หัวข้อ : ท่องยุทธจักรสิบสามปี ขอเชิญจอมยุทธ์บอร์ดนี้ ถกผลงานหวงอี้วิจารณ์มังกรฯ
ข้อความ : ขอเชิญเหล่าจอมยุทธและวีรบุรุษ วีรสัตรีทั้งหลายเข้ามาวิจารณ์ หือวิเคาระห์เรื่องมังกรคู่กันเถอะ ข้าพเจ้าอยกแลกเปลี่ยนความคิดสนทนาปราศัย ให้สนุกไปเลย(ข้าพพึ่งอ่านถึงเล่ม 8 )

สำหรับข้อวิจารย์ของข้าพเจ้าจะสอดแทรกความรู้สึกของข้าพเจ้าลงไปด้วย

ถ้าหากกล่าวถึง นวนิยายจีนกำลังภายในอิงประวัติศาตร์ สำหรับข้าพเจ้าซึ่งไม่นิยมชมชอบแนวนี้ที่สุด พาลละเมิดกฏเกณฑ์ อ่านเรื่องมังกรคู่ อย่างงมงาย และถือเป็นนวนิยาเรื่องแรกในรอบ 13 ปี ที่กลับคิดถกวิเคาระห์ตัวละครที่ให้ความรู้สึกประทับใจ ความพลุ่งพล่าน และความเพ้ฝันให้กับข้าพเจ้า

ก่อนอื่นข้าพเจ้าขอพูดถึงหวงอี้สักนิด ในด้านนิสัยของตัวละคร ข้าพเจ้าชมชอบที่เขา สะท้อนฐานแท้ของมนุษย์ผ่านตัวละครได้อย่างกลมกลืน โดยเฉพาะตัวเอก ไม่ใช่เป็นวีรบุรุษที่ไร้ตำหนิ หรือคุณชายผู้ไร้ตำหนิ เฉกเช่นนวนิยายจีนโดยทั่วไป ส่วนมากสร้างสรรให้ตัวเอก ดีงามจนคล้ายกับ หาความบกพร่องมิได้ หรือหากข้าพเจ้าเป็นโกวเนี้ยน้อยช่างฝัน พวกเขากลับเป็นเพียงวีรบุรุษที่หาตัวตนไม่ได้ หากเทียบกับตัวเอกในมังกรคู่ แล้ว นับว่า ยังมีตัวตนอยู่บ้าง

สิ่งที่ทำให้ข้าพเจ้าลุ้นที่สุดคือ ความรักระหว่างฉีจื่อหลิงกับยอดหญิงซือเฟยเซวียน แห่งเรือนฌานเมตไตย ความรักของทั้งสองจะจบลงในลักษณะใด ข้าพเจ้าวิตกกังวลอย่างยิ่ง ว่า ฉีจื่อหลิงกลับกลายเป็นหลวงจีน ส่วนซือเฟยเซวียนจะพาลกลับกลายเป็นแม่ชี




จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 11:56

ข้อความ :
1) โค่วจง

โค่วจงนับเป็นวีรบุรุษผู้เพียบพร้อมไปด้วย นิสัยของมวลมนุษย์ที่แท้จริง เขาไม่ใช่เป็นวีรบุรุษในฝัน หากแต่หวงอี้ สามารถสะท้อนนิสัยของมนุษย์ ไม่ว่า ความทะเยอทะยาน ความโลภหลง ของมนุษย์ชาติ ความกะล่อน กรุ้มกริ่ม ความรักของน้ำมิตร ล้วนรวมอยู่ในตัวเขาหมดสิ้น ถ้าจะกล่าวถึงการมีตัวตนของวีรบุรุษในโลก ไม่ใช่วีรบุรุษในฝัน เขาเป็นบุคคลที่งดงามที่สุดในด้านการสะท้อนจิตใจมนุษย์อย่างแท้จริง เท่าที่ข้าพเจ้าเคยท่องยุทธจักร

หากหวงอี้ให้เขาเป็นตัวร้าย เขาจะกลับกลายเป็นศัตรูที่น่ากลัวและมีสีสันมากทีเดียว



จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 11:57

ข้อความ : 2) ปาฟงหัน

เป็นบุรุษเปลือกนอกเย็นชา อำมหิต จิตใจระอุอุ่นฉันน้ำมิตร เขาเป็นบุคคลที่น่าสนใจทีเดียว ข้าพเจ้าชมชอบหลักเหตุผลที่เขากล่าวถึงในทำนองที่ว่า

ความรักของบุรุษสตรีไม่จำเป็นต้องเอ่ยอ้างขั้นสามีภรรยา หากขอเป็นเพียงผู้รู้ใจ

ข้าพเจ้าเคยคิดว่า ในชีวิตสิ่งที่ยากแสวงหา ที่สุด คือ ผู้รู้ใจ มิแน่ว่าสามีภรรยาคู่หนึ่ง ฝ่ายสามีอาจมิใช่ผู้รู้ใจภรรยา และภรรยาก็มิแน่ว่าจะเป็นผู้ใจสามี ความสัมผัสแบบนี้มักเปราะบางกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างผู้รู้ใจ สังคมปัจจุบันมีมากหลายที่เกิดการทะเลาะเบาะแว้ง การหย่าร้าง ความแตกร้าวภายในครอบครัว ความสัมพันธ์นี้ดูเหมือนไม่ยืนยาว

สำหรับข้าพเจ้าผู้ไม่เคยมีผู้รู้ใจมาก่อน และไม่เคยเป็นผู้รู้ใจของผู้ใดมาก่อน กับมีทัศนคติเรื่องผู้รู้ใจ ว่า

ผู้รู้ใจจะไม่ทำให้ท่านเศร้าเสียใจ กระทบกระเทือนใจเด็ดขาด เพราะว่า เขารู้จิตใจท่าน ท่านรู้จิตใจเขา ดังนั้นสิ่งใดที่เขาทราบว่ากระทบกระเทือนใจท่าน สิ่งใดที่ท่านรู้ว่ากระทบกระเทือนใจเขา ท่านหรือเขาจะไม่ทำเด็ดขาด ความสัมพันธ์แบบนี้ ฉันมิตร และก็คล้ายความรักฉันบุรุษสตรี หากแต่ยืดยาว ไม่เปราะบาง แม้ว่าความรู้สึกของข้าพเจ้า คล้ายกับคนเพ้อฝัน แต่ชีวิตจริง มีสักกี่คนที่ พบผู้รู้ใจ

ปาฟงนัน คล้ายเด็กน้อย ที่ชมชอบสร้างเกราะกำบัง ให้กับตนเพื่อปิดปังจิตใจที่แท้จริงของเขา อาจเพราะสภาพแวดล้อมตอนเด็กของเขา แต่ว่าถ้าชีวิตจริง ท่านเจอบุคคลประเภทนี้ แล้วสามารถทำลายเกราะของเขาได้ ท่านจะได้พบกับ มิตรสหายที่ดีคนหนึ่งทีเดียว


จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 12:00

ข้อความ : อย่าคิดมาก........อย่าคิดมาก

ฉีน้อยไม่บวชแน่นอน
นางเซียนซือต้องได้กับฉีน้อยแน่นอน

สำหรับเรื่องประวัติศาสตร์
ข้าน้อยว่าการเหลื่อมซ้อนของตัวตนจริงกับตัวละครที่สร้างขึ้นยังไม่แนบเนียนเท่ากับของกิมย้งขอรับ


อย่าถือสาข้าน้อยแล้วกัน

ถือว่าแลกเปลี่ยนความคิดกัน

จาก : เดียวดายฟ้าพิฆาต - 27/03/2002 12:01

ข้อความ : 3) คุณชายมากรัก

เป็นบุรุที่ข้าพเจ้า รู้สึก เวทนา สงสารเขาที่สุด แม้ว่าด้วยบุคคลิของเขางามสง่า เป็นที่ชวนหลงใหล ภูมิความรู้สูงส่ง ฝีมือวาดภาพวิจิตรงดงาม หากแต่ว่า ทางด้านนิสัยใจคอของเขากลับเป็นที่น่าเวทนาจริง ๆ มาตรว่าบางส่วนเขาจะสามารถคล้าย ๆ กับวีรบุรษจอมปลอม ข้าพเจ้าก็อดคิดเห็นใจเขามิได้ หากความคิดของท่านเองขัดแย้งกันเอง นับว่าสร้างความเจ็ปปวดกับตัวเองมากนัก ตัวเขาได้รวมทั้งส่วนดี และส่วนไม่ดีทางด้านจิตใจ หวงอี้อาจต้องการสะท้อนลักษณะนิสัยของคนแบบกลาง ๆ คือ ไม่ดี หรือ ไม่เลวร้ายจนเกินไป ในปัจจุบันเรามักพบคนประเภทนี้มาก



จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 12:02

ข้อความ : 4) ซ่งซือเต้า

นับเป็นบุรุษผู้มากรัก ผู้หนึ่ง ในโลกนี้มีน้อยคนนักที่จะรักบุคคลอื่น แบบฝังใจเช่นเขา ชอนกุนยี นับเป็นสตรีที่โชคดีนางหนึ่งที่รับรักจากเขา ทว่า ซงซือเต้า ก็มีนิสัยพื้นฐานของมนุษยืที่แท้ มาตรแม้เขาจะรักชอนกุนยี ยามเมื่อเขาพบกับ ชอนกุนชัง กลับรักเวทนา นางขึ้น นี่ใช่เพระนางมีรูปร่างน่าตา บุคคลิก คล้ายชอนกุนยี หรือไม่ ความรักเป็นเรื่องประหลาดสำหรับข้าพเจ้าผู้ไร้รัก บางครั้งข้าพเจ้าดูบุคคลรอบ ๆข้าง เคยคิดว่า ถ้าเรารักใครสักคนเป็นคนแรก แต่พลาดรัก หากเราเลือกจะรักบุคคลที่สอง เขาใช่มีส่วนคล้ายกับคนที่ถูกเรารักครั้งแรกหรือไม่



จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 12:03

ข้อความ : 5) ฉีจื่อหลิง

เป็นวีรบุรุษที่แท้ในอุดมคติของข้าพเจ้า และอาจจะพบคนเช่นเขาในโลกนี้ก็ได้ ข้าพเจ้าชมชอบ ความอิสระเสรีของเขา ชมชอบความจริงใจของเขา ชมชอบนิสัยที่ไม่ลุ่มหลงสตรีงดงามที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเขาเช่นนวนิยายเรื่องอื่น ๆ เขาไม่ใช่เป็นวีรบุรุษที่สมบูรณ์ เพราะบางครั้งเขาก็กลายเป็นโจรน้อยเจ้าเล่ห์ ข้าพเจ้าชมชอบนิสัยที่ชืดชาต่อชื่อเสียงของเขา แต่พาลไม่ชมชอบนิสัยชืดชาต่อสตรีของเขามากนัก เพราะข้าพเจ้าหวั่นวิตกว่าเขาจะกลายเป็นหลวงจีนจริง ๆ หากมิใช่มี ซือเฟยเซวียน ปรากฏกายขึ้นมา


จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 12:03

ข้อความ : 6)ซู่ซู่

นางเป็นสตรีที่อาภัพ และมากรักคนหนึ่ง เพียงแค้นที่ไฉนนางจึงพาลพบกับหลี่จิ้ง มิเช่นนั้น บางทีนางอาจอยู่ร่วมกับน้องชายสองคนอย่างมีความสุข ซู่ซู่เป็นสตรีที่สะท้อนให้เห็นภาวะล้มเหลวของสถาบันครอบครัวปัจจุบัน มีไม่น้อยที่หลายคนต้องตัดสินใจแยกทาง เพราะเลือกคู่ครองผิด หากนางเป็นคนที่ไม่อ่อนไหวในชีวิตมากเกินไป นางอาจจะกลายเป็นสตรีที่ได้รับความสุขในชีวิต หากกว่า มันเป็นโศกนาฏกรรมที่โศกเศร้าจนชีวาวาย สำหรับชีวิตของนาง ที่ข้าพเจ้ายกย่องและชื่นชมนางมากคือ ความรักของพี่สาวที่มีต่อน้องชาย (หวงอี้ดูเหมือนจะแหวกกฎประเพณีออกมาเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน จากเมื่อก่อนที่กล่าวว่า หญิงชายไม่ควรใกล้ชิดกันไม่ว่าการให้หรือรับ จะเห็นจากการที่ทั้ง3นอนร่วมเตียงเดียวกัน โอบกอดกันด้วยความรักแบบพี่สาวน้องชาย) หากว่าข้าพเจ้ามีพี่สาวเช่นนี้สักคนก็คงไม่เสียชาติเกิด เพียงแต่ในชีวิตข้าพเจ้า เกิดมาเพื่อความโดดเดียว และเกิดมาเพื่อแสวงหารัก กลับไร้รัก จึงไม่รู้จักและสัมผัสกับความรักชนิดนี้ หากไม่นับความรักของบิดามารดา สำหรับอื่น ๆ ข้าพเจ้าจึงเป็นบุคคลที่ไร้รักคนหนึ่ง



จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 12:05

ข้อความ :
7) กงจู้ห้วงน้ำบูรพา

นางเป็นสตรีที่คนแรกที่ข้าพเจ้าให้ความสนใจ แต่ก็ต้องผิดหวัง เพราะนางเป็นคนถือทิฐิเกินไป บุคคลเช่นนางหากมีรักแล้วยากสมหวัง เพราะนางมักทำตรงข้ามกับที่ใจคิด นอกจากจิตใจของนางอ่อนไหวง่าย(ตรงข้ามกับเปลือกนอก) นางเป็นสตรีที่ข้าพเจ้ากลัวที่สุดที่จะได้ตบแต่งสตรีประเภทนี้เป็นภรรยา คงไม่มีบุรุษคนใด ชทชอบสตรีที่เขารัก แต่ในส่วนหนึ่งของหัวใจนางยังมีร่างของบุรษอื่นประทับอยู่ แม้ความรักของนางจะมีให้ท่านมากที่สุดก็ตาม ถ้าข้าพเจ้าเป็นนาง ข้าพเจ้าคงรู้สึกผิดชั่วชีวิต หากบุคคลที่ข้าพเจ้าอยู่ร่วมด้วยทุกวัน คือภรรยาข้าพเจ้า แต่จิตใจข้าพเจ้ากลับอดไม่ได้ที่จะคิดถึงสตรีอีกนางหนึ่ง เช่นนี้ข้าพเจ้ารู้สึกตนเองออกจะรานน้ำใจผู้เป็นภรรยาข้าพเจ้าเกินไปแล้ว (หวงอี้ได้สอนท้อนความคิดนี้จากเพื่อให้เห็นถึง ภาวะครอบครัว ที่ไม่สมบูรณ์ จากประเด็นการนอกใจระหว่างคู่ครอง)


จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 12:06

ข้อความ : 8) วาวา

งดงามดั่งเทพธิดา แต่ร้ายยิ่งกว่าอสรพิษ ชีวิตข้าพภาวนาอย่าได้พบปะกับสตรีเช่นนี้ ขณะที่ใบหน้านางยิ้มแย้ม นางสามารถฆ่าท่านโดยไม่ลังเล คิดว่าหวงอี้ได้สะท้อนนิสัยของนางออกมาจากลักษณะของคนปัจจุบันมากที่สุด นั้นคือ แก่งแย่ง ไม่คำนึงถึงวิธีการที่จะกระทำในสิ่งที่นางหวังตั้งใจ รวมไปถึงสะท้อนในแง่ของความรัก(ข้าพเจ้าเดาไม่ออกว่านางใช่รักฉีจื่อหลิงหรือไม่) เช่น ปัจจุบันความรักระหว่างหนุ่มสาวมักฉาบฉวย มากครั้ง ที่แต่ละฝ่ายต่างหลอกใช้กันเพื่อผลประโยชน์ ทั้งที่แบบสตรีหลอกใช้บุรุษ และฝ่ายบุรุษหลอกใช้สตรี พบมากในสังคมวัยรุ่นปัจจุบัน
ข้าพเจ้าขอบคุณฟ้าดินที่ฉีจื่อหลิง ไม่รักนาง



จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 12:07

ข้อความ : 9) สือชิงเสวียน

มาตรว่านางแทบโดดเด่นเท่า ๆ กับซือเฟยเซวียน และเป็นบุคคลที่ปฏิเสธความรักของฉีจื่อหลิงแต่นางกลับเป็นสตรีที่ข้าพเจ้าให้ความสนใจน้อยที่สุดหรือแทบจะไม่สนใจเลย ดังนั้นไม่สามารถวิเคราะห์นางได้



จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 12:07

ข้อความ : เยี่ยมจริง ๆ

จาก : เดียวดายฟ้าพิฆาต - 27/03/2002 12:08

ข้อความ : 10) ซือเฟยเซวียน

นางเป็นสตรีที่ให้ความรู้สึกแปลกประหลาดที่สุดเท่าที่ข้าพเจ้าเคยท่องยุทธจักรมา เป็นสตรีที่ข้าพเจ้ายอมรับว่า เป็นนางในฝัน และสตรีที่ไม่มีตัวตนจริงในโลกปัจจุบัน มาตรว่าก่อนที่ข้าพเจ้าจะพบกับนาง เคยชื่นชม ซิมเปียะกุน มากที่สุด แต่นางกลับไม่ใช่นางในฝัน คงจะเฉกเช่นกับบุรุษมากรัก ที่สามารถวาดภาพวาวาลงบนพัดของเขา แต่เขาไม่สามารถวาดภาพของซือเฟยเซวียนได้
ซือเฟยเซวียนข้าพเจ้าชมชอบความคิดของนาง และจิตใจรวมถึงปณิธานของนางที่คิดจะไม่รักใคร(แต่ไม่รู้ว่าตอนจบนางจะเปลี่ยนใจหรือเปล่า) บางครั้งข้าพเจ้าอ่านไป ๆ พาลถือตัวเองเป็นฉีจื่อหลิงไปเสียได้...5555
ที่ว่านางให้ความรู้สึกแปลกประหลาดแก่ข้าพเจ้า ท่าทีที่คล้ายรักไม่คล้ายรัก เป็นเสน่ห์ที่น่าค้นหามากทีเดียว หากสามารถทำให้จิตใจที่สงบนิ่งดุจน้ำบ่อที่ใสสะอาดเกิดระลอกขึ้นได้ ข้าพเจ้ากลับรู้สึกภาคภูมิใจยิ่ง
หากแม้ว่าในโลกนี้กลับมีบุคคลเช่นนางจริง ข้าพเจ้าพาลไม่คิดตบแต่งนางมาเป็นภรรยา ขอเป็นผู้รู้ในนาง นางรู้ใจข้าพเจ้า เช่นนี้ยิ่งน่าสนใจ ข้าพเจ้าจินตนาการไม่ออกว่าหวงอี้จะให้เรื่องราวของนางจบลงเช่นใด แต่ส่วนลึกจิตใจข้าพเจ้า กลับต้องการหลังจากเสร็จสิ้นเรื่องราว ให้เขาทั้งสองถอนตัว ท่องเที่ยวไปในป่าเขา ถกปรั๙ญา พุทธ เต๋า เซ็น เป็นเสมือนผู้รู้ใจ คล้ายความรักระหว่างหนุ่มสาว แต่ก็ไม่ใช่ความรัก หากแต่เป็นการให้เกียร์ติแต่ละฝ่าย กับชีวิตจริงมันออกจะเป็นเรื่องราวที่เพ้อฝัน และชีวิตที่คล้ายฝัน ดังนั้นข้าพเจ้าได้แต่จินตนาการไปเรื่อย ๆและอวยพรให้ทั้งสองเป็นเช่นเดียวกับที่ข้าพเจ้าคาดหวัง บางทีดูเหมือนข้าพเจ้าออกจะเป็นคนงงงายและสร้างวิมานในอากาศ ข้าพเจ้ากลับคิดอีกแง่ คนที่อ่านนวนิยายจะมีความสุขที่สุดเมื่อเขาได้เข้าไปอยู่ในเรื่องที่เขาอ่านและจินตนาการ อย่างน้อยมันจะช่วยให้ท่านมีความสุขชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะต้องออกมาจากจินตนาการและรับรู้เรื่องราวของชีวิตจริงอีกครั้ง

ซือฟงเซวียนจึงเป็นแบบฉบับของสตรีที่ข้าพเจ้าเลือกเป็นนางในฝัน เพราะมีแต่นางในฝัน จึงไม่สร้างความเศร้าเสียใจแก่ผู้ฝัน นางเป็นแบบฉบับของสตรีที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน กับความคิดที่ต้องการอยู่เหนือโลกีย์วิสัยของนาง ข้าพเจ้าชมชอบยิ่ง หากข้าพเจ้าเป็นฉีจื่อหลิง ยามใดเมื่อมีโอกาสพบนาง พูดคุยกับนาง ข้าพเจ้าจะเก็บนางไว้ทุกส่วนทุกอิริยาบถ ทุกคำพูดของนางให้อยู่ในจิตใจมากที่สุด และข้าพเจ้าคงไม่อาจที่จะหักใจไปทำลายปณิธานของนางได้ แม้ว่าหวังเป็นผู้รู้ใจ แต่คนเราหาใช่ไม่มีชีวิตจิตใจ หากอยู่รวมกันนานเข้าย่อมเกิดเป็นความผูกพันฉันหนุ่มสาว ดังนั้นแม้คาดหวังให้ทั้ง 2 เป็นผู้รู้ใจ หากในทางปฏิบัติถ้าข้าพเจ้าเป็นฉีจื่อหลิง หลังจากเสร็จสิ้นเรื่องราว คงจะอยู่รวมกับนาง2-3 วันจากนั้นก็เก็บนางไว้ในหัวใจตลอดกาล การจากมาพร้อมกับความรำลึกถึงเป็นความรู้สึกที่มักจะขับไม่ออกจากใจมนุษย์ปุถุชนทุกรูปทุกนาม เพราะบางครั้งที่ข้าพเจ้าพบว่า มีหลายคนที่คิดจะรัก อยากจะรัก แต่รักไม่ได้ ไม่สามารถรัก
ข้าพเจ้าชมชอบสนใจศึกษาเรื่องจิตใจและความรู้สึกของมนุษย์อย่างยิ่ง มันน่าสนใจไม่น้อยทีเดียว ในด้านทัศนะคติเรื่องความรัก แบบหนุ่มสาว เท่าที่ผ่านมา ใช่เคยเกิดกับข้าพเจ้าหรือ ไม่ ตอบได้แต่ว่า ไม่ทราบ ข้าพเจ้าคิดว่าตนเองเตยแสวงหารัก แต่รักที่ข้าพเจ้าแสวงหากลับไม่มีตัวตนอยู่จิง (ข้าพเจ้าอาจกลายเป็นตัวประหลาดในบอร์ดนี้ก็ได้)
ชิวิตข้าพเจ้าเคยตั้งปณิธานไว้ เช่นเดียวกับซือเฟยเซวียน แต่อาจไม่สามารถเทียบเท่ากับนาง เพราะข้าพเจ้ามีชีวิตและเลือดเนื้อ แต่ข้าพเจ้าคิดว่า ถ้าเราเก็บความรู้สึกที่คล้ายดังรักและไม่คล้ายดังรักไว้ นอกจากจะไม่ปวดร้าวเพราะรักจากที่คนส่วนมากประสบ กลับรู้สึกว่ามันเป็นความสุขที่เราได้จากใจ โดยไม่ได้เกิดจากการแย่งชิง เพื่อที่จะได้ จะครอง มันไม่ใช่อดีตที่ปวดร้าว และไม่ใช่อนาคตที่สดใส แต่เป็นความฝันช่วงหนึ่งที่ทำให้คนครุ่นคิด
บุคคลที่วาดภาพได้ตรงกับจินตนาการของสตรีข้าพเจ้ามากที่สุดคือ อาจารย์จักรกฤษ ไม่ว่าจะเป็นแววตา ท่าทาง คล้ายมากเวลาข้าพเจ้าจิตนาการ หากมีข้อยกเว้นแต่ซือเฟยเซวียนที่ข้าพเจ้าคิดว่า นอกจากข้าพเจ้าแล้วจะวาดภาพในจิตนาการออก ไม่มีใครสามารถวาดภาพที่ข้าพเจ้าจิตนาการได้ แม้แต่ข้าพเจ้าเอง เช่นเดียวกับข้าพเจ้าก้ไม่สามารถไปวาดภาพจิตนาการของท่านทั้งหลายได้
ที่ตั้งกระทู้เพียงแต่คิดหาความรู้ และอยากทราบว่ามีบ้างไหมที่มีคนคิดในแง่ความรักเช่นเดียวกับข้าพเจ้า เฉกเช่นที่ข้าพเจ้านิยามความรักของตัวเอง
แสวงหารักไฉนกลับไร้รัก.......เพราะว่ารักตามปณิธานของข้าพเจ้า...แทบจะไม่มีที่ให้แสวงหา....55555





จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 12:08

ข้อความ : ขยันจริง ๆ


จาก : เดียวดายฟ้าพิฆาต - 27/03/2002 12:09

ข้อความ : นับถือท่านทั้งหลาย หรือว่าคนคนเดียวกันหว่า :)

จาก : พู่กันฟ้า - 27/03/2002 13:46

ข้อความ : อืมมมมมม น่าสนใจ....ท่าแสวงหา....ข้าน้อยนับถือ......

จาก : คนเดินผ่านมา - 27/03/2002 14:17

ข้อความ : เขียนได้ เยี่ยม และมาก จริงๆ นับถือๆ ถึงแม้ข้าพเจ้า ยังไม่มีเวลาอ่าน แต่ ถ้าว่างจะต้องอ่านแล้วมาถก กับพวกท่าน แน่ๆ

จาก : พี่ชายคนนั้นอยู่ไกลถึงริมขอบนรก - - duo_maxwell_d@yahoo.com - 27/03/2002 19:02

ข้อความ : จิจารณ์ได้ใกล้เคียงกับที่ผมคิดครับหวงอี้เป็นแรงบัลดาลใจให้ผมอ่านนิยายอย่างเป็นบ้าเป็นหลังครับเริ่มตั้งแต่ "เจาะเวลาหาจิ๋นซี" ผมอ่าน1-8แทบทุกอาทิตย์ซ้ำไปซ้ำมาร่วมครึ่งปี แต่พอได้มาอ่านผลงานใหม่ของเราเรื่องมังกรคู่เนี่ยเรื่องแรกผมไม่ประทับใจเท่าไรเพราะคิดว่าคงไม่มีเรื่องใดมาทำให้ผมชอบมากไปกว่าเจาะเวลาหาจิ๋นซีอีกแล้ว แต่พอได้สัมผัสจริงๆจังๆเข้า ผมประทับใจความสามรถของหวงอี้มากถึงแม้ว่าผมจะอายุไม่มากพอที่จะได้อ่านนิยายสมัยก่อนของนักเขียนนิยายยุคบุกเบิกก็ตามที เขาสร้างตัวละครออกมาได้น่าประทับใจและมีชีวิตเหมือนจริงมาก จนบางครั้งผมไม่เชื่อว่าตัวละครทั้งหมดเขาเป็นคนแต่งขึ้นมาเองสร้างนิสัยและอารมณ์เอง ตัวละครแต่ละตัวมีเอกลักษณ์ และดูมีชีวิตชีวามาก ส่วนความคิดเห็นของผมตอนนี้นั้นขอกล่าวถึงข้าเสียที่ผมคิดล่ะกันครับว่า ตามความเป็นจริงแล้วนั้นเด็กหนุ่มที่ไม่ได้ร่ำเรียนและอยู่อย่างอดมื้อกินมื้อนั้นไม่มีทางที่จะมีภูมิความรู้ขนาดนั้นแน่และใช้เวลาไม่เท่าไรศึกษาตำราพิชัยสงครามได้แตกฉานขนาดนั้น(โค่วจง) และการวางตัวเปลี่ยนไปมากจากตอนต้นทั้งๆที่ไม่มีคนอบรมบ่มนิสัยให้ซึ่งไม่น่าเป้นไปได้ที่มันจะไร้ที่ติขนาดนั้นโดยที่ไม่มีคนสั่งสอนรึไม่ได้เรียนรู้แต่เด็กครับ นี่ล่ะข้อคิดเห็นของผม เดี๋ยววันหลังจะมาตอบอีกครับ

จาก : BASARA - 27/03/2002 19:20

ข้อความ : ถ้าอ่าน ภาค2แล้วบทวิจารณ์บางอย่างอาจเปลี่ยนไป อย่างท่านคาดไม่ถึงเชียว เชื่อหรือไม่

จาก : ผู้หยั่งรู้ฟ้าดินตลอดจนสรรพสิ่ง - 27/03/2002 20:24

ข้อความ : ผู้หยั่งฯรู้ทำให้คันหัวใจยากจะเกา แต่เดา ๆ คงจบแบบแฮบปี้ แน่นอน แม้ตอนนี้จะลางเลือนก็ตาม แต่ถ้าหวงอี้จบแบบหักมุม แม้มีจะไม่เป็นที่พอใจของนักอ่าน แต่แปลกมาก เวลาไปอ่านนิยายที่จบแบบหักมุม ผมอยากจะ....คนเขียน แต่มันก็ฝังใจดีจริง ๆ
ผมอ่านทั้งนิยายจีนและไทยอิงประวัตศาสตร์หรือ จินตนิยาย เรื่องลี้ลับของป่า เช่นมาลา คำจันมร์ แต่ง(ช่วงหลังนี้ เบื่อนียายจีนแนวเก่า ๆเลยหันมาอ่านนิยายไทยบ้าง สนุกดีเหมือนกัน)จนมันหักมุมไปหักมุมมา บางทีตอนจบน่าคลั่งใจตายจริง ๆ

จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 27/03/2002 21:17

ข้อความ : จะว่าไปแล้ว หวงอี้เป็นนักเขียนที่ทำให้วงการหนังสือกำลังภายในบ้านเราครึกครื้นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่ซบเซามาสิบกว่าปี ระหว่างนั้น แม้ฟงอวิ๋นจะทำให้วงการงัวเงียตื่นขึ้นมาบ้าง แต่ก็ไม่ทำให้หนังสือกำลังภายในบูมขึ้นมาอย่างชัดเจนเท่าหวงอี้

หลังจากกิมย้งวางปากกา โก้วเล้งเสียชีวิต อึ้งเอ็งซ้ำรอยเดิม อุนสุยอันแผ่วหายไป ข้าน้อยคิดว่าจะเลิกอ่านกำลังภายในเสียแล้ว ครั้นอ่านเจาะเวลาหาจิ๋นซีก็ไม่เชิงว่าเป็นกำลังภายใน ก็มีคลุมพิรุณพลิกเมฆา และมังกรคู่สู้สิบทิศของหวงอี้นี่แหล่ะค่ะที่ทำให้ตาสว่างขึ้นมาได้อีกครั้งหนึ่ง

จุดเด่นของหวงอี้คือพลอตเรื่องที่ซับซ้อน ตัวละครที่น่าสนใจและการเขียนแนวอิงประวัติศาสตร์ ข้อด้อยก็น่าจะเป็นพลอตเรื่องเช่นกัน ตัวละครเยอะเกินไป เรื่องราวบางครั้งซ้ำรอยเดิม การที่เขียนเรื่องยาวเกินไปทำให้คนอ่านจำไม่ได้ บางครั้งรู้สึกว่าเอ๊ะ ตอนนี้อ่านแล้วนี่ สุดท้ายเกิดจากฉากหรือบรรยากาศของเรื่องที่คล้ายของเดิม (อ้าว กลับมาเมืองลั่วหยางอีกแล้ว)

หวงอี้น่าจะเป็นเพลย์บอยตัวยง เพราะบรรยายสตรีเอาไว้ได้ดียิ่ง สตรีที่หวงอี้สร้างสรรค์มีมากมายหลากหลายเหลือเกิน แล้วก็ดูจะรักพี่เสียดายน้อง สุดท้ายตัวเอกก็เลยต้องรับกรรมรวบหมดไปตามระเบียบ แง่นี้เห็นมาตั้งแต่ศึกเลียดก๊ก คลุมพิรุณพลิกเมฆา (หานป่าย) ไปจนถึงเจาะเวลาหาจิ๋นซี นี่เป็นสิ่งที่ไม่ชอบสำหรับเรื่องของหวงอี้ ความนี้เห็นทีหวงอี้จะรู้ตัว เพราะอ่านมังกรคู่มาครึ่งเรื่องเห็นได้ชัดว่าพยายามหลีกเลี่ยงฉากเลิฟซีน แม้แต่โค่วจงที่ดูแล้วมีแววอย่างยิ่งว่าจะเป็นเซี่ยงเส้าหลงสองหรือหานป่านสอง สุดท้ายก็พบว่าตัวเองมีรักแท้กับซ่งอีจื้อ แต่จะเป็นเช่นนี้ไปได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่คงต้องรออ่านกันต่อไป ก็เล่นเขียนสาว ๆ ซะน่าเสียดายขนาดนี้ เป็นไปได้ว่าอาจจะโดนผู้อ่านด่าหากจะมามัวทำรักเดียวใจเดียวอยู่ได้

แต่กิมย้งทำได้แฮะ ขนาดอาเก้าสวยกว่าอุนแชแชตั้งเยอะอ้วงจี่เซ้งยังไม่เปลี่ยนใจเลย รักก็คือรักล่ะนะ สวยกว่าดีกว่าแค่ไหนก็ไม่สนใจค่ะ แล้วก็ไม่มีการรักพี่เสียดายน้องด้วย (แชแชเจ้าทุกข์หม่นหมอง ระแวงริษยา ชอบร่ำไห้ เจ้าแง่แสนงอน มีปมด้อย นึกเวทนาตัวเอง ยามขุ่นเคืองกล่าววาจาแหลมคมรุนแรง นิสัยใจคอมากแปรปรวน เห็นมั้ย อ้วงเซ้งจี่ยังไม่เปลี่ยนใจเลยค่ะ)

เอกลักษณ์อีกประการของหวงอี้คือ การพยายามเขียนวิทยายุทธในแนวปรัชญา รวมถึงการเอานิพพานมาเทียบเคียงกับการบรรลุขั้นสุดยอดของผู้ฝึกวิชา ข้อนี้นับว่าแปลกใหม่อย่างยิ่ง การผนวกเอาหลักศาสนามาไว้ในวิทยายุทธมิใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้ สำหรับผู้ฝึกวิทยายุทธแขนงใดก็ตาม ไม่ว่าจะเริ่มจากแข็งไปอ่อน หรืออ่อนไปหาแข็ง แนววิชาเป็นธรรมะหรืออธรรม สุดท้ายแล้วเมื่อบรรลุขั้นสูงสุด ก็ย่อมจะกลับไปหาจุดเดียวกันนั่นเอง ยกตัวอย่างวาจาของชื่อจุนซิ่นที่กล่าวถึงธรรมะและอธรรมดังนี้

“สรรพสิ่งในผืนฟ้าและแผ่นดินล้วนมาจากหนึ่งเดียว แม้จะผ่านความเปลี่ยนแปลงนับพันหมื่นประการ สุดท้ายก็ต้องกลับมารวมกันเป็นหนึ่งเดียว สุดที่แรงมนุษย์จะสามารถโยกคลอนได้ ที่กล่าวว่าหนึ่งกำเนิดสอง สองกำเนิดสาม สามกำเนิดสรรพสิ่ง หนึ่งกำเนิดสอง เช่นตรงและกลับ เช่นธรรมะและอธรรม แม้มนุษย์จะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงขั้นตอนจากไม่มีเป็นมี จากมีเป็นไม่มี แต่กลับสามารถจับหลักช่องว่างระหว่างความมีและไม่มี ทะยานข้ามความมีและไม่มีได้ และไม่ว่าจะเป็นอธรรมหรือธรรมะ จุดประสงค์ก็มีเพียงทะยานข้ามความมีและไม่มี ตรงและกลับ เป็นและตาย เพียงแต่วิธีการแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเท่านั้นเอง!”

“สู่ธรรมะ สู่อธรรม เป้าหมายสูงสุดต่างอยู่ที่ทะยานข้ามความเป็นความตาย กลับสู่ความเป็นหนึ่งเดียวอีกครั้ง เพียงแต่เส้นทางที่เลือกใช้บังเอิญตรงข้ามกันเท่านั้น เปรียบได้กับถนนยาวเหยียดสายหนึ่ง ถนนมีปลายสองด้าน ด้านหนึ่งคือเป็น ด้านหนึ่งคือตาย หากต้องการจะออกห่างไปจากถนนสายยาวเส้นนี้ ทางหนึ่งคือเดินไปทางปลายด้านเป็น อีกทางคือหนีไปปลายด้านตาย"

ขออธิบายเพิ่มเติมโดยทียบเคียงจากวิชาไทเก็กว่า การฝึกไทเก็กเป็นกลวิธีพัฒนาความรู้สึกตัวทั่วถึงโดยอาศัยการเคลื่อนไหวอันเนิบช้าและต่อเนื่องเพื่อเกิดอำนาจสมาธิตามธรรมชาติให้พอเพียงที่จะปลุก โพธิ ให้ตื่นขึ้น ไทเก็กหาใช่สัจจะไม่ แต่เป็นเทคนิคในการเร้าให้ธาตุแท้ของจิตได้แสดงศักยภาพของมันออกมา (สรุปมากจาก ไทฉิ โยคะ สติปัฏฐาน - พระโกวิท เขมานันทะ)

สิ่งที่น่าประทับใจไม่เพียงแต่การที่ผู้แต่งมีมุมมองต่อวิทยายุทธในแง่ปรัชญาเช่นนี้ หากรวมถึงความสามารถในการบรรยายโดยการพรรณาความรู้สึกเมื่อสำเร็จวิทยายุทธจากผ่านมุมมองของตัวละคร

พริบตานั้น สายน้ำคล้ายหยุดนิ่งลง นับเป็นความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อน

สิ่งที่เคลื่อนไหวมิใช่เรือใบ หากแต่เป็นฉีจื่อหลิงและขุนเขาไพรกว้าง ส่วนสายน้ำเป็นตัวเร่งความเร็วอีกประการหนึ่ง

อีกตอนหนึ่ง

พอลืมตาขึ้น พบว่าโลกทั้งใบผิดแผกไป ป่าไม้ทั้งใกล้ไกลคล้ายแปรเปลี่ยนเป็นอีกโลกหนึ่ง ไม่เพียงแต่เพิ่มพูนสีสันและความอุดมสมบูรณ์ มิหนำซ้ำคล้ายสามารถติดตามสังเกตการโบกไหวของใบไม้ใต้ลมอรุณได้จนหมดสิ้น

ปาฟงหันตื้นตันใจจนคุกเข่าลง น้ำตาทะลักจากเบ้า

เขาหลับตาลง โลกภายในกับภายนอกหลอมกลมกลืนเป็นน้ำหนึ่งอันเดียว

แสงแดดอันอบอุ่นสาดส่องมาจากทิศบูรพา ลูบไล้ร่างกายของเขา ไม่มียามใดที่เขารู้สึกถึงการคงอยู่ตลอดจนคุณค่าของชีวิตเช่นตอนนี้อีก

การบรรยายแบบนี้ ข้าน้อยเห็นเป็นครั้งแรกในผลงานของหวงอี้ ให้ความรู้สึกเป็นนามธรรมอันจับต้องไม่ได้ เหมือนเข้าใจแต่บางครั้งไม่เข้าใจ เพิ่มความนับถือในจินตนาการและความสามารถในการพรรณาของผู้เขียนอีกเป็นทวีคูณ

ขอวิจารณ์ในภาพรวมตามความคิดเห็นของข้าพเจ้าไปก่อน สำหรับแต่ละคนนั้น ข้าพเจ้ายังมิได้วิเคราะห์แต่ละคนอย่างลึกซึ้ง อืมม์ แต่ข้าน้อยชอบเสิ่นลั่วเอียนนะคะ เห็นไม่มีใครกล่าวถึงเลยขอพูดถึงเสียหน่อย สาเหตุที่ชอบคงเป็นเพราะเธอเป็นตัวแทนผู้หญิงยุคใหม่ละมังคะ นอกจากจะฉลาดรอบรู้แล้วเธอยังทุ่มเทจิตใจให้กับงาน คล้ายกับคี้เพ็กเจี้ยในเรื่องเหยี่ยวเหนือฟ้านั่นเอง จะว่าไปนางก็มีส่วนคล้ายวาวา นี่ก็เป็นเหตุให้ข้าน้อยชอบวาวาเช่นกัน นางสวยงาม ลึกลับ ชั่วร้าย เหมาะมากที่จะอยู่ฝ่ายทศเย็น ความมุ่งมั่นที่จะทำเพื่อสำนักของนางนั้นแรงกล้าจนแม้แต่ความรักก็ยังไม่อาจขวางนางได้ เห็นได้จากแม้นางจะมีใจต่อฉีจื่อหลิง แต่เพื่อผลประโยชน์ต่อสำนักแล้วเชื่อว่านางสามารถฆ่าฉีจื่อหลิงได้ แต่ละคนก็มีจุดมุ่งหมายคนละอย่าง ความมุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายของสตรีเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทำให้เธอประทับใจข้าน้อย ใครเลยจะว่าได้ว่าอธรรมนั้นเป็นฝ่ายชั่วร้ายอย่างแท้จริง เพียงแต่ต่างวิถีทางและความเท่านั้นหรอกที่แบ่งแยกความเป็นธรรมะและอธรรม

สำหรับตัวเอกทั้งสอง ข้าน้อยชอบโค่วจงมากกว่าฉีจื่อหลิงค่ะ

จาก : Lily of the Valley - 28/03/2002 00:26

ข้อความ : น่านับถือ น่านับถือ ว่าแต่ลั่วเอียนในความคิดของท่านแสวงหาล่ะ ...อยากรู้น่ะ

จาก : ปาฟงหัน - 28/03/2002 00:53

ข้อความ : รอภาค2 อยู่อยากอ่านจังเลย พึ่งอ่านเล่ม10 ไปเอง แต่รู้สึกติดๆตรงการต่อสู้ของ 2 ผู้กล้ากับ 4 หลวงจีนนะครับ คือบอกไม่ถูกน่ะมันขัดๆอยู่ในใจยังไงไม่รู้

จาก : kikira - 28/03/2002 02:28

ข้อความ : โอ้ พี่แสวงหารักกลับไร้รักยอดเยี่ยมเสียนี่กระไร บรรดาน้ำตาประตามีของผู้น้องใคร่จะหลั่งไหลออกมาเสียให้ได้ นึกไม่ถึงว่าเราหัวอกเดียวกัน หลงชมชอบแม่ชี.......

จาก : ลี้น้อย - 28/03/2002 08:25

ข้อความ : สำหรับลั่วเอี้ยนนั้น......ข้าน้อยไม่ได้สนใจเลย....บรรดาสตรีต่าง ๆ ที่ข้าพเจ้าไม่ได้เอ่ยถึงเพราะข้าพเจ้าไม่ได้ให้ความสนใจ เพียงแต่อ่านผ่านไปผ่านมา จึงไม่สามารถวิเคราะห์ได้ แล้วพี่ปาฟงหันละเชิญวิเคราะห์ลั่วเอี้ยนแทนข้าน้อยทีเพื่อประดับความรู้ของข้าน้อย
..............................................................................................
ทางด้านศาสนา หวงอี้ ได้ใช้ทั้งปรัชญาเซ็น และวีถีแห่งพุทธ (ตรงนี้เหมือนกับเป็นแนวกำลังภายในของฉีจื่อหลิง ที่เน้นหลักความว่าง) จุดนี้หวงอี้ ทำให้ข้าพเจ้ามีแรงบรรดาลที่คิดจะแต่งนิยายกำลังภายในสักเรื่องแต่อิงไปในทางมารในร่างมนุษย์ และเทพในร่างมนุษย์ ซึ่งคล้ายกำลังภายในแต่ก็ไม่คล้าย
การฝึกลมปราณที่หวงอี้แต่งในเรื่องนี้แปลกแนวกว่าที่เคยอ่านมา มีบางส่วนคล้ายการฝึกมหาสติปัฏฐาน ในส่วนของกายในกาย บังเอิญข้าพเจ้าได้หนังสือเล่มหนึ่งเกี่ยวกับการฝึกมหาสติปัฏฐาน มีคำอธิบาย และมีภาพประกอบ มีจุดในร่างกายที่ต้องให้รู้ถึงการเกิดดับสภาวะ ของกายในกาย คล้ายกับการเดินลมปราณเลย สามารถฝึกทั้ง อิริยาบท นั่ง ยืน เดิน และนอน ทุกท่าจะมีจุดให้กำหนดสติตรงจุดนั้น แล้วสังเกตของภาวะการเกิดดับของวิญญาณ(ไม่ใช่จิต) เพียงแต่เขาใช้ศัพท์ที่ที่เรียกจุด เช่น จุดมโนวิญญาณ จุดมโนสัมผัส อะไรทำนองนี้
พร้อมทั้งรับรู้ถึงกระแสที่วิ่งผ่านกาย หนำซ้ำ ยังมีวิธ๊ ฝึกที่สามารถหักห้ามความต้องการทางเพศได้อย่างน่าประหลาด ข้าพเจ้ามาคิดถึงหวงอี้ แต่งเกี่ยวกับภาวะ ของฉีจื่อหลิง รู้สึกว่า ถ้าลองนำบางส่วนจากหนังสือที่ได้มามาทำเป็นการเดินลมปราณอีกแบบหนึ่งแต่เราตัดแปลงเขียนเป็นการเดินลมปราณให้กับตัวละครออกมา ก็น่าสนใจทีเดียว ข้าพเจ้าได้แต่คิด ยังไม่ตัดสิ้นใจแน่นอน เพราะยังไม่ค่อยเข้าใจหนังสือเล่มนั้นมากนัก เพราะข้าพเจ้าไม่ได้ฝึก เนื่องจาก ไม่ถูกกับจริตข้าเจ้านัก และมีการฝึกเป็นขั้นเป็นตอน บางครั้งข้าพเจ้าอ่านหนังสือจีนกำลังภายใน มีบางอย่างที่คนเขียนเขียนได้คล้ายคลึงกับการฝึกอานาปานุสติกรรมฐาน ซึ่ง มันก่อให้เกิดฌานได้ เช่นเกี่ยวกับที่ ในกำลังภายในบอกว่า จมอยู่ในความสงบ ไม่รับรู้อะไรรอบข้าง ถ้าเป็นทางพุทธศาสนา อาการอย่างนี้ เขาเรียกว่า การเข้าฌานลึก ๆ วิเคราะห์ไป วิเคราะห์มา น่าบวดหัว แต่ก็สนุกดี

จาก : แสวงหารักกลับไร้รัก - 28/03/2002 09:03

ข้อความ : ยินดีด้วยอย่างยิ่ง ที่ท่านบ้าได้ถึงขนาดนี้...ข้า ฉายเดี่ยวหมื่นลี้นับถือยิ่งนัก...แต่ท่านนั้นมาคนละทางกับข้า ตัวท่านบ้าอักขะระ ส่วนเรานั้นชมชอบนิสัยของตัวละคร เยี่ยมๆ...ยิ่งบ้า ยิ่งมันส์ แฮ่ๆๆ....ฮูย...ๆ

จาก : ฉายเดี่ยวหมื่นลี้ - 28/03/2002 10:39

ข้อความ : ข้าน้อยลืมเลือนไปแล้วว่าท่องยุทธพบมานานเท่าไร แต่พานพบผู้เยี่ยมยุทธวันนี้รู้สึกยินดียิ่ง แสวงหารักกลับไร้รัก ท่านนี้ลุ่มหลงใน ซือเฟยเซวียน โดยแท้ ถึงท่านไม่อาจกลับกลายเป็น ฉีจื่อหลิน เราเพียงหวังให้ท่านพานพบ สตรี ที่คล้าย ซือเฟยเซวียน


จาก : ไจ๋เสียง - 28/03/2002 11:15

ข้อความ : เรื่องลั่เอียนน่ะ ตอนนั้นข้าพเจ้านึกว่าท่านจะเขียนตัวละครอื่นออกมาอีก เลยลองถามๆดู ซึ่งตัวลั่วเอียนนี้ข้าพเจ้าไม่ค่อยสนใจจึงไม่สามารถวิเคราะห์ได้ เพียงแต่ติดใจที่ว่าในสมัยก่อนราชวงษ์สุ่ย ข้าพเจ้าไม่เคยได้ยินว่ามีสตรีที่นำทัพแถมยังเป็นกุนซืออีกด้วยเลยตกใจ ว่าตัวจริงจะเป็นอย่างไร เพราะตัวละครที่หวงอี้เอ่ย เช่น บุคคลในหมู่ตึกเทียนเช่อ สตรีแส้ปัดแดง ฯลฯ ล้วนมีตัวจริงในประวัติศาสตร์

จาก : ปาฟงหัน - 01/04/2002 17:09

ข้อความ : ตอนจบมังกรคู่
หลี่ซื่อหมิน รวมแผ่นดินสำเร็จ
จงน้อย ไปอยู่กะอี้จื้อ ที่ภาคใต้
หลิงน้อย แต่งกะ สือชิงเสวียน แต่มีลูกกะ วาวา
ซือเฟยเซวียน กลับสำนัก บำเพ็ญตบะ ครองตนเป็นคนเหนือโลก
....จากคนทีอ่านต้นฉบับจีน บอกมา


จาก : ป่วน - 11/04/2002 10:58

ข้อความ : จื่อหลิงเจ้าชู้

จาก : ชิงเสวียน - 10/09/2004 19:13

ข้อความ : ตอนจบของเรื่องมังกรคู่ เด็กน้อยที่มากับวาวา เป็นลูกของคุณชายหลิงจิงๆเหรอ ช่วยบอกรายละเอียดให้มากกว่านี้ได้อ่ะป่าว

จาก : เหล่าอึ้ง - 07/10/2004 00:38

ข้อความ : จื่อหลินน่ารักมาก ดูเป็นคนใจเย็นกว่าโค้วจง ไม่หวั่นไหวในมารยาของสตรี

จาก : ลี้หย่า - 15/10/2004 20:43

ข้อความ : สมกับ คำว่าท่ามกลางยอดฝีมือ ปราศจากชนชั้นอ่อนด้อย

จาก : กุนซือมาร - 06/09/2007 16:03

ข้อความ : ผลงานของหวงอี้สนุกดีนะครับ ทันสมัยแล้วก็แปลกใหม่
ถ้าอ่านผลงานใดผลงานหนึ่ง ผมถือว่าเป็นความแปลกใหม่
แต่ถ้าลองอ่านหลายผลงานดู โดยส่วนตัวผมรู้สึกถึงความคล้ายคลึง บุคลิกหลายตัวละครคล้ายคลึงกัน ไออารมณ์มันออกมาแนวเดียวกัน หวงอี้สามารถบรรยายบุคลิกภายนอก ฉากการต่อสู้ได้รวบรัดและเห็นภาพ แต่เรื่องความขัดแย้งภายใน ปรัชญาเรื่องชีวิตคุณธรรม สิ่งสำคัญที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อถึงผู้อ่านยังไม่เข้มข้น ไม่อาจเข้าถึง หวงอี้ยังผูกติดกับรูปรสภายนอก ลืมเลือนถึงความรู้สึกนึกคิดของคน เขาบรรยายออกมาตรง คนไหนรู้สึกยังไง แต่เรื่องความขัดแย้งยังไม่ดี ยังห่างจากโก้วเล้งและกิมย้งอีกหลายขั้นนัก การที่ตลาดโปรโมตว่าหวงอี้เป็นราชันย์ผู้ไร้เทียมทานเกินจริงเกินไป หวงอี้เรื่องความขัดแย้ง ปรัชญา ยังห่างจากโก้วเล้งอีกหลายสิบขุม เพราะนิยายของเขาแทบไม่ได้สัมผัสถึงจุดนี้ เน้นการสนองความสนุกแก่ผู้อ่านมากกว่า เรื่องภาษากับพลอตถ้าจะเทียบกับโก้วเล้งยังก้ำกึ่ง พลอตหวงอี้มีข้อมูลอะไร สมจริงกว่าก็จริง แต่มีบางช่วงที่ไม่จำเป็น ถึงกับไร้สาระ อ่อนความรู้สึก โก้วเล้งอาจจะเขียนตามจินตนาการซึ่งค่อนข้างจะง่ายกว่าต่อการสร้างพลอตแต่ทุกเรื่องสมเหตุผลและรวบรัด ไม่มีฉากรักๆใคร่ที่เป็นส่วนเกิน ภาษาหวงอี้แปลกใหม่ อันนี้ต้องยอมรับ แต่ถ้าพูดสิ่งที่เขาจะทำยังไม่ถึงกับบรรลุขั้นสุดยอด โก้วเล้งเขียนรวบรัดก็รวบรัดไปเลย กิมย้งเขียนยังไงก็ได้ เพราะภาษาของเขาลื่นไหลเหมือนสายน้ำ เข้าได้ถึงทุกเพศวัย ไม่ต้องเจาะจง บรรยายได้อย่างยอดเยี่ยม

จาก : ถก - 20/11/2007 08:41

ข้อความ : วิจารณ์ได้เยี่ยม แต่สำหรับวาวาข้าน้อยว่า ท่านได้วิจารณ์แรงเกินไปหน่อยเพราะวาวาใจจริงแล้วก็ไม่ได้เลวร้ายมากนัก เพียงแต่ตอนแรกนางอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่ดี คืออยู่ฝ่ายมารอ่ะ ถูกสอนไห้เป็นคนโหด***มอำมหิต แต่ส่วนลึกของนางก็คือผู้หญิงธรรมดาๆคนนึง ทั้งยังรักจื่อหลิงด้วยใจจริงอีกด้วย แถมมีโอกาสจะฆ่ามังกรคู่ได้แต่กลับไม่ทำ นั้นเพราะจื่อหลิงเป็นคนที่นางรักส่วนโค่วจงก็เป็นสหายของคนรัก และในช่วงหลังจากที่ราชินีเย็นตายนางดูเหมือนจะสำนึกและกลับตัวกลับใจได้ โดยหวงอี้จะใส่บทไห้วาวาทำตัวเป็นคนดี

สรุปว่า วาวา ไม่ใช่นางร้าย นางเลวอะไรหรอก เบื้อลึกก็เป็นคนมีจิตใจดี

ส่วนนางร้ายของแท้ ผมว่าน่าจะเป็น อาจื่อ จากเรื่อง 8เทพอสูรมังกรฟ้ามากกว่า แม้ตายก็ไม่สำนึก ไม่มีความดีอะไรเลย ไม่เชื่อลองอ่านดูสิ

จาก : หลิงน้อยมาเอง - - 5555555 - 09/01/2008 12:15

ข้อความ : ข้อน้อยคิดว่า นิยาย ของหวงอี้ นั้น นำเอความจริง มารวมกับประวัติศาสตร์ได้อย่างน่าประทับใจ แม้จะมีบ้างช่วงที่ไม่ค่อยแนบเนียนบ้างแต่โดยรวม แล้ว น่าติดตาม และค้นหา เป็นอย่างยิง วาวา เป็น นางเอกได้เลย นะคับ เพียงแต่ต้อง

จาก : มือใหม่หัดอ่าน - 24/07/2008 13:10

ข้อความ : จากที่พี่ท่านได้วิจารณ์มานั้น ผู้น้อยนับถือยิ่งนัก หวงอี้นั้นแท้จริงแล้วในความคิดของข้าน้อยคิดเช่นเดียวกันกับพี่ท่าน คือ เขาจะกำหนดรูปแบบของตัวละครแต่ละตัวออกมาเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงลักษณะของของคนในโลกปัจจุบัน แต่เมื่อมองโดยสรุปแล้วทั้งหมดนั้น เป็นแค่คนปุถุชนธรรมดาด้วยกันทั้งนั้น แต่นั่นจะชี้ให้เห็นถึงบทสรุปของแต่ละคนว่าจบลงเช่นไรเพราะการกระทำเช่นไร เราท่านทั้งหลายในฐานะผู้ชมและศึกษาจะได้เลือกเป็นแนวทางการดำเนินชีวิตได้จากตัวละครเหล่านี้ ณ วันนี้ผู้น้อยขอลา วันหน้าจะมาเยือนใหม่

จาก : ผู้เฒ่าโลกันต์ ลี้เซ่งเทียน - - yuta.kung@hotmail.com - 18/11/2008 12:00

มีข้อคิดเห็นเพิ่มเติม ร่วมแสดงความคิดเห็นได้ที่นี่
ชื่อ :
Email :
ข้อความ :


This Free service hosted by D'Server
TheRyo's GYM Bodybuilding and Fitness Guide