วยเช่นกัน!!! ”

-----------------------------

…ในขณะที่ทุกสิ่งทุกอย่างต่างยินดีกับการกลับมาของแสงสว่างผู้ยิ่งใหญ่…

…ความมืดที่ทรงพลังก็ค่อยๆคืบคลาน…ย่างกรายเข้าแทนที่…

ท่าน…ความมืดนั้นทรงพลังและแข็งกล้ายิ่ง…เกินกว่าที่ท่านจะสามารถต่อกรได้

…แสงสว่างเอ๋ย…หรือท่านจะพ่ายแพ้ต่อความมืดแล้วกระนั้นหรือ?…

...โปรดอย่าได้เป็นเช่นนั้นเลย...


จาก : RayChan - 21/10/2007 14:24 เก็บกระทู้นี้ ไว้ในที่ส่วนตัวของคุณ

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ลงนาม ::
ไปรษณีย์นกฮูก ::
เริ่มร่ายมนต์ได้ ::


This Free service hosted by D'Server