หัวข้อ : ผม Link เรื่องที่น่าอ่านครับ
ข้อความ : อ่านเจอครับน่าสนใจ
"....จากไพร่ถึงกระฎุมพี ไฉนเลยจึงอ่านนิยาย "กิมย้ง" ...."
http://www.bangkokbiznews.com/jud/wan/20020303/page1.html
และคอลัมส์ประจำครับ
http://www.bangkokbiznews.com/jud/wan/20020303/index.html
มวลหมู่สหายจะได้อ่านครับ

จาก : พญามาร - 17/03/2002 01:18

ข้อความ : ขอแสดงความคิดเห็น ดังนี้นะครับ
.”เยียนเลี่ยซานพุ่งเป้าวิจารณ์ไปที่การที่กิมย้งได้รับเชิญจากมหาวิทยาลัยปักกิ่งให้เป็นอาจารย์พิเศษ เขาแสดงความคิดเห็นว่า
ผมปฏิเสธกิมย้งอย่างมีสติ ไม่เคยสำนึกเสียใจทีหลัง และขอยืนยันว่า นิยายกำลังภายในของเขาเป็นชนิดที่ว่า "หัวมังกุท้ายมังกร" หาได้มีพรสวรรค์ในการเขียนใดๆ ไม่ ในการทำให้เหล่าจอมยุทธ์หกคะเมนตีลังกา หรือแสดงวิทยายุทธ์แปลกประหลาด ผมยอมรับไม่ได้”

อืม…..เรื่องโม้ เนี่ย ยอมรับ จริงๆ แต่ คน ที่ชอบ นิยายกิมย้ง นะชอบเพราะ ตรงเนื้อหา สะท้อน อะไร บางอย่างมากกว่า นะ คนอื่น เขียน โม้กว่า กิมย้ง มากจะตายไป ถ้าไม่เขียนโม้ให้สนุก จะแพร่หลายได้เหรอ แต่เรื่อง “ ไม่มี พรสวรค์ “ เนี่ย ผม ว่า มีอะไร ในนิยาย กิมย้งมากมาย ที่ เรา อ่านแล้วต้องคิด ว่า “ คิดได้ ยังไง เนี่ย”

เช่น กรณี ให้ เฉินเจียลั่ว เป็นน้องชาย ของเฉียนหลง ฮ่องเต้ แล้ว หน้า ตาเหมือนกับหลานชายของตนเอง ที่ชื่อ ฮกคังอัน อย่างกับฝาแฝด ผม บอก จริงๆ ไม่เคยมี นิยายเรื่องไหนอีกเลย ที่ เคยพูดถึง อากับหลาน หน้าตาเหมือนกันมากขนาด นี้ คิดได้ไง เนี่ย

คิดได้อย่างไร ที่ให้ คนรักกัน อย่างเอี้ยก้วย กับเซียวเล่งนึ่ง มีศักดิ์ ฐานะ เป็น ลูกศิษย์ อาจารย์ กัน เอี้ยก้วยเรียก เซียวเล่งนึ่ง ว่า โกวโกว ( อาหญิง) ทั้งๆ ที่ ห่างกัน แค่ 4 ปี น่า จะเรียก เจเจ๊ (พี่สาว) มากกว่า ใช่ไหม? ผมไม่เคย อ่านนิยาย เรื่องไหน ที่ มีคำเรียก หา คนรัก ได้ โรแมนติก เท่ากับ คำ ว่า “ โกวโกว “ อีกเลยครับ คิดได้ไงเนี่ย แล้วคิดได้ อย่างไง ที่ให้ สองคน นี้ พลัดพราก จากกัน 16 ปี คิดได้ ไง คิด ได้ ยังไง กับ คำตัดพ้อ ของ เอี้ยก้วย ที่พูดว่า “ ท่านอา เรา ไป กันเถอะ ในโลก นี้ คนอื่นล้วนเป็นคนดี มีแต่เราสองคน ที่เป็น คนเลว “ คำพูด ที่ บีบคั้นจิตใจคนอ่านเช่น นี้ คิดได้อย่างไร

คิดได้ อย่างไร ที่ให้ ตัวเอก ออกมา ปกป้อง คนชั่ว จาก คนดี อย่าง เตีย บ่อกี้ ที่ออก มารับ ฝ่ามือ 3 ฝ่ามือ ของ แม่ชีมิกจ้อ เพราะทนเห็นการที่ ฝ่ายอธรรม โดน เข่นฆ่า จาก ฝ่าย ธรรมะ ไม่ได้ ฉาก นี้เป็น ฉาก สุดยอด ฉาก หนึ่ง ที่ ต้อง บอก ว่า คิดได้ ยังไง ?

ฯลฯ ฉาก เหล่า นี้ เหตุการณ์ เหล่านี้ ความสัมพันธ์ ระหว่างคน เหล่านี้ ถ้ากิมย้งไม่ได้เขียน จนถึงปัจจุบัน อาจ ยังไม่มีใครเขียน ถึงเลยเป็นได้ ฉาก ต่างๆ เหล่านี้ คล้ายกับแฝง แรงกระตุ้นทางจิตวิทยา ทำให้คน อ่าน รู้สึก ประทับใจ ไม่ใช่คิดขึ้นมาได้ง่ายๆ นะ ครับ
ดังนั้น คำพูด ที่กล่าว ว่า กิมย้ง ไม่มีพรสววรค์ นั้น แม้จะมีเหตุผล แต่ก็กล่าวเกินไป


จาก : เฮ้งเซี่ยวเจียะ - - duo_maxwell_d@yahoo.com - 17/03/2002 06:07

ข้อความ : “ ขณะที่บทวิจารณ์ของหวางสู้ มุ่งประเด็นไปที่นิยายของกิมย้งค่อนข้างสับสน ยืดยาว พอเห็นหน้ากันก็เอาแต่ต่อยตี จะพูดให้รู้เรื่องก็ไม่มี พอจะใกล้ตาย ก็มีเหตุบังเอิญให้รอดกลับมาได้ ตัวละครทุกตัวล้วนพกพาความแค้นแน่นอก จึงอาศัยปมขัดแย้งดังกล่าวดำเนินเรื่อง ไม่บรรยายบุคลิกตัวละครให้สูงส่งชัดเจน ทำให้ทั่วโลกเข้าใจบุคลิกคนจีนผิดไป “
อืม….. แต่ผมว่า นิยายกิมย้ง ต้อง มี บท ที่เกินจริง เพื่อ ความสนุก และเหตุผล ทางการค้า นะ ไม่แปลกหรอก ที่ จะมีเหตุการณ์ พิสดารนะ ยอมรับครับ ว่าโม้เพื่อการค้าจริงๆ ส่วนเรื่อง บุคลิก คนจีน จริงๆเป็นไง เนี่ย ผมก็ไม่รู้อะ แต่คิดเสมอว่า คนอย่าง ตัวเอก ของกิมย้ง มีจริงๆ แต่หายาก และ มีแฝงอยู่ในตัวของพวกเราทุกคน อย่างละนิด ละหน่อยมั้ง


จาก : เฮ้งเซี่ยวเจียะ - - duo_maxwell_d@yahoo.com - 17/03/2002 06:19

ข้อความ :
“เย่หงเซิง ระบุว่า ลักษณะการเขียนนิยายของกิมย้งเป็นแบบ "ผกผันกับพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ และเต็มไปด้วยประสบการณ์ที่เหนือคนทั่วไปจะทำได้" ออกจะเกินจริง และผิดธรรมชาติ มีแนวคิดหลักคือ เรื่องคุณธรรม ความขัดแย้งในนิยายกำลังภายในของเขา ไม่ใช่ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ในสังคมชีวิตจริง แต่คือ การหลุดพ้นจากความจริง ใช้ชีวิตอย่างไร้ความศิวิไลซ์ จึงอยากให้กิมย้งเขียนนิยายให้เป็นจริง และเข้มข้นกว่านี้”
555 อ้าว เรื่อง โม้ๆ อื่น ก็ ถมเถไป แฮรี่ พอตเตอร์ ลอร์ด ออฟ เดอะริง ก็โม้ ถ้าเขียน แต่ เรื่อง สมจริง นะ ก็ไม่สนุก นะสิ เรื่อง ที่เจอ ทุก วันๆ เราก็เบื่อนะสิ
ที่ว่า “ ความขัดแย้งในนิยายกำลังภายในของเขา ไม่ใช่ความขัดแย้งที่ดำรงอยู่ในสังคมชีวิตจริง แต่คือ การหลุดพ้นจากความจริง ใช้ชีวิตอย่างไร้ความศิวิไลซ์ “
นั้น มีเรื่อง มากมาย ที่ผม ก็รู้สึก ว่า กิมย้ง ออก จะ ใส่ ทัศนะ คติ ต่อโลก ของตนเอง เข้าไป มาก แต่ เขา ก็ แสดง ทัศนะ อย่าง ละมุนละม่อม แต่ เจ็บลึกๆ ได้ อย่างดีเยี่ยม พอ สมควร แล้วนิยายกิมย้ง เป็น นิยาย เสียดสี เชิงเปรียบ เทียบ อ่านแล้วต้องคิด ไม่ใช่ ตีความตรงๆ ตาม ตัว อักษร เสมอไป ทุกท่าน คงทราบ ว่า ถ้า จะเตือน หรือ สอนใคร สักคน คงพูด ตรงๆ ไม่ได้ ต้อง อ้อมๆ ให้ เขาคิดเอาเอง เช่นเดียวกัน หาก กิมย้ง เขียน สอน คนอ่าน ตรงๆ ก็ อาจจะไม่แพร่หลาย อย่าง ทุกวันนี้ ต้องอ้อมๆ มั่ง แล้วคนก็ ตีความ ไม่ใช่ตรงกัน
แต่ยอมรับไหมว่า “ นิยายกิมย้ง มีอิทธิพล อย่างมาก ที่ จะ ทำให้ คนอ่าน ที่ชอบอย่างฝังจิต ฝังใจ พยามจะหลีกเลี่ยงจากการ เป็น วิญญูชน จอมปลอม” เพราะประเด็นหลัก ของนิยายกิมย้ง ส่วนใหญ่ คือ ความขัดแย้ง ระหว่าง ความดีที่แท้จริง ความจริงใจ กับ ความดีจอมปลอม ตัว ละครของกิมย้ง จะโดดเด่น ในตัวร้ายมากๆ ตัวร้ายของกิมย้งจึงออกมาในลักษณะ วิญญูชนจอมปลอม เช่น ฮ่องเต้ของแมนจู ที่คิดจะมายึดครองราชวงค์หมิง(ในเรื่อง เพ็กฮ้วยเกี่ยม จำชื่อไม่ได้แล้วครับ) อ้วงง้วนเลียก (พ่อเลี้ยงเอี้ยคังในเรื่อง มังกรหยก) กงซุนจี้(ลูกมังกรหยก) กุบไลข่าน( ลูกมังกรหยก) ฉั้งกุ้ยล้ง( จิ้งจอกภูเขาหิมะ-จิ้งจอกอหังการ) เซ่งคุณ(ดาบมังกรหยก) เช็กเชี่ยงฮวด(กระบี่ใจพิสุทธิ์) งักปุกคุ้ง(กระบี่เย้ยยุทธจักร) จนแทบจะกล่าวได้ว่า นิยายของ กิมย้ง สะท้อนถึง วิญญูชน จอมปลอม แทบทุกเรื่อง ในลักษณะ ต่างๆ ( จนมีคนกล่าวว่า งักปุกคุ้งเป็น ตัวแทนของตัวละครของนิยายของกิมย้ง) แล้ว คนแบบ นี้ มีในสังคมเราจริงๆ ไหม? ทุกท่านก็รู้คำตอบในใจของตน
ที่โดน โจมตีอีก ประเด็น คือ ที่ ว่า ตัวเอก ของกิมย้ง นั้นดีเกิน จริง ที่ผม อ่านๆ มาเนี่ย รู้สึกว่า จะมีก็แต่ “ ก๊วยเจ๋ง” คนเดียว ที่หายาก จริงๆ หรือไม่มีเลย แต่คนอื่นๆ มันก็เจอหลายคน นะครับ อย่างเซียวเล่งนึ่ง เนี่ย ผม เองก็เห็น เพื่อนคนหนึ่ง ที่เป็นอาจารย์ ในมหาลัย แห่งหนึ่ง ใน ภาคเหนือ แต่ก็มีบุคลิก ลักษณะ และ ความไร้เดียงสา คล้ายๆ นะครับ และเธอ ก็ดำรงชีวิต อยู่ในโลกแห่งความจริง อย่างมีความสุขเนี่ย ไม่เห็นแปลกตรงไหน ( อะๆ หลายคน อยาก เจอละสิ แต่ เสียใจด้วย เธอ แต่งงาน มีครอบครัวไป แล้ว อิอิ )
คนอย่าง เอี้ยก้วย อย่างเหล็งฮู้ชง ผม ก็เคย เจอหลายคน ผมว่า นิยายของกิมย้ง ไม่ได้หวัง ให้ คนเป็นคนดี มากเกินไป เหมือนกับที่ ศาสนา ต่างๆ หวัง ในตัวมนุษย์ ด้วยซ้ำ ขณะ ที่เรา บ่นว่า นิยาย กิมย้ง มีแต่ คนดี เกินจริง แต่เราไม่กล้า กล่าว ว่า คนที่เป็นเยี่ยงอย่าง ในเรื่องเล่า ของศาสนา ต่างๆ ดีเกินความจริงมากๆ 555 เพราะเราส่วนใหญ่ นับถือศาสนานะสิ เลยไม่กล้าลบหลู่ นะครับ
ในความคิดผม นิยายกิมย้ง ก็มีทัศนะคติ ต่อสังคม ผิดๆ ก็ มีบ้าง แต่ ก็ มีไม่น้อย ที่ ตีแผ่สังคม อย่างถึงแก่น และทะลุเข้าตีถึงใจคนอ่านได้ นะครับ


จาก : เฮ้งเซี่ยวเจียะ - - duo_maxwell_d@yahoo.com - 17/03/2002 07:04

ข้อความ : เป็นข้อเขียนที่ดีมากๆท่าน ข้าน้อยขอซดน้ำเปล่าต่างโคล่าให้ท่าน 1 ลิตร เป็นการคารวะ

จาก : เปล่าว่างไร้จุดจบ - 17/03/2002 07:10

ข้อความ : ท่านเฮ้ง...........สุดยอด


จาก : เซี่ยวเฮ้ง - 17/03/2002 16:21

ข้อความ : ได้อ่านงานกิมย้งครบทุกเรื่อง
มิเสียทีที่กำเนิดมาแล้ว

จาก : ชง - 17/03/2002 20:03

ข้อความ : คำถามที่เกิดขึ้นในใจขณะอ่านบทวิจารณ์ฉบับนี้มีอยู่ว่า

อะไรคือวรรณกรรม

อะไรคือความไร้รสนิยม

วัฒนธรรมจีนนั้น กำหนดแน่นอนอยู่แล้วถึงความมีรสนิยมสูงส่ง กับไร้รสนิยม ยกตัวอย่างเช่นการชงชา ผู้มีรสนิยมอันดีเลิศในการชงชาเท่านั้นจึงจะรู้ว่า ชาชนิดนี้จะต้องต้มให้เดือดที่อุณหภูมิเท่าไหร่ ลึกซึ้งถึงขนาดว่าต้องใช้ภาชนะชนิดไหนกับชาชนิดใด นอกจากนี้ แม้แต่ลายมือก็ยังมีแบบฉบับเฉพาะสามารถวิเคราะห์ออกมาเป็นอีกสาขาวิชาหนึ่งที่ลึกซึ้ง ข้อนี้เป็นจุดที่โดดเด่นของวัฒนธรรมจีน แม้แต่สำนวนการเขียน จีนก็มีสำนวนการเขียนแบบโบราณสละสลวย และภาษาสมัยใหม่ที่ใช้สำหรับเขียนหนังสือในยุคหลัง ๆ

แม้ไม่มีความรู้ภาษาจีน แต่ก็พอจะประมวลได้ว่า การเขียนที่ดีนั้น จีนไม่นิยมความฟุ่มเฟือย ดังนั้นเมื่อโก้วเล้งพัฒนางานเขียนจนเป็นสำนวนของตัวเอง จึงถูกนักวิจารณ์วิพากษ์นักหนาถึงการใช้คำซ้ำคำซ้อนต่าง ๆ เพื่อ “อารมณ์และความรู้สึก” มิใช่ “เนื้อหา”

แต่อย่างลืมว่ามนุษยชาตินั้นมีการพัฒนาไม่สิ้นสุด ชีวิตความเป็นอยู่ของคนเราเปลี่ยนแปลงไป รสนิยมในการอ่านก็เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา เช่นนี้แล้ว ภาษาหนังสือจะมิให้มีการเปลี่ยนแปลงบ้างเชียวหรือ

นักภาษาศาสตร์ย่อมรู้สึกเสียดายที่ภาษาจีนโบราณกำลังจะหายไป และน่าเสียดายนักสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่จะไม่มีโอกาสได้รับรู้อรรถรสทางภาษาของภาษาจีนโบราณที่สละสลวย ผ่านวรรณกรรมร่วมสมัย

แต่กิมย้งทำได้

กิมย้งสามารถใช้ภาษาโบราณอันสละสลวยมาเป็นแนวทางในการถ่ายทอดเรื่องราวในนิยายกำลังภายใน ซึ่งนับว่าตรงกับแนวทางของหนังสือ เพราะนิยายกำลังภายในเป็นนิยายย้อนยุค การอ่านนิยายย้อนยุคในภาษาจีนโบราณก็ย่อมจะสร้างเสริมจินตนาการของผู้อ่านเหมือนได้กลับไปสู่ยุคโบราณด้วยตนเอง

หากเปรียบเทียบกับนิยายไทยคงจะเห็นภาพพจน์อย่างชัดเจนหากไปอ่านภาษาอันสละสวยงดงามอย่างเหลือเชื่อของพนมเทียน ใน “ศิวา-ราตรี” และนิยายพาฝันทั่วไปในท้องตลาดปัจจุบัน

การที่เราจะประเมินผลงานใด ๆ ก็ตามนั้น คงต้องมาดูว่าเขาต้องการจะนำเสนออะไร มีวิธีการนำเสนอแบบใด และประสบความสำเร็จเพียงใดที่ทำให้ผู้ชมผลงานรับรู้ได้ในสิ่งที่นำเสนอ

กิมย้งคงไม่ได้ต้องการสร้างวรรณกรรมในแบบฉบับดั้งเดิม แต่ต้องการเขียนนิยายกำลังภายในในแบบฉบับของตัวเอง อยากให้นักอ่านรุ่นใหม่ได้อ่านภาษาอันสละสลวย ซึ่งเป็นวัฒธรรมหนึ่งของคนจีนที่กำลังจะหายไปตามกาลเวลา

แต่เผอิญเขียนออกมาได้ดีเสียจนหนังสือกลายเป็นวรรณกรรมได้ด้วยตัวของมันเอง เป็นพลังจากมวลชนที่ผลักดันหนังสือกำลังภายในธรรมดาให้กลายเป็นวรรณกรรมขึ้นมา

อยากจะเล่าประสบการณ์ตัวเองให้ฟัง เมื่อครั้งอยู่สหรัฐฯ มีฝรั่งถามเราว่าประเทศไทยใช้ภาษาอะไร เราตอบว่าใช้ภาษาไทย ความรู้สึกในตอนนั้นยังจำได้จนบัดนี้ ฝรั่งคนนั้นรู้สึกตกใจมาก ซักถามใหญ่โตว่าแล้วประเทศข้างเคียงล่ะ ใช้ภาษาอะไร เราก็บอกเค้าไปว่าใช้ภาษาของประเทศเค้าสิ เค้ายังถามย้ำอีกหลายรอบเราก็อธิบายไปถึงขนาดว่าพ่อขุนรามประดิษฐ์ภาษาไทยมาตั้งแต่ 800 ปีก่อน

นี่เป็นความภูมิใจครั้งแรกในภาษาไทย ทำให้เข้าใจถึงความรู้สึกของกิมย้งที่อยากให้คนรุ่นใหม่ได้อ่านภาษาจีนโบราณ

จาก : lillymon - 18/03/2002 12:21

ข้อความ : แล้วนี่จะไม่มีคนไทยแต่งหนังสือดีๆแบบ อ.กิมย้ง , คนแต่งแฮรี่ พอตเตอร์ และ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงก์ ชื่ออะไรนะจำไม่ได้ และคนอื่นๆอีกหรือนี่ มีแต่แต่งแบบอิงความเป็นจริงในชีวิต ไม่มีจินตนาการบ้างหรือไรคนไทย รึแต่งเอาใจตลาด จะไม่มีใครแหวกม่านประเพณีเลยหรือนี่

จาก : Ronan - 19/03/2002 01:33

ข้อความ : เพชรพระอุมาก็ดีนี่คะ แม้พลอตเรื่องจะมาจากขุมทองโซโลมอนที่เป็นเรื่องฝรั่ง แต่การดำเนินเรื่องนั้นเป็นแบบไทย ๆ บรรยากาศของเรื่องเป็นไทยแท้ ๆ มีการเอาเรื่องเล่าข้างกองไฟมาแต่งเป็นนิยาย จินตนาการล้ำเลิศจริง ๆ เลยค่ะ ทำเอาข้าน้อยกลายเป็นคนที่รักการเดินป่ายิ่งชีวิตไปเลยไม่ทราบว่าคุณเคยอ่านหรือยัง

รึว่าเรื่องปลายเทียนนี่ก็เกิดจากแนวคิดที่ว่าคนไทยสมัยนี้ไม่ค่อยรู้จักเสภากันแล้ว อาจารย์ ว วินิจฉัยกุลเลยแต่งนิยายอ่านสนุกแนวแฟนตาซีให้คนจากยุคขุนช้างขุนแผนหลุดเข้ามาในโลกปัจจุบัน จะเอื้อนเอ่ยวาจาอะไรทีก็เป็นกลอนไปเสียหมด ข้อดีก็คือว่าเป็นเรื่องราวสนุกสนานร่วมสมัยที่สอดแทรกกลอนเสภาไทยเอาไว้โดยที่คนอ่านไม่รู้สึกว่าน่าเบื่อหรือโบราณเลยแม้แต่น้อย

จาก : lillymon - 19/03/2002 10:20

ข้อความ : อา มาอ่านที่ตัวเองเขียนแล้วรู้สึกว่าข้าน้อยเองแหล่ะที่ "หัวมังกุท้ายมังกร" เพราะตอนแรก ๆ ที่เขียนกะจะเขียนว่าการมีรสนิยมนี่มันกำหนดแน่นอนได้ขนาดนั้นเชียวรึ เอาอะไรมาวัดว่านี่มีรสนิยมหรือว่าไร้รสนิยม ไป ๆ มา ๆ เรื่องก็กลายเป็นชมกิมย้งไปว่าอนุรักษ์ภาษาจีนและสามารถเขียนเรื่องสนุกสนานแต่ใส่ภาษาจีนโบราณเอาไว้ได้อย่างเข้าท่าเข้าทางเสียจนกลายเป็นที่ชื่นชอบไปทั่วโลก

สำหรับบรรดาผู้ที่ไม่ชอบกิมย้งนี่ก็สันนิษฐานได้ว่า

เค้าไม่เคยอ่านกำลังภายใน ก็เลยไม่รู้ว่าไอ้การหกคะเมนตีลังกาในกำลังภายในนั้นเป็นเรื่องธรรมดา แล้วเค้าจะเอามาตรฐานหนังสืออื่นมาวัดหนังสือกำลังภายในไม่ได้ เหมือนหนังตลกกับหนังกล่อง การให้คะแนนว่าอะไรดีกว่ากันก็เอามาตรฐานเดียวกันมาวัดไม่ได้ เพราะวัตถุประสงค์ และวิธีการถ่ายทอดต่างกัน

สองเป็นพวกหัวโบราณที่ยึดติดแน่นมั่นคงกับคำว่าวรรณกรรมต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ รึว่าสูงส่งมีรสนิยมต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้เท่านั้น เค้าคงนึกว่าการเขียนที่ดีนั้นจะต้องเขียนแบบจริงจังสมจริงและใช้ภาษาโบราณที่สละสลวย จึงจะเรียกได้ว่านี่คือหนังสือดี คือวรรณกรรม

คือรู้สึกว่าที่ตัวเองเขียนข้างบนนั้นมันสละสลวยนุ่มนวลเกินไปไม่ค่อยได้อย่างที่ใจต้องการจะถ่ายทอดน่ะค่ะ เลยต้องมาขยายความให้ได้ตามที่อยากจะเขียน การอ่านหนังสือนั้นเราควรซื่อสัตย์ต่อตัวเอง ถ้าหนังสือนั้นทำให้เรารู้สึกชอบแม้จะไม่ตรงตามเงื่อนไขว่าเป็นหนังสือดีในแบบวรรณกรรมมาตรฐาน ข้าน้อยคิดว่าถ้าได้อ่านอย่างปล่อยใจตัวเองให้เป็นอิสระจากกฏเกณฑ์ว่าด้วยอะไรคือวรรณกรรมที่ดีแล้วล่ะก็ เค้าอาจจะได้มุมมองความรู้สึกใหม่ ๆ กับหนังสือของกิมย้งก็ได้นะคะ

แต่คนเราก็ต่างจิตต่างใจ มีความชอบคนละแบบ ข้าน้อยชอบกิมย้งก็เลยออกจะเดือดเนื้อร้อนใจอยู่บ้างที่จะได้ฟังคนวิพากษ์ไปในทางที่ไม่ดี และรู้สึกเสียดาย ที่มีคนที่แต่งหนังสือที่สนุกสนานขนาดนี้แล้วเค้ายังไม่ชอบอีก นับว่าขาดรสชาติในชีวิตอย่างน้อยก็หนึ่งแง่มุมนึง แต่ถึงอย่างไรเค้าก็เป็นคนไม่รู้จัก เพราะฉะนั้นเค้าจะชอบหรือไม่ชอบอะไรแตกต่างจากข้าน้อย จะพลาดความรู้สึกสนุกสนาน จิตนาการอันกว้างใหญ่ ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยเพราะนั่นก็เป็นชีวิตของเค้านั่นเอง

จาก : lillymon - 19/03/2002 10:52

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server